3 วัน 2 คืน แพลนเที่ยวบุรีรัมย์ฉบับอัพเกรด

Traveloka TH
4 min read

EPIC Sale อภิมหาดีลในตำนานกลับมาแล้ว!
5 - 11 พฤศจิกายนนี้ Traveloka ลดยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี สูงสุด 80%

พิเศษ! เตรียมตัวเก็บดีลและส่วนลดสุด Epic ใน Epic Hour
แจกส่วนลดสุดปัง ทุกวัน เวลา 11:00 - 12:00 น.

บุรีรัมย์คือหนึ่งจังหวัดของภาคอีสานที่รวมเอาความโบราณและความทันสมัยไว้ได้แบบลงตัวเลยละ จากจังหวัดอันแร้นแค้นจนมีคนให้คำจำกัดความไว้ว่า ‘บุรีรัมย์ตำน้ำกิน’ ในสมัยก่อนนั้น ปัจจุบัน ที่นี่กลายเป็นจังหวัดที่เพียบพร้อมด้วยความทันสมัย จนกลายเป็นหนึ่งเมืองใหญ่ของภาคอีสานไปแล้วจ้า การมาเที่ยวบุรีรัมย์จึงทำได้อย่างสะดวกสบาย ที่ง่ายที่สุดคือส่องหาตั๋วเครื่องบินราคาประหยัดกับ Traveloka แล้วมาหารถเช่าขับเที่ยวกันแบบตามอำเภอใจ ลองเอาแพลนเที่ยว 3 วัน 2 คืนของเราไปพิจารณาดูก่อนเลยจ้า ปักหมุดตามได้เลยนะ บอกเลยว่าเที่ยวกันทั่วแบบครบๆ แน่นอน

ที่เที่ยวบุรีรัมย์ 3 วัน 2 คืน

ออกสตาร์ทจากสนามบิน เราก็มุ่งหน้าไปเช็คอินยัง ปราสาทเมืองต่ำ ในอำเภอประโคนชัยกันเป็นที่แรก อย่างที่หลายคนรู้ว่าบุรีรัมย์เป็นเมืองแห่งปราสาทหินโบราณที่มีให้ชมกันมากมายทั่วทั้งจังหวัดเชียวละ และปราสาทนี้ก็นับเป็นหนึ่งในไฮไลท์ นอกจากจะมีผังปราสาทที่มองเห็นปรางค์ 5 องค์ได้แบบไม่มีการบังกันแล้วนะ ที่นี่ยังมี ‘นาคหัวโล้น’ ซึ่งแปลกตาและหาดูได้ยากจากปราสาทอื่นๆ ให้ชมด้วยจ้า อย่าลืมแวะมาดูเด้อ

อีกราวๆ 20 นาทีต่อมา เราก็จะได้มาเยือน วัดป่าละหานทราย วัดสวยในพื้นที่กว้าง 80 ไร่ ที่เชื่อว่าสายบุญต้องถูกใจกันแน่ๆ เริ่มตั้งแต่บรรยากาศอันร่มรื่นร่มเย็น สงบเงียบ มีความสวยโดดเด่นของวิหารไม้สไตล์ล้านนาที่ด้านในมีพระพุทธรูปหยกขาวประดิษฐานอยู่ ไม่ไกลกันนักยังมีวิหารพุทธร่มโพธิ์ซึ่งมีพระพุทธรูปหยกเขียวประดิษฐานอยู่ด้านใน และที่ถือเป็นไฮไลท์ก็ต้องยกให้กับพระอุโบสถกลางน้ำซึ่งงดงามจับตา มีองค์พระประธานทำจากหยกพม่าชนิดโปร่งแสงให้กราบกันด้วยนะ สายบุญต้องจัดจ้ะ บอกเลย

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง คือพิกัดต่อมาที่เราปักหมุดไป ใช้เวลาขับรถจากวัดป่าละหานทรายมาไม่นานเท่าไหร่นัก โดยที่นี่นั้นถือว่าเป็นพิกัดหลักยืนหนึ่งคู่บุรีรัมย์มาเนิ่นนาน ตัวปราสาทหินพนมรุ้งนั้นตั้งอยู่สูงจากพื้นราบประมาณ 200 เมตรบนยอดภูเขาไฟที่ดับแล้ว และนับเป็นปราสาทหินศิลปะขอมโบราณซึ่งงดงามและยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย มีตัวปราสาทและปรางค์หินให้ชมความงามกันได้หลายหลังเลยละ แถมยังมีไฮไลท์น่ามหัศจรรย์ในช่วงราววันที่ 3-5 เมษายน และ 8-10 กันยายนของทุกปี ซึ่งจะมีปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ส่องลอดช่องประตู 15 บานพร้อมกันด้วยนะ ที่นี่จึงเป็นหนึ่งในสถานที่ Unseen Thailand ที่ต้องมาเช็คอินเลยเชียว

เช้าวันต่อมา เรามุ่งหน้ามาเช็คอินกันที่ วัดเขาอังคาร อีกหนึ่งศาสนสถานที่ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟ เชื่อกันว่าบริเวณนี้เคยเป็นพุทธสถานมาตั้งแต่ในยุคโบราณเนื่องจากมีการค้นพบใบเสมาหินยุคทวารวดีอายุราว 1,300 ปีที่นี่ด้วยจ้า ตามตำนานเล่ากันว่าวัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระอังคารธาตุหรือเถ้ากระดูกขององค์พระพุทธเจ้าด้วยละ ภายในวัดยังมีสถาปัตยกรรมรูปทรงแปลกตามากมาย ใครแวะไปอย่าลืมไปชมภาพจิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์กันด้วยนะ ว่ากันว่าเป็นภาพจากช่างฝีมือชาวเมียนมาร์จ้า สวย แปลกตา ที่เด็ดคือมีการเขียนบรรยายเรื่องราวเป็นภาษาอังกฤษไว้ด้วยนะ เก๋จ้ะ ควรมาดู

ถ้ามาถึงวัดเขาอังคารแล้วนะ อีกหนึ่งสถานที่ซึ่งเราอยากแนะนำให้แวะมาก็คือที่หมู่บ้านเจริญสุข ซึ่งอยู่ห่างออกไปแค่ไม่ถึง 10 นาที เนื่องจากที่หมู่บ้านนี้เค้ามีของดีคือ ผ้าย้อมดินภูเขาไฟ หรือหลายคนอาจจะรู้จักในชื่อผ้าภูอัคนี ซึ่งเป็นภูมิปัญญาประจำถิ่นที่นำดินภูเขาไฟเก่าแก่จากเขาพระอังคารที่อยู่ไม่ไกลมาใช้เป็นวัตถุดิบในการย้อมผ้า ซึ่งจะได้ออกมาเป็นสีน้ำตาลอมส้มสวยคลาสสิกเลยละ แถมชาวบ้านเค้ายังเชื่อว่าเป็นผ้าซึ่งนำสิริมงคลมาให้ด้วยนะ เพราะเขาพระอังคารถือว่าเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเค้านับถือจ้า บอกเลยว่าใครชอบงานผ้าต้องมานะ ผ้าที่นี่สวยแถมราคาเริ่ดมากด้วยละ รับรองว่าต้องได้ติดมือกลับไปกันแน่นอน

แวะช้อปปิ้งและทำเวิร์คช็อปผ้าย้อมดินที่ทั้งสนุกและได้ความรู้กันจนสาแก่ใจ เราก็ตั้งเป้าไปชิม ขาหมูนางรอง อีกหนึ่งของดีที่เมืองบุรีรัมย์เค้าภาคภูมิใจกันต่อ บอกเลยว่าใครรักขาหมูคือต้องมา! เพราะในอำเภอนางรองแห่งนี้มีร้านขาหมูที่ขึ้นชื่อว่าเด็ดอยู่ทั่วทุกหัวมุมถนนจ้ะ อยากชิมร้านไหนก็ลองเสิร์ชหากันได้เลยน้า ทั้งร้านเก่าแก่ที่เปิดมาหลายสิบปี หรือร้านใหม่ที่มีสูตรเด็ดโดนใจก็มีให้ชิมกันแบบจุกๆ เลยจ้ะ รับรองว่าได้แน่นท้องกลับไปแน่นอน

อิ่มท้องกันแบบเต็มที่ คราวนี้เราก็ขอชวนขับรถกลับไปเที่ยวในตัวเมืองกันบ้างละน้า ที่แรกที่อยากชวนให้แวะมาก็คือ วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง อีกหนึ่งภูเขาไฟที่ดับแล้วในจังหวัดนี้ ปัจจุบันชาวบุรีรัมย์เค้าเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ช่วงเช้าหรือเย็นอาจจะได้เห็นผู้คนมาวิ่งหรือปั่นจักรยานออกกำลังกายขึ้นเขากันด้วยนะ ด้านบนจะมีสะพานแขวนข้ามปากปล่องภูเขาไฟให้เราเดินชมวิวกันได้ด้วยจ้า ใครเป็นสายธรรมชาติถูกใจความเขียวขจีของที่นี่แน่จ้ะ รับรองว่าชมนกชมไม้เพลินชัวร์!

ด้านบนของภูเขาไฟกระโดง จะมี องค์พระสุภัทรบพิตร ประดิษฐานอยู่บนยอดเขา เป็นองค์พระใหญ่สีทองอร่ามซึ่งประดิษฐานอยู่บริเวณขอบปล่องภูเขาไฟ โดยมีการสร้างให้หันหน้าเข้าหาตัวเมืองบุรีรัมย์เพื่อความเป็นสิริมงคลด้วยนะ ใกล้ๆ ยังมีรอยพระพุทธบาทจำลองให้แวะกราบกัน ที่สำคัญบริเวณหน้าองค์พระยังใช้เป็นจุดชมวิวมุมสูงของเมืองบุรีรัมย์ได้แบบเต็มๆ ตา จะขับรถขึ้นมาหรือเลือกเดินขึ้นบันไดนาคราชจำนวน 297 ขั้นก็ได้ ส่วนขาลงสำหรับคนที่ชอบความท้าทาย จะลองใช้บริการ ‘สิไหลเด้อ’ ซึ่งเป็นสไลเดอร์สไตล์บุรีรัมย์ที่มีให้ลองกันแค่ที่นี่ก็ได้นะ รับรองว่าลืมไม่ลง!

เดินเที่ยวกันมาพักใหญ่ ก็ได้เวลาไปชิมเมนูสุดฮ้อตของบุรีรัมย์อย่าง ลูกชิ้นยืนกิน ซึ่งนาทีนี้ถ้าไม่ได้มาชิมก็เหมือนมาไม่ถึงเมืองนี้เลยเชียวละ ถ้าอยากชิมแวะมาที่สถานีรถไฟบุรีรัมย์เลยจ้า เค้ามีให้เลือกชิมกันหลายร้านจนละลานตา เกือบทุกร้านจะมีไส้กรอก ลูกชิ้นปลา และอีกสารพัดสารพัน ทอดกันในน้ำมันร้อนๆ หอมยั่วน้ำลายมาแต่ไกล แถมยังมีผักสดไว้ให้กินแนมกันแก้เลี่ยนแบบไม่อั้นด้วยละ ว่ากันว่าน้ำจิ้มน้ำพริกเผาของที่นี่ปังมากนะ มาแล้วต้องจัดจ้า อย่าพลาดเลยเชียว

อิ่มท้องจากลูกชิ้นรสเด็ด ก็อยากชวนไปเดินย่อยอาหารพร้อมวิวดีๆ กันที่ อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก พิกัดธรรมชาติที่อยู่ห่างจากตัวเมืองไปแค่นิดเดียวเท่านั้นจ้า ที่นี่เป็นทะเลสาบธรรมชาติซึ่งรอบด้านเต็มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้ มีพื้นที่ออกกำลังกาย เลนปั่นจักรยาน และยังเป็นสถานที่ดูนกนานาพันธุ์ด้วยนะ ที่สำคัญเค้ายังมีการปล่อยนกกะเรียนพันธุ์ไทยให้อยู่กันในบริเวณนี้ด้วยจ้า วิวพระอาทิตย์ตกตรงนี้ก็เป็นอีกวิวที่เด็ดมากนะ สายชิลล์ต้องมาแล้วละ ปักหมุดกันให้ไว

ช่วงเย็นๆ ของวันเสาร์และอาทิตย์ ถนนคนเดินเซราะกราว คืออีกพิกัดยอดฮิตที่ทั้งคึกคักและครึกครื้นอย่าบอกใคร เพราะนี่คือถนนคนเดินใจกลางเมืองบุรีรัมย์ ซึ่งรวมสารพัดเมนูเด็ดประจำถิ่นทั้งคาวและหวานเอาไว้ให้ชิมกันมากมาย นอกจากนั้นยังมีข้าวของเครื่องใช้ทั้งเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า และงานฝีมือซึ่งเต็มไปด้วยภูมิปัญญาชาวบ้านให้ได้ช้อปแบบจุใจ ใกล้ๆ กันยังมีลานแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านให้เราได้นั่งชมเพลินๆ ด้วยจ้า ต้องมานะบอกเลย

ก่อนบอกลาเมืองบุรีรัมย์ สิ่งหนึ่งที่ต้องทำก็คือการแวะมาชม สนามฟุตบอล Chang Arena ซึ่งเป็นสนามเหย้าของทีมปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เค้าละ ที่นี่นับว่าเป็นสนามฟุตบอลมาตรฐานแห่งเดียวในเมืองไทยที่ไม่มีลู่วิ่งด้วยนะ แถมยังเป็นเจ้าของสถิติกินเนสส์ บุ๊ค ในฐานะสนามฟุตบอลระดับฟีฟ่าที่ใช้เวลาสร้างน้อยที่สุดในโลกด้วยจ้า ด้านในสนามสวยงามโอ่โถง มีห้องแถลงข่าว ห้องพักนักกีฬา และห้องต่างๆ อีกมากมาย แล้วอย่าลืมเข้าไปชมร้านขายของที่ระลึกของเค้าด้วยนะ แต่ละอย่างคือดีไซน์เก๋มากจ้า ไม่ได้เป็น FC ทีมเค้าก็ต้องมีอยากได้ติดไม้ติดมือกลับไปบ้างละ เชื่อเรา

ปิดท้ายทริปบุรีรัมย์คราวนี้ เราขอชวนให้ไปใช้เวลาชิลล์ๆ กันที่ เพลาเพลิน เมืองดอกไม้ที่พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงบุรีรัมย์ ใครจะเชื่อว่าเราจะได้เดินดูแปลงดอกลิลลี่และทิวลิปกันในภาคอีสาน! ตลอดทั้งปีที่นี่จะมีการสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนดอกไม้ทั้งในและนอกฤดูกาลกันตลอดทั้งปี เพราะเค้ามีโรงเรือนปรับอุณหภูมิขนาดใหญ่ไว้ใช้ปลูกไม้ดอกไม้ใบสารพัดสายพันธุ์ นอกจากนั้นยังมีแปลงดอกไม้และสวนผลไม้แบบเอ๊าท์ดอร์ให้ดูและชิมกันด้วยนะ ถ้าเมื่อยหรือหิวเค้าก็มีคาเฟ่น่ารักๆ ให้แวะหาอะไรรองท้องกันด้วยจ้า อยากช้อปของที่ระลึกหรือของฝากก็เพียบนะ มาที่เดียวคือครบละ กลับบ้านได้แบบชิลล์ๆ

บุรีรัมย์คืออีกเมืองที่น่าสนใจ เพราะเป็นเมืองที่มีที่เที่ยวและบรรยากาศหลากหลายให้แวะกันเลยละ แถมยังมีที่พักสะดวกสบาย การเดินทางก็ง่ายมาก ยิ่งถ้าเช่ารถขับเที่ยวเองยิ่งเริ่ดจ้า เพราะที่เที่ยวส่วนใหญ่อยู่ไม่ห่างจากตัวเมืองมากนัก จะสายประวัติศาสตร์ สายธรรมชาติ สายชิลล์ หรือสายช้อปก็ตอบโจทย์ได้หมดละ ครบขนาดนี้ถ้าไม่มาคือพลาดนะ บอกเลย!

Hotels
Flights
Things to Do
Always Know the Latest Info
Subscribe to our newsletter for more travel & lifestyle recommendations and exciting promos.
Subscribe