15 ที่เที่ยวมิวนิค ทั้งในเมืองและใกล้เมือง เที่ยวได้แบบวันเดียวไปกลับ

แจกแพลนเที่ยวมิวนิค ปักหมุด 15 ที่เที่ยวมิวนิคทั้งในเมืองและใกล้เมือง พร้อมเคล็ดลับการเดินทาง ที่พัก และช่วงน่าเที่ยว วางแผนทริปง่ายๆ จองผ่าน Traveloka ได้ทันที!
Traveloka TH
9 min read

มิวนิค (Munich) เมืองใหญ่ทรงเสน่ห์แห่งแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี ถือเป็นจุดหมายในฝันของนักเดินทางทั่วโลก ด้วยสถาปัตยกรรมคลาสสิกสุดอลังการ ธรรมชาติอันร่มรื่น งานศิลปะระดับโลก และวัฒนธรรมการนั่งจิบเบียร์ในโรงเบียร์เก่าแก่ที่เต็มไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว

แถมการเดินทางไปเที่ยวมิวนิคยุคนี้ยังง่ายและสะดวกสุดๆ เพราะสามารถกดจองได้ทั้งตั๋วเครื่องบินและที่พักมิวนิค ครบจบในแอปเดียวผ่าน Traveloka แถมยังมีฟีเจอร์เด็ดอย่าง Price Alerts คอยช่วยแจ้งเตือนเมื่อมีตั๋วราคาโปรโมชั่น ให้ทุกคนคว้าตั๋วบินเที่ยวในราคาคุ้มที่สุดได้ก่อนใคร!

สำหรับใครที่มีแพลนเที่ยวมิวนิคอยู่ในหัว แต่ยังเลือกไม่ได้ว่า มิวนิคเที่ยวไหนดี เรารวบรวม 15 ที่เที่ยวมิวนิค ทั้งจุดเช็กอินไฮไลท์ในตัวเมือง และ ที่เที่ยวใกล้มิวนิค แบบ Day Trip วันเดียวเที่ยวกลับมาให้ครบแล้ว เตรียมปักหมุด แล้วตามไปลุยกันเลย!

อย่าปล่อยให้โปรหลุดมือ จองตั๋วเครื่องบินไปมิวนิค ราคาถูกชัวร์ที่ Traveloka

Fri, 2 Oct 2026

Thai Airways

Bangkok (BKK) to Munich (MUC)

Start from THB 15,229.29

Thu, 17 Sep 2026

Thai Airways

Bangkok (BKK) to Munich (MUC)

Start from THB 15,229.29

Tue, 29 Sep 2026

Lufthansa

Bangkok (BKK) to Munich (MUC)

Start from THB 25,430.10

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวมิวนิคใน 1 นาที

จุดเด่นเมืองมิวนิค: เมืองใหญ่ทรงเสน่ห์แห่งแคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมนี ที่ผสมผสานความคลาสสิกของสถาปัตยกรรม ธรรมชาติอันร่มรื่น งานศิลปะระดับโลก และวัฒนธรรมการนั่งจิบเบียร์ดั้งเดิมได้อย่างลงตัว เที่ยวง่าย ปลอดภัย และบรรยากาศดีตลอดปี
แนะนำ 15 ที่เที่ยวหลากหลายสไตล์: ครบทั้งสายถ่ายรูปชิคๆ แถวจัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ (Marienplatz), สายประวัติศาสตร์และวังเก่าแก่ที่พระราชวังนิมเฟนเบิร์ก, สายยานยนต์ที่ พิพิธภัณฑ์ BMW ไปจนถึงสายชิลรับลมใน สวนอังกฤษ (English Garden), ปักหมุดทำ Day Trip ออกไปเที่ยว ปราสาทนอยชวานสไตน์ และอีกมากมาย!
วิธีเดินทางไปมิวนิค: บินตรงหรือแวะพักมาลงสนามบินมิวนิก (MUC) แล้วนั่งรถไฟ S-Bahn หรือ Lufthansa Express Bus เข้าสู่ใจกลางเมืองได้ใน 40-45 นาที หรือจะนั่งรถไฟความเร็วสูง (ICE) จากเมืองอื่นๆ มาลงสถานีหลัก Munich Hbf ก็สะดวกสุดๆ
วิธีเดินทางในมิวนิค: สะดวกสบายด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุม ทั้งรถไฟใต้ดิน (U-Bahn), รถไฟชานเมือง (S-Bahn), รถราง (Tram) และรถประจำทาง โดยแนะนำให้ซื้อบัตร Group Day Ticket หรือ CityTourCard เพื่อความคุ้มค่า ส่วนย่านเมืองเก่าก็เดินเท้าเที่ยวเชื่อมถึงกันได้สบายๆ
เดือนน่าเที่ยว: ช่วงที่ฟินที่สุดคือ กันยายน - ตุลาคม (อากาศเย็นสบาย ชมใบไม้เปลี่ยนสี และจัดงานเทศกาลเบียร์ Oktoberfest) และ ธันวาคม สำหรับใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศตลาดคริสต์มาสสุดโรแมนติกกลางหิมะ

1. สวนอังกฤษ (English Garden)

สวนสวยใจกลางนครมิวนิก นับเป็นหนึ่งในบรรดาสวนสาธารณะกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในสวนพื้นที่กว่า 2,331 ไร่ ที่นี่เป็นทั้งสวนสาธารณะที่มีืทั้งแม่น้ำธรรมชาติไหลผ่าน ทะเลสาบ และน้ำตกเทียม มีแหล่งบันเทิง สถานที่พักผ่อน สถานที่ออกกำลังกาย เล่นกีฬาทางบกและทางน้ำ เป็นที่อยู่อาศัยของนก 50–60 สายพันธุ์ และมีเส้นทางสำหรับนักปั่นจักรยานเป็นระยะทางยาวถึง 75 กิโลเมตร

2. พระราชวังนิมเฟนเบิร์ก (Nymphenburg Palace)

แลนด์มาร์กยอดนิยมของเมืองมิวนิค เป็นพระราชวังฤดูร้อนของราชวงศ์บาวาเรีย ตั้งอยู่ทางตะวันตกของเมืองมิวนิค ไฮไลท์ของพระราชวังแห่งนี้คือ แกลเลอรีรวมภาพหญิงงาม 36 นาง แห่งเมืองมิวนิกของกษัตริย์ลุดวิกที่ 1 (King Ludwig I's Gallery of Beauties) นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์รถม้า และพิพิธภัณฑ์ด้านวิทยาศาสตร์ ให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมอีกด้วย

3. จัตุรัสมาเรียนพลาตซ์ (Marienplatz Square)

จัตุรัสมาเรียนพลาตซ์ หรือ จัตุรัสพระแม่มารี เป็นจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุด ตั้งอยู่ใจกลางเมือง และเป็นจุดเริ่มต้นการเดินชมเมืองที่ดีที่สุดในมิวนิก เป็นที่ตั้งของ “เสาพระแม่มารีทองคำ” (Marien's Column) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อจัตุรัสแห่งนี้ อาคารที่เด่นเป็นสง่าตรงหน้าจัตุรัส คือ “ศาลาว่าการเมืองหลังใหม่” (New Town Hall) ที่มีหอคอยสูงกว่า 80 เมตรให้ขึ้นไปชมวิวด้านบน ในช่วงวันคริสต์มาสของทุกปี จัตุรัสจะกลายเป็นตลาดคริสต์มาสที่มีบรรยากาศสุดคึกคัก

4. พิพิธภัณฑ์เยอรมัน (Deutsches Museum)

ที่เที่ยวมิวนิกแห่งนี้ เป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในโลก เป็นหนึ่งในกลุ่มเกาะพิพิธภัณฑ์ กลางแม่น้ำอีซาร์ (Isar River) เป็นพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ก่อตั้งโดยสมาคมวิศวกรรมแห่งเยอรมนี มีวัตถุจัดแสดงกว่า 28,000 ชิ้น ในสาขาต่างๆ ของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกว่า 50 สาขา โดยแบ่งออกเป็นโซน เข่น ห้องยานพาหนะที่มีทั้งเครื่องบินจริงและเครื่องบินจำลอง โซนรถยนต์ จัดแสดงรถโบราณตั้งแต่รถแท็กซี่ รถจักรยาน รถไฟจนถึงเฮลิคอปเตอร์

5. พระราชวังเรสซิเดนซ์มิวนิก (Munich Residence)

พระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี ตั้งอยู่ใจกลางนครมิวนิก พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1385 เป็นอดีตพระราชวังหลวงของราชอาณาจักรบาวาเรีย และเป็นที่ทรงงานชองกษัตริย์แห่งแคว้นบาเยิร์นมายาวนานกว่า 500 ปี ปัจจุบันถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บสะสมงานทางศิลปะ และเป็นคลังเก็บสมบัติของกษัตริย์โบราณ โดยมีห้องจัดแสดงถึง 130 ห้อง ส่วนด้านนอกมีบริเวณสวนที่สวยงาม ทะเลสาบ งานประติมากรรม มีมุมถ่ายภาพมากมายเลยทีเดียว

6. ตลาดวิคทูอาเลียน (Victuals Market)

ตลาดวิคทูอาเลียน เป็นตลาดกลางแจ้งขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่จัตุรัสใจกลางนครมิวนิก โดยเป็นตลาดที่มีร้านค้าตั้งเรียงรายกว่า 140 ร้านค้า มีทั้งแผงขายอาหาร ดอกไม้ ผลไม้ เครื่องเทศ เนยแข็ง เบียร์ เบเกอรี และสินค้าท้องถิ่นอีกมากมาย รายล้อมด้วยอาคารเก่าแก่ที่มีสถาปัตยกรรมการสร้างแบบโบราณดั้งเดิม นับเป็นที่เที่ยวมิวนิกห้ามพลาด จะช้อปจะชิมก็ได้ตามอัธยาศัย หรือจะถ่ายรูปอย่างเดียวก็ไม่ว่ากัน เปิดบริการทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์นะจ๊ะ

7. โฮฟบรอยเฮาส์ (Hofbrauhaus)

ที่เที่ยวมิวนิก จุดหมายปลายทางในฝันของคอเบียร์ “โฮฟบรอยเฮาส์” เป็นโรงเบียร์เก่าแก่ของเมืองมิวนิกที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1589 มีลักษณะเป็นห้องโถงใหญ่ที่ยังคงบรรยากาศเดิมๆ ไว้ทุกประการ มีโต๊ะอาหารให้บริการทั้งในและนอกร้าน มีดนตรีสดและการแสดงเต้นรำแบบพื้นบ้าน สร้างบรรยากาศสุดครึกครื้นขณะจิบเบียร์รสเลิศ ภายในโฮฟบรอยเฮาส์ยังมีพื้นที่ผลิตเบียร์ ซึ่งปัจจุบันจัดเป็นโรงแสดงเบียร์ให้นักท่องเที่ยวได้ชมขั้นตอนการผลิตเบียร์ที่ขึ้นชื่อของเยอรมันอีกด้วย

8. พิพิธภัณฑ์ศิลปะเก่า (Alte Pinakothek)

“พิพิธภัณฑ์ศิลปะเก่า” หรือเรียกเป็นภาษาเยอรมันว่า “อัลเทอพีนาโคเทค” สร้างขึ้นในปี 1836 เป็นหอศิลป์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเป็นหอศิลป์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป จัดแสดงงานสะสมที่มีคุณค่าของกษัตริย์ลุดวิกที่ 1 (King Ludwig I) และของสะสมของราชวงศ์วิทเทิลส์บัค (Wittelsbach) และภาพจิตรกรรมของศิลปินชื่อก้องโลก เช่น “เลโอนาร์โด ดาวินชี” (Leonardo da Vinci) ทิเชียน (Titian) ฮันส์บัลดุง (Hans Baldung) และ แรมบรันต์ (Rembrandt)

9. อุทยานโอลิมปิก (Olympic Park)

อุทยานโอลิมปิก เป็นศูนย์กีฬาที่ทำหน้าที่เจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 1972 ประกอบด้วย “สนามกีฬาโอลิมปิก” (Olympic Stadium) “ศูนย์กระจายเสียงแพร่ภาพนานาชาติ” (International Broadcast Center) โอลิมปิกฮอลล์ (Olympic Hall) หอคอยโอลิมปิก (Olympic Tower) และหมู่บ้านโอลิมปิก (Olympic Village) ปัจจุบันอุทยานแห่งนี้ถูกใช้เป็นสวนสาธารณะ และศูนย์ช็อปปิ้งสินค้าที่ระลึกของการจัดแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

10. พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ (Pinakothek der Moderne)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี เป็น 1 ใน 3 พิพิธภัณฑ์ของกลุ่มพีนาโคเทค (Pinakothek) ได้แก่ พิพิธศิลปะเก่า (Alte Pinakothek) และพิพิธภัณฑ์ศิลปะใหม่ (Neue Pinakothek) พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ (Pinakothek der Moderne พื้นที่จัดแสดงแบ่งเป็น 4 ส่วนแยกเป็นพื้นที่สำหรับศิลปะ สถาปัตยกรรม การออกแบบ และศิลปะกราฟิก ซึ่งรวบรวมภาพพิมพ์และภาพวาดมากกว่า 400,000 ชิ้น คนรักงานศิลปะพลาดไม่ได้จริงๆ

11. มหาวิหารเฟราเอน (Frauenkirche)

มหาวิหารเฟราเอน เป็นหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองนิวนิก เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่เก่าแก่ ตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่า ใกล้กับจตุรัสมาเรียนพลัทซ์ โดดเด่นสวยงามด้วยแบบโกธิกผสมกับเรอเนอซองส์ มีจุดเด่นคือ โดมหอมหัวใหญ่สีฟ้าเขียว 2 โดม ทางใต้ของมหาวิหารมีหอคอยแห่งฟาราเอนสูง 99 เมตร ด้านบนเป็นจุดชมวิวเมืองมิวนิกที่ถูกโอบล้อมด้วยเทือกเขาแอลป์ เป็นภาพที่สวยงามเกินคำบรรยาย

12. โบสถ์เซนต์ปีเตอร์ (St. Peter's Church)

โบสถ์คริสต์เก่าแก่ตั้งอยู่บนเนินปีเตอร์สเบิร์ก (Petersberg) ใจกลางเมืองมิวนิก สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 11 สวยงามวิจิตรด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิก ไฮไลท์ของโบสถ์แห่งนี้ คือการขึ้นบันได 300 ขั้นของหอคอยของโบสถ์ ซึ่งชาวเมืองตั้งชื่อว่า "ผู้เฒ่าปีเตอร์" (Alter Peter) เพื่อชมวิวเมืองมิวนิกแบบพราโนรามา ในวันที่ท้องฟ้าเป็นใจอาจมองเห็นได้ไกลถึงเทือกเขาแอลป์เลยทีเดียว

13. อาคารบีเอ็มดับเบิลยูเวลท์ (BMW Welt)

อีกหนึ่งแลนด์มาร์กของเมืองมิวนิค “อาคารบีเอ็มดับเบิลยูเวลท์” ตั้งอยู่ใกล้กับสำนักงานใหญ่ของบีเอ็มดับเบิลยูกรุ๊ป ( BMW Group) โดดเด่นด้วยอาคารทรงนาฬิกาทรายที่ตกแต่งด้วยกระจกรูปทรงเรขาคณิต ใกล้ๆ กันยังเป็นพื้นที่ของบีเอ็มดับเบิลยูสำนักงานใหญ่ (BMW Headquarter) และฐานการผลิต (BMW Group Plant) อีกด้วย นับเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวมิวนิกยอดนิยมที่คนรัก BMW ไม่ควรพลาดชม

14. บ้านเลนบาค (Lenbach House)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยสุดล้ำที่รวบรวมงานศิลปะร่วมสมัยจากศิลปินชาวเยอรมันในยุค 19 - 20 ที่มีชื่อเสียง อาทิ “เบลาเออไรเทอร์” (The Blue Rider) กลุ่มศิลปินสไตล์อิมเพรสชันนิสต์ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 100 ปีก่อน และศิลปินสาย “นิว อ็อบเจกทิวิตี” (New Objectivity) ที่เน้นภาพวาดแบบเรียบง่ายไร้สีสัน นอกจากนี้ยังมีงานศิลปะสมัยใหม่ให้นักเที่ยวสายศืลปะได้ชมอย่างจุใจ ภายในพิพิธภัณฑ์ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็น เป็นบ้านและสตูดิโอของ “ฟรานซ์ฟอนเลนบาค” (Franz von Lenbach) จิตรกรผู้โด่งดังในช่วงศตวรรษที่ 19

15. พิพิธภัณฑ์บีเอ็มดับเบิลยู (BMW Museum)

แหล่งรวบรวมนวัตกรรมยานยนต์ของแบรนด์ชั้นนำของโลก “BMW” โดดเด่นแปลกตาด้วยอาคารที่มีรูปถ้วยสีเงินขนาดใหญ่ที่มาในคอนเซปต์ “พายุหมุนกับทิวเมฆ” ออกแบบเป็นทรง Double Cone ภายในพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร จัดแสดงนิทรรศการโลกแห่งยนตรกรรม ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และยังมีคอลเลกชันพิเศษหาดูได้ยาก จัดแสดงให้แฟนพันธุ์แท้ BMW ได้ดูแบบครบๆ

นอกจากที่เที่ยวมิวนิกสวยงามน่าประทับใจแล้ว เมืองมากเสน่ห์แห่งนี้ยังมีเมนูขาหมู และเทศกาลเบียร์ที่โด่งดังที่สุดในโลก ไว้รอต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จองตั๋วเครื่องบินไปมิวนิกอีกด้วย ถ้าพร้อมแล้วเตรียมตัวไปจองตั๋วเครื่องบินกันได้เลย

อ่านต่อ: 

ที่พักยอดนิยมในมิวนิค

Novotel Muenchen Messe

Novotel Muenchen Messe
Novotel Muenchen Messe
Novotel Muenchen Messe
Novotel Muenchen Messe

+2

Novotel Muenchen Messe

ถ้ากำลังมองหาที่พักมิวนิคที่ได้มาตรฐานระดับอินเตอร์ ห้องพักกว้างขวาง นอนสบาย สะอาดเป๊ะ ต้องยกใจให้ Novotel Muenchen Messeเลย ที่นี่ตั้งอยู่ติดกับศูนย์การค้า Riem Arcaden และสถานีรถไฟฟ้า U-Bahn (U2) ทำให้การเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองไปเช็กอินตามสถานที่ท่องเที่ยวมิวนิคเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว แถมย่านนี้ยังมีความสงบ ไม่วุ่นวาย เหมาะสุดๆ สำหรับคนที่มาเที่ยวมิวนิคกับครอบครัว หรือคนที่ชอบความผ่อนคลายหลังจากเดินตะลุยเมืองมาทั้งวัน ตื่นเช้ามาทานอาหารเช้าอร่อยๆ ปลุกพลังก่อนออกไปลุยเที่ยวได้แบบแฮปปี้สุดๆ

Germany

Novotel Muenchen Messe

8.5/10

Munich

See Price

Rocco Forte The Charles Hotel

Rocco Forte The Charles Hotel
Rocco Forte The Charles Hotel
Rocco Forte The Charles Hotel
Rocco Forte The Charles Hotel

+2

Rocco Forte The Charles Hotel

Rocco Forte The Charles Hotel

ใครอยากให้รางวัลตัวเองด้วยทริป เที่ยวมิวนิคแบบ Luxury ขั้นสุด ต้องจัดที่ Rocco Forte The Charles Hotel เลย! โรงแรมหรูระดับ 5 ดาวที่ตั้งอยู่ริมสวน Botanical Garden บรรยากาศร่มรื่น สงบ และมีความเป็นส่วนตัวสูงมาก แต่ยังคงเดินทางสะดวกสุดๆ ดีไซน์ห้องพักตกแต่งได้อย่างโมเดิร์นคลาสสิก มาพร้อมกระจกบานใหญ่ให้เปิดรับวิวสวนสวยๆ ไฮไลท์เด็ดคือมีสปาและสระว่ายน้ำในร่มขนาดใหญ่ ให้เราได้กลับมาผ่อนคลายร่างกายหลังจากเดินเที่ยวรอบจัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ (Marienplatz) มาทั้งวัน บอกเลยว่าบริการระดับพรีเมียมจนไม่อยากเช็กเอาต์แน่นอน!

Germany

Rocco Forte The Charles Hotel

9.6/10

Munich

See Price

Wombat’s The City Hostel Munich Werksviertel

Wombat’s The City Hostel Munich Werksviertel
Wombat’s The City Hostel Munich Werksviertel
Wombat’s The City Hostel Munich Werksviertel
Wombat’s The City Hostel Munich Werksviertel

+2

Wombat’s The City Hostel Munich Werksviertel

สำหรับสายลุยที่อยากเซฟงบไว้กินเบียร์และเที่ยวที่เที่ยวมิวนิคต้องปักหมุดที่ Wombat’s The City Hostel สาขา Werksviertel เลย! ที่นี่ตั้งอยู่ในย่านสุดฮิปแห่งใหม่ของเมือง เต็มไปด้วยศิลปะ ร้านอาหารสุดเก๋ และบาร์เท่ๆ ตัวโฮสเทลตกแต่งสไตล์โมเดิร์น น่ารัก สะอาด และปลอดภัย มีให้เลือกทั้งห้องพักส่วนตัวและห้องนอนรวม เหมาะมากสำหรับสายเที่ยวชิลๆ คุมงบได้สบาย แถมยังมีพื้นที่ส่วนกลางให้ได้นั่งเล่น จิบเครื่องดื่ม และเม้าท์มอยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนเดินทางจากทั่วโลกอีกด้วย

Germany

Wombat’s The City Hostel Munich Werksviertel

Munich

See Price

วิธีการเดินทางไปมิวนิค

เครื่องบินลงสนามบินมิวนิก (Munich Airport - MUC): บินตรงหรือแวะพักมาลงที่สนามบินมิวนิก จากนั้นเดินไปขึ้นรถไฟชานเมือง S-Bahn (สาย S1 หรือ S8) ที่สถานีใต้สนามบิน (Flughafen München) วิ่งตรงเข้าสู่สถานีหลักใจกลางเมืองอย่าง Munich Hbf และ Marienplatz ได้ในเวลาประมาณ 40-45 นาทีเท่านั้น หรือใครมีสัมภาระเยอะ อยากนั่งยาวๆ สบายๆ จะเลือกใช้ Lufthansa Express Bus ก็สะดวกไม่แพ้กัน รถจอดรับหน้า Terminal 1 และ 2 วิ่งผ่านทางหลวง A9 ไปจอดที่สถานี Nordfriedhof และสุดสายที่ Munich Hbf ใช้เวลาประมาณ 45 นาที (รถออกทุก 20 นาที)
เดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูง (ICE) มาลงสถานี Munich Hbf: หากเพื่อน ๆ เดินทางมาจากเมืองอื่นในเยอรมนี (เช่น แฟรงก์เฟิร์ต หรือเบอร์ลิน) หรือประเทศเพื่อนบ้าน สามารถนั่งรถไฟความเร็วสูง ICE ของ Deutsche Bahn มาลงที่สถานี Munich Hbf ซึ่งตั้งอยู่บนถนน Arnulfstraße ใจกลางเมืองได้เลย จากจุดนี้สามารถเชื่อมต่อรถไฟฟ้าไปสถานที่ท่องเที่ยวมิวนิคอื่นๆ ได้ทันที
ขับรถยนต์ส่วนตัวหรือเช่ารถขับผ่านทางหลวงมอเตอร์เวย์ (Autobahn): สำหรับสาย Road Trip ที่ขับรถมาจากเมืองใกล้เคียง สามารถใช้ทางหลวงสายหลัก เช่น A9 (มาจากทางเหนือ/นูเรมเบิร์ก) หรือ A8 (มาจากทางตะวันตก/สตุตการ์ต) วิ่งเข้าสู่ตัวเมืองมิวนิคได้อย่างสะดวกเลย

อย่าปล่อยให้โปรหลุดมือ จองตั๋วเครื่องบินไปมิวนิค ราคาถูกชัวร์ที่ Traveloka

Fri, 2 Oct 2026

Thai Airways

Bangkok (BKK) to Munich (MUC)

Start from THB 15,229.29

Thu, 17 Sep 2026

Thai Airways

Bangkok (BKK) to Munich (MUC)

Start from THB 15,229.29

Tue, 29 Sep 2026

Lufthansa

Bangkok (BKK) to Munich (MUC)

Start from THB 25,430.10

วิธีการเดินทางในมิวนิค

รถไฟใต้ดิน (U-Bahn) ขนส่งหลักสายสีน้ำเงินครอบคลุมทั่วเมือง: เหมาะที่สุดสำหรับการเดินทางเที่ยวในตัวเมือง มีทั้งหมด 8 สาย (U1-U8) โดยมีจุดเชื่อมต่อใหญ่อยู่ที่สถานี Marienplatz (สาย U3/U6) สำหรับไปเช็กอินย่านเมืองเก่า และสถานี Sendlinger Tor (สาย U1/U2/U7/U8) หากจะไป พิพิธภัณฑ์ BMW ให้ขึ้นสาย U3 ลงที่สถานี Olympiazentrum หรือถ้าจะไปพระราชวังเรสซิเดนซ์มิวนิก ให้ลงสถานี Odeonsplatz
รถไฟชานเมือง (S-Bahn) เชื่อมต่อเขตเมืองเก่าและเขตรอบนอก: วิ่งบนดินและลอดใต้ดินผ่านแกนกลางเมือง (Stammstrecke) โดยสาย S1 ถึง S8 จะวิ่งผ่านสถานีหลักๆ ติดกัน เช่น Munich Hbf, Karlsplatz (Stachus), Marienplatz, และ Isartor เหมาะมากสำหรับใช้นั่งออกไปเที่ยว ที่เที่ยวใกล้มิวนิค หรือเดินทางไป-กลับสนามบิน
รถราง (Tram) นั่งชมวิวบนถนนสายสำคัญ: รถรางของมิวนิควิ่งบนถนนหลักทั่วเมือง เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากเดินขึ้นลงสถานีใต้ดิน เช่น รถราง สาย 16 และ 17 ที่วิ่งผ่านถนน Romanstraße ไปจอดลงที่หน้า พระราชวังนิมเฟนบวร์ก (Schloss Nymphenburg) หรือสาย 19 ที่วิ่งผ่านถนน Maximilianstraße สายช้อปปิ้งไฮเอนด์
รถประจำทาง (City Bus) เชื่อมต่อจุดท่องเที่ยวที่รถไฟเข้าไม่ถึง: ช่วยเก็บตกจุดเช็กอินย่านชุมชนหรือโซนธรรมชาติ เช่น รถบัสสาย 100 (Museumslinie) ที่วิ่งผ่านย่านพิพิธภัณฑ์บนถนน Gabelsbergerstraße โดยตรง หรือ รถบัสสาย 54 ที่ใช้นั่งไปลงใกล้ๆ ทางเข้าสวนอังกฤษ (Englischer Garten)
เดินเท้าเที่ยวชมย่านเมืองเก่า (Walking Tour): ย่านใจกลางเมืองมิวนิคตั้งแต่ประตูเมือง Karlstor บนถนนคนเดิน Neuhauser Straße ยาวไปจนถึง จัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ (Marienplatz) และ ตลาด Viktualienmarkt เป็นเขตปลอดรถยนต์ สามารถเดินเท้าเชื่อมถึงกันได้อย่างสบายๆ แถมได้ถ่ายรูปสถาปัตยกรรมสวยๆ ตลอดทางอีกด้วย

เที่ยวมิวนิค เดือนไหนดี?

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวมิวนิค คือ ช่วงเดือนกันยายน - ตุลาคม (ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีและงานเทศกาล) เนื่องจากสภาพอากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวจัดจนเกินไป พร้อมมีเทศกาลระดับโลกอย่าง Oktoberfest และช่วงเดือนธันวาคม (ฤดูหนาวและตลาดคริสต์มาส) ที่จะได้บรรยากาศเมืองเทพนิยายสุดโรแมนติก อย่างไรก็ตาม มิวนิค เป็นเมืองที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ซึ่งแต่ละฤดูก็มีเสน่ห์แตกต่างกันไปดังนี้

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม): ช่วงเวลาแห่งความสดชื่น อากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 5°C – 18°C ดอกไม้และต้นไม้ตามสถานที่ท่องเที่ยวมิวนิคเริ่มผลิใบสวยงาม ผู้คนไม่หนาแน่นเท่าฤดูร้อน เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเดินเที่ยวชิลๆ ถ่ายรูปกับสวนสวย เช่น สวนอังกฤษ (Englischer Garten) โดยไม่ชอบอากาศหนาวจัด
ฤดูร้อน (มิถุนายน - สิงหาคม): ช่วงเวลาที่เมืองคึกคักและสดใสที่สุด อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 15°C – 25°C กลางวันยาวนาน ทำให้มีเวลาเที่ยวต่อวันเยอะขึ้น ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวนิยมออกมานั่งจิบเบียร์ตาม Beer Garden กลางแจ้ง ออกไปเดินเล่นรอบจัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ (Marienplatz) หรือนั่งพักผ่อนริมแม่น้ำ Isar ถือเป็นช่วงยอดฮิตของสายกิจกรรมกลางแจ้ง
ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (กันยายน - พฤศจิกายน): ช่วงเวลาที่สวยงามและคึกคักที่สุดในรอบปี อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 5°C – 15°C ต้นไม้ทั่วเมืองจะเปลี่ยนเป็นสีส้ม เหลือง แดง สวยงามมากๆ ไฮไลท์เด็ดคือการจัดงานเทศกาลเบียร์ระดับโลก Oktoberfest (จัดช่วงปลาย ก.ย. - ต้น ต.ค.) ทำให้มิวนิค คึกคักเป็นพิเศษ ใครสายชิลชอบความบันเทิงและวัฒนธรรมท้องถิ่น ปักหมุดช่วงนี้ไว้ได้เลย!
ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์): ช่วงเวลาแห่งความโรแมนติกสไตล์เมืองเทพนิยาย อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ -2°C – 4°C มีหิมะตกปกคลุมเมือง ไฮไลท์สำคัญคือตลาดคริสต์มาส (Christmas Market) สุดยิ่งใหญ่บริเวณหน้าศาลาว่าการเมืองแถวจัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ (Marienplatz) รวมถึงโอกาสในการเดินทางไปชมปราสาทนอยชวานสไตน์ที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลนแบบฟินๆ

ตารางสรุปการเที่ยวมิวนิคตามฤดูกาล

ฤดูกาลช่วงเดือนสภาพอากาศ / อุณหภูมิไฮไลท์และบรรยากาศน่าเที่ยว
ฤดูใบไม้ผลิมี.ค. - พ.ค.เย็นสบาย (5°C - 18°C)ดอกไม้เริ่มผลิใบ คนไม่เยอะ เดินเที่ยวชมเมืองชิลๆ
ฤดูร้อนมิ.ย. - ส.ค.อบอุ่น กลางวันยาว (15°C - 25°C)นั่ง Beer Garden กลางแจ้ง กิจกรรมกลางแจ้งคึกคัก
ฤดูใบไม้เปลี่ยนสีก.ย. - พ.ย.เย็นสบาย (5°C - 15°C)ใบไม้เปลี่ยนสีสวยงาม และเทศกาลเบียร์ Oktoberfest
ฤดูหนาวธ.ค. - ก.พ.หนาวเย็น มีหิมะ (-2°C - 4°C)ตลาดคริสต์มาสสุดโรแมนติก และวิวหิมะตามปราสาท

เคล็ดลับการเที่ยวมิวนิค

พกเงินสด (Euro) ติดตัวไว้เสมอ: แม้ระบบจ่ายเงินจะทันสมัย แต่ร้านค้าเล็กๆ แผงขายของในตลาด และโรงเบียร์ดั้งเดิมบางแห่งยังคงรับเฉพาะเงินสด
วางแผนรับมือวันอาทิตย์: ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าส่วนใหญ่ในมิวนิค จะปิดทำการทุกวันอาทิตย์ (ยกเว้นร้านอาหารและพิพิธภัณฑ์) แนะนำให้ซื้อของกินของใช้ตุนไว้ตั้งแต่วันเสาร์
ซื้อบัตรตั๋วเดินทางแบบ Group/Day Ticket: หากเดินทาง 2–5 คน การซื้อบัตร Group Day Ticket หรือ CityTourCard จะคุ้มค่ากว่าซื้อตั๋วเดี่ยวมาก เพราะใช้นั่งรถไฟใต้ดิน U-Bahn, S-Bahn, Tram และ Bus ได้ไม่จำกัดเที่ยวตลอดทั้งวัน
จัดรูทเที่ยวโซนเดียวกันในวันเดียว: วางทริปตามย่านเพื่อเซฟเวลาเดินทาง เช่น รวบตึงวันเดียวเที่ยวโซนเหนือ เริ่มจากไปเดินชิลรับลมที่ โอลิมปิกพาร์ก มิวนิค แล้วแวะไปชมยนตรกรรมสุดเท่ต่อได้ทันทีที่ พิพิธภัณฑ์ BMW
พิพิธภัณฑ์ถูกพิเศษในวันอาทิตย์: พิพิธภัณฑ์ชื่อดังหลายแห่งในเมือง เช่น พิพิธภัณฑ์ศิลปะเก่า (Alte Pinakothek) หรือ พิพิธภัณฑ์ศิลปะสมัยใหม่ (Pinakothek der Moderne) จะลดค่าเข้าชมเหลือเพียง 1 ยูโรในวันอาทิตย์
เผื่อเวลา 1 วันเต็มสำหรับทริปนอกเมือง: ถ้ามาเที่ยวมิวนิค แล้วอยากเห็นภาพเมืองเทพนิยาย ควรเผื่อเวลาทำ Day Trip ออกไปเช็กอินที่เที่ยวใกล้มิวนิค ยอดฮิตอย่างปราสาทนอยชวานสไตน์ ซึ่งสามารถนั่งรถไฟหรือซื้อทัวร์แบบเช้าเย็นกลับได้สบายๆ
คืนขวดเอาเงินคืนด้วยระบบ Pfand: ซื้อน้ำดื่มหรือเครื่องดื่มขวดพลาสติก/กระป๋องมาแล้ว อย่าเพิ่งรีบทิ้งขวดนะ! ให้ลองสังเกตสัญลักษณ์ Pfand บนขวด เพราะเราสามารถนำขวดเปล่าไปหยอดคืนที่ตู้รับคืนอัตโนมัติซูเปอร์มาร์เก็ต เพื่อรับเงินมัดจำคืนได้ประมาณ 0.15–0.25 ยูโรต่อขวด ถือเป็นกิมมิครักโลกที่ได้เงินคืนไว้หยอดกระปุกเที่ยวต่อเพลินๆ

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวมิวนิค

Q: เที่ยวมิวนิคต้องขอวีซ่าไหม?

A: ต้องขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ผ่านศูนย์ยื่นวีซ่าประเทศเยอรมนีล่วงหน้า โดยสามารถใช้เดินทางท่องเที่ยวในเยอรมนีและกลุ่มประเทศเชงเก้นได้ยาวๆ สูงสุดถึง 90 วัน

Q: เดินทางจากสนามบินมิวนิกเข้าตัวเมืองยังไงดีที่สุด?

A: วิธีที่สะดวกที่สุดคือนั่งรถไฟชานเมือง S-Bahn (สาย S1 หรือ S8) จากสถานีใต้สนามบิน เข้าสู่สถานีหลักใจกลางเมืองอย่าง Munich Hbf หรือ Marienplatz ได้ในเวลาประมาณ 40-45 นาที

Q: เที่ยวมิวนิคควรเตรียมงบประมาณเท่าไหร่ดี?

A: ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสำหรับการกิน เที่ยว และเดินทางในมิวนิค จะอยู่ที่ประมาณ 50 – 150 ยูโร/คน/วัน (หรือประมาณ 2,000 – 6,000 บาท/คน/วัน) ขึ้นอยู่กับสไตล์การกินและการเข้าชมสถานที่ต่างๆ หากเลือกซื้อตั๋วเดินทางแบบ Day Ticket และใช้ระบบ Pfand นำขวดเปล่าไปหยอดคืนเอาเงินมัดจำ ก็จะช่วยเซฟงบรายวันได้พอตัวเลย

Q: ไปเที่ยวมิวนิคช่วงไหนดีที่สุด?

A: ช่วงเดือนกันยายน - ตุลาคม ดีที่สุดเพราะอากาศกำลังเย็นสบาย ได้ชมใบไม้เปลี่ยนสี และมีเทศกาลระดับโลกอย่าง Oktoberfest แต่ถ้าชอบฟีลเมืองหิมะโรแมนติกแนะนำช่วงเดือนธันวาคม

Q: ไปเที่ยวมิวนิคต้องเตรียมตัวเรื่องการแต่งตัวยังไง?

A: แนะนำให้แต่งตัวแบบเลเยอร์ (Layering) สวมเสื้อผ้าที่ถอดเข้า-ออกง่าย หากไปช่วงฤดูหนาว (ธ.ค.-ก.พ.) ต้องเตรียมเสื้อโค้ทกันลมและลองจอนให้พร้อม ส่วนฤดูร้อนแต่งตัวสบายๆ แบบบ้านเราได้เลย แต่ควรพกเสื้อแจ็กเก็ตกันลมติดไว้สักตัว

Q: ร้านค้าในมิวนิคเปิดรับบัตรเครดิตไหม หรือต้องพกเงินสดเท่าไหร่?

A: แม้บัตรเครดิตจะใช้ได้แพร่หลาย แต่ร้านค้าเล็กๆ แผงขายของในตลาดและโรงเบียร์ดั้งเดิมบางแห่งยังคงรับเฉพาะเงินสด แนะนำให้พกเงินสดติดตัวไว้ประมาณ 30–50 ยูโร/วัน

Hotels
Flights
Things to Do
Always Know the Latest Info
Subscribe to our newsletter for more travel & lifestyle recommendations and exciting promos.
Subscribe