
ถ้าพูดถึงวัดดังในกรุงเทพ ที่ทั้งได้ไหว้พระ ชมวิว และถ่ายรูปสวยในที่เดียว ชื่อของวัดภูเขาทอง หรือ วัดสระเกศ ต้องติดอันดับต้นๆ แน่นอน ที่นี่เป็นจุดหมายยอดนิยมของสายบุญและนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสบรรยากาศย่านเมืองเก่ากรุงเทพ พร้อมวิวมุมสูงแบบพาโนรามา จะมาเที่ยวแบบครึ่งวันสบายๆ หรือวางแผน เที่ยวกรุงเทพ 1 วัน ต่อกับสถานที่ใกล้เคียงก็ลงตัวมาก
แต่คำถามที่หลายคนสงสัยและค้นหากันบ่อยสุดก็คือวัดภูเขาทอง ไปยังไง เพราะตัววัดตั้งอยู่โซนเมืองเก่า ไม่มีรถไฟฟ้าวิ่งถึงหน้าวัดโดยตรง หลายคนเลยกังวลเรื่องการต่อรถ วันนี้ Traveloka จะมาสรุปวิธีการเดินทางไปวัดภูเขาทอง ให้ครบทุกทาง ไม่ว่าจะเป็นการไปวัดภูเขาทอง ด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT, รถเมล์, รถส่วนตัว ไปจนถึงสายคลาสสิกอย่างนั่งเรือไปวัดภูเขาทอง
อ่านจบแล้ว เลือกวิธีที่เหมาะกับสไตล์การเดินทางของเพื่อนๆ ได้เลย รับรองว่า ไปวัดภูเขาทองยังไงก็ไม่หลง แถมใครแพลนมาเที่ยวโซนนี้ยาวๆ ยังสามารถจองที่พักใกล้ๆ ได้สะดวกผ่าน Traveloka อีกด้วย เที่ยวสบาย วางแผนง่าย ครบจบในที่เดียว
วัดภูเขาทองหรือวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือที่หลายคนคุ้นชื่อกันในนาม วัดสระเกศ ตั้งอยู่บนถนนบริพัตร แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร ใจกลางย่านเมืองเก่ากรุงเทพ ใกล้ถนนหลานหลวง และไม่ไกลจากจุดสำคัญอย่างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย บางลำพู และสนามหลวง
ข้อมูลเบื้องต้นที่ควรรู้ก่อนมาเที่ยว
ทำเลของวัดถือว่าเดินทางสะดวก แม้จะไม่มีรถไฟฟ้ามาจอดหน้าวัดโดยตรง แต่ก็อยู่ไม่ไกลจาก MRT และเส้นทางหลักหลายสาย เลยเหมาะกับทั้งคนที่อยากมาไหว้พระวัดภูเขาทอง, สายเที่ยววัด หรือใครกำลังวางแผนตระเวนที่เที่ยวกรุงเทพโซนเมืองเก่าในวันเดียว
ถ้าอยากเดินทางง่าย ไม่ต้องลุ้นรถติด วิธีนี้ถือว่าสะดวกที่สุด ให้นั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงิน มาลงที่ สถานีสามยอด จากนั้นออก ทางออก 1
ไปวัดภูเขาทอง จาก MRT สามยอด ยังไง? จากจุดนี้สามารถเลือกวิธีเดินทางต่อได้หลายแบบเลย ไม่ว่าจะเป็น
ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากถนน ลองเลือกเส้นทางทางน้ำดูบ้าง
เส้นทางนี้เหมาะมากสำหรับสายชิล หรือคนที่อยากซึมซับบรรยากาศเมืองเก่าระหว่างทางไปเที่ยววัด
ถ้าใครถนัดรถเมล์ บอกเลยว่าสะดวกไม่แพ้กัน เพราะมีหลายสายผ่านใกล้วัด สามารถเลือกลงตามถนนหลักต่างๆ ได้เลย
ถ้าอยากนั่งรถเมล์แล้ว “ลงปุ๊บ เดินนิดเดียวถึงเลย” ป้ายถนนจักรพรรดิพงษ์คือคำตอบที่ดีที่สุด เพราะเป็นป้ายที่อยู่ใกล้ วัดภูเขาทอง (วัดสระเกศ) มากที่สุด เหมาะกับทั้งคนที่ไม่อยากเดินไกล และใครที่มากับผู้สูงอายุหรือเด็ก
รถเมล์ที่ผ่านป้ายนี้มีหลายสาย ได้แก่ สาย 8, 15, 21, 35, 47 และ 49 รวมถึง สาย 1-63 (ซึ่งจะจอดเฉพาะป้ายฝั่งตรงข้ามวัดสระเกศ)
เมื่อรถจอดที่ป้ายวัดสระเกศหรือป้ายตรงข้ามวัดสระเกศแล้ วสามารถเดินเข้าทางประตูวัดได้เลย ใช้เวลาเดินเพียงไม่กี่นาที ก็ถึงจุดเริ่มต้นทางขึ้นภูเขาทองแบบไม่ต้องต่อรถเพิ่ม ถือเป็นตัวเลือกที่ง่ายและสะดวกที่สุดสำหรับการเดินทางด้วยรถเมล์
อีกหนึ่งป้ายยอดนิยมสำหรับคนที่อยากไปวัดภูเขาทองด้วยรถเมล์ คือป้ายถนนหลานหลวง บริเวณท่าน้ำผ่านฟ้า ซึ่งเป็นจุดที่มีรถเมล์ผ่านเยอะมากและเดินทางสะดวกไม่แพ้กัน
รถเมล์ที่ผ่านโซนนี้มีหลายสาย เช่น สาย 2, 2E, 15, 35, 44, 47, 60, 79, 511 (ทั้งปกติและทางด่วน) รวมถึงสายจากสนามบินอย่าง A4 และ S1
เมื่อลงที่ป้ายท่าน้ำผ่านฟ้าแล้ว ให้เดินไปตามถนนบริพัตร มุ่งหน้าไปทางวัดสระเกศ ใช้เวลาเดินประมาณ 10–15 นาที ระหว่างทางจะได้เห็นบรรยากาศย่านเมืองเก่า มีร้านค้าและชุมชนให้แวะชมเพลินๆ เหมาะกับคนที่อยากเดินเล่นไปเรื่อยๆ ก่อนขึ้นภูเขาทอง
สำหรับใครที่มาจากฝั่งสนามหลวง ดุสิต หรือเส้นราชดำเนิน สามารถเลือกลงที่ป้ายถนนราชดำเนินนอก บริเวณ สปก./สน.นางเลิ้ง ได้ รถเมล์ที่ผ่านจุดนี้ ได้แก่ สาย 59, 70, 509 และ 2-32E
หลังลงป้ายแล้ว สามารถเลือกต่อแท็กซี่หรือวินมอเตอร์ไซค์ไปวัดภูเขาทอง ใช้เวลาประมาณ 5–10 นาที หรือถ้าอยากเดิน ก็สามารถเดินลัดเข้าถนนหลานหลวงและไปต่อยังวัดได้เช่นกัน เหมาะกับคนที่อยากแวะเที่ยวโซนนางเลิ้งหรือราชดำเนินควบคู่กันไป
ใครที่นั่งรถเมล์ สาย 5 (อู่กำแพงเพชร – สะพานพุทธ) จะผ่านถนนนครสวรรค์และสามารถลงที่ป้าย สน.นางเลิ้ง หรือป้ายฝั่งตรงข้ามได้ จากจุดนี้แนะนำให้ต่อแท็กซี่หรือวินมอเตอร์ไซค์ไปวัดภูเขาทอง จะสะดวกและเร็วกว่า ใช้เวลาประมาณ 5–10 นาที เส้นนี้เหมาะกับคนที่เดินทางผ่านย่านตลาดเก่าและไม่อยากเปลี่ยนสายรถหลายต่อ
ถ้าเดินทางมาจากโซนเยาวราชหรือหัวลำโพง และใช้รถเมล์ สาย 56R (วงกลมกรุงธน – บางลำพู) สามารถลงที่ป้าย บ้านบาตร บนถนนบำรุงเมืองได้ จากนั้นต่อวินมอเตอร์ไซค์หรือแท็กซี่ไปวัดภูเขาทอง ใช้เวลาไม่นาน หรือใครอยากเดินก็ทำได้ แต่แนะนำให้ต่อรถจะสบายกว่า โดยเฉพาะช่วงแดดแรง
เส้นนี้เหมาะกับคนที่แวะเที่ยวโลหะปราสาทหรือเสาชิงช้ามาก่อน รถเมล์ที่ผ่านป้าย วัดราชนัดดาราม ได้แก่ สาย 5, 56L, 1-63 และ 3-53 เมื่อลงจากรถแล้ว ให้เดินเข้าทางสะพานผ่านฟ้า จากนั้นเดินต่อไปยังถนนบริพัตร ใช้เวลารวมประมาณ 10–15 นาที ก็จะถึงวัดภูเขาทอง
ใครเลือกไปวัดภูเขาทอง รถส่วนตัวต้องขอแนะนำให้เผื่อเวลาสักหน่อย เพราะย่านเมืองเก่าชั้นในที่จอดรถค่อนข้างหายาก โดยเฉพาะช่วงเย็นหรือวันหยุด
ไม่ว่าจะเลือกไปวัดภูเขาทองยังไงแต่ละวิธีก็มีข้อดีต่างกัน ใครเน้นเร็ว เลือก MRT ใครอยากชิล ลองนั่งเรือ ส่วนสายประหยัด รถเมล์ก็มีให้เลือกเพียบ เลือกให้เหมาะกับทริปของตัวเอง แล้วค่อยไปเดินขึ้นภูเขาทอง ชมวิวสวยๆ ด้านบนกันต่อได้เลย
A: ถ้าอยากเดินทางง่าย ไม่ต้องลุ้นรถติด แนะนำไปวัดภูเขาทอง ด้วย MRT ลงสถานีสามยอด แล้วต่อแท็กซี่หรือวินมอเตอร์ไซค์อีกนิดเดียว ถือว่าสะดวกและใช้เวลาน้อยที่สุด
A: สถานีที่ใกล้ที่สุดคือ MRT สามยอด จากนั้นต่อรถประมาณ 5–10 นาที วัดยังไม่มีรถไฟฟ้าวิ่งถึงหน้าวัดโดยตรง แต่การต่อรถถือว่าสะดวก ไม่ยุ่งยาก
A: สามารถไปได้ แต่ต้องต่อรถเพิ่ม เพราะ BTS ยังไม่ถึงโซนเมืองเก่า แนะนำให้นั่ง BTS มาลงสยามหรืออโศก แล้วต่อ MRT ไปสถานีสามยอด วิธีนี้เหมาะกับคนที่เริ่มต้นเดินทางจากย่านสุขุมวิทหรือสยาม
A: มีที่จอดรถบริเวณวัดและริมถนนใกล้เคียง แต่ต้องดูป้ายห้ามจอดให้ดี เพราะย่านนี้เป็นเมืองเก่าชั้นใน ช่วงวันหยุดหรือเย็นๆ ที่จอดรถจะค่อนข้างหายาก แนะนำให้มาเช้าหน่อยจะสะดวกกว่า
A: ช่วงเช้าอากาศจะไม่ร้อน คนไม่เยอะ เหมาะกับการไหว้พระ ส่วนช่วงเย็นเหมาะกับการชมพระอาทิตย์ตก และถ่ายรูปวิวกรุงเทพจากมุมสูง ใครชอบถ่ายภาพแนะนำช่วงเย็นก่อนวัดปิด
ไม่ว่าจะเลือก ไปวัดภูเขาทอง ด้วยการนั่ง MRT ต่อรถเมล์ ลงป้ายใกล้ๆ เดินชิลๆ หรือขับรถมาเอง บอกเลยว่าการเดินทางไม่ได้ยากอย่างที่คิด วัดภูเขาทองเป็นหนึ่งในวัดดังในกรุงเทพ ที่ครบทั้งไหว้พระ ชมวิว และถ่ายรูปสวยๆ แถมยังอยู่ใกล้แหล่งเที่ยวเมืองเก่าอีกหลายจุด เหมาะมากสำหรับทริปเที่ยวกรุงเทพ 1 วัน หรือแพลนไหว้พระ 9 วัด แบบไม่เร่งรีบ
ถ้าใครอยากให้ทริปเที่ยวโซนเมืองเก่าลื่นไหลตั้งแต่ต้นจนจบ แนะนำวางแผนผ่าน Traveloka ตัวช่วยที่รวมทุกอย่างไว้ในแอปเดียว ไม่ว่าจะเป็น
แค่มี Traveloka ก็ช่วยให้การเที่ยววัดภูเขาทองและทริปกรุงเทพของเพื่อนๆ ง่ายขึ้น ไม่ต้องวุ่นวายเรื่องการเดินทางหรือที่พัก เหลือเวลาไว้เดินขึ้นภูเขาทอง ไหว้พระ ชมวิว และเก็บภาพความประทับใจของกรุงเทพจากมุมสูงได้แบบเต็มอิ่มเลย!
อ่านต่อ:










