
ลาวเป็นหนึ่งในประเทศที่คนไทยไปได้บ่อยที่สุดโดยไม่รู้สึกว่าเป็นทริปใหญ่ที่ต้องเตรียมตัวจริงจังและไม่ต้องขอวีซ่า บินตรงจากกรุงเทพฯ แค่ชั่วโมงกว่า ๆ แถมค่าใช้จ่ายโดยรวมยังถูกกว่าหลายที่เที่ยวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกัน ถ้าคิดจะเที่ยวลาวครั้งแรก หรือจะกลับไปซ้ำอีกครั้ง บทความนี้รวม 30 ที่เที่ยวลาวไว้ให้ครบ ทั้งในเวียงจันทน์ หลวงพระบาง วังเวียง และเมืองอื่น ๆ ที่คนไม่ค่อยพูดถึงแต่ไปแล้วไม่ผิดหวัง
จากที่ไปมาหลายรอบ ลาวเป็นประเทศที่ดูเบา ๆ ตอนวางแผน แต่พอถึงที่จริงมักเจอสิ่งที่ไม่ได้คาดไว้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นวัดที่ดูเก่าแต่ยังมีชีวิต ธรรมชาติที่ไม่ต้องเดินทางไกลมากก็สวยแล้ว หรือตลาดกลางคืนที่ของฝากคุ้มกว่าหลายประเทศ ลองเอาลิสต์นี้ไปคัดดูว่าเที่ยวลาวกี่วันถึงจะจุใจ อ่านจบแล้วจองตั๋วไปลาวและจองที่พักในลาวกับ Traveloka เลย!
Mon, 13 Jul 2026

Lao Airlines
กรุงเทพ (BKK) ไป เวียงจันทน์ (VTE)
เริ่มจาก THB 3,667.00
Mon, 3 Aug 2026

Thai AirAsia
กรุงเทพ (DMK) ไป เวียงจันทน์ (VTE)
เริ่มจาก THB 3,245.98
Sun, 2 Aug 2026

Thai AirAsia
Phnom Penh (KTI) ไป เวียงจันทน์ (VTE)
เริ่มจาก THB 5,196.99
ประตูไซเป็นสิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่นึกถึงเวลาพูดถึงที่เที่ยวเวียงจันทน์ และจากที่ไปมาก็เข้าใจว่าทำไม เพราะตัวสถาปัตยกรรมดูดีจริง โดยเฉพาะช่วงเช้าก่อน 9 โมงที่คนยังไม่เยอะ แสงนุ่ม ถ่ายรูปออกมาสวยกว่าตอนกลางวันมาก รูปทรงคล้ายประตูชัยปารีส แต่ลวดลายปูนปั้นเป็นเรื่องรามายณะแบบลาว ซึ่งดูละเอียดกว่าที่คิด ถ้ามีเวลาแนะนำให้ขึ้นไปชั้นบนด้วย วิวเมืองเวียงจันทน์จากด้านบนคุ้มค่าขึ้นบันไดแน่นอน
ถ้าประตูไซคือแลนด์มาร์กสำหรับถ่ายรูป พระธาตุหลวงก็คือหัวใจของเวียงจันทน์จริง ๆ เจดีย์ทองสูงกลางแจ้งที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศลาว สร้างมาพร้อมกับการก่อตั้งเมือง ชาวลาวถือว่าที่นี่ศักดิ์สิทธิ์มาก ช่วงเทศกาลออกพรรษาคนจะมาร่วมงานเต็มไปหมด แต่ถ้าไปวันธรรมดาจะเงียบกว่า เดินชมได้สบาย บริเวณรอบนอกก็มีพระพุทธรูปและซุ้มประตูหินให้ถ่ายรูปได้อีก มุมที่คนไม่ค่อยรู้คือด้านหลังองค์เจดีย์ช่วงตะวันตกดิน แสงสีทองกระทบทองได้สวยมาก
ถ้ำกองลอเป็นหนึ่งในที่เที่ยวลาวที่น่าประทับใจที่สุดถ้าชอบธรรมชาติแบบลึก ๆ ลักษณะเป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่มาก มีแม่น้ำไหลลอดผ่านยาวกว่า 7 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวต้องนั่งเรือเข้าไปในความมืดพร้อมไฟฉาย ได้ยินแค่เสียงพายกับน้ำ หินงอกหินย้อยที่อยู่ข้างในมีขนาดใหญ่กว่าที่เห็นในรูปเยอะมาก อีกฝั่งหนึ่งของถ้ำเป็นหมู่บ้านชาวลาวที่ไม่มีถนนเชื่อมออกมา เส้นทางนี้เดินทางจากเวียงจันทน์ค่อนข้างไกล แนะนำวางแผนค้างคืนที่คำม่วน
น้ำตกที่หลายคนบอกว่าสวยที่สุดในหลวงพระบาง และจากที่ไปมาก็ไม่ได้โอเวอร์เรต น้ำสีเขียวมรกตไหลเป็นชั้น ๆ ลงมาจากความสูงราว 70 เมตร บรรยากาศรอบ ๆ เป็นป่าร่มรื่น เดินเล่นได้สบาย มีจุดลงเล่นน้ำในแอ่งด้านล่างด้วย เทคนิคคือมาช่วงเช้าเปิดก่อน 9 โมง คนยังไม่เยอะ แสงส่องทะลุต้นไม้ได้สวย ถ้ามาช่วงบ่ายคนจะเต็มมาก ระยะทางจากตัวเมืองหลวงพระบางประมาณ 30 กิโลเมตร เดินทางด้วยรถจ้างหรือทัวร์ได้ทั้งคู่
โบราณสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกจากยูเนสโก เป็นที่ราบโล่งกว้างที่มีไหหินขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่ว บางใบสูงเกือบสองเมตร อายุกว่า 2,500 ปี นักวิชาการยังถกเถียงกันอยู่ว่าใช้ทำอะไรกันแน่ ทฤษฎีที่เป็นที่นิยมคือใช้เป็นโกศบรรจุกระดูก ความน่าสนใจคือบรรยากาศของที่นี่เงียบและโล่งแบบที่หาไม่ได้ในที่เที่ยวลาวแห่งอื่น ๆ เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวนอกกระแสและสนใจประวัติศาสตร์ลาวโบราณ
หอพระแก้วตั้งอยู่ไม่ไกลจากประตูไซ เดินถึงกันได้สบาย เดิมเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตก่อนที่จะถูกนำกลับไทย ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะและโบราณวัตถุ ภายในมีพระพุทธรูปหลายองค์ที่มีอายุเป็นร้อยปี ตัวอาคารเป็นไม้แกะสลักลวดลายละเอียดสวยมาก จุดที่น่าสังเกตคือภาพเขียนบนเพดานและช่องแสงที่ตกลงมาตอนบ่ายให้บรรยากาศแบบที่ถ่ายรูปออกมาได้สวยโดยไม่ต้องจัดแสงเพิ่ม
สวนพระอยู่ห่างจากตัวเมืองเวียงจันทน์ออกไปทางใต้ประมาณ 25 กิโลเมตร บรรยากาศต่างจากวัดทั่วไปมาก เพราะเป็นสวนกลางแจ้งที่มีพระพุทธรูปและเทวรูปกว่า 200 องค์กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ หลายองค์มีขนาดใหญ่มาก รูปแบบผสมระหว่างพุทธและฮินดูในแบบที่ไม่ค่อยเห็นที่ไหน เจ้าของเป็นพระที่ออกแบบทุกอย่างเองตามความเชื่อส่วนตัว ถ่ายรูปออกมาได้โดดเด่น สีสันและขนาดของรูปปั้นทำให้รูปดูน่าสนใจเกือบทุกมุม
สี่พันดอนแปลตรง ๆ ว่าสี่พันเกาะ เป็นพื้นที่ที่แม่น้ำโขงแตกออกเป็นหลายสาย ทำให้เกิดเกาะแก่งจำนวนมาก บรรยากาศที่นี่เป็นลาวใต้แบบชิล ๆ ขี่จักรยานเที่ยวรอบเกาะ ดูพระอาทิตย์ตกริมโขง หรือล่องเรือชมน้ำตกหลี่ผีที่น้ำไหลแรงจนเกิดละอองฝอยขาวโพลน ดอนคอนและดอนเดดเป็นสองเกาะยอดนิยมที่มีที่พักและร้านอาหารครบ เหมาะกับทริปที่อยากลดสปีดและนั่งดูโขงไปเรื่อย ๆ
บลูลากูนเป็นบ่อน้ำผุดธรรมชาติที่น้ำสีเขียวอมฟ้าใสมากจนมองเห็นพื้นได้ชัด อยู่ห่างจากตัวเมืองวังเวียงประมาณ 6 กิโลเมตร ขี่จักรยานหรือนั่งรถสองแถวมาได้ กิจกรรมหลักคือลงเล่นน้ำ กระโดดจากเชือกหรือแท่นไม้ลงบ่อ มีชิงช้าและแพไม้ไผ่ให้ใช้ด้วย บรรยากาศโดยรอบเป็นป่าไม้ไผ่และหน้าผาหินปูน จากที่ไปมาแนะนำให้มาช่วงเช้าเปิด คนไม่เยอะ น้ำนิ่งกว่า ถ่ายรูปออกมาสวยกว่าช่วงบ่ายที่คนเยอะและน้ำเริ่มขุ่น
หนองเขียวเป็นหนึ่งในที่เที่ยวลาวที่คนไทยยังไม่ค่อยรู้จักมากนัก ตั้งอยู่ในเมืองงอยแขวงหัวพัน บรรยากาศเป็นป่าเขาสมบูรณ์ ไม่มีฝูงนักท่องเที่ยวแบบวังเวียงหรือหลวงพระบาง กิจกรรมหลักคือเดินป่า ปีนเขา และชมวิวเมืองงอยจากจุดสูงสุดที่มองเห็นได้กว้างมาก เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวลาวแบบที่ไม่ซ้ำกับใคร และชอบธรรมชาติที่ยังไม่ถูกพัฒนามากเกินไป การเดินทางต้องวางแผนล่วงหน้าเพราะไม่มีเที่ยวบินตรง
สะพานส้มเป็นสะพานไม้ไผ่ข้ามแม่น้ำซองที่กลายเป็นแลนด์มาร์กของที่เที่ยววังเวียงไปแล้ว สีส้มสดของไม้ไผ่ตัดกับฉากหลังภูเขาหินปูนและท้องฟ้าทำให้รูปออกมาดีเกือบทุกมุม ช่วงเช้าแสงดีที่สุด คนยังน้อย เดินข้ามได้สบาย อีกฝั่งมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และทางเดินไปต่อยังถ้ำจั๋งได้เลย สะพานนี้สร้างใหม่ทุกปีหลังน้ำหลาก เพราะถูกน้ำพัดหายทุกหน้าฝน ถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของที่นี่ก็ได้
น้ำตกตาดแส้อยู่ห่างจากตัวเมืองหลวงพระบางแค่ 15 กิโลเมตร เดินทางสะดวกกว่าน้ำตกหลายแห่งในลาว จุดเด่นคือสายน้ำไหลเป็นชั้นซ้อนกันลงมาตามโขดหิน มีแอ่งให้ลงเล่นน้ำได้ บรรยากาศป่ารอบข้างร่มมาก แวะได้ในวันเดียวกับที่ไปน้ำตกตาดกวางสี เพราะทิศทางใกล้กัน นอกจากนี้บริเวณด้านนอกมีการแสดงช้างให้ชมด้วย ถ้าไม่ได้ตั้งใจจะเจอก็ถือว่าได้กิจกรรมเพิ่มโดยไม่ต้องวางแผนพิเศษ
วัดพูเป็นโบราณสถานแบบเขมรที่เก่าแก่กว่านครวัดในกัมพูชา สร้างจากหินทรายและอิฐ ลวดลายแกะสลักบนผนังและกรอบประตูยังชัดเจนมากแม้จะผ่านมาพันกว่าปี ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี 2001 ตัวปราสาทตั้งอยู่บนเนินเขา ต้องเดินขึ้นบันไดหินผ่านต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น วิวด้านล่างเห็นทุ่งนาและแม่น้ำโขงได้ไกล จากที่ไปมาแนะนำมาเช้าก่อนแดดร้อน เพราะทางขึ้นค่อนข้างชันและไม่มีร่มเงามากนัก
พระบรมมหาราชวังตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงในย่านเมืองเก่าหลวงพระบาง สถาปัตยกรรมผสมระหว่างทรงลาวแบบล้านช้างกับอิทธิพลฝรั่งเศสยุคอาณานิคม ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ ภายในเก็บของใช้ส่วนพระองค์ เครื่องราชบรรณาการ และพระพุทธรูปสำคัญหลายองค์ ทางเข้าหลักอยู่ด้านถนน ส่วนด้านหลังติดแม่น้ำโขง ช่วงเช้าอากาศเย็นสบายและแสงดี เดินเที่ยวได้นานโดยไม่รู้สึกร้อน
โบลาเวนเป็นไฮไลต์ของลาวใต้ที่คนรู้จักน้อยกว่าที่ควร พื้นที่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตร อากาศเย็นกว่าลาวโดยทั่วไปชัดเจน เป็นแหล่งปลูกกาแฟอาราบิก้าคุณภาพดีที่ส่งออกไปทั่วโลก นอกจากไร่กาแฟยังมีน้ำตกหลายแห่งในพื้นที่เดียวกัน ทั้งน้ำตกตาดฟาน น้ำตกตาดยูนัง และอีกหลายจุด เหมาะกับทริปแบบขับรถวนรอบที่ราบสูงสัก 1-2 วัน กาแฟที่ซื้อกลับมาจากที่นี่ถูกและดีกว่าซื้อในเมืองปากเซมาก
วัดวิชุนราชหรือที่คนเรียกกันว่าวัดพระธาตุหมากโม เป็นวัดที่เก่าที่สุดแห่งหนึ่งในหลวงพระบาง สร้างในปี ค.ศ. 1503 จุดที่โดดเด่นที่สุดคือพระธาตุทรงกลมโค้งมนคล้ายแตงโมผ่าครึ่ง ซึ่งหาดูไม่ได้จากที่ไหนอีก ภายในวัดมีพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในหลวงพระบางด้วย บรรยากาศเงียบกว่าวัดเชียงทองที่อยู่ใกล้กัน นักท่องเที่ยวจะน้อยกว่า เดินชมได้สบาย เหมาะแวะมาต่อจากถนนคนเดินหรือตลาดไนท์พลาซ่า
ตลาดกลางคืนที่ขึ้นชื่อที่สุดของหลวงพระบาง เปิดทุกคืนตั้งแต่ประมาณหกโมงเย็นตามถนนสายหลัก ของที่ขายส่วนใหญ่เป็นงานหัตถกรรมพื้นเมือง ผ้าทอลาย ผ้าคลุม กระเป๋า เครื่องเงิน ราคาถูกกว่าที่ไทยชัดเจนและต่อราคาได้ อาหารก็มีให้เลือกหลายอย่าง ทั้งข้าวเหนียวมะม่วง ลาบ และบุฟเฟ่ต์ผักราคาถูก จากที่ไปมาแนะนำให้เดินดูรอบหนึ่งก่อนแล้วค่อยกลับมาซื้อ เพราะของแบบเดียวกันราคาต่างกันได้ตามตำแหน่งแผง
วัดคู่เมืองหลวงพระบางที่สร้างในปี ค.ศ. 1560 สมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช หลังคาซ้อนชั้นลาดต่ำแบบล้านช้างที่เป็นเอกลักษณ์ ลวดลายโมเสกกระจกสีบนผนังด้านนอกทำมือทั้งหมด ถ้าเดินวนรอบวัดช้า ๆ จะเห็นรายละเอียดที่ต่างกันในแต่ละด้าน ช่วงเช้าตรู่ก่อน 8 โมงพระออกบิณฑบาต บรรยากาศงดงามมาก ถ้าพักในย่านเมืองเก่าสามารถเดินมาถึงได้เลย ตั้งอยู่ปลายสุดของแหลมที่แม่น้ำโขงและแม่น้ำคานมาบรรจบกัน
น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในลาวและในแม่น้ำโขงตอนล่างทั้งหมด กว้างกว่า 10 กิโลเมตรในหน้าน้ำหลาก บางคนเรียกว่า "ไนแองการาแห่งเอเชีย" แม้จะฟังดูเกินจริงไปหน่อยแต่ขนาดของน้ำตกนี้ใหญ่และดังจริง แนะนำมาช่วงหน้าแล้งระหว่างเดือนมกราคมถึงเมษายน เพราะน้ำใสและเห็นโครงสร้างหินได้ชัด ถ้ามาหน้าฝนน้ำจะขุ่นเป็นสีส้มและระดับน้ำสูงจนบังโขดหินเกือบหมด ระยะทางจากสี่พันดอนไม่ไกล เอาไว้วางแผนไปในทริปเดียวกันได้เลย
วัดบนยอดเขาที่มองเห็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่สีขาวตั้งเด่นอยู่จากด้านล่างได้ไกล ขึ้นไปถึงข้างบนต้องเดินบันไดหลายสิบขั้น แต่คุ้มเพราะวิวเมืองเวียงจันทน์และแม่น้ำโขงจากด้านบนเห็นได้กว้างมาก ช่วงพระอาทิตย์ตกดินที่นี่สวยมาก คนท้องถิ่นมาทำบุญกันเป็นประจำ บรรยากาศเลยดูมีชีวิตกว่าวัดที่เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป แวะได้ง่ายถ้าพักในเวียงจันทน์ ใช้เวลาไม่นาน
น้ำตกตาดฟานเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในลาว ความสูงกว่า 220 เมตร ตั้งอยู่บนที่ราบสูงโบลาเวนในบริเวณที่เคยเป็นปล่องภูเขาไฟมาก่อน น้ำตกแบ่งเป็นสองสายไหลคู่กันลงมาในหุบเขาลึก ดูได้จากจุดชมวิวที่มีรั้วกั้นไว้ ไม่สามารถลงไปด้านล่างได้ แต่มุมมองจากด้านบนก็ยิ่งใหญ่อยู่แล้ว อากาศที่โบลาเวนเย็นกว่าด้านล่างชัดเจน แนะนำให้เอาเสื้อกันหนาวบาง ๆ ติดมาด้วยโดยเฉพาะถ้ามาช่วงหน้าหนาว
เวียงไซเป็นเมืองเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยอยู่ในลิสต์ของนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ถ้าสนใจประวัติศาสตร์ลาวช่วงสงครามอินโดจีนที่นี่น่าสนใจมาก พื้นที่รอบเมืองเต็มไปด้วยถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ที่ถูกดัดแปลงเป็นที่พักและศูนย์บัญชาการของแกนนำพรรคประชาชนลาวในช่วงที่สหรัฐฯ ทิ้งระเบิดหนักช่วงทศวรรษ 1960-70 เปิดให้เข้าชม 6 ถ้ำ แต่ละถ้ำมีไกด์ท้องถิ่นบรรยายประวัติ ได้ความรู้ที่หาจากหนังสือได้ยาก
ถ้ำจั๋งอยู่อีกฝั่งของสะพานส้ม เดินต่อจากสะพานไม่นานก็เจอทางขึ้นบันได 147 ขั้น ภายในมีหินงอกหินย้อยขนาดใหญ่พร้อมไฟสีสันส่องประกอบ สุดทางด้านซ้ายเป็นระเบียงหน้าผาที่มองออกมาเห็นวังเวียงและภูเขาหินปูนได้กว้าง วิวจากจุดนี้ดีกว่าที่หลายคนคาด ข้อควรรู้คืออากาศในถ้ำเย็นและชื้นกว่าข้างนอกมาก ควรเตรียมเสื้อบาง ๆ ไว้ด้วย และระวังพื้นลื่นตรงบางจุดโดยเฉพาะหลังฝนตก
ถ้ำปากอูเป็นหนึ่งในที่เที่ยวลาวที่การเดินทางเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ต้องนั่งเรือจากท่าน้ำหลวงพระบางขึ้นไปตามแม่น้ำโขงประมาณ 2 ชั่วโมง ระหว่างทางวิวสองฝั่งโขงเป็นป่าและหน้าผาหิน ถ้ำแบ่งเป็นสองส่วน ชั้นล่างเปิดโล่งมีพระพุทธรูปไม้นับพันองค์เรียงรายอยู่ตามผนังและพื้น ชั้นบนมืดกว่าต้องใช้ไฟฉาย บรรยากาศของทั้งสองถ้ำต่างกันมาก ระหว่างรอเรือกลับแวะร้านอาหารริมน้ำที่ท่าเรือได้ อาหารธรรมดาแต่ทำเลดีมาก
เมืองเก่าหลวงพระบางทั้งย่านได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกจากยูเนสโก สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษคือสถาปัตยกรรมโคโลเนียลฝรั่งเศสผสมกับวัดและบ้านไม้แบบลาวอยู่ในถนนเส้นเดียวกัน เดินได้ทั้งวันโดยไม่รู้สึกเบื่อ ตื่นเช้ามาตักบาตรข้าวเหนียวกับพระที่ออกบิณฑบาตยาวเป็นแถวตามถนน เป็นกิจวัตรที่ยังทำกันจริง ๆ ไม่ใช่แค่จัดขึ้นเพื่อนักท่องเที่ยว ถ้าอยากดูต้องตื่นก่อน 6 โมงเช้า
เนินเขากลางเมืองหลวงพระบางที่ขึ้นได้ด้วยบันได 328 ขั้น ระหว่างทางขึ้นผ่านวัดเล็ก ๆ และต้นไม้ดอกไม้หลายชนิด ขึ้นถึงยอดจะเห็นหลวงพระบางทั้งเมืองพร้อมแม่น้ำโขงและแม่น้ำคานล้อมรอบ จากที่ไปมาช่วงพระอาทิตย์ตกดินที่นี่คือมุมที่ดีที่สุดในหลวงพระบาง คนจะขึ้นมารอกันตั้งแต่บ่ายสาม ถ้าอยากได้จุดยืนดีควรขึ้นไปก่อนบ่ายโมงครึ่ง บันไดค่อนข้างชันแต่ใช้เวลาขึ้นแค่ประมาณ 20-30 นาที
ตลาดเช้าของหลวงพระบางเปิดตั้งแต่ประมาณตีห้าครึ่งถึงแปดโมงเช้าเท่านั้น ของที่ขายเป็นอาหารสด ผักพื้นบ้าน สมุนไพร ปลาจากแม่น้ำโขง และอาหารปรุงสำเร็จแบบลาว เช่น ข้าวเหนียว แจ่ว หมูย่าง บรรยากาศเป็นตลาดท้องถิ่นจริง ๆ ไม่ใช่ตลาดที่จัดขึ้นเพื่อนักท่องเที่ยว เดินดูแล้วได้เห็นวิถีชีวิตคนลาวในแบบที่ตลาดไนท์พลาซ่าให้ไม่ได้ แนะนำมาเช้ามืดแล้วเดินต่อไปดูพระออกบิณฑบาตในเส้นทางเดียวกัน
Credit: Discover Laos
นอกจากบลูลากูนและถ้ำต่าง ๆ วังเวียงมีจุดที่หลายคนมองข้ามคือริมแม่น้ำซองช่วงเย็น บรรยากาศภูเขาหินปูนตั้งตระหง่านสองฝั่ง แสงบ่ายตกกระทบหน้าผาเปลี่ยนสีเป็นส้มอมทอง มีร้านกาแฟและบาร์เล็ก ๆ ริมน้ำให้นั่งดูวิวได้สบาย กิจกรรมยอดนิยมคือนั่งท่อยางลอยแม่น้ำซองหรือ kayak ผ่านทิวทัศน์ภูเขา ใช้เวลาประมาณครึ่งวัน เหมาะกับช่วงบ่ายก่อนพระอาทิตย์ตก
Credit: Laoinfomation.com
วัดสีสะเกดเป็นวัดเดียวในเวียงจันทน์ที่รอดจากการถูกทำลายในช่วงสงครามกับสยามเมื่อปี 1828 สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือระเบียงรอบลานวัดที่มีช่องเล็ก ๆ กว่า 6,840 ช่อง แต่ละช่องมีพระพุทธรูปขนาดเล็กประดิษฐานอยู่ รวมถึงพระพุทธรูปหินและสำริดอีกหลายร้อยองค์วางเรียงตามลาน บรรยากาศเงียบและร่มรื่น อยู่ตรงข้ามกับหอพระแก้ว เดินมาได้เลยในวันเดียวกัน
Credit: ປາກເຊ
ปากเซเป็นเมืองหลักของลาวใต้ที่หลายคนใช้เป็นฐานในการเดินทางไปสี่พันดอน วัดพู และที่ราบสูงโบลาเวน ตัวเมืองเองก็มีเสน่ห์ในแบบที่เงียบกว่าที่เที่ยวเวียงจันทน์มาก สถาปัตยกรรมโคโลเนียลฝรั่งเศสยังหลงเหลืออยู่หลายจุดโดยเฉพาะแถวริมน้ำ ตลาดเช้าดาวเฮืองเป็นที่ชิมอาหารลาวใต้ที่รสชาติต่างจากลาวเหนือพอควร ถ้าวางแผนเที่ยวลาวใต้ทั้งทริป ปากเซคือเมืองที่ควรพักอย่างน้อย 1 คืน
วิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับคนไทยคือบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปเวียงจันทน์หรือหลวงพระบาง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที ขึ้นได้ทั้งดอนเมืองและสุวรรณภูมิ สายการบินที่มีเที่ยวบินตรงได้แก่ AirAsia, Bangkok Airways, Lao Airlines และ Thai Airways ราคาตั๋วถูกสุดอยู่ที่หลักพันต้น ๆ ถ้าจองล่วงหน้าและหลีกเลี่ยงช่วงวันหยุดยาว นอกจากเวียงจันทน์และหลวงพระบางแล้ว ปากเซก็มีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ เช่นกัน เหมาะถ้าแพลนเที่ยวลาวใต้เป็นหลัก
อีกตัวเลือกที่คนนิยมคือนั่งรถโดยสารข้ามแดนจากหนองคาย ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวเข้าเวียงจันทน์ได้โดยตรง ใช้เวลาจากกรุงเทพฯ ประมาณ 10-12 ชั่วโมง เหมาะถ้าไม่รีบและอยากประหยัดค่าใช้จ่าย หรือถ้าอยู่แถวอีสานก็ยิ่งสะดวกกว่าบิน มีรถ VIP และรถบัสออกจากหมอชิตทุกวัน
ตัวเลือกใหม่ที่น่าสนใจคือรถไฟลาว-จีนที่เปิดให้บริการตั้งแต่ปลายปี 2021 วิ่งจากเวียงจันทน์ถึงหลวงพระบางใช้เวลาแค่ประมาณ 2 ชั่วโมง จากเดิมที่ต้องนั่งรถบัสกว่า 9 ชั่วโมง ถือว่าเปลี่ยนเกมการเที่ยวลาวไปมาก ตอนนี้หลายคนบินไปเวียงจันทน์แล้วต่อรถไฟขึ้นหลวงพระบางได้เลยในวันเดียว ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ที่สถานีหรือผ่านแอปได้เลย
เมื่อถึงลาวแล้ว การเดินทางในเมืองทำได้หลายแบบ ทั้งรถสามล้อไฟฟ้า รถตุ๊กตุ๊ก รถจ้าง และรถเช่า ถ้าอยากอิสระแนะนำเช่ารถหรือเช่าจักรยานไฟฟ้าในหลวงพระบางและวังเวียงเพราะพื้นที่ไม่ใหญ่มาก ขี่เที่ยวได้สบาย แต่ถ้าจะเดินทางระหว่างเมืองที่ไม่มีรถไฟเชื่อม เช่น ไปปากเซหรือสี่พันดอน ก็ต้องนั่งรถโดยสารระหว่างเมืองหรือบินภายในประเทศ
เหมาะกับ: สายรักความสะดวก / ครอบครัว / นักธุรกิจ
Holiday Inn & Suites Vientiane เป็นหนึ่งในโรงแรมระดับสากลไม่กี่แห่งในเวียงจันทน์ที่ได้มาตรฐานเครือ IHG เต็มรูปแบบ ตั้งอยู่ในทำเลดีใกล้ย่านธุรกิจและร้านอาหาร ห้องพักกว้างและสะอาด มีสระว่ายน้ำและร้านอาหารในตัว เหมาะกับทั้งนักเดินทางที่มาคนเดียวและครอบครัว ถ้าอยากพักสบายโดยไม่ต้องลุ้นเรื่องคุณภาพโรงแรมที่ลาว ที่นี่เป็นตัวเลือกที่ไว้วางใจได้

Laos

Holiday Inn & Suites VIENTIANE by IHG

9.6/10
Chanthabuly
THB 2,031.67
เหมาะกับ: คู่รัก / สายประหยัดงบ / กลุ่มเพื่อน
S2 Modern Boutique Hotel เป็นโรงแรมบูติคที่ดีไซน์โดดเด่นกว่าโรงแรมทั่วไปในราคาระดับเดียวกัน ตกแต่งร่วมสมัยผสมกลิ่นอายลาวในแบบที่ไม่ฝืน ห้องพักสะอาดและถ่ายรูปออกมาดี ทำเลเดินทางสะดวกเข้าถึงแลนด์มาร์กสำคัญในเวียงจันทน์ได้ไม่ยาก เหมาะกับคนที่อยากได้ประสบการณ์พักที่มีบุคลิกมากกว่าโรงแรมเชนทั่วไป ในราคาที่ไม่ได้แพงกว่ากันมาก

Laos

S2 Modern Boutique Hotel

9/10
•




Chanthabuly
THB 1,142.40
เหมาะกับ: ทริปฮันนีมูน / สายติดแกลม / สายคอนเทนต์
Sofitel Luang Prabang เป็นโรงแรมระดับลักชูที่ตั้งอยู่ในอาคารโคโลเนียลฝรั่งเศสเก่าที่ได้รับการบูรณะอย่างพิถีพิถัน ล้อมรอบด้วยสวนเขียวขจีกลางเมืองเก่า บรรยากาศภายในเงียบสงบ ห่างจากความวุ่นวายของถนนคนเดินพอให้รู้สึกผ่อนคลาย แต่ยังเดินถึงไนท์พลาซ่าและวัดสำคัญได้ในเวลาไม่นาน สระว่ายน้ำและสปาที่นี่อยู่ในระดับที่คุ้มค่ากับราคา ถ้าจะพักหลวงพระบางแบบจริงจัง Sofitel คือตัวเลือกที่ไม่ต้องลังเล

Laos

โซฟิเทล หลวงพระบาง

9.3/10
•





Luang Prabang
ดูราคา
พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ คือช่วงที่ดีที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่ อากาศเย็นสบาย ไม่มีฝน ท้องฟ้าใส ทัศนวิสัยดี เหมาะกับทุกกิจกรรมตั้งแต่เดินเมืองเก่าไปจนถึงเดินป่า แต่ช่วงนี้นักท่องเที่ยวเยอะที่สุดด้วย โดยเฉพาะธันวาคมถึงมกราคม ควรจองที่พักล่วงหน้า
มีนาคม - พฤษภาคม อากาศร้อนและแห้ง บางพื้นที่ของลาวร้อนกว่าไทยด้วยซ้ำ แต่ช่วงนี้น้ำในแอ่งและน้ำตกใสสะอาดที่สุด ถ้าอยากเล่นน้ำที่บลูลากูนหรือน้ำตกตาดกวางสี นี่คือช่วงที่น้ำสวยที่สุด และนักท่องเที่ยวน้อยลงด้วย
มิถุนายน - ตุลาคม หน้าฝน ธรรมชาติเขียวสด น้ำตกมีน้ำเยอะ แต่บางเส้นทางเดินทางลำบาก น้ำในแอ่งขุ่น และน้ำตกบางแห่งเช่นคอนพะเพ็งดูไม่สวยเท่าหน้าแล้ง ถ้าจะมาช่วงนี้ควรเช็กสภาพเส้นทางก่อน โดยเฉพาะถ้าแพลนไปพื้นที่ห่างไกล
ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองตั๋วไปลาวและจองที่พักในลาวกับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบินและที่พักด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!


















