"ต๋าข่า" (Da Ka) ในภาษาจีนหมายถึงเทรนด์การไปท่องเที่ยวและถ่ายรูปตามจุดแลนด์มาร์กดังๆ เพื่อนำมาลงโซเชียลมีเดีย ซึ่งถ้าพูดถึงเรื่องนี้แล้ว คงไม่มีประเทศไหนจะจริงจังและทำได้น่าตื่นตาตื่นใจไปกว่าประเทศจีนอีกแล้ว ตั้งแต่ถนนสไตล์อาร์ตเดโคในเซี่ยงไฮ้ กำแพงสีแดงเก่าแก่ในปักกิ่ง ไปจนถึงสกายไลน์แสงสีระยิบระยับในกวางโจว จุดต๋าข่าสุดไวรัลเหล่านี้ดึงดูดผู้คนนับล้านที่เคยเห็นภาพในอินเทอร์เน็ตและอยากมาสแนปภาพในมุมเดียวกันเป๊ะๆ
คู่มือนี้จะพาคุณไปเจาะลึก 3 พิกัดที่มีคนถ่ายรูปมากที่สุดในจีน ณ เวลานี้ พร้อมเคล็ดลับช่วงเวลาที่ดีที่สุด มุมกล้องที่ปัง และวิธีการเดินทาง เตรียมจองตั๋วเครื่องบินไปจีนกับ Traveloka แล้วใช้คู่มือนี้วางแผนทริปกันได้เลย!
Discover flight with Traveloka
กรุงเทพ (BKK) ไป เซี่ยงไฮ้ (PVG)
กรุงเทพ (DMK) ไป เซี่ยงไฮ้ (PVG)
เชียงใหม่ (CNX) ไป เซี่ยงไฮ้ (PVG)
1. ถนนอู่คัง เซี่ยงไฮ้ (WuKang Road): ถนนสไตล์อาร์ตเดโคและสีสันแห่งฤดูใบไม้ร่วง

ถนนอู่คัง ตั้งอยู่ในเขตสัมปทานฝรั่งเศสเก่าของเซี่ยงไฮ้ และเป็นหนึ่งในถนนที่มีคนถ่ายรูปมากที่สุดในประเทศจีน ไฮไลต์สำคัญคือ "คฤหาสน์อู่คัง" (Wukang Mansion) ตึกสไตล์อาร์ตเดโคสุดคลาสสิกที่สร้างขึ้นในปี 1924 โดดเด่นด้วยรูปทรงโค้งรับกับทางแยกเฉียงระหว่างถนนหวยไห่กลางและถนนอู่คังพอดิบพอดี กลายเป็นฉากหลังยอดฮิตที่เหล่านักถ่ายภาพและคอนเทนต์ครีเอเตอร์ต้องมาเช็กอิน นอกจากนี้ ตลอดสองข้างทางยังร่มรื่นด้วยต้นลอนดอนเพลน (Plane Trees) เก่าแก่ วิลล่าสไตล์ฝรั่งเศส คาเฟ่เก๋ๆ และบูติกช็อปที่ให้กลิ่นอายความเป็นยุโรปอย่างเต็มเปี่ยม
ถนนสายนี้มีความสวยงามตลอดทั้งปี แต่จะพีคที่สุดในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง (ปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม) เมื่อใบของต้นเพลนเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองและร่วงหล่นลงมาตัดกับท้องฟ้าสีครามสดใส เกิดเป็นภาพทัศนียภาพที่สวยงามจนกลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดียของจีนในทุกๆ ปี
เช้าตรู่ (06:30 ถึง 08:30 น.) — ช่วงที่คนน้อยที่สุดและมีแสงแดดยามเช้าอ่อนๆ ส่องผ่านทิวไม้ เหมาะที่สุดสำหรับใครที่อยากได้ภาพคลีนๆ ไม่มีผู้คนติดเฟรม
บ่ายแก่ๆ (17:00 ถึง 18:00 น.) — แสงสีทองของช่วง Golden Hour จะสาดส่องกระทบหน้าตึกคฤหาสน์อู่คังโดยตรง ตัวถนนจะเริ่มมีชีวิตชีวาแต่ยังไม่ถึงกับแน่นจนเกินไป
หลีกเลี่ยงช่วงบ่ายของวันหยุดสุดสัปดาห์ — ตั้งแต่ช่วงสายของวันเสาร์-อาทิตย์ บริเวณทางแยกหน้าตึกอู่คังจะมีฝูงชนหนาแน่นมากเป็นพิเศษ
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเยือน:
มุมถ่ายรูปห้ามพลาด: ตรงทางแยกถนนหวยไห่กลางตัดกับถนนเทียนผิง (Tianping Road) จะเห็นส่วนโค้งของตึกอู่คังคู่กับถนนที่ขนาบด้วยทิวไม้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ หลังจากนั้นแนะนำให้เดินต่อไปทางถนนอันฝู (Anfu Road) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่ถ่ายรูปสวยและเป็นที่นิยมของครีเอเตอร์เช่นกัน
วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Metro) สาย 1 ไปลงสถานี Hengshan Road หรือ สาย 9 ไปลงสถานี Jiashan Road แล้วเดินต่ออีกนิดเดียวก็ถึงถนนอู่คัง
คำแนะนำ: แนะนำให้เลือกจองโรงแรมในเซี่ยงไฮ้ย่านเขตสัมปทานฝรั่งเศส เพื่อให้คุณสามารถเดินมาถ่ายรูปที่ถนนอู่คังตอนเช้าตรู่ได้อย่างสะดวกสบาย โดยสามารถเปรียบเทียบราคาโรงแรมทุกระดับได้บน Traveloka
2. กำแพงแดงหอกลอง ปักกิ่ง (Drum Tower Red Wall): กำแพงสีชาดและมนต์เสน่ห์แห่งประวัติศาสตร์

หอกลอง หรือที่เรียกในภาษาจีนกลางว่า "กู่โหลว" (Gulou) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแกนกลางประวัติศาสตร์เมืองปักกิ่ง ตัวอาคารตระหง่านด้วยกำแพงสีแดงชาดและหลังคากระเบื้องสีเทาอันเป็นเอกลักษณ์คู่สกายไลน์เมืองปักกิ่งมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หยวน หอนี้สร้างขึ้นในปี 1272 เพื่อใช้บอกเวลา ในอดีตด้านในจะบรรจุกลองขนาดใหญ่ที่จะถูกตีเพื่อส่งสัญญาณบอกชั่วโมงในแต่ละวัน ปัจจุบันกลายเป็นหนึ่งในจุดต๋าข่าที่น่าดึงดูดใจที่สุดในปักกิ่ง ด้วยสีแดงเข้มของกำแพงที่ให้ฉากหลังที่สะท้อนความเป็นจีนได้อย่างชัดเจน
พื้นที่รอบๆ หอกลองถือเป็นหนึ่งในย่านประวัติศาสตร์ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ดีที่สุดในปักกิ่ง ตรอกซอกซอยโบราณที่เรียกว่า "หูท่ง" (Hutong) หอระฆัง (Bell Tower) ที่มองเห็นอยู่ทางทิศเหนือ และสถาปัตยกรรมบ้านโบราณแบบซื่อเหอยวน (Courtyard) ล้วนสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการลั่นชัตเตอร์ นอกจากนี้ด้านในหอกลองยังมีการแสดงตีกลองสดตามเวลาที่กำหนดในแต่ละวัน ซึ่งช่วยเพิ่มมิติทางวัฒนธรรมให้กับการมาเยือนอีกด้วย
ช่วงเช้า — ย่านหอกลองจะมีนักท่องเที่ยวน้อยกว่าช่วงอื่นก่อนเวลา 09:00 น. จึงเป็นโอกาสดีที่จะได้ภาพกำแพงเมืองสีแดงแบบเต็มๆ ตา
ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูใบไม้ผลิ — ท้องฟ้าจะโปร่งใสและอุณหภูมิเย็นสบาย เหมาะแก่การเดินเล่นชมบรรยากาศในตรอกหูท่ง
รอบการแสดงกลอง — แนะนำให้เช็คตารางเวลาแสดงล่วงหน้า เพื่อจะได้แพลนเวลาถ่ายรูปและเข้าชมการแสดงไปพร้อมกัน
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเยือน:
มุมถ่ายรูปห้ามพลาด: การถ่ายจากบริเวณหน้าหอโดยแหงนกล้องขึ้นด้านบน จะช่วยขับเน้นความยิ่งใหญ่ของกำแพงสีแดงตัดกับขอบฟ้า ส่วนตรอกที่ตัดผ่านระหว่างหอกลองและหอระฆังทางทิศเหนือ จะให้มุมมองภาพแนวเส้นตรงที่สมมาตรสวยงาม และอย่าลืมแวะเข้าตรอกหูท่งแคบๆ รอบๆ เพื่อเก็บภาพกำแพงแดงคู่กับวิถีชีวิตสไตล์โลคอลของชาวปักกิ่ง
ค่าเข้าชมและการเดินทาง: ค่าเข้าชมหอกลองอยู่ที่ประมาณ 15 หยวนต่อคน รถไฟใต้ดินปักกิ่ง (Beijing Metro) สาย 8 มาลงที่สถานี Gulou Dajie แล้วเดินขึ้นไปทางเหนือเล็กน้อย ทางเข้าหอระฆังจะอยู่ในบริเวณพื้นที่จำหน่ายตั๋วเดียวกัน
คำแนะนำ: คุณสามารถเลือกดูและจองกิจกรรมท่องเที่ยวในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และกวางโจว ไม่ว่าจะเป็นซิตี้ทัวร์ตามจุดต๋าข่า หรือทริปเดินถ่ายภาพพร้อมไกด์ ได้ง่ายๆ ผ่าน Traveloka
3. แคนตันทาวเวอร์ กวางโจว (Canton Tower): การแสดงแสงสีสุดตระการตาที่ไวรัลทุกสุดสัปดาห์

ด้วยความสูงถึง 600 เมตร แคนตันทาวเวอร์จึงเป็นสถาปัตยกรรมที่สูงที่สุดในกวางโจว และเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่มีคนถ่ายรูปมากที่สุดในจีนตอนใต้ ในช่วงกลางวัน ตัวอาคารโดดเด่นด้วยรูปทรงบิดเกลียวอันเป็นเอกลักษณ์ใจกลางย่านจูเจียงนิวทาวน์ (Zhujiang New Town) แต่พอตกดึก ทาวเวอร์แห่งนี้จะเปลี่ยนโฉมไปอย่างสิ้นเชิง โดยรอบตัวอาคารจะถูกประดับประดาด้วยไฟ LED หลากสีสันกว่า 330,000 ดวง ซึ่งจะเปิดไฟสว่างไสวทุกคืนตั้งแต่เวลา 19:10 น. ถึง 22:00 น. โดยจะสลับสับเปลี่ยนสีสันไปเรื่อยๆ ทั้งน้ำเงิน ม่วง ทอง และสีพิเศษตามเทศกาล โดยเฉพาะวันศุกร์และวันเสาร์ การแสดงแสงสี จะจัดเต็มและเปิดยาวนานกว่าปกติ จนภาพความสวยงามนี้กลายเป็นไวรัลบนฟีดโซเชียลของจีนทุกสัปดาห์
หัวใจสำคัญของการถ่ายภาพแคนตันทาวเวอร์ให้ปังคือ "ทำเล" แม้ตัวทาวเวอร์เดี่ยวๆ จะดูสะดุดตาอยู่แล้ว แต่ความมหัศจรรย์ที่แท้จริงคือการถ่ายภาพเงาสะท้อนน้ำ การจัดเฟรมคู่กับแม่น้ำ และภาพมุมกว้างของเส้นขอบฟ้าที่แสดงให้เห็นแคนตันทาวเวอร์อยู่ร่วมกับตึกระฟ้าอื่นๆ ของกวางโจว
ถ่ายภาพช่วงกลางวัน/เย็น (16:00 ถึง 18:00 น.) — คนไม่หนาแน่น แสงธรรมชาติกำลังดี และเหมาะมากหากคุณวางแผนจะขึ้นไปชมวิวบนดาดฟ้าก่อนพระอาทิตย์ตกดิน
ชมไฟช่วงกลางคืน (20:00 ถึง 21:00 น.) — ช่วงเวลาทองที่ไฟ LED จะส่องสว่างคมชัดที่สุด และตึกรามบ้านช่องรอบๆ เปิดไฟสว่างไสวเต็มรูปแบบ
วันศุกร์และวันเสาร์ — มีการขยายเวลาแสดงแสงสี และบรรยากาศริมแม่น้ำจะคึกคักและมีชีวิตชีวามากที่สุด
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการไปเยือน:
สวนสาธารณะ Haixinsha Asian Games Park — มุมมหาชนในตำนานที่สามารถถ่ายรูปทาวเวอร์ได้เต็มๆ คู่กับสกายไลน์ของย่านจูเจียงนิวทาวน์ โดยมีแม่น้ำเพิร์ล (Pearl River) เป็นฉากหน้า
สะพานไห่ซิน (Haixin Bridge) — เดินจากตัวทาวเวอร์ประมาณ 5 นาที แถบไฟบนสะพานจะเปลี่ยนสีล้อไปกับตัวแคนตันทาวเวอร์ ทำให้ได้ภาพที่ดูโมเดิร์นล้ำสมัยควบคู่กันทั้งสะพานและตึก
สระน้ำบริเวณลานกวางโจวทาวเวอร์พลาซ่า (Guangzhou Tower Plaza Pool) — ใช้เทคนิคการถ่ายภาพแบบเปิดหน้ากล้องนาน (Long Exposure) เพื่อจับภาพเงาสะท้อนของทาวเวอร์บนผิวน้ำ จะได้รูปภาพที่สวยงามและแปลกตา
จัตุรัสฮวาเฉิง (Huacheng Square) — ใช้มุมมองเงาสะท้อนและขั้นบันไดในการจัดองค์ประกอบภาพโดยมีทาวเวอร์ตั้งตระหง่านอยู่เป็นฉากหลัง
วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินกวางโจว (Guangzhou Metro) สาย 3 หรือ สาย 8 มาลงที่สถานี Canton Tower ตัวสถานีจะเชื่อมต่อกับทางออก B ของทาวเวอร์โดยตรง หากต้องการเดินไปยังจุดถ่ายรูปสวยๆ ที่สวน Haixinsha หรือสะพานไห่ซิน แนะนำให้เผื่อเวลาเดินเท้าประมาณ 10 ถึง 15 นาทีจากสถานี
🇨🇳 เคล็ดลับควรรู้สำหรับการเดินทางไปต๋าข่าที่ประเทศจีน
ออกเดินทางแต่เช้า: ทั้งสามสถานที่ข้างต้นจะมีผู้คนบางตาที่สุดก่อนเวลา 09:00 น. นอกจากนี้ ช่วงเช้าตรู่ยังให้แสงธรรมชาติที่สวยที่สุดสำหรับการถ่ายภาพกลางแจ้งที่ถนนอู่คังและหอกลองปักกิ่ง
เช็คฤดูกาลให้ดี: ถนนอู่คังจะสวยงามที่สุดในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วงจากสีสันของใบไม้เปลี่ยนสี ส่วนหอกลองและแคนตันทาวเวอร์นั้นถ่ายรูปสวยได้ตลอดทั้งปี โดยฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงจะเป็นช่วงที่ท้องฟ้าเปิดและสดใสที่สุด
ดาวน์โหลดแผนที่แบบออฟไลน์ล่วงหน้า: เนื่องจากแอปพลิเคชันแผนที่บางตัวอาจใช้งานได้จำกัดในจีน ควรบันทึกพิกัดถ่ายรูป เส้นทางการเดินทาง และที่อยู่ของที่พักลงในแผนที่แบบออฟไลน์ให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง
วางแผนการเดินทางจากสนามบินล่วงหน้า: ทั้งเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และกวางโจว ต่างเป็นเมืองใหญ่ที่มีสนามบินนานาชาติขนาดใหญ่ แนะนำให้จองบริการรถรับส่งสนามบินล่วงหน้าผ่าน Traveloka เพื่อรับราคาเน็ตที่แน่นอนตรงสู่โรงแรมของคุณทันที ช่วยประหยัดเวลาต่อคิวและไม่ต้องกังวลเรื่องการสื่อสารหน้างาน เดินทางข้ามเมืองด้วยรถไฟความเร็วสูง: เครือข่ายรถไฟความเร็วสูงของจีนเชื่อมต่อระหว่างเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และกวางโจวได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว หากคุณแพลนจะเก็บให้ครบทั้ง 3 เมืองในทริปเดียว การเดินทางด้วยรถไฟความเร็วสูงถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ที่สุด
เช็คดีลพิเศษบน Traveloka ก่อนจอง: อย่าลืมตรวจสอบหน้าโปรโมชันของ Traveloka เพื่อรับส่วนลดและข้อเสนอพิเศษล่าสุดสำหรับตั๋วเครื่องบินและโรงแรมในจีนก่อนที่คุณจะทำการชำระเงิน
แพลนทริปต๋าข่าบุกประเทศจีนกับ Traveloka
Traveloka คือแอปพลิเคชันท่องเที่ยวแบบครบวงจร (All-in-one) อันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การันตีด้วยยอดดาวน์โหลดสะสมสูงสุดในกลุ่มแอปจองทริปท่องเที่ยวระหว่างปี 2014–2025 ไม่ว่าจะจองตั๋วเครื่องบินไปเซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และกวางโจว เลือกจองโรงแรมที่โดนใจในทั้งสามเมือง ตลอดจนเลือกซื้อกิจกรรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ทั้งหมดนี้มาพร้อมการรับประกันราคาดีที่สุด (Best Price Guarantee) และบริการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมงในแอปเดียว
รองรับการใช้งานในหลากหลายประเทศ ทั้งอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย ดาวน์โหลดแอป Traveloka ได้แล้ววันนี้บน Google Play และ App Store!