
ถ้าพูดถึงญี่ปุ่น หลายคนอาจนึกถึงซากุระ หิมะ คาเฟ่น่ารัก หรือเมืองสุดคิวต์ก่อนเป็นอันดับแรก แต่จริงๆ แล้วอีกหนึ่งเสน่ห์ที่หลายคนยังไม่ค่อยรู้คือ ทะเลญี่ปุ่นก็สวยมากไม่แพ้ประเทศไหนเลย! ใครที่กำลังแพลนเที่ยวญี่ปุ่นหน้าร้อนบอกเลยว่าหลายเกาะ หลายหาด น้ำทะเลใสแบบเห็นพื้นทราย สีฟ้าสดจนต้องร้องว้าว ทั้งเกาะฟีล tropical แบบโอกินาว่า ชายหาดใกล้โตเกียวสำหรับ one day trip ไปจนถึงเกาะธรรมชาติสุดชิลที่เหมาะกับสายพักผ่อน
บทความนี้ Traveloka รวมมาให้แล้วกับ 10 พิกัดที่เที่ยวทะเลญี่ปุ่น ทั้งหาดดัง น้ำใส จุดดำน้ำ ไปจนถึงเกาะสวยๆ ที่เหมาะทั้งสายชิล สายแอดเวนเจอร์ สายถ่ายรูป คู่รัก หรือคนที่อยากลองเที่ยวทะเลญี่ปุ่นด้วยตัวเอง รับรองว่าอ่านจบแล้วได้ลิสต์ที่อยากกดเซฟไว้ไปตามแน่นอน
และถ้าใครพร้อมจัดทริปแล้ว ก็สามารถจองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก หรือกิจกรรมผ่าน Traveloka ได้ครบในแอปเดียว เที่ยวญี่ปุ่นง่ายขึ้นเยอะ!
ถ้าอยากลองสัมผัสฟีลทะเลญี่ปุ่นใกล้โตเกียวแบบชิลๆ แต่ยังมีเสน่ห์ของเมืองเก่าญี่ปุ่นผสมอยู่ด้วย ชายหาด ชายหาดคามาคุระ (Kamakura) คือพิกัดที่ควรไปมากๆ เมืองนี้เคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของญี่ปุ่นในยุคคามาคุระเมื่อกว่า 800 ปีก่อน ทำให้รอบเมืองเต็มไปด้วยวัด ศาลเจ้า และบรรยากาศคลาสสิก แต่ในขณะเดียวกันก็มีชายหาดสวยๆ อยู่ติดเมืองเลย
เสน่ห์ของชายหาดคามาคุระคือความชิลแบบญี่ปุ่นแท้ๆ โดยหาดนี้ จะมีหาดย่อยๆ อีกสามแห่ง คือชายหาดยุอิงะฮามะ (Yuigahama), ชายหาดไซโมคุซะ (Zaimokuza) และ ชายหาดโคะชิโงเอะ (Koshigoe) ที่คนญี่ปุ่นนิยมมานั่งเล่นริมทะเล เล่นเซิร์ฟ หรือแวะคาเฟ่ช่วงเย็น ยิ่งตอนนั่งรถไฟสาย Enoden วิ่งเลียบทะเลคือได้ฟีลเหมือนอยู่ในหนังญี่ปุ่นหน้าร้อนมากกก บางวันถ้าฟ้าเปิดยังสามารถมองเห็นวิวภูเขาไฟฟูจิจากริมทะเลได้ด้วย เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่เหมาะมากสำหรับคนที่อยากลองเที่ยวญี่ปุ่นทะเลแบบง่ายๆ ไม่ต้องบินไกลถึงโอกินาว่า
หลายคนอาจไม่รู้ว่าแค่หนีออกจากโตเกียวไม่กี่ชั่วโมง ก็สามารถเจอทะเลสีฟ้าใสและเกาะธรรมชาติสวยๆ ได้แล้ว ซึ่งนั่นก็คือกลุ่ม Izu Islands หรือหมู่เกาะอิซุ ที่แม้จะอยู่กลางทะเล แต่ก็ยังถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดโตเกียว ทำให้ที่นี่กลายเป็น hidden gem ของคนญี่ปุ่นที่อยากพักผ่อนใกล้เมืองแบบได้ฟีล island hopping จริงๆ
เกาะเหล่านี้เกิดจากภูเขาไฟกลางทะเล ทำให้ธรรมชาติค่อนข้างสมบูรณ์ น้ำทะเลใส และมีภูมิประเทศที่สวยแปลกตา แต่ละเกาะก็จะมีเสน่ห์ต่างกันไป บางเกาะขึ้นชื่อเรื่องการดำน้ำ บางเกาะมีหาดทรายสวย บางเกาะมีออนเซ็นวิวทะเล หรือจุด trekking ธรรมชาติแบบเต็มๆ ที่สำคัญคือบรรยากาศยังสงบ ไม่แมสเกินไป เหมาะกับสายเที่ยวญี่ปุ่นสายธรรมชาติที่อยากสัมผัสญี่ปุ่นอีกมุมที่ต่างจากเมืองใหญ่
อ่านต่อ:
ถ้าพูดถึงเกาะที่สายเซิร์ฟชอบมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ต้องมีชื่อของ Niijima Island แน่นอน เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องคลื่นดี น้ำทะเลใส และบรรยากาศเกาะที่ชิลมากกก โดยเฉพาะหาดฮาบุชิอุระ (Habushiura) ที่ถือเป็นหนึ่งในจุดเล่นเซิร์ฟระดับโลกของญี่ปุ่นเลยทีเดียว
สิ่งที่ทำให้เกาะนิจิมะมีเสน่ห์คือภาพของหาดทรายสีขาวทอดยาวตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าเข้มแบบสวยสะกดใจจริงๆ แถมบนเกาะยังมีบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการมาพักใจหรือใช้ชีวิต slow life สักสองสามวัน อีกจุดที่ห้ามพลาดคือการเทรกกิ้งไปตามเขาบนเกาะแล้วจะพบกับ Yunohama Onsen บ่อน้ำพุร้อนกลางแจ้งริมทะเลที่เปิดให้แช่ฟรี แถมวิวพระอาทิตย์ตกตรงนี้สวยมากกก เป็นฟีลแบบแช่ออนเซ็นไป มองทะเลไป ลมทะเลพัดเบาๆ คือดีสุดๆ ใครชอบทั้งทะเล คาเฟ่ และบรรยากาศสงบๆ ต้องเลิฟเกาะนี้แน่นอน
Miyake Island หรือ Miyakejima เป็นเกาะภูเขาไฟกลางทะเลที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนที่อื่น เพราะนอกจากจะได้ฟีลทะเลสวยแล้ว ยังมีความธรรมชาติแบบดิบๆ ผสมอยู่ด้วย เกาะนี้เกิดจากภูเขาไฟมิยาเกะซึ่งยังถือว่าเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับและเคยเกิดการปะทุครั้งใหญ่ในปี 2000 จนชาวบ้านต้องอพยพออกจากเกาะนานกว่า 4 ปี ก่อนจะกลับมาเปิดเกาะอีกครั้งช่วงปี 2005–2006 หลังธรรมชาติเริ่มฟื้นตัว
ปัจจุบันเกาะมิยาเกะจิมะ กลายเป็นหนึ่งในจุดดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกที่สวยมากของญี่ปุ่น เพราะน้ำทะเลใสและระบบนิเวศใต้ทะเลค่อนข้างสมบูรณ์ แต่ไฮไลต์ที่สายธรรมชาติหลายคนตื่นเต้นมากคือ การใช้เกาะนี้เป็นฐานนั่งเรือออกไปว่ายน้ำกับฝูงโลมาป่าที่เกาะมิคุระจิมะ (Mikurajima) ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน เพราะเกาะ เกาะมิคุระจิมะเองคลื่นแรงและเข้าพักค่อนข้างยาก นักท่องเที่ยวเลยนิยมมาพักที่มิยาเกะจิมะแล้วออกทริปไปดูโลมาแทน ทำให้เกาะนี้กลายเป็นพิกัดในฝันของทั้งสายทะเล สายผจญภัย และคนที่อยากสัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิดจริงๆ
หนึ่งในชายหาดญี่ปุ่น ที่ดังที่สุดตลอดกาลก็คือ Shirarahama Beach หรือหาดชิราฮามะ ชายหาดสีขาวเนียนละเอียดที่หลายคนบอกว่าฟีลดีเหมือนฮาวายเลย ซึ่งจริงๆ แล้วที่นี่ก็เป็น “หาดพี่น้อง” กับ Waikiki Beach ที่ฮาวายด้วยนะ ทำให้บรรยากาศมีความเป็นทะเลแบบญี่ปุ่นผสมฮาวายอยู่เต็มๆ
ที่น่าสนใจคือทรายสีขาวสวยที่เห็นในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งเป็นทรายที่นำเข้ามาจากเมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย หลังจากช่วงที่เมืองขยายตัวหนักในยุค 1960–1980 จนทรายธรรมชาติถูกคลื่นซัดหายไป ทางจังหวัดจึงลงทุนฟื้นฟูชายหาดให้กลับมาสวยเหมือนเดิม จนกลายเป็นแลนด์มาร์กชื่อดังแบบทุกวันนี้
นอกจากทะเลสวยๆ แล้ว ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดเด็ดขาดก็คือ เทศกาลจุดพลุริมหาดสุดยิ่งใหญ่ (Shirahama Fireworks Festival) ที่จะมาเพิ่มความคึกคักให้กับช่วงฤดูร้อน โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 30 กรกฎาคม และ 10 สิงหาคมของทุกปี จะมีการจัดงานโชว์พลุกว่า 3,000 นัด ถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดเที่ยวทะเลญี่ปุ่นหน้าร้อน ที่ครบทั้งวิวสวย กิจกรรมสนุกๆ และได้สัมผัสบรรยากาศเทศกาลตามรอยอนิเมะญี่ปุ่นแบบคลาสสิกสุดๆ ไปเลย
ถ้าใครกำลังตามหาทะเลญี่ปุ่นน้ำใสเหมือนมัลดีฟส์ แต่ยังอยากได้ธรรมชาติแบบเงียบสงบ คนไม่แน่นเกินไป ต้องลองมาที่ เกาะอามามิโอชิมะเลย เพราะเกาะนี้เป็นหนึ่งใน hidden gems ของญี่ปุ่นที่หลายคนยังไม่ค่อยรู้จัก แต่ธรรมชาติสวยแบบว้าวมากกก ทั้งทะเลสีฟ้าใส หาดทรายขาว และป่ากึ่งเขตร้อนที่ยังอุดมสมบูรณ์สุดๆ
ที่นี่เคยเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาณาจักรริวกิวในอดีต ทำให้มีเสน่ห์ต่างจากญี่ปุ่นแผ่นดินใหญ่ ทั้งวิถีชีวิต อาหาร และบรรยากาศบนเกาะที่ดูทรอปิคคอลมากเป็นพิเศษ ไฮไลต์อีกอย่างคือป่าชายเลนของเกาะ ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น และเป็นจุดยอดฮิตสำหรับพายคายัคชมธรรมชาติ เพราะสองฝั่งเต็มไปด้วยป่าเขียวๆ และสัตว์ท้องถิ่นหายาก
ความพิเศษของเกาะนี้ยังทำให้เกาะอามามิโอชิมะ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของ UNESCO ในปี 2021 ร่วมกับพื้นที่ธรรมชาติสำคัญในโอกินาว่าและหมู่เกาะใกล้เคียงด้วย ใครชอบทั้งทะเล ป่า และฟีล slow life แบบญี่ปุ่นสายธรรมชาติ บอกเลยว่าเกาะนี้ฮีลใจสุดๆ
เกาะเล็กๆ ทางใต้ของญี่ปุ่นอย่าง เกาะโยรอน คือหนึ่งในพิกัดที่หลายคนเห็นรูปแล้วต้องถามว่า “นี่ญี่ปุ่นจริงเหรอ” เพราะน้ำทะเลที่นี่ใสมากกก สีฟ้าเทอร์ควอยซ์แบบมัลดีฟส์สุดๆ แถมหาดทรายก็ขาวละเอียดจนแทบสะท้อนแสงแดดเลย
ไฮไลต์ที่ดังที่สุดของเกาะคือ ยูริกะฮามะ (Yurigahama) สันทรายสีขาวกลางทะเลที่ไม่ได้โผล่มาทุกวัน แต่จะปรากฏเฉพาะช่วงน้ำลงตามจังหวะน้ำขึ้นน้ำลง โดยเฉพาะช่วงประมาณเดือนเมษายนถึงตุลาคม เวลาที่สันทรายโผล่ขึ้นมากลางทะเลสีฟ้าใสคือสวยเหมือนภาพโปสการ์ดมากๆ จนกลายเป็นแลนด์มาร์กในฝันของหลายคน
อีกกิมมิกน่ารักๆ ที่คนญี่ปุ่นชอบมากคือ ความเชื่อเรื่อง ทรายรูปดาว หรือ Star Sand บนสันทรายยูริกะฮามะ ที่เชื่อกันว่าถ้าใครเก็บทรายได้ตามจำนวนอายุของตัวเอง จะพบกับความสุขและโชคดี ซึ่งทรายรูปดาวเหล่านี้เกิดจากซากสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในทะเลจริงๆ ด้วย ทำให้หลายคนมาเดินหาดาวทรายเล่นกันแบบจริงจังเลย บรรยากาศบนเกาะก็ค่อนข้างสงบ เหมาะกับสายคู่รักหรือคนที่อยากพักใจริมทะเลแบบช้าๆ มาก
หนึ่งในกิจกรรมที่ดังที่สุดของการเที่ยวทะเลโอกินาว่า ก็คือการไปดำน้ำที่ “Blue Cave” หรือถ้ำสีฟ้า บริเวณแหลมมาเอดะ (Cape Maeda) บนเกาะหลักโอกินาว่า ที่นี่เป็นถ้ำทะเลธรรมชาติซึ่งเมื่อแสงอาทิตย์ส่องลงกระทบพื้นทรายสีขาวใต้น้ำ แสงจะสะท้อนขึ้นมาจนทั้งถ้ำกลายเป็นสีฟ้าเรืองๆ สวยมากกก จนกลายเป็นแลนด์มาร์กระดับไอคอนของที่นี่ไปเลย
จุดเด่นคือที่นี่เหมาะกับมือใหม่มาก เพราะน้ำค่อนข้างนิ่ง มีอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทำให้หลายคนเลือกมาลองดำน้ำตื้นและดำน้ำลึกครั้งแรกที่นี่ น้ำทะเลใสจนมองเห็นปลาเขตร้อนว่ายอยู่เต็มไปหมด บางช่วงยังเจอปลาการ์ตูนและแนวปะการังสีสวยๆ ได้ด้วย
นอกจากตัวถ้ำแล้ว รอบๆ ยังเต็มไปด้วยชายหาด คาเฟ่ริมทะเล และจุดดำน้ำสวยๆ อีกหลายแห่ง ทำให้โซนนี้เป็นเหมือนสวรรค์ของสายทะเลเลย ยิ่งช่วงหน้าร้อนบอกเลยว่าบรรยากาศคึกคักสุดๆ และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้หลายคนตกหลุมรักโอกินาว่าแบบถอนตัวไม่ขึ้น
อ่านต่อ:
ถ้าถามว่าชายหาดไหนติดอันดับทะเลญี่ปุ่นวิวดีที่สุดตลอดกาล ชื่อของ Yonaha Maehama Beach จะโผล่มาแทบทุกลิสต์ เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องหาดทรายสีขาวละเอียดและน้ำทะเลสีฟ้าไล่เฉดที่สวยแบบเกินจริงมากกก หลายคนถึงขั้นเรียกที่นี่ว่าเป็นหนึ่งในชายหาดที่สวยที่สุดของทั้งญี่ปุ่นและเอเชียเลยทีเดียว
ตัวชายหาดทอดยาวกว่า 7 กิโลเมตร ทำให้บรรยากาศดูโล่ง โปร่ง และสบายตามาก จุดเด่นคือสีของน้ำทะเลจะไล่ตั้งแต่ฟ้าอ่อนไปจนถึงน้ำเงินเข้มแบบชัดเจน ยิ่งวันแดดดีคือเหมือนใส่ฟิลเตอร์เอาไว้เลย
อีกไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการขับรถหรือปั่นจักรยานข้ามสะพานอิราบุ” (Irabu Ohashi) สะพานข้ามทะเลที่เปิดให้ใช้ฟรีและยาวที่สุดในญี่ปุ่น ความยาวประมาณ 3.5 กิโลเมตร ขับผ่านช่วงแดดดีๆ คือวิวทะเลสองฝั่งอลังการมากกก จนหลายคนยกให้เป็นหนึ่งในเส้นทางที่ฟินที่สุดของโอกินาว่าเลย
ปิดท้ายด้วยเกาะยอดฮิตของสายทะเลอย่าง เกาะอิชิงากิ (Ishigaki Island) หนึ่งในพิกัดที่ทำให้หลายคนค้นพบว่า ญี่ปุ่นก็มีทะเลสวยไม่แพ้ประเทศดังอื่นๆ เลย จุดเด่นของเกาะนี้คือความครบ ทั้งทะเลสวย คาเฟ่ชิล ธรรมชาติ และกิจกรรมทางน้ำแบบจัดเต็ม
ไฮไลต์สำคัญของเกาะคืออ่าวคาบิระ (Kabira Bay) อ่าวชื่อดังที่น้ำทะเลสีฟ้าอมเขียวสวยมากจนเหมือนภาพวาด แม้จะไม่สามารถลงเล่นน้ำได้ เพราะกระแสน้ำค่อนข้างเชี่ยวและเป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงไข่มุกดำ แต่แค่นั่งเรือชมวิวหรือยืนมองทะเลก็สวยจนร้องว้าวแล้ว นอกจากนี้เกาะอิชิงากิ ยังเป็นเหมือนจุดสำคัญสำหรับนั่งเรือต่อไปยังเกาะรอบๆ อย่างเกาะทาเคโทมิ (Taketomi Island) และเกาะอิริโอโมเตะ (Iriomote Island) ที่มีแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์อีกด้วย
อีกอย่างที่ทำให้เกาะนี้พิเศษมากคือ ตอนกลางคืนท้องฟ้าจะสวยสุดๆ เพราะหมู่เกาะยาเอยามะ รวมถึง เกาะอิชิงากิได้รับการรับรองให้เป็น International Dark Sky Park แห่งแรกของญี่ปุ่น ทำให้ที่นี่สามารถมองเห็นกลุ่มดาวได้ถึง 84 กลุ่มจากทั้งหมด 88 กลุ่มบนโลก และในช่วงหน้าร้อนยังสามารถเห็นทางช้างเผือกได้ชัดมากด้วย ได้ฟีลกลางวันเล่นน้ำทะเล กลางคืนนอนดูดาวริมทะเล คือโรแมนติกและฮีลใจสุดๆ
ถ้าใครอยากพักแบบตื่นมาเจอวิวทะเลสีฟ้าของโอกินาว่าทันที ANA InterContinental ISHIGAKI RESORT ถือเป็นหนึ่งในรีสอร์ตยอดฮิตที่สุดบนเกาะอิชิงากิเลย ตัวโรงแรมตั้งอยู่ติดทะเล บรรยากาศมีความ tropical resort แบบเต็มๆ ฟีลเหมือนพักรีสอร์ตหรูในต่างประเทศมากกว่าญี่ปุ่นที่หลายคนคุ้นเคย จุดเด่นคือวิวทะเลสวยมาก โดยเฉพาะช่วงเช้าและพระอาทิตย์ตก หลายห้องสามารถมองเห็นวิวทะเลแบบพาโนรามาได้จากระเบียงเลย แถมยังอยู่ไม่ไกลจากจุดเที่ยวดังอย่าง Kabira Bay และท่าเรือสำหรับไป island hopping ต่อด้วย ทำให้ที่นี่เหมาะทั้งสายพักผ่อน สายดำน้ำ และคนที่อยากใช้เกาะอิชิงากิเป็นฐานเที่ยวทะเลรอบๆ แบบครบๆ
ถ้าพูดถึงโรงแรมริมทะเลสุดหรูของโอกินาว่า ที่พักสุดฮิตอย่าง Halekulani Okinawa ต้องติดอันดับต้นๆ แน่นอน เพราะที่นี่เป็นรีสอร์ตระดับ luxury ที่ดังมากเรื่องวิวทะเลและบรรยากาศสุดโรแมนติก ตัวโรงแรมตั้งอยู่ริมชายฝั่งของเกาะหลักโอกินาว่า รายล้อมด้วยทะเลสีฟ้าและธรรมชาติแบบเงียบสงบ ความพิเศษของที่นี่คือดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรีสอร์ต Halekulani ในฮาวาย ทำให้ฟีลโดยรวมมีความ tropical luxury มาก ทั้งสระว่ายน้ำวิวทะเล ห้องพักขนาดใหญ่ และห้องอาหารวิว oceanfront ที่หลายคนประทับใจมาก อีกอย่างที่ทำให้ที่นี่ฮิตคือโลเคชันค่อนข้างสะดวกสำหรับคนที่มีแพลนไป Blue Cave หรือเที่ยวชายหาดดังๆ รอบ เกาะหลัก ตอนเย็นสามารถนั่งดูพระอาทิตย์ตกจากโรงแรมได้แบบฟินมากกก เป็นอีกที่พักที่เหมาะกับทั้งทริปคู่รัก ทริปฮันนีมูน หรือคนที่อยากให้ทริปเที่ยวทะเลญี่ปุ่นครั้งนี้พิเศษขึ้นอีกระดับ
สำหรับใครที่มีแพลนไปชายหาดชิราฮามะ (Shirarahama Beach) แล้วอยากได้ที่พักวิวทะเลฟีลชิลๆ แบบญี่ปุ่นแท้ๆ Shirahama Key Terrace Hotel Seamore คืออีกตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะตัวโรงแรมตั้งอยู่ริมทะเลแบบเห็นวิวได้เต็มตา เสน่ห์ของที่นี่คือบรรยากาศผ่อนคลายมาก มีทั้งออนเซ็นวิวทะเล มุมเลานจ์นั่งดูพระอาทิตย์ตก และพื้นที่พักผ่อนสไตล์รีสอร์ตริมทะเลญี่ปุ่น เหมาะกับการมานอนพักหลังเล่นน้ำหรือเที่ยวชายหาดทั้งวัน อีกอย่างที่หลายคนชอบคือวิวช่วงเย็น เพราะสามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตกเหนือทะเลได้สวยมาก แถมยังอยู่ไม่ไกลจากจุดเที่ยวดังของชิราฮามะ ทั้งชายหาด ออนเซ็นริมทะเล และหน้าผาหินริมมหาสมุทร เป็นที่พักที่ให้ฟีล slow life และเหมาะกับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศเที่ยวญี่ปุ่นทะเลแบบสบายๆ ในงบไม่แรงจริงๆ
จริงๆ แล้วการ เที่ยวทะเลญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย โดยเฉพาะช่วงหลังๆ ที่คนเริ่มนิยมเที่ยว Okinawa และเกาะต่างๆ มากขึ้น ทำให้การเดินทางสะดวกกว่าเดิมเยอะ ไม่ว่าจะอยากไปทะเลใกล้โตเกียว หรืออยากบินลงเกาะแบบ tropical island ก็มีหลายวิธีให้เลือกตามสไตล์การเที่ยวได้เลย
จริงๆ แล้วช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยวทะเลญี่ปุ่น จะมีอยู่ 2 ช่วงหลักๆ ขึ้นอยู่กับว่าอยากไปเที่ยวสไตล์ไหน ระหว่างสายเล่นน้ำ ดำน้ำ ชิลริมทะเล หรือสายเซิร์ฟที่อยากล่าคลื่นสวยๆ เพราะทะเลญี่ปุ่นแต่ละช่วงให้อารมณ์และบรรยากาศต่างกันชัดเจนมาก
ถ้ามีแพลนไปโอกินาว่า หรือเกาะทางใต้โดยเฉพาะ แนะนำช่วงปลายมิถุนายนถึงกรกฎาคมเลย เพราะเป็นช่วงที่ฝั่งโอกินาว่าพ้นฤดูฝนพอดี ฟ้าเปิด แดดสวย น้ำทะเลจะใสเป็นพิเศษจนเห็นเฉดสีฟ้าไล่เรียงสวยแบบที่หลายคนตามหา แถมยังช่วยเลี่ยงช่วงไต้ฝุ่นหนักในเดือนสิงหาคม–กันยายนได้ดีกว่าด้วย ถือเป็นช่วงที่ทะเลสวยที่สุดของปีเลยก็ว่าได้
ก่อนออกทริปเที่ยวทะเลญี่ปุ่น บอกเลยว่ามีหลายอย่างที่รู้ไว้แล้วจะช่วยให้เที่ยวสนุกขึ้นเยอะ ทั้งเรื่องอากาศ การเดินทาง หรือช่วงเวลาที่เหมาะกับกิจกรรมต่างๆ โดยเฉพาะใครที่มีแพลนไปโอกินาว่าหรือเที่ยวเกาะต่างๆ ลองเซฟทริกเหล่านี้ไว้ได้เลย
อ่านต่อ:










