15 ที่เที่ยวมิวนิค ทั้งในเมืองและใกล้เมือง เที่ยวได้แบบวันเดียวไปกลับ

แจกแพลนเที่ยวมิวนิค ปักหมุด 15 ที่เที่ยวมิวนิคทั้งในเมืองและใกล้เมือง พร้อมเคล็ดลับการเดินทาง ที่พัก และช่วงน่าเที่ยว วางแผนทริปง่ายๆ จองผ่าน Traveloka ได้ทันที!
Traveloka TH
9 min read

มิวนิค (Munich) เมืองใหญ่ทรงเสน่ห์แห่งแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี ถือเป็นจุดหมายในฝันของนักเดินทางทั่วโลก ด้วยสถาปัตยกรรมคลาสสิกสุดอลังการ ธรรมชาติอันร่มรื่น งานศิลปะระดับโลก และวัฒนธรรมการนั่งจิบเบียร์ในโรงเบียร์เก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว

แถมการเดินทางไปเที่ยวมิวนิคยุคนี้ยังง่ายและสะดวกสุดๆ เพราะสามารถกดจองได้ทั้งตั๋วเครื่องบินและที่พักมิวนิค ครบจบในแอปเดียวผ่าน Traveloka แถมยังมีฟีเจอร์เด็ดอย่าง Price Alerts คอยช่วยแจ้งเตือนเมื่อมีตั๋วราคาโปรโมชั่น ให้ทุกคนคว้าตั๋วบินเที่ยวในราคาคุ้มที่สุดได้ก่อนใคร!

สำหรับใครที่มีแพลนเที่ยวมิวนิคอยู่ในหัว แต่ยังเลือกไม่ได้ว่า มิวนิคเที่ยวไหนดี เรารวบรวม 15 ที่เที่ยวมิวนิค ทั้งจุดเช็กอินไฮไลท์ในตัวเมือง และ ที่เที่ยวใกล้มิวนิค แบบ Day Trip วันเดียวเที่ยวกลับมาให้ครบแล้ว เตรียมปักหมุด แล้วตามไปลุยกันเลย!

อย่าปล่อยให้โปรหลุดมือ จองตั๋วเครื่องบินไปมิวนิค ราคาถูกชัวร์ที่ Traveloka

Fri, 6 Nov 2026

Thai Airways

Bangkok (BKK) to Munich (MUC)

Start from THB 14,234.23

Thu, 12 Nov 2026

Thai Airways

Bangkok (BKK) to Munich (MUC)

Start from THB 14,660.05

Sun, 1 Nov 2026

Lufthansa

Bangkok (BKK) to Munich (MUC)

Start from THB 18,042.45

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวมิวนิคใน 1 นาที

จุดเด่นเมืองมิวนิค: เมืองใหญ่ทรงเสน่ห์แห่งแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี ที่ผสมผสานความคลาสสิกของสถาปัตยกรรม ธรรมชาติอันร่มรื่น งานศิลปะระดับโลก และวัฒนธรรมการนั่งจิบเบียร์ดั้งเดิมได้อย่างลงตัว เที่ยวง่าย ปลอดภัย และบรรยากาศดีตลอดปี
แนะนำ 15 ที่เที่ยวหลากหลายสไตล์: ครบทั้งสายถ่ายรูปชิคๆ แถวจัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ (Marienplatz), สายประวัติศาสตร์และวังเก่าแก่ที่พระราชวังนิมเฟนเบิร์ก, สายยานยนต์ที่ พิพิธภัณฑ์ BMW ไปจนถึงสายชิลรับลมใน สวนอังกฤษ (English Garden), ปักหมุดทำ Day Trip ออกไปเที่ยว ปราสาทนอยชวานสไตน์ และอีกมากมาย!
วิธีเดินทางไปมิวนิค: บินตรงหรือแวะพักมาลงสนามบินมิวนิก (MUC) แล้วนั่งรถไฟ S-Bahn หรือ Lufthansa Express Bus เข้าสู่ใจกลางเมืองได้ใน 40-45 นาที หรือจะนั่งรถไฟความเร็วสูง (ICE) จากเมืองอื่นๆ มาลงสถานีหลัก Munich Hbf ก็สะดวกสุดๆ
วิธีเดินทางในมิวนิค: สะดวกสบายด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุม ทั้งรถไฟใต้ดิน (U-Bahn), รถไฟชานเมือง (S-Bahn), รถราง (Tram) และรถประจำทาง โดยแนะนำให้ซื้อบัตร Group Day Ticket หรือ CityTourCard เพื่อความคุ้มค่า ส่วนย่านเมืองเก่าก็เดินเท้าเที่ยวเชื่อมถึงกันได้สบายๆ
เดือนน่าเที่ยว: ช่วงที่ฟินที่สุดคือ กันยายน - ตุลาคม (อากาศเย็นสบาย ชมใบไม้เปลี่ยนสี และจัดงานเทศกาลเบียร์ Oktoberfest) และ ธันวาคม สำหรับใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศตลาดคริสต์มาสสุดโรแมนติกกลางหิมะ

1. สวนอังกฤษ (English Garden)

สวนสวยใจกลางนครมิวนิก นับเป็นหนึ่งในบรรดาสวนสาธารณะกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในสวนพื้นที่กว่า 2,331 ไร่ ที่นี่เป็นทั้งสวนสาธารณะที่มีืทั้งแม่น้ำธรรมชาติไหลผ่าน ทะเลสาบ และน้ำตกเทียม มีแหล่งบันเทิง สถานที่พักผ่อน สถานที่ออกกำลังกาย เล่นกีฬาทางบกและทางน้ำ เป็นที่อยู่อาศัยของนก 50–60 สายพันธุ์ และมีเส้นทางสำหรับนักปั่นจักรยานเป็นระยะทางยาวถึง 75 กิโลเมตร

2. พระราชวังนิมเฟนเบิร์ก (Nymphenburg Palace)

แลนด์มาร์กยอดนิยมของเมืองมิวนิค เป็นพระราชวังฤดูร้อนของราชวงศ์บาวาเรีย ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองมิวนิค ไฮไลท์ของพระราชวังแห่งนี้คือ แกลเลอรีรวมภาพหญิงงาม 36 นาง แห่งเมืองมิวนิกของกษัตริย์ลุดวิกที่ 1 (King Ludwig I's Gallery of Beauties) นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์รถม้า และพิพิธภัณฑ์ด้านวิทยาศาสตร์ ให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมอีกด้วย

3. จัตุรัสมาเรียนพลาตซ์ (Marienplatz Square)

จัตุรัสมาเรียนพลาตซ์ หรือ จัตุรัสพระแม่มารี เป็นจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่ใจกลางเมือง และเป็นจุดเริ่มต้นการเดินชมเมืองที่ดีที่สุดในมิวนิก เป็นที่ตั้งของ “เสาพระแม่มารีทองคำ” (Marien's Column) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อจัตุรัสแห่งนี้ อาคารที่เด่นเป็นสง่าตรงหน้าจัตุรัส คือ “ศาลาว่าการเมืองหลังใหม่” (New Town Hall) ที่มีหอคอยสูงกว่า 80 เมตรให้ขึ้นไปชมวิวด้านบน ในช่วงวันคริสต์มาสของทุกปี จัตุรัสจะกลายเป็นตลาดคริสต์มาสที่มีบรรยากาศสุดคึกคัก

4. พิพิธภัณฑ์เยอรมัน (Deutsches Museum)

ที่เที่ยวมิวนิกแห่งนี้ เป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในโลก เป็นหนึ่งในกลุ่มเกาะพิพิธภัณฑ์ กลางแม่น้ำอีซาร์ (Isar River) เป็นพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ก่อตั้งโดยสมาคมวิศวกรรมแห่งเยอรมนี มีวัตถุจัดแสดงกว่า 28,000 ชิ้น ในสาขาต่างๆ ของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกว่า 50 สาขา โดยแบ่งออกเป็นโซน เข่น ห้องยานพาหนะที่มีทั้งเครื่องบินจริงและเครื่องบินจำลอง โซนรถยนต์ จัดแสดงรถโบราณตั้งแต่รถแท็กซี่ รถจักรยาน รถไฟจนถึงเฮลิคอปเตอร์

5. พระราชวังเรสซิเดนซ์มิวนิก (Munich Residence)

พระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี ตั้งอยู่ใจกลางนครมิวนิก พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1385 เป็นอดีตพระราชวังหลวงของราชอาณาจักรบาวาเรีย และเป็นที่ทรงงานชองกษัตริย์แห่งแคว้นบาเยิร์นมายาวนานกว่า 500 ปี ปัจจุบันถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บสะสมงานทางศิลปะ และเป็นคลังเก็บสมบัติของกษัตริย์โบราณ โดยมีห้องจัดแสดงถึง 130 ห้อง ส่วนด้านนอกมีบริเวณสวนที่สวยงาม ทะเลสาบ งานประติมากรรม มีมุมถ่ายภาพมากมายเลยทีเดียว

6. ตลาดวิคทูอาเลียน (Victuals Market)

ตลาดวิคทูอาเลียน เป็นตลาดกลางแจ้งขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่จัตุรัสใจกลางนครมิวนิก โดยเป็นตลาดที่มีร้านค้าตั้งเรียงรายกว่า 140 ร้านค้า มีทั้งแผงขายอาหาร ดอกไม้ ผลไม้ เครื่องเทศ เนยแข็ง เบียร์ เบเกอรี และสินค้าท้องถิ่นอีกมากมาย รายล้อมด้วยอาคารเก่าแก่ที่มีสถาปัตยกรรมการสร้างแบบโบราณดั้งเดิม นับเป็นที่เที่ยวมิวนิกห้ามพลาด จะช้อปจะชิมก็ได้ตามอัธยาศัย หรือจะถ่ายรูปอย่างเดียวก็ไม่ว่ากัน เปิดบริการทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์นะจ๊ะ

7. โฮฟบรอยเฮาส์ (Hofbrauhaus)

ที่เที่ยวมิวนิก จุดหมายปลายทางในฝันของคอเบียร์ “โฮฟบรอยเฮาส์” เป็นโรงเบียร์เก่าแก่ของเมืองมิวนิกที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1589 มีลักษณะเป็นห้องโถงใหญ่ที่ยังคงบรรยากาศเดิมๆ ไว้ทุกประการ มีโต๊ะอาหารให้บริการทั้งในและนอกร้าน มีดนตรีสดและการแสดงเต้นรำแบบพื้นบ้าน สร้างบรรยากาศสุดครึกครื้นขณะจิบเบียร์รสเลิศ ภายในโฮฟบรอยเฮาส์ยังมีพื้นที่ผลิตเบียร์ ซึ่งปัจจุบันจัดเป็นโรงแสดงเบียร์ให้นักท่องเที่ยวได้ชมขั้นตอนการผลิตเบียร์ที่ขึ้นชื่อของเยอรมันอีกด้วย

8. พิพิธภัณฑ์ศิลปะเก่า (Alte Pinakothek)

“พิพิธภัณฑ์ศิลปะเก่า” หรือเรียกเป็นภาษาเยอรมันว่า “อัลเทอพีนาโคเทค” สร้างขึ้นในปี 1836 เป็นหอศิลป์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นหอศิลป์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป จัดแสดงงานสะสมที่มีคุณค่าของกษัตริย์ลุดวิกที่ 1 (King Ludwig I) และของสะสมของราชวงศ์วิทเทิลส์บัค (Wittelsbach) และภาพจิตรกรรมของศิลปินชื่อก้องโลก เช่น “เลโอนาร์โด ดาวินชี” (Leonardo da Vinci) ทิเชียน (Titian) ฮันส์บัลดุง (Hans Baldung) และ แรมบรันต์ (Rembrandt)

9. อุทยานโอลิมปิก (Olympic Park)

อุทยานโอลิมปิก เป็นศูนย์กีฬาที่ทำหน้าที่เจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 1972 ประกอบด้วย “สนามกีฬาโอลิมปิก” (Olympic Stadium) “ศูนย์กระจายเสียงแพร่ภาพนานาชาติ” (International Broadcast Center) โอลิมปิกฮอลล์ (Olympic Hall) หอคอยโอลิมปิก (Olympic Tower) และหมู่บ้านโอลิมปิก (Olympic Village) ปัจจุบันอุทยานแห่งนี้ถูกใช้เป็นสวนสาธารณะ และศูนย์ช็อปปิ้งสินค้าที่ระลึกของการจัดแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

10. พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ (Pinakothek der Moderne)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี เป็น 1 ใน 3 พิพิธภัณฑ์ของกลุ่มพีนาโคเทค (Pinakothek) ได้แก่ พิพิธศิลปะเก่า (Alte Pinakothek) และพิพิธภัณฑ์ศิลปะใหม่ (Neue Pinakothek) พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ (Pinakothek der Moderne พื้นที่จัดแสดงแบ่งเป็น 4 ส่วนแยกเป็นพื้นที่สำหรับศิลปะ สถาปัตยกรรม การออกแบบ และศิลปะกราฟิก ซึ่งรวบรวมภาพพิมพ์และภาพวาดมากกว่า 400,000 ชิ้น คนรักงานศิลปะพลาดไม่ได้จริงๆ

11. มหาวิหารเฟราเอน (Frauenkirche)

มหาวิหารเฟราเอน เป็นหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองนิวนิก เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่เก่าแก่ ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่า ใกล้กับจตุรัสมาเรียนพลัทซ์ โดดเด่นสวยงามด้วยแบบโกธิกผสมกับเรอเนอซองส์ มีจุดเด่นคือ โดมหอมหัวใหญ่สีฟ้าเขียว 2 โดม ทางใต้ของมหาวิหารมีหอคอยแห่งฟาราเอนสูง 99 เมตร ด้านบนเป็นจุดชมวิวเมืองมิวนิกที่ถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์ เป็นภาพที่สวยงามเกินคำบรรยาย

12. โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ (St. Peter's Church)

โบสถ์คริสต์เก่าแก่ตั้งอยู่บนเนินปีเตอร์สเบิร์ก (Petersberg) ใจกลางเมืองมิวนิก สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 11 สวยงามวิจิตรด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิก ไฮไลท์ของโบสถ์แห่งนี้ คือการขึ้นบันได 300 ขั้นของหอคอยของโบสถ์ ซึ่งชาวเมืองตั้งชื่อว่า "ผู้เฒ่าปีเตอร์" (Alter Peter) เพื่อชมวิวเมืองมิวนิกแบบพราโนรามา ในวันที่ท้องฟ้าเป็นใจอาจมองเห็นได้ไกลถึงเทือกเขาแอลป์เลยทีเดียว

13. อาคารบีเอ็มดับเบิลยูเวลท์ (BMW Welt)

อีกหนึ่งแลนด์มาร์กของเมืองมิวนิค “อาคารบีเอ็มดับเบิลยูเวลท์” ตั้งอยู่ใกล้กับสำนักงานใหญ่ของบีเอ็มดับเบิลยูกรุ๊ป ( BMW Group) โดดเด่นด้วยอาคารทรงนาฬิกาทรายที่ตกแต่งด้วยกระจกรูปทรงเรขาคณิต ใกล้ๆ กันยังเป็นพื้นที่ของบีเอ็มดับเบิลยูสำนักงานใหญ่ (BMW Headquarter) และฐานการผลิต (BMW Group Plant) อีกด้วย นับเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวมิวนิกยอดนิยมที่คนรัก BMW ไม่ควรพลาดชม

14. บ้านเลนบาค (Lenbach House)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยสุดล้ำที่รวบรวมงานศิลปะร่วมสมัยจากศิลปินชาวเยอรมันในยุค 19 - 20 ที่มีชื่อเสียง อาทิ “เบลาเออไรเทอร์” (The Blue Rider) กลุ่มศิลปินสไตล์อิมเพรสชันนิสต์ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 100 ปีก่อน และศิลปินสาย “นิว อ็อบเจกทิวิตี” (New Objectivity) ที่เน้นภาพวาดแบบเรียบง่ายไร้สีสัน นอกจากนี้ยังมีงานศิลปะสมัยใหม่ให้นักเที่ยวสายศืลปะได้ชมอย่างจุใจ ภายในพิพิธภัณฑ์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น เป็นบ้านและสตูดิโอของ “ฟรานซ์ฟอนเลนบาค” (Franz von Lenbach) จิตรกรผู้โด่งดังในช่วงศตวรรษที่ 19

15. พิพิธภัณฑ์บีเอ็มดับเบิลยู (BMW Museum)

แหล่งรวบรวมนวัตกรรมยานยนต์ของแบรนด์ชั้นนำของโลก “BMW” โดดเด่นแปลกตาด้วยอาคารที่มีรูปถ้วยสีเงินขนาดใหญ่ที่มาในคอนเซปต์ “พายุหมุนกับทิวเมฆ” ออกแบบเป็นทรง Double Cone ภายในพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร จัดแสดงนิทรรศการโลกแห่งยนตรกรรม ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และยังมีคอลเลกชันพิเศษหาดูได้ยาก จัดแสดงให้แฟนพันธุ์แท้ BMW ได้ดูแบบครบๆ

นอกจากที่เที่ยวมิวนิกสวยงามน่าประทับใจแล้ว เมืองมากเสน่ห์แห่งนี้ยังมีเมนูขาหมู และเทศกาลเบียร์ที่โด่งดังที่สุดในโลก ไว้รอต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จองตั๋วเครื่องบินไปมิวนิกอีกด้วย ถ้าพร้อมแล้วเตรียมตัวไปจองตั๋วเครื่องบินกันได้เลย

อ่านต่อ: 

ที่พักยอดนิยมในมิวนิค

Novotel Muenchen Messe

Novotel Muenchen Messe
Novotel Muenchen Messe
Novotel Muenchen Messe
Novotel Muenchen Messe

+2

Novotel Muenchen Messe

ถ้ากำลังมองหาที่พักมิวนิคที่ได้มาตรฐานระดับอินเตอร์ ห้องพักกว้างขวาง นอนสบาย สะอาดเป๊ะ ต้องยกใจให้ Novotel Muenchen Messeเลย ที่นี่ตั้งอยู่ติดกับศูนย์การค้า Riem Arcaden และสถานีรถไฟฟ้า U-Bahn (U2) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองไปเช็กอินตามสถานที่ท่องเที่ยวมิวนิคเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว แถมย่านนี้ยังมีความสงบ ไม่วุ่นวาย เหมาะสุดๆ สำหรับคนที่มาเที่ยวมิวนิคกับครอบครัว หรือคนที่ชอบความผ่อนคลายหลังจากเดินตะลุยเมืองมาทั้งวัน ตื่นเช้ามาทานอาหารเช้าอร่อยๆ ปลุกพลังก่อนออกไปลุยเที่ยวได้แบบแฮปปี้สุดๆ

Rocco Forte The Charles Hotel

Rocco Forte The Charles Hotel
Rocco Forte The Charles Hotel
Rocco Forte The Charles Hotel
Rocco Forte The Charles Hotel

+2

Rocco Forte The Charles Hotel

Rocco Forte The Charles Hotel

ใครอยากให้รางวัลตัวเองด้วยทริป เที่ยวมิวนิคแบบ Luxury ขั้นสุด ต้องจัดที่ Rocco Forte The Charles Hotel เลย! โรงแรมหรูระดับ 5 ดาวที่ตั้งอยู่ริมสวน Botanical Garden บรรยากาศร่มรื่น สงบ และมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก แต่ยังคงเดินทางสะดวกสุดๆ ดีไซน์ห้องพักตกแต่งได้อย่างโมเดิร์นคลาสสิก มาพร้อมกระจกบานใหญ่ให้เปิดรับวิวสวนสวยๆ ไฮไลท์เด็ดคือมีสปาและสระว่ายน้ำในร่มขนาดใหญ่ ให้เราได้กลับมาผ่อนคลายร่างกายหลังจากเดินเที่ยวรอบจัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ (Marienplatz) มาทั้งวัน บอกเลยว่าบริการระดับพรีเมียมจนไม่อยากเช็กเอาต์แน่นอน!

Wombat’s The City Hostel Munich Werksviertel

Wombat’s The City Hostel Munich Werksviertel
Wombat’s The City Hostel Munich Werksviertel
Wombat’s The City Hostel Munich Werksviertel
Wombat’s The City Hostel Munich Werksviertel

+2

Wombat’s The City Hostel Munich Werksviertel

สำหรับสายลุยที่อยากเซฟงบไว้กินเบียร์และเที่ยวที่เที่ยวมิวนิคต้องปักหมุดที่ Wombat’s The City Hostel สาขา Werksviertel เลย! ที่นี่ตั้งอยู่ในย่านสุดฮิปแห่งใหม่ของเมือง เต็มไปด้วยศิลปะ ร้านอาหารสุดเก๋ และบาร์เท่ๆ ตัวโฮสเทลตกแต่งสไตล์โมเดิร์น น่ารัก สะอาด และปลอดภัย มีให้เลือกทั้งห้องพักส่วนตัวและห้องนอนรวม เหมาะมากสำหรับสายเที่ยวชิลๆ คุมงบได้สบาย แถมยังมีพื้นที่ส่วนกลางให้ได้นั่งเล่น จิบเครื่องดื่ม และเม้าท์มอยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนเดินทางจากทั่วโลกอีกด้วย

วิธีการเดินทางไปมิวนิค

เครื่องบินลงสนามบินมิวนิก (Munich Airport - MUC): บินตรงหรือแวะพักมาลงที่สนามบินมิวนิก จากนั้นเดินไปขึ้นรถไฟชานเมือง S-Bahn (สาย S1 หรือ S8) ที่สถานีใต้สนามบิน (Flughafen München) วิ่งตรงเข้าสู่สถานีหลักใจกลางเมืองอย่าง Munich Hbf และ Marienplatz ได้ในเวลาประมาณ 40-45 นาทีเท่านั้น หรือใครมีสัมภาระเยอะ อยากนั่งยาวๆ สบายๆ จะเลือกใช้ Lufthansa Express Bus ก็สะดวกไม่แพ้กัน รถจอดรับหน้า Terminal 1 และ 2 วิ่งผ่านทางหลวง A9 ไปจอดที่สถานี Nordfriedhof และสุดสายที่ Munich Hbf ใช้เวลาประมาณ 45 นาที (รถออกทุก 20 นาที)
เดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง (ICE) มาลงสถานี Munich Hbf: หากเพื่อน ๆ เดินทางมาจากเมืองอื่นในเยอรมนี (เช่น แฟรงก์เฟิร์ต หรือเบอร์ลิน) หรือประเทศเพื่อนบ้าน สามารถนั่งรถไฟความเร็วสูง ICE ของ Deutsche Bahn มาลงที่สถานี Munich Hbf ซึ่งตั้งอยู่บนถนน Arnulfstraße ใจกลางเมืองได้เลย จากจุดนี้สามารถเชื่อมต่อรถไฟฟ้าไปสถานที่ท่องเที่ยวมิวนิคอื่นๆ ได้ทันที
ขับรถยนต์ส่วนตัวหรือเช่ารถขับผ่านทางหลวงมอเตอร์เวย์ (Autobahn): สำหรับสาย Road Trip ที่ขับรถมาจากเมืองใกล้เคียง สามารถใช้ทางหลวงสายหลัก เช่น A9 (มาจากทางเหนือ/นูเรมเบิร์ก) หรือ A8 (มาจากทางตะวันตก/สตุตการ์ต) วิ่งเข้าสู่ตัวเมืองมิวนิคได้อย่างสะดวกเลย

อย่าปล่อยให้โปรหลุดมือ จองตั๋วเครื่องบินไปมิวนิค ราคาถูกชัวร์ที่ Traveloka

Fri, 6 Nov 2026

Thai Airways

Bangkok (BKK) to Munich (MUC)

Start from THB 14,234.23

Thu, 12 Nov 2026

Thai Airways

Bangkok (BKK) to Munich (MUC)

Start from THB 14,660.05

Sun, 1 Nov 2026

Lufthansa

Bangkok (BKK) to Munich (MUC)

Start from THB 18,042.45

วิธีการเดินทางในมิวนิค

รถไฟใต้ดิน (U-Bahn) ขนส่งหลักสายสีน้ำเงินครอบคลุมทั่วเมือง: เหมาะที่สุดสำหรับการเดินทางเที่ยวในตัวเมือง มีทั้งหมด 8 สาย (U1-U8) โดยมีจุดเชื่อมต่อใหญ่อยู่ที่สถานี Marienplatz (สาย U3/U6) สำหรับไปเช็กอินย่านเมืองเก่า และสถานี Sendlinger Tor (สาย U1/U2/U7/U8) หากจะไป พิพิธภัณฑ์ BMW ให้ขึ้นสาย U3 ลงที่สถานี Olympiazentrum หรือถ้าจะไปพระราชวังเรสซิเดนซ์มิวนิก ให้ลงสถานี Odeonsplatz
รถไฟชานเมือง (S-Bahn) เชื่อมต่อเขตเมืองเก่าและเขตรอบนอก: วิ่งบนดินและลอดใต้ดินผ่านแกนกลางเมือง (Stammstrecke) โดยสาย S1 ถึง S8 จะวิ่งผ่านสถานีหลักๆ ติดกัน เช่น Munich Hbf, Karlsplatz (Stachus), Marienplatz, และ Isartor เหมาะมากสำหรับใช้นั่งออกไปเที่ยว ที่เที่ยวใกล้มิวนิค หรือเดินทางไป-กลับสนามบิน
รถราง (Tram) นั่งชมวิวบนถนนสายสำคัญ: รถรางของมิวนิควิ่งบนถนนหลักทั่วเมือง เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากเดินขึ้นลงสถานีใต้ดิน เช่น รถราง สาย 16 และ 17 ที่วิ่งผ่านถนน Romanstraße ไปจอดลงที่หน้า พระราชวังนิมเฟนบวร์ก (Schloss Nymphenburg) หรือสาย 19 ที่วิ่งผ่านถนน Maximilianstraße สายช้อปปิ้งไฮเอนด์
รถประจำทาง (City Bus) เชื่อมต่อจุดท่องเที่ยวที่รถไฟเข้าไม่ถึง: ช่วยเก็บตกจุดเช็กอินย่านชุมชนหรือโซนธรรมชาติ เช่น รถบัสสาย 100 (Museumslinie) ที่วิ่งผ่านย่านพิพิธภัณฑ์บนถนน Gabelsbergerstraße โดยตรง หรือ รถบัสสาย 54 ที่ใช้นั่งไปลงใกล้ๆ ทางเข้าสวนอังกฤษ (Englischer Garten)
เดินเท้าเที่ยวชมย่านเมืองเก่า (Walking Tour): ย่านใจกลางเมืองมิวนิคตั้งแต่ประตูเมือง Karlstor บนถนนคนเดิน Neuhauser Straße ยาวไปจนถึง จัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ (Marienplatz) และ ตลาด Viktualienmarkt เป็นเขตปลอดรถยนต์ สามารถเดินเท้าเชื่อมถึงกันได้อย่างสบายๆ แถมได้ถ่ายรูปสถาปัตยกรรมสวยๆ ตลอดทางอีกด้วย

เที่ยวมิวนิค เดือนไหนดี?

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวมิวนิค คือ ช่วงเดือนกันยายน - ตุลาคม (ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีและงานเทศกาล) เนื่องจากสภาพอากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวจัดจนเกินไป พร้อมมีเทศกาลระดับโลกอย่าง Oktoberfest และช่วงเดือนธันวาคม (ฤดูหนาวและตลาดคริสต์มาส) ที่จะได้บรรยากาศเมืองเทพนิยายสุดโรแมนติก อย่างไรก็ตาม มิวนิค เป็นเมืองที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ซึ่งแต่ละฤดูก็มีเสน่ห์แตกต่างกันไปดังนี้

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): ช่วงเวลาแห่งความสดชื่น อากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 5°C – 18°C ดอกไม้และต้นไม้ตามสถานที่ท่องเที่ยวมิวนิคเริ่มผลิใบสวยงาม ผู้คนไม่หนาแน่นเท่าฤดูร้อน เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเดินเที่ยวชิลๆ ถ่ายรูปกับสวนสวย เช่น สวนอังกฤษ (Englischer Garten) โดยไม่ชอบอากาศหนาวจัด
ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): ช่วงเวลาที่เมืองคึกคักและสดใสที่สุด อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 15°C – 25°C กลางวันยาวนาน ทำให้มีเวลาเที่ยวต่อวันเยอะขึ้น ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวนิยมออกมานั่งจิบเบียร์ตาม Beer Garden กลางแจ้ง ออกไปเดินเล่นรอบจัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ (Marienplatz) หรือนั่งพักผ่อนริมแม่น้ำ Isar ถือเป็นช่วงยอดฮิตของสายกิจกรรมกลางแจ้ง
ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (กันยายน - พฤศจิกายน): ช่วงเวลาที่สวยงามและคึกคักที่สุดในรอบปี อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 5°C – 15°C ต้นไม้ทั่วเมืองจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม เหลือง แดง สวยงามมากๆ ไฮไลท์เด็ดคือการจัดงานเทศกาลเบียร์ระดับโลก Oktoberfest (จัดช่วงปลาย ก.ย. - ต้น ต.ค.) ทำให้มิวนิค คึกคักเป็นพิเศษ ใครสายชิลชอบความบันเทิงและวัฒนธรรมท้องถิ่น ปักหมุดช่วงนี้ไว้ได้เลย!
ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): ช่วงเวลาแห่งความโรแมนติกสไตล์เมืองเทพนิยาย อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ -2°C – 4°C มีหิมะตกปกคลุมเมือง ไฮไลท์สำคัญคือตลาดคริสต์มาส (Christmas Market) สุดยิ่งใหญ่บริเวณหน้าศาลาว่าการเมืองแถวจัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ (Marienplatz) รวมถึงโอกาสในการเดินทางไปชมปราสาทนอยชวานสไตน์ที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลนแบบฟินๆ

ตารางสรุปการเที่ยวมิวนิคตามฤดูกาล

ฤดูกาลช่วงเดือนสภาพอากาศ / อุณหภูมิไฮไลท์และบรรยากาศน่าเที่ยว
ฤดูใบไม้ผลิมี.ค. - พ.ค.เย็นสบาย (5°C - 18°C)ดอกไม้เริ่มผลิใบ คนไม่เยอะ เดินเที่ยวชมเมืองชิลๆ
ฤดูร้อนมิ.ย. - ส.ค.อบอุ่น กลางวันยาว (15°C - 25°C)นั่ง Beer Garden กลางแจ้ง กิจกรรมกลางแจ้งคึกคัก
ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีก.ย. - พ.ย.เย็นสบาย (5°C - 15°C)ใบไม้เปลี่ยนสีสวยงาม และเทศกาลเบียร์ Oktoberfest
ฤดูหนาวธ.ค. - ก.พ.หนาวเย็น มีหิมะ (-2°C - 4°C)ตลาดคริสต์มาสสุดโรแมนติก และวิวหิมะตามปราสาท

เคล็ดลับการเที่ยวมิวนิค

พกเงินสด (Euro) ติดตัวไว้เสมอ: แม้ระบบจ่ายเงินจะทันสมัย แต่ร้านค้าเล็กๆ แผงขายของในตลาด และโรงเบียร์ดั้งเดิมบางแห่งยังคงรับเฉพาะเงินสด
วางแผนรับมือวันอาทิตย์: ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าส่วนใหญ่ในมิวนิค จะปิดทำการทุกวันอาทิตย์ (ยกเว้นร้านอาหารและพิพิธภัณฑ์) แนะนำให้ซื้อของกินของใช้ตุนไว้ตั้งแต่วันเสาร์
ซื้อบัตรตั๋วเดินทางแบบ Group/Day Ticket: หากเดินทาง 2–5 คน การซื้อบัตร Group Day Ticket หรือ CityTourCard จะคุ้มค่ากว่าซื้อตั๋วเดี่ยวมาก เพราะใช้นั่งรถไฟใต้ดิน U-Bahn, S-Bahn, Tram และ Bus ได้ไม่จำกัดเที่ยวตลอดทั้งวัน
จัดรูทเที่ยวโซนเดียวกันในวันเดียว: วางทริปตามย่านเพื่อเซฟเวลาเดินทาง เช่น รวบตึงวันเดียวเที่ยวโซนเหนือ เริ่มจากไปเดินชิลรับลมที่ โอลิมปิกพาร์ก มิวนิค แล้วแวะไปชมยนตรกรรมสุดเท่ต่อได้ทันทีที่ พิพิธภัณฑ์ BMW
พิพิธภัณฑ์ถูกพิเศษในวันอาทิตย์: พิพิธภัณฑ์ชื่อดังหลายแห่งในเมือง เช่น พิพิธภัณฑ์ศิลปะเก่า (Alte Pinakothek) หรือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ (Pinakothek der Moderne) จะลดค่าเข้าชมเหลือเพียง 1 ยูโรในวันอาทิตย์
เผื่อเวลา 1 วันเต็มสำหรับทริปนอกเมือง: ถ้ามาเที่ยวมิวนิค แล้วอยากเห็นภาพเมืองเทพนิยาย ควรเผื่อเวลาทำ Day Trip ออกไปเช็กอินที่เที่ยวใกล้มิวนิค ยอดฮิตอย่างปราสาทนอยชวานสไตน์ ซึ่งสามารถนั่งรถไฟหรือซื้อทัวร์แบบเช้าเย็นกลับได้สบายๆ
คืนขวดเอาเงินคืนด้วยระบบ Pfand: ซื้อน้ำดื่มหรือเครื่องดื่มขวดพลาสติก/กระป๋องมาแล้ว อย่าเพิ่งรีบทิ้งขวดนะ! ให้ลองสังเกตสัญลักษณ์ Pfand บนขวด เพราะเราสามารถนำขวดเปล่าไปหยอดคืนที่ตู้รับคืนอัตโนมัติซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อรับเงินมัดจำคืนได้ประมาณ 0.15–0.25 ยูโรต่อขวด ถือเป็นกิมมิครักโลกที่ได้เงินคืนไว้หยอดกระปุกเที่ยวต่อเพลินๆ

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวมิวนิค

Q: เที่ยวมิวนิคต้องขอวีซ่าไหม?

A: ต้องขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ผ่านศูนย์ยื่นวีซ่าประเทศเยอรมนีล่วงหน้า โดยสามารถใช้เดินทางท่องเที่ยวในเยอรมนีและกลุ่มประเทศเชงเก้นได้ยาวๆ สูงสุดถึง 90 วัน

Q: เดินทางจากสนามบินมิวนิกเข้าตัวเมืองยังไงดีที่สุด?

A: วิธีที่สะดวกที่สุดคือนั่งรถไฟชานเมือง S-Bahn (สาย S1 หรือ S8) จากสถานีใต้สนามบิน เข้าสู่สถานีหลักใจกลางเมืองอย่าง Munich Hbf หรือ Marienplatz ได้ในเวลาประมาณ 40-45 นาที

Q: เที่ยวมิวนิคควรเตรียมงบประมาณเท่าไหร่ดี?

A: ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสำหรับการกิน เที่ยว และเดินทางในมิวนิค จะอยู่ที่ประมาณ 50 – 150 ยูโร/คน/วัน (หรือประมาณ 2,000 – 6,000 บาท/คน/วัน) ขึ้นอยู่กับสไตล์การกินและการเข้าชมสถานที่ต่างๆ หากเลือกซื้อตั๋วเดินทางแบบ Day Ticket และใช้ระบบ Pfand นำขวดเปล่าไปหยอดคืนเอาเงินมัดจำ ก็จะช่วยเซฟงบรายวันได้พอตัวเลย

Q: ไปเที่ยวมิวนิคช่วงไหนดีที่สุด?

A: ช่วงเดือนกันยายน - ตุลาคม ดีที่สุดเพราะอากาศกำลังเย็นสบาย ได้ชมใบไม้เปลี่ยนสี และมีเทศกาลระดับโลกอย่าง Oktoberfest แต่ถ้าชอบฟีลเมืองหิมะโรแมนติกแนะนำช่วงเดือนธันวาคม

Q: ไปเที่ยวมิวนิคต้องเตรียมตัวเรื่องการแต่งตัวยังไง?

A: แนะนำให้แต่งตัวแบบเลเยอร์ (Layering) สวมเสื้อผ้าที่ถอดเข้า-ออกง่าย หากไปช่วงฤดูหนาว (ธ.ค.-ก.พ.) ต้องเตรียมเสื้อโค้ทกันลมและลองจอนให้พร้อม ส่วนฤดูร้อนแต่งตัวสบายๆ แบบบ้านเราได้เลย แต่ควรพกเสื้อแจ็กเก็ตกันลมติดไว้สักตัว

Q: ร้านค้าในมิวนิคเปิดรับบัตรเครดิตไหม หรือต้องพกเงินสดเท่าไหร่?

A: แม้บัตรเครดิตจะใช้ได้แพร่หลาย แต่ร้านค้าเล็กๆ แผงขายของในตลาดและโรงเบียร์ดั้งเดิมบางแห่งยังคงรับเฉพาะเงินสด แนะนำให้พกเงินสดติดตัวไว้ประมาณ 30–50 ยูโร/วัน

Hotels
Flights
Things to Do
Always Know the Latest Info
Subscribe to our newsletter for more travel & lifestyle recommendations and exciting promos.
Subscribe