เที่ยวอลาสก้าเดือนไหนดี? พร้อมลิสต์สถานที่น่าไปในแต่ละช่วง
ถ้าพูดถึงการผจญภัยท่ามกลางธรรมชาติสุดอลังการ เชื่อว่า “อลาสก้า” ต้องติดโผในลิสต์ของใครหลายคนแน่นอน ที่นี่เต็มไปด้วยภูเขาหิมะ ทะเลสาบน้ำแข็ง ป่าไม้เขียวขจี และสัตว์ป่านานาชนิด ไม่ว่าจะมาเพื่อชม แสงเหนืออลาสก้า ล่องเรือดูธารน้ำแข็ง หรือแค่สัมผัสความสงบแบบไม่เหมือนที่ไหน อลาสก้าก็มีเสน่ห์ไม่รู้ลืม
สิ่งที่ทำให้การเที่ยวอลาสก้าพิเศษกว่าที่อื่น คือสภาพอากาศและฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนในแต่ละช่วง เวลาเดียวกันแต่ความรู้สึกแตกต่างไปเลย เช่น ฤดูร้อนกลางคืนแทบไม่มีมืด เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง แต่ถ้าเป็นฤดูหนาวก็จะได้ลุ้นเจอแสงเหนือแบบเต็มตา เรียกได้ว่ามีเสน่ห์ให้เลือกเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และถ้าคุณกำลังเลือกว่าจะเที่ยวอลาสก้าเดือนไหนดี!? บทความนี้เราจะพาไปรู้จักกับสภาพอากาศอลาสก้า และแนะนำกิจกรรมกับที่เที่ยวอลาสก้า ที่เหมาะกับแต่ละฤดู อ่านแล้วกดจองตั๋วเครื่องบินและที่พักในอลาสก้ากับ Traveloka เลย!
จองตั๋วเครื่องบินไปอลาสก้ากับ Traveloka จองได้ทุกที่ สะดวก รวดเร็ว
จองที่พักยอดนิยมในอลาสก้ากับ Traveloka
สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปของอลาสก้า
อลาสก้าเป็นรัฐที่มีภูมิประเทศกว้างใหญ่และมีสภาพอากาศค่อนข้างหลากหลาย แต่โดยรวมแล้วถือว่ามีอากาศเย็นตลอดทั้งปี โดยเฉพาะบริเวณตอนเหนือที่ใกล้ขั้วโลกยิ่งหนาวจัด ส่วนเมืองหลักอย่าง Anchorage หรือ Juneau จะมีอากาศที่อบอุ่นกว่าเล็กน้อย ทำให้การเที่ยวอลาสก้าในแต่ละฤดูมีเสน่ห์ไม่เหมือนกัน ควรเลือกช่วงเวลาเดินทางตามสภาพอากาศและกิจกรรมที่อยากทำ ไม่ว่าจะเป็นการชมแสงเหนืออลาสก้าในฤดูหนาว เดินป่าในฤดูร้อน หรือชมใบไม้เปลี่ยนสีในฤดูใบไม้ร่วง
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม): หิมะเริ่มละลาย อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ -5 ถึง 10 องศาเซลเซียส ธรรมชาติเริ่มฟื้นตัว เหมาะกับการชมดอกไม้ป่าและสัตว์ที่เริ่มออกหากิน
ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม): อุณหภูมิอุ่นขึ้น 10–25 องศาเซลเซียส พระอาทิตย์แทบไม่ตกดินในบางพื้นที่ เหมาะกับการล่องเรือ ดูธารน้ำแข็ง และกิจกรรมกลางแจ้ง
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–ตุลาคม): อากาศเย็นลง 0–10 องศาเซลเซียส ป่าไม้เปลี่ยนเป็นสีส้มแดงสวยงาม เหมาะสำหรับคนชอบความโรแมนติกและการถ่ายภาพ
ฤดูหนาว (พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์): หนาวจัด อุณหภูมิติดลบถึง -30 องศาเซลเซียสในบางพื้นที่ ท้องฟ้ามืดนาน เหมาะกับการชมแสงเหนือ เล่นสกี และสัมผัสความเป็นอลาสก้าของจริง!
1. เที่ยวอลาสก้าช่วงฤดูใบไม้ผลิ
ฤดูใบไม้ผลิของอลาสก้า (มีนาคม–พฤษภาคม) ถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่สวยงามมาก เพราะหิมะที่ปกคลุมมาตลอดฤดูหนาวเริ่มละลาย กลายเป็นทุ่งหญ้าและป่าไม้ที่กำลังฟื้นตัว สีเขียวค่อย ๆ กลับมา พร้อมกับดอกไม้ป่าที่เบ่งบาน นักท่องเที่ยวจะได้เห็นภาพสัตว์น้อยใหญ่ เช่น หมี กวางคาริบู หรือแม้แต่ปลาวาฬที่เริ่มอพยพเข้ามา เป็นช่วงเวลาที่เงียบสงบกว่าฤดูร้อนอลาสก้า แต่ก็เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ธรรมชาติ
อากาศช่วงนี้จะยังเย็นสบาย ประมาณ -5 ถึง 10 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสอลาสก้าโดยไม่เจอกลุ่มนักท่องเที่ยวเยอะ และยังสามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้หลากหลาย เช่น เดินป่า ล่องเรือ หรือชมวิวภูเขาที่มีหิมะขาวตัดกับท้องฟ้าใส หากคุณชอบความสดชื่นและอยากเห็นธรรมชาติที่กำลังเริ่มต้นใหม่ ฤดูใบไม้ผลิก็คือคำตอบของการเที่ยวอลาสก้า
กิจกรรมน่าทำในฤดูใบไม้ผลิ
ชมดอกไม้ป่าอลาสก้า – ทุ่งดอกไม้ป่าหลากสีเริ่มเบ่งบานตามหุบเขาและเส้นทางเดินป่า สร้างบรรยากาศสดใสเหมาะสำหรับการถ่ายรูป
ดูสัตว์ป่าออกหากิน – เป็นฤดูที่สัตว์ต่าง ๆ อย่างหมีสีน้ำตาล กวางคาริบู และนกอพยพเริ่มกลับมา จึงเป็นโอกาสทองสำหรับคนชอบดูสัตว์
ล่องเรือชมปลาวาฬ – ปลาวาฬสีเทาและปลาวาฬหลังค่อมเริ่มอพยพเข้ามา นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นเรือชมได้จากหลายเมืองชายฝั่ง
เดินป่าและชมวิวภูเขา – เส้นทางไฮกิ้งหลายแห่งเริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยว อากาศไม่ร้อนเกินไป เหมาะกับการสำรวจธรรมชาติ
ถ่ายภาพภูเขาหิมะตัดกับท้องฟ้า – ทิวเขาที่ยังมีหิมะปกคลุมบางส่วน ทำให้ได้ภาพวิวที่ทั้งขาวสะอาดและสดใสในเวลาเดียวกัน
เตรียมตัวอย่างไรสำหรับการเที่ยวอลาสก้าในฤดูใบไม้ผลิ
เตรียมเสื้อกันหนาวแบบเบา – อากาศยังเย็นจัด โดยเฉพาะเช้าและกลางคืน ควรมีแจ็กเก็ตกันลมและเสื้อแขนยาวไว้
รองเท้าเดินป่ากันน้ำ – บางเส้นทางยังมีหิมะละลายหรือดินชื้น รองเท้าที่กันน้ำได้จะช่วยให้เดินสบายขึ้น
กล้องถ่ายรูปหรือเลนส์ซูม – เพื่อเก็บภาพสัตว์ป่าและวิวภูเขาที่สวยงาม
ยาประจำตัวและครีมกันแดด – แม้อากาศจะเย็น แต่แดดแรงมาก โดยเฉพาะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง
ตรวจสอบเวลาเรือทัวร์ – หากอยากไปชมปลาวาฬ ควรจองล่วงหน้าเพราะรอบทัวร์อาจมีจำกัดในช่วงต้นฤดู
ที่เที่ยวอลาสก้าแนะนำในฤดูใบไม้ผลิ
Denali National Park – สวนสาธารณะชื่อดังที่เต็มไปด้วยสัตว์ป่าและวิวภูเขาหิมะสุดอลังการ เหมาะกับการเดินป่าและถ่ายรูป
Kenai Fjords National Park – จุดล่องเรือชมธารน้ำแข็งและปลาวาฬชื่อดัง ที่ฤดูนี้น้ำแข็งเริ่มละลาย ทำให้เห็นภูมิทัศน์ที่งดงาม
Anchorage Coastal Wildlife Refuge – แหล่งดูนกอพยพและสัตว์ป่าหลากชนิด เดินทางสะดวกใกล้เมือง Anchorage
Mendenhall Glacier (Juneau) – ธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่สามารถเข้าชมได้ง่าย เหมาะกับการถ่ายภาพและเรียนรู้เรื่องภูมิศาสตร์ธรรมชาติ
Seward – เมืองเล็กริมชายฝั่งที่เป็นจุดเริ่มต้นของทัวร์เรือชมปลาวาฬและทิวทัศน์ทะเลสาบน้ำแข็ง
2. เที่ยวอลาสก้าช่วงฤดูร้อน
ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม) ถือเป็นช่วงที่อลาสก้ามีชีวิตชีวามากที่สุด นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างเลือกมาเที่ยวในฤดูนี้ เพราะอากาศอบอุ่นกว่าเดิม อยู่ที่ประมาณ 10–25 องศาเซลเซียส บางพื้นที่อย่างตอนเหนือจะมีพระอาทิตย์แทบไม่ตกดิน หรือที่เรียกว่า “Midnight Sun” ทำให้สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ยาวนานตลอดวัน
นี่คือฤดูที่เหมาะกับการผจญภัยเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการล่องเรือชมธารน้ำแข็ง ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ดูภูเขาน้ำแข็ง เดินป่าไฮกิ้งตามเส้นทางธรรมชาติ ไปจนถึงตกปลาแซลมอนที่มีชื่อเสียง นอกจากนี้ เมืองต่าง ๆ ของอลาสก้ายังจัดงานเทศกาลหน้าร้อนให้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอีกด้วย เรียกได้ว่าฤดูร้อนคือโอกาสดีที่สุดสำหรับการเที่ยวอลาสก้าแบบครบทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม
กิจกรรมน่าทำฤดูร้อน
ล่องเรือชมธารน้ำแข็งและปลาวาฬ – ไฮไลต์ยอดนิยมที่ Kenai Fjords หรือ Glacier Bay ที่จะได้เห็นปลาวาฬหลังค่อม โลมา และธารน้ำแข็งขนาดมหึมา
เดินป่าชมธรรมชาติ – เส้นทางไฮกิ้งใน Denali และ Chugach Mountains เปิดให้เดินเต็มรูปแบบ เหมาะกับทั้งมือใหม่และสายแอดเวนเจอร์
ตกปลาแซลมอนและปลาฮาลิบัต – กิจกรรมขึ้นชื่อของอลาสก้า โดยเฉพาะที่เมือง Homer ที่ถูกขนานนามว่า “เมืองหลวงแห่งฮาลิบัต”
นั่งเฮลิคอปเตอร์ชมธารน้ำแข็ง – ประสบการณ์สุดตื่นเต้นที่จะได้เห็นภูเขาน้ำแข็งจากมุมสูงและสัมผัสบนน้ำแข็งจริง ๆ
เที่ยวชมเทศกาลท้องถิ่น – ฤดูนี้เต็มไปด้วยงานเฟสติวัล ทั้งดนตรี อาหารทะเล และงานวัฒนธรรมพื้นเมืองของชาวอลาสก้า
เตรียมตัวอย่างไรสำหรับการเที่ยวอลาสก้าในฤดูร้อน
เสื้อผ้าแบบเลเยอร์ – ถึงจะเป็นหน้าร้อน แต่อากาศอลาสก้ายังเปลี่ยนแปลงบ่อย ควรเตรียมเสื้อแขนยาว แจ็กเก็ตกันลม และเสื้อยืดไว้สลับใส่
หมวก แว่นกันแดด และครีมกันแดด – เนื่องจากช่วงนี้มีแดดแรงและพระอาทิตย์อยู่นานกว่าปกติ ป้องกันผิวและดวงตาเป็นสิ่งสำคัญ
รองเท้าเดินป่าและกันน้ำ – เหมาะกับการทำกิจกรรมกลางแจ้งทั้งเดินป่าและล่องเรือ
กล้องถ่ายรูปพร้อมเลนส์ซูม – เพราะฤดูนี้มีสัตว์ป่าเยอะและวิวอลังการ ควรเตรียมไว้เก็บความทรงจำ
จองทัวร์ล่วงหน้า – ไม่ว่าจะเป็นเรือชมธารน้ำแข็ง เฮลิคอปเตอร์ หรือทัวร์ชมสัตว์ ช่วงฤดูร้อนถือว่าคนเยอะมาก ควรจองก่อนเดินทาง
ที่เที่ยวอลาสก้าแนะนำในฤดูร้อน
Glacier Bay National Park – จุดไฮไลต์ในการล่องเรือชมธารน้ำแข็งและสัตว์ทะเล เหมาะสุด ๆ สำหรับการเที่ยวฤดูร้อน
Denali National Park – บ้านของยอดเขา Denali (McKinley) ที่สูงที่สุดในอเมริกาเหนือ พร้อมเส้นทางไฮกิ้งที่สวยอลังการ
Homer – เมืองชายทะเลที่ขึ้นชื่อเรื่องการตกปลาฮาลิบัตและบรรยากาศชิล ๆ ริมอ่าวคาเชแมก
Fairbanks – เมืองใหญ่ที่มีทั้งกิจกรรมกลางแจ้งและพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมพื้นเมืองอลาสก้า
Kenai Peninsula – พื้นที่ที่รวมเสน่ห์ธรรมชาติครบ ทั้งภูเขา ทะเลสาบ ธารน้ำแข็ง และเมืองน่ารัก ๆ อย่าง Seward
3. เที่ยวอลาสก้าช่วงฤดูใบไม้ร่วง
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–ตุลาคม) คือช่วงที่อลาสก้าเต็มไปด้วยสีส้ม แดง และทองของใบไม้ที่กำลังเปลี่ยนสี ทั่วทั้งป่าและหุบเขากลายเป็นพรมสีอบอุ่น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนรักการถ่ายภาพและผู้ที่อยากสัมผัสบรรยากาศเงียบสงบ ไม่พลุกพล่านเหมือนฤดูร้อน อุณหภูมิในช่วงนี้จะเย็นลงมาอยู่ที่ราว 0–10 องศาเซลเซียส แต่ยังไม่หนาวจัดเกินไป กิจกรรมกลางแจ้งอย่างการเดินป่า การชมสัตว์ หรือการล่องเรือยังคงทำได้สบาย ๆ นอกจากนี้ยังเป็นช่วงที่เริ่มมีโอกาสเห็น แสงเหนืออลาสก้าอีกด้วย ถือว่าเป็นการผสมผสานระหว่างความงามของธรรมชาติและความมหัศจรรย์บนท้องฟ้าอย่างลงตัว ใครที่อยากได้ทั้งความโรแมนติกและการผจญภัยแบบเบา ๆ ฤดูใบไม้ร่วงคือคำตอบของการเที่ยวอลาสก้า ที่จะทำให้คุณหลงรักไม่แพ้ฤดูอื่นเลย
กิจกรรมน่าทำฤดูใบไม้ร่วง
ชมใบไม้เปลี่ยนสี – เส้นทางไฮกิ้งและถนนสายธรรมชาติ เช่น Denali Park Road จะถูกแต้มด้วยสีแดง ส้ม และทองสวยงาม
ดูสัตว์ป่าก่อนเข้าหน้าหนาว – หมีและกวางกำลังเตรียมสะสมอาหารก่อนจำศีล ทำให้มีโอกาสเห็นสัตว์มากขึ้น
ล่องเรือในแม่น้ำหรือทะเลสาบ – น้ำสะท้อนสีของใบไม้ ทำให้บรรยากาศโรแมนติกและเงียบสงบ
ถ่ายภาพแสงเหนือ – ตั้งแต่ปลายกันยายนเริ่มมีโอกาสเห็น Aurora Borealis โดยเฉพาะในเมือง Fairbanks
เข้าร่วมเทศกาลท้องถิ่น – หลายเมืองจัดงานเกี่ยวกับฤดูเก็บเกี่ยวและอาหารทะเลสดใหม่ ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิต
เตรียมตัวอย่างไรสำหรับการเที่ยวอลาสก้าในฤดูใบไม้ร่วง
เสื้อผ้าแบบเลเยอร์ – อากาศเปลี่ยนเร็วมาก ควรเตรียมทั้งเสื้อแขนยาว เสื้อกันลม และแจ็กเก็ตอุ่น ๆ
อุปกรณ์กันฝน – กันยายน–ตุลาคมยังมีฝนโปรยปรายบ้าง ร่มหรือเสื้อกันฝนจะช่วยให้เที่ยวได้สะดวก
ไฟฉายหรือ Headlamp – ช่วงกลางคืนเริ่มยาวขึ้น หากออกเดินทางดึกหรือต้องดูแสงเหนือจะสะดวกมาก
รองเท้ากันลื่น – บางพื้นที่เริ่มมีน้ำแข็งเกาะหรือพื้นดินชื้นจากฝน รองเท้าที่กันลื่นได้ช่วยเพิ่มความปลอดภัย
กล้องพร้อมขาตั้ง – สำหรับการถ่ายภาพใบไม้เปลี่ยนสีและแสงเหนือที่ต้องใช้ความนิ่งและการเก็บแสงนาน
ที่เที่ยวอลาสก้าแนะนำในฤดูใบไม้ร่วง
Denali National Park – จุดหมายยอดนิยมสำหรับการชมใบไม้เปลี่ยนสีและสัตว์ป่าก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว
Fairbanks – เมืองที่เหมาะสำหรับการล่าแสงเหนือช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วง และยังมีบรรยากาศเมืองเล็ก ๆ ที่น่ารัก
Talkeetna – เมืองเล็กที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และวิวภูเขา Denali ที่ตัดกับท้องฟ้าและใบไม้สีทอง
Chugach State Park – พื้นที่ธรรมชาติขนาดใหญ่ใกล้ Anchorage เหมาะกับการไฮกิ้งและถ่ายภาพวิวฤดูใบไม้ร่วง
Copper River Valley – จุดหมายที่โด่งดังเรื่องทิวทัศน์ภูเขาและป่าไม้ที่เปลี่ยนสีสวยงามตลอดเส้นทาง
4. เที่ยวอลาสก้าช่วงฤดูหนาว
ฤดูหนาว (พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์) ของอลาสก้าเป็นภาพจำที่หลายคนอยากไปสัมผัส หิมะขาวโพลนปกคลุมทั่วทั้งรัฐ อุณหภูมิติดลบตั้งแต่ -10 ไปจนถึง -30 องศาเซลเซียสในบางพื้นที่ แม้จะหนาวจัด แต่ก็เต็มไปด้วยกิจกรรมเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าจะเป็นการชม แสงเหนืออลาสก้า (Aurora Borealis) ที่ปรากฏบนฟากฟ้า การเล่นสกี การขี่สุนัขลากเลื่อน หรือการเข้าร่วมเทศกาลหิมะ
ช่วงนี้ถือเป็นสวรรค์ของคนที่รักความหนาวและอยากได้บรรยากาศโรแมนติกแบบฤดูหนาวแท้ ๆ ของอเมริกาเหนือ ถึงแม้ว่ากลางวันจะสั้นและกลางคืนยาว แต่ก็ยิ่งทำให้มีโอกาสเห็นแสงเหนือมากขึ้น สำหรับนักเดินทางที่พร้อมรับความท้าทายและอยากสัมผัสประสบการณ์สุดขั้ว ฤดูหนาวคือคำตอบของการเที่ยวอลาสก้าอย่างแท้จริง!
กิจกรรมน่าทำฤดูหนาว
ชมแสงเหนือ (Aurora Borealis) – ไฮไลต์อันดับหนึ่งของการมาอลาสก้าในฤดูหนาว โดยเฉพาะเมือง Fairbanks และ Coldfoot ที่มองเห็นได้ชัด
ขี่สุนัขลากเลื่อน (Dog Sledding) – กิจกรรมขึ้นชื่อที่ให้สัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวอลาสก้า พร้อมสนุกกับการนั่งเลื่อนบนหิมะ
เล่นสกีและสโนว์บอร์ด – รีสอร์ทสกีหลายแห่ง เช่น Alyeska Resort เปิดให้เล่นทั้งสำหรับมือใหม่และนักเล่นสายจริงจัง
นั่งรถลากโดยกวางเรนเดียร์ – ประสบการณ์น่ารักที่เหมือนอยู่ในเทพนิยายฤดูหนาว
เข้าร่วมเทศกาลหิมะและน้ำแข็ง – เช่น World Ice Art Championships ที่ Fairbanks ที่มีการแกะสลักน้ำแข็งสุดอลังการ
เตรียมตัวอย่างไรสำหรับการเที่ยวอลาสก้าในฤดูหนาว
เสื้อผ้ากันหนาวจัดเต็ม – เตรียมเสื้อโค้ทกันหนาวหนา ๆ, เสื้อผ้าแบบ Thermal, ถุงมือ, หมวกไหมพรม และผ้าพันคอ
รองเท้าบู๊ตกันหิมะ – เลือกที่กันลื่นและกันน้ำได้ดี เพื่อให้เดินบนพื้นหิมะและน้ำแข็งได้ปลอดภัย
ฮีตแพ็กหรือเครื่องทำความร้อนแบบพกพา – ช่วยเพิ่มความอุ่นเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้ง
กล้องพร้อมแบตสำรอง – อากาศหนาวทำให้แบตหมดไวมาก โดยเฉพาะถ้าอยากถ่ายแสงเหนือ
เตรียมแผนการเดินทางเผื่อเวลา – เพราะบางวันอาจมีพายุหิมะหรือถนนปิด ควรเผื่อเวลาเดินทางและตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้า
ที่เที่ยวอลาสก้าแนะนำในฤดูหนาว
Fairbanks – จุดหมายยอดนิยมสำหรับการชมแสงเหนือ พร้อมกิจกรรมฤดูหนาวอย่างสุนัขลากเลื่อนและเทศกาลน้ำแข็ง
Anchorage – เมืองใหญ่ที่สะดวกสบาย มีทั้งรีสอร์ทสกี Alyeska และกิจกรรมกลางแจ้งหลากหลาย
Chena Hot Springs – แช่น้ำพุร้อนท่ามกลางหิมะ พร้อมลุ้นชมแสงเหนือกลางคืน บรรยากาศสุดโรแมนติก
Nome – เมืองชายฝั่งที่มีวัฒนธรรมพื้นเมืองน่าสนใจ และเป็นจุดปลายทางของการแข่งขันสุนัขลากเลื่อน Iditarod
Wrangell-St. Elias National Park – สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่สุดของอเมริกา เต็มไปด้วยภูเขาหิมะและวิวสุดอลังการในหน้าหนาว
สรุป! ควรไปเที่ยวอลาสก้าช่วงไหน?
อลาสก้าเป็นสถานที่ที่เที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ละฤดูก็มีเสน่ห์ไม่ซ้ำกัน ถ้าอยากเห็นธรรมชาติฟื้นตัวและสัตว์ป่าตื่นจากจำศีล ควรไป ฤดูใบไม้ผลิ ส่วนใครที่อยากทำกิจกรรมกลางแจ้งครบ ๆ ทั้งไฮกิ้ง ล่องเรือชมธารน้ำแข็ง หรือตกปลา ฤดูร้อน คือช่วงที่อลาสก้ามีชีวิตชีวาที่สุด ถ้าอยากได้บรรยากาศโรแมนติกกับใบไม้เปลี่ยนสีพร้อมลุ้นเห็นแสงเหนือ ต้องไม่พลาด ฤดูใบไม้ร่วง และสำหรับสายผจญภัยที่อยากสัมผัสหิมะขาวโพลน พร้อมประสบการณ์แสงเหนือแบบเต็มตา ฤดูหนาวคือคำตอบ ดังนั้น การเลือกเที่ยวอลาสก้าเดือนไหนก็ขึ้นอยู่กับสไตล์ที่คุณชอบ ไม่ว่าจะอยากจัดทริปอลาสก้าแบบสายธรรมชาติ ชิมอาหารอลาสก้าอย่างแซลมอนสดใหม่ หรือเลือกที่พักอลาสก้าทั้งแบบลอจ์กลางป่าและโรงแรมหรูในเมืองใหญ่ อลาสก้าก็พร้อมมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำและวิวสวยเกินบรรยายแน่นอน ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวอลาสก้าแล้ว อย่าลืมจองตั๋วเครื่องบินและจองที่พักในอลาสก้ากับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบินและที่พักด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!
ค้นหาโปรโมชันดี ๆ จาก Traveloka