15 ที่เที่ยวเพชรบุรี ที่ไม่ได้มีแค่ชะอำ พร้อมลิสต์ที่พักแนะนำ [2026]

มัดรวม 15 ที่เที่ยวเพชรบุรี ยอดฮิต! ครบทั้งทะเลชะอำ โบราณสถาน และป่าเขาแก่งกระจาน พร้อมแนะนำที่พัก การเดินทาง และเคล็ดลับเที่ยวครบจบในที่เดียว
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 8 นาที
ที่เที่ยวเพชรบุรี

วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปปักหมุด ที่เที่ยวเพชรบุรี เมืองท่องเที่ยวสุดชิลใกล้กรุงเทพฯ ที่ขับรถแป๊บเดียวก็ถึง! เชื่อว่าถ้าพูดถึง เพชรบุรี หลายคนคงนึกถึงทะเล หาดชะอำ เป็นอันดับแรกใช่ไหมล่ะ? แต่บอกเลยว่า สถานที่ท่องเที่ยวเพชรบุรี ที่เด็ดๆ ไม่ได้มีแค่ชะอำเท่านั้นนะ เพราะที่นี่ยังมีทั้งป่าเขา เขื่อนสวยๆ โบราณสถานทรงคุณค่า และ คาเฟ่เพชรบุรีชิคๆ รอให้เราไปตามเก็บอีกเพียบ 

วันหยุดนี้ถ้าพอมีเวลา แนะนำให้ลองหาที่พักเพชรบุรีนอนชิลนอนชาร์จแบตสักคืนสองคืน บอกเลยว่าฟินสุดๆ และถ้าอยากได้ที่พักราคาดีๆ กดจองง่าย สะดวกสบาย ก็อย่าลืมเข้าไปกดจองที่พักเพชรบุรี ผ่าน Traveloka กันได้เลย มีโปรโมชั่นเด็ดๆ คุ้มๆ ให้เลือกเพียบ! ส่วนที่เที่ยวในเพชรบุรี ที่น่าตามไปเช็กอินจะมีที่ไหนบ้างนั้น ตามมาดูกันเลย! 

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวเพชรบุรีใน 1 นาที

จุดเด่นเมืองเพชรบุรี: เมืองท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่ชิลและขับรถไปง่ายนิดเดียว ครบเครื่องทั้งทะเล ป่าเขา วัฒนธรรมเก่าแก่ และเมืองแห่งของกินอร่อยๆ ที่เที่ยวได้ฟินแบบงบไม่บานปลาย
แนะนำ 15 ที่เที่ยวหลากหลายสไตล์: จัดเต็มครบทุกสาย! ทั้งสายทะเล (หาดชะอำ), สายประวัติศาสตร์และวัด (อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี, ถ้ำเขาหลวง, พระราชวังบ้านปืน), สายธรรมชาติและฟาร์ม (แก่งกระจาน, เขาพะเนินทุ่ง, เขาอีบิด, โครงการช่างหัวมัน) และกิจกรรม Unseen อย่างการล่องเรือชมวาฬบรูด้า
วิธีเดินทางไปเพชรบุรี: ขับรถส่วนตัวจากกรุงเทพฯ ใช้เวลาเพียง 1.5 - 2 ชั่วโมงผ่านถนนพระราม 2 ต่อเพชรเกษม หรือจะนั่งรถตู้/มินิบัสจากหมอชิต 2 และสายใต้ใหม่ รวมถึงนั่งรถไฟชิลๆ มาลงสถานีเพชรบุรีหรือชะอำก็สะดวกมาก
วิธีเดินทางในเพชรบุรี: แนะนำเช่ารถยนต์หรือมอเตอร์ไซค์ขับเองเพื่อความอิสระในการตระเวนเที่ยวทั้งโซนเมือง ชายหาด และป่าเขา แต่หากเน้นเที่ยวข้ามอำเภอแบบประหยัดก็มีรถสองแถวประจำทางคอยให้บริการ
เดือนน่าเที่ยว: ช่วงที่ฟินที่สุดคือ เดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ (ฤดูหนาว) เพราะอากาศเย็นสบาย ลมดี ทะเลสวย คลื่นลมสงบ มีโอกาสพบน้องวาฬบรูด้า และเป็นช่วงที่เหมาะกับการขึ้นไปชมทะเลหมอกที่เขาพะเนินทุ่งมากที่สุด

15 ที่เที่ยวเพชรบุรีน่าเช็กอิน

1. ถ้ำเขาหลวง

ถ้ำเขาหลวง เป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อย ซึ่งภายในน้ำเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปฉลองพระองค์ โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว นอกจากความสำคัญทางประวัติศาสตร์แล้วภายในถ้ำเขาหลวงยังมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่หลายองค์เช่นกัน นอกจากนั้นความสวยงามของถ้ำเขาหลวงก็เป็นสิ่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลายต่อหลายคนต้องแวะมาเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวเพชรบุรี เนื่องจากเราจะได้เห็นแสงอาทิตย์สาดส่องลงมาจากปล่องของเพดาน เกิดเป็นภาพที่สวยงาม แนะนำให้มาช่วงประมาณ 9.30 - 10.30 น. เพราะจะได้เห็นแสงสวย ๆ กันอย่างชัดเจน

เวลาเปิด – ปิด : 8.00 - 17.00 น.

ค่าเข้า : ฟรี

2. อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี

อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี หรือเขาวังที่เรียกกันอย่างติดปาก เป็นโบราณที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเพชรบุรี โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาเพชรนิสัย ศรีสวัสดิ์ปลัดเมือง เพชรบุรีเป็นนายงานก่อสร้างเพื่อใช้เป็นพระราชวังสําหรับเสด็จแปรพระราชฐานขึ้นบนยอดเขาแห่งนี้ โดยเขาวังมีพระที่นั่ง พระตําหนัก วัด อาคารต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นตามสไตล์ตะวันตกแบบ นิโอคลาสสิกผสมและสถาปัตยกรรมจีน มีสถานที่ท่องเที่ยวให้เราได้ตามไปเช็คอินกัน เช่น วัดมหาสมณาราม วัดพระแก้วหรือวัดพระแก้วน้อย เจดีย์แดง พระสุทธเสลเจดีย์ พระที่นั่งสันถาคารสถาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท ฯลฯ

เวลาเปิด – ปิด : ทุกวันตั้งแต่ 8.30 - 16.30 น.

ค่าเข้า : ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 150 บาท

หากโดยสารรถรางไฟฟ้า (ตั๋วไป - กลับ) มีอัตราเสียค่าบริการดังนี้ - แบบขึ้น - ลง : ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 15 บาท (ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 15 บาท) - แบบเที่ยวเดียว : ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท(ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 15 บาท) กรณีที่เด็กสูงไม่เกิน 90 ซม. ขึ้นรถรางฟรี (รถรางฯ เปิด 8.30 - 16.30 น.)

3. Camel Republic

นอกจากโบราณสถานสำคัญแล้ว ที่เพชรบุรีก็ยังมีที่เที่ยวชิค ๆ ที่ห้ามพลาดอย่าง Camel Republic ที่เป็นทั้งสวนสัตว์และสวนสนุกสไตล์โมร็อกโกให้เราได้เที่ยวกัน ในโซนสวนสัตว์เพื่อน ๆ จะได้ใกล้ชิดกับสัตว์ต่าง ๆ มากมาย เนื่องจากเป็นสวนสัตว์เปิด ทั้งอูฐ นกฟลามิงโก้ นกฟินซ์เจ็ดสี นกแก้วนซันคอนัวร์ พาตาโกเนียนมารา ฯลฯ ในส่วนของสวนสนุกก็มีให้เล่นสนุกสนานหลากหลายเครื่องเล่น ทั้ง Eagle Zipline, Flying Macaw, Drop Twist ฯลฯ ที่พร้อมให้เพื่อน ๆ ได้สนุกสุดเหวี่ยงกันไปเลย ที่สำคัญอาคาร กำแพงต่าง ๆ ภายใน Camel Republic ก็ถูกออกแบบในสไตล์โมร็อกโก บอกเลยว่าถ่ายรูปกับกำแพงสี ๆ เนี่ยแหละสวยสุด

เวลาเปิด – ปิด : จันทร์ - พฤหัสบดี 10.00 – 18.00 น. ศุกร์ - อาทิตย์ 9.00 – 19.00.

ค่าเข้า : ตั๋วผ่านประตู เด็ก 90 บาท ผู้ใหญ่ 120 บาท ต่างชาติ 200 บาท / ตั๋วเครื่องเล่น (ไม่รวมค่าผ่านประตู) ราคา 120 บาท

4. วัดมหาธาตุวรวิหาร

สายบุญเชิญทางนี้ แวะเที่ยววัด สักการะวัดคู่บ้านคู่เมืองเพชรบุรีเพื่อความเป็นศิริมงคลก็เป็นสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งเมื่อมาเยือนที่เที่ยวเพชรบุรี ที่ วัดมหาธาตุวรวิหารแห่งนี้ มีพระอารามหลวงที่มีความสำคัญในอดีต มีพระปรางค์ห้ายอดอันงดงาม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งร่องรอยของอารยธรรมแบบเขมรที่ทิ้งไว้ให้เราได้ชมในปัจจุบัน ไฮไลท์สำคัญอีกหนึ่งจุดนั่นก็คือ พื้นล่างของพระปรางค์เป็นศิลาแลง ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นสถาปัตยกรรมอันเลอค่าตั้งแต่สมัยทวาราวดี เป็นอีกหนึ่งสิ่งทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่น่าเคารพนับถือเป็นอย่างยิ่ง โดยที่วันนี้ พระปรางค์จะตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองเพชรฯ เลยก็ว่าได้ สามารถเป็นที่สังเกตเห็นได้ง่าย สวยงามหยดย้อย และมองเห็นได้ชัดเจนทั่วทิศทาง โดยภายในพระปรางค์นั้นก็เป็นสถานที่สำคัญที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ ๆ เอาไว้ อย่าง หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวเมืองเพชรฯ และนักท่องเที่ยวต่างแวะเวียนมาสักการะอยู่เสมอ

เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน

ค่าเข้า : ฟรี

5. พระรามราชนิเวศน์

หากเพื่อนๆ อยากชื่นชมศิลปะและสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกสุดคลาสสิกที่สวยงามและโรแมนติก พระรามราชนิเวศน์หรือพระราชวังบ้านปืนนี้แหละตอบโจทย์ให้กับคุณได้ โดยพระราชวังบ้านปืนเดิมทีพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีพระราชประสงค์ให้สร้างเพื่อประทับแรมในฤดูฝน ซึ่งการสร้างนี้เป็นพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ภายในพระราชวังบ้านปืน คุณจะได้ชมทั้งชั้นบนและชั้นล่าง จะได้พบกับห้องต่าง ๆ มากมาย อาทิ ห้องรอเฝ้า ห้องเสวย ห้องเครื่อง ท้องพระโรงกลาง ห้องเทียบเครื่องที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก แม้กระทั่งราวบันไดที่สร้างแบบเวียนคู่ ซึ่งเป็นศิลปะสไตล์บาร็อค หากเพื่อน ๆ อยากได้ความรู้และซึมซับบรรยากาศในอดีต ก็ไม่ควรพลาดที่พระราชวังบ้านปืนนี้เลย

เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน 8.00-16.00 น.

ค่าเข้า : ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท

6. พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งเป็นเป็นพระราชวังฤดูร้อนของพระองค์ สร้างขึ้นด้วยไม้สักทองทั้งหลัง เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวเพชรบุรี ที่รายล้อมด้วยสถานที่ร่มรื่นท่ามกลางธรรมชาติและชายหาด ประกอบด้วยพระที่นั่งใหญ่ 3 องค์ ปลูกเรียงไปตามแนวชายหาด ได้แก่ พระที่นั่งสมุทรพิมาน พระที่นั่งพิศาลสาคร พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ โดยแต่ละที่นั่งก็มีเรื่องราวและมีความสำคัญแตกต่างกัน นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่คุณ ควรแวะไปเรียนรู้เรื่องความทางประวัติศาสตร์พร้อม ๆ กับฟังเสียงคลื่นกระทบหาดได้อย่างเพลิดเพลิน

เวลาเปิด – ปิด : จันทร์ - ศุกร์ เปิด 8.00 – 16.00 น. เสาร์ - อาทิตย์ และวันหยุดราชการ เปิด 8.30 – 16.00 น.

ค่าเข้า : เฉพาะด้านล่างและโดยรอบ ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็กอายุ 10 – 14 ปี 15 บาท กรณีขึ้นชมหมู่อาคารพระที่นั่ง คนละ 30 บาท

7. กาแฟบ้านร้อยปี

เปลี่ยนฟีลกันมาที่ร้านกาแฟชิล ๆ กันบ้างร้านกาแฟบ้านร้อยปี ที่เที่ยวเพชรบุรีที่ไม่ควรพลาดอีกเช่นกัน โดยร้านกาแฟแห่งนี้เป็นบ้านไม้แบบโบราณ 2 ชั้น อายุกว่า 100 ปี ตกแต่งในสไตล์วินเทจ ภายในร้านตกแต่งด้วยของสะสมโบราณ ทุกคนสามารถไปนั่งชิค ๆ จิบเครื่องดื่มชิล ๆ ทานอาหารรับลมเย็น ๆ กันได้ นอกจากจะอิ่มท้อง ได้ถ่ายรูปสวย ๆ ตามมุมต่าง ๆ กันแล้ว ยังมีของสะสมโบราณให้เราได้ชมกันด้วย

เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน 9.00 - 19.00 น. หยุดทุกวันพุธ

ค่าเข้า : ฟรี

8. อ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน

อ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน ที่เที่ยวเพชรบุรีที่ใคร ๆ ก็รู้จักกันดี ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ครอบคลุมพื้นที่อ.หนองหญ้าปล้อง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี และ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจานเป็นสถานที่ที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม เพื่อน ๆ สามารถไปนั่งเรือชมวิว ชมพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่สันเขาตะนาวศรีได้ด้วย หากใครรักการถ่ายภาพบอกเลยว่าไม่ควรพลาดเช่นกัน

เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน 6.00 - 20.30 น. 

ค่าเข้า : เรือพาชมเขื่อนประมาณ 600 บาท ต่อลำ นั่งได้ 10 คน

9. เขาพะเนินทุ่ง

 เขาพะเนินทุ่ง

Credit: FB tourismthailand.org

หากเพื่อน ๆ ต้องการชมทะเลหมอกต้องไม่พลาดไปเช็กอินที่เขาพะเนินทุ่ง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยเขาพะเนินทุ่งเป็นภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,207 เมตร เป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามเป็นอย่างมาก ที่สำคัญสามารถไปชมทะเลหมอกได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย นอกจากทะเลหมอกแล้วคุณ จะได้ชมความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ได้สัมผัสอากาศเย็น ๆ กันตลอดทั้งปี หากใครอยากจัดทริปชมนก ชมผีเสื้อ เดินป่า ที่เขาพะเนินทุ่ง สถานที่ท่องเที่ยวเพชรบุรีแห่งนี้ ก็มีให้คุณได้ทำกัน

เวลาเปิด – ปิด : 05.30 – 17.00 น.

ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์ 4 ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่า 4 ล้อ 70 - 80 บาท

10. ตลาดน้ำกลางป่า-น้ำตกกวางโจว

ปิดท้ายกันที่ตลาดน้ำกลางป่า-น้ำตกกวางโจว ที่ที่คุณ จะได้หาซื้อของอร่อยรับประทานกัน โดยตลาดน้ำตกกวางโจวนั้นเป็นตลาดน้ำบนน้ำตกแห่งเดียวในเมืองไทย ใครจะไปเชื่อว่าที่นี่คือหนึ่งในที่เที่ยวเพชรบุรีห้ามพลาด ซึ่งนอกจากคุณจะได้เที่ยวน้ำตกแล้ว หากไปในวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดราชการก็จะได้พบกับตลาดบนน้ำตกที่เหล่าพ่อค้าแม่ค้าพายเรือกันมาขายอาหารกัน และที่แปลกไปกว่านั้น คือมีสปาปลากลางป่าด้วย

เวลาเปิด – ปิด : เสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดราชการ 9.30 - 17.00 น.

ค่าเข้า : 20 บาท

11. หาดชะอำ

หาดชะอำ

Credit: tourismthailand.org

มาถึงเพชรบุรีทั้งที ถ้าไม่แวะหาดชะอำ ก็เหมือนมาไม่ถึง! ชายหาดสุดคลาสสิกยอดฮิตตลอดกาล เหมาะสุดๆ สำหรับใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวทะเลเพชรบุรี สวยๆ บรรยากาศสบายๆ เดินทางก็ง่าย จะมานอนชิลฟังเสียงคลื่น ปั่นจักรยานรับลม หรือจัดเต็มกิจกรรมทางน้ำสุดมันอย่างบานาน่าโบ๊ทก็มีครบ แถมตลอดแนวชายหาดยังมีร้านอาหารทะเลสดๆ ให้เลือกกินกันจนอิ่มแปร้ ถือเป็นจุดเช็กอินยอดนิยมสำหรับการเที่ยวเพชรบุรี ที่ตอบโจทย์ทุกวัยในครอบครัวเลย

เวลาเปิด – ปิด : เปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง

ค่าเข้า : ฟรี

12. โครงการพระราชดำริชั่งหัวมัน

โครงการพระราชดำริชั่งหัวมัน

Credit: tourismthailand.org

โครงการพระราชดำริชั่งหัวมัน

Credit: tourismthailand.org

อีกหนึ่ง สถานที่ท่องเที่ยวเพชรบุรี ที่อยากชวนทุกคนมาสัมผัสความน่ารักของฟาร์มเกษตรผสมผสาน บรรยากาศที่นี่โปร่งโปร่งกว้างขวาง ล้อมรอบด้วยทิวเขา ร่มรื่น และชิลเป็นธรรมชาติมากๆ เหมาะสุดๆ กับการ พาครอบครัวมาปั่นจักรยานรับลมชมแปลงผักผลไม้ เรียนรู้เทคนิคการทำปุ๋ยหมัก เดินชิลในโรงเรือนเพาะชำ หรือจะนั่งรถรางชมฟาร์มเพลินๆ แวะถ่ายรูปเช็กอินคู่กับกังหันลมยักษ์ก็เก๋ไม่เบา แล้วอย่าลืมปิดท้ายด้วยการลองชิมนมสดช่างหัวมัน รสชาติหอมมันกลมกล่อมชวนติดใจ ใครกำลังมองหาที่เที่ยวเพชรบุรี สำหรับครอบครัว บอกเลยว่าต้องปักหมุดที่นี่ไว้ในลิสต์เลย! 

เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน 08.00 – 16.00 น.

ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 20 บาท / เด็ก (นักเรียน-นักศึกษา) 10 บาท

13. วนอุทยานเขานางพันธุรัต

สายธรรมชาติต้องกดเซฟที่นี่ไว้ด่วนๆ! วนอุทยานเขานางพันธุรัต เป็นที่เที่ยวเพชรบุรี ธรรมชาติ ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากชะอำ ตัวเขาเป็นเทือกเขาหินปูนสูงใหญ่ตระการตา มีตำนานเล่าขานเชื่อมโยงกับวรรณคดีเรื่องสังข์ทอง ไฮไลท์เด็ดคือเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่เดินง่าย ลมพัดเย็นสบายตลอดทาง มีจุดชมวิวให้เรามองเห็นวิวเมืองยาวไปถึงท้องทะเล แถมยังมีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ อย่างช่องกระจกนางพันธุรัต ให้สายคอนเทนต์ได้รูปสวยๆ กลับไปเพียบ

เวลาเปิด – ปิด : ทุกวัน 08.00 – 17.00 น.

ค่าเข้า : ฟรี

14. เขาอีบิด

จุดเช็กอินสุดอันซีนในอำเภอเขาย้อยที่สายถ่ายรูปต้องกรี๊ด! เขาอีบิดโดดเด่นด้วยทิวป่าสนสูงโปร่งเคียงคู่กับแอ่งน้ำขนาดใหญ่ โดยมีฉากหลังเป็นทิวเขาหินปูนรูปร่างแปลกตา บรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่น และฟีลดีมากจนได้ฉายาว่า "สวิสเซอร์แลนด์เมืองเพชร" บอกเลยว่าใครนกำลังวางแผนทริป ที่เที่ยวเพชรบุรี 1 วัน แล้วอยากได้รูปสวยๆ สไตล์อินเตอร์เอาไว้ลงโซเชียล แนะนำว่าต้องลองแวะมาให้ได้

เวลาเปิด – ปิด : เปิดตลอดเวลา (แนะนำไปช่วงเช้าหรือเย็นแสงจะสวยมาก)

ค่าเข้า : ฟรี

15. ชมวาฬบรูด้า แหลมผักเบี้ย

ชมวาฬบรูด้า ผักเบี้ยบุรี

Credit: FB นั่งเรือชมวาฬบรูด้า ผักเบี้ยบุรี

ปิดท้ายด้วยกิจกรรม เที่ยวเพชรบุรี แบบ unseen ตื่นตาตื่นใจไปกับการนั่งเรือออกไปชมวาฬบรูด้าตัวเป็นๆ ที่ออกมากินฝูงปลากะตักในทะเลบริเวณอ่าวไทยตอนบน (แหลมผักเบี้ย) ถือเป็น ที่เที่ยวเพชรบุรี ห้ามพลาด สำหรับสายรักสัตว์และธรรมชาติตัวจริง โดยช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดในการนั่งเรือออกไปชมวาฬคือช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม เพราะคลื่นลมจะสงบ และมีโอกาสเจอพี่วาฬบรูด้าโผล่มาทักทายใกล้ๆ สูงมาก

เวลาเปิด – ปิด : ควรติดต่อจองเรือล่วงหน้า (เรือมักออกจากฝั่งช่วงเช้าประมาณ 08.00 - 09.00 น.)

ค่าเข้า : ค่าเหมาเรือท่องเที่ยวชมวาฬเริ่มต้นประมาณ 5,000 - 6,000 บาท/ลำ (นั่งได้ประมาณ 10 คน)

อ่านต่อ:

ที่พักยอดนิยมในเพชรบุรี

มาเที่ยวเพชรบุรีทั้งที นอกจากที่เที่ยวจะปังแล้ว เรื่องที่นอนก็ต้องฟินไม่แพ้กัน! โดยเฉพาะโซนธรรมชาติติดริมน้ำอย่าง แก่งกระจาน ที่เหมาะกับการมานอนสูดอากาศบริสุทธิ์ ชาร์จแบตให้ร่างกาย วันนี้เราคัด 3 ที่พักเพชรบุรี เด็ดๆ น่าไปนอนปักหมุดมาให้แล้ว รับรองว่าชิลจนไม่อยากกลับแน่นอน

Nana Resort Kaengkrachan

Nana Resort Kaengkrachan
Nana Resort Kaengkrachan
Nana Resort Kaengkrachan
Nana Resort Kaengkrachan

+2

Nana Resort Kaengkrachan

Nana Resort Kaengkrachan เปิดด้วย ที่พักเพชรบุรี ยอดนิยมระดับตำนานแห่งโซนแก่งกระจานที่ใครๆ ก็ต้องรู้จัก! ที่นี่โดดเด่นด้วยบรรยากาศร่มรื่นติดริมแม่น้ำเพชรบุรี มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่พร้อมเครื่องเล่นสไลเดอร์สุดมัน และยังมีกิจกรรมล่องแก่งเรือยางจ่อรอให้เล่นกันถึงหน้ารีสอร์ตเหมาะมากๆ สำหรับสายกิจกรรม หรือใครที่กำลังมองหา ที่พักเพชรบุรี สำหรับครอบครัว และแก๊งเพื่อน บอกเลยว่ามาที่นี่ครบจบในที่เดียว ได้ทั้งความสนุกและความชิลแบบเต็มสิบ ไม่มีเหงาแน่นอน

Thailand

Nana Resort Kaengkrachan

8.4/10

แก่งกระจาน

THB 2,973.66

THB 1,396.27

Kaengkrachan Boathouse Paradise Resort 

Kaengkrachan Boathouse Paradise Resort 
Kaengkrachan Boathouse Paradise Resort 
Kaengkrachan Boathouse Paradise Resort 
Kaengkrachan Boathouse Paradise Resort 

+2

Kaengkrachan Boathouse Paradise Resort 

Kaengkrachan Boathouse Paradise Resort  ขยับมาที่สายชิลระดับพรีเมียมกันบ้างกับรีสอร์ทหรูสไตล์เก๋ไก๋ที่นำเอารูปทรงเรือโบราณมาดีไซน์เป็นห้องพักได้อย่างมีเสน่ห์ ตัวที่พักตั้งอยู่บนเนินเขาริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน จุดเด่นที่ไม่เหมือนใครคือวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาที่มองเห็นผืนน้ำกว้างๆ คู่กับทิวเขา บรรยากาศเงียบสงบ เป็นส่วนตัวสุดๆ มีสระว่ายน้ำกลางแจ้งให้ยืนรับลมชมพระอาทิตย์ตกดิน เหมาะสำหรับคู่รักหรือคนที่อยากพาครอบครัวมาดื่มด่ำบรรยากาศกลางธรรมชาติมากๆ 

Thailand

Kaengkrachan Boathouse Paradise Resort

8.4/10

สองพี่น้อง

THB 1,497.45

THB 1,447.85

Baan Poompruk Resort 

Baan Poompruk Resort 
Baan Poompruk Resort 
Baan Poompruk Resort 
Baan Poompruk Resort 
Baan Poompruk Resort 

Baan Poompruk Resort  ที่พักบรรยากาศอบอุ่นสไตล์บ้านสวนติดริมน้ำ เหมาะสำหรับสายลุยหรือคนที่อยากได้ที่พักแบบคุมงบเน้นความคุ้มค่า ตัวรีสอร์ทร่มรื่นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ให้ฟีลเหมือนได้กลับไปพักผ่อนบ้านญาติสนิทต่างจังหวัด ห้องพักสะอาด เรียบง่าย มีพื้นที่ให้ลงเล่นน้ำคลายร้อนชิลๆ แถมยังเดินทางไปเที่ยวจุดต่างๆ ในแก่งกระจานได้สะดวกมากๆ 

Thailand

Baan Poompruk Resort

7.8/10

แก่งกระจาน

THB 798.64

THB 772.18

วิธีการเดินทางไปเพชรบุรี

รถยนต์ส่วนตัว: ขับออกจากกรุงเทพฯ โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) มุ่งหน้าผ่านสมุทรสาครและสมุทรสงคราม เมื่อถึงแยกต่างระดับวังมะนาว ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ขับตรงไปเรื่อยๆ ก็จะเข้าสู่ตัวเมืองเพชรบุรี ได้เลย ใช้เวลาเดินทางเพียงประมาณ 1.5 - 2 ชั่วโมง 
รถตู้และมินิบัสประจำทาง: สามารถไปขึ้นรถได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ ทั้งสถานีจตุจักร (หมอชิต 2 โซนรถตู้) และสถานีสายใต้ใหม่ (ถนนบรมราชชนนี) โดยมีรถออกเกือบทุกครึ่งชั่วโมง ปลายทางสามารถเลือกเลือกลงได้ทั้งสถานี บขส. เพชรบุรี (ในตัวเมือง) หรือลงสุดสายที่ชายหาด หาดชะอำได้เลย นั่งสบาย ค่าโดยสารประหยัด และใช้เวลาเดินทางพอๆ กับรถยนต์ส่วนตัว
รถไฟ: ขึ้นรถไฟสายใต้ได้ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สำหรับขบวนด่วนและด่วนพิเศษ) หรือสถานีรถไฟธนบุรีและสถานีวงเวียนใหญ่ (สำหรับขบวนรถธรรมดาและรถชานเมือง) นั่งมุ่งหน้าลงใต้มาลงที่สถานีรถไฟเพชรบุรี (ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ใกล้อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง)) หรือจะนั่งยาวไปลงสถานีรถไฟชะอำเลยก็ได้ ได้ฟีลเดินทางชิคๆ เหมาะกับสายเที่ยวแบ็กแพ็กเกอร์สุดๆ

วิธีการเดินทางในเพชรบุรี

รถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่า: เหมาะที่สุดสำหรับการเดินทางตระเวนเก็บสถานที่ท่องเที่ยวเพชรบุรี เพราะช่วยให้วางแผนเที่ยวได้อิสระ ไม่ว่าจะขับไปคาเฟ่เพชรบุรีเก๋ๆ ในเมือง วิ่งยาวไปเที่ยวธรรมชาติแถว แก่งกระจาน หรือจะขับไปนอนชิลริมทะเลที่ หาดชะอำ ก็ทำได้อย่างสะดวกสบาย ไม่เสียเวลาต่อรถ
รถสองแถวประจำทาง: ในตัวเมืองเพชรบุรีบริเวณตลาดทรัพย์สินและสถานีบขส. จะมีรถสองแถวคอยให้บริการหลายสาย ทั้งสายรอบเมืองเพชรบุรี, สายเพชรบุรี - ชะอำ, สายเพชรบุรี - หาดเจ้าสำราญ และสายเพชรบุรี - ท่ายาง เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่ได้ขับรถมาเอง แต่อยากเดินทางข้ามอำเภอในราคาสบายกระเป๋า
รถมอเตอร์ไซค์เช่า: หาเช่าได้ง่ายตามจุดสำคัญ เช่น บริเวณรอบสถานีรถไฟเพชรบุรี หรือตามย่านหาดชะอำ เหมาะสำหรับคนที่อยากขี่รถรับลมชิลๆ ตระเวนเช็กอินคาเฟ่ตามซอยเล็กซอยน้อย หรือขี่เลียบชายหาดแบบเป็นอิสระ ค่าเช่ารายวันไม่แพงและจอดรถง่ายมากๆ
รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง: มีให้บริการอยู่ทั่วไปตามจุดท่องเที่ยวสำคัญ เช่น หน้าสถานีรถไฟ บขส. และริมหาดชะอำ เหมาะสำหรับการนั่งต่อรถสั้นๆ เข้าที่พัก ไปร้านอาหาร หรือเดินทางไปยังจุดขึ้นรถรางเพื่อขึ้นชมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) ได้อย่างรวดเร็ว

เที่ยวเพชรบุรี เดือนไหนดี?

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวเพชรบุรีคือ เดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ (ฤดูหนาว) เนื่องจากสภาพอากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนจัด ลมพัดเย็นกำลังดี คลื่นลมทะเลสงบ และเป็นช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับการชมทะเลหมอกที่พะเนินทุ่ง 

อย่างไรก็ตาม เพชรบุรีเป็นจังหวัดที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยแต่ละฤดูกาลจะมีเสน่ห์และไฮไลท์ท่องเที่ยวที่แตกต่างกัน ดังนี้เลย 

ฤดูหนาว (พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์) : สัมผัสอากาศดี ทะเลสวยสดใส และชมทะเลหมอก เป็นช่วงไฮซีซั่นที่น่าท่องเที่ยวที่สุดของจังหวัดเพชรบุรี สภาพอากาศโดยรวมจะแห้งและเย็นสบาย ลมพัดโปร่งสบายตลอดวัน ท้องฟ้าแจ่มใสเหมาะกับการไปเดินเล่นชิลๆ ที่ชายหาดเนื่องจากคลื่นลมสงบและน้ำทะเลใสสวยงาม นอกจากนี้ยังเป็นช่วงเวลาทองของสายธรรมชาติที่จะได้ขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวเย็น พร้อมชมทะเลหมอกหนาแบบตระการตาที่เขาพะเนินทุ่งในแก่งกระจาน รวมถึงเป็นช่วงที่เหมาะกับการตระเวนเที่ยวโบราณสถานอย่าง อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) และ ถ้ำเขาหลวง โดยไม่ร้อนจนเกินไป
ฤดูร้อน (มีนาคม – พฤษภาคม) : สนุกกับกิจกรรมทางทะเล ชิมผลไม้สดจากสวน ฤดูกาลแห่งการดับร้อนสำหรับสายทะเลและกิจกรรมทางน้ำ สภาพอากาศแดดจัด ท้องฟ้าเปิดกว้าง เหมาะกับการมาพักผ่อนเล่นน้ำทะเล ปั่นจักรยานเลียบหาด หรือจัดเต็มกับกิจกรรมบานาน่าโบ๊ทและเจ็ตสกีที่หาดชะอำ นอกจากนี้ช่วงฤดูร้อนยังเป็นช่วงที่ผลไม้นานาชนิดในเพชรบุรีออกผลผลิตดีเยี่ยม เหมาะกับการแวะไปเช็กอินตามสวน ตลาด แวะซื้อผลไม้สดๆ และลองชิมน้ำตาลโตนดสดหวานหอมจากสวน local แท้ๆ
ฤดูฝน (มิถุนายน – ตุลาคม) : เสพความเขียวขจี ล่องแก่ง และล่องเรือชมวาฬบรูด้า แม้มักจะมีฝนตกประปราย แต่ช่วงนี้นับเป็นช่วงที่ธรรมชาติของเพชรบุรีมีความสดชื่นและสมบูรณ์ที่สุด ผืนป่าในเขื่อนแก่งกระจานจะเขียวขจีชุ่มฉ่ำ ปริมาณน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีมีมาก เหมาะแก่การล่องแก่งเรือยางเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ ไฮไลท์สำคัญที่ห้ามพลาด ในช่วงปลายฤดูฝน (เดือนตุลาคม - พฤศจิกายน) คือการนั่งเรือออกไปชมวาฬบรูด้าที่แหลมผักเบี้ย ซึ่งเป็นช่วงที่ลมทะเลเริ่มสงบและมีโอกาสเจอวาฬบรูด้าโผล่มาหาอาหารได้สูงที่สุด แถมที่พักเพชรบุรี ส่วนใหญ่ยังจัดโปรโมชั่นราคาสบายกระเป๋าอีกด้วย

ตารางสรุปช่วงเวลาน่าเที่ยวเพชรบุรี 

ฤดูกาลช่วงเดือนจุดเด่น & ไฮไลท์ท่องเที่ยวระดับความน่าเที่ยว
ฤดูหนาวพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์อากาศเย็นสบาย, ทะเลสวยคลื่นสงบ, ชมทะเลหมอกเขาพะเนินทุ่ง, เดินเที่ยวโบราณสถานสบายๆ, ล่องเรือชมวาฬบรูด้า ช่วงธันวาคม⭐⭐⭐⭐⭐ (ดีที่สุด)
ฤดูร้อนมีนาคม – พฤษภาคมทะเลสดใสเหมาะเล่นน้ำ, สนุกกับกิจกรรมทางน้ำ, ชิมผลไม้สดและน้ำตาลโตนด⭐⭐⭐⭐ (เน้นเที่ยวทะเล)
ฤดูฝนมิถุนายน – ตุลาคมป่าเขียวขจีสดชื่น, เหมาะกับการล่องแก่งเรือยาง, ล่องเรือชมวาฬบรูด้า (ช่วงต.ค-พ.ย.), ที่พักราคาประหยัด⭐⭐⭐ (เน้นธรรมชาติ/สายประหยัด)

เคล็ดลับการเที่ยวเพชรบุรี

เลือกช่วงเวลาและโซนให้เหมาะกับสไตล์: หากอยากจัดทริปเที่ยวเพชรบุรี 1 วัน แนะนำให้เลือกเที่ยวเฉพาะโซน เช่น โซนเมืองเก็บวัดและโบราณสถาน, โซนหาดชะอำ เล่นน้ำทะเล, หรือโซนแก่งกระจานสัมผัสธรรมชาติ เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางข้ามอำเภอ
วางแผนเวลาไปถ้ำเขาหลวงให้เป๊ะ: ถ้าอยากได้รูปมุมมหาชนที่มีแสงอาทิตย์ส่องลงมาจากปล่องเพดานถ้ำกระทบพระพุทธรูป ควรเดินทางไปถึงถ้ำเขาหลวง ในช่วงเวลาประมาณ 09.30 – 10.30 น. ซึ่งเป็นช่วงที่แสงสวยและปังที่สุด
ระวังลิงเจ้าถิ่นบนเขาวังและถ้ำเขาหลวง: บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง) และ ถ้ำเขาหลวง มีลิงอาศัยอยู่จำนวนมาก ควรเก็บอาหาร ขนม เครื่องดื่ม รวมถึงถุงพลาสติกและของมีค่าไว้ในกระเป๋าให้มิดชิดเพื่อป้องกันน้องลิงเข้ามาแย่งของส่วนตัวน้า 
จองเรือชมวาฬบรูด้าล่วงหน้า: หากตั้งใจจะไปล่องเรือชมวาฬบรูด้าที่แหลมผักเบี้ย ควรเช็กสภาพอากาศ คลื่นลม และสำรองที่นั่งกับเรือท่องเที่ยวล่วงหน้าเสมอ โดยช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคมจะมีโอกาสพบวาฬบรูด้าได้มากที่สุด
ตระเวนเก็บของกินและของฝากขึ้นชื่อ: เพชรบุรี ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งของอร่อย มาแล้วต้องไม่พลาดชิมก๋วยเตี๋ยวหมู/เนื้อสูตรเพชรบุรี, ข้าวแช่ตำรับเมืองเพชร, ลอดช่องน้ำตาลโตนด และซื้อของฝากเพชรบุรียอดฮิตอย่างขนมหม้อแกงที่ทำกันแบบสดใหม่กลับบ้าน
เตรียมเงินสดติดตัวไว้บ้าง: แม้ร้านค้าและคาเฟ่เพชรบุรี ส่วนใหญ่จะรองรับการสแกนจ่ายผ่าน QR Code แต่การเที่ยวชมจุดธรรมชาติ ลานกางเต็นท์ในแก่งกระจาน หรือการซื้อของกินเพชรบุรีตามตลาดท้องถิ่น มีเงินสดพกติดตัวไว้จะเซฟกว่า

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวเพชรบุรี

Q: เที่ยวเพชรบุรีช่วงไหนดีที่สุด?

A: ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวเพชรบุรีคือ เดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ (ฤดูหนาว) เนื่องจากสภาพอากาศแห้ง เย็นสบาย ไม่ร้อนจัด คลื่นลมทะเลสงบ และเป็นช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับการขึ้นไปชมทะเลหมอก

Q: ไปเที่ยวเพชรบุรีแบบไม่มีรถส่วนตัว เดินทางสะดวกไหม?

A: เดินทางสะดวกมาก สามารถนั่งรถตู้ มินิบัส หรือรถไฟจากกรุงเทพฯ มาลงที่ตัวเมืองเพชรบุรีหรือ หาดชะอำ ได้เลย ส่วนการเดินทางในจังหวัดก็มีทั้งรถสองแถวประจำทาง มอเตอร์ไซค์เช่า และมอเตอร์ไซค์รับจ้างคอยให้บริการตามจุดท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ

Q: ไปเที่ยวเขาวังและถ้ำเขาหลวง ต้องแต่งตัวยังไง?

A: เนื่องจากทั้งสองแห่งเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรร่วมแต่งกายให้สุภาพ สวมเสื้อมีแขน และกางเกงหรือกระโปรงยาวเลยเข่า นอกจากนี้แนะนำให้สวมรองเท้าที่เดินสบาย เพราะต้องเดินขึ้นบันได และระวังการถือถุงพลาสติกหรือขนมในมือเพื่อป้องกันลิงเจ้าถิ่นเข้ามาแย่ง

Q: ล่องเรือชมวาฬบรูด้าที่แหลมผักเบี้ย มีค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่?

A: ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่จะเป็นค่าเหมาเรือท่องเที่ยวชมวาฬ เริ่มต้นประมาณ 5,000 – 6,000 บาทต่อลำ (นั่งได้ประมาณ 10 คน) หากไปเป็นกลุ่มหารกันจะตกคนละประมาณ 500 – 600 บาทเท่านั้น แนะนำให้ติดต่อจองเรือล่วงหน้าก่อนเดินทาง

Q: ทริปเที่ยวเพชรบุรี 1 วัน (One Day Trip) งบประมาณเท่าไหร่?

A: หากเดินทางด้วยรถส่วนตัวหรือรถตู้ งบประมาณเฉลี่ยจะอยู่ที่ ประมาณ 1,000 –2,000 บาทต่อคน รวมค่าเดินทาง ค่าน้ำมัน ค่าเข้าชมสถานที่ และทาน ของกินเพชรบุรี อร่อยๆ ได้แบบสบายกระเป๋า 

บทความแนะนำ

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ เพชรบุรี

อำเภอชะอำ

Thailand

เพชรบุรี

Thailand

ชะอำ

Thailand
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร