20 คาเฟ่ ฮ่องกงถ่ายรูปสวย วิวดี น่านั่ง [อัปเดท 2026]

แจกพิกัด 15 คาเฟ่ฮ่องกง ถ่ายรูปสวย วิวดี ทั้งร้านกาแฟและมัทฉะ คาเฟ่มินิมอล คาเฟ่วิว Victoria Harbour พร้อมที่พัก วิธีเดินทาง และช่วงน่าเที่ยวล่าสุด
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 6 นาที
คาเฟ่ ฮ่องกง

ฮ่องกงนอกจากจะเป็นพิกัดสายมู สายช้อป และเมืองของของกินอร่อยแล้ว ช่วงนี้ยังกลายเป็นสวรรค์ของสายคาเฟ่อีกด้วย เพราะมีทั้งคาเฟ่ฮ่องกงเปิดใหม่ ร้านกาแฟมินิมอลฟีลเกาหลี คาเฟ่ rooftop วิวเมือง ไปจนถึงร้าน hidden gem ซ่อนตัวอยู่ตามตรอกเล็กๆ ในย่านสุดฮิตอย่าง Central, Sheung Wan, Mong Kok และ Tsim Sha Tsui บอกเลยว่าใครเป็นสายถ่ายรูปหรือชอบนั่งคาเฟ่ ฮ่องกงคือเมืองที่เดินเพลินมาก แถมแต่ละร้านยังมีคาแรกเตอร์ไม่ซ้ำกันเลย

บทความนี้ Traveloka เลยรวบรวมมาให้ครบกับ 15 คาเฟ่ในฮ่องกง ที่ทั้งวิวดี ถ่ายรูปสวย กาแฟอร่อย และน่าเช็กอินสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นสาย specialty coffee, คาเฟ่มินิมอล, brunch cafe หรือคาเฟ่มัทฉะก็มีครบ พร้อมแนะนำที่พักยอดนิยม วิธีเดินทาง เที่ยวช่วงเดือนไหนดีที่สุด รวมถึงทริกเล็กๆ สำหรับคนที่กำลังวางแพลน เที่ยวฮ่องกงด้วยตัวเองหรือมีแพลนเที่ยวฮ่องกงครั้งแรกด้วย

ส่วนใครอยากจัดทริปให้ครบแบบง่ายๆ ก็สามารถจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก หรือแพลนเที่ยวผ่าน Traveloka ได้เลย ช่วยให้จัดทริปฮ่องกงได้สะดวกขึ้นเยอะ เหลือแค่เตรียมกล้อง เตรียมชุด แล้วออกไปตะลุยคาเฟ่สวยๆ กัน!

15 คาเฟ่ฮ่องกง ร้านเด็ดวิวปัง เบเกอรีเจ้าดังที่ต้องไปตามรอย!

1. Bakehouse (สาขา Soho – Central)

Credit: FB Bakehouse Soho (Soho)

ถ้ามีร้านไหนที่เรียกได้ว่าเป็นคาเฟ่ไวรัลแห่งฮ่องกงในช่วงปีที่ผ่านมา ชื่อของ Bakehouse ต้องติดอันดับต้นๆ แน่นอน เพราะนี่คือร้านเบเกอรีชื่อดังของเชฟ Gregoire Michaud เจ้าของเมนูระดับตำนานอย่าง ทาร์ตไข่ Sourdough ที่หลายคนยอมต่อคิวยาวเพื่อให้ได้กินตอนอบร้อนๆ สักครั้ง

สาขา Soho ถือเป็นหนึ่งในสาขาที่ไวบ์ดีมาก เพราะอยู่กลางย่านสุดฮิปของ Central รายล้อมด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์เก๋ๆ ตัวร้านตกแต่งเรียบง่ายแต่ดูอบอุ่น มีกลิ่นขนมหอมลอยออกมาตลอดเวลา เดินผ่านคือแทบโดนดูดเข้าไปอัตโนมัติ

ไฮไลต์แน่นอนว่าต้องเป็น Egg Tart หรือทาร์ตไข่แป้งกรอบหอมแบบ sourdough ด้านในเป็นคัสตาร์ดเนียนๆ กินคู่กาแฟคือลงตัวมาก นอกจากนี้ยังมีเบเกอรี่น่าทานๆ มากมายทั้งครัวซองต์ ซินนามอนโรล และ sourdough อีกหลายแบบให้เลือก เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ฮ่องกงห้ามพลาด สำหรับทั้งสายกินและสายคอนเทนต์เลย

ใครกำลังแพลนเดินเล่นย่าน Soho หรืออยากหาคาเฟ่ Central Hong Kong นั่งพักชิลๆ ร้านนี้คือควรเซฟมาก!

MRT: Central Station
เวลาเปิด–ปิด: 08.00–21.00 น. 

2. % Arabica (สาขา Star Ferry Pier – Tsim Sha Tsui)

แม้ % Arabica จะมีหลายสาขาทั่วฮ่องกง แต่ถ้าถามว่าสาขาไหนฟีลดีที่สุด หลายคนยังยกให้สาขาริมท่าเรือ Star Ferry เพราะวิวดีแบบโกงมาก ตัวร้านตั้งอยู่ริมอ่าว Victoria Harbour พอดี ทำให้ได้ทั้งบรรยากาศทะเล ลมเย็นๆ และวิว skyline ฝั่ง Central แบบเต็มตา

ตัวร้านยังคงคอนเซปต์ขาวคลีนสไตล์มินิมอลเหมือนสาขาอื่น แต่พอมาอยู่ริมอ่าวแล้ว vibe ดีขึ้นไปอีกขั้น เป็นหนึ่งในคาเฟ่ฮ่องกงวิวดี ที่เหมาะกับการซื้อกาแฟแล้วเดินเล่นต่อมาก โดยเฉพาะช่วงเย็น แสงสวย ถ่ายรูปขึ้นสุดๆ

เมนูที่หลายคนแนะนำคือ Dark Latte ที่รสชาติเข้มแต่บาลานซ์ดี หรือใครชอบกาแฟนมละมุนๆ ก็ลอง Spanish Latte ได้เหมือนกัน ได้กาแฟแล้วแนะนำให้เดินเลียบ Avenue of Stars ต่อ ฟีลเหมือนกำลังอยู่ในหนังฮ่องกงเลย

ร้านนี้ยังถือเป็นหนึ่งใน คาเฟ่ Tsim Sha Tsui ที่เดินทางง่ายมาก เหมาะทั้งกับคนเที่ยวครั้งแรกและสาย cafe hopping

MRT: Tsim Sha Tsui Station
เวลาเปิด–ปิด: 09.00–19.00 น.

3. Hashtag B

Credit: FB Hashtag B

ร้านดังสายทาร์ตไข่อีกเจ้าที่ฮิตมากในหมู่สายเบเกอรีของฮ่องกง จุดเด่นคือทาร์ตไข่ลายดอกไม้สุดน่ารักที่เห็นปุ๊บก็สะดุดตาทันที ตัวแป้งจะบาง กรอบ และหอมเนยมาก ส่วนไส้คัสตาร์ดด้านในเนียนละมุน หวานกำลังดี กินตอนอุ่นๆ คือฟินสุดๆ ข้อดีของสาขานี้คือคิวไม่ยาว หรือบางช่วงแทบไม่มีคิวเลย ต่างจากสาขาฮิตอย่าง Tsim Sha Tsui ที่คนแน่นตลอดเวลา ทำให้เดินเข้าไปเลือกขนมได้สบายๆ ไม่ต้องเสียเวลาต่อแถว 

ตัวร้านตกแต่งโมเดิร์น ดูสดใส ทำให้เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ฮ่องกงสำหรับสายคอนเทนต์ ที่คนชอบถ่ายรูปน่าจะเลิฟมาก นอกจากทาร์ตไข่แล้ว ทางร้านยังมีเมนูเบเกอรีและเครื่องดื่มอีกหลายแบบ เหมาะกับการแวะพักระหว่างเดินเล่นในเมือง หรือจัดเป็น stop สั้นๆ ในทริปเที่ยวฮ่องกงสายกินก็ได้เหมือนกัน

MRT: Causeway Bay Station
เวลาเปิด–ปิด: 07.30–20.30 น. (จันทร์-ศุกร์) / 08.30–20.30 น.(เสาร์-อาทิตย์)

4. Blue Bottle Coffee (สาขา Wan Chai)

Credit: FB Blue Bottle Coffee Hong Kong

อีกหนึ่งสาขาของ Blue Bottle Coffee ร้านกาแฟชื่อดัง ที่สายกาแฟและสายคาเฟ่น่าจะชอบมาก เพราะตัวร้านดีไซน์สวยและบรรยากาศดีสุดๆ โดยสาขา Wan Chai นี้เป็นร้านขนาด 3 ชั้น พื้นที่กว้างกว่าที่หลายคนคิด มีมุมนั่งให้เลือกค่อนข้างเยอะ ทั้งโซนเคาน์เตอร์ โซนริมหน้าต่าง และมุมสงบๆ สำหรับนั่งชิลหรือพักเหนื่อยระหว่างวัน

ตัวร้านยังคงมาในสไตล์มินิมอลเรียบสะอาดแบบฉบับ Blue Bottle ทั้งโทนสี เฟอร์นิเจอร์ไม้ และแสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาในร้านแบบพอดี ทำให้ถ่ายรูปออกมาสวยมาก 

เมนูเด่นยังคงเป็นกาแฟดริปและ Espresso ที่เลือกใช้เมล็ดตามฤดูกาล ใครเป็นสาย specialty coffee น่าจะถูกใจ เพราะทางร้านใส่ใจรายละเอียดการชงมาก ส่วนสาย non-coffee หรือคนชอบขนมก็มีเบเกอรีให้เลือกหลายแบบ กินคู่กาแฟแล้วลงตัวสุดๆ

ใครกำลังหาคาเฟ่ฮ่องกงมินิมอลหรือร้านกาแฟนั่งสบายๆ ในย่าน Wan Chai บอกเลยว่าสาขานี้ทั้งบรรยากาศดี มุมถ่ายรูปเยอะ และเหมาะกับการแวะพักมากๆ

MRT: Wan Chai Station
เวลาเปิด–ปิด: 08.00–19.00 น. (จันทร์-ศุกร์) / 09.00–19.00 น. (เสาร์-อาทิตย์)

5. NOC Coffee Co. (สาขา Wan Chai)

Credit: FB NOC COFFEE CO.

หนึ่งในร้านที่สายกาแฟตัวจริงน่าจะรู้จักกันดี เพราะ NOC Coffee Co. ถือเป็นอีกแบรนด์ที่ผลักดันวัฒนธรรม specialty coffee ฮ่องกง ให้ฮิตขึ้นมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จุดเด่นของร้านคือดีไซน์โทนขาวสะอาดตาแบบ White & Clean ที่ดูมินิมอลแต่มีความเท่ซ่อนอยู่ ให้ฟีลเรียบ คลีน และสบายตามาก

สาขา Wan Chai เป็นอีกสาขาที่บรรยากาศดีมาก ตัวร้านโปร่ง กว้าง และมีมุมนั่งทั้งมุมหน้าร้านรับแสงธรรมชาติ ไปจนถึงมุมโต๊ะนั่งชิลด้านในหรือพักเหนื่อยระหว่างวัน เหมาะมากสำหรับคนที่อยากหาคาเฟ่นั่งสบายๆ ในเมืองฮ่องกง

จุดเด่นอีกอย่างคือกาแฟของร้านที่มีเมล็ด Single-Origin ให้เลือกหลายแบบ ใครเป็นสายดริปหรือชอบลองรสชาติกาแฟใหม่ๆ น่าจะสนุกกับร้านนี้มาก ส่วนเมนู brunch และอาหารเช้าก็ขึ้นชื่อไม่แพ้กัน ทั้ง Avocado Toast, Scrambled Egg หรือเมนูสุขภาพต่างๆ ที่จัดจานสวย ถ่ายรูปขึ้นมาก

ด้วยความที่ร้านตกแต่งคลีนและแสงสวย ทำให้ที่นี่กลายเป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ฮ่องกงถ่ายรูปสวย ที่สายคอนเทนต์ถูกใจกันแน่นอน จะมานั่งจิบกาแฟชิลๆ หรือแวะพักระหว่างเดินเที่ยว Wan Chai ก็ฟีลดีสุดๆ

MRT: Wan Chai Station
เวลาเปิด–ปิด: 08.00–17.00 น. (จันทร์-ศุกร์) / 09.00–18.00 น. (เสาร์-อาทิตย์

6. Halfway Coffee (半路咖啡 – สาขา Sheung Wan)

Credit: FB Halfway Coffee 半路咖啡

หนึ่งในคาเฟ่ฮ่องกง hidden gem ที่สายชิลน่าจะตกหลุมรักได้ง่ายๆ เพราะร้านนี้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครจริงๆ ตัวร้านซ่อนอยู่ในย่าน Cat Street แหล่งขายของเก่าและของวินเทจสุดคลาสสิกของ Sheung Wan ทำให้บรรยากาศรอบๆ มีเสน่ห์มากตั้งแต่ยังไม่เข้าร้าน

จุดเด่นของร้านคือการเสิร์ฟกาแฟในถ้วยกระเบื้องลายครามจีนโบราณที่ดู local มาก แต่พอจับมาผสมกับความมินิมอลของร้านแล้วกลับดูเท่มากแบบไม่น่าเชื่อ แม้แต่แก้ว takeaway ยังออกแบบได้สวยคลาสสิกสไตล์ฮ่องกง เป็นร้านที่แค่ถือแก้วเดินเล่นก็ได้รูปแล้ว

ตัวร้านค่อนข้างเล็ก แต่อบอุ่น ตกแต่งสไตล์ลอฟต์ ให้ฟีล neighborhood cafe ที่คน local ชอบแวะมานั่งชิลกันจริงๆ เมนูกาแฟนมและลาเต้คือดีมาก รสชาตินุ่ม ดื่มง่าย ส่วนสาย specialty coffee ก็มีเมล็ดให้เลือกเหมือนกัน

ใครกำลังหาคาเฟ่ Sheung Wan ที่มี mood ดี คาแรกเตอร์ชัด และไม่แมสจนเกินไป ร้านนี้คือหนึ่งในพิกัดที่ควรเซฟมาก!

MRT: Sheung Wan Station
เวลาเปิด–ปิด: 08.00–18.00 น.

7. Social Goods

Credit: IG: socialgoods.club

อีกหนึ่งคาเฟ่ฮ่องกง ที่ช่วงนี้ฮิตมากจนเดินผ่านแล้วแทบไม่มีทางไม่สะดุดตา เพราะหน้าร้านมักมีคนต่อคิวกันตั้งแต่เช้า โดยเฉพาะสายขนมที่ตั้งใจมาชิมเมนูดังของร้านอย่าง “Eggies” ขนมลูกผสมระหว่าง Egg Tart กับครัวซองต์ที่กำลังเป็นไวรัลในฮ่องกงตอนนี้ ตัวแป้งจะมีความกรอบฟูแบบครัวซองต์ แต่ยังได้ความหอมละมุนของทาร์ตไข่เต็มๆ กินตอนอุ่นๆ คือดีมากจนหลายคนซื้อกลับหลายกล่องเลย

ตัวร้านตั้งอยู่ในย่าน Central ใจกลางเมือง บรรยากาศจะมีความโมเดิร์นและคึกคักหน่อยๆ ให้ฟีล city cafe แบบฮ่องกงแท้ๆ มีทั้งคน local และนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาตลอดวัน ด้านในร้านตกแต่งเรียบเท่ ใช้โทนสีอบอุ่น มีมุมริมหน้าต่างให้นั่งจิบกาแฟดูผู้คนเดินผ่านไปมา เพลินมาก โดยเฉพาะช่วงเช้าแสงจะสวยสุด ถ่ายรูปออกมาละมุนแบบคาเฟ่เกาหลีเบาๆ เลย

นอกจาก Eggies แล้ว เครื่องดื่มของร้านก็ดีไม่แพ้กัน ทั้งกาแฟและเมนู non-coffee ต่างๆ ที่เหมาะกับการนั่งพักชิลระหว่างวัน ใครกำลังหาคาเฟ่ฮ่องกงสำหรับสายคอนเทนต์หรือร้านขนมฮิตๆ ในเมือง บอกเลยว่าร้านนี้ควรปักหมุดมาก และถ้าอยากได้ขนมแบบไม่ต้องรอนาน แนะนำให้ไปก่อนช่วงสายหน่อย เพราะของหมดค่อนข้างไวจริงๆ 

MRT: Central Station
เวลาเปิด–ปิด: 08.00–17.00 น.

8. Aokomi Matcha

Credit: IG: aokomi.matcha

พิกัดที่สายมัทฉะน่าจะต้องเลิฟ เพราะ Aokomi Matcha คือคาเฟ่มัทฉะพรีเมียมในย่าน Sai Ying Pun ที่จริงจังเรื่องชาเขียวมากแบบสุดๆ จุดเด่นของร้านคือเป็นหนึ่งในร้านแรกๆ ในฮ่องกงที่มีเครื่องบดมัทฉะหรือ Matcha Mill อยู่ภายในร้าน ทำให้สามารถบดใบเทนฉะจากเมืองอูจิ ประเทศญี่ปุ่น แบบสดใหม่แก้วต่อแก้วได้เลย

ด้วยความที่บดสดตรงนั้น รสชาติของมัทฉะจะมีความเข้ม หอม และละมุนกว่าร้านทั่วไปชัดเจน ใครเป็นสายมัทฉะจริงจังน่าจะสัมผัสได้ตั้งแต่จิบแรก เมนูยอดฮิตจะเป็น Matcha Latte, Dirty Matcha และมัทฉะแบบ traditional ที่เสิร์ฟมาอย่างเรียบง่ายแต่ดูพรีเมียมมาก

ตัวร้านตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นมินิมอล ใช้โทนไม้และสีเอิร์ธโทนเป็นหลัก ให้ฟีลสงบ อบอุ่น และสบายตามาก แสงในร้านสวยแบบธรรมชาติ ถ่ายรูปออกมาได้ mood ดีสุดๆ มีความโฮมมี่แต่ยังดูคลีนและพรีเมียมไปพร้อมกัน เป็นอีกหนึ่ง คาเฟ่ฮ่องกงมินิมอลที่สายคาเฟ่และสายถ่ายรูปน่าจะถูกใจกันถ้วนหน้า

ใครกำลังมองหาร้านนั่งพักชิลๆ หรืออยากเติมคาเฟอีนแบบสายชาเขียวคุณภาพดี Aokomi Matcha คือร้านที่ไม่ควรพลาดเลยจริงๆ

MRT: Sai Ying Pun Station
เวลาเปิด–ปิด: 11:00–17:30 น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร)

9. Elephant Grounds (สาขา Central)

Credit: FB Elephant Grounds

อีกหนึ่งร้านดังที่สาย brunch และสายคาเฟ่น่าจะคุ้นชื่อกันดี เพราะ Elephant Grounds เป็นเหมือน community cafe ของคนฮ่องกงไปแล้ว ตัวร้านตั้งอยู่ในย่าน Mid-Levels บรรยากาศจะมีความชิลและเป็นกันเองมาก ให้ฟีลเหมือนคาเฟ่ประจำย่านที่คน local แวะมานั่งกินกาแฟ ทำงาน หรือเมาท์กับเพื่อนกันตั้งแต่เช้า

ภายในร้านโปร่ง รับแสงธรรมชาติได้ดี มีทั้งโซน indoor และที่นั่งด้านนอกให้นั่งชิลๆ ช่วงเช้าอากาศดีมาก ยิ่งถ้าใครชอบฟีล slow morning แบบสบายๆ ร้านนี้ตอบโจทย์สุดๆ เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ฮ่องกงมินิมอลที่ดูเรียบแต่มีสไตล์

เมนู brunch ของร้านคือขายดีมาก โดยเฉพาะ Egg Benedict และ Avocado Toast ที่หลายคนยกให้เป็นเมนูห้ามพลาด ส่วนสายของหวานต้องลอง Ice Cream Sandwich ไอศกรีมแซนด์วิชที่เปลี่ยนรสชาติไปเรื่อยๆ ตามซีซัน ทั้งน่ารักและอร่อยจนกลายเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของร้านไปแล้ว

ใครกำลังหา คาเฟ่ brunch ฮ่องกง หรือร้านนั่งสบายๆ ไว้พักระหว่างเดินเที่ยว Central ร้านนี้คือเหมาะมาก

MRT: Central Station
เวลาเปิด–ปิด: 08.00–20.00 น.

10. FINEPRINT (สาขา Peel Street)

Credit: FB FINEPRINT

คาเฟ่ฮอสซี่นสุดฮิตในย่าน Soho ที่หลายคนแวะกันตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องกาแฟดีและบรรยากาศที่ vibe ดีมาก ตัวร้านตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนน Peel Street พอดี มีความเป็น neighborhood cafe แบบเรียบง่ายแต่ดูเท่ในสไตล์ฮ่องกง

ช่วงเช้าจะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะทั้งคน local และชาวต่างชาติชอบมาซื้อกาแฟก่อนเริ่มวัน กาแฟของร้านจะมีความเข้มกำลังดี ดื่มง่าย และรสชาติค่อนข้างเสถียร ส่วนเมนู brunch และขนมปัง Sourdough ต่างๆ ก็ขึ้นชื่อมาก โดยเฉพาะพวก toast หน้าแน่นๆ ที่กินคู่กาแฟแล้วลงตัวสุดๆ

อีกอย่างที่หลายคนชอบคือมู้ดของร้านที่เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา ตอนกลางวันจะเป็นคาเฟ่ชิลๆ แต่พอตกเย็นจะเริ่มมีฟีลไวน์บาร์เล็กๆ ดูอบอุ่นและมีเสน่ห์ขึ้นไปอีก เป็นอีกหนึ่งร้านน่านั่งฮ่องกงที่เหมาะกับทั้งการเริ่มวันและนั่งชิลหลังเที่ยวเสร็จ

ใครกำลังหาคาเฟ่ Central Hong Kong ที่มีทั้งกาแฟดี อาหารอร่อย และ vibe ดี ร้านนี้คือควรอยู่ในลิสต์เลย

MRT: Central Station
เวลาเปิด–ปิด: 08.00–18.00 น.

11. The Coffee Academïcs (สาขา Johnston Road)

Credit: FB The Coffee Academics

หนึ่งในแบรนด์กาแฟชื่อดังของฮ่องกงที่สายคาเฟ่น่าจะคุ้นชื่อกันดี เพราะ The Coffee Academïcs เป็นร้านที่จริงจังเรื่องกาแฟมาก ทั้งการคั่วเมล็ด การเลือกวัตถุดิบ และเมนู seasonal ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นร้านประจำของทั้งคน local และสาย specialty coffee

สาขา Johnston Road ย่าน Wan Chai จะให้ฟีลอบอุ่น เท่ๆ และมีความ industrial เบาๆ ด้วยผนังอิฐ โทนแสงส้ม และบรรยากาศคึกคักแบบ city cafe ในฮ่องกง ตัวร้านมีหลายมุมนั่ง ทั้งโซนริมหน้าต่าง เคาน์เตอร์บาร์ และโต๊ะนั่งชิลด้านใน เหมาะกับทั้งการนั่งพัก จิบกาแฟ หรือแวะมานั่งทำงานสั้นๆ ระหว่างวัน

เมนูกาแฟของร้านมีให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่ Espresso, Dirty, Pour Over ไปจนถึงเมนูฟิวชันที่เปลี่ยนตามซีซัน ส่วนสาย brunch ก็ไม่ควรพลาด เพราะร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารเช้าและเมนู brunch หน้าตาดีไม่แพ้กาแฟเลย

อีกอย่างที่หลายคนชอบคือ mood ของร้านที่ดูมีชีวิตชีวาแต่ยังนั่งสบาย ให้ฟีลเหมือนคาเฟ่ประจำย่านที่สามารถนั่งได้เรื่อยๆ แบบไม่รีบ เป็นอีกหนึ่งร้านกาแฟฮ่องกง ที่เหมาะกับทั้งสายกาแฟจริงจังและคนที่อยากหาคาเฟ่บรรยากาศดีๆ ใน Wan Chai

MRT: Wan Chai Station
เวลาเปิด–ปิด: 08.00–18.00 น.

12. Cupping Room (สาขา Sheung Wan)

Credit: FB Cupping Room

คาเฟ่ชื่อดังของทีมบาริสต้าดีกรีแชมป์ที่สายกาแฟน่าจะคุ้นชื่อกันดี เพราะ Cupping Room เป็นหนึ่งในร้านที่จริงจังเรื่องกาแฟมาก ทั้งการเลือกเมล็ด วิธีชง และรายละเอียดเล็กๆ ต่างๆ ในแต่ละแก้ว

สาขานี้อยู่แถว Hollywood Road ในย่าน Central ที่เต็มไปด้วยแกลเลอรี ร้านดีไซน์ และคาเฟ่เก๋ๆ ตัวร้านตกแต่งสไตล์โมเดิร์นเรียบเท่ ทำให้บรรยากาศดูสบายแต่ยังมีความโปรแบบร้านกาแฟสายจริงจัง

ที่โดดเด่นเรื่อง Filter Coffee ที่ชงอย่างพิถีพิถันมาก สามารถเลือกเมล็ดและโปรไฟล์รสชาติได้ตามชอบ ใครเป็นสายกาแฟดริปน่าจะชอบร้านนี้มาก ส่วนเมนูลาเต้และกาแฟนมก็ทำออกมาดีไม่แพ้กัน

ด้วยความที่ร้านตั้งอยู่บน Hollywood Road พอดี ทำให้หลายคนชอบแวะมานั่งพักหลังเดินเล่นย่าน Central เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ฮ่องกงถ่ายรูปสวย ที่ได้ทั้งกาแฟดีและบรรยากาศเท่ๆ ในเวลาเดียวกัน

MRT: Sheung Wan Station
เวลาเปิด–ปิด: 07.30–23.30 น. (จันทร์-ศุกร์) / 08.30–23.30 น.(เสาร์-อาทิตย์)

13. Winstons Coffee (สาขา Kennedy Town)

  Credit: FB WINSTONS COFFEE

อีกหนึ่งคาเฟ่ฮ่องกง ที่สายฮิปและสายถ่ายรูปต้องแวะ เพราะแค่ยืนถ่ายรูปหน้าร้านก็ได้ฟีลเหมือนอยู่ในหนังแล้ว Winstons Coffee สาขา Kennedy Town ถือเป็นสาขาที่ฮิตที่สุดของร้าน ด้วยบรรยากาศเท่ๆ สไตล์คาเฟ่ลอนดอนผสมกลิ่นอาย local ของฮ่องกงได้อย่างลงตัว

จุดเด่นที่หลายคนจำได้ทันทีคือหน้าร้านโทนสีดำกับป้ายไฟ Cinema Sign สุดเรโทรที่เขียนว่า “HONG KONG” ซึ่งกลายเป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตไปแล้ว ไม่ว่าใครมาเที่ยวฮ่องกง ก็มักจะแวะมาถ่ายรูปเช็กอินกันตรงนี้ ยิ่งช่วงบ่ายแก่ๆ แสงตกกระทบหน้าร้านคือ mood ดีมาก ได้ฟีลสตรีทแบบเท่ๆ เลย

ด้านในร้านจะมีความอบอุ่นและเป็นกันเอง ให้ฟีล neighborhood cafe ที่คน local แวะมานั่งจิบกาแฟกันจริงๆ เมนูกาแฟของร้านขึ้นชื่อเรื่องรสชาติบาลานซ์ดี ดื่มง่าย ส่วนสายของกินเล่นก็มีทั้งพาย มัฟฟิน และขนมอบต่างๆ ให้เลือก

และพอช่วงเย็น ร้านจะค่อยๆ เปลี่ยน mood จากคาเฟ่ชิลๆ กลายเป็น cocktail bar เบาๆ ที่เหมาะกับการนั่งพักหลังเดินเที่ยวมาทั้งวัน สั่ง Espresso Martini หรือค็อกเทลเย็นๆ มานั่งจิบ พร้อมมองบรรยากาศผู้คนใน Kennedy Town คือฟีลดีมาก เป็นอีกหนึ่งคาเฟ่ฮ่องกงกลางคืนที่ vibe ดีและมีเสน่ห์สุดๆ

MRT: Kennedy Town Station
เวลาเปิด–ปิด: 07.00–19.00 น. (อาทิตย์-จันทร์) / 07.30–22.0 น.(อังคาร-เสาร์)

14. Matchali (สาขา Moon Street)

Credit: FB Matchali

เอาใจสายมัทฉะกับอีกหนึ่งคาเฟ่มัทฉะสุดละมุน Matchali เป็นร้านที่จริงจังเรื่องมัทฉะมาก ตั้งแต่การเลือกใช้ผงมัทฉะเกรดพิธีการจากเมืองอุจิ ประเทศญี่ปุ่น ไปจนถึงขั้นตอนการชงที่ยังใช้แปรงไม้ไผ่แบบดั้งเดิม ตีสดแก้วต่อแก้ว ทำให้มัทฉะของร้านมีความหอม เข้ม และละมุนแบบสัมผัสได้ตั้งแต่จิบแรก

ตัวร้านตกแต่งสไตล์มินิมอลโทนขาว–ไม้ ดูคลีน สบายตา และให้บรรยากาศสงบๆ แบบคาเฟ่ญี่ปุ่น มีความ cozy เบาๆ แสงธรรมชาติเข้าสวยมาก ถ่ายรูปออกมาแล้วดีงามสุดๆ 

เมนูยอดฮิตของร้านมีทั้ง Matcha Latte, Strawberry Matcha และขนมมัทฉะที่รสเข้มกำลังดี ไม่หวานเลี่ยน ได้รสชาแบบชัดๆ ใครเป็นมัทฉะเลิฟเวอร์น่าจะถูกใจมาก เพราะแต่ละแก้วให้ฟีลพรีเมียมแบบร้านชาเฉพาะทางจริงๆ

อีกอย่างที่ดีมากคือโลเคชันของร้าน เพราะตั้งอยู่ในโซน Moon Street ย่าน Wan Chai ที่เต็มไปด้วยร้านเก๋ๆ และคาเฟ่น่ารัก สามารถเดินเล่น cafe hopping ต่อได้แบบเพลินๆ เป็นอีกมุมของฮ่องกงที่ vibe ดีมากและเหมาะกับการใช้เวลาช้าๆ ในวันสบายๆ

MRT: Wan Chai Station
เวลาเปิด–ปิด: 08.00–19.00 น.

15. Mason Pocket

Credit: IG: mason_pocket

ปิดท้ายลิสต์ด้วยคาเฟ่สายเบเกอรีที่บรรยากาศดีมากอย่าง Mason Pocket ในย่าน Sheung Wan ร้านนี้เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่สายคาเฟ่และสายชอบนั่งชิลน่าจะเลิฟ เพราะตัวร้านโปร่ง โล่ง และรับแสงธรรมชาติได้สวยมาก โดยเฉพาะช่วงเช้าที่แดดอ่อนๆ ส่องเข้ามาในร้านคือ mood ดีสุดๆ

ภายในร้านตกแต่งสไตล์มินิมอลอบอุ่น มีทั้งโซน indoor และ outdoor ให้นั่งเลือกได้ตามฟีล แถมยังเป็นร้านแบบ Pet Friendly อีกด้วย ใครพาน้องหมาน้องแมวมาเที่ยวฮ่องกงด้วยก็มานั่งชิลกันได้สบายๆ จะมานั่งทำงาน จิบกาแฟ หรือเริ่มเช้าวันใหม่แบบชิลๆ ก็เหมาะมาก

ไฮไลต์ของร้านคือเบเกอรีโฮมเมดที่อบสดกันในร้านทุกวัน โดยเฉพาะ Cinnamon Roll ที่หอมอบเชยกำลังดี เนื้อขนมนุ่มมาก ส่วนอีกเมนูที่หลายคนติดใจคือ Portuguese Egg Tart หรือทาร์ตไข่สไตล์โปรตุเกสที่แป้งกรอบและไส้เนียนกำลังดี มีหลายรสชาติให้เลือกทั้งออริจินัล ข้าวโพด พิสตาชิโอ และเฮเซลนัท กินคู่กาแฟแล้วเพลินแบบหยุดไม่ได้เลย

อีกอย่างที่ทำให้ร้านนี้กลายเป็นหนึ่งในคาเฟ่ฮ่องกงถ่ายรูปสวย คือมุมหน้าร้านโทนสีเขียวที่ตัดกับแสงธรรมชาติแล้วดูละมุนมาก ถ่ายรูปออกมาได้ฟีลคาเฟ่ต่างประเทศแบบอบอุ่นๆ เป็นอีกหนึ่ง คาเฟ่ Sheung Wan ที่เหมาะกับการแวะพักและใช้เวลาช้าๆ มาก

MRT: Sheung Wan Station
เวลาเปิด–ปิด: 08.30–19.30 น.

ที่พักยอดนิยมในฮ่องกง

หลังจากตะลุยคาเฟ่ฮ่องกงกันแบบเต็มอิ่ม ถ้ามีที่พักดีๆ โลเคชันเดินทางง่าย ก็ช่วยให้ทริปสบายขึ้นอีกเยอะ โดยเฉพาะฮ่องกงที่แต่ละย่านมีเสน่ห์ต่างกันชัดมาก บางโซนเหมาะกับสายคาเฟ่ บางโซนวิวดี หรือบางที่ก็เหมาะกับคนที่อยากเน้นเที่ยวแบบคุ้มๆ เราคัดมาให้ 3 สไตล์ ทั้งสายยอดนิยม สายหรู และสายคุมงบ เลือกได้ตามฟีลทริปเลย

Regal Kowloon Hotel

Regal Kowloon Hotel โรงแรมยอดฮิตในย่าน Tsim Sha Tsui ที่เหมาะมากสำหรับคนอยากเที่ยวฮ่องกงแบบเดินทางง่าย เพราะโลเคชันดีสุดๆ อยู่ใกล้ทั้ง Avenue of Stars, K11 Musea, Victoria Harbour และคาเฟ่ดังหลายร้านในฝั่งเกาลูน สามารถเดินเล่น cafe hopping ต่อได้แบบสบายๆ ตัวโรงแรมมีความคลาสสิกแต่ยังดูทันสมัย ห้องพักค่อนข้างกว้างเมื่อเทียบกับมาตรฐานฮ่องกง นอนสบาย เหมาะกับทั้งสายเที่ยว คู่รัก หรือครอบครัว รอบๆ โรงแรมก็เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านช้อปปิ้ง เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งที่พักที่ทำเลคุ้มมากสำหรับคนที่อยากใช้เวลาเที่ยวได้เต็มวันแบบไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเยอะ

Rosewood Hong Kong

ถ้าอยากได้ประสบการณ์พักผ่อนแบบ luxury จริงๆ Rosewood Hong Kong คือหนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุดของฮ่องกงเลยก็ว่าได้ ตัวโรงแรมตั้งอยู่ริมอ่าว Victoria Harbour ในย่าน Tsim Sha Tsui ทำให้วิวจากห้องพักสวยอลังการมาก โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่เห็นขอบฟ้าของฮ่องกงเต็มๆ ภายในตกแต่งหรูแต่ยังให้ความรู้สึกอบอุ่น มีทั้งห้องอาหารระดับไฟน์ไดนิ่ง rooftop bar และสปาพรีเมียมแบบครบๆ เหมาะกับทั้งทริปคู่รัก ทริปฉลอง หรือคนที่อยากพักผ่อนแบบจัดเต็มหลังเดินเที่ยวมาทั้งวัน อีกอย่างที่หลายคนชอบคือโลเคชัน เพราะสามารถเดินไป K11 Musea, Avenue of Stars หรือคาเฟ่ดังในย่าน Tsim Sha Tsui ได้ง่ายมาก เป็นทั้งโรงแรมวิวสวยและจุดเริ่มต้นสำหรับเที่ยวฮ่องกงได้ดีสุดๆ

Kam Mun Guest House

Kam Mun Guest House เกสต์เฮาส์ราคาน่ารักในย่าน Mong Kok ที่เหมาะกับสายเที่ยวเน้นออกไปใช้ชีวิตข้างนอกทั้งวัน แล้วกลับมาพักแบบง่ายๆ สะดวกๆ จุดเด่นของที่นี่คือทำเลดีมาก อยู่ใกล้ MTR ร้านอาหาร local และแหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตของฮ่องกงแบบเดินถึงได้ ห้องพักอาจไม่ได้ใหญ่มากตามสไตล์ฮ่องกง แต่สะอาดและครบพื้นฐาน เหมาะกับทั้งสาย backpacker, solo traveler หรือคนที่อยากเซฟงบไว้กิน เที่ยว และตะลุยคาเฟ่ฮ่องกง ให้เต็มที่ ด้วยความที่อยู่ในย่าน Mong Kok ทำให้รอบๆ คึกคักตลอดเวลา มีทั้งตลาดกลางคืน ร้านของกิน และคาเฟ่เก๋ๆ ซ่อนอยู่เยอะมาก ใครอยากสัมผัสฟีล local ของฮ่องกงแบบเต็มๆ ที่นี่คืออีกตัวเลือกที่น่าสนใจเลย

วิธีการเดินทางไปฮ่องกง

วิธีเดินทางจากไทยไปฮ่องกง

เครื่องบิน วิธีที่สะดวกและนิยมที่สุด เพราะปัจจุบันมีไฟลต์บินตรงจากกรุงเทพฯ ไปฮ่องกงทุกวัน ใช้เวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมงเท่านั้น เหมาะมากสำหรับทริปสั้นๆ อย่างการเที่ยวฮ่องกง 3 วัน 2 คืน สายการบินที่มีบินตรง เช่น Cathay Pacific, Hong Kong Airlines, Thai Airways, AirAsia และ HK Express โดยจะบินไปลงที่สนามบิน Hong Kong International Airport (HKIA) ซึ่งเดินทางเข้าเมืองง่ายมาก

วิธีเดินทางจากสนามบินฮ่องกงเข้าเมือง

Airport Express วิธีเข้าเมืองที่เร็วและสะดวกที่สุด เพราะใช้เวลาเพียงประมาณ 24 นาทีจากสนามบินเข้าสู่ตัวเมือง รถไฟจะจอดสถานีหลักคือ Kowloon และ Hong Kong Station (Central) เหมาะกับสายลุยที่อยากเข้าเมืองไวๆ แบบไม่เสียเวลา ส่วนใครพักย่าน Tsim Sha Tsui ก็สามารถลงสถานี Kowloon แล้วต่อแท็กซี่หรือ shuttle bus เข้าโรงแรมได้แบบสั้นๆ สะดวกมาก โดยตัวรถไฟมีพื้นที่วางกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ นั่งสบาย และตรงเวลาสุดๆ
รถบัสสนามบิน อีกตัวเลือกที่ประหยัดกว่า Airport Express เหมาะกับคนที่ไม่ได้รีบมาก เพราะรถบัสจะวิ่งผ่านหลายย่านสำคัญของฮ่องกง สามารถนั่งชมวิวเมืองไปด้วยได้เพลินๆ แนะนำให้มองหารถบัสสาย “A” เช่น A21 หรือ A11 เพราะเป็นสายที่วิ่งไปกลับสนามบิน แถมมีพื้นที่วางกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่โดยเฉพาะ สะดวกมากสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีกระเป๋าเดินทางหลายใบ
แท็กซี่ เหมาะสำหรับคนที่มีสัมภาระเยอะ หรือเดินทางเป็นกลุ่มประมาณ 3–4 คน เพราะสามารถนั่งจากสนามบินเข้าเมืองได้เลยแบบไม่ต้องต่อรถ รถแท็กซี่สีแดงจะวิ่งเข้าโซนเมืองหลักของฮ่องกงได้โดยตรง สะดวกมากสำหรับคนพักย่าน Central, Tsim Sha Tsui หรือ Mong Kok แต่ค่าใช้จ่ายจะสูงกว่าวิธีอื่นพอสมควร

การเดินทางในฮ่องกง

MTR (รถไฟฟ้า) วิธีเดินทางที่สะดวกที่สุดในฮ่องกง เพราะครอบคลุมแทบทุกย่านยอดฮิต ทั้ง Central, Mong Kok, Tsim Sha Tsui, Wan Chai และ Kennedy Town ข้อดีคือรวดเร็ว ตรงเวลา และเดินทางง่ายมาก แนะนำให้ซื้อ Octopus Card ติดไว้ตั้งแต่วันแรก จะช่วยให้ขึ้นรถไฟ รถบัส และจ่ายร้านสะดวกซื้อได้สะดวกมาก
รถราง Ding Ding รถรางสองชั้นสุดคลาสสิกที่เป็นเหมือนเสน่ห์ของฮ่องกง โดยเฉพาะฝั่ง Hong Kong Island นั่งผ่านย่านเก่า คาเฟ่ และตึกสวยๆ ได้ฟีล local มาก เหมาะกับวันชิลๆ ที่อยากนั่งชมเมืองเรื่อยๆ ถ่ายรูปเล่นเพลินๆ แถมค่าโดยสารยังถูกมากอีกด้วย แนะนำทริกเล็กๆ สำหรับมือใหม่คือ เวลาขึ้นให้ขึ้นทางประตูด้านหลังรถก่อน แล้วตอนจะลงค่อยเดินมาจ่ายเงินหรือแตะบัตร Octopus ที่ประตูด้านหน้าตอนลงรถ
รถบัสสองชั้น อีกวิธีที่หลายคนชอบ เพราะได้นั่งชมวิวเมืองฮ่องกงแบบเต็มๆ โดยเฉพาะถ้านั่งชั้นบนด้านหน้า จะเห็นวิวถนน ตึกสูง และบรรยากาศเมืองชัดมาก เหมาะกับสายถ่ายรูปหรือคนที่อยากดูวิวเมืองแบบเพลินๆ ระหว่างเดินทาง แถมเดี๋ยวนี้เดินทางง่ายขึ้นเยอะ เพราะนอกจากบัตร Octopus แล้ว รถบัสและระบบขนส่งส่วนใหญ่ยังรองรับการแตะจ่ายด้วยบัตรเครดิต รวมถึง Apple Pay และ Google Pay แล้วด้วย สะดวกมากสำหรับสายเที่ยวที่ไม่อยากพกเงินสดเยอะ
Star Ferry เรือเฟอร์รีระดับตำนานที่หลายคนบอกว่าต้องลองสักครั้ง เพราะเป็นวิธีข้ามฝั่งระหว่าง Central และ Tsim Sha Tsui ที่ได้วิว Victoria Harbour สวยมาก ค่าโดยสารไม่แพง ใช้เวลาไม่นาน แต่บรรยากาศดีเกินราคา โดยเฉพาะช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก ฟีลดีสุดๆ
แท็กซี่ เหมาะกับช่วงกลางคืน เวลามีสัมภาระเยอะ หรือเดินทางหลายคน ค่าโดยสารเริ่มต้นไม่แรงมากถ้าไปใกล้ๆ และเรียกค่อนข้างง่าย ถ้าเที่ยวกันหลายคน หารกันแล้วสะดวกมาก โดยเฉพาะตอนกลับโรงแรมหลังเดิน cafe hopping ทั้งวัน

เที่ยวฮ่องกง เดือนไหนดี?

เที่ยวฮ่องกง เดือนไหนดี? จริงๆ แล้วฮ่องกง เที่ยวได้เกือบทั้งปี เพราะเป็นเมืองที่มีทั้งคาเฟ่ ช้อปปิ้ง ของกิน และที่เที่ยว indoor เยอะมาก แต่ละช่วงก็จะให้อารมณ์ต่างกันไป ใครกำลังวางแพลนเที่ยวฮ่องกงด้วยตัวเอง หรือเตรียมลิสต์ตะลุยคาเฟ่ฮ่องกง ลองเลือกช่วงที่เหมาะกับสไตล์เที่ยวของตัวเองได้เลย 

ฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม – ธันวาคม) ช่วงนี้ถือเป็นช่วงพีคของการเที่ยวฮ่องกงเลยก็ว่าได้ เพราะอากาศกำลังสบาย ความชื้นต่ำ ฟ้าเปิดบ่อย และแสงสวยมาก อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 19–24 องศา เดินเที่ยวได้ทั้งวันแบบไม่เหนื่อยมาก เหมาะสุดๆ สำหรับสาย cafe hopping หรือคนที่อยากเดินเล่นย่าน Central, Sheung Wan และ Kennedy Town แบบชิลๆ นอกจากนี้ยังเป็นช่วงที่เหมาะกับการนั่ง rooftop cafe หรือคาเฟ่ริมอ่าว Victoria Harbour มาก เพราะช่วงเย็นอากาศเย็นสบาย วิวเมืองตอนพระอาทิตย์ตกคือสวยสุดๆ ใครเป็นสายถ่ายรูปหรืออยากได้ mood ฮ่องกงแบบฟ้าใส แสงคลีน ช่วงนี้คือดีที่สุดจริงๆ
ฤดูหนาว (มกราคม – กุมภาพันธ์) เป็นช่วงที่ฮ่องกงหนาวที่สุดของปี และหนาวกว่าที่หลายคนคิดมาก โดยเฉพาะสำหรับคนไทย เพราะบางวันอุณหภูมิอาจลดลงต่ำกว่า 10 องศา พร้อมลมแรงและอากาศแห้ง ทำให้ฟีลหนาวจริงแบบเดินแล้วหน้าชาได้เลย ใครไปช่วงนี้แนะนำให้เตรียมเสื้อโค้ท สเวตเตอร์ หรือฮีตเทคไปให้พร้อม โดยเฉพาะตอนกลางคืนหรือเวลาเดินริมอ่าวจะลมแรงมาก แต่ข้อดีคือเมืองจะน่าเที่ยวสุดๆ ยิ่งช่วงเทศปลายปีจะคึกคักเป็นพิเศษ ทั้งไฟประดับและบรรยากาศ festive ทั่วเมือง หลายคาเฟ่ก็จะมีเมนู seasonal และเครื่องดื่มร้อนออกมาช่วงนี้ด้วย ทำให้เป็นอีกฤดูที่เหมาะกับสายคาเฟ่และสายถ่ายรูปมากเหมือนกัน
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) ช่วงนี้อากาศเริ่มอุ่นขึ้นก็จริง แต่จะเป็นช่วงที่ฮ่องกงมีความชื้นสูงที่สุดของปี โดยเฉพาะเดือนมีนาคมและเมษายน หลายวันจะมีหมอกลงหนา ฟ้าครึ้ม และละอองฝนเบาๆ เกือบทั้งวัน บางช่วงมองแทบไม่เห็นยอดตึกเลยก็มี ถึงแสงแดดอาจไม่ได้เคลียร์แบบช่วงปลายปี แต่ก็ได้ฟีลเมืองในหมอกไปอีกแบบ เหมาะกับการเดินเล่นคาเฟ่ indoor สวยๆ หรือหาร้านนั่งหลบฝนชิลๆ มากกว่า ถ้าใครมีแพลนขึ้น The Peak หรือจุดชมวิวต่างๆ แนะนำให้เช็กสภาพอากาศก่อน เพราะบางวันหมอกหนาจนมองวิวไม่เห็นเลย และอย่าลืมพกร่มติดกระเป๋าไว้ด้วย
ฤดูร้อน (มิถุนายน – กันยายน) เป็นช่วงที่อากาศร้อนและชื้นที่สุดของปี อุณหภูมิหลายวันพุ่งเกิน 30 องศา แถมยังเป็นช่วงมรสุมและฤดูไต้ฝุ่นของฮ่องกงด้วย บางวันฝนตกหนักแบบกะทันหันได้เลย แต่ข้อดีคือคนเที่ยวจะไม่แน่นเท่าช่วงปลายปี และบางช่วงราคาตั๋วเครื่องบินหรือโรงแรมจะดีขึ้น เหมาะกับสายเที่ยวเน้นคุ้มงบ ส่วนสายคาเฟ่ก็ยังเที่ยวได้สบาย เพราะฮ่องกงมีทั้งห้าง คาเฟ่ และที่เที่ยว indoor เยอะมาก ช่วงนี้หลายร้านจะออกเมนู summer special ทั้งกาแฟผลไม้ ชาเย็น และ ของหวานสดชื่นๆ มาเยอะมากด้วย ถ้าไปหน้าร้อน แนะนำให้แต่งตัวสบายๆ ระบายอากาศดีๆ และพกพัดลมหรือร่มติดตัวไว้ จะช่วยเที่ยวได้สบายขึ้นเยอะ

เคล็ดลับการเที่ยวฮ่องกง

ซื้อ Octopus Card ตั้งแต่ถึงสนามบิน บัตรใบเดียวใช้ได้แทบทุกอย่างในฮ่องกง ทั้ง MTR รถบัส Ding Ding ร้านสะดวกซื้อ ไปจนถึงร้านอาหารบางร้าน ช่วยให้เดินทางง่ายขึ้นเยอะมาก ไม่ต้องซื้อตั๋วทุกครั้งให้วุ่นวาย
เผื่อเวลาสำหรับคาเฟ่ดังไว้หน่อย หลายร้านในลิสต์เป็นคาเฟ่ฮ่องกงยอดฮิต โดยเฉพาะช่วงสายถึงบ่ายวันเสาร์–อาทิตย์ คนค่อนข้างเยอะ บางร้านขนมหมดเร็วมาก ถ้าอยากได้รูปสวย คนไม่แน่น และได้เมนูครบ แนะนำให้ไปช่วงเช้า
เตรียมรองเท้าที่เดินสบายมากๆ ไปด้วย ถึงฮ่องกงจะเดินทางง่าย แต่ต้องเดินเยอะมาก โดยเฉพาะสาย cafe hopping หรือสายถ่ายรูป เพราะหลายย่านอย่าง Central หรือ Sheung Wan จะมีเนิน ถนนชัน และบันไดเยอะ รองเท้าดีช่วยชีวิตได้จริงๆ
เช็กพยากรณ์อากาศทุกวันก่อนออกจากโรงแรม อากาศฮ่องกงเปลี่ยนค่อนข้างไว โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนหรือฤดูใบไม้ผลิ บางวันเช้าแดดออก บ่ายฝนตกหนักได้เลย แนะนำให้พกร่มพับหรือเสื้อกันฝนบางๆ ติดกระเป๋าไว้ตลอด
ถ้าอยากถ่ายรูปคาเฟ่สวยๆ แนะนำไปวันธรรมดา คาเฟ่หลายร้านในฮ่องกงพื้นที่ไม่ใหญ่มาก ถ้าไปช่วงวันธรรมดาจะได้ฟีลชิลกว่า คนไม่แน่น และมีเวลาเลือกมุมถ่ายรูปได้เต็มที่ โดยเฉพาะร้านในย่าน Wan Chai, Sai Ying Pun และ Sheung Wan
พก Power Bank ติดตัวไว้ตลอด เพราะฮ่องกงเป็นเมืองที่ต้องใช้ Google Maps หนักมาก ทั้งดูทาง MTR หาคาเฟ่ หรือเช็กโลเคชันร้านต่างๆ แบตหมดระหว่างวันคือมีสะดุดแน่นอน โดยเฉพาะสายคอนเทนต์ที่ถ่ายรูปทั้งวัน
อย่ามองข้ามร้าน local เล็กๆ ระหว่างทาง บางทีคาเฟ่หรือร้านขนมที่ไม่ดังในโซเชียลกลับกลายเป็นร้านที่ vibe ดีมากของทริปฮ่องกงเลยก็ได้ โดยเฉพาะตามตรอกเล็กๆ ใน Sheung Wan หรือ Sai Ying Pun ที่มักมีร้าน hidden gem ซ่อนอยู่เต็มไปหมด

อ่านต่อ:

ในบทความนี้

• 15 คาเฟ่ฮ่องกง ร้านเด็ดวิวปัง เบเกอรีเจ้าดังที่ต้องไปตามรอย!
• 1. Bakehouse (สาขา Soho – Central)
• 2. % Arabica (สาขา Star Ferry Pier – Tsim Sha Tsui)
• 3. Hashtag B
• 4. Blue Bottle Coffee (สาขา Wan Chai)
• 5. NOC Coffee Co. (สาขา Wan Chai)
• 6. Halfway Coffee (半路咖啡 – สาขา Sheung Wan)
• 7. Social Goods
• 8. Aokomi Matcha
• 9. Elephant Grounds (สาขา Central)
• 10. FINEPRINT (สาขา Peel Street)
• 11. The Coffee Academïcs (สาขา Johnston Road)
• 12. Cupping Room (สาขา Sheung Wan)
• 13. Winstons Coffee (สาขา Kennedy Town)
• 14. Matchali (สาขา Moon Street)
• 15. Mason Pocket
• ที่พักยอดนิยมในฮ่องกง
• Regal Kowloon Hotel
• Rosewood Hong Kong
• Kam Mun Guest House
• วิธีการเดินทางไปฮ่องกง
• วิธีเดินทางจากไทยไปฮ่องกง
• วิธีเดินทางจากสนามบินฮ่องกงเข้าเมือง
• การเดินทางในฮ่องกง
• เที่ยวฮ่องกง เดือนไหนดี?
• เคล็ดลับการเที่ยวฮ่องกง

บทความแนะนำ

15 ทริคเที่ยวคนเดียวสำหรับมือใหม่ เที่ยวสนุก ปลอดภัย ได้ค้นพบตัวเอง

29 May 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 2 นาที

Transit คืออะไร? รวมทริคต่อเครื่องสำหรับมือใหม่หัดบิน แบบเข้าใจง่าย

29 May 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

8 ของห้ามนําเข้าญี่ปุ่น อัปเดตล่าสุด เช็กก่อนโดนยึดที่สนามบิน!

28 May 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

คนท้องขึ้นเครื่องบินได้ไหม? รวมทริคเตรียมตัวบินฉบับคุณแม่ตั้งครรภ์

28 May 2026 - ใช้เวลาอ่านไม่ถึง 1 นาที

เที่ยวจีนที่สูงต้องรู้! วิธีใช้ออกซิเจนกระป๋อง พร้อมแนะนำเส้นทางยอดฮิต

28 May 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 2 นาที

เที่ยวยุโรปหลายประเทศต้องแลกเงินสกุลอะไร? รวมสกุลเงินที่ควรรู้ก่อนบิน

28 May 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร