[รีวิว] เมอร์ไลออน (Merlion) พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

รีวิว เมอร์ไลออน (Merlion) แลนด์มาร์กดังของสิงคโปร์ รวมจุดไฮไลท์ วิธีเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว กิจกรรม จุดถ่ายรูป และที่พักใกล้ Marina Bay ครบจบในที่เดียว
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 4 นาที

มาเที่ยวสิงคโปร์ทั้งที มีอยู่หนึ่งแลนด์มาร์กที่เหมือนเป็นจุดเช็กอินบังคับกลาย ๆ นั่นก็คือ เมอร์ไลออน (Merlion) น้องสิงโตพ่นน้ำริมอ่าวที่เห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บว่า “ถึงสิงคโปร์แล้ว!” เพราะนอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของประเทศแล้ว ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปสิงคโปร์ ยอดฮิตที่ไม่ว่าจะมาครั้งแรกหรือกลับมาเที่ยวซ้ำ ก็อดแวะมาถ่ายรูปด้วยไม่ได้

ความดีงามของ Merlion Singapore คือโลเคชันอยู่ใจกลาง Marina Bay แบบพอดีมาก ด้านหนึ่งได้ถ่ายรูปกับรูปปั้นเมอร์ไลออน ส่วนอีกฝั่งมองเห็น Marina Bay Sands แบบเต็ม ๆ แถมรอบ ๆ ยังมีแลนด์มาร์กดังอย่าง Esplanade, Singapore Flyer และ Gardens by the Bay ให้เที่ยวต่อได้ง่าย จะมาเดินเล่นตอนเช้า แวะช่วงเย็น หรือรอชมไฟเมืองตอนกลางคืนก็สวยคนละฟีล

วันนี้ Traveloka เลยจะพาเพื่อน ๆ ไปรีวิวเที่ยวเมอร์ไลออน สิงคโปร์ กันแบบครบ ๆ ตั้งแต่ Merlion อยู่ที่ไหน, Merlion ไปยังไง, มีอะไรให้เที่ยวบ้าง ช่วงไหนน่าไป ไปจนถึงกิจกรรมและที่พักใกล้ ๆ ใครกำลังแพลน เที่ยวสิงคโปร์ ก็จองจองตั๋วเครื่องบินและที่พักกับ Traveloka ให้เรียบร้อย แล้วเตรียมไปโพสท่ารับน้ำจากน้องสิงโตกันได้เลย!

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวเมอร์ไลออน (Merlion) ใน 1 นาที

สัญลักษณ์และประวัติศาสตร์สิงคโปร์: รูปปั้นหัวสิงโตและตัวเป็นปลาสูงกว่า 8.6 เมตร หนัก 70 ตัน พ่นน้ำลงสู่ Marina Bay เป็นจุดเช็กอินบังคับที่มาถึงแล้วต้องจัดท่าคลาสสิกอ้าปากรับน้ำ
จุดท่องเที่ยวห้ามพลาด: ถ่ายรูปคู่กับรูปปั้นหลัก Merlion, แวะถ่าย Merlion Cub (เมอร์ไลออนตัวจิ๋วด้านหลัง), ชมวิว 360 องศาฝั่งตึก Marina Bay Sands และเดินชมอาคารคลาสสิกสไตล์นีโอคลาสสิก The Fullerton Hotel
กิจกรรมยอดฮิต: เดินเล่นรับลมริมทางเดิน Marina Bay Waterfront Promenade, นั่งเรือล่องแม่น้ำชมเมือง (Singapore River Cruise), ชมโชว์ไฟริมอ่าวยามค่ำคืน และเดินข้ามสะพาน Jubilee Bridge เชื่อมต่อไป Esplanade หรือ Gardens by the Bay
การเดินทางสะดวก: จากไทยบินตรงลง Singapore Changi Airport (SIN) เพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง เข้าเมืองด้วย MRT ลงสถานี Raffles Place (สายสีเขียว/แดง Exit H) แล้วเดินต่อ 5–8 นาที หรือลงสถานี Bayfront (สายสีน้ำเงิน/ส้ม Exit B) แล้วเดินข้ามสะพานชมวิวมาได้
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: เที่ยวได้ตลอดปี (เปิด 24 ชม. เข้าชมฟรี) ช่วงเดือนฝนน้อยที่สุดคือ กุมภาพันธ์–มีนาคม แนะนำมาช่วงเช้าตรู่เพื่อหลบฝูงชน หรือช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกเพื่อเก็บวิวแดดอ่อนและไฟเมืองตอนกลางคืน
ระยะเวลาที่แนะนำ: ใช้เวลาบริเวณสวน 30 นาที – 1 ชั่วโมง หรือเผื่อเวลา 2–3 ชั่วโมง หากต้องการเดินเลียบอ่าวถ่ายรูปแลนด์มาร์กโดยรอบ

จุดไฮไลท์ต่าง ๆ ของเมอร์ไลออน (Merlion)

1. รูปปั้นเมอร์ไลออน (Merlion Statue)

Merlion

พระเอกของ Merlion Park จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากรูปปั้นเมอร์ไลออน ตัวใหญ่ที่ยืนพ่นน้ำอยู่ริมอ่าวมานานหลายสิบปี ตัวรูปปั้นสูงประมาณ 8.6 เมตร หนักราว 70 ตัน มีหัวเป็นสิงโต ส่วนลำตัวเป็นปลา และพ่นน้ำออกจากปากลงสู่ Marina Bay จนกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของสิงคโปร์

หน้าตาดูแปลกแต่จริง ๆ แล้วมีความหมายซ่อนอยู่ด้วย เพราะหัวสิงโตสื่อถึงชื่อ Singapura หรือ “เมืองสิงโต” ส่วนหางปลาสื่อถึงจุดเริ่มต้นของสิงคโปร์ในฐานะหมู่บ้านชาวประมงที่เคยรู้จักกันในชื่อ Temasek เพราะฉะนั้นใครสงสัยว่า Merlion มีความหมายว่าอะไร ก็เรียกได้ว่าเจ้าสิงโตตัวนี้รวมเรื่องราวตั้งแต่อดีตจนถึงตัวตนของสิงคโปร์เอาไว้ในรูปปั้นเดียวเลย

และแน่นอนว่ามาถึงแล้วต้องถ่ายรูป! จะยืนสวย ๆ คู่กับรูปปั้น หรือจัดท่าคลาสสิกอย่างอ้าปากรับน้ำจากสิงโตพ่นน้ำก็ได้รูปกลับไปลงโซเชียลแน่นอน

2. วิว Marina Bay และ Marina Bay Sands

แค่หมุนตัวจาก Merlion ไปอีกฝั่ง ก็จะเจอกับวิว Marina Bay Sands ตั้งเด่นอยู่ฝั่งตรงข้ามแบบเต็ม ๆ นี่แหละคืออีกเหตุผลที่ทำให้บริเวณนี้กลายเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปที่ฮอตที่สุด เพราะสามารถเก็บทั้งวิวอ่าว ตึกสูง และแลนด์มาร์กดังของสิงคโปร์ไว้ในเฟรมเดียว

ช่วงกลางวันวิวจะดูสดใส เห็นรายละเอียดของตึกต่าง ๆ ชัดเจน ส่วนช่วงเย็นคือบรรยากาศดีเป็นพิเศษ เพราะแดดเริ่มอ่อน ลมริมอ่าวกำลังสบาย และถ้าอยู่ต่อจนฟ้ามืดก็จะได้เห็น Marina Bay เปิดไฟระยิบระยับอีกแบบ เรียกว่ามาครั้งเดียวแต่ได้รูปกลับไปหลายมู้ดเลย

3. Merlion Cub เมอร์ไลออนตัวจิ๋ว

หลายคนมาถึงแล้วพุ่งตรงไปถ่ายรูปกับตัวใหญ่จนลืมว่าในเมอร์ไลออน พาร์ค ยังมี Merlion Cub หรือน้องเมอร์ไลออนตัวจิ๋วซ่อนอยู่ด้วย โดยตั้งอยู่ไม่ไกลจากรูปปั้นหลัก เดินหาแป๊บเดียวก็เจอ ความน่ารักคือดีไซน์ยังคงมีหัวเป็นสิงโตและตัวเป็นปลาเหมือนรุ่นพี่ แต่ย่อไซซ์ลงมาจนดูน่าเอ็นดูขึ้นเยอะ แถมบริเวณนี้มักไม่แน่นเท่าจุดถ่ายรูปด้านหน้า ใครอยากได้รูปแบบไม่ต้องเบียดกับคนเยอะ ๆ ลองเดินมาเก็บน้องตัวเล็กเพิ่มอีกสักรูปก็ได้

4. Marina Bay Waterfront

อย่าเพิ่งถ่ายรูป Merlion เสร็จแล้วรีบกลับ เพราะรอบ ๆ ยังมี Marina Bay Waterfront ให้เดินเล่นต่อได้อีกยาว บรรยากาศเปิดโล่ง มีวิวอ่าวและเส้นขอบฟ้าของเมืองอยู่ตรงหน้าแทบตลอดทาง จะเดินเล่นชิล ๆ หาที่นั่งรับลม หรือค่อย ๆ เดินต่อไปยังแลนด์มาร์กอื่นก็เพลินมาก

ช่วงที่แนะนำเป็นพิเศษคือประมาณเย็น ๆ ก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะแดดไม่แรงเท่ากลางวัน อากาศเริ่มสบาย และแสงกำลังสวยพอดี ยิ่งเดินไปเรื่อย ๆ จนไฟเมืองเริ่มเปิด บรรยากาศของ Marina Bay จะเปลี่ยนไปอีกแบบ โรแมนติกขึ้นแบบเท่าตัวเลย

5. วิว The Fullerton Hotel Singapore และย่านเมืองเก่า

อีกมุมที่น่าสนใจของ Merlion Park คือด้านหลังจะเห็น The Fullerton Hotel Singapore อาคารเก่าแก่สไตล์นีโอคลาสสิกที่ดูโดดเด่นท่ามกลางตึกสมัยใหม่ของ Marina Bay ทำให้บริเวณนี้มีทั้งฟีลสิงคโปร์ยุคเก่าและความโมเดิร์นอยู่ใกล้กันแบบลงตัว ใครชอบถ่ายรูปสถาปัตยกรรม แนะนำว่าอย่าหยุดแค่ Merlion ลองเดินต่อไปทาง Fullerton และ Singapore River อีกนิด ระหว่างทางจะเจอทั้งอาคารเก่า สะพาน และวิวริมแม่น้ำสวย ๆ ให้แวะถ่ายรูปได้เรื่อย ๆ เลย 

ที่ตั้งและการเดินทางไปเมอร์ไลออน (Merlion)

Merlion อยู่ที่ไหน? ตัว Merlion Park ตั้งอยู่ที่ 1 Fullerton Road บริเวณปากแม่น้ำ Singapore River ริม Marina Bay ใจกลางสิงคโปร์ โลเคชันถือว่าสะดวกมาก เพราะอยู่ใกล้ทั้งย่าน Downtown และสถานที่เที่ยวดังหลายแห่ง แถมยังเปิดตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถเข้าชมได้ฟรี ไม่เสียค่าเข้า จะมาเดินเล่นรับลมตอนเช้า แวะมาถ่ายรูปช่วงบ่าย หรือมานั่งดูไฟเมืองตอนกลางคืนก็ได้ตามสะดวกเลย

วิธีเดินทางจากไทยไปสิงคโปร์

การเดินทางจากไทยไปสิงคโปร์ง่ายและรวดเร็ว มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ BKK / ดอนเมือง DMK) รวมถึงภูเก็ตและเชียงใหม่ บินตรงสู่ Singapore Changi Airport (SIN) ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง 30 นาที เหมาะมากกับการจัดทริปสั้น ๆ ช่วงวันหยุดหรืออยู่เที่ยวแบบเต็มอิ่มหลายวัน

การเดินทางจากสนามบิน Changi เข้าสู่ตัวเมือง:

MRT (รถไฟฟ้า): ขึ้นจากสถานี Changi Airport (CG2) นั่งมาลงที่สถานี Tanah Merah (EW4) เพื่อเปลี่ยนขบวนไปฝั่งเมือง (Tuas Link) รถไฟให้บริการตั้งแต่เวลา 05:31 น. – 23:18 น.
Bus (รถบัสประจำทาง): สาย 36 / 36A วิ่งตรงจากสนามบินเข้าสู่ย่าน City Centre และถนน Orchard
Taxi / รถผ่านแอป (Grab, Gojek, Tada, Ryde): จุดจอดรับส่งอยู่ที่ชั้น B1 หรือ Ground Floor ของทุกอาคารผู้โดยสาร (Terminal 1–4)

วิธีเดินทางไป Merlion Park

1. เดินทางด้วย MRT (วิธีที่สะดวกและนิยมที่สุด)

สถานี Raffles Place (EW14 / NS26): แนะนำที่สุด ใช้ East West Line (สายสีเขียว) หรือ North South Line (สายสีแดง) มาลงที่สถานี Raffles Place ออกทาง Exit H (หรือ Exit B) เดินมุ่งหน้าไปทางแม่น้ำ ผ่านอาคาร The Fullerton Hotel Singapore ลอดใต้สะพาน Esplanade Bridge ก็จะถึง Merlion Park (ระยะทางประมาณ 500 เมตร ใช้เวลาเดิน 5–8 นาที)
สถานี Bayfront (DT16 / CE1): สำหรับคนที่มาจากฝั่ง Marina Bay Sands ใช้ Downtown Line (สายสีน้ำเงิน) หรือ Circle Line (สายสีส้ม) ออกทาง Exit B แล้วเดินข้ามสะพาน Helix Bridge ต่อด้วย Jubilee Bridge มายังฝั่ง Merlion Park (เดินชมวิวเพลินๆ ประมาณ 15–20 นาที)

2. เดินทางด้วยรถบัสประจำทาง (Bus)

ป้าย Fullerton Square: สายรถบัสที่ผ่านมีหลายสายมากเช่น 10, 70, 100, 107, 130, 196 ลงป้ายแล้วเดินต่อประมาณ 3–5 นาทีผ่านหน้าโรงแรม The Fullerton
ป้าย Merlion Park / One Fullerton: สายรถบัสที่ผ่านได้แก่ 10, 57, 70, 100, 130, 131, 167, 196 ลงป้ายนี้จะอยู่ใกล้กับตัวสวนมากที่สุด เดินเพียง 2 นาที

3. แท็กซี่หรือรถเรียกผ่านแอป (Grab / Gojek / Tada)

สามารถปักหมุดจุดรับ-ส่งไปที่ One Fullerton หรือ The Fullerton Hotel รถจะจอดส่งที่จุด Drop-off บริเวณอาคาร One Fullerton จากนั้นเดินออกไปทางริมอ่าวเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงจุดถ่ายรูปหลัก

4. เดินเชื่อมต่อจากจุดท่องเที่ยวรอบ Marina Bay Waterfront

จาก Esplanade - Theatres on the Bay: เดินข้ามสะพานคนเดิน Jubilee Bridge เพียง 300 เมตร (ประมาณ 3–5 นาที)
จาก Marina Bay Sands / ArtScience Museum: เดินเลียบทางเดินริมอ่าว (Waterfront Promenade) ผ่านสะพาน Helix Bridge และ Jubilee Bridge ชมวิวเมืองตลอดทาง

จุดเด่นของเมอร์ไลออน (Merlion)

เป็นสัญลักษณ์ของสิงคโปร์ที่มีเรื่องราวมากกว่าความน่ารัก: รูปปั้น Merlion มีความเชื่อมโยงกับประวัติของประเทศโดยตรง ทั้งชื่อ Singapura และอดีตของเมืองที่เคยเป็นหมู่บ้านชาวประมง ทำให้รูปปั้นนี้ไม่ได้สร้างมาเพื่อเป็นจุดถ่ายรูปอย่างเดียว
มาสิงคโปร์ครั้งแรกต้องมีรูป: จะเรียกว่าเป็นธรรมเนียมของนักท่องเที่ยวก็ว่าได้ เพราะรูปคู่ Merlion โดยเฉพาะท่าอ้าปากรับน้ำ เป็นหนึ่งในรูปที่เห็นแล้วรู้ทันทีว่า “มาเที่ยวสิงคโปร์!”
วิว Marina Bay สวยแบบไม่ต้องพยายามหามุม: ยืนอยู่บริเวณเดียวก็ได้ทั้ง Merlion, Marina Bay Sands และวิวเส้นขอบฟ้าของเมือง เหมาะกับสายถ่ายรูปสุด ๆ
เที่ยวฟรีและมาเวลาไหนก็ได้: Merlion สามารถเดินไปชมและแวะถ่ายได้รูปฟรี และ Merlion Park เปิด 24 ชั่วโมง จะเอาไปแทรกไว้ช่วงไหนของแพลนเที่ยวก็ง่ายมาก
เที่ยวต่อได้หลายที่: รอบ ๆ มีทั้ง Esplanade, Marina Bay Sands, Gardens by the Bay, Singapore Flyer และ Singapore River จัดเป็นทริปหนึ่งวันในโซน Marina Bay ได้สบาย
กลางวันกับกลางคืนสวยคนละฟีล: กลางวันได้ภาพเมืองสดใส ส่วนกลางคืนไฟจากตึกสูงจะสะท้อนลงบนผิวน้ำ ได้บรรยากาศโรแมนติกขึ้นมาอีกระดับ

เที่ยวเมอร์ไลออน (Merlion) เดือนไหนดี?

คำตอบคือมาได้ตลอดทั้งปี เพราะสิงคโปร์อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร อากาศจึงร้อนชื้นค่อนข้างสม่ำเสมอ โดยอุณหภูมิส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 23–33°C สิ่งที่ต่างกันชัดกว่าคือปริมาณฝนในแต่ละช่วง เพราะฉะนั้นเลือกเดือนไหนก็เที่ยวได้ แค่เตรียมรับมือกับฝนและแดดไว้หน่อยก็พอ

ธันวาคม–ต้นมีนาคม: เป็นช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ประมาณ 25–31°C ช่วงธันวาคมถึงต้นมกราคมอาจเจอฝนบ่อยหน่อย แต่พอเข้าสู่กุมภาพันธ์–ต้นมีนาคม อากาศมักแห้งขึ้น เหมาะกับการเดินเที่ยวกลางแจ้งมากขึ้น
ปลายมีนาคม–พฤษภาคม: ช่วงนี้เริ่มรู้สึกถึงความร้อนแบบสิงคโปร์เต็ม ๆ อุณหภูมิกลางวันประมาณ 31–33°C และมีโอกาสเจอฝนฟ้าคะนองช่วงบ่าย ถ้ามาเที่ยว Merlion แนะนำเลือกช่วงเช้าหรือเย็น จะเดินสบายกว่าเยอะ
มิถุนายน–กันยายน: อุณหภูมิอยู่ประมาณ 25–32°C มีฝนเป็นช่วง ๆ แต่โดยรวมยังจัดแพลนเที่ยวกลางแจ้งได้ค่อนข้างง่าย กลางวันค่อนข้างร้อน จึงเหมาะกับการสลับเที่ยว Outdoor กับห้างหรือพิพิธภัณฑ์
ตุลาคม–พฤศจิกายน: อากาศยังคงร้อนชื้นประมาณ 24–32°C และเริ่มมีฝนช่วงบ่ายถึงหัวค่ำบ่อยขึ้น พกร่มพับติดกระเป๋าไว้จะช่วยได้เยอะ เพราะบางทีตอนออกจากโรงแรมแดดยังดีอยู่ อีกครึ่งชั่วโมงฝนอาจมาแบบไม่ทันตั้งตัว

ถ้าอยากเดินเล่นรอบ Merlion Park และ Marina Bay แบบสบาย ๆ ช่วง กุมภาพันธ์–มีนาคม ถือว่าน่าเล็งเป็นพิเศษ เพราะฝนโดยรวมไม่เยอะเท่าช่วงปลายปี แต่ไม่ว่าจะมาเดือนไหน แนะนำเช็กพยากรณ์อากาศก่อนออกจากโรงแรมทุกวัน เพราะอากาศสิงคโปร์เปลี่ยนเร็วพอตัวเลย

กิจกรรมแนะนำในเมอร์ไลออน (Merlion)

เมอร์ไลออน
โพสท่ารับน้ำจาก Merlion: มาถึงแล้วต้องลองสักรูป! จะอ้าปากรับน้ำ ใช้มือรอง หรือเล่นมุมกล้องให้เหมือนกำลังอาบน้ำจาก Merlion ก็ได้ เป็นรูปคลาสสิกที่ถ่ายกี่ครั้งก็ยังสนุก
เดินเล่นริม Marina Bay: หลังถ่ายรูปเสร็จ ลองเดินเลียบอ่าวต่อแบบไม่ต้องรีบ ช่วงเย็นลมดี วิวสวย และมีมุมให้นั่งพักดูเมืองเพลิน ๆ
เก็บรูป Marina Bay Sands จากฝั่ง Merlion: จุดนี้ถือว่าได้มุมของ Marina Bay Sands ค่อนข้างเต็ม เหมาะกับทั้งภาพวิวกว้างและภาพคนคู่กับแลนด์มาร์ก
เดินเที่ยวต่อไป Esplanade: จาก Merlion สามารถเดินต่อไป Esplanade ได้ไม่ยาก ระหว่างทางมีวิวอ่าวและสะพานให้หยุดถ่ายรูปเรื่อย ๆ
ล่องเรือชม Singapore River: อยากพักขาจากการเดิน ลองนั่งเรือชมเมืองต่อ จะได้เห็นทั้งย่านเก่า อาคารริมแม่น้ำ และ Marina Bay จากอีกมุมหนึ่ง
ไปต่อ Marina Bay Sands และ Gardens by the Bay: สองที่นี้อยู่ในโซนเดียวกัน จับรวมไว้ในวันเดียวได้เลย โดยเฉพาะ Gardens by the Bay ช่วงเย็นถึงค่ำ บรรยากาศสวยมาก
ขึ้น Singapore Flyer ชมเมืองจากมุมสูง: หลังจากเดินดู Marina Bay จากระดับพื้นแล้ว ลองเปลี่ยนมุมขึ้นไปดูจากด้านบนบ้าง จะเห็นทั้งอ่าวและเส้นขอบฟ้าของสิงคโปร์แบบกว้าง ๆ
กลับมาดู Merlion ตอนกลางคืน: ถ้าช่วงกลางวันถ่ายรูปไปแล้ว อย่าเพิ่งคิดว่าพอ เพราะตอนกลางคืนบรรยากาศเปลี่ยนไปเยอะมาก ทั้งไฟจากตึกและแสงสะท้อนบนผิวน้ำ ทำให้ได้รูปอีกอารมณ์หนึ่งเลย

แนะนำที่พักใกล้เมอร์ไลออน (Merlion)

The Fullerton Hotel Singapore

ใครอยากพักใกล้ Merlion แบบเดินออกจากโรงแรมมาเที่ยวได้เลย The Fullerton Hotel Singapore คือพิกัดที่น่าสนใจมาก เพราะอยู่ด้านหลัง Merlion Park แบบใกล้สุด ๆ จุดเด่นคืออาคารสไตล์นีโอคลาสสิกที่ทั้งสวยและมีเอกลักษณ์ พอเข้ามาด้านในก็ได้บรรยากาศหรูหราแต่ยังมีความคลาสสิกอยู่ เหมาะกับคนที่อยากพักใจกลางเมือง เดินเที่ยว Marina Bay ง่าย และตอนกลางคืนยังสามารถออกมาเดินรับลมริมอ่าวได้แบบชิล ๆ

Marina Bay Sands

อยากให้ทริปสิงคโปร์ครั้งนี้จัดเต็มขึ้นอีกหน่อย Marina Bay Sands ก็คือหนึ่งในโรงแรมที่ควรลองสักครั้ง เพราะแค่ตัวอาคารก็เป็นแลนด์มาร์กของเมืองอยู่แล้ว ไฮไลต์ที่หลายคนตั้งใจมาพักเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะคือ Infinity Pool บนชั้นดาดฟ้า ซึ่งมองเห็นวิวเมืองแบบกว้างสุดสายตา นอกจากนี้ยังมีทั้งห้าง ร้านอาหาร และสถานที่เที่ยวอยู่ใกล้ ๆ เหมาะกับทริปพิเศษ คู่รัก หรือใครที่อยากให้ที่พักกลายเป็นส่วนหนึ่งของทริปเที่ยวสิงคโปร์ไปเลย

BEAT. Capsule Hostel @ Boat Quay

สำหรับสายเที่ยวที่อยากคุมงบ แต่ยังอยากพักในโลเคชันดี ๆ BEAT. Capsule Hostel @ Boat Quay เป็นที่พักที่ตอบโจทย์ที่สุด! เพราะตั้งอยู่แถว Boat Quay ริม Singapore River เดินเที่ยวบรรยากาศย่านริมน้ำได้สะดวก และยังเดินต่อไปโซน Merlion Park กับ Marina Bay ได้ไม่ไกล เหมาะกับคนที่ชอบเที่ยวด้วยตัวเองและอยากประหยัดค่าโรงแรมไว้เป็นงบกินกับเที่ยวมากกว่า ที่พักเป็นสไตล์แคปซูล เน้นพื้นที่กะทัดรัดและฟังก์ชันที่จำเป็น แต่ข้อดีคือได้พักใจกลางเมือง เดินทางง่าย แถมรอบ ๆ ยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ให้แวะตลอดทาง ใครมาเที่ยวคนเดียวหรือมากับเพื่อนแล้วไม่ได้เน้นนอนโรงแรมหรู ๆ ที่นี่ถือว่าดีงามเลย

เคล็ดลับการเที่ยวเมอร์ไลออน (Merlion)

รูปปั้น เมอร์ไลออน
อยากถ่ายรูปง่ายให้มาเช้า: Merlion เป็นแลนด์มาร์กยอดฮิต ช่วงสายเป็นต้นไปคนจะเริ่มเยอะ ถ้าอยากได้รูปแบบไม่ต้องรอคิวหรือคอยหลบคน แนะนำยอมตื่นเช้าสักหน่อย คุ้มแน่นอน
ช่วงเย็นบรรยากาศดีที่สุด: แดดเริ่มอ่อน ลมริมอ่าวกำลังดี และยังสามารถอยู่ต่อรอดู Marina Bay ตอนเปิดไฟได้ เที่ยวรอบเดียวเก็บได้ทั้งฟีลกลางวันและกลางคืน
อย่าจัดเวลาให้ Merlion แค่ 15 นาที: ถึงตัวรูปปั้นจะใช้เวลาถ่ายรูปไม่นาน แต่บริเวณรอบ ๆ น่าเดินมาก ลองเผื่อเวลาไว้เดิน Marina Bay Waterfront หรือเที่ยวแลนด์มาร์กใกล้ ๆ ต่อ จะคุ้มกว่า
แดดสิงคโปร์แรงจริง!: ถึงอากาศบางวันจะมีลม แต่แดดช่วงกลางวันค่อนข้างแรง เตรียมน้ำดื่ม หมวก แว่นกันแดด และครีมกันแดดไว้ให้พร้อม
ร่มพับหนึ่งคันช่วยได้ทั้งทริป: ใช้กันแดดก็ได้ กันฝนก็ดี เพราะฝนสิงคโปร์บางครั้งมาเร็วมาก พกไว้ไม่เสียหาย
ลองมาทั้งกลางวันและกลางคืน: ตอนกลางวันเหมาะกับการถ่าย Merlion และวิวเมืองแบบชัด ๆ ส่วนกลางคืนจะได้ไฟของ Marina Bay เป็นฉากหลัง สวยคนละแบบจนเลือกไม่ถูกเลย
รองเท้าดีมีชัยไปกว่าครึ่ง: ดูในแผนที่เหมือนสถานที่รอบ Marina Bay อยู่ใกล้กันหมด แต่พอเดินจริงทั้ง Merlion, Esplanade, Marina Bay Sands และ Gardens by the Bay รวมกันแล้วระยะทางไม่น้อยเลย ใส่รองเท้าที่เดินสบายไว้ก่อน เที่ยวสนุกกว่าเยอะ

อ่านต่อ:

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวเมอร์ไลออน (Merlion)

Q: ไปเที่ยว Merlion Park ต้องแต่งตัวยังไง?

A: สิงคโปร์มีอากาศร้อนชื้นตลอดปี แนะนำให้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เช่น เสื้อยืด กางเกงขาสั้น หรือชุดเดรสเบา ๆ และที่สำคัญควรสวมรองเท้าที่เดินสบาย เพราะต้องเดินเที่ยวรอบอ่าว Marina Bay ค่อนข้างเยอะ

Q: คนไทยไปเที่ยวสิงคโปร์ต้องทำวีซ่าไหม?

A: คนไทยเดินทางเข้าสิงคโปร์ได้โดยไม่ต้องทำวีซ่า สามารถท่องเที่ยวได้สูงสุด 30 วัน เพียงแค่พาสปอร์ตต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน และกรอกแบบฟอร์มขาเข้าออนไลน์ (SG Arrival Card) ล่วงหน้าก่อนเดินทาง 3 วัน

Q: เดินทางจากสนามบิน Changi ไป Merlion Park ยังไงดีที่สุด?

A: นั่ง MRT สายสีเขียวจากสถานี Changi Airport ไปเปลี่ยนขบวนที่สถานี Tanah Merah เพื่อเข้าเมือง แล้วลงที่สถานี Raffles Place (Exit H) จากนั้นเดินต่อประมาณ 5–8 นาที หากเดินทางหลายคนหรือมีกระเป๋าใหญ่ การเรียกรถผ่านแอป (Grab/Gojek) มาลงที่ One Fullerton จะสะดวกที่สุด

Q: ไปเที่ยว Merlion ช่วงเวลาไหนของวันดีที่สุด?

A: แนะนำ 2 ช่วงเวลา หากอยากถ่ายรูปคู่กับรูปปั้นแบบไม่ติดคนเยอะให้มาช่วงเช้าตรู่ (07.00 – 08.30 น.) แต่ถ้าอยากได้บรรยากาศชิล ๆ ลมพัดสบาย และได้เห็นไฟเมืองสะท้อนผิวน้ำสุดโรแมนติก แนะนำให้มาช่วงเย็นตั้งแต่ 17.30 น. เป็นต้นไป

Q: Merlion Park มีที่จอดรถไหม?

A: ในสวน Merlion Park ไม่มีลานจอดรถโดยตรง แต่สามารถนำรถไปจอดได้ที่อาคาร One Fullerton หรือโรงแรม The Fullerton Hotel ที่อยู่ติดกันได้เลย (มีค่าบริการจอดรถตามรายชั่วโมง)

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ สิงคโปร์

สิงคโปร์

Singapore

ชางงี

Singapore

บูกิส

Singapore

ออร์ชาร์ด

Singapore
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร