10 ที่เที่ยวลาสเวกัส (Las Vegas) แสงสีสุดอลัง พร้อมที่พักแนะนำ [2026]

รวม 10 ที่เที่ยวลาสเวกัส (Las Vegas) แลนด์มาร์กดัง จุดเช็กอินห้ามพลาด พร้อมแนะนำที่พัก วิธีเดินทาง ช่วงน่าเที่ยว และเคล็ดลับเที่ยวครบในที่เดียว
Traveloka TH
6 min read
ที่เที่ยวลาสเวกัส (Las Vegas)

ถ้าพูดถึงลาสเวกัส (Las Vegas) หลายคนน่าจะนึกถึงเมืองแห่งแสงสี คาสิโนสุดอลังการ และความคึกคักที่เหมือนเปิดโหมดสนุกกันตลอดทั้งคืน แต่จริง ๆ แล้ว Las Vegas มีอะไรให้น่าเที่ยวมากกว่านั้นเยอะ ทั้งแลนด์มาร์กสุดไอคอนิก จุดชมวิวเมืองมุมสูง โชว์แสงสีสุดตระการตา ไปจนถึงธรรมชาติสวย ๆ รอบเมือง เรียกว่าไม่ว่าจะเป็นสายถ่ายรูป สายช้อป สายกิน หรือสายเที่ยวธรรมชาติก็จัดทริปให้เข้ากับสไตล์ตัวเองได้

ใครกำลังวางแพลนเที่ยวลาสเวกัส แต่ยังไม่รู้ว่าลาสเวกัสเที่ยวไหนดี บทความนี้รวม 10 ที่เที่ยวลาสเวกัสที่น่าไปเช็กอินมาให้แล้ว พร้อมแนะนำที่พัก วิธีเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว และทริคเตรียมตัวแบบครบ ๆ ส่วนใครพร้อมจัดทริป ก็สามารถค้นหาและจองตั๋วเครื่องบินไปเวกัสและที่พัก ผ่าน Traveloka ได้ในที่เดียว เตรียมทริปให้พร้อม แล้วไปดูกันเลยว่าที่เที่ยวลาสเวกัส มีที่ไหนบ้างที่ควรปักหมุดไว้!

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวลาสเวกัสใน 1 นาที

10 จุดเช็กอินยอดฮิตทั่วเมือง: ครอบคลุมทั้งแลนด์มาร์กสุดไอคอนิกบนถนน Las Vegas Strip อย่างการชมวิวมุมสูงที่ The STRAT Tower และ High Roller, โชว์แสงสีสุดตระการตาที่ Bellagio Fountains และ Sphere Las Vegas, บรรยากาศเวนิสจำลองที่ The Venetian, ป้ายเรโทรตำนาน Welcome to Fabulous Las Vegas Sign, ถนนไฟนีออนคลาสสิก Fremont Street Experience ในย่าน Downtown ไปจนถึงธรรมชาติยิ่งใหญ่รอบเมืองอย่าง Red Rock Canyon, Hoover Dam และ Zion National Park
การเดินทางสะดวกสบาย: จากไทยต่อเครื่องบินลงสนามบิน Harry Reid International Airport (LAS) แล้วนั่ง Taxi หรือ Uber/Lyft เข้าตัวเมืองเพียง 10–15 นาที การเดินทางตามแนว Strip ใช้ Las Vegas Monorail หรือ รถบัส Deuce on the Strip ที่วิ่ง 24 ชั่วโมงได้สะดวกสุดๆ หรือจะเช่ารถขับสำหรับจัด Road Trip ไปที่เที่ยวใกล้เคียงก็ยืดหยุ่น
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: เดือนมีนาคม – พฤษภาคม (ฤดูใบไม้ผลิ) และ กันยายน – พฤศจิกายน (ฤดูใบไม้ร่วง) อากาศกำลังดี อุ่นสบาย ไม่ร้อนจัด เดินเที่ยว Strip และออกทริปธรรมชาติได้เพลินที่สุด ส่วนช่วงฤดูหนาว (ธ.ค. – ก.พ.) อากาศเย็นสบาย กลางคืนค่อนข้างหนาว
ทริคเที่ยวแบบมือโปร: วางแพลนเที่ยว 3–4 วันกำลังดี, แบ่งสถานที่เที่ยวบน Strip ออกเป็นโซนเพื่อประหยัดเวลาเดิน, สลับเข้าที่เที่ยวฟรีกับกิจกรรมเสียเงินเพื่อคุมงบ, จองตั๋วโชว์หรือคอนเสิร์ตล่วงหน้า, พกรองเท้าที่เดินสบาย ครีมกันแดด น้ำดื่ม และอย่าลืมตรวจสอบค่าธรรมเนียม Resort Fee ก่อนจองโรงแรม

10 ที่เที่ยวลาสเวกัส น่าไปเช็กอิน

1. หอคอย The STRAT Tower

อยากเริ่มทริปเที่ยวลาสเวกัสด้วยการมองเมืองจากมุมสูงแบบสุดสายตา ต้องขึ้นไปที่ The STRAT Tower แลนด์มาร์กเด่นทางตอนเหนือของ Las Vegas Strip ที่มีความสูงประมาณ 350 เมตร และถือเป็นหอชมวิวที่สูงที่สุดในสหรัฐฯ

ขึ้นมาด้านบนแล้วจะได้เห็นวิวลาสเวกัส แบบ 360 องศา ตั้งแต่แนวตึกบน Strip ไปจนถึงภูเขาและทะเลทรายที่ล้อมรอบเมือง แนะนำให้มาช่วงเย็นแล้วอยู่ต่อจนฟ้ามืด จะได้ดูเมืองค่อย ๆ เปลี่ยนจากวิวกลางวันมาเป็นแสงไฟนีออนตอนกลางคืนแบบเต็มตา ส่วนสายหวาดเสียว ด้านบนยังมีกิจกรรมอย่าง Big Shot และ SkyJump ให้ลองวัดใจกันด้วย ใครชอบวิวสูง ๆ หรือกิจกรรมทำมันส์ ๆ ที่นี่น่าใส่ไว้ในลิสต์เลย

เวลาเปิด-ปิด: 

วันจันทร์ – พฤหัสบดี เปิดเวลา 12.00 – 01.00 น. 
วันศุกร์ – อาทิตย์ เปิดเวลา 10.00 – 01.00 น. 
เครื่องเล่นหวาดเสียวจะเปิดให้บริการประมาณ 14.00 น. หรือ 12.00 น. ในวันเสาร์-อาทิตย์

ค่าเข้าชม: มีค่าเข้าชม Observation Deck (เริ่มต้นประมาณ $20–$30) ส่วนเครื่องเล่นและ SkyJump คิดค่าบริการแยกต่างหาก

2. Fremont Street Experience

Credit: visitlasvegas.com

ถ้า Las Vegas Strip คือเวกัสเวอร์ชันหรูหราและอลังการ Fremont Street ก็คือเวกัสสายคลาสสิกที่เต็มไปด้วยไฟนีออน เสียงเพลง และบรรยากาศสนุก ๆ แบบแทบไม่เคยหลับ ที่นี่ตั้งอยู่ใน Downtown Las Vegas และเป็นหนึ่งในย่านที่เหมาะมากสำหรับคนอยากสัมผัสอีกมุมของเมืองนอกเหนือจาก Strip

ไฮไลต์ที่เห็นแล้วรู้ทันทีว่ามาถึงคือ Viva Vision หลังคาจอ LED ขนาดยักษ์ที่ทอดยาวเหนือถนน พร้อมการแสดงแสงสีและดนตรีตลอดช่วงค่ำ รอบ ๆ ยังมีเวทีแสดงสด ศิลปินข้างถนน ร้านอาหาร บาร์ และคาสิโนระดับตำนานอย่าง Golden Nugget ใครอยากเพิ่มความตื่นเต้นก็มี SlotZilla Zipline ให้โหนตัวผ่านเหนือถนนกันอีก ถือเป็นที่เที่ยวลาสเวกัส กลางคืนที่บรรยากาศต่างจาก Strip แต่สนุกไม่แพ้กันเลย

เวลาเปิด-ปิด: พื้นที่ถนนเปิดให้เดินชมได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน

การแสดงแสงสี Viva Vision: จัดแสดงทุกคืน ตั้งแต่เวลา 18.00 – 02.00 น. (โชว์จะฉายทุกๆ ต้นชั่วโมง ครั้งละประมาณ 6–8 นาที)
เครื่องเล่น SlotZilla Zipline: เปิดให้บริการ วันจันทร์ – พฤหัสบดี เวลา 16.00 – 01.00 น. / วันศุกร์ – อาทิตย์ เวลา 12.00 – 02.00 น.

ค่าเข้าชม: ฟรีสำหรับการเดินชมพื้นที่และการแสดงแสงสี Viva Vision (ส่วน SlotZilla Zipline มีค่าบริการเริ่มต้นประมาณ $49–$69)

3. ชิงช้าสวรรค์ High Roller

อยากดู Las Vegas จากมุมสูง แต่ไม่อยากเล่นอะไรหวาดเสียวเกินไป ลองขึ้น High Roller ที่ The LINQ Promenade ได้เลย ชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์แห่งนี้สูงประมาณ 167 เมตร และใช้เวลาหมุนครบหนึ่งรอบประมาณ 30 นาที เรียกว่ามีเวลาให้ยืนชมวิว ถ่ายรูป และมองหาแลนด์มาร์กดัง ๆ กันแบบไม่ต้องรีบ

แต่ถ้าจะเลือกเวลา แนะนำให้ขึ้นหลังพระอาทิตย์ตก เพราะวิว Las Vegas Strip ตอนเปิดไฟพร้อมกันทั้งเมืองสวยกว่าเดิมไปอีกระดับ มองลงมาเห็นทั้งโรงแรม คาสิโน และแสงสีทอดยาวไปตาม Strip พอลงจากชิงช้าสวรรค์แล้วก็เที่ยวต่อที่ The LINQ Promenade ได้เลย เพราะด้านล่างมีทั้งร้านอาหาร ร้านค้า และแหล่งความบันเทิงให้เดินเล่นต่อยาว ๆ

เวลาเปิด-ปิด: 

วันจันทร์ – พฤหัสบดี เปิดเวลา 12.00 – 00.00 น. 
วันศุกร์ – อาทิตย์ เปิดเวลา 12.00 – 02.00 น. 
รอบสุดท้ายจะเปิดรับคนก่อนเวลาปิด 30 นาที

ค่าเข้าชม: มีค่าเข้าชม (ราคาบัตรช่วงกลางวันเริ่มต้นประมาณ $29 และช่วงกลางคืน/หลังพระอาทิตย์ตกราคาจะสูงขึ้นเล็กน้อย)

4. Red Rock Canyon National Conservation Area

เที่ยวแสงสีมาหลายวันแล้ว อยากเปลี่ยนบรรยากาศออกไปเจอธรรมชาติบ้าง ลองขับรถออกจากตัวเมืองประมาณครึ่งชั่วโมงก็จะเจอกับ Red Rock Canyon อีกหนึ่งที่เที่ยวใกล้ลาสเวกัส ที่เหมือนได้หลุดมาอยู่อีกโลก เพราะจากตึกสูงและป้ายไฟจะเปลี่ยนเป็นภูเขาหินสีแดงขนาดใหญ่กับวิวทะเลทรายกว้างสุดสายตา

วิธีเที่ยวแบบง่าย ๆ คือขับรถตามเส้นทาง Scenic Drive ระยะทางประมาณ 13 ไมล์ ซึ่งมีจุดให้แวะชมวิวและถ่ายรูปหลายแห่ง แต่ถ้ามีเวลาและอยากใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้น ที่นี่ก็มีเส้นทาง Hiking ให้เลือกตั้งแต่ระดับเดินสบาย ๆ ไปจนถึงเส้นทางสำหรับสายลุย รวมถึงเป็นจุดปีนผาที่ได้รับความนิยมด้วย ใครกำลังหาที่เที่ยวลาสเวกัสที่ได้พักจากความคึกคักของเมืองสักครึ่งวันหรือหนึ่งวัน ที่นี่เหมาะมาก!

เวลาเปิด-ปิด: 

Scenic Drive (เส้นทางขับรถชมวิว): เปิดทุกวันตั้งแต่ 06.00 น. จนถึงเวลาพระอาทิตย์ตกดิน (เวลาปิดเปลี่ยนไปตามฤดูกาล)
Visitor Center: เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 16.30 น.

ค่าเข้าชม: รถยนต์ส่วนบุคคล $20/คัน ( หมายเหตุ: ช่วงวันที่ 1 ต.ค. – 31 พ.ค. ต้องทำการจองคิวเข้าชม Timed Entry Reservation ล่วงหน้าทางออนไลน์ด้วย)

5. Zion National Park

ถ้ามีเวลาเพิ่มอีกหนึ่งวันและอยากออกไปเจอธรรมชาติแบบอลัง ๆ ลองปักหมุด Zion National Park ไว้ได้เลย แม้จะไม่ได้อยู่ในลาสเวกัสโดยตรง แต่สามารถขับรถจากเมืองไปประมาณ 2.5–3 ชั่วโมง จึงเป็นอีกหนึ่งทริปยอดนิยมสำหรับคนที่อยากออกไปเที่ยวธรรมชาติระหว่างทริปลาสเวกัส อเมริกา

เสน่ห์ของ Zion คือหน้าผาหินทราย Navajo สีแดง ส้ม และครีมที่ตั้งสูงล้อมหุบเขา ยิ่งช่วงเช้าหรือเย็นที่แสงแดดตกกระทบ สีของภูเขายิ่งสวยขึ้นไปอีก ภายในมีเส้นทางเดินป่าให้เลือกหลายระดับ ตั้งแต่ Riverside Walk ที่เดินค่อนข้างง่าย ไปจนถึงเส้นทางดังอย่าง The Narrows ส่วน Angels Landing เหมาะกับสายลุยและต้องมี Permit สำหรับส่วนที่กำหนด ใครมีเวลามากพอนี่ก็เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวใกล้ลาสเวกัส ที่แตกต่างจากแสงสีในเมืองแบบสุดขั้ว Zion คุ้มกับการออกเดินทางแน่นอน

เวลาเปิด-ปิด: ตัวอุทยานเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง ตลอดทั้งปี

Zion Canyon Visitor Center: เปิดทุกวัน โดยทั่วไปเวลา 08.00 – 17.00 น. (อาจขยายเวลาเป็น 19.00 น. ในช่วงฤดูร้อน)
รถรับส่ง Park Shuttle: ให้บริการตามฤดูกาล (ช่วงมีนาคม – พฤศจิกายน) โดยรถคันแรกเริ่มวิ่งประมาณ 06.00 น. และคันสุดท้ายออกจากหุบเขาประมาณ 19.15 – 20.15 น.

ค่าเข้าชม: รถยนต์ส่วนบุคคล $35/คัน (บัตรใช้ได้ต่อเนื่อง 7 วัน)

6. เขื่อน Hoover Dam

ไปกันต่อกับอีกหนึ่งที่เที่ยวใกล้ลาสเวกัสที่เดินทางไม่ไกลและเที่ยวได้แบบครึ่งวันคือ Hoover Dam เขื่อนคอนกรีตขนาดใหญ่บนแม่น้ำ Colorado ซึ่งตั้งอยู่บริเวณพรมแดนระหว่างรัฐ Nevada และ Arizona และอยู่ห่างจาก Las Vegas ราว 30 ไมล์เท่านั้น

ความน่าสนใจไม่ได้มีแค่ขนาดของเขื่อน แต่ยังอยู่ที่เรื่องราวการก่อสร้างในช่วงทศวรรษ 1930 ซึ่งในสมัยนั้นการสร้างเขื่อนในสภาพแวดล้อมระหว่างช่องเขาไม่ใช่เรื่องง่าย ทำให้ Hoover Dam กลายเป็นหนึ่งในผลงานวิศวกรรมทางด้านวิศวกรรมโยธาสำคัญของสหรัฐฯ มาถึงแล้วสามารถเดินชมวิวจากด้านบน มองลงไปเห็นแม่น้ำ Colorado และ Lake Mead หรือแวะไปยัง Mike O'Callaghan–Pat Tillman Memorial Bridge เพื่อชมตัวเขื่อนจากมุมกว้างก็สวยไปอีกแบบ ใครอยากรู้ลึกขึ้นก็มีทัวร์พาเข้าไปชมพื้นที่ภายในและเรียนรู้ระบบการทำงานของเขื่อนด้วย

เวลาเปิด-ปิด: 

พื้นที่เขื่อน (Hoover Dam Access/Property): เปิดทุกวัน เวลา 05.00 – 21.00 น.
Visitor Center & ทัวร์ชมเขื่อน: เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. (ขายตั๋วทัวร์รอบสุดท้ายเวลา 15.45–16.10 น. / ปิดให้บริการในวันขอบคุณพระเจ้าและวันคริสต์มาส)

ค่าเข้าชม: 

การขับรถข้ามเขื่อนหรือเดินชมวิวด้านนอกฟรี มีค่าจอดรถ $10
ตั๋วเข้า Visitor Center และทัวร์ชมโรงไฟฟ้า/ภายในเขื่อน ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ $15 – $40 

7. น้ำพุ Bellagio Fountains

มาถึงลาสเวกัสแล้วไม่ได้แวะดู Bellagio Fountains ก็คงรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปนิดหนึ่ง เพราะน้ำพุหน้าโรงแรม Bellagio แห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในภาพจำของเมืองเลยก็ว่าได้ ไฮไลต์คือการแสดงน้ำพุที่ขยับไปตามจังหวะเพลง ยิ่งมาช่วงกลางคืนที่ไฟบน Las Vegas Strip เริ่มสว่าง บรรยากาศยิ่งสวยและโรแมนติกขึ้นไปอีก

ที่ถูกใจสายประหยัดคือดูฟรี! ใครกำลังมองหาที่เที่ยวลาสเวกัส ฟรี สามารถแวะมารอดูโชว์แล้วเดินเล่นต่อบน Strip ได้เลย แนะนำให้มาช่วงค่ำ เพราะนอกจากอากาศจะสบายกว่าตอนกลางวันแล้ว ยังได้เห็นแสงสีรอบ ๆ แบบเต็มที่ด้วย

เวลาเปิด-ปิด: 

วันจันทร์ – ศุกร์: แสดงทุก 30 นาที (เวลา 15.00 – 18.30 น.) และแสดงทุก 15 นาที (เวลา 19.00 – 00.00 น.)
วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์: แสดงทุก 30 นาที (เวลา 12.00 – 18.30 น.) และแสดงทุก 15 นาที (เวลา 19.00 – 00.00 น.)

ค่าเข้าชม: ฟรี

8. Sphere Las Vegas

ใครเล่นโซเชียลบ่อย ๆ น่าจะเคยเห็นลูกบอลยักษ์ที่เดี๋ยวกลายเป็นลูกโลก เดี๋ยวเป็นดวงตา หรือเปลี่ยนเป็นกราฟิกแปลก ๆ เต็มฟีดกันมาบ้างแล้ว นั่นก็คือ Sphere Las Vegas แลนด์มาร์กยุคใหม่ที่เห็นครั้งแรกก็ต้องมีหยุดมองกันบ้าง

ความสนุกของที่นี่คือด้านนอกอาคารถูกหุ้มด้วยจอ LED ขนาดมหึมาที่เปลี่ยนภาพไปเรื่อย ๆ ส่วนด้านในเป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตและ Immersive Experience ที่เน้นภาพและเสียงแบบจัดเต็ม ถ้ายังไม่อยากซื้อตั๋วเข้าไปด้านใน แค่หาโลเคชั่นดี ๆ ถ่ายรูปกับ Sphere จากด้านนอกก็สนุกแล้ว โดยเฉพาะหลังพระอาทิตย์ตกที่ตัวอาคารสว่างเด่นขึ้นมาท่ามกลางเมือง เหมาะมากสำหรับคนที่กำลังตามหาจุดถ่ายรูปในเวกัสสวยๆ 

เวลาเปิด-ปิด: 

ไฟ LED แสดงด้านนอกอาคาร (Exosphere): เปิดแสดงไฟตลอดทั้งวันและคืน (จะส่องสว่างจัดเต็มที่สุดช่วงหลังพระอาทิตย์ตกจนถึงเที่ยงคืน)
ภายในอาคาร (สำหรับเข้าชมโชว์/คอนเสิร์ต): เวลาเปิดขึ้นอยู่กับรอบการแสดงที่จองไว้ (โดยทั่วไปประตูจะเปิดล่วงหน้าประมาณ 45–60 นาทีก่อนเวลาแสดง)

ค่าเข้าชม: ชมด้านนอกฟรี / การเข้าชมโชว์ภายในอาคาร (เช่น The Sphere Experience / Postcard from Earth) มีค่าตั๋วเริ่มต้นประมาณ $79–$99+ 

9. ป้าย Welcome to Fabulous Las Vegas

อีกหนึ่งรูปที่ต้องมีติดโทรศัพท์กลับบ้านก็คือรูปคู่กับป้าย Welcome to Fabulous Las Vegas ป้ายเรโทรสีสันสดใสที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวมาตั้งแต่ปี 1959 และกลายเป็นสัญลักษณ์ของลาสเวกัส อเมริกาไปเรียบร้อยแล้ว

ถึงจะเป็นแค่ป้าย แต่บอกเลยว่าคนต่อคิวถ่ายรูปกันไม่น้อย โดยเฉพาะช่วงกลางวันและเย็น ถ้าเป็นการเที่ยวลาสเวกัสครั้งแรกแนะนำให้หาเวลาแวะมาสักครั้ง จะมาเช้า ๆ เพื่อหลบคน หรือมาช่วงกลางคืนตอนป้ายเปิดไฟก็ได้คนละฟีล ที่สำคัญคือถ่ายฟรี เหมาะกับการแวะเก็บภาพก่อนออกเที่ยวต่อทางตอนใต้ของ Strip

เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน (ป้ายจะเปิดไฟสว่างไสวสวยงามตลอดทั้งคืน)

ค่าเข้าชม: ฟรี (มีลานจอดรถให้บริการฟรีบริเวณเกาะกลางถนน)

10. The Venetian Las Vegas

ขอพาไปปิดท้ายกับพิกัดที่เหมือนได้ไปเที่ยวเวนิส แต่ทริปนี้บินมาอเมริกา The Venetian Las Vegas  ที่นี่จำลองกลิ่นอายของเมืองเวนิสมาไว้กลาง Las Vegas Strip ทั้งคลอง สะพาน อาคารสไตล์อิตาเลียน ไปจนถึงเรือกอนโดลาที่ล่องผ่านกลางรีสอร์ต

ด้านในยังมี Grand Canal Shoppes ที่เดินเพลินมาก ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และเพดานที่ออกแบบให้เหมือนท้องฟ้า ถ้าอยากเพิ่มความโรแมนติกขึ้นอีกหน่อยก็ลองนั่ง Gondola Ride พร้อมฟังเสียงร้องเพลงจากคนพายเรือ บอกเลยว่าเป็นประสบการณ์ที่ค่อนข้างหลุดจากภาพลาสเวกัสแบบคาสิโนที่หลายคนคุ้นเคย ใครยังคิดไม่ออกว่า ลาสเวกัส มีอะไรน่าเที่ยว ที่นี่ถือเป็นอีกจุดที่เดินเล่นได้ยาว ๆ แบบไม่เบื่อเลย

ตัวโรงแรม คาสิโน และ Grand Canal Shoppes: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดให้บริการประมาณ 10.00 – 23.00 น. หรือ 00.00 น. ในวันศุกร์-เสาร์)
ล่องเรือกอนโดลา (Gondola Rides): Indoor Gondola (ในร่ม) เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 23.00 น.  ส่วนOutdoor Gondola (กลางแจ้ง): เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 22.00 น. (อาจปิดให้บริการหากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย)

ค่าเข้าชม: เดินชมสถาปัตยกรรมและบรรยากาศฟรี / ตั๋วนั่งเรือกอนโดลาราคาเริ่มต้นประมาณ $34–$39 ต่อคน

ที่พักยอดนิยมในลาสเวกัส

เที่ยวเมืองที่คึกคักแทบตลอด 24 ชั่วโมงแบบนี้ เลือกที่พักลาสเวกัส ให้ทำเลดีไว้ก่อนช่วยให้ทริปง่ายขึ้นเยอะ โดยเฉพาะโรงแรมแถว Las Vegas Strip ที่รายล้อมด้วยร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง และแลนด์มาร์กดังหลายแห่ง ใครกำลังเลือกที่พัก ลองดู 3 ตัวเลือกนี้ได้เลย มีตั้งแต่โรงแรมยอดนิยม สายหรู ไปจนถึงที่พักคุมงบ

Bellagio Las Vegas 

ถ้าอยากพักใจกลางความเป็นลาสเวกัส แบบเปิดประตูออกมาก็เจอแสงสีและแลนด์มาร์กดัง ๆ รอบตัว Bellagio Las Vegas เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก จุดเด่นคือทำเลใจกลาง Strip และมี Bellagio Fountains อยู่หน้าโรงแรม บรรยากาศด้านในหรูแต่ยังคึกคัก มีทั้งร้านอาหาร สระว่ายน้ำ สปา และ Bellagio Conservatory & Botanical Gardens ให้เดินเล่นแบบไม่ต้องออกจากโรงแรม ส่วนโลเคชั่นก็สะดวกสำหรับสายเที่ยว เหมาะกับคนที่อยากพักในทำเลกลาง ๆ แล้วออกไปเก็บที่เที่ยวลาสเวกัส ได้ง่ายทั้งกลางวันและกลางคืน

Wynn Las Vegas 

ใครอยากให้ทริปเวกัสครั้งนี้มีความพิเศษขึ้นอีกระดับ ลองมอง Wynn Las Vegas ไว้เลย เพราะตั้งแต่ก้าวเข้ามาก็ได้บรรยากาศหรูแบบจัดเต็ม ทั้งการตกแต่ง ห้องพักกว้าง วิวเมือง สระว่ายน้ำ และร้านอาหารหลายสไตล์ เหมาะกับวันไหนที่อยากพักชิล ๆ อยู่ในโรงแรมโดยไม่ต้องรีบออกเที่ยว ส่วนทำเลอยู่ทางเหนือของ Las Vegas Strip ใกล้ Fashion Show Mall และเดินทางไป The Venetian รวมถึง Sphere Las Vegas ได้สะดวก เป็นตัวเลือกที่เข้าทางสายพักผ่อนที่อยากได้ทั้งความหรูและโลเคชั่นดีในทริปเดียว

Excalibur Hotel & Casino

สายคุมงบแต่ยังอยากพักบน Strip ลองเช็ก Excalibur Hotel & Casino โรงแรมธีมปราสาทที่เห็นอาคารสีสันสดใสมาแต่ไกล บรรยากาศจะสนุกและเป็นกันเองกว่าสองแห่งแรก ภายในมีทั้งห้องพัก ร้านอาหาร สระว่ายน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบ เหมาะกับคนที่วางแผนออกเที่ยวเป็นหลักแล้วกลับมาพักสบาย ๆ ตอนจบวัน ที่สำคัญคือทำเลอยู่ทางใต้ของ Strip ใกล้ New York-New York โรงแรมธีมนิวยอร์ก, MGM Grand รีสอร์ตและศูนย์รวมความบันเทิงขนาดใหญ่ รวมถึง Luxor โรงแรมทรงพีระมิดอันเป็นเอกลักษณ์ จึงเดินทางไปเที่ยวต่อได้ง่าย ถือเป็นอีกตัวเลือกสำหรับคนที่อยากประหยัดค่าที่พัก แล้วเก็บงบไว้กิน ช้อป และทำกิจกรรมใน Las Vegas ให้เต็มที่

วิธีการเดินทางไปลาสเวกัส

สำหรับนักท่องเที่ยวจากไทย การเดินทางไปลาสเวกัส (Las Vegas) วิธีที่สะดวกที่สุดคือบินไปลงที่ Harry Reid International Airport (LAS) สนามบินหลักของเมืองที่อยู่ใกล้ Las Vegas Strip มาก แต่ปัจจุบันยังไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ จึงต้องต่อเครื่องอย่างน้อย 1 ครั้ง

เครื่องบินจากกรุงเทพฯ: สามารถออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) แล้วต่อเครื่องไปยัง Harry Reid International Airport (LAS) โดยจุดต่อเครื่องที่เป็นไปได้มีทั้งโตเกียว (NRT/HND), โซล (ICN), ไทเป (TPE), ฮ่องกง (HKG), แวนคูเวอร์ (YVR) และเมืองอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับสายการบินและวันที่เดินทาง เมื่อถึง LAS แล้ว หากพักแถว Las Vegas Strip วิธีง่ายที่สุดคือเรียก Taxi หรือ Rideshare อย่าง Uber/Lyft จากจุดรับผู้โดยสารของแต่ละ Terminal แล้วเดินทางตรงไปยังโรงแรมได้เลย
เดินทางจากเมืองอื่นในสหรัฐฯ: ถ้าจัดทริปเที่ยวอเมริกา หลายเมือง สามารถบินภายในประเทศจากเมืองใหญ่อย่าง Los Angeles, San Francisco หรือ New York มาลงที่ Harry Reid International Airport ได้เช่นกัน หรือถ้าเริ่มจากเมืองใกล้ ๆ อย่าง Los Angeles จะเลือกเดินทางทางรถยนต์เข้าสู่ Las Vegas ผ่านทาง Interstate 15 (I-15) ก็ได้ เหมาะกับคนที่อยากจัดทริปแบบ Road Trip และแวะเที่ยวระหว่างทาง
ขับรถเข้า Las Vegas: สาย Road Trip สามารถเช่ารถขับเข้าเมืองได้ โดยเส้นทางหลักจากฝั่ง California คือ Interstate 15 (I-15) ซึ่งวิ่งเข้าสู่ Las Vegas โดยตรง วิธีนี้เหมาะมากถ้าในแพลนเที่ยวลาสเวกัสมี Red Rock Canyon, Hoover Dam, Zion National Park หรือ Grand Canyon รวมอยู่ด้วย เพราะสามารถจัดเส้นทางต่อไปยังที่เที่ยวใกล้ลาสเวกัส ได้คล่องตัวกว่าการพึ่งขนส่งสาธารณะ

วิธีการเดินทางในลาสเวกัส

การเดินทางในลาสเวกัส ไม่ยากอย่างที่คิด โดยเฉพาะถ้าพักแถว Las Vegas Strip เพราะมีทั้ง Monorail รถบัส Taxi และ Rideshare ให้เลือก แต่อย่าเพิ่งคิดว่าโรงแรมที่เห็นอยู่ติด ๆ กันบนแผนที่จะเดินถึงกันในไม่กี่นาที เพราะ Strip ยาวมาก การเลือกขึ้นรถสลับกับเดินจะช่วยเซฟแรงไว้เที่ยวตอนกลางคืนได้เยอะ

Las Vegas Monorail: เป็นวิธีที่สะดวกสำหรับการเดินทางตามแนว Strip โดยรถไฟวิ่งบนรางยกระดับขนานไปกับ Las Vegas Boulevard ตั้งแต่ MGM Grand Station ทางใต้ ไปจนถึง SAHARA Las Vegas Station ทางเหนือ มีทั้งหมด 7 สถานี ได้แก่ MGM Grand, Horseshoe/Paris, Flamingo/Caesars Palace, Harrah’s/The LINQ, Boingo Station at Las Vegas Convention Center, Westgate และ SAHARA ใช้เวลาเดินทางจากต้นสายถึงปลายสายประมาณ 15 นาที รถมาประมาณทุก 4–8 นาที เช่น ถ้าจะไปขึ้น High Roller ให้ลง Harrah’s/The LINQ Station ส่วน Bellagio สามารถลง Horseshoe/Paris Station แล้วเดินข้ามฝั่ง Strip ต่อได้ เหมาะกับวันที่อยากเลี่ยงรถติดและไม่อยากเดินกลางแดดนาน ๆ
รถบัส Deuce on the Strip: สายนี้เหมาะมากสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะวิ่งตลอด 24 ชั่วโมงตามแนว Las Vegas Boulevard เชื่อมทั้ง Strip และ Downtown โดยมีป้ายใกล้สถานที่ดังอย่าง The STRAT, SAHARA, Wynn, The Venetian, Caesars Palace, Bellagio, Excalibur, Luxor, Mandalay Bay และ Welcome to Fabulous Las Vegas Sign ก่อนวิ่งต่อไปยัง South Strip Transit Terminal ส่วนถ้าจะไป Fremont Street Experience ก็สามารถนั่งต่อขึ้นไปยัง Downtown ได้เลย รถปกติมาประมาณทุก 15 นาที และมี Pass แบบ 2 ชั่วโมง 24 ชั่วโมง และ 3 วันให้เลือก จึงเหมาะกับคนที่อยาก เที่ยวลาสเวกัสด้วยตัวเองแบบประหยัด
Taxi และ Rideshare: ถ้าเดินเที่ยวจนหมดแรง หรือกลับจากที่เที่ยวดึก ๆ การเรียก Taxi, Uber หรือ Lyft จะสะดวกที่สุด โดยโรงแรมใหญ่บน Strip มักมีจุด Taxi และ Rideshare Pickup/Drop-off ของตัวเอง เลือกชื่อโรงแรมหรือแลนด์มาร์กเป็นจุดรับ-ส่งก็ได้ แต่ควรเผื่อเวลาในช่วงเย็น วันหยุด และวันที่มีคอนเสิร์ตหรืออีเวนต์ใหญ่ เพราะถนน Las Vegas Boulevard และ I-15 อาจมีรถค่อนข้างเยอะ
เดินเที่ยวบน Las Vegas Strip: ถ้าแลนด์มาร์กอยู่โซนเดียวกัน การเดินยังเป็นวิธีที่ง่ายและได้บรรยากาศที่สุด เช่น Bellagio, Caesars Palace และ The LINQ สามารถจัดไว้ในเส้นทางเดียวกัน ส่วน The Venetian กับ Sphere ก็เที่ยวต่อกันได้ไม่ยาก หลายจุดบน Strip ยังมีสะพานลอยคนเดินเชื่อมข้ามแยกและเชื่อมเข้าโรงแรมโดยตรง แนะนำให้แบ่ง Las Vegas Strip เป็นโซนแล้วเที่ยวทีละส่วน จะสนุกกว่าเดินย้อนขึ้นลงทั้งเส้นในวันเดียว
เช่ารถขับเที่ยวรอบ Las Vegas: ถ้าเน้นเที่ยวใน Strip อย่างเดียวอาจไม่จำเป็นต้องเช่ารถ แต่ถ้าอยากออกไป Red Rock Canyon สามารถขับไปทาง Charleston Boulevard/State Route 159 ส่วน Hoover Dam ใช้เส้นทาง I-515/US-93 ผ่าน Boulder City และถ้าจะไป Zion National Park ให้ใช้ I-15 ขึ้นเหนือไปทาง Utah การมีรถส่วนตัวจึงเหมาะกับวันที่ตั้งใจออกไปเก็บที่เที่ยวใกล้ลาสเวกัส หลายแห่ง และยังแวะชมวิวระหว่างทางได้ตามใจอีกด้วย

เที่ยวลาสเวกัส เดือนไหนดี?

ช่วงที่เหมาะกับการเที่ยวลาสเวกัสที่สุดคือเดือนมีนาคม–เมษายน และตุลาคม–พฤศจิกายน เพราะอากาศไม่ร้อนจัด กลางวันเดินเที่ยว Las Vegas Strip ได้สบาย และยังเหมาะกับการออกไปเที่ยวธรรมชาติรอบเมืองอย่าง Red Rock Canyon หรือ Hoover Dam ส่วนฤดูร้อนช่วงมิถุนายน–สิงหาคมอากาศจะร้อนมาก ใครมาเที่ยวช่วงนี้แนะนำให้เน้นกิจกรรมในร่มตอนกลางวัน แล้วค่อยออกมาเดินเล่นช่วงเย็นถึงกลางคืน

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม): เป็นช่วงที่น่าเที่ยวลาสเวกัสมาก อากาศอุ่น โดยกลางวันอยู่ประมาณ 21–32°C และกลางคืนประมาณ 9–19°C ช่วงมีนาคม–เมษายนกำลังสบาย เหมาะกับการเดิน Strip ถ่ายรูป และออกไปเที่ยวธรรมชาติ แต่พอเข้าเดือนพฤษภาคมแดดจะเริ่มแรงและได้บรรยากาศทะเลทรายชัดขึ้น
ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม): ช่วงนี้ได้สัมผัสอากาศทะเลทรายของ Nevada แบบเต็ม ๆ กลางวันอยู่ประมาณ 37–41°C และกลางคืนประมาณ 24–28°C บางวันอาจร้อนกว่านี้ได้ ถ้ามาช่วงนี้แนะนำให้ใช้กลางวันกับคาสิโน ห้าง พิพิธภัณฑ์ หรือกิจกรรม Indoor แล้วค่อยออกไปเที่ยวเอาต์ดอร์หลังพระอาทิตย์ตกจะเที่ยวสบายกว่ามาก
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน): อากาศเริ่มคลายร้อนลงเรื่อย ๆ จากประมาณ 35°C ในเดือนกันยายน เหลือราว 19–20°C ในเดือนพฤศจิกายน บรรยากาศจึงกลับมาเดินเที่ยวสบายอีกครั้ง โดยเฉพาะเดือนตุลาคม–พฤศจิกายน เหมาะทั้งเดินเล่นบน Strip นั่งชมวิวเมือง และจัด Road Trip ไปที่เที่ยวใกล้ ๆ ลาสเวกัส
ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์): ใครคิดว่า Las Vegas ร้อนทั้งปีอาจต้องเปลี่ยนความคิด เพราะหน้าหนาวอากาศเย็นใช้ได้เลย กลางวันประมาณ 14–18°C ส่วนกลางคืนประมาณ 4–7°C เหมาะกับการเดินเที่ยวกลางแจ้งแบบไม่ต้องเจอแดดแรง แต่ถ้าจะออกเที่ยวตอนค่ำควรพกเสื้อแจ็กเก็ตไว้ เพราะอากาศกลางทะเลทรายจะเย็นลงค่อนข้างเร็ว

ฤดูเดือนอุณหภูมิโดยประมาณบรรยากาศ
ฤดูใบไม้ผลิมี.ค.–พ.ค.9–32°Cอากาศกำลังดี เหมาะกับเดิน Strip และเที่ยวธรรมชาติ
ฤดูร้อนมิ.ย.–ส.ค.24–41°Cร้อนและแห้ง เหมาะกับกิจกรรม Indoor และเที่ยวกลางคืน
ฤดูใบไม้ร่วงก.ย.–พ.ย.8–35°Cอากาศค่อย ๆ เย็นลง เหมาะกับเที่ยวเมืองและ Road Trip
ฤดูหนาวธ.ค.–ก.พ.4–18°Cเย็นสบาย กลางคืนค่อนข้างหนาว เหมาะกับเดินเที่ยวกลางแจ้ง

เคล็ดลับการเที่ยวลาสเวกัส

ก่อนออกไปสนุกกับแสงสีของ Las Vegas ลองเตรียมตัวเพิ่มอีกนิด เพราะเมืองนี้มีทั้งสถานที่เที่ยวที่เปิดถึงดึก อากาศแบบทะเลทราย และแลนด์มาร์กที่ดูเหมือนอยู่ใกล้กันแต่เดินจริงไกลกว่าที่คิด ใครกำลังจะไปเที่ยวลาสเวกัสด้วยตัวเองลองเซฟทริคเหล่านี้ไว้ได้เลย

เที่ยวครั้งแรก 3–4 วันกำลังดี: ถ้าสงสัยว่า เที่ยวลาสเวกัส กี่วันดี แนะนำประมาณ 3–4 วัน จะมีเวลาเก็บแลนด์มาร์กบน Strip เที่ยว Downtown และออกไปที่เที่ยวใกล้ ๆ ได้อีกสักแห่ง แต่ถ้ามีเวลา 3 วัน 2 คืน ควรเน้นสถานที่ในเมืองเป็นหลัก จะได้ไม่ต้องเร่งเก็บทุกอย่างจนเหนื่อยเกินไป
แบ่ง Las Vegas Strip เป็นโซน: อย่าเห็นโรงแรมเรียงติดกันบนแผนที่แล้วคิดว่าเดินแป๊บเดียวถึง เพราะแต่ละรีสอร์ตมีขนาดใหญ่มาก แนะนำให้จับสถานที่ใกล้กันไว้วันเดียว เช่น Bellagio–Caesars Palace–The LINQ และ The Venetian–Sphere จะช่วยลดเวลาเดินย้อนกลับไปมาได้เยอะ
จองโชว์และกิจกรรมยอดฮิตไว้ก่อน: คอนเสิร์ตที่ Sphere, โชว์ต่าง ๆ หรือกิจกรรมยอดนิยมอาจเต็มเร็ว โดยเฉพาะคืนวันศุกร์–เสาร์และช่วงที่มีอีเวนต์ใหญ่ ถ้ามีอะไรอยู่ในลิสต์ที่อยากไป แนะนำให้เช็กรอบและจองล่วงหน้า จะได้จัดแพลนเที่ยวได้ง่ายขึ้น
สลับที่เที่ยวฟรีกับกิจกรรมเสียเงิน: งบเที่ยวเวกัสไม่จำเป็นต้องหมดไปกับตั๋วทุกจุด เพราะมีที่เที่ยวลาสเวกัส ฟรีให้แวะหลายแห่ง เช่น Bellagio Fountains, Welcome to Fabulous Las Vegas Sign และ Fremont Street Experience ลองสลับกับกิจกรรมเสียเงินอย่าง High Roller หรือโชว์ต่าง ๆ จะช่วยคุมงบได้ดีขึ้น
พกรองเท้าที่เดินสบายที่สุด: ข้อนี้สำคัญกว่าที่คิด เพราะวันหนึ่งอาจต้องเดินทั้งบน Strip ในโรงแรม ห้าง และแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง รองเท้าคู่สวยเอาไว้ถ่ายรูปได้ แต่ควรมีคู่ที่เดินสบายติดทริปไว้ด้วย โดยเฉพาะวันที่วางแผนเที่ยวตั้งแต่เช้าจนดึก
พกน้ำและกันแดดให้พร้อม: ลาสเวกัสตั้งอยู่กลางทะเลทรายของรัฐ Nevada อากาศจึงค่อนข้างแห้งและแดดแรง โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน ควรดื่มน้ำสม่ำเสมอ พกครีมกันแดด แว่นกันแดด และหมวกไว้ จะช่วยให้เดินเที่ยวกลางแจ้งได้สบายขึ้น
อย่ายัด Day Trip หลายแห่งไว้วันเดียว: Red Rock Canyon, Hoover Dam และ Zion National Park ต่างก็น่าไป แต่ระยะทางและเวลาเที่ยวไม่เท่ากัน ถ้ามีเวลาไม่มาก เลือกสถานที่ที่อยากไปที่สุดสักแห่งแล้วจัดเวลาให้เต็มวัน จะได้เที่ยวแบบไม่ต้องคอยมองนาฬิกาตลอดทาง
เช็ก Resort Fee ก่อนจองโรงแรม: โรงแรมหลายแห่งในลาสเวกัส อาจมีค่าธรรมเนียมรีสอร์ตเพิ่มเติมจากราคาห้องพักที่เห็นตอนแรก ก่อนจองจึงควรดูราคารวม ภาษี และค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ให้ครบ จะได้วางงบที่พักลาสเวกัสได้ตรงกับค่าใช้จ่ายจริงมากขึ้น

อ่านต่อบทความท่องที่ยวอื่น ๆ:

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวลาสเวกัส

Q: ไปเที่ยว Las Vegas ต้องทำวีซ่าไหม?

A: คนไทยที่ถือพาสปอร์ตไทยจำเป็นต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา (B1/B2) ล่วงหน้าก่อนเดินทาง โดยต้องทำการนัดหมายเพื่อสัมภาษณ์ที่สถานทูตอเมริกาให้เรียบร้อย

Q: แต่งตัวเที่ยว Las Vegas อย่างไรดี?

A: เน้นเสื้อผ้าที่สบายตัวและคล่องตัวเนื่องจากต้องเดินเยอะ ช่วงกลางวันหน้าร้อนแนะนำเสื้อผ้าโปร่งเบา พร้อมครีมกันแดดและแว่นกันแดด ส่วนช่วงเย็นหรือฤดูหนาวควรเตรียมเสื้อแจ็กเก็ตหนาๆ ติดไปด้วยเพราะอากาศกลางทะเลทรายจะเย็นลงอย่างรวดเร็ว

Q: เที่ยว Las Vegas มีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่?

A: สำหรับงบเที่ยวทั่วไป (ไม่รวมตั๋วเครื่องบินไป-กลับจากไทย) จะอยู่ที่ประมาณ 5,000 – 10,000 บาทต่อคนต่อวัน ขึ้นอยู่กับระดับของที่พักลาส การเลือกทานอาหาร และบัตรเข้าชมโชว์หรือกิจกรรมต่าง ๆ

Q: จากสนามบิน Harry Reid (LAS) เข้าตัวเมือง Las Vegas เดินทางยังไง?

A: สนามบินอยู่ใกล้กับ Las Vegas Strip มาก วิธีที่สะดวกที่สุดคือการนั่ง Rideshare (Uber/Lyft) หรือ Taxi จากจุดรับผู้โดยสารของสนามบินตรงไปยังโรงแรม ใช้เวลาเพียง 10–15 นาทีเท่านั้น

Q: ที่พักและสถานที่เที่ยวใน Las Vegas มีที่จอดรถไหม?

A: โรงแรมและสถานที่เที่ยวส่วนใหญ่มีบริการที่จอดรถ (Self-parking / Valet) ให้บริการ แต่โรงแรมใหญ่ๆ บน Strip มักจะมีค่าบริการจอดรถรายวัน ยกเว้นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาตินอกเมืองบางแห่งที่อาจมีลานจอดรถฟรี

Hotels
Flights
Things to Do
Always Know the Latest Info
Subscribe to our newsletter for more travel & lifestyle recommendations and exciting promos.
Subscribe