
9000007728414อินเดีย ประเทศที่มีเอกลักษณ์ทั้งศิลปะและวัฒนธรรม เป็นต้นกำเนิดที่สำคัญของพุทธศาสนา และยังมีอารยธรรมเก่าแก่ที่ทรงเสน่ห์ ถ่ายทอดผ่านสถาปัตยกรรมและประติมากรรมที่งดงามสุดอลังการ ดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่เที่ยวอินเดียมีให้เลือกมากมาย อยากไปไหนก็เลือกได้ตามไลฟ์สไตล์ของคุณ แต่อย่าลืมจองตั๋วเครื่องบินไปอินเดียกันก่อนนะ จองตั๋วง่าย ๆ ได้ที่ Traveloka แหล่งรวมตั๋วเครื่องบินราคาถูก ได้ตั๋วแล้วก็ไปเที่ยวอินเดียกันได้เลย
Tue, 25 Aug 2026

Air India
กรุงเทพ (BKK) ไป นิวเดลี (DEL)
เริ่มจาก THB 3,769.20
Wed, 19 Aug 2026

Thai Air Asia X
กรุงเทพ (DMK) ไป นิวเดลี (DEL)
เริ่มจาก THB 4,523.73
Mon, 24 Aug 2026

Thai VietJet Air
ภูเก็ต (HKT) ไป นิวเดลี (DEL)
เริ่มจาก THB 6,044.69
เริ่มต้นชีวิตที่สดใสด้วยการท่องเที่ยวอินเดีย ดินแดนแห่งอารยธรรม ที่เที่ยวอินเดียมีมากมาย ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติ เพียงออกเดินทางไปเที่ยวอินเดียคุณก็จะได้เห็นว่าประเทศนี้มีความยิ่งใหญ่มากแค่ไหน ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันเลยว่ามีที่เที่ยวอินเดียที่ไหนน่าสนใจบ้าง
ที่เที่ยวอินเดียแห่งแรกที่มีชื่อเสียงระดับโลกเป็นใครก็ต้องมาอย่าง “ทัชมาฮาล (Taj Mahal)” 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่มีความสวยงามอลังการ ถูกสร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ทัชมาฮาลเกิดจากความรักและความเศร้าของจักรพรรดิซาห์ ชหาน กษัตริย์องค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์โมกุล ที่ปกครองอินเดียในช่วงศตวรรษที่ 16 พระองค์ทรงพบรักกับอรชุมันท์ พานุ เพคุม บุตรสาวของรัฐมนตรี ที่ต่อมาได้ทรงตั้งชื่อใหม่ให้ว่า มุมตัช มาฮาล
หลังจากครองคู่กันมาได้ 18 ปี มาฮาลก็ให้กำเนิดทายาทองค์ที่ 14 ท้ายที่สุดพระนางก็ตกเลือดและสิ้นพระชนม์ นำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจแก่จักรพรรดิชาห์ ชหานเป็นอย่างมาก พระองค์จึงจมอยู่กับความเศร้านุ่มขาวห่มขาวไปนั่งรำพันถึงพระมเหสีที่ข้างหลุมศพราวกับคนเสียสติ และได้สร้างอนุสรณ์แห่งความรักนี้เอาไว้ที่ริมโค้งแม่น้ำยมุนา
จักรพรรดิซาร์ ชหานได้ทรงออกแบบการก่อสร้างทัชมาฮาลด้วยพระองค์เอง ใช้แรงงานในการก่อสร้างกว่า 20,000 คน และใช้เวลากว่า 22 ปี จนสำเร็จเป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่ยิ่งใหญ่
แต่ทว่าหลังจากนั้นพระองค์ก็ถูกราชโอรสชิงบัลลังก์ และนำตัวไปกักขังที่ป้อมเมืองอัคราซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำกับทัชมาฮาล พระองค์ยังคงรำพันถึงพระมเหสีตลอด 8 ปี จนกระทั่งในวันสุดท้ายของชีวิต พระองค์ก็เลือกที่จะจ้องมองเศษกระจกที่สะท้อนภาพของทัชมาฮาล และในที่สุดพระองค์ก็ได้ถูกฝังเคียงข้างกับพระมเหสีที่พระองค์ไม่เคยลืมเลือน
ตามรอยเส้นทางแห่งความรักของพระเจ้าชาห์ ชหานกันต่อที่ป้อมอัครา (Agra Fort) หรือป้อมแดง สัญลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ของความรักและความตาย ที่ลมหายใจสุดท้ายของพระองค์อยู่ที่นี่ ป้อมอัครา คือพระราชวังอัครา ถูกสร้างโดยราชบุตรแห่งวงศ์ศิกวะตั้งแต่ปี ค.ศ. 1080 ก่อนจะมีทัชมาฮาลเสียอีก ป้อมอัคราแห่งนี้ได้ถูกบูรณะใหม่เมื่อปี ค.ศ. 1565 โดยกษัตริย์อักบาร์ สร้างด้วยหินทรายและศิลาสีแดง ลักษณะครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนโค้งแม่น้ำยมุนา เป็นที่เที่ยวอินเดียที่มองเห็นทัชมาฮาลสวยที่สุด
หากใครไปเยือนกรุงเดลีต้องไม่พลาดที่จะเห็นประตูอินเดียตั้งตระหง่านใจกลางเมือง ประตูอินเดียแห่งนี้เป็นอนุสรณ์สถานของเหล่าทหารกล้าที่ได้เสียสละในการปกป้องประเทศจากอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1
ประตูอินเดียแห่งนี้มีความสูง 42 เมตร สร้างด้วยหินทรายเมื่อปี ค.ศ.1931 บนประตูได้แกะสลักรายนามของทหารหาญที่เสียชีวิต และบริเวณโค้งได้ติดตั้งคบเพลิงที่ไฟไม่เคยมอดดับ เพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้เสียชีวิตในสงครามอินเดีย-ปากีสถาน เมื่อปี ค.ศ. 1971 ที่เที่ยวอินเดียแห่งนี้นับเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวอินเดียเลยก็ว่าได้
แลนด์มาร์คอินเดียแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองชัยปุระ (Jaipur) หรือนครสีชมพู ฮาวามาฮาล (Hawa Mahal) มีอีกชื่อว่า พระราชวังแห่งสายลม โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ สร้างขึ้นด้วยหินทรายสีแดงและสีชมพู ผสมผสานศิลปะเปอร์เซียกับโมกุลได้อย่างลงตัว อาคารแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากมงกุฎของพระนารายณ์ ที่มีหน้าต่างประดับกระจกสีลวดลายฉลุงดงามกว่า 935 บาน คล้ายรังผึ้ง ที่เรียกสายลมให้พัดผ่าน เป็นที่เที่ยวอินเดียไฮไลต์ที่ดึงดูดความสนใจจากนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก
ไหน ๆ ก็เที่ยวประตูกันแล้ว มาต่อที่อีกประตูกันดีกว่า ประตูปาตริกา หรือ The Patrika Gate ที่เที่ยวอินเดียในชัยปุระ สถาปัตยกรรมอันสวยงามหยดย้อยที่ควรค่าแก่การมาเยี่ยมชมเป็นอย่างมาก สร้างขึ้นด้วยหินทรายสีชมพู ตกแต่งด้วยงานแกะสลัก ปูนปั้น และผลงานจิตรกรรมฝาผนังที่มีลวดลายและสีสันสวยสดงดงาม จนได้รับการยกย่องให้เป็นประตูเมืองที่สวยที่สุดในบรรดา 9 ประตูของเมืองนี้เลยเชียวล่ะ
มาต่อกันที่พระราชวังหลวง (The City Palace) ที่เที่ยวอินเดียอีกแห่งที่พลาดไม่ได้ของเมืองชัยปุระ พระราชวังแห่งนี้ผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมแบบราชปุตและโมกุล มีความยิ่งใหญ่มากจนครอบคลุมพื้นที่ 1 ใน 7 ของใจกลางเมืองชัยปุระ ไม่ใช่แค่นั้นภายในพระราชวังยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสุดอลังการ นอกจากนี้ยังมีประตูเล็ก ๆ 4 ประตูที่แสดงถึง 4 ฤดูกาล กิมมิกน่ารักที่สวยซึ้งตรึงใจ ถ่ายรูปจุดไหนก็สวยทุกมุม
อยากไปเที่ยวแบบฟรี ๆ กันบ้างไหม นี่เลยบ่อน้ำ Chand Baori Stepwell ที่เที่ยวอินเดียที่เปิดให้เข้าฟรี แถมยังสวยอัศจรรย์ที่ใครจะไปคิดว่านี่คือบ่อน้ำ แต่บ่อน้ำนี้ไม่ใช่บ่อน้ำธรรมดา เป็นบ่อน้ำโบราณที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 10 มีความลึกที่สุดและใหญ่ที่สุดของอินเดีย โดยมีความลึกประมาณตึก 10 ชั้น หรือ 33 เมตร มีบันไดถึง 13 ชั้น รวมแล้วกว่า 3,500 ขั้นเชียวนะ และที่สำคัญที่แห่งนี้ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Batman: The Dark Knight Rises อีกด้วย
กลับมาเที่ยวชมสถาปัตยกรรมกันต่อกับป้อมแอมเบอร์ (Amber Fort) ป้อมปราการขนาดใหญ่ที่อยู่เมืองอาร์แมร์ ชานเมืองชัยปุระ ที่เที่ยวอินเดียขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนผาหินเหนือทะเลสาบ Maota สร้างในสมัยศตวรรษที่ 16 โดยมหาราชา มาน สิงห์ที่ 1
ป้อมแอบเบอร์แห่งนี้มีชื่อเสียงจากการผสมผสานศิลปะฮินดูและศิลปะราชปุตเข้าไว้ด้วยกัน ทำให้มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ และความมหัศจรรย์ของป้อมแอมเบอร์ คือ ความยิ่งใหญ่ของกำแพงเมืองที่มีทั้งหมด 4 ชั้นที่อลังการมาก ๆ ส่วนวิวเหนือป้อมนั้นสวยอย่าบอกใครเลยเชียว
สำหรับสาวกผู้ชื่นชอบธรรมชาติ ชอบการปีนเขา เดินป่า ต้องไม่พลาดที่เที่ยวอินเดียแห่งนี้ สิกขิม (Sikkim) ดินแดนแห่งอ้อมกอดของเทือกเขาหิมาลัย คุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศธรรมชาติที่งดงาม และวิวทิวทัศน์สวย ๆ ตลอดการเดินทาง ไฮไลต์ของที่นี่ก็คือเมืองตากอากาศชื่อดังอย่างดาร์จีลิ่ง (Darjeeling) และยอดเขาคันเช็งฌองก้า (Khangchendzonga) ที่สูง 8,598 เมตร สูงเป็นอันดับสามของโลก รองจาก Everest และ K2 เลยทีเดียว
เรายังอยู่กับแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติกันต่อกับแคชเมียร์ (Kashmir) ที่เที่ยวอินเดียที่ได้รับสมญานามว่าสวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย แคชเมียร์อยู่ติดกับชายแดนปากีสถานและจีน มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 3,000-5,000 เมตร โดยมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญคือทะเลสาบคาล เมือง Sonamarg Gulmarc และ Pahagam แค่ภาพยังสวยขนาดนี้แล้วของจริงจะสวยขนาดไหน
จุดหมายปลายทางในฝันของนักท่องเที่ยวผู้หลงใหลในขุนเขา ลาดัก (Ladahk) ถือเป็นสุดยอดเส้นทางท่องเที่ยวจนได้รับฉายาว่า Land of high passes มาเที่ยวที่ลาดักแห่งนี้ต้องอย่าลืมพกยาสำหรับโรคแพ้ความสูงมาด้วยนะ เพราะการเดินทางมาที่นี่จะผ่านถนนที่สูงที่สุดในโลกอย่าง Khardungla pass ที่มีความสูงถึง 5,359 เมตร สูงกว่าดอยอินทนนท์บ้านเราถึง 2 เท่า
ไฮไลต์ที่สำคัญของลาดักก็คือ Nubra Valley, ทะเลสาบ Pangong, ทะเลสาบ Moriri, เมือง Lamayuru และเมืองเลห์ (Leh) ที่เที่ยวอินเดียชื่อดังที่สายแอดเวนเจอร์ไม่ควรพลาด
อีกหนึ่งที่เที่ยวอินเดียที่เหมาะสำหรับคนไทยที่ต้องการเดินตามรอยพระพุทธเจ้า กับการท่องเที่ยวสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของศาสนาพุทธอย่างพุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ที่พุทธศาสนิกชนทุกคนอยากจะไปเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต และใครที่มาที่นี่ก็ไม่ควรพลาดที่จะนั่งสมาธิทำจิตใจให้สงบที่ใต้ต้นโพธิ์ เหมือนกับที่พระพุทธเจ้าได้ประทับใต้ต้นศรีมหาโพธิ์จนตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ที่นี่ยังมีวัดไทยพุทธคยา ที่เป็นวัดไทยแห่งแรกในอินเดียด้วยนะ
ตามรอยพระพุทธเจ้ากันต่อที่ ธัมเมกขสถูป (Dhamekh Stupa) สถานที่ที่พระพุทธเจ้าแสดงปฐมเทศนาแก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน หรือเมืองสารนาถในปัจจุบัน ในสถานที่นี้เป็นที่กำเนิดภิกษุสงฆ์รูปแรกในพุทธศาสนาก็คือ พระอัญญาโกณฑัญญะ และเกิดเป็นพระรัตนตรัยครบ 3 องค์ คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ จึงเกิดสังฆรัตนะขึ้นในโลก รับรองว่ามาที่นี่แล้วอิ่มบุญอิ่มใจแน่นอน
เรายังอยู่กับที่เที่ยวอินเดียที่เป็นหนึ่งในเส้นทางตามรอยพระพุทธเจ้าที่สำคัญนั่นก็คือ เมืองกุสินารา (Kusinagar) รัฐอุตรประเทศ สถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงเสด็จดับขันธปรินิพพาน ที่นี่เนืองแน่นไปด้วยต้นสาละ โดยพระเจ้าอโศกมหาราชได้สร้างสถูปขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อเป็นที่บรรจุพระอัฐิของพระพุทธเจ้า ภายในพระวิหารยังมีพระพุทธรูปปางปรินิพพานที่อยู่บนแท่นหินทรายแดงหรือเรียกว่า จุณศิลา ที่มีอายุมากกว่า 1,500 ปีอีกด้วย
เมื่อมีเกิดก็ต้องมีดับ มาเที่ยวอินเดียแล้วก็ไม่พลาดที่จะไปชมวิถีชีวิตของชาวอินเดียที่ริมฝั่งแม่น้ำคงคาในตำนาน แม่น้ำคงคา (Ganga River) หรือแม่น้ำแห่งความตาย ที่มีกิจกรรมมากมายให้เราเห็น ไม่ว่าจะเป็นการลอยอังคาร การอาบน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต การใช้แม่น้ำคงคาสำหรับอุปโภค บริโภค รวมถึงการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ตามความเชื่อในศาสนาฮินดูที่ว่าแม่น้ำในเมืองพาราณสีแห่งนี้เป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นจึงเป็นสถานที่ที่ใช้สำหรับส่งวิญญาณผู้ตายไปสวรรค์ถึง 200 ศพต่อวัน
และที่เที่ยวอินเดียที่ต่อไปยังคงวนเวียนอยู่กับความเชื่อทางศาสนา คราวนี้เราจะพาคุณมาชมศาลเจ้าอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาซิกซ์ที่สร้างขึ้นด้วยความศรัทธาอันแรงกล้าอย่าง วิหารทองหริมันทริรสาหิบ (Harmandir Sahib) ถูกสร้างในยุคมหาราชารานจิต สิงห์ ในปี ค.ศ. 1830 วิหารแห่งนี้ตั้งอยู่กลางสระน้ำ ใจกลางเมืองอมฤตสระ (Amritsar) สร้างด้วยหินอ่อนและทองคำล้วน ๆ สายบุญต้องไม่พลาดเพราะที่นี่คือโรงทานแห่งความเมตตาอย่างแท้จริง
ป้อมปราการเมห์รานการห์ (Mehrangarh Fort) ป้อมโบราณขนาดใหญ่ที่สุดในอินเดีย และยังเป็นที่ตั้งของพระราชวังที่เป็นหนึ่งในสี่ของพระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในอินเดียอีกด้วย ป้อมแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองจูดห์ปุระ ที่สร้างขึ้นโดยมหาราชาเรา โยธา มีความสูงถึง 125 เมตร ตั้งตระหง่านบนที่ผาหินสูง ทำให้มองเห็นวิวเมืองได้ทั้งเมือง
ป้อมปราการเมห์รานการห์แห่งนี้มีไฮไลต์คือประตูชัยพล ที่แปลว่าชัยชนะ โดยมหาราชา มัน สิงห์สร้างขึ้นในโอกาสที่รบชนะกองทัพชัยปุระ และบิคาเนอร์ เวลาที่สวยที่สุดคือยามพระอาทิตย์ตกดิน แสงสวย บรรยากาศดี งดงาม ยากจะหาใครเทียบ
ไปชมถ้ำที่อินเดียกันบ้างดีกว่ากับถ้ำอชันตา (Ajanta Caves) เป็นถ้ำในพระพุทธศาสนาที่มีความงดงามและเก่าแก่ที่สุดในโลก สร้างก่อนคริสต์ศักราชเกือบ 200 ปี โดยเจาะภูเขาด้วยฆ้อนและสิ่วเพื่อใช้สำหรับปฏิบัติธรรมกรรมฐานอย่างแท้จริง
ภายในถ้ำอชันตาถ้ำย่อย ๆ มากกว่า 30 ถ้ำ เรียงต่อเนื่องยาวเป็นวงโค้งรูปพระจันทร์เสี้ยว อยากรู้ไหมถ้ำไหนสวยที่สุด? นี่เลยถ้ำหมายเลข 1 มีชื่อว่าถ้ำพุทธมหายาน ที่เป็นที่ตั้งของภาพวาดปัทมปาณิโพธิสัตว์และพระวัชรปาณีโพธิสัตว์ศิลปะคุปตะตอนปลาย ที่เป็นภาพเขียนที่งดงามและสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเลยนะ
ถ้ำเอลโลร่า (Ellora Caves) ที่เที่ยวอินเดียยอดนิยมที่โด่งดังไปทั่วโลก ภายในถ้ำเอลโลร่าประกอบไปด้วยศิลปะถึง 3 ศาสนา ทั้งฮินดู พุทธ และเชน
ถ้ำเอลโลร่าเป็นหมู่ถ้ำที่มีถ่ำย่อย ๆ 100 กว่าถ้ำ แต่เขาเปิดให้เราเที่ยวแค่ 34 ถ้ำเท่านั้น สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 600-1,000 โดยถ้ำที่มีชื่อเสียงมากที่สุดก็คือถ้ำหมายเลข 16 เรียกว่าถ้ำเขาไกรลาส ที่มีภาพแกะสลักวิจิตรงดงามที่อุทิศแด่พระศิวะ จัดเป็นประติมากรรมแกะสลักหินเพียงก้อนเดียวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สำหรับนักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ศิลปะแล้ว ที่นี่ถือว่าเป็นที่สุดของความงดงามเลยก็ว่าได้
บอกลาทริปเที่ยวอินเดียสวย ๆ ด้วยแหล่งชอปปิงเมืองชัยปุระอย่าง Masala Chowk สตรีทฟู้ดสไตล์อินเดียที่มีสารพัดเมนูให้ลิ้มลอง มาที่นี่ต้องเก็บท้องไว้ลองชิมอาหารพื้นเมืองอร่อย ๆ ที่คุณจะได้สัมผัสกับรสชาติอาหารอินเดียขนานแท้ นั่งพักผ่อนชิล ๆ สบาย ๆ คลายความเหนื่อยล้าได้เป็นอย่างดี และทั้งหมดนี้คือเสน่ห์ของอินเดียที่เราเก็บมาฝากกัน ที่เที่ยวอินเดียยังมีอีกมากมายอย่ารอช้ารีบออกไปเที่ยวกันเลย
เที่ยวกันจนเต็มอิ่มกับแลนด์มาร์คสุดอลังการแล้ว อีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้ทริปอินเดียฟินขึ้นไปอีกก็คือ "ที่พัก" นั่นเอง! ยิ่งถ้าเลือกที่พักที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้ล่ะก็ จะช่วยเซฟพลังงานให้เราพร้อมลุยต่อได้แบบยาว ๆ วันนี้เราเลยคัด 3 โรงแรมตัวท็อป 3 สไตล์ มีครบตั้งแต่สายฮิต สายหรู ไปจนถึงสายคุมงบมาฝากกัน จะมีที่ไหนน่าตามไปเช็กอินบ้าง มาดูกันเลย!
ถ้าถามถึงโรงแรมที่ฮิตที่สุดและเป็นตำนานของอินเดีย ต้องยกให้ Taj Mahal Tower ที่เมืองมุมไบเลย ที่นี่เรียกว่าเป็นแลนด์มาร์คระดับโลกที่ตั้งอยู่ติดกับประตูเมืองอินเดีย (Gateway of India) แถมยังมองเห็นวิวทะเลอาหรับได้แบบพาโนรามา เรื่องการบริการคือยืนหนึ่งสไตล์อินเดียขนานแท้ ตัวตึกโดดเด่นด้วยการผสมผสานดีไซน์แบบยุโรปเข้ากับศิลปะอินเดียโบราณได้อย่างลงตัวสุด ๆ เป็นพิกัดที่นักเดินทางทั่วโลกต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ต้องมานอนให้ได้สักครั้งในชีวิต!"

India

Taj Mahal Tower, Mumbai

9.6/10
•





Mumbai
THB 7,692.54
THB 7,201.04
ใครอยากสัมผัสความหรูหราอลังการฟีลมหาราชาอินเดีย ต้องมาที่ The Oberoi Amarvilas เมืองอัครา เลย โรงแรมนี้ขึ้นชื่อเรื่องความโรแมนติกแบบสิบเต็มสิบ เพราะตั้งอยู่ห่างจาก "ทัชมาฮาล" แค่ประมาณ 600 เมตรเท่านั้น! และความพีคคือ ห้องพักทุกห้องของที่นี่ถูกออกแบบมาให้มองเห็นวิวทัชมาฮาลได้แบบเต็ม ๆ ตาโดยไม่มีอะไรมากั้น ภายในตกแต่งวิจิตรบรรจงตามสไตล์โมกุล มีสระว่ายน้ำกลางแจ้งสุดปัง และสปากลางสวนสวยที่ช่วยสร้างบรรยากาศการพักผ่อนให้กลายเป็นทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

India

The Oberoi Amarvilas, Agra

9.8/10
•





Agra
THB 13,431.42
THB 12,573.10
ปิดท้ายด้วยที่พักสำหรับสายลุย แบ็กแพ็กเกอร์ หรือคนที่อยากเซฟงบไว้ช้อปปิ้ง แนะนำให้พุ่งตัวมาที่ Zostel Delhi ได้เลย ตัวนี้เป็นเครือโฮสเทลที่ดังมาก ๆ ในอินเดีย เรื่องความสะอาด ปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกคือหายห่วง แถมทำเลยังตั้งอยู่ใจกลางกรุงนิวเดลี ใกล้สถานีรถไฟ ทำให้เดินทางไปไหนมาไหนสะดวกมาก ที่นี่มีให้เลือกทั้งแบบห้องส่วนตัวและห้องนอนรวม (Dorm) บรรยากาศในโฮสเทลจะมีความเป็นกันเอง มีพื้นที่ส่วนกลางให้มานั่งเล่นและทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่จากทั่วโลก ได้มิตรภาพดี ๆ กลับไปเพียบในราคาสบายกระเป๋าแน่นอน

India

Zostel Delhi

7.0/10
•



Central Delhi
THB 1,260.62
THB 1,180.17
เตรียมตัวจองตั๋วแล้วแพ็กกระเป๋า! มาดูกันว่าการเดินทางจากไทยไปอินเดียนั้นสะดวกสบายและมีทางเลือกแบบไหนบ้าง
พอแลนดิ้งถึงอินเดียแล้ว จะเดินทางข้ามเมืองหรือเที่ยวในเมืองยังไงดี? บอกเลยว่าอินเดียมีระบบขนส่งที่หลากหลายและเข้าถึงทุกจุดแน่นอน
เที่ยวอินเดีย เดือนไหนดี? ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวอินเดียคือ เดือนตุลาคม - มีนาคม (ฤดูหนาว) เนื่องจากสภาพอากาศส่วนใหญ่ของประเทศจะเย็นสบาย ท้องฟ้าแจ่มใส และไม่มีฝนรบกวน เหมาะกับการเดินเที่ยวชมสถาปัตยกรรมและธรรมชาติมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม อินเดียเป็นประเทศที่ใหญ่มาก ทำให้แต่ละฤดูกาลมีเสน่ห์และจุดน่าเที่ยวที่แตกต่างกันไป โดยแบ่งออกเป็น 3 ฤดูหลัก ๆ ดังนี้
| ฤดูกาล | เดือน | สภาพอากาศ | เมือง/ภูมิภาคที่แนะนำ |
| ฤดูหนาว | ตุลาคม - มีนาคม | เย็นสบาย ท้องฟ้าเปิด (ตอนเหนือมีหิมะตก) | ทัชมาฮาล, ชัยปุระ, เดลี, แคชเมียร์, ลาดัก |
| ฤดูร้อน | เมษายน - มิถุนายน | พื้นราบร้อนจัด แต่บนเขาสูงอากาศเย็นสบาย | ลาดัก (ทางเปิดสมบูรณ์), แคชเมียร์, สิกขิม |
| ฤดูฝน | กรกฎาคม - กันยายน | ฝนตกชุก ธรรมชาติเขียวขจี คนน้อย ราคาถูก | เที่ยวเน้นพักผ่อนในเมืองใหญ่ หรือสายธรรมชาติลุย ๆ |
เคล็ดลับสำคัญที่สุดในการเที่ยวอินเดียคือ การเตรียมตัวเรื่องสุขอนามัยอาหาร การระวังกลโกง และการวางแผนจองล่วงหน้า เพื่อให้ทริปของคุณสนุก ปลอดภัย และไร้กังวล แนะนำให้จำทริคเหล่านี้ติดตัวไว้ได้เลย
อ่านต่อ:
Q: ไปเที่ยวอินเดียต้องทำวีซ่าไหม?
A: คนไทยทุกคนต้องทำวีซ่าก่อนเดินทาง โดยสามารถขอ e-Tourist Visa (วีซ่าออนไลน์) ผ่านเว็บไซต์ทางการของอินเดียล่วงหน้าได้เลย สะดวกมาก อนุมัติไว และไม่ต้องเดินทางไปยื่นเอกสารด้วยตัวเอง
Q: ไปเที่ยวศาสนสถานหรือสถานที่ประวัติศาสตร์ในอินเดีย ต้องแต่งตัวยังไง?
A: ต้องแต่งกายสุภาพ มิดชิด เสื้อมีแขน และกางเกงหรือกระโปรงยาวคลุมเข่า นอกจากนี้ในวัดฮินดู วัดซิกข์ หรือมัสยิดบางแห่ง อาจต้องใช้ผ้าคลุมศีรษะก่อนเข้า และจำเป็นต้องถอดรองเท้าไว้ด้านนอกด้วย
Q: อาหารอินเดียกินยากไหม และจะท้องเสียจริงหรือเปล่า?
A: อาหารอินเดียมีรสชาติเครื่องเทศที่เข้มข้นแต่ก็มีความอร่อยเฉพาะตัว ส่วนเรื่องท้องเสียสามารถป้องกันได้โดยเลือกกินอาหารที่ปรุงสุกใหม่เท่านั้น หลีกเลี่ยงน้ำแข็ง น้ำก๊อก และผักสดริมทาง แล้วหันมาดื่มน้ำดื่มบรรจุขวดที่ปิดสนิทแทน
Q: ระบบคมนาคมในอินเดียมีที่จอดรถสะดวกไหม หรือควรเดินทางอย่างไรดี?
A: สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในอินเดียหาที่จอดรถยากและจราจรค่อนข้างวุ่นวาย ไม่แนะนำให้เช่ารถขับเอง ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการเรียกแอป Uber/Ola สำหรับเดินทางในเมือง หรือเช่ารถพร้อมคนขับท้องถิ่นผ่านเอเจนซี่เพื่อความสะดวกและปลอดภัยตลอดทริป
Q: ไปเที่ยวอินเดียต้องแลกเงินสกุลอะไร และสแกนจ่าย (QR Code) ได้ไหม?
A: แนะนำให้แลกเงินรูปี (INR) จากไทยไปให้พอกับการใช้จ่าย หรือพกเงินดอลลาร์ (USD) ไปแลกเพิ่มที่นู่น สำหรับระบบสแกนจ่ายผ่าน QR Code ของอินเดีย (UPI) ส่วนใหญ่จะยังไม่รองรับบัญชีธนาคารหรือวอลเล็ตของต่างชาติ ดังนั้นการพกเงินสด เงินสดสำรอง และบัตรเครดิต/เดบิตสำหรับกด ATM จึงชัวร์ที่สุด
Q: ผู้หญิงไปเที่ยวอินเดียคนเดียวอันตรายไหม?
A: สามารถเที่ยวได้แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวังและวางแผนอย่างรัดกุมกว่าปกติ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินทางในที่เปลี่ยวหรือตอนกลางคืน เลือกพักในโรงแรมหรือโฮสเทลที่มีรีวิวดีและปลอดภัยสูง และใช้บริการรถสาธารณะผ่านแอปพลิเคชัน (Uber/Ola) แทนการโบกตามข้างทางเพื่อความปลอดภัย
Q: ปลั๊กไฟที่อินเดียใช้แบบไหน ต้องพก Adapter ไปไหม?
A: ที่อินเดียใช้ปลั๊กไฟขากลม 3 ขา (Type D/M) และมีแรงดันไฟฟ้า 230V เท่ากับประเทศไทย แม้โรงแรมรุ่นใหม่ ๆ จะเริ่มมีปลั๊กแบบ Universal แล้ว แต่เพื่อความชัวร์แนะนำให้พก Universal Adapter (หัวแปลงปลั๊กไฟ) ติดกระเป๋าไปด้วย จะได้ชาร์จมือถือและกล้องถ่ายรูปได้แบบไม่มีสะดุด


















