
ช่วงนี้กระแสมัทฉะมาแรงสุดๆ ไม่ว่าจะเลื่อนฟีดไปทางไหน ก็เห็นทั้งคาเฟ่ชาเขียวเปิดใหม่ หรือคลิปชงมัทฉะกินเองที่บ้าน พร้อมการตีมัทฉะจนเนียนนุ่ม จนรู้สึกได้เลยว่ากลิ่นหอมอ่อน ๆ แทบจะทะลุจอออกมาเลยทีเดียว เชื่อเลยว่าใครที่มีโอกาสได้ไปญี่ปุ่น จะต้องหาลิสต์มัทฉะญี่ปุ่น ของฝากติดไม้ติดมือกลับไทยแน่นอน! เพราะ มัทฉะญี่ปุ่น ไม่ได้มีดีแค่รสชาติหอมละมุนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนวัฒนธรรมชาเขียวของญี่ปุ่นที่ละเอียดอ่อนและเปี่ยมด้วยเสน่ห์ ตั้งแต่ขั้นตอนการคัดใบชาคุณภาพสูงจากไร่ในอูจิและชิซุโอกะ ไปจนถึงกระบวนการบดด้วยหินช้าๆ ที่ช่วยคงกลิ่นและรสชาติไว้ครบทุกหยด
ดังนั้น ก่อนจะกดจองตั๋ว จองที่พัก เตรียมบินไปเที่ยวญี่ปุ่นกันจริงๆ มาดูกันก่อนดีกว่าว่า ผงมัทฉะญี่ปุ่นแนะนำ ที่ควรหิ้วกลับมีแบรนด์ไหนบ้าง! Traveloka รวมลิสต์ 12 มัทฉะญี่ปุ่น ยอดนิยมมาให้ครบ ทั้งสำหรับคนที่อยากลองชงเองที่บ้าน หรือจะซื้อไปฝากเพื่อนคนรักชาเขียวก็น่ารักสุดๆ บอกเลยว่าแต่ละแบรนด์น่าซื้อกลับไม่แพ้กันแน่นอน!
Credit: Ippodo Tea
ถ้าพูดถึง มัทฉะญี่ปุ่น ของฝากระดับตำนาน ชื่อแรกที่ต้องติดลิสต์คือ Ippodo Tea ร้านชาเก่าแก่จากเกียวโตที่เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1717 หรือกว่า 300 ปีมาแล้ว! ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตผงชาเขียวมัทฉะญี่ปุ่นแท้ เกรดพิธีชงชา (Ceremonial Grade) ซึ่งเป็นมัทฉะระดับพรีเมียมที่นักชงชาทั่วญี่ปุ่นยอมรับ จุดเด่นของ Ippodo คือความบาลานซ์ของรสชาติ ที่ทั้งเข้มข้น กลมกล่อม และมีรสขมปลายลิ้นแบบละมุนๆ ไม่ฝาดจนเกินไป ใครที่เคยลองจะรู้เลยว่ามีกลิ่นหอมลึกของชาเขียวแท้และฟีลดีมาก โดยเฉพาะถ้าใช้ Chasen ตีแบบดั้งเดิม จะได้ฟองเนียนละเอียด นุ่มลิ้น ละลายในปากเลย
เว็บไซต์: https://global.ippodo-tea.co.jp/
Credit: Gion Tsujiri
ถ้าใครเป็นสายมัทฉะตัวจริง รับรองว่าต้องรู้จักชื่อ Tsujiri แบรนด์ชาเขียวเก่าแก่จากเมืองอูจิ จังหวัดเกียวโต ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1860 และยังคงใช้ใบชาคุณภาพสูงจากไร่ดั้งเดิมใน Uji จนถึงปัจจุบัน นี่คือหนึ่งในแบรนด์มัทฉะญี่ปุ่น ที่คนญี่ปุ่นเองยังแนะนำ เพราะรสชาติเข้มข้น กลิ่นหอมละมุน และมีความ อูมามิ ชัดเจนจนต่างจากชาเขียวทั่วไป ใครที่ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นบอกเลยว่าต้องลอง มัทฉะลาเต้ หรือ ซอฟต์ครีมมัทฉะ ของ Tsujiri จะเข้าใจเลยว่าทำไมแบรนด์นี้ถึงเป็น มัทฉะอูจิ ของฝากที่ครองใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก
เว็บไซต์: https://www.giontsujiri.co.jp/
Credit: Marukyu Koyamaen
อีกหนึ่งชื่อที่คนรักมัทฉะต้องรู้จัก! Marukyu Koyamaen คือแบรนด์ชาเก่าแก่จากเมืองอูจิ จังหวัดเกียวโต ที่มีประวัติยาวนานกว่า 300 ปี ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิต ผงชาเขียวมัทฉะญี่ปุ่นแท้ ที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ ความพิเศษของแบรนด์นี้คือการ ควบคุมทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง ตั้งแต่การปลูก การเก็บ การอบแห้ง ไปจนถึงการบดหินแบบดั้งเดิม ทำให้มัทฉะของ Marukyu Koyamaen มีกลิ่นหอม สีเขียวสด และรสเข้มข้นแบบไม่ขมจัด เหมาะทั้งสำหรับชงดื่มร้อนๆ หรือทำชงดื่มเย็นแบบใส หรือมัทฉะลาเต้ก็ฟินนน!
Credit: Fukujuen
อีกหนึ่งชื่อที่สายมัทฉะต้องรู้จัก! Fukujuen คือแบรนด์ชาเขียวเก่าแก่จากเกียวโตที่มีประวัติยาวนานกว่า 230 ปี และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกวัฒนธรรมชาเขียวของญี่ปุ่นสมัยใหม่ มัทฉะของ Fukujuen โดดเด่นด้วย ความสมดุลระหว่างความเข้มและความนุ่มลึก รสชาติไม่ขมจัดเกินไปแต่ยังคงความหอมของใบชาแบบเต็มที่ ใครที่อยากเริ่มต้นลองมัทฉะคุณภาพดีแต่ดื่มง่าย นี่คือแบรนด์ที่ตอบโจทย์สุดๆ แบรนด์นี้มีตั้งแต่ผงชาเขียวมัทฉะญี่ปุ่นเกรดดื่มประจำวัน ไปจนถึง มัทฉะญี่ปุ่น premium grade สำหรับใช้ในพิธีชงชาแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ทุกกระป๋องผ่านการบดเพื่อรักษากลิ่นและสีของชาไว้ครบถ้วน ผลลัพธ์คือมัทฉะสีเขียวสด กลิ่นหอมชัด และรสกลมกล่อมที่ละมุนตั้งแต่จิบแรกเลย
เว็บไซต์: https://global.fukujuen.com/
Credit: Horii Shichimeien
อีกหนึ่งแบรนด์มัทฉะระดับตำนานจากอูจิที่อยากให้ลองคือ Horii Shichimeien ก่อตั้งมาตั้งแต่ยุคเมจิ และสืบต่อรากเหง้าจาก เจ็ดสวนชาชื่อดังแห่งอูจิ (Uji Shichimeien) ซึ่งถือเป็นแหล่งปลูกชาที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น จุดเด่นคือแบรนด์นี้ยังดูแล สวนชา Okunoyama Tea Garden) สวนชาเพียงแห่งเดียวจากยุคโบราณที่ยังหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน! มัทฉะของ Horii ผลิตด้วยวิธีดั้งเดิมทุกขั้นตอน ทั้งปลูก เก็บ และบดด้วยหินช้าๆ จนได้ ผงชาเขียวมัทฉะญี่ปุ่นแท้ สีเขียวสด กลิ่นหอมละมุน และรสขมกลมกล่อมแบบพอดี ดื่มแล้วสัมผัสได้ถึงความอูมามิละมุน นุ่มนวล และมีอาฟเตอร์เทสยาวติดลิ้น ด้วยประวัติยาวนานกว่า 600 ปี แบรนด์นี้ไม่เพียงมีคุณภาพระดับพรีเมียม แต่ยังเป็นมรดกสำคัญของวัฒนธรรมชาอูจิ ใครกำลังมองหา ของฝากมัทฉะญี่ปุ่น ที่มีทั้งรสชาติและเรื่องราว แนะนำเลย Horii Shichimeien ของดีจากอูจิแท้แน่นอน
เว็บไซต์: https://horiishichimeien.com/
Credit: Nakamura Tokichi
อีกหนึ่งแบรนด์มัทฉะอูจิที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ Nakamura Tokichi แบรนด์นี้อยู่คู่เมืองอูจิมาตั้งแต่ปี 1854 และขึ้นชื่อเรื่อง ผงชาเขียวมัทฉะญี่ปุ่นแท้ ที่ให้กลิ่นหอมลึก รสอูมามิกลมกล่อม และเนื้อชาที่ละเอียดมากๆ จิบแรกจะได้ความขมบางเบา ก่อนจะค่อยๆ ละมุนเป็นหวานอ่อนๆ ที่ติดปลายลิ้น รสชาตินุ่มนวลแบบชาเขียวญี่ปุ่นแท้เลย สิ่งที่ทำให้ Nakamura Tokichi พิเศษคือเขาคุมทุกขั้นตอนเองตั้งแต่ไร่จนถึงถ้วย ทำให้รสชาติของมัทฉะออกมาสมดุลสุดๆ ทั้งเข้ม หอม และละมุนในเวลาเดียวกัน ใครกำลังมองหา ของฝากมัทฉะญี่ปุ่น จากอูจิที่ทั้งหอม ละเมียด และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บอกเลยว่าแบรนด์นี้ห้ามพลาด ของดีที่คนรักมัทฉะควรได้ลองสักครั้ง
เว็บไซต์: https://global.tokichi.jp/
Credit: Yamamasa Koyamaen
อีกหนึ่งแบรนด์มัทฉะอูจิที่ไม่แพ้ใครเลยต้องยกให้ Yamamasa Koyamaen แบรนด์นี้เป็นหนึ่งในผู้ผลิตชาเขียวเก่าแก่จากอูจิ ที่ส่งต่อกรรมวิธีการทำชารุ่นต่อรุ่นมาตั้งแต่ยุคเอโดะ และยังคงใช้วิธีดั้งเดิมมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งการคัดใบชา การอบ และการบด Yamamasa Koyamaen ขึ้นชื่อเรื่อง ผงชาเขียวมัทฉะญี่ปุ่นแท้ คุณภาพสูงระดับพิธีชงชา (Ceremonial Grade) ซึ่งถูกใช้ในพิธีชงชาทั่วญี่ปุ่นมายาวนาน รสชาติของมัทฉะของแบรนด์ จะเข้มข้นแต่ละมุน กลิ่นหอมลึกและมีความนุ่มแบบอูมามิสุดๆ จิบแล้วรู้สึกถึงความสมดุลระหว่างความขมและหวานที่กลมกล่อมพอดี เหมาะกับทั้งคนที่อยากลองชงเองที่บ้าน หรือใครกำลังหาของฝากดีๆ จากอูจิ สิ่งที่หลายคนชอบคือผงมัทฉะของเขาละเอียดเนียน สีเขียวสดสวยแบบธรรมชาติ ดูดีตั้งแต่เปิดกระป๋องไปจนถึงตอนชง เรียกได้ว่าเป็นอีกแบรนด์ที่สายชาต้องมีติดบ้าน หรือซื้อกลับเป็น ของฝากมัทฉะญี่ปุ่น ก็พรีเมียมไม่แพ้ใครเลย
เว็บไซต์: https://www.yamamasa-koyamaen.co.jp/
Credit: Hibiki-An
ใครชอบมัทฉะสไตล์ญี่ปุ่นแท้แต่หาซื้อง่ายกว่าร้านใหญ่ ต้องรู้จักแบรนด์ Hibiki-An นี่คือแบรนด์ชาเขียวจากอูจิที่ดูแลการผลิตทุกขั้นตอนเอง ตั้งแต่ปลูก เก็บใบชา ไปจนถึงบดแบบดั้งเดิม ผลลัพธ์คือได้ผงชาเขียวมัทฉะญี่ปุ่นแท้ ที่สดใหม่ หอมละมุน และมีรสอูมามิชัดเจน จุดเด่นของ Hibiki-An คือแนวคิด Farm to Cup คือปลูกเอง ทำเอง ทำให้มัทฉะของเขาทั้งสดใหม่และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสุดๆ รสชาติจะละมุน เหมาะกับคนที่ชอบความเบา หอม และดื่มง่าย ใครอยากได้ มัทฉะญี่ปุ่น ของฝากคุณภาพดีแต่ราคาเข้าถึงได้ Hibiki-An คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามเลย ของดีจากอูจิแท้ ที่ทั้งเรียบง่ายแต่ดีงามในทุกกระป๋อง
เว็บไซต์: https://www.hibiki-an.com/
Credit: Kanbayashi Shunsho
อีกหนึ่งแบรนด์มัทฉะญี่ปุ่น จากอูจิ (Uji Matcha) ระดับตำนานที่มีประวัติยาวนานกว่า 450 ปีคือ Kanbayashi Shunsho ว่ากันว่าครอบครัวคันบายาชิเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชาที่เคยส่งชาให้โชกุนและขุนนางในยุคเอโดะ และจนถึงวันนี้ก็ยังคงรักษามาตรฐานการผลิตแบบดั้งเดิมไว้ครบถ้วนทุกขั้นตอน มัทฉะของ Kanbayashi Shunsho มีเอกลักษณ์คือกลิ่นหอมเข้มข้น สีเขียวสด และรสอูมามิแน่นๆ แต่ละมุน ดื่มแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่นและสมดุลแบบชาเขียวญี่ปุ่นแท้ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากลองผงชาเขียวมัทฉะญี่ปุ่นแท้ ที่ทั้งเข้มแต่ไม่ขม นอกจากรสชาติแล้ว บรรจุภัณฑ์ของแบรนด์นี้ยังเรียบหรูดูดี เหมาะซื้อเป็นของฝากมัทฉะญี่ปุ่น สำหรับผู้ใหญ่หรือคนรักมัทฉะคือประทับใจแน่นอน
เว็บไซต์: https://www.shunsho.co.jp/
Credit: Shizuoka Matcha
อีกหนึ่งมัทฉะระดับพรีเมียมจากแหล่งปลูกชาชั้นนำของญี่ปุ่นต้องยกให้ Yagasuri Matcha จากจังหวัดชิซุโอกะ แบรนด์นี้มีประวัติยาวนานกว่า 123 ปี ถ่ายทอดวัฒนธรรมการทำชาที่สืบต่อรุ่นต่อรุ่น ผ่านการเก็บ ยอดชาแรกของฤดูกาล ซึ่งถือเป็นใบชาที่ให้รสชาติหอมและอูมามิที่สุด สิ่งที่ทำให้ Yagasuri พิเศษกว่าคือการปลูกชาในระบบ GIAHS (Globally Important Agricultural Heritage Systems) ที่ได้รับการรับรองจากองค์การ FAO ของสหประชาชาติ การันตีทั้งคุณภาพและความยั่งยืนของแหล่งผลิต รสชาติของผงชาเขียวมัทฉะญี่ปุ่นแท้ จาก Yagasuri จะมีความละมุน หอมสด และหวานธรรมชาติ ดื่มแล้วได้ฟีลสะอาด สดชื่นแถมแบรนด์นี้ยังคว้ารางวัลชาระดับประเทศติดต่อกันถึง 4 ปีซ้อน ยืนยันได้เลยว่าทั้งรสชาติและคุณภาพไม่ธรรมดาแน่นอน
เว็บไซต์: https://shizuoka-matcha.jp/
Credit: Ujicha Matcha
ให้รสอูมามิกลมกล่อมที่สุดในญี่ปุ่น Hoshino Seichaen คือแบรนด์ชาเขียวเก่าแก่ของครอบครัวยามากุจิ ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1946 และยังคงดำเนินกิจการโดยคนในตระกูลจนถึงปัจจุบัน แบรนด์นี้ได้รับการยอมรับทั่วญี่ปุ่นในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตชาที่มีคุณภาพสูงที่สุด และคว้ารางวัลเหรียญทองระดับประเทศหลายปีซ้อน สิ่งที่ทำให้ Hoshino Seichaen แตกต่างคือรสชาติที่มีคาแรกเตอร์ มาในโทนถั่วและสโมกกี้เบาๆ เพิ่มความลึกของรสชาติแบบญี่ปุ่นแท้ ผสมกับความหวานธรรมชาติและกลิ่นหอมอบอุ่น ทำให้จิบแล้วรู้สึกละมุนและมีมิติในทุกแก้ว เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่คนรักมัทฉะไม่ควรพลาด เหมาะทั้งสำหรับชงดื่มเองหรือซื้อเป็นของฝากมัทฉะญี่ปุ่น ให้เพื่อนสายมัทฉะ บอกเลยว่าถูกใจกันถ้วนหน้า
เว็บไซต์: https://www.hoshitea.com/
Credit: Saijoen Matcha
ปิดท้ายลิสต์ด้วยมัทฉะระดับพรีเมียมจากเมืองนิชิโอะ จังหวัดไอจิ อย่าง Saijoen Matcha แบรนด์นี้อยู่ภายใต้บริษัท AIYA (愛和産業) หนึ่งในผู้ผลิตมัทฉะที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2431 (ค.ศ. 1888) และเป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมการเพาะปลูกมัทฉะคุณภาพสูงของญี่ปุ่นมานานกว่าศตวรรษ Saijoen Matcha ผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านมัทฉะแบบดั้งเดิมเข้ากับศิลปะสมัยใหม่อย่างลงตัว เพื่อสร้างประสบการณ์การดื่มมัทฉะที่ทั้งหอม ละมุน และดื่มง่ายไม่เหมือนใคร รสชาติไม่ขมจัด ไม่ฝาดลิ้น สีเขียวสดสวย จะชงดื่มแบบชาแท้ๆ ก็อร่อย หรือจะนำไปทำลาเต้ก็ครีมมี่ดีงาม นอกจากนี้แบรนด์ยังได้รับการรับรองให้เป็น แบรนด์ระดับภูมิภาค (Regional Brand) จากสำนักงานสิทธิบัตรญี่ปุ่น และคว้ารางวัลจากการแข่งขันชาหลายเวทีระดับประเทศ การันตีทั้งคุณภาพและรสชาติที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ใครกำลังมองหา ของฝากมัทฉะญี่ปุ่น ที่ทั้งอร่อย ดื่มง่าย และเต็มไปด้วยความตั้งใจในทุกกระบวนการผลิต Saijoen Matcha คืออีกหนึ่งแบรนด์ที่แนะนำให้หิ้วกลับไทยเลย
เว็บไซต์: https://saijoen.jp/
บอกเลยว่าสายมัทฉะต้องมาที่นี่ให้ได้! เพราะถนนเส้นนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นถนนแห่งชาเขียว ของญี่ปุ่นเลย ทั้งสองฝั่งถนนเต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านของฝาก และร้านขนมมัทฉะสารพัดแบบ ไม่ว่าจะเป็นไอศกรีมชาเขียว ราเมนชาเขียว หรือโซบะชาเขียว แถมยังมีขายมัทฉะ ceremonial grade หลายแบรนด์จากไร่ในอูจิให้เลือกเพียบ บอกเลยว่ากลับมือเปล่าไม่ได้แน่นอน
ใครมาเกียวโตแต่ไม่มีเวลาแวะอูจิ ไม่ต้องห่วง เพราะที่ ตลาดนิชิกิ ก็มีมัทฉะดีๆ จากอูจิให้ช้อปเหมือนกัน! ที่นี่เป็นตลาดเก่าแก่ใจกลางเมือง เดินเพลินมาก มีทั้งของกิน ของฝาก และชาเขียวจากร้านดังให้เลือกเยอะสุดๆ จะซื้อของฝาก มัทฉะญี่ปุ่นกลับไทย หรือหาขนมชาเขียวกินตรงนั้นก็ได้หมด บรรยากาศครึกครื้นแต่ยังคงกลิ่นอายความเป็นเกียวโตแบบดั้งเดิม
ร้านชาระดับตำนานของเกียวโตที่เปิดมานานกว่า 300 ปี! ที่นี่ขายเฉพาะชาคุณภาพสูงเท่านั้น ไม่มีเมนูอื่นมาปนเลย เพราะเขาเชื่อในความเรียบง่ายและรสชาติของชาแท้จริงๆ นอกจากจะซื้อมัทฉะกลับได้แล้ว ยังมีห้องชา (Tearoom) ให้ลองนั่งจิบชาในบรรยากาศญี่ปุ่นแท้ๆ พร้อมคลาสสอนชงชาแบบมืออาชีพ เหมาะทั้งสายชาเขียวตัวจริงและคนที่อยากลองเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ เลย
ทุกวันนี้ Ippodo ขยายสาขาไปทั่วญี่ปุ่นกว่า 150 แห่ง แต่สาขาหลักที่เดินทางง่าย สาขาเกียวโต บนถนนเทระมาจิ (Teramachi Street) อยู่ไม่ไกลจากพระราชวังอิมพีเรียลเกียวโต (Kyoto Imperial Palace) เดินทางสะดวกมาก เพียงนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Kyoto City Hall แล้วเดินต่ออีกแค่ไม่กี่นาทีก็ถึง ส่วนใครที่หาสาขาในเมืองอื่นๆ ก็สามารถเช็กได้ที่ทาง เว็บไซต์ Ippodo เลย
อีกหนึ่งร้านชาในตำนานที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1854 และอยู่ห่างจากสถานี Uji แค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น! Nakamura Tokichi Honten คือสวรรค์ของคนรักมัทฉะของแท้ เพราะมีชาให้เลือกมากกว่า 10 แบบ ตั้งแต่มัทฉะเกรดพรีเมียมไปจนถึงชาเบลนด์สูตรพิเศษของทางร้าน
ที่สำคัญคือแบรนด์นี้มีหลายสาขาทั้งในเกียวโต โอซาก้า และโตเกียว สามารถเข้าไปเช็กพิกัดใกล้ตัวได้ที่ เว็บไซต์ Nakamura Tokichi ได้เลย
นอกจากจะได้ช้อป มัทฉะญี่ปุ่นแท้คุณภาพดี กลับบ้านแล้ว บางสาขายังมีคาเฟ่ให้ลองชิมเมนูมัทฉะสุดครีเอทีฟ ทั้งโซบะชาเขียว อุด้งชาเขียว เจลลี่มัทฉะกับถั่วแดง ไปจนถึงซอฟต์เสิร์ฟมัทฉะที่อร่อยจนต้องสั่งซ้ำ เรียกได้ว่าเป็นพิกัดในฝันของสายชาเขียวที่อยากได้ทั้งของฝากดีงาม และประสบการณ์มัทฉะญี่ปุ่นแท้ๆ ที่ห้ามพลาดเลย
ใครเป็นมัทฉะเลิฟเวอร์ตัวจริง ต้องมาที่นี่ให้ได้! ไร่ชา Nihondaira คือหนึ่งในไร่ชาที่วิวสวยที่สุดของญี่ปุ่น มองเห็นภูเขาไฟฟูจิอยู่ไกลๆ และยังมีกิจกรรมให้ลองเก็บใบชา ชงชา หรือชิมมัทฉะสดๆ จากไร่ได้ด้วย ฟีลคือดีมาก และแน่นอนว่ามีของฝากชาเขียวให้ช้อปเพียบ ทั้งชาเขียวแบบซอง ผงมัทฉะ และขนมรสชาเขียวต่างๆ เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ทั้งวิว ทั้งชา ทั้งของฝากครบเลย!
หลังได้ลิสต์ของฝาก มัทฉะญี่ปุ่น กันครบทั้ง 12 แบรนด์ ก็คงเห็นแล้วว่าญี่ปุ่นไม่ได้มีดีแค่ซากุระหรือวัดสวยๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นสวรรค์ของคนรักมัทฉะตัวจริง! แถมมัทฉะแต่ละแบรนด์มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งรสชาติ กลิ่น และความตั้งใจของผู้ผลิต และถ้าอยากวางแผนไปช้อปของฝาก อย่างมัทฉะญี่ปุ่น ให้ครบทุกแบรนด์กันแล้ว ก็รีบไปกดจองตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่น และที่พักในญี่ปุ่น ผ่านแอป Traveloka ได้เลยในแอปเดียว! จองง่าย มีโปรโมชั่นสุดคุ้ม เที่ยวสะดวก แถมได้ของฝากมัทฉะญี่ปุ่นของแท้กลับบ้านแน่นอน
อ่านต่อบทความท่องเที่ยวญี่ปุ่น ที่เพื่อนๆ อาจสนใจ














