THB
Log In
Register
Transports
Accommodations
Things to Do
Travel Add-ons
traveloka
Explore
0
Always Know the Latest Info
Subscribe to our newsletter for more travel & lifestyle recommendations and exciting promos.
Subscribe

Pakapron Pathomsuntronchai

27 Jul 2021 - 6 min read

รวมฮิตประเทศที่เดินทางไปได้แล้ว ถ้าหากฉีดวัคซีน!

เชื่อว่าใครหลายคนคงคิดถึงบรรยากาศการเดินทางไปท่องเที่ยวตามประเทศต่าง ๆ อยู่อย่างแน่นอน โดยหลังจากที่สถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มดีขึ้นในหลาย ๆ ประเทศ รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ จึงตัดสินใจเปิดประเทศต้อนรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้วทั้ง 2 เข็ม วันนี้เราจึงอยากมาแชร์ลิสต์รายชื่อ 20 ประเทศที่คุณสามารถเดินทางไปเที่ยวได้แล้ว โดยจะมีประเทศอะไรบ้าง และแต่ละประเทศมีมาตรการอย่างใด เปิดให้นักท่องเที่ยวเดินทางเมื่อไหร่ก็สามารถตามเราไปดูพร้อม ๆ กันได้เลย และที่สำคัญเพื่อให้การเดินทางของคุณคุ้มค่าและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ก็อย่าลืมกดจองตั๋วเครื่องบินกับ Traveloka ผ่านหน้าเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันภายในขั้นตอนอันแสนง่ายได้เลย

1. เยอรมนี (Germany)

เยอรมนี ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้ว 2 เข็ม ตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย. 64 ที่ผ่านมา ซึ่งการฉีดวัคซีนโดสล่าสุดต้องเกิดขึ้นภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน โดยไม่ต้องทำการกักตัวเพิ่มเติมแต่อย่างใด บอกเลยว่าใครที่คิดถึงบรรยากาศวิวเมืองของยุโรป ก็เตรียมตัววางแผนเดินทางมาท่องเที่ยวกันที่เยอรมนีก่อนได้ เพราะนอกจากเยอรมนีจะมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เมืองมิวนิค เมืองไฮเดลเบิร์ก หรือเมืองหลวงอย่างเมืองเบอร์ลินที่เรียกว่าเป็น The must ที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างมากแล้ว ยังสามารถมาเดินช้อปปิ้งและหาอาหารอร่อย ๆ ทานกันอีกด้วย

2. สวิตเซอร์แลนด์ (Switzerland)

สวิตเซอร์แลนด์ เป็นหนึ่งในประเทศที่ตั้งอยู่ในทวีปยุโรปที่ได้มีการคลายมาตรการโควิด-19 เปิดรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติแล้ว โดยนักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องกักตัวหรือแสดงผลการทดสอบพีซีอาร์แต่อย่างใด ที่สำคัญในวันที่ 26 มิ.ย. 64 ที่ผ่านมาทางรัฐบาลยังประกาศให้ประชาชนในสวิตเซอร์แลนด์ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่กลางแจ้งอีกต่อไป ทั้งบริเวณชานชาลารถไฟ สวนสาธารณะกลางแจ้ง หรือสถานที่อื่น ๆ บอกเลยว่าใครที่อยากสัมผัสธรรมชาติที่งดงามที่เต็มไปด้วยวิวทัศนียภาพที่สวยอลังการ รวมถึงเป็นไฮไลท์เด็ดอย่างยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์นที่มีลักษณะเหมือนช็อกโกแลตสามเหลี่ยม Toblerone แล้ว เมืองเลาเทอร์บรุนเนินยังเป็นหนึ่งในที่เที่ยวชื่อดังของสวิตเซอร์แลนด์ที่คุณไม่ควรพลาดเป็นอย่างมาก

3. กรีซ (Greece)

นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไป กรีซ ได้โดยไม่ต้องกักตัว เพียงฉีดวัคซีนครบ 2 โดส และมีเอกสารรับรองผลการตรวจโควิดที่เป็นลบ มีอายุไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนเดินทาง เพียงเท่านี้ก็สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างสนุกสนานแล้ว โดยกรีซเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอารยธรรมกรีกโบราณผสมผสานอยู่ ทำให้มีเอกลักษณ์เด่นเฉพาะตัวที่สวยงาม โดยเฉพาะเกาะ Santorini เมืองท่องเที่ยวสุดฮิตอันดับต้น ๆ ที่โดดเด่นด้วยสิ่งก่อสร้างโทนสีขาวทอดยาวตลอดแนวชายฝั่ง ซึ่งนักท่องเที่ยวมักจะเดินทางมาพักผ่อน ลิ้มลองอาหาร พร้อมทั้งชมวิวทะเลอันกว้างใหญ่ได้อย่างไกลสุดลูกหูลูกตา

4. จอร์เจีย (Geogia)

หากใครคิดถึงบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ประเทศจอร์เจีย ที่กลายเป็นจุดหมายปลายทางน้องใหม่มาแรงในช่วงหลังนี้ ก็สามารถเดินทางกันไปได้แล้ว เพราะจอร์เจียได้เปิดประเทศและอนุญาตให้นักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนเดินทางเข้ามา เพียงแสดงใบรับรองแพทย์และผลตรวจเชื้อที่เป็นลบ คุณก็จะได้ซึมซับและอิ่มเอมไปกับบรรยากาศธรรมชาติและวัฒนธรรมอันน่าค้นหา รวมถึงสัมผัสความสวยงามของสถาปัตยกรรม และประวัติศาสตร์อันโดดเด่นได้อย่างเต็มเปี่ยม ที่สำคัญค่าครองชีพของจอร์เจียยังถูกมาก ๆ อีกด้วย

5. ไอซ์แลนด์ (Iceland)

ใครที่อยากเห็นแสงออร่า หรือรอคอยดูแสงเหนืออยู่ละก็ เวลาของคุณมาถึงแล้ว เพราะตอนนี้ไอซ์แลนด์เปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข้าประเทศแล้ว เพียงแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนที่ครบถ้วน และผ่านการรับรองจากหน่วยงานด้านการแพทย์ของยุโรป โดยสถานที่ท่องเที่ยวไอซ์แลนด์ที่ควรค่าแก่การเดินทางไปเยือนเลยก็คือ สวีนาเฟลล์โจกุล Svinafellsjokull, Crystal Ice Cave ถ้ำน้ำแข็งสุดมหัศจรรย์, Blue Lagoon ทะเลสาบน้ำอุ่น, ชายหาดทรายดำ Reynisfjar และ Gullfoss น้ำตกกุลล์ฟอสส์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก จากองค์กรยูเนสโก UNESCO

6. ฝรั่งเศส (France)

แลนด์มาร์กสุดฮิต ที่นับเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวหลายคนจะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยนอกจากฝรั่งเศส ประเทศที่ใครหลายคนใฝ่ฝันอยากที่จะเดินทางไปสัมผัสด้วยตนเองสักครั้ง เพราะนอกจากคุณจะได้สัมผัสบรรยากาศท่ามกลางความโรแมนติกแล้ว ยังสามารถเสพงานศิลป์ชื่อดังระดับโลก พร้อมทั้งดื่มด่ำความงดงามของสถาปัตยกรรมบริเวณโดยรอบได้อย่างเต็มเปี่ยม ซึ่งแลนด์มาร์กที่ต้องไม่พลาดในการไปเช็กอินเลยก็คือ หอไอเฟล สัญลักษณ์อันดับหนึ่งของฝรั่งเศสที่ไม่มาเหมือนมาไม่ถึงนั่นเอง

7. ไอร์แลนด์ (Ireland)

ไอร์แลนด์ ประเทศที่เป็นเกาะเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนาน และมีธรรมชาติที่งดงาม จนกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวหลายคน โดยหลังจากการระบาดของโควิด 19 ที่ผ่านมา ตอนนี้ไอร์แลนด์ก็ได้ปลดล็อกประเทศให้นักท่องได้เดินทางไปท่องเที่ยวกันแล้ว โดยที่เที่ยวไอร์แลนด์ที่ควรไปเยี่ยมชม ได้แก่ อุทยานแห่งชาติคิลลาร์นี ปราสาทหินแคเชล ปราสาทดันลูซ หน้าผาโมเฮอร์ จัตุรัส Eyre Square และสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ อีกมากมายที่คุณสามารถเดินทางไปสัมผัสได้อย่างปลอดภัย

8. ไซปรัส (Cyprus)

เมื่อไม่นานมานี้ไซปรัสได้คลายล็อกดาวน์เปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนสามารถเดินทางเข้าประเทศได้ โดยจุดเด่นของประเทศนี้คือ ซากปรักหักพังทางโบราณคดีที่ทิ้งไว้ให้เราได้สัมผัสจำนวนมาก รวมถึงธรรมชาติอันสมบูรณ์ และสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เมืองหลวงอย่างนิโคเซีย ที่ตั้งอยู่ใจกลางของเกาะไซปรัส หรือการเดินทางไปชมกำแพงเมืองเก่าเวนิทเชี่ยนที่มีอายุมาอย่างยาวนาน ที่สำคัญใครที่เป็นสายช้อปก็ต้องไม่พลาดในการไปเช็กอินที่ถนนเลดร้า อาคารสูงใหญ่ที่เต็มไปด้วยร้านค้ามากมาย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์เลเวนติโอมากนัก

9. โปแลนด์ (Poland)

สำหรับใครที่อยากเดินทางไปโปแลนด์ก็สามารถทำได้เหมือนกับประเทศอื่น ๆ แล้วเช่นกัน เพราะทางรัฐบาลได้ประกาศให้ผู้ที่ได้รับวัคซีนเข็มล่าสุดอย่างต่ำ 10 วัน สามารถเข้าประเทศได้ บอกเลยว่าสายเที่ยวที่ชอบความสวยงามและความสะอาดสะอ้าน เป็นระเบียบของบ้านเมือง แต่ยังคงความสงบเสงี่ยมไว้ได้อย่างน่าค้นหาก็ต้องหลงใหลไปกับประเทศนี้อย่างแน่นอน ซึ่งที่เที่ยวยอดนิยมที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมีทั้ง จัตุรัส MAIN MARKET SQUARE, โบสถ์ ST. MARY’S BASILICA, ปราสาทวาเวล (Wawel Castle), สวนสาธารณะแพลนตี (Planty Park) และพิกัดฮิตอื่น ๆ ที่คุณสามารถไปเยือนได้

10. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส (UAE)

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส หรือดูไบ เมืองอภิมหาเศรษฐีที่ใครก็ใฝ่ฝันอยากที่จะไปเยือนด้วยตนเองสักครั้ง เพราะประเทศแห่งนี้นอกจากจะขึ้นชื่อในเรื่องของความหรูหรา ล้ำสมัยแล้ว ดูไบยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ น่าสนใจอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การไปเยือนตึกเบิร์จคาลิฟา Burj Khalifa ที่ตั้งสูงตระหง่านอยู่กลางดูไบ, พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Dubai Mall Aquarium ที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือจะเป็นการขับรถจิ๊บซาฟารีลุยทะเลทราย ขี่อูฐ กันที่ทะเลทรายอาหรับก็สามารถทำได้อีกเช่นกัน เพราะตอนนี้ดูไบได้เปิดรับนักท่องเที่ยวจากทุกประเทศทั่วโลกแล้ว

11. ตุรกี (Turkey)

สำหรับคนที่อยากเดินทางไปเที่ยวแบบไม่ต้องกักตัวก็สามารถเดินทางไปที่ตุรกีได้ โดยที่ไม่ต้องแสดงผลตรวจ PCR โควิด-19 ซึ่งตุรกีนั้นถือเป็นหนึ่งในประเทศยอดฮิตอันดับต้น ๆ ที่นักท่องเที่ยวอยากไปเยือน เพราะตุรกีตั้งอยู่บนแผ่นดินทั้งฝั่งเอเชียและยุโรป ทำให้มีสิ่งก่อสร้างที่สวยงามอลังการ และศิลปะของชาวอิสลามที่ผสมผสานความเป็นยุโรปจนเข้ากันอย่างลงตัว รับรองว่าหากได้ลองมาเยือนด้วยตนเองสักครั้งแล้ว คุณจะต้องติดใจกับเอกลักษณ์ที่เด่นเฉพาะตัวของประเทศแห่งนี้อย่างแน่นอน

12.ออสเตรีย (Austria)

ออสเตรีย ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความน่าสนใจไม่น้อยไปกว่าประเทศอื่น ๆ เพราะนอกจากจะขึ้นชื่อในเรื่องความสวยงามของธรรมชาติอันสมบูรณ์แล้ว ยังได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองที่แสนจะสะอาดและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกด้วย ที่สำคัญยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคู่รักที่พากันฮันนีมูนท่ามกลางบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เมืองฮัลส์สตัทท์ (Hallstat) ที่ใครได้ลองมาสัมผัสแล้วจะต้องตกหลุมรัก หรือการไปเยือนเมืองมรดกโลกที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานอย่าง ซาลซ์บวร์ก ที่เต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนอันสวยงาม ตกแต่งด้วยศิลปะแบบบาโรก รวมไปถึง The Eisriesenwelt ถ้ำน้ำแข็งที่ใหญ่และเย็นที่สุดในโลก

13. อียิปต์ (Egypt)

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 64 ที่ผ่านมา รัฐมนตรีการบินพลเรือนของอียิปต์ได้ประกาศให้สามารถเดินทางมาท่องเที่ยวอียิปต์ได้แล้ว แต่ต้องอยู่ในพื้นที่รีสอร์ทของ 3 จังหวัดชายฝั่งอียิปต์เท่านั้น โดยนักท่องเที่ยวจะต้องแสดงหลักฐานการทดสอบ PCR เชิงลบ พร้อมทั้งแนบประกาศฟอร์มสุขภาพ และหลักฐานการประกันการเดินทางที่รวบรวมค่ารักษาพยาบาล COVID-19 อย่างครบถ้วน เพียงเท่านี้คุณก็ไม่ต้องทำการกักตัวและเที่ยวได้อย่างหมดกังวลแล้ว บอกเลยว่าใครที่มีแพลนเดินทางมาเที่ยวอียิปต์ก่อนหน้านี้ โอกาสของคุณกลับมาแล้ว หลังจากฉีดวัคซีนครบ 2 โดสก็เตรียมตัวเดินทางกันมาได้เลย

14.United States of America (อเมริกา)

หากพูดถึงอเมริกา เชื่อว่าใครหลายคนคงรู้แล้วว่าไม่ต้องฉีดวัคซีนไปก็สามารถเข้าประเทศเขาได้เหมือนกัน เนื่องจากอเมริกาเป็นหนึ่งในประเทศแรก ๆ ที่ฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศ โดยเราไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น อีกทั้งยังสามารถเลือกได้อีกว่าจะฉีดยี่ห้ออะไร ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับมาตรการของแต่ละรัฐ โดยรัฐที่คุณสามารถรับการฉีดวัคซีนได้มีทั้ง Alabama, Arizona, Colorado, Iowa, Louisiana, Ohio, Michigan, New Jersey, New York และรัฐอื่น ๆ อีกมากมาย บอกเลยว่างานนี้ได้ไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศกันอย่างสนุกสนานแล้ว การฉีดวัคซีนที่มีประสิทธิภาพยังเป็นผลพลอยที่ดีอีกด้วย

15. เดนมาร์ก (Denmark)

เดนมาร์ก เป็นหนึ่งในประเทศแถบยุโรปที่เปิดรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับวัคซีนและผ่านการอนุมัติจาก European Medicines Agency (EMA) เท่านั้นแล้ว โดยไม่ต้องทำการกักตัว พร้อมทั้งแสดงใบรับรองแพทย์ และผลตรวจเชื้อที่เป็นลบ สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากมาสัมผัสเมืองในเทพนิยาย ที่โอบล้อมไปด้วยบรรยากาศธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรมอันงดงามที่ผสมผสานวิถีชีวิตที่หลากหลาย แต่มีความเข้ากันอย่างลงตัว ก็สามารถเดินทางไปเยือนที่ประเทศแห่งนี้ได้

16. มัลดีฟส์ (Maldives)

มัลดีฟส์ เป็นหนึ่งประเทศที่เริ่มการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามา เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวมัลดีฟส์มองว่าการฉีดวัคซีนให้นักท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เศรษฐกิจสามารถฟื้นได้เร็วมากยิ่งขึ้น ภายใต้กลยุทธ์ “3V” ที่ประกอบไปด้วย Visit, Vaccination และ Vacation บอกเลยว่าใครที่อยากหนีไปพักผ่อนเอนกายบนเกาะในฝันท่ามกลางความสวยงามของน้ำทะเลอันใสสะอาด แบบเป็นส่วนตั๊วส่วนตัว หรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศ Work from Maldives ก็สามารถทำได้อีกเช่นกันรับรองว่าการหนีไปเที่ยวครั้งนี้ทำให้คุณฟินอย่างแน่นอน

17. สวีเดน (Sweden)

สวีเดน เป็นประเทศที่มีมาตรการคล้าย ๆ กับประเทศอื่นในทวีปยุโรป โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ แต่ต้องได้รับการฉีดวัคซีนที่ผ่านการรับรองครบทั้ง 2 โดส รวมถึงแสดงเอกสารใบรับรองทางการแพทย์ต่าง ๆ ตามขั้นตอน ซึ่งเมืองแรกที่พลาดไม่ได้เมื่อมีโอกาสได้ไปเยือนก็คือ สตอกโฮล์ม เมืองหลวงของประเทศสวีเดนที่ได้รับฉายาว่าเป็นราชินีแห่งทะเลบอลติก และขึ้นชื่อในเรื่องความสวยงามเป็นอย่างมาก ที่สำคัญเมืองแห่งนี้ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความทันสมัยที่ยังหลงเหลือความเก่าแก่ด้านประวัติศาสตร์อันน่าค้นหาให้เราได้สัมผัสกัน

18.เกาหลีใต้ (South Korea)

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ที่ผ่านมาทางเกาหลีใต้ได้อนุญาตให้ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบทั้ง 2 โดส สามารถเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว โดยนโยบายนี้จะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม เป็นต้นไป ซึ่งบอกเลยว่าใครที่กำลังคิดถึงดินแดนกิมจิ อาหารเกาหลี และวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เด่นต่าง ๆ รวมถึงกลิ่นอายของทะเลที่ปูซานอยู่ละก็ สามารถเตรียมตัวเดินทางไปสัมผัสกันได้แล้ว โดยเฉพาะสายติ่งเกาหลีที่ชื่นชอบดาราศิลปิน K-Pop ไอดอลเกาหลีคงอดใจรอมาอยู่นาน รับรองว่างานนี้มีเฮ เที่ยวแบบปลอดภัยหมดห่วงเรื่องโควิดอย่างแน่นอน

19. ญี่ปุ่น (Japan)

ญี่ปุ่น ถือเป็นประเทศที่นับว่าเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของคนไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เริ่มคลี่คลายและดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ญี่ปุ่นเริ่มเปิดประเทศบางส่วนและอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปได้ แต่ต้องเป็นประเทศที่ไม่มีการห้ามเข้าประเทศตามข้อกำหนดของญี่ปุ่น ซึ่งหากเป็นลิสต์ชื่อประเทศนอกเหนือจากในข้อกำหนด นักท่องเที่ยวต้องเป็นผู้ผ่านการทดสอบโรคโควิดเท่านั้น รวมถึงต้องกักตัวดูอาการเพิ่มเติมอีก 14 วัน

20. สิงคโปร์ (Singapore)

ปิดท้ายกันด้วยสิงคโปร์ ประเทศยอดฮิตในโซนเอเชียที่ใครก็อยากจะเดินทางไปสัมผัสด้วยตนเองสักครั้ง เพราะนอกจากสิงคโปร์จะโดดเด่นในเรื่องของเทคโนโลยีที่ทันสมัยแล้ว ประเทศเล็ก ๆ แห่งนี้ยังเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวและจุดเช็กอินถ่ายรูปที่น่าสนใจอีกมากมาย แถมราคาตั๋วไปกลับยังถูกมาก ๆ อีกด้วย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใครที่อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศการเที่ยวแต่ไม่อยากเดินทางไกลมากนัก ซึ่งตอนนี้ทางสิงคโปร์ก็ได้ออกมาตรการให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเข้าประเทศได้แล้ว แต่ต้องทำการกักตัวเป็นเวลา 14 วันหลังจากเดินทางมาถึง เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่าเราสามารถเที่ยวได้อย่างปลอดภัยและไม่แพร่เชื้อกระจายความเสี่ยงให้แก่ผู้อื่น

ทั้งหมดนี้ก็เป็นรวมลิสต์ 20 ประเทศสุดฮิตที่คุณสามารถเดินทางไปเที่ยวได้แล้ว หากได้รับวัคซีนครบ 2 เข็ม อย่างไรก็ตามก่อนตัดสินใจเดินทางไปประเทศไหนก็อย่าลืมตรวจสอบมาตรการและข้อมูลต่าง ๆ ให้ดีก่อน คลิกที่นี่เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย