ปักหมุด 20 ทะเลอันดามัน รวมเกาะดัง หาดสวย น้ำใส วิวปัง!

รวม 20 เกาะดังทะเลอันดามัน น่าไป น้ำใส หาดสวยระดับโลก ครบทุกจังหวัด พร้อมวิธีเดินทาง ช่วงเวลาเที่ยว และเคล็ดลับวางแผนทริปให้ง่าย เที่ยวครบจบในบทความเดียว
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
ทะเลอันดามัน

ถ้าพูดถึงทะเลไทยที่สวยระดับโลก ชื่อของทะเลฝั่งอันดามัน ต้องขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ แน่นอน เพราะที่นี่คือแหล่งรวมเกาะสวย น้ำทะเลใสๆ และหาดทรายขาวเนียนละเอียด แบบที่เห็นแล้วต้องอยากแพ็กกระเป๋าทันที ไม่ว่าจะเป็นสายชิล สายดำน้ำ หรือสายถ่ายรูป ก็มีครบจบในฝั่งนี้เลย

บทความนี้เราเลยรวบมาให้แบบเน้นๆ กับ 20 ทะเลอันดามัน น่าไป ครบทั้งเกาะดัง โลเคชันสุดปัง และจุดเช็กอินที่ห้ามพลาด ใครกำลังลังเลว่าจะเริ่มเที่ยวที่ไหนดีหรือจะวางแพลนทริปสั้นๆ ก็เตรียมเซฟลิสต์ได้เลย

ส่วนใครที่เริ่มอยากวางแพลนแล้ว บอกเลยว่าจองทุกอย่างล่วงหน้าจะช่วยให้ทริปสบายขึ้นเยอะ! สามารถจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ทัวร์เกาะ เที่ยวทะเลอันดามันได้ง่ายๆ กับ Traveloka เแพลนเที่ยวสะดวก ครบจบในที่เดียวเลย! 

รวม 20 เกาะสวยทะเลอันดามันน่าไป

ก่อนจะไปลุยลิสต์กัน ขอพามาทำความรู้จักกันสั้นๆ ว่า ทะเลอันดามันอยู่ที่ไหน และมีจังหวัดอะไรบ้าง

ทะเลอันดามันตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของประเทศไทย ติดกับมหาสมุทรอินเดีย ครอบคลุม 6 จังหวัดยอดฮิตอย่าง ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล แต่ละที่ก็มีเสน่ห์ต่างกันไป ตั้งแต่เกาะสวยระดับโลก น้ำทะเลใสแจ๋ว หาดทรายขาว ไปจนถึงแหล่งดำน้ำและอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ไว้ได้อย่างดี 

ใครกำลังสงสัยว่าทะเลอันดามัน มีที่ไหนบ้าง ตามไปดูลิสต์กันต่อได้เลย!

1. เกาะพีพี – กระบี่

ถ้าพูดถึงทะเลสวยระดับโลกของไทย แล้วไม่มีชื่อเกาะพีพีอยู่ในลิสต์ ก็คงแปลกไปหน่อย เพราะที่นี่คือหนึ่งในจุดหมายในฝันของนักเดินทางทั่วโลกจริงๆ จุดเด่นคือน้ำทะเลสีมรกตใสแจ๋วที่ตัดกับภูเขาหินปูนสูงชันรอบเกาะ ทำให้วิวออกมาดูอลังการแบบธรรมชาติสร้างล้วนๆ มองไปทางไหนก็ได้วิวสวยเหมือนภาพโปสเตอร์เลย 

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ทำให้ที่นี่โด่งดังไปทั่วโลกคืออ่าวมาหยา ที่ตอนนี้เปิดให้ชมความสวยของธรรมชาติอีกครั้งและอ่าวปิเละลากูนที่น้ำใสจนเหมือนสระว่ายน้ำธรรมชาติ ใครจะมาเล่นน้ำ ดำน้ำ หรือแค่นั่งเรือชมวิวรอบเกาะก็เพลินได้ทั้งวัน แถมบนเกาะพีพีดอนยังมีทั้งที่พัก ร้านอาหาร และคาเฟ่ให้เลือกครบเลยด้วย ใครกำลังมองหาทะเลที่ “มาครั้งแรกแล้วต้องประทับใจ” ที่นี่คือคำตอบแบบไม่ต้องลังเล

2. เกาะห้อง – กระบี่

ใครอยากได้ทะเลที่ทั้งสวยและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เกาะห้อง คืออีกหนึ่งพิกัดที่ไม่ควรพลาดเลย จุดเด่นของที่นี่คือ Lagoon สีเขียวมรกตที่ซ่อนอยู่กลางเกาะ ล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูนสูง ให้ฟีลเหมือนอยู่ในโลกส่วนตัวแบบเงียบๆ และเป็นธรรมชาติมาก

เสน่ห์ของเกาะห้องคือความลงตัวระหว่างความชิลและกิจกรรม จะพายคายัคชมธรรมชาติรอบเกาะ ล่องเรือเข้าไปชมลากูน หรือจะนอนเล่นริมหาด ฟังเสียงคลื่นก็ฟินหมด อีกทั้งบริเวณรอบเกาะยังมีจุดชมวิวสวยๆ ให้ขึ้นไปมองทะเลแบบพาโนรามาอีกด้วย ใครอยากได้ทริปที่ไม่วุ่นวาย แต่ยังได้วิวทะเลแบบอลังๆ ที่นี่ตอบโจทย์มาก

3. เกาะรอก – กระบี่

ถ้าคำว่าน้ำใสของเกาะที่ผ่านมายังไม่สุด ต้องลองมาที่ เกาะรอก แล้วจะเข้าใจคำว่าใสจริงๆ เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลที่ใสจนมองเห็นพื้นทรายด้านล่างได้แบบชัดมาก แถมยังมีเฉดสีฟ้าไล่ระดับสวยจนหลายคนยกให้เป็น “ราชินีแห่งอันดามัน” เลยทีเดียว

นอกจากน้ำจะสวยแล้ว หาดทรายของที่นี่ก็ขาวสะอาดและกว้างขวางสุดๆ เหมาะกับการนอนเล่นพักผ่อนแบบเต็มที่ บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างเงียบ ไม่วุ่นวาย ทำให้รู้สึกได้พักจริงๆ อีกหนึ่งจุดเด่นคือโลกใต้น้ำที่สมบูรณ์มาก มีทั้งปะการังและฝูงปลาหลากสีให้ชมแบบใกล้ๆ ใครเป็นสายดำน้ำ หรืออยากหาทะเลที่ยังคงความธรรมชาติแบบเน้นๆ ที่นี่คือหนึ่งในตัวเลือกที่ควรมาให้ได้สักครั้ง

4. เกาะเหลาลาดิง – กระบี่

สำหรับใครที่อยากหนีความวุ่นวายไปเจอทะเลแบบสงบๆ และเป็นส่วนตัวมากขึ้น เกาะเหลาลาดิง คืออีกหนึ่งพิกัดที่น่าสนใจมาก ตัวเกาะมีลักษณะเป็นอ่าวเล็กๆ ที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาหินปูนเกือบทั้งหมด ทำให้บรรยากาศดูเงียบและเป็นส่วนตัวแบบสุดๆ

ความพิเศษของที่นี่คือความเรียบง่าย น้ำทะเลใสสะอาด เล่นน้ำได้สบาย หรือจะนั่งชิล มองวิว ฟังเสียงคลื่น ก็เพลินแบบไม่ต้องทำอะไรเยอะ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากพักผ่อนจริงๆ แบบไม่ต้องเจอคนเยอะ ถึงแม้จะเป็นเกาะขนาดเล็ก แต่ความสวยและบรรยากาศบอกเลยว่าเกินตัว ใครชอบฟีลธรรมชาติแบบสงบๆ จะหลงรักที่นี่ได้ไม่ยากเลย

5. เกาะห้า – กระบี่

มากันต่อกับเกาะสวย พิกัดดำน้ำระดับท็อปของไทย เกาะห้า ที่นี่คือหนึ่งในชื่อที่สายดำน้ำต้องรู้จักกันดี เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องความสมบูรณ์ของธรรมชาติรอบๆ เกาะ ทั้งปะการังหลากสีและฝูงปลาหลายชนิดที่ว่ายผ่านไปมาแบบใกล้ๆ 

ตัวเกาะจะเป็นหมู่เกาะเล็กๆ รวมกัน 5 เกาะ มีทั้งโขดหิน ถ้ำใต้น้ำ และแนวปะการังที่กระจายอยู่รอบๆ ทำให้เหมาะทั้งสำหรับมือใหม่ที่อยากลองดำน้ำตื้น ไปจนถึงสาย Scuba Diving ที่อยากลงไปสำรวจโลกใต้น้ำจริงจัง ถึงแม้บนเกาะจะไม่ได้มีสิ่งอำนวยความสะดวกมาก แต่ความสวยของธรรมชาติล้วนๆ ก็ทำให้ที่นี่กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่คุ้มค่าแก่การไปเยือนสุดๆ 

6. หมู่เกาะสิมิลัน – พังงา

ถ้าพูดถึงเกาะดังฝั่งอันดามัน พังงา แล้วไม่มีชื่อหมู่เกาะสิมิลันติดมาด้วย ก็คงไม่ได้ เพราะที่นี่ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางในฝันของสายทะเลหลายคนเลยจริงๆ จุดเด่นคือความสวยแบบครบเครื่อง ทั้งน้ำทะเลสีฟ้าใสแจ๋ว หาดทรายขาวสะอาด และบรรยากาศของธรรมชาติที่ยังดูสมบูรณ์มาก มองไปทางไหนก็รู้สึกสดชื่นไปหมด

อีกอย่างที่ทำให้สิมิลันโด่งดังก็คือธรรมชาติใต้น้ำที่สวยมาก จนกลายเป็นพิกัดยอดฮิตของทั้งสายดำน้ำตื้นและดำน้ำลึก ส่วนใครที่ไม่ใช่สายดำน้ำ แค่มาเดินเล่นริมชายหาด นั่งมองวิวทะเล หรือขึ้นไปชมวิวตามจุดแลนด์มาร์กอย่างหินเรือใบ ก็คุ้มแล้วเหมือนกัน ถ้าใครกำลังมองหาทะเลที่สวยแบบเห็นครั้งแรกก็ว้าวเลย ที่นี่เป็นหนึ่งในลิสต์ที่ควรปักหมุดมากๆ!

7. หมู่เกาะสุรินทร์ – พังงา

อีกหนึ่งทะเลพังงาที่ทั้งสวย สงบ และมีเสน่ห์แบบธรรมชาติเต็มๆ หมู่เกาะสุรินทร์ คืออีกที่ที่ไม่ควรพลาดเลย ที่นี่ขึ้นชื่อมากเรื่องน้ำทะเลสีมรกตใสสะอาด และเป็นหนึ่งในจุดดำน้ำตื้นที่สวยมากของไทย แค่ลงเรือมาเห็นสีทะเลก็รู้แล้วว่าคุ้มกับการเดินทางแน่นอน

เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่ความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติใต้น้ำมีทั้งปะการังและสัตว์ทะเลให้ชมแบบเพลินๆ ยิ่งถ้าใครชอบทะเลแบบไม่วุ่นวาย คนไม่แน่น และอยากใช้เวลากับธรรมชาติแบบเต็มที่ ที่นี่จะให้ฟีลต่างจากเกาะยอดฮิตหลายแห่งพอสมควร นอกจากนี้บนเกาะสุรินทร์ใต้ยังมีชุมชนชาวมอแกนอยู่ด้วย ทำให้ทริปนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องทะเลสวย แต่ยังได้สัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นที่มีเสน่ห์ไปพร้อมกันด้วย

8. เกาะยาวน้อย-เกาะยาวใหญ่ – พังงา

ใครที่อยากพักผ่อนแบบช้าๆ ไม่รีบ ไม่เน้นกิจกรรมแน่นทั้งวัน ลองมอง เกาะยาวน้อยและเกาะยาวใหญ่ ไว้ได้เลย เพราะสองเกาะนี้มีเสน่ห์ตรงความเรียบง่ายและบรรยากาศที่สงบและน่ารักมาก เป็นทะเลอีกมุมที่ให้ความรู้สึกสบายและผ่อนคลายตั้งแต่ไปถึง

เกาะยาวน้อยจะเหมาะกับคนที่ชอบขี่รถเล่นรอบเกาะ แวะคาเฟ่ แวะจุดชมวิว หรือหาหาดเงียบๆ นั่งเล่นแบบชิลๆ ส่วนเกาะยาวใหญ่จะให้ฟีลสงบกว่าอีกหน่อย ธรรมชาติดูเขียวและเป็นส่วนตัวมากขึ้น ทั้งสองเกาะไม่ได้หวือหวาแบบเกาะท่องเที่ยวใหญ่ๆ แต่ก็มีเสน่ห์ในแบบที่ทำให้หลายคนหลงรักแบบไม่ยากเลย เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนจากทริปเที่ยวทะเลทั่วไป มาเป็นทริปพักใจแบบสบายๆ แทน

9. เกาะไข่นอก-เกาะไข่ใน – พังงา

สายเที่ยวคนไหนที่ตามหาพิกัดทะเลน้ำใสๆ แบบเห็นแล้วต้องหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปทันที เกาะไข่นอก และ เกาะไข่ใน คือพิกัดที่ตอบโจทย์มาก เพราะถึงจะเป็นเกาะเล็กๆ แต่ความสวยนี่ไม่เล็กเลย หาดทรายขาวละเอียดตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าใสแบบชัดๆ มองแล้วสบายตาสุดๆ

ที่นี่เหมาะกับทริปวันเดียวแบบกำลังดี จะมาเล่นน้ำ นอนชิลริมหาด ถ่ายรูป หรือทำกิจกรรมทางน้ำเบาๆ ก็ได้หมด บรรยากาศโดยรวมจะค่อนข้างเที่ยวง่าย มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมพอสมควร เลยเหมาะทั้งกับแก๊งเพื่อน คู่รัก หรือครอบครัวที่อยากหาทะเลสวยๆ ไปพักผ่อนแบบไม่ต้องวางแผนซับซ้อนมาก ใครยังไม่รู้จะเริ่มเที่ยวฝั่งนี้จากตรงไหนดี เกาะไข่ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ไปง่ายและได้ฟีลทะเลสวยแบบเต็มๆ เลย

10. เกาะราชา – ภูเก็ต

ไปกันต่อกับที่เที่ยวทะเลอันดามันฝั่งภูเก็ตที่ไปง่ายและวิวปังสุดๆ! เกาะราชา คือหนึ่งในตัวเลือกยอดฮิตที่หลายคนเลือกไปเช็กอินกัน จุดเด่นคือหาดทรายขาวสะอาด น้ำทะเลใส และบรรยากาศที่ค่อนข้างสงบเมื่อเทียบกับชายหาดในตัวเมืองภูเก็ต

ที่นี่เหมาะทั้งสำหรับสายชิลที่อยากนอนเล่นริมทะเล และสายกิจกรรมที่อยากดำน้ำชมปะการัง เพราะรอบเกาะมีจุดดำน้ำให้เลือกหลายจุด แถมยังมีร้านอาหารและที่พักรองรับครบ ใครอยากได้ทริปทะเลแบบสวย เที่ยวง่าย และไม่ต้องเดินทางไกลจากภูเก็ตมาก ที่นี่ตอบโจทย์มาก!

11. เกาะไม้ท่อน – ภูเก็ต

ถ้าอยากได้ฟีลทะเลแบบเงียบๆ โรแมนติก และดูพรีเมียมขึ้นมาหน่อย เกาะไม้ท่อน เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่น่าสนใจมาก เพราะที่นี่เป็นเกาะส่วนตัว บรรยากาศเลยค่อนข้างสงบ ไม่วุ่นวาย เหมาะกับการมาพักผ่อนแบบจริงจัง

จุดเด่นคือหาดทรายขาวกว้าง น้ำทะเลสีฟ้าใส และวิวทะเลแบบเปิดโล่งที่มองแล้วสบายตาสุดๆ ยิ่งถ้ามาช่วงเดือนมกราคม ยังมีโอกาสได้เห็นฝูงน้องโลมามาโชว์ตัว ว่ายน้ำให้ดูบริเวณรอบเกาะอีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งโมเมนต์พิเศษที่ทำให้ทริปดูน่าจดจำขึ้นไปอีก ใครที่อยากหนีความวุ่นวาย แล้วไปใช้เวลาแบบช้าๆ บนเกาะสวยๆ ที่นี่คือถูกใจแน่นอน

12. เกาะเฮ – ภูเก็ต

สำหรับใครที่อยากได้ทะเลแบบสนุก มีกิจกรรมให้ทำทั้งวัน เกาะเฮ คือพิกัดที่ควรปักหมุดเลย เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในเกาะยอดฮิตของภูเก็ตที่มีทั้งน้ำใส หาดสวย และกิจกรรมทางน้ำครบแบบจัดเต็ม

ไม่ว่าจะเป็นดำน้ำ เล่นบานาน่าโบ๊ท พาราเซลลิ่ง คายัคท้องใส หรือกิจกรรมแอดเวนเจอร์ต่างๆ ก็มีให้เลือกเพียบ บรรยากาศชคึกคักกำลังดี เหมาะกับทั้งแก๊งเพื่อนและครอบครัวที่อยากมาเที่ยวทะเลแบบไม่เน้นเงียบ แต่เน้นสนุกและได้ใช้เวลาเต็มที่ ใครอยากได้ทริปทะเลที่มีทั้งความสวยและความมันส์ในที่เดียว เกาะเฮถือว่าเอาอยู่เลย

13. เกาะกระดาน – ตรัง

ถ้าพูดถึงทะเลอันดามันฝั่งตรังที่สวยระดับท็อป เกาะกระดาน คือชื่อที่หลายคนยกให้เป็นอันดับต้นๆ เลย เพราะที่นี่มีหาดทรายขาวสะอาดทอดยาว น้ำทะเลใสสีฟ้าไล่เฉดสวยมาก แค่ยืนมองก็ฟินแล้ว

บรรยากาศของเกาะกระดานจะค่อนข้างเงียบ ไม่วุ่นวาย เหมาะกับการมาพักผ่อนแบบชิลๆ จะนอนเล่นริมทะเล เดินเล่นตามชายหาด หรือดำน้ำตื้นดูปะการังใกล้ๆ ฝั่งก็เพลินได้ทั้งวัน แถมที่นี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นพิกัดชมพระอาทิตย์ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในไทยอีกด้วย! ใครที่อยากได้ทะเลสวยแบบเรียบง่าย แต่คุณภาพวิวระดับโลก ที่นี่ถือว่าตอบโจทย์สุดๆ

14. เกาะไหง – ตรัง

ใครมองหาที่เที่ยว ทะเลอันดามัน ฟีลเงียบๆ โรแมนติกหน่อย เกาะไหง คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่น่ารักมาก เกาะนี้มีชายหาดยาว บรรยากาศร่มรื่น และน้ำทะเลใสแบบกำลังดี เหมาะกับการมานอนพักผ่อนแบบไม่ต้องเร่งรีบ

จุดเด่นของที่นี่คือความสงบและความเป็นส่วนตัว นักท่องเที่ยวไม่เยอะ ทำให้ได้ฟีลเหมือนมีทะเลเป็นของตัวเอง จะนอนฟังเสียงคลื่น เดินเล่นริมหาด เอาหนังสือมาอ่านชิลๆ หรือรอชมพระอาทิตย์ตกก็เพลินไปหมด ยิ่งถ้าได้ลองค้างคืน จะยิ่งรู้สึกว่าที่นี่เหมาะกับการ “หนีความวุ่นวาย” มาพักใจจริงๆ

15. เกาะมุก (ถ้ำมรกต) – ตรัง

หนึ่งในไฮไลต์ที่ห้ามพลาดของทะเลตรังต้องยกให้ เกาะมุก โดยเฉพาะ “ถ้ำมรกต” ที่ขึ้นชื่อเรื่องความ Unseen เพราะต้องว่ายน้ำลอดถ้ำเข้าไปถึงจะเจอหาดทรายและน้ำสีเขียวมรกตด้านใน เป็นประสบการณ์ที่ทั้งตื่นเต้นและสวยมาก

นอกจากถ้ำมรกตแล้ว รอบๆ เกาะยังมีจุดดำน้ำและเกาะเล็กๆ ใกล้เคียงให้แวะเที่ยวได้อีกหลายจุด เหมาะกับสายลุยที่อยากได้อะไรแตกต่างจากการเที่ยวทะเลทั่วไป ใครอยากเพิ่มสีสันให้ทริปเที่ยวทะเลอันดามัน ที่นี่คืออีกหนึ่งจุดที่ควรลอง

16. เกาะลิบง – ตรัง

ถ้าอยากได้ฟีลทะเลแบบธรรมชาติเน้นๆ และยังคงความโลคอลอยู่มาก เกาะลิบง คืออีกหนึ่งพิกัดที่น่าสนใจของตรังเลย เกาะนี้ถือเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัด และมีบรรยากาศที่เรียบง่าย ไม่วุ่นวาย เหมาะกับคนที่อยากมาพักผ่อนแบบช้าๆ

จุดเด่นของที่นี่คือความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ทั้งชายหาดเงียบๆ ป่าชายเลน และยังเป็นแหล่งอาศัยของพะยูนที่สามารถพบได้ในบางช่วงเวลาอีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถเช่าจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์ขี่เที่ยวรอบเกาะ แวะชุมชนมุสลิม ชมวิถีประมง วิวทะเล และใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ได้เต็มที่ ใครที่อยากลองสัมผัสอีกมุมของทะเลอันดามันที่ไม่ใช่แค่ความสวย แต่มีเสน่ห์แบบเรียบง่าย เกาะลิบงคือพิกัดที่น่าลองมาก

17. เกาะหลีเป๊ะ – สตูล

หากพูดถึงทะเลไทยที่น้ำใสระดับโลก เกาะหลีเป๊ะ สตูลต้องติดอันดับต้นๆ แบบไม่ต้องสงสัย เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลสีฟ้าใสจนมองเห็นพื้นทรายด้านล่างได้ชัดๆ หาดทรายก็ขาวเนียนละเอียด เดินแล้วนุ่มเท้าสุดๆ

เสน่ห์ของหลีเป๊ะคือความครบ ทั้งบรรยากาศชิลริมทะเลในตอนกลางวัน และความคึกคักของถนนคนเดินในตอนกลางคืน จะมาพักผ่อน นอนเล่นริมหาด หรือออกไปดำน้ำชมปะการังรอบเกาะก็ได้หมด ใครอยากได้ทะเลที่ทั้งสวยและมีชีวิตชีวาในที่เดียว ที่นี่คือหนึ่งในจุดหมายที่ไม่ควรพลาดเลย

18. เกาะตะรุเตา – สตูล

ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวทะเลแบบธรรมชาติเน้นๆ เกาะตะรุเตา คืออีกหนึ่งพิกัดที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะที่นี่เป็นเกาะใหญ่ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติเอาไว้ได้ดีมาก

บนเกาะมีทั้งชายหาดเงียบๆ ป่าเขา น้ำตก และจุดชมวิวให้ไปสำรวจได้หลายจุด บรรยากาศโดยรวมจะค่อนข้างสงบ เหมาะกับคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวาย แล้วมาใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติแบบเต็มที่ ใครเป็นสายลุยหรืออยากได้ทริปที่ต่างจากทะเลทั่วไป ที่นี่ตอบโจทย์เลย 

19. เกาะพยาม – ระนอง

ถ้าอยากได้ฟีลทะเลแบบสโลว์ไลฟ์ เงียบ และไม่เร่งรีบ เกาะพยาม คืออีกหนึ่งที่ที่ควรลองมาให้ได้สักครั้ง เพราะบรรยากาศที่นี่เรียบง่ายมาก น้ำทะเลใส หาดทรายสวย และมีอ่าวให้เลือกไปนั่งชิลหลายจุด

ความพิเศษของเกาะพยามคือวิถีชีวิตที่ยังคงความเป็นธรรมชาติ ไม่มีความวุ่นวายแบบแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ๆ จะขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวรอบเกาะ แวะคาเฟ่เล็กๆ หรือหามุมสงบๆ นั่งมองทะเลก็เพลินได้ทั้งวัน เหมาะกับคนที่อยากพักใจและใช้ชีวิตแบบช้าๆ จริงๆ

20. หมู่เกาะกำ (อ่าวเขาควาย) – ระนอง

ปิดท้ายด้วยอีกหนึ่งโลเคชันลับของฝั่งอันดามันอย่าง หมู่เกาะกำ ที่หลายคนอาจยังไม่ค่อยรู้จัก แต่ความสวยบอกเลยว่าไม่ธรรมดา โดยเฉพาะ “อ่าวเขาควาย” ที่มีลักษณะเป็นหาดโค้งครึ่งวงกลม ทรายขาวละเอียด ตัดกับป่าสนสีเขียว ดูแปลกตาและสวยมาก

บรรยากาศของที่นี่เงียบ สงบ และยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่สูง เหมาะกับการมานอนเล่นริมหาด ฟังเสียงคลื่น หรือใช้เวลาพักผ่อนแบบไม่ต้องรีบ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวาย แล้วมาค้นพบอีกมุมของทะเลอันดามันที่ยังไม่แมสมาก แต่สวยไม่แพ้ที่ไหนเลย

วิธีการเดินทางไปเที่ยวทะเลอันดามัน

การเดินทางไปเที่ยวทะเลอันดามันจริงๆ แล้วสะดวกกว่าที่คิด เพราะมีหลายเส้นทางให้เลือก ขึ้นอยู่กับว่าเพื่อนๆ จะไปจังหวัดไหน และอยากเที่ยวแบบชิลๆ หรือรีบหน่อย

เครื่องบิน (สะดวกที่สุด) ถ้าอยากประหยัดเวลา แนะนำให้นั่งเครื่องบินไปลงสนามบินหลักของฝั่งอันดามัน เช่น ภูเก็ต กระบี่ ตรัง หรือระนอง จากนั้นค่อยเช่ารถ ต่อรถหรือเรือไปยังเกาะต่างๆ อีกที เหมาะมากสำหรับคนที่มีเวลาน้อย หรือวางแพลนทริปสั้นๆ แบบ 3 วัน 2 คืน
รถยนต์ (สาย Road Trip) สำหรับใครที่อยากเที่ยวแบบยืดหยุ่น แวะได้หลายจุด การขับรถลงใต้ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ ใช้เวลาจากกรุงเทพประมาณ 10–12 ชั่วโมง ข้อดีคือสามารถวางแผนแวะเที่ยวระหว่างทางได้ เช่น หัวหิน ชุมพร หรือสุราษฎร์ธานี แล้วค่อยไปต่อยังจังหวัดฝั่งอันดามัน เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวหลายจังหวัดในทริปเดียว หรืออยากได้ฟีล Road trip ชิลๆ
 รถทัวร์ (สายชิล เน้นประหยัด) ถ้าอยากเซฟงบและไม่อยากขับรถเอง การนั่งรถทัวร์ก็เป็นอีกตัวเลือกที่สะดวกพอสมควร มีเส้นทางตรงจากกรุงเทพไปยังจังหวัดหลัก เช่น ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และระนอง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10–12 ชั่วโมงเหมือนกัน ส่วนใหญ่จะเป็นรถกลางคืน ตื่นมาก็ถึงเลย เหมาะกับสายประหยัดหรือคนที่อยากพักผ่อนระหว่างทาง
เรือไปเกาะ (ขั้นตอนสำคัญของทริป) ทะเลฝั่งอันดามันส่วนใหญ่จะเป็นเกาะ ดังนั้นยังไงก็ต้อง “ต่อเรือ” ไม่ว่าจะเป็นเรือสปีดโบ๊ทหรือเรือเฟอร์รี่ เช่น ไปเกาะพีพี เกาะหลีเป๊ะ หรือหมู่เกาะต่างๆ แนะนำให้เช็กท่าเรือและรอบเรือไว้ล่วงหน้า จะช่วยให้วางแผนได้ง่ายขึ้น

เที่ยวทะเลอันดามัน เดือนไหนดี?

ถ้าใครกำลังวางแผนเที่ยวทะเลอันดามัน แล้วลังเลว่าจะไปช่วงไหนดี จริงๆ แล้วสามารถแบ่งง่ายๆ ได้เป็น 2 ช่วงหลัก คือ “ช่วงไฮซีซัน” และ “ช่วงมรสุม” ซึ่งฟีลเที่ยวจะต่างกันค่อนข้างชัดเลย

ช่วงไฮซีซัน (พฤศจิกายน – เมษายน) นี่คือช่วงเวลาทองของการเที่ยวฝั่งอันดามันเลยก็ว่าได้ เพราะอากาศดี ฟ้าเปิด แดดสวย และที่สำคัญคือน้ำทะเลสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ใสกิ๊ง คลื่นนิ่งมาก เหมาะกับกิจกรรมทะเลทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นเล่นน้ำ ดำน้ำ พายคายัค หรือออกทริปล่องเรือเที่ยวเกาะ ช่วงนี้ทะเลจะสวยที่สุดของปีแบบที่หลายคนคาดหวังเลย ไม่ว่าจะไปภูเก็ต พังงา กระบี่ ตรัง หรือสตูล ก็จะได้เห็นทะเลในเวอร์ชันที่สดใสที่สุด แถมรีสอร์ต ร้านอาหาร และคาเฟ่ริมทะเลก็เปิดครบ บรรยากาศคึกคักกำลังดี ได้ฟีลซัมเมอร์แบบเต็มๆ จะมาเที่ยวแบบคู่รัก ครอบครัว หรือมาเที่ยวคนเดียวก็ฟินได้หมด
ช่วงมรสุม (พฤษภาคม – ตุลาคม) ช่วงนี้เป็นหน้าฝนของฝั่งอันดามัน คลื่นลมจะค่อนข้างแรง และบางเกาะ โดยเฉพาะกลุ่มอุทยานแห่งชาติ อาจมีการปิดให้เข้าเที่ยวชั่วคราวเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ ถึงแม้จะไม่ใช่ช่วงยอดฮิต แต่ก็ยังมีข้อดีอยู่เหมือนกัน เช่น นักท่องเที่ยวน้อย ราคาที่พักถูกลง และบรรยากาศจะเงียบสงบขึ้น เหมาะกับคนที่อยากมาพักผ่อนในรีสอร์ต นอนฟังเสียงคลื่น หรือหาคาเฟ่วิวทะเลนั่งชิลๆ มากกว่าจะออกทริปทะเลหนักๆ

เคล็ดลับการเที่ยวทะเลอันดามัน

ก่อนออกไปลุยทริปเที่ยวทะเลอันดามัน ให้ฟินแบบไม่มีสะดุด ลองเช็กทริคเล็กๆ เหล่านี้ไว้ จะช่วยให้เที่ยวได้ง่ายขึ้น สนุกขึ้น และคุ้มค่ามากขึ้นด้วย

เลือกเกาะให้ตรงสไตล์การเที่ยว ฝั่งอันดามันมีทั้งเกาะดังและเกาะลับ ถ้าอยากได้ฟีลคึกคัก คาเฟ่เยอะ แนะนำภูเก็ตหรือเกาะพีพี แต่ถ้าอยากได้ความสงบ น้ำใส และธรรมชาติเน้นๆ ลองตรังหรือระนองจะตอบโจทย์มากกว่า
วางแผนเส้นทาง + รอบเรือล่วงหน้า หลายเกาะต้องต่อเรือ และบางเส้นทางมีรอบจำกัด โดยเฉพาะช่วงเย็น แนะนำให้เช็กรอบเรือและเผื่อเวลาเดินทางไว้ จะได้ไม่พลาดเที่ยว
เลือกที่พักติดทะเล ฟีลจะต่างจริงๆ ถ้าอยากได้ฟีลทะเลแบบเต็มที่ ลองเลือกที่พักติดหาด ตื่นมาเจอวิวทะเลทันที จะช่วยให้ทริปพิเศษขึ้นอีกเยอะ โดยเฉพาะพวกรีสอร์ทริมทะเลหรือบีชฟรอนต์
อย่าพลาดกิจกรรมดำน้ำ ทะเลฝั่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความใสและปะการังสวยมาก ไม่ว่าจะเป็นดำน้ำตื้นหรือดำน้ำลึก ถ้ามีโอกาสลองสักครั้ง รับรองว่าเป็นไฮไลต์ของทริปแน่นอน
เตรียมกันแดดให้พร้อม แดดทะเลใต้แรงกว่าที่คิดมาก ทั้งหมวก แว่นกันแดด และครีมกันแดดคือของจำเป็น โดยเฉพาะถ้าไปช่วงพีคที่แดดจัดทั้งวัน
จองล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงไฮซีซัน ช่วงพฤศจิกายน – เมษายน ที่พักและทัวร์จะเต็มเร็วมาก แนะนำให้จองล่วงหน้า จะได้เลือกที่พักดีๆ และไม่ต้องลุ้นหน้างาน
เผื่อเวลาไว้สำหรับ Island hopping หนึ่งในไฮไลต์ของอันดามันคือการเที่ยวหลายเกาะในวันเดียว ลองเผื่อเวลาไว้สำหรับทริปแบบนี้ จะได้เห็นทะเลหลายมุมในทริปเดียว คุ้มสุดๆ

แค่เตรียมตัวดีนิดเดียว ทริปทะเลอันดามันของคุณก็จะออกมาปังแบบไม่ต้องลุ้น ทั้งสวย สนุก และได้พักผ่อนเต็มที่แน่นอน 

อ่านต่อ:

ในบทความนี้

• รวม 20 เกาะสวยทะเลอันดามันน่าไป
• 1. เกาะพีพี – กระบี่
• 2. เกาะห้อง – กระบี่
• 3. เกาะรอก – กระบี่
• 4. เกาะเหลาลาดิง – กระบี่
• 5. เกาะห้า – กระบี่
• 6. หมู่เกาะสิมิลัน – พังงา
• 7. หมู่เกาะสุรินทร์ – พังงา
• 8. เกาะยาวน้อย-เกาะยาวใหญ่ – พังงา
• 9. เกาะไข่นอก-เกาะไข่ใน – พังงา
• 10. เกาะราชา – ภูเก็ต
• 11. เกาะไม้ท่อน – ภูเก็ต
• 12. เกาะเฮ – ภูเก็ต
• 13. เกาะกระดาน – ตรัง
• 14. เกาะไหง – ตรัง
• 15. เกาะมุก (ถ้ำมรกต) – ตรัง
• 16. เกาะลิบง – ตรัง
• 17. เกาะหลีเป๊ะ – สตูล
• 18. เกาะตะรุเตา – สตูล
• 19. เกาะพยาม – ระนอง
• 20. หมู่เกาะกำ (อ่าวเขาควาย) – ระนอง
• วิธีการเดินทางไปเที่ยวทะเลอันดามัน
• เที่ยวทะเลอันดามัน เดือนไหนดี?
• เคล็ดลับการเที่ยวทะเลอันดามัน

ค้นหาที่พักที่ดีที่สุดใน ประเทศไทย

S3 Huahin Hotel

โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ วิสมา ราชบุรี

Hotel Iya

Ayothaya Riverside Hotel

บทความแนะนำ

[รีวิว] เที่ยวอุทยานดาราศาสตร์สิรินธร พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

26 Apr 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

บัตรขาเข้าดิจิทัลของเวียดนาม: ข้อกำหนดใหม่ก่อนการเดินทางที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องรู้ในปี 2026

20 Apr 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 2 นาที

เทศกาลบอลลูนนานาชาติไต้หวัน 2026 – คู่มือสำหรับนักเดินทางชาวไทย

12 Mar 2026 - ใช้เวลาอ่านไม่ถึง 1 นาที

BTS World Tour 2026 การกลับมาของตำนาน รวมทุกข้อมูลที่เหล่า Army ต้องรู้!

30 Jan 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

สรุปตารางคอนเสิร์ต BTS World Tour 2026 พร้อมแนะนำที่พักราคาถูกใกล้ที่จัดงาน

26 Jan 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

20 ร้านอาหาร Dusit Central Park [อัปเดท 2026]

20 Jan 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 9 นาที

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ ประเทศไทย

กรุงเทพฯ

Thailand

ประเทศไทย

ดอนเมือง

Thailand

ภูเก็ต

Thailand
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
Things to Do
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร