
กลางอ่าวซานฟรานซิสโก (San Francisco Bay) มีเกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่มองจากฝั่งซานฟรานซิสโกแล้วดูเงียบสงบไม่น้อย แต่พอรู้เรื่องราวเบื้องหลังแล้ว บอกเลยว่าบรรยากาศเปลี่ยนทันที เพราะที่นี่คือ เกาะอัลคาทราซ (Alcatraz Island) อดีตเรือนจำกลางความมั่นคงสูงที่เคยคุมขังนักโทษชื่อดังของอเมริกา และยังเต็มไปด้วยเรื่องราวการหลบหนีที่ถูกนำไปสร้างเป็นหนังและสารคดีมาแล้วนับไม่ถ้วน
แต่การมาเที่ยวเกาะอัลคาทราซ ไม่ได้มีแค่การเดินดูห้องขังเก่า ๆ เท่านั้น เพราะบนเกาะยังมีทั้งอาคารประวัติศาสตร์ นิทรรศการ สวน จุดชมวิวสวย ๆ และ Audio Tour ที่เล่าเรื่องผ่านเสียงของอดีตเจ้าหน้าที่และนักโทษ ยิ่งเดินฟังไปพร้อมกับมองห้องขังจริงตรงหน้า ยิ่งได้อารมณ์เหมือนกำลังย้อนเวลากลับไปในยุคที่ เรือนจำอัลคาทราซยังเปิดใช้งานอยู่เลย
ที่น่าสนใจมากอีกอย่างคือวิวจากบนเกาะสวยกว่าที่คิดมาก สามารถมองกลับไปเห็นตัวเมืองซานฟรานซิสโกรวมถึง Golden Gate Bridge จากกลางอ่าวได้แบบเต็ม ๆ กลายเป็นทริปที่ได้ทั้งประวัติศาสตร์ เรื่องเล่าชวนลุ้น และวิวสวยในทริปเดียวเลย
วันนี้ Traveloka เลยจะพาเพื่อน ๆ ไปสำรวจเกาะอัลคาทราซกันแบบครบ ๆ ตั้งแต่ เกาะอัลคาทราซ อยู่ที่ไหน, เกาะอัลคาทราซ ไปยังไง, มีอะไรน่าสนใจบ้าง ค่าเข้าประมาณเท่าไหร่ ควรเผื่อเวลากี่ชั่วโมง ไปจนถึงกิจกรรมและที่พักแนะนำในซานฟรานซิสโก ใครกำลังแพลนเที่ยวอเมริกา ก็สามารถจองตั๋วเครื่องบินและที่พักกับ Traveloka เตรียมทริปไว้ให้พร้อม แล้วไปขึ้นเรือสำรวจเกาะระดับตำนานแห่งนี้กันเลย!
Fri, 6 Nov 2026

Air Premia
กรุงเทพ (BKK) ไป ซานฟรานซิสโก (SFO)
เริ่มจาก THB 14,004.49
Thu, 5 Nov 2026

Air Premia
กรุงเทพ (BKK) ไป ซานฟรานซิสโก (SFO)
เริ่มจาก THB 14,004.49
Wed, 28 Oct 2026

China Southern Airlines
กรุงเทพ (BKK) ไป ซานฟรานซิสโก (SFO)
เริ่มจาก THB 14,416.02
มาเที่ยวเกาะอัลคาทราซทั้งที จุดที่ฮอตฮิตอันดับหนึ่งก็คงหนีไม่พ้น The Cellhouse อาคารเรือนจำหลักที่ทำให้ชื่อของ Alcatraz โด่งดังไปทั่วโลก เพราะที่นี่คือส่วนหนึ่งของ Alcatraz Federal Penitentiary อดีตเรือนจำกลางความมั่นคงสูงที่เคยคุมขังนักโทษชื่อดังอย่าง Al Capone และนักโทษที่ถูกมองว่าควบคุมได้ยากจากเรือนจำอื่น ๆ
พอเดินเข้าไปด้านใน จะได้เห็นแถวห้องขังเล็ก ๆ เรียงต่อกัน ทางเดินแคบ ๆ และพื้นที่ต่าง ๆ ที่ยังคงบรรยากาศของเรือนจำอัลคาทราซเอาไว้ ส่วนไฮไลท์ของจุดนี้คือการเปิดฟัง Cellhouse Audio Tour ที่รวมอยู่ในตั๋วเรือแล้ว ระหว่างเดินจะได้ฟังทั้งเรื่องราวชีวิตในเรือนจำ เหตุการณ์สำคัญ และเสียงเล่าจากอดีตเจ้าหน้าที่กับผู้ต้องขัง ช่วยให้การเดินดูห้องขังไม่ได้รู้สึกเหมือนอ่านประวัติศาสตร์จากป้าย แต่เหมือนเรื่องราวในอดีตค่อย ๆ กลับมามีชีวิตตรงหน้าเลยจริง ๆ
หลายคนรู้จักอัลคาทราซ ในฐานะเกาะเรือนจำระดับตำนาน แต่จริง ๆ แล้วก่อนหน้านั้นที่นี่เคยเป็นป้อมปราการทางทหารมาก่อน และ The Citadel and Sally Port คือจุดที่ยังเหลือร่องรอยของ Alcatraz ในยุคนั้นให้ตามดูกันอยู่
Sally Port เป็นทางเข้าที่สร้างขึ้นเพื่อควบคุมการเข้าออกป้อม ส่วน Citadel เคยตั้งอยู่บริเวณจุดสูงของเกาะ ทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันสำคัญในยุคที่ Alcatraz ยังมีบทบาททางการทหาร แม้โครงสร้างหลายส่วนจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่ร่องรอยที่เหลืออยู่ก็ทำให้เห็นอีกด้านของประวัติศาสตร์อัลคาทราซได้ชัดขึ้น ใครคิดว่ามาที่นี่แล้วจะมีแต่เรื่องนักโทษ จุดนี้น่าจะทำให้รู้เลยว่าเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ผ่านอะไรมามากกว่าที่คิด!
หลังจากเดินอยู่ใน Cellhouse ที่ทั้งแคบและเงียบแล้ว ขอพาออกมาสูดอากาศที่ The Recreation Yard ลานกิจกรรมกลางแจ้งของอดีตนักโทษกันบ้าง ที่นี่เคยเป็นพื้นที่สำหรับออกกำลังกาย เล่นกีฬา และใช้เวลานอกห้องขัง จึงถือเป็นหนึ่งในไม่กี่จุดที่นักโทษได้ออกมาใช้ชีวิตกลางแจ้ง
สิ่งที่ทำให้จุดนี้น่าสนใจคือความรู้สึกเวลายืนอยู่กลางลาน แล้วรู้ว่าโลกภายนอกอยู่ใกล้แค่ไหน เพราะอีกฝั่งของอ่าวก็คือเมืองซานฟรานที่ดูเหมือนอยู่ไม่ไกลเลย แต่สำหรับนักโทษในเวลานั้นกลับเป็นระยะทางที่แทบเอื้อมไม่ถึง พอรู้เรื่องนี้แล้ว Recreation Yard เลยไม่ได้ดูเป็นแค่ลานโล่ง ๆ ธรรมดา แต่กลายเป็นอีกจุดที่ช่วยให้เราเห็นภาพชีวิตในเรือนจำอัลคาทราซได้ชัด และยังเป็นจุดพักเปลี่ยนบรรยากาศระหว่างเดินสำรวจเกาะด้วย
ใครคิดว่า Alcatraz Island จะมีแต่กำแพงคอนกรีต ห้องขัง และอาคารสีหม่น ๆ อาจต้องเปลี่ยนใจเมื่อมาเจอกับสวนบนเกาะ เพราะพื้นที่ที่เห็นเขียว ๆ อยู่ทุกวันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เดิมที Alcatraz แทบจะเป็นเกาะหินเปล่า ก่อนที่ทหาร ครอบครัวเจ้าหน้าที่ และต่อมารวมถึงผู้ต้องขังจะช่วยกันนำดินและพืชขึ้นมาปลูกบนเกาะ
ปัจจุบัน Historic Gardens หลายจุดได้รับการฟื้นฟูจนกลับมามีทั้งไม้ดอก พุ่มไม้ และสวนเล็ก ๆ ให้เดินชม ส่วน Agave Trail เป็นเส้นทางเดินเลียบพื้นที่ธรรมชาติด้านหนึ่งของเกาะ ได้ทั้งวิวอ่าวซานฟราน บรรยากาศสงบ และมุมถ่ายรูปที่ต่างจากโซนเรือนจำแบบคนละฟีลเลย อย่างไรก็ตาม เส้นทางนี้อาจมีการปิดบางช่วงตามฤดูกาลเพื่อปกป้องนกทะเลที่มาทำรังบนเกาะ ใครอยากมาลองเดิน ควรเช็กเส้นทางที่เปิดในวันเดินทางอีกครั้ง
สองโครงสร้างที่มองเห็นเด่น ๆ ตั้งแต่ยังนั่งเรือเข้าใกล้เกาะก็คือ Historic Lighthouse และ Water Tower ซึ่งไม่ได้มีดีแค่เป็นมุมถ่ายรูป แต่ต่างก็มีเรื่องราวสำคัญซ่อนอยู่
Alcatraz มีประวัติเกี่ยวข้องกับประภาคารมาตั้งแต่ยุคแรก ๆ ของเกาะ และยังเป็นที่ตั้งของประภาคารแห่งแรกบนชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ส่วน Water Tower ที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นในปี 1939 และติดตั้งบนเกาะในปี 1940 ถูกนำมาใช้เพื่อเก็บน้ำจืด เพราะบนเกาะไม่มีแหล่งน้ำจืดตามธรรมชาติ
อีกสิ่งที่ทำให้ Water Tower มีความหมายมากกว่าถังเก็บน้ำ คือข้อความทางการเมืองที่ถูกเขียนไว้ในช่วงการยึดครองเกาะของกลุ่มชนพื้นเมืองอเมริกันระหว่างปี 1969–1971 ซึ่ง National Park Service ได้อนุรักษ์และสร้างข้อความดังกล่าวขึ้นใหม่ระหว่างการบูรณะหอเก็บน้ำ เพราะฉะนั้นเวลาเดินผ่านสองแลนด์มาร์กนี้ อย่าเพิ่งมองแค่ว่าเป็นแลนด์มาร์กเก่า ๆ เพราะจุดนี้เชื่อมโยงกับอีกหนึ่งบทสำคัญของประวัติศาสตร์ Alcatraz เลยทีเดียว
เกาะอัลคาทราซ อยู่ที่ไหน? ที่นี่ตั้งอยู่กลางอ่าวซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา อยู่ห่างจากชายฝั่งซานฟราน ประมาณ 2 กิโลเมตร ปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของ National Park Service และเป็นส่วนหนึ่งของ Golden Gate National Recreation Area ด้วย
ซึ่งบอกเลยว่า ความสนุกเริ่มตั้งแต่การเดินทางแล้ว เพราะการจะมา Alcatraz ต้องนั่งเรือออกจากฝั่งไปเท่านั้น โดยจุดขึ้นเรืออยู่ที่ Pier 33 Alcatraz Landing ไม่ไกลจากย่าน Fisherman's Wharf
สำหรับการเดินทางจากไทยไป San Francisco โดยทั่วไปจะต้องต่อเครื่องอย่างน้อย 1 จุด โดยเส้นทางยอดนิยมมักแวะเปลี่ยนเครื่องตามเมืองใหญ่ในเอเชีย เช่น ไทเป โตเกียว โซล หรือฮ่องกง ก่อนบินต่อไปลงที่ San Francisco International Airport (SFO)
พอถึง SFO แล้ว วิธีเข้าเมืองที่ค่อนข้างง่ายคือ BART ซึ่งเชื่อมสนามบินเข้ากับ Downtown San Francisco โดยตรง หรือถ้ามีกระเป๋าเยอะและเดินทางหลายคน จะเลือก Taxi หรือบริการเรียกรถผ่านแอปก็สะดวกกว่า จากนั้นค่อยเดินทางต่อไปยังโซน Embarcadero หรือ Fisherman's Wharf ตามที่พักและแพลนเที่ยว ได้เลย
จำง่าย ๆ เลยว่า ถ้าจะไปเที่ยวเกาะอัลคาทราซ ต้องมาที่ Pier 33 (Alcatraz Landing) เท่านั้น เพราะเป็นท่าเรือเดียวที่ให้บริการโดย Alcatraz City Cruises ผู้ได้รับสัมปทานอย่างเป็นทางการจาก National Park Service (รวมค่าเรือไป-กลับ + Audio Tour ไว้ในตั๋วใบเดียว)
วิธีการเดินทางมา Pier 33
การขึ้นเรือเฟอร์รีไปเกาะ
จริง ๆ แล้ว Alcatraz Island เที่ยวได้แทบตลอดปี แต่แต่ละช่วงจะได้ฟีลไม่เหมือนกัน ที่ต้องเตือนไว้ก่อนคืออากาศบนเกาะมักเย็นและลมแรงกว่าบนฝั่ง เพราะอยู่กลางอ่าว เพราะฉะนั้นต่อให้เที่ยวหน้าร้อนก็อย่าเพิ่งทิ้งเสื้อคลุมไว้ที่โรงแรมนะ!
บนเกาะอัลคาทราซ ไม่มีโรงแรมให้นอนค้าง ดังนั้นถ้าอยากเดินทางไปขึ้นเรือง่าย ๆ แนะนำเลือกที่พักแถว Fisherman's Wharf หรือบริเวณใกล้ Embarcadero จะสะดวกที่สุด เพราะอยู่ไม่ไกลจาก Pier 33 แถมรอบ ๆ ยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ และที่เที่ยวให้เดินต่อได้อีกเพียบ
คนที่เน้นคำว่า “เดินทางง่ายไว้ก่อน” น่าจะถูกใจกับ Hotel Riu Plaza Fisherman's Wharf เพราะทำเลอยู่ใจกลางย่าน Fisherman's Wharf ใกล้ทั้ง Pier 39 ร้านอาหาร และบรรยากาศคึกคักริมอ่าว ที่สำคัญคือไป Pier 33 ได้สะดวกมาก เช้าวันที่จะขึ้นเรือไป Alcatraz เลยไม่ต้องรีบออกจากโรงแรมตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ตัวที่พักค่อนข้างใหญ่ สิ่งอำนวยความสะดวกครบ เหมาะทั้งคู่รัก ครอบครัว และคนที่อยากใช้ย่านนี้เป็นฐานเที่ยวซานฟรานต่อ
ถ้าอยากให้ทริปเที่ยวซานฟรานมีความพิเศษขึ้นอีกนิด Fairmont San Francisco เป็นตัวเลือกที่น่าพักมาก ด้วยโลเคชันบน Nob Hill และบรรยากาศคลาสสิกแบบโรงแรมเก่าแก่ของเมือง จุดเด่นไม่ได้มีแค่ห้องพักและบริการระดับพรีเมียม แต่ยังได้วิวเมืองสวย ๆ จากทำเลบนเนินสูงด้วย แม้ไม่ได้ตั้งอยู่ติด Pier 33 แต่เดินทางไป Embarcadero และ Fisherman's Wharf ได้ไม่ยาก เหมาะกับคนที่อยากเที่ยว Alcatraz ตอนกลางวัน แล้วกลับมาพักสบาย ๆ แบบลักชัวรีในช่วงเย็น

United-states

แฟร์มอนต์ เฮอริเทจเพลซ กิราเดลลีสแควร์

9.4/10
•





Fisherman's Wharf
THB 39,292.23
ส่วนสายเที่ยวที่อยากเก็บงบไว้ตะลุยกินและเที่ยวต่อ HI San Francisco Fisherman's Wharf Hostel เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะอยู่แถว Fort Mason ใกล้ Fisherman's Wharf และบรรยากาศรอบ ๆ ค่อนข้างดี ที่พักจะเน้นความเรียบง่ายและเป็นกันเอง เหมาะกับ Solo Traveler หรือคนที่ออกเที่ยวทั้งวันอยู่แล้ว จากที่นี่สามารถเดินหรือต่อรถไป Pier 33 ได้สะดวกพอสมควร แถมยังอยู่ในโซนที่เที่ยวต่อจุดอื่นในซานฟรานได้ง่ายด้วย
เกาะอัลคาทราซ เป็นหนึ่งในที่เที่ยวซานฟรานซิสโกที่ให้ประสบการณ์ต่างจากแลนด์มาร์กอื่นแบบชัดเจน เพราะทริปเดียวได้ทั้งนั่งเรือชมอ่าว เดินสำรวจอดีตเรือนจำ ฟังเรื่องราวการแหกคุก เรียนรู้ประวัติศาสตร์อเมริกา และปิดท้ายด้วยวิวซานฟรานจากกลางน้ำ ใครมีเวลาเที่ยวเมืองนี้หลายวัน แนะนำเผื่อเวลาไว้สักครึ่งวันแล้วลองออกจากฝั่งมาสำรวจ Alcatraz ด้วยตัวเอง รับรองว่าเป็นอีกหนึ่งทริปที่ประทับใจไปอีกนานแน่นอน
อ่านต่อ:
Q: ไปเที่ยวเกาะอัลคาทราซต้องแต่งตัวยังไง?
A: แนะนำให้แต่งตัวแบบสวมทับหลายชั้น (Layering) และพกเสื้อกันลมหรือแจ็กเก็ตติดตัวไปด้วยเสมอ เพราะสภาพอากาศกลางอ่าวเย็นและลมแรงตลอดปี ส่วนรองเท้าควรเป็นรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่เดินสบาย เนื่องจากต้องเดินขึ้นทางลาดชัน
Q: คนไทยไปเที่ยวเกาะอัลคาทราซต้องทำวีซ่าไหม?
A: ต้องทำ เนื่องจากเกาะอัลคาทราซตั้งอยู่ในเมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา นักท่องเที่ยวไทยจึงต้องถือวีซ่าท่องเที่ยวสหรัฐฯ (B1/B2 Visa) จึงจะเดินทางเข้าท่องเที่ยวได้
Q: ค่าใช้จ่ายในการไปเที่ยวเกาะอัลคาทราซประมาณเท่าไหร่?
A: ตั๋ว Day Tour สำหรับผู้ใหญ่ราคาประมาณ $45.25 – $53.25 USD (รวมค่าเรือไป-กลับ, ค่าเข้าเกาะ และ Cellhouse Audio Tour แล้ว) ส่วนการเดินทางจากตัวเมือง SF มายังท่าเรือ Pier 33 ด้วยรถรางสาย F มีค่าโดยสารประมาณ $2.50 – $3.00 USD ต่อเที่ยว
Q: เดินทางจากสนามบิน San Francisco (SFO) ไปท่าเรือ Pier 33 ยังไง?
A: วิธีที่สะดวกที่สุดคือนั่งรถไฟ BART จากสนามบิน SFO มาลงที่สถานี Embarcadero แล้วต่อรถรางประวัติศาสตร์สาย F (F Market & Wharves) ไปลงป้าย The Embarcadero & Bay St เพื่อเดินข้ามฝั่งไปยัง Pier 33 หรือจะนั่ง Uber/Lyft ตรงจากสนามบินเลยก็ได้เช่นกัน
Q: เที่ยวเกาะอัลคาทราซช่วงไหนดีที่สุด?
A: ช่วงเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน (ฤดูใบไม้ร่วง) ถือเป็นช่วงที่ดีที่สุด เพราะสภาพอากาศในซานฟรานซิสโกจะอบอุ่นและท้องฟ้าเปิดแจ่มใสที่สุด ส่วนช่วงฤดูใบไม้พลิ (มีนาคม–พฤษภาคม) ก็เหมาะสำหรับคนที่อยากเดินเที่ยวแบบคนไม่แน่นมาก
Q: ขับรถไปเอง มีที่จอดรถที่ท่าเรือ Pier 33 ไหม?
A: บริเวณ Pier 33 Alcatraz Landing ไม่มีลานจอดรถส่วนตัวให้บริการ หากขับรถมาจะต้องนำไปจอดตามอาคารจอดรถเอกชนรอบ ๆ แถวถนน Bay Street หรือ Francisco Street ซึ่งมีค่าจอดค่อนข้างสูง ($30 – $50 USD/วัน) จึงแนะนำให้เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะจะสะดวกกว่า


















