
มาเที่ยวสิงคโปร์ทั้งที มีอยู่หนึ่งแลนด์มาร์กที่เหมือนเป็นจุดเช็กอินบังคับกลาย ๆ นั่นก็คือ เมอร์ไลออน (Merlion) น้องสิงโตพ่นน้ำริมอ่าวที่เห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บว่า “ถึงสิงคโปร์แล้ว!” เพราะนอกจากจะเป็นสัญลักษณ์ของประเทศแล้ว ที่นี่ยังเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปสิงคโปร์ ยอดฮิตที่ไม่ว่าจะมาครั้งแรกหรือกลับมาเที่ยวซ้ำ ก็อดแวะมาถ่ายรูปด้วยไม่ได้
ความดีงามของ Merlion Singapore คือโลเคชันอยู่ใจกลาง Marina Bay แบบพอดีมาก ด้านหนึ่งได้ถ่ายรูปกับรูปปั้นเมอร์ไลออน ส่วนอีกฝั่งมองเห็น Marina Bay Sands แบบเต็ม ๆ แถมรอบ ๆ ยังมีแลนด์มาร์กดังอย่าง Esplanade, Singapore Flyer และ Gardens by the Bay ให้เที่ยวต่อได้ง่าย จะมาเดินเล่นตอนเช้า แวะช่วงเย็น หรือรอชมไฟเมืองตอนกลางคืนก็สวยคนละฟีล
วันนี้ Traveloka เลยจะพาเพื่อน ๆ ไปรีวิวเที่ยวเมอร์ไลออน สิงคโปร์ กันแบบครบ ๆ ตั้งแต่ Merlion อยู่ที่ไหน, Merlion ไปยังไง, มีอะไรให้เที่ยวบ้าง ช่วงไหนน่าไป ไปจนถึงกิจกรรมและที่พักใกล้ ๆ ใครกำลังแพลน เที่ยวสิงคโปร์ ก็จองจองตั๋วเครื่องบินและที่พักกับ Traveloka ให้เรียบร้อย แล้วเตรียมไปโพสท่ารับน้ำจากน้องสิงโตกันได้เลย!
พระเอกของ Merlion Park จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากรูปปั้นเมอร์ไลออน ตัวใหญ่ที่ยืนพ่นน้ำอยู่ริมอ่าวมานานหลายสิบปี ตัวรูปปั้นสูงประมาณ 8.6 เมตร หนักราว 70 ตัน มีหัวเป็นสิงโต ส่วนลำตัวเป็นปลา และพ่นน้ำออกจากปากลงสู่ Marina Bay จนกลายเป็นหนึ่งในภาพจำของสิงคโปร์
หน้าตาดูแปลกแต่จริง ๆ แล้วมีความหมายซ่อนอยู่ด้วย เพราะหัวสิงโตสื่อถึงชื่อ Singapura หรือ “เมืองสิงโต” ส่วนหางปลาสื่อถึงจุดเริ่มต้นของสิงคโปร์ในฐานะหมู่บ้านชาวประมงที่เคยรู้จักกันในชื่อ Temasek เพราะฉะนั้นใครสงสัยว่า Merlion มีความหมายว่าอะไร ก็เรียกได้ว่าเจ้าสิงโตตัวนี้รวมเรื่องราวตั้งแต่อดีตจนถึงตัวตนของสิงคโปร์เอาไว้ในรูปปั้นเดียวเลย
และแน่นอนว่ามาถึงแล้วต้องถ่ายรูป! จะยืนสวย ๆ คู่กับรูปปั้น หรือจัดท่าคลาสสิกอย่างอ้าปากรับน้ำจากสิงโตพ่นน้ำก็ได้รูปกลับไปลงโซเชียลแน่นอน
แค่หมุนตัวจาก Merlion ไปอีกฝั่ง ก็จะเจอกับวิว Marina Bay Sands ตั้งเด่นอยู่ฝั่งตรงข้ามแบบเต็ม ๆ นี่แหละคืออีกเหตุผลที่ทำให้บริเวณนี้กลายเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปที่ฮอตที่สุด เพราะสามารถเก็บทั้งวิวอ่าว ตึกสูง และแลนด์มาร์กดังของสิงคโปร์ไว้ในเฟรมเดียว
ช่วงกลางวันวิวจะดูสดใส เห็นรายละเอียดของตึกต่าง ๆ ชัดเจน ส่วนช่วงเย็นคือบรรยากาศดีเป็นพิเศษ เพราะแดดเริ่มอ่อน ลมริมอ่าวกำลังสบาย และถ้าอยู่ต่อจนฟ้ามืดก็จะได้เห็น Marina Bay เปิดไฟระยิบระยับอีกแบบ เรียกว่ามาครั้งเดียวแต่ได้รูปกลับไปหลายมู้ดเลย
หลายคนมาถึงแล้วพุ่งตรงไปถ่ายรูปกับตัวใหญ่จนลืมว่าในเมอร์ไลออน พาร์ค ยังมี Merlion Cub หรือน้องเมอร์ไลออนตัวจิ๋วซ่อนอยู่ด้วย โดยตั้งอยู่ไม่ไกลจากรูปปั้นหลัก เดินหาแป๊บเดียวก็เจอ ความน่ารักคือดีไซน์ยังคงมีหัวเป็นสิงโตและตัวเป็นปลาเหมือนรุ่นพี่ แต่ย่อไซซ์ลงมาจนดูน่าเอ็นดูขึ้นเยอะ แถมบริเวณนี้มักไม่แน่นเท่าจุดถ่ายรูปด้านหน้า ใครอยากได้รูปแบบไม่ต้องเบียดกับคนเยอะ ๆ ลองเดินมาเก็บน้องตัวเล็กเพิ่มอีกสักรูปก็ได้
อย่าเพิ่งถ่ายรูป Merlion เสร็จแล้วรีบกลับ เพราะรอบ ๆ ยังมี Marina Bay Waterfront ให้เดินเล่นต่อได้อีกยาว บรรยากาศเปิดโล่ง มีวิวอ่าวและเส้นขอบฟ้าของเมืองอยู่ตรงหน้าแทบตลอดทาง จะเดินเล่นชิล ๆ หาที่นั่งรับลม หรือค่อย ๆ เดินต่อไปยังแลนด์มาร์กอื่นก็เพลินมาก
ช่วงที่แนะนำเป็นพิเศษคือประมาณเย็น ๆ ก่อนพระอาทิตย์ตก เพราะแดดไม่แรงเท่ากลางวัน อากาศเริ่มสบาย และแสงกำลังสวยพอดี ยิ่งเดินไปเรื่อย ๆ จนไฟเมืองเริ่มเปิด บรรยากาศของ Marina Bay จะเปลี่ยนไปอีกแบบ โรแมนติกขึ้นแบบเท่าตัวเลย
อีกมุมที่น่าสนใจของ Merlion Park คือด้านหลังจะเห็น The Fullerton Hotel Singapore อาคารเก่าแก่สไตล์นีโอคลาสสิกที่ดูโดดเด่นท่ามกลางตึกสมัยใหม่ของ Marina Bay ทำให้บริเวณนี้มีทั้งฟีลสิงคโปร์ยุคเก่าและความโมเดิร์นอยู่ใกล้กันแบบลงตัว ใครชอบถ่ายรูปสถาปัตยกรรม แนะนำว่าอย่าหยุดแค่ Merlion ลองเดินต่อไปทาง Fullerton และ Singapore River อีกนิด ระหว่างทางจะเจอทั้งอาคารเก่า สะพาน และวิวริมแม่น้ำสวย ๆ ให้แวะถ่ายรูปได้เรื่อย ๆ เลย
Merlion อยู่ที่ไหน? ตัว Merlion Park ตั้งอยู่ที่ 1 Fullerton Road บริเวณปากแม่น้ำ Singapore River ริม Marina Bay ใจกลางสิงคโปร์ โลเคชันถือว่าสะดวกมาก เพราะอยู่ใกล้ทั้งย่าน Downtown และสถานที่เที่ยวดังหลายแห่ง แถมยังเปิดตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถเข้าชมได้ฟรี ไม่เสียค่าเข้า จะมาเดินเล่นรับลมตอนเช้า แวะมาถ่ายรูปช่วงบ่าย หรือมานั่งดูไฟเมืองตอนกลางคืนก็ได้ตามสะดวกเลย
Google Map: https://maps.app.goo.gl/9fK4MJNtVsmZiVJq5
การเดินทางจากไทยไปสิงคโปร์ง่ายและรวดเร็ว มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ BKK / ดอนเมือง DMK) รวมถึงภูเก็ตและเชียงใหม่ บินตรงสู่ Singapore Changi Airport (SIN) ใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง 30 นาที เหมาะมากกับการจัดทริปสั้น ๆ ช่วงวันหยุดหรืออยู่เที่ยวแบบเต็มอิ่มหลายวัน
การเดินทางจากสนามบิน Changi เข้าสู่ตัวเมือง:
1. เดินทางด้วย MRT (วิธีที่สะดวกและนิยมที่สุด)
2. เดินทางด้วยรถบัสประจำทาง (Bus)
3. แท็กซี่หรือรถเรียกผ่านแอป (Grab / Gojek / Tada)
4. เดินเชื่อมต่อจากจุดท่องเที่ยวรอบ Marina Bay Waterfront
คำตอบคือมาได้ตลอดทั้งปี เพราะสิงคโปร์อยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร อากาศจึงร้อนชื้นค่อนข้างสม่ำเสมอ โดยอุณหภูมิส่วนใหญ่จะอยู่ประมาณ 23–33°C สิ่งที่ต่างกันชัดกว่าคือปริมาณฝนในแต่ละช่วง เพราะฉะนั้นเลือกเดือนไหนก็เที่ยวได้ แค่เตรียมรับมือกับฝนและแดดไว้หน่อยก็พอ
ถ้าอยากเดินเล่นรอบ Merlion Park และ Marina Bay แบบสบาย ๆ ช่วง กุมภาพันธ์–มีนาคม ถือว่าน่าเล็งเป็นพิเศษ เพราะฝนโดยรวมไม่เยอะเท่าช่วงปลายปี แต่ไม่ว่าจะมาเดือนไหน แนะนำเช็กพยากรณ์อากาศก่อนออกจากโรงแรมทุกวัน เพราะอากาศสิงคโปร์เปลี่ยนเร็วพอตัวเลย
ใครอยากพักใกล้ Merlion แบบเดินออกจากโรงแรมมาเที่ยวได้เลย The Fullerton Hotel Singapore คือพิกัดที่น่าสนใจมาก เพราะอยู่ด้านหลัง Merlion Park แบบใกล้สุด ๆ จุดเด่นคืออาคารสไตล์นีโอคลาสสิกที่ทั้งสวยและมีเอกลักษณ์ พอเข้ามาด้านในก็ได้บรรยากาศหรูหราแต่ยังมีความคลาสสิกอยู่ เหมาะกับคนที่อยากพักใจกลางเมือง เดินเที่ยว Marina Bay ง่าย และตอนกลางคืนยังสามารถออกมาเดินรับลมริมอ่าวได้แบบชิล ๆ
อยากให้ทริปสิงคโปร์ครั้งนี้จัดเต็มขึ้นอีกหน่อย Marina Bay Sands ก็คือหนึ่งในโรงแรมที่ควรลองสักครั้ง เพราะแค่ตัวอาคารก็เป็นแลนด์มาร์กของเมืองอยู่แล้ว ไฮไลต์ที่หลายคนตั้งใจมาพักเพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะคือ Infinity Pool บนชั้นดาดฟ้า ซึ่งมองเห็นวิวเมืองแบบกว้างสุดสายตา นอกจากนี้ยังมีทั้งห้าง ร้านอาหาร และสถานที่เที่ยวอยู่ใกล้ ๆ เหมาะกับทริปพิเศษ คู่รัก หรือใครที่อยากให้ที่พักกลายเป็นส่วนหนึ่งของทริปเที่ยวสิงคโปร์ไปเลย
สำหรับสายเที่ยวที่อยากคุมงบ แต่ยังอยากพักในโลเคชันดี ๆ BEAT. Capsule Hostel @ Boat Quay เป็นที่พักที่ตอบโจทย์ที่สุด! เพราะตั้งอยู่แถว Boat Quay ริม Singapore River เดินเที่ยวบรรยากาศย่านริมน้ำได้สะดวก และยังเดินต่อไปโซน Merlion Park กับ Marina Bay ได้ไม่ไกล เหมาะกับคนที่ชอบเที่ยวด้วยตัวเองและอยากประหยัดค่าโรงแรมไว้เป็นงบกินกับเที่ยวมากกว่า ที่พักเป็นสไตล์แคปซูล เน้นพื้นที่กะทัดรัดและฟังก์ชันที่จำเป็น แต่ข้อดีคือได้พักใจกลางเมือง เดินทางง่าย แถมรอบ ๆ ยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ให้แวะตลอดทาง ใครมาเที่ยวคนเดียวหรือมากับเพื่อนแล้วไม่ได้เน้นนอนโรงแรมหรู ๆ ที่นี่ถือว่าดีงามเลย
อ่านต่อ:
Q: ไปเที่ยว Merlion Park ต้องแต่งตัวยังไง?
A: สิงคโปร์มีอากาศร้อนชื้นตลอดปี แนะนำให้แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เช่น เสื้อยืด กางเกงขาสั้น หรือชุดเดรสเบา ๆ และที่สำคัญควรสวมรองเท้าที่เดินสบาย เพราะต้องเดินเที่ยวรอบอ่าว Marina Bay ค่อนข้างเยอะ
Q: คนไทยไปเที่ยวสิงคโปร์ต้องทำวีซ่าไหม?
A: คนไทยเดินทางเข้าสิงคโปร์ได้โดยไม่ต้องทำวีซ่า สามารถท่องเที่ยวได้สูงสุด 30 วัน เพียงแค่พาสปอร์ตต้องมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน และกรอกแบบฟอร์มขาเข้าออนไลน์ (SG Arrival Card) ล่วงหน้าก่อนเดินทาง 3 วัน
Q: เดินทางจากสนามบิน Changi ไป Merlion Park ยังไงดีที่สุด?
A: นั่ง MRT สายสีเขียวจากสถานี Changi Airport ไปเปลี่ยนขบวนที่สถานี Tanah Merah เพื่อเข้าเมือง แล้วลงที่สถานี Raffles Place (Exit H) จากนั้นเดินต่อประมาณ 5–8 นาที หากเดินทางหลายคนหรือมีกระเป๋าใหญ่ การเรียกรถผ่านแอป (Grab/Gojek) มาลงที่ One Fullerton จะสะดวกที่สุด
Q: ไปเที่ยว Merlion ช่วงเวลาไหนของวันดีที่สุด?
A: แนะนำ 2 ช่วงเวลา หากอยากถ่ายรูปคู่กับรูปปั้นแบบไม่ติดคนเยอะให้มาช่วงเช้าตรู่ (07.00 – 08.30 น.) แต่ถ้าอยากได้บรรยากาศชิล ๆ ลมพัดสบาย และได้เห็นไฟเมืองสะท้อนผิวน้ำสุดโรแมนติก แนะนำให้มาช่วงเย็นตั้งแต่ 17.30 น. เป็นต้นไป
Q: Merlion Park มีที่จอดรถไหม?
A: ในสวน Merlion Park ไม่มีลานจอดรถโดยตรง แต่สามารถนำรถไปจอดได้ที่อาคาร One Fullerton หรือโรงแรม The Fullerton Hotel ที่อยู่ติดกันได้เลย (มีค่าบริการจอดรถตามรายชั่วโมง)






