[รีวิว] พระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles) พร้อมจุดไฮไลท์แนะนำ

รีวิวเที่ยวพระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles) ฝรั่งเศส รวมจุดไฮไลท์ วิธีเดินทางจากปารีส ค่าเข้า เวลาเปิด และที่พักแนะนำ
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 4 นาที

ถ้ามาเที่ยวฝรั่งเศสแล้วอยากเห็นความหรูหราของราชวงศ์แบบจัดเต็มสักครั้ง พระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles) คือหนึ่งในที่ที่ควรหาเวลาแวะมาให้ได้ เพราะแค่เดินผ่านประตูสีทองเข้าไปก็สัมผัสได้ถึงความอลังการแล้ว ยิ่งพอเข้าไปด้านในจะเจอทั้งห้องโถงสุดหรู เพดานที่เต็มไปด้วยภาพวาด งานตกแต่งสีทอง และ ห้องกระจกแวร์ซายที่สวยจนกลายเป็นภาพจำของพระราชวังแห่งนี้

แต่เสน่ห์ของพระราชวังแวร์ซาย ฝรั่งเศสไม่ได้มีแค่ความสวย เพราะทุกห้องแทบจะมีเรื่องราวซ่อนอยู่ โดยเฉพาะในยุคของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ผู้เปลี่ยนแวร์ซายให้กลายเป็นศูนย์กลางของราชสำนักฝรั่งเศส ก่อนจะมาถึงยุคของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และพระนางมารี อ็องตัวแน็ต ที่หลายคนน่าจะคุ้นชื่อกันดีจากเรื่องราวการปฏิวัติฝรั่งเศส

ที่สำคัญแวร์ซายอยู่ห่างจากปารีสไม่มาก สามารถจัดเป็นทริปไปเช้าเย็นกลับได้แบบสบาย ๆ ใครกำลังวางแผนเที่ยวพระราชวังแวร์ซายด้วยตัวเอง บทความนี้รวมให้ครบตั้งแต่จุดไฮไลท์ วิธีเดินทาง ค่าเข้า เวลาเปิด–ปิด ช่วงน่าเที่ยว ไปจนถึงกิจกรรมและที่พักใกล้ ๆ เตรียมข้อมูลให้พร้อมแล้วก็จองตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่าน Traveloka จากนั้นออกไปสัมผัสความอลังการของแวร์ซายด้วยตาตัวเองกันเลย!

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวพระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles) ใน 1 นาที

พระราชวังแวร์ซาย
อดีตศูนย์กลางความหรูหราแห่งฝรั่งเศส: พระราชวังสุดอลังการของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ที่สืบทอดมาถึงยุคพระนางมารี อ็องตัวแน็ต โดดเด่นด้วยประตูสีทอง ภาพวาดเพดานสุดวิจิตร และห้องกระจก (Hall of Mirrors) ระดับตำนานที่ต้องมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง
จุดท่องเที่ยวห้ามพลาด: เดินชมความหรูหราของพระราชวังหลัก (The Palace), สัมผัสความสงบและสถาปัตยกรรมหินอ่อนชมพูที่ Grand Trianon, ตามรอยพระนางมารี อ็องตัวแน็ตที่ Petit Trianon และเดินเล่นในหมู่บ้านชนบทจำลองสุดน่ารักอย่าง Queen's Hamlet
กิจกรรมยอดฮิต: เดินถ่ายรูปในสวนสไตล์ฝรั่งเศส (French Formal Garden), ชมการแสดงน้ำพุพร้อมเสียงดนตรี (Musical Fountains Show), เช่าเรือพายชิล ๆ ในสระ Grand Canal หรือนั่งรถไฟเล็ก/ปั่นจักรยานรับลมรอบสวน
การเดินทางสะดวก: ตั้งอยู่ห่างจากปารีสเพียง 20 กิโลเมตร ทำเป็นทริป Day Trip ไปเช้า-เย็นกลับได้สบาย นั่งรถไฟ RER C หรือ Transilien จากปารีสมาลงสถานีรอบ ๆ แล้วเดินต่อเพียง 10–18 นาทีก็ถึงหน้าพระราชวัง
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: เที่ยวได้ตลอดปี แต่ช่วงเมษายน–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคม จะดีที่สุดเพราะอากาศเย็นสบาย สวนสวย ดอกไม้บาน และต้นไม้เริ่มเปลี่ยนสีถ่ายรูปออกมาสวยมาก
ระยะเวลาที่แนะนำ: จัดเวลา 5–7 ชั่วโมง หรือเผื่อไว้เต็มวัน 1 วันเต็ม เพื่อจะได้เก็บครบทั้งพระราชวังหลัก สวนกว้างใหญ่ และกลุ่มพระราชวังเล็กโซน Trianon ได้อย่างไม่รีบร้อน (ข้อควรรู้: พระราชวังปิดทุกวันจันทร์)

ประวัติพระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles)

พระราชวังแวร์ซาย รูปภาพ

เดิมทีพระราชวังแวร์ซายเป็นเพียงตำหนักขนาดเล็กที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 13 สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1622 เพื่อใช้เป็นที่พักส่วนพระองค์เวลามาล่าสัตว์ในป่ารอบ ๆ เมืองแวร์ซาย ก่อนจะมีการปรับปรุงขนาดให้ใหญ่และสะดวกสบายขึ้นในปี ค.ศ. 1631

ต่อมาในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ได้ย้ายราชสำนักมาที่เมืองแวร์ซายเป็นการถาวร และทำก่อสร้างปรับปรุงตำหนักหลังนี้ให้เป็นพระราชวังขนาดใหญ่ที่มีความสวยงามหรูหรา โดยเริ่มก่อสร้างในปี ค.ศ. 1661 ใช้งบประมาณในการก่อสร้างกว่า 500 ล้านฟรังก์ และใช้เวลาสร้างเกือบ 30 ปี หลังจากพระราชวังแวร์ซายสร้างเสร็จก็ได้กลายมาเป็นที่ประทับหลัก และใช้สำหรับต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองอีกด้วย

พระราชวังแวร์ซายเป็นที่ประทับหลักของกษัตริย์ฝรั่งเศสมาจนถึงสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ก่อนจะเกิดการปฏิวัติฝรั่งเศส และมีสั่งให้เปลี่ยนสถานะจากพระราชวังไปเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติในปี ค.ศ. 1837 เพื่อใช้เป็นสถานที่เก็บรวบรวมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของราชวงศ์และประเทศฝรั่งเศสมาจนถึงปัจจุบัน

จุดไฮไลท์ต่าง ๆ ของพระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles)

1. ห้องกระจก (Hall of Mirrors)

ถ้าถามว่าพระราชวังแวร์ซาย มีอะไรบ้างที่ห้ามพลาดที่สุด บอกเลยว่าต้องเริ่มที่ ห้องกระจกแวร์ซาย (Hall of Mirrors) เพราะนี่คือหนึ่งในห้องที่ดังที่สุดของพระราชวัง และเป็นมุมที่เห็นในรูปกี่ครั้งก็ยังรู้สึกว่าอลังการ

พอเดินเข้ามาจะเจอกับห้องโถงยาวที่เต็มไปด้วยกระจกบานใหญ่เรียงตลอดแนว ฝั่งตรงข้ามเป็นหน้าต่างที่มองออกไปเห็นสวน ทำให้แสงธรรมชาติสะท้อนเข้ามาภายในห้อง ยิ่งรวมกับโคมไฟระย้า เพดานวาดลวดลาย และงานตกแต่งสีทองแล้ว บรรยากาศคือหรูหราแบบราชสำนักฝรั่งเศสเต็ม ๆ

นอกจากจะเป็นมุมถ่ายรูปยอดฮิตแล้ว Hall of Mirrors ยังมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์สำคัญมากมาย รวมถึงการลงนามสนธิสัญญาแวร์ซายในปี 1919 ด้วย ใครมาถึงแวร์ซายแล้วอย่ารีบเดินผ่าน ลองค่อย ๆ ดูรายละเอียดรอบห้อง จะยิ่งรู้สึกว่าของจริงอลังการกว่าที่เห็นในรูปเยอะเลย!

2. ห้องพระราชฐานของกษัตริย์ (King's State Apartments)

Credit: chateauversailles.fr

จากห้องกระจก เดินต่อมาสัมผัสบรรยากาศราชสำนักกันที่ King's State Apartments อีกหนึ่งโซนที่เต็มไปด้วยรายละเอียดสวย ๆ ตั้งแต่พื้นจรดเพดาน ทั้งภาพวาด งานแกะสลัก ผนังหินอ่อน และการตกแต่งสีทองที่เห็นแล้วเข้าใจเลยว่าคำว่า “พระราชวัง” ต้องอลังการประมาณนี้

ห้องต่าง ๆ ถูกออกแบบโดยเชื่อมโยงกับเทพเจ้าในตำนานกรีกและโรมัน เพื่อสะท้อนอำนาจและความยิ่งใหญ่ของราชสำนัก โดยเฉพาะในยุคพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ใครเป็นสายประวัติศาสตร์หรือชอบดูสถาปัตยกรรม น่าจะเดินเพลินมาก เพราะแต่ละห้องมีรายละเอียดให้มองเยอะจนบางทีเผลอใช้เวลานานกว่าที่วางแผนไว้กันซะอีก

3. สวนพระราชวังแวร์ซาย (Gardens of Versailles)

ถ้าคิดว่าด้านในพระราชวังใหญ่แล้ว รอจนได้ออกมาเห็นสวนพระราชวังแวร์ซายก่อน เพราะพื้นที่ด้านนอกกว้างมากจนเดินทั้งวันก็มีเหนื่อย สวนได้รับการออกแบบในสไตล์ French Formal Garden เน้นความสมมาตร มีทั้งแนวต้นไม้ที่ตัดแต่งอย่างเป็นระเบียบ รูปปั้น บ่อน้ำ น้ำพุ และทางเดินยาวที่ทอดไปถึง Grand Canal

หนึ่งในมุมที่สวยมากคือการยืนมองสวนจากด้านหน้าพระราชวัง จะเห็นแนวสวนทอดยาวออกไปสุดสายตา ยิ่งวันที่อากาศดี ฟ้าเปิด บรรยากาศคือเหมาะกับการเดินเล่นและถ่ายรูปสุด ๆ

ถ้ามาตรงวันที่มี Musical Fountains Show หรือ Musical Gardens ก็ยิ่งคุ้ม เพราะจะได้เห็นน้ำพุเปิดพร้อมเสียงดนตรี ช่วยเพิ่มบรรยากาศให้สวนดูมีชีวิตชีวาขึ้นไปอีก ใครตั้งใจมาดูเป็นพิเศษ แนะนำเช็กตารางก่อนเดินทาง เพราะไม่ได้จัดทุกวันตลอดทั้งปี

4. Grand Trianon

หลังจากเจอความอลังการของพระราชวังหลักมาเต็ม ๆ ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเดินเล่นที่ Grand Trianon กันบ้าง ที่นี่เป็นพระราชวังที่มีขนาดเล็กกว่า โดดเด่นด้วยอาคารหินอ่อนโทนชมพู ดูเรียบหรูและให้ความรู้สึกสงบกว่าด้านในพระราชวังหลักอย่างสิ้นเชิง

ในอดีตพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ใช้บริเวณนี้เป็นเหมือนสถานที่พักจากพิธีการและความวุ่นวายของราชสำนัก เพราะฉะนั้นบรรยากาศจะมีความเป็นส่วนตัวและผ่อนคลายขึ้น ใครมีเวลาเที่ยวแวร์ซายเต็มวัน แนะนำให้เดินมาให้ถึง เพราะนอกจากสถาปัตยกรรมจะสวยแล้ว บริเวณรอบ ๆ ยังเดินเล่นสบายและคนมักไม่แน่นเท่าตัว Palace หลักด้วย

5. Petit Trianon / Queen's Hamlet

ใครสนใจเรื่องราวของพระนางมารี อ็องตัวแน็ต ต้องเผื่อเวลามา Petit Trianon และ Queen's Hamlet หรือ Hameau de la Reine เพราะพอมาถึงโซนนี้ บรรยากาศจะเปลี่ยนจากพระราชวังสุดหรูมาเป็นความสงบและธรรมชาติแบบคนละฟีลเลย

Petit Trianon เป็นพระราชวังขนาดเล็กที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 มอบให้พระนางมารี อ็องตัวแน็ต ส่วนไม่ไกลกันจะเป็น Queen's Hamlet หมู่บ้านจำลองบรรยากาศชนบท มีบ้านหลังเล็ก ๆ สวน และพื้นที่สีเขียว เดินเล่นแล้วให้ความรู้สึกเหมือนหลุดออกจากพระราชวังมาอยู่ในชนบทฝรั่งเศส

ถ้ามีเวลาเที่ยวแค่ครึ่งวันอาจเดินมาไม่ถึง แต่สำหรับใครที่จัด Versailles ไว้เต็มวัน แนะนำให้ใส่โซนนี้ไว้ในแพลน เพราะจะทำให้ได้เห็นอีกมุมของแวร์ซายที่ต่างจากห้องสีทองและความอลังการของพระราชวังหลักแบบชัดเจนเลย 

ที่ตั้งและการเดินทางไปพระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles)

พระราชวังแวร์ซาย อยู่ที่ไหน?  พระราชวังแวร์ซายตั้งอยู่ภายในเมืองแวร์ซาย (Versailles) จังหวัดอีฟลีนส์ (Yvelines) แคว้นอีล-เดอ-ฟร็องส์ (Île-de-France) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของกรุงปารีส ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 20 กิโลเมตร ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งใน Day Trip ยอดนิยมของคนมาเที่ยวปารีส เพราะสามารถไปเช้า เย็นกลับได้สบาย ๆ

วิธีเดินทางจากไทย

จากประเทศไทยยังไม่มีเที่ยวบินตรงไปยังเมือง Versailles ดังนั้นวิธีที่สะดวกที่สุดคือ บินจากกรุงเทพฯ ไปลงที่ปารีสก่อน แล้วค่อยต่อรถไฟหรือขนส่งสาธารณะไปยังพระราชวังแวร์ซาย

โดยสามารถเลือกบินจากสนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) ไปยังสนามบิน Paris Charles de Gaulle Airport (CDG) ซึ่งเป็นสนามบินหลักของปารีส มีทั้งเที่ยวบินตรงและเที่ยวบินแบบต่อเครื่องให้เลือกตามช่วงเวลาและสายการบิน

เมื่อเดินทางถึงสนามบิน Charles de Gaulle แล้ว สามารถเข้าเมืองปารีสด้วยรถไฟ RER B, รถบัส หรือแท็กซี่ จากนั้นค่อยเดินทางต่อไปยัง Versailles ตามสถานีที่สะดวกกับที่พักของเรา ใครมีแพลนเที่ยวปารีส ก่อนอยู่แล้ว แนะนำพักในเมืองสัก 2–3 วันแล้วแบ่งหนึ่งวันมาเที่ยวพระราชวังแบบ Day Trip จะจัดแพลนง่ายที่สุด

ก่อนออกเดินทางก็สามารถเช็กราคาตั๋วเครื่องบินและจองเที่ยวบินไปปารีสผ่าน Traveloka ได้เลย จะได้เลือกเวลาเดินทางและเปรียบเทียบตัวเลือกที่เหมาะกับทริปได้ง่ายขึ้น!

วิธีเดินทางจากปารีสไปพระราชวังแวร์ซาย 

สำหรับใครที่กำลังหาข้อมูลว่า พระราชวังแวร์ซายเดินทางไปยังไง บอกเลยว่าไม่ยากอย่างที่คิด เพราะมีตัวเลือกให้เลือกเยอะมาก ทั้ง RER, รถไฟ Transilien และรถบัส ซึ่งสถานีรถไฟรอบ ๆ เดินต่อถึงพระราชวังได้ทั้งหมด ใช้เวลาเดินประมาณ 10–18 นาทีเท่านั้น สามารถเลือกวิธีที่สะดวกตามโซนที่พักได้เลย

นั่ง RER C: วิธียอดฮิตของนักท่องเที่ยว ให้ลงที่สถานี Versailles Château Rive Gauche ซึ่งเป็นสถานีที่ใกล้ที่สุด เดินต่ออีกแค่ประมาณ 10 นาทีก็ถึงหน้าพระราชวัง เหมาะมากสำหรับคนที่พักตามแนว RER C ในปารีส (ข้อควรระวัง: รถไฟสาย C มีหลายสายแยก ก่อนขึ้นอย่าลืมเช็กป้ายที่ชานชาลาว่ารถไฟมุ่งหน้าไปสถานี Versailles Château Rive Gauche นะ)
นั่งรถไฟ Transilien จาก Gare Montparnasse: ใครพักฝั่ง Montparnasse หรือทางใต้ของปารีส นั่งรถไฟสาย N มาลงที่สถานี Versailles Chantiers แล้วเดินต่อประมาณ 18 นาที ข้อดีของเส้นทางนี้คือรถไฟวิ่งค่อนข้างเร็ว ใช้เวลาบนรถแค่ประมาณ 15–20 นาทีเท่านั้น
นั่งรถไฟ Transilien จาก Gare Saint-Lazare: อีกหนึ่งทางเลือกที่สะดวกสำหรับคนพักแถว Saint-Lazare, Opéra หรือทางตะวันตกของปารีส ให้นั่งรถไฟสาย L มาลงสถานี Versailles Rive Droite แล้วเดินสบาย ๆ ชมเมืองต่ออีกประมาณ 17 นาทีก็ถึงตัวพระราชวัง
นั่งรถบัสสาย 171: สำหรับคนไม่อยากเดินไกลจากสถานีรถไฟ สามารถนั่ง Metro สาย 9 มาสุดสายที่สถานี Pont de Sèvres แล้วต่อรถบัสสาย 171 รถจะวิ่งมาจอดที่ป้าย Château de Versailles บริเวณหน้าพระราชวังพอดี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30–45 นาที ขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร
ขับรถหรือเช่ารถ: ใครมีแพลน Road Trip เที่ยวต่อยาว ๆ สามารถขับจากปารีสโดยใช้ทางหลวง A13 แล้วออกทางออก Versailles Centre ได้เลย บริเวณ Place d'Armes ด้านหน้าพระราชวังมีลานจอดรถแบบเสียค่าบริการไว้รองรับ

ข้อควรรู้เรื่องตั๋วเดินทาง: พระราชวังแวร์ซายตั้งอยู่ใน Zone 4 ของระบบขนส่งปารีส ตั๋ว Metro ปกติ (Zone 1) จะใช้ไม่ได้ ถ้าซื้อตั๋วเที่ยวเดียวต้องกดเลือกปลายทางเป็น Paris – Versailles หรือใช้บัตรเหมาจ่ายที่ครอบคลุม Zone 1–5 (เช่น Navigo Pass รายสัปดาห์) จะช่วยเพิ่มความสะดวกและคุ้มค่ามาก

เวลาทำการและราคาตั๋วพระราชวังแวร์ซาย 

เวลาเปิด–ปิดแบ่งตามโซนเข้าชม

โซนพระราชวังหลัก (The Palace): เปิดวันอังคาร–วันอาทิตย์ เวลา 09:00–18:30 น. (ช่วงโลว์ซีซั่น พ.ย.–มี.ค. ปิด 17:30 น.) ปิดทำการทุกวันจันทร์
โซนกลุ่มพระราชวังเล็ก (Estate of Trianon): เปิดวันอังคาร–วันอาทิตย์ เวลา 12:00–18:30 น. (ช่วงโลว์ซีซั่น พ.ย.–มี.ค. ปิด 17:30 น.) ปิดทำการทุกวันจันทร์
โซนสวนและอุทยาน (Gardens & Park): เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07:00–20:30 น. (ช่วงโลว์ซีซั่น พ.ย.–มี.ค. เปิด 08:00–18:00 น.)

อัปเดตราคาตั๋วเข้าชมและประเภทบัตร

ตั๋วเฉพาะพระราชวังหลัก (Palace Ticket): ราคาเริ่มต้น 21 ยูโร สำหรับสายเน้นเก็บไฮไลท์เด็ดในพระราชวัง
ตั๋วรวมทุกโซนแบบ 1 วัน (Passport Ticket): ราคาเริ่มต้น 25 ยูโร ในช่วงโลว์ซีซั่น และ 35 ยูโร ในช่วงไฮซีซั่น (ราคานี้รวมสิทธิ์เข้าชมสวนวันที่มีแสดงน้ำพุดนตรี Musical Fountains Show เรียบร้อยแล้ว)
สามารถซื้อบัตรเข้าชมพระราชวังแวร์ซายผ่าน Traveloka ได้เลย 

จุดเด่นของพระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles)

หรูหราแบบเห็นของจริงแล้วต้องหยุดมอง: ตั้งแต่ประตูสีทอง ห้องโถง เพดาน ภาพเขียน ไปจนถึงโคมไฟระย้า ทุกอย่างดูจัดเต็มสมกับเป็นอดีตศูนย์กลางของราชสำนักฝรั่งเศส ใครชอบสถาปัตยกรรมยุโรปน่าจะเดินเพลินมาก
Hall of Mirrors คือไฮไลท์ที่ควรเห็นสักครั้ง: ต่อให้เคยเห็นในรูปมาแล้ว พอได้ยืนอยู่ใน Hall of Mirrors จริง ๆ ความรู้สึกต่างกันเยอะ เพราะจะได้เห็นทั้งขนาดของห้อง แสงจากหน้าต่าง และรายละเอียดงานตกแต่งรอบตัวแบบเต็มตา
ประวัติศาสตร์แน่น แต่เที่ยวแล้วไม่รู้สึกน่าเบื่อ: เรื่องราวของประวัติพระราชวังแวร์ซาย เชื่อมโยงกับบุคคลสำคัญมากมาย ตั้งแต่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ไปจนถึงพระนางมารี อ็องตัวแน็ตทำให้การเดินชมแต่ละห้องเหมือนได้ย้อนกลับไปเห็นอีกยุคหนึ่งของฝรั่งเศส
ไม่ได้มีแค่พระราชวัง แต่เที่ยวได้ทั้งวัน: ความสนุกของ Versailles คือเดินออกจาก Palace แล้วทริปยังไม่จบ เพราะมีทั้งสวนพระราชวังแวร์ซาย, Grand Canal, Grand Trianon, Petit Trianon และ Queen's Hamlet ให้เที่ยวต่ออีกยาว ๆ
เดินทางจากปารีสง่าย: ใครพักอยู่ปารีส ไม่จำเป็นต้องย้ายโรงแรมเลย แบ่งเวลาหนึ่งวันออกมาเที่ยว Versailles แล้วกลับเข้าเมืองช่วงเย็นได้ จึงเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวฝรั่งเศสที่ใส่ลงแพลนได้ไม่ยาก

เที่ยวพระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles) เดือนไหนดี?

ช่วงที่เหมาะกับการเที่ยวพระราชวังแวร์ซายที่สุดคือประมาณเดือนเมษายน–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคม เพราะอากาศกำลังสบาย อุณหภูมิส่วนใหญ่อยู่ราว 8–22°C แล้วแต่เดือน เหมาะกับการเดินชมทั้งด้านในพระราชวังและสวนพระราชวังแวร์ซายที่มีพื้นที่กว้างมาก แถมยังไม่ร้อนจัดเท่าช่วงกลางฤดูร้อนด้วย

ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน–มิถุนายน): อุณหภูมิประมาณ 7–23°C เป็นช่วงที่แนะนำมากสำหรับการ เที่ยวพระราชวังแวร์ซายเพราะอากาศเริ่มอุ่นขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังเดินกลางแจ้งได้สบาย ช่วงเมษายนอาจยังเย็นอยู่ประมาณ 7–16°C ส่วนพฤษภาคม–มิถุนายนจะอุ่นขึ้นอยู่ราว 10–23°C ต้นไม้และดอกไม้ในสวนก็เริ่มสดใส เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูป และชมสวนแบบเต็ม ๆ แต่ควรพกร่มหรือเสื้อกันฝนบาง ๆ ไว้ด้วย เพราะฤดูใบไม้ผลิมีโอกาสเจอฝนเป็นระยะ
ฤดูร้อน (กรกฎาคม–สิงหาคม): ช่วงนี้ Versailles คึกคักที่สุด สวนเขียวสวย กลางวันยาว และมีเวลาเที่ยวได้เยอะ โดยอุณหภูมิทั่วไปอยู่ประมาณ 14–26°C แต่อาจมีบางวันที่อากาศร้อนเกิน 30°C ได้เหมือนกัน ข้อดีคือเหมาะกับการเดินสวนและทำกิจกรรมกลางแจ้ง แต่ก็เป็น High Season ที่นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ ใครมาช่วงนี้แนะนำจองตั๋วพระราชวังแวร์ซายล่วงหน้าและเลือกรอบเข้าช่วงเช้าจะเที่ยวสบายกว่า
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน): อุณหภูมิประมาณ 5–22°C อีกช่วงที่น่าเที่ยวมาก โดยเฉพาะ กันยายน–ตุลาคม ที่อากาศกำลังเย็นสบาย ช่วงกันยายนอุณหภูมิยังอยู่ประมาณ 12–22°C ก่อนจะค่อย ๆ ลดลงเหลือราว 8–17°C ในเดือนตุลาคม และเย็นขึ้นอีกในเดือนพฤศจิกายน จุดเด่นคือคนเริ่มน้อยกว่าช่วงหน้าร้อน แถมต้นไม้รอบสวนและ Trianon เริ่มเปลี่ยนสี ได้บรรยากาศโรแมนติกแบบยุโรปช่วงใบไม้ร่วง เดินเที่ยวเพลินและถ่ายรูปสวยมาก
ฤดูหนาว (ธันวาคม–มีนาคม): อุณหภูมิประมาณ 2–13°C เหมาะกับคนที่อยากเน้นชม Hall of Mirrors และห้องต่าง ๆ ภายใน Palace มากกว่าเดินสวน อากาศค่อนข้างหนาว โดยเฉพาะธันวาคม–กุมภาพันธ์ที่อุณหภูมิมักอยู่ประมาณ 2–8°C ส่วนเดือนมีนาคมจะเริ่มอุ่นขึ้นเล็กน้อย ข้อดีคือบรรยากาศค่อนข้างสงบและนักท่องเที่ยวโดยรวมไม่หนาแน่นเท่าฤดูร้อน แต่กลางวันสั้นและสวนอาจไม่ได้เขียวสดเท่าฤดูอื่น ใครมาเวลานี้ควรเตรียมเสื้อโค้ตและรองเท้าที่ช่วยกันหนาวไว้ให้พร้อม

กิจกรรมแนะนำในพระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles)

ค่อย ๆ เดินชม Hall of Mirrors: อย่ารีบถ่ายรูปแล้วเดินผ่าน ลองเงยดูเพดาน โคมไฟ และรายละเอียดรอบห้องด้วย เพราะความสวยของห้องกระจกแวร์ซายอยู่ตรงรายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้แหละ
เดินเล่นในสวน Versailles: หลังจากเดินชม Palace แล้ว แนะนำเผื่อเวลาให้สวนอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง จะเดินเล่น ถ่ายรูป หามุมนั่งพัก หรือเดินไป Grand Canal ก็ได้ บรรยากาศต่างจากด้านในพระราชวังแบบคนละฟีล
ดู Musical Fountains Show: ถ้าวันที่ไปมีการแสดงน้ำพุ อย่าพลาด เพราะจะได้เห็นสวน Versailles ในอีกบรรยากาศหนึ่ง ทั้งน้ำพุและเสียงดนตรีช่วยให้การเดินสวนสนุกขึ้นเยอะ
ไปต่อ Grand Trianon และ Petit Trianon: ใครมีเวลาทั้งวันแนะนำให้ไป เพราะสองโซนนี้สงบกว่าพระราชวังหลัก และยังช่วยให้เห็นชีวิตอีกด้านของราชวงศ์ฝรั่งเศสด้วย
เดินเล่น Queen's Hamlet: หลังจากเจอแต่ห้องหรู ๆ มาหลายชั่วโมง การมาเดินท่ามกลางบ้านชนบทและพื้นที่สีเขียวตรงนี้จะรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก แถมยังเป็นอีกมุมที่ถ่ายรูปสวยด้วย
เช่าจักรยานหรือนั่งรถไฟเล็ก: พื้นที่ Versailles กว้างจริง ถ้ารู้ตัวว่าเดินทั้งวันไม่ไหว ไม่จำเป็นต้องฝืน สามารถใช้รถไฟเล็กหรือเช่าจักรยานเที่ยวบางส่วนได้ ช่วยเซฟแรงไว้เดินชมจุดสำคัญต่อ
พายเรือใน Grand Canal: ถ้าอากาศดีและมีเวลาเหลือ ลองเช่าเรือพายออกไปกลาง Grand Canal เป็นกิจกรรมชิล ๆ ที่ช่วยพักขาหลังเดินมาหลายชั่วโมง แถมยังได้ชมสวนจากอีกมุมด้วย

แนะนำที่พักใกล้พระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles)

ถ้าไม่อยากรีบนั่งรถกลับปารีส หลังเดินเที่ยวมาทั้งวัน ลองนอนค้างที่ Versailles สักคืนก็เป็นไอเดียที่ดี เพราะเมืองนี้ไม่ได้มีแค่พระราชวัง รอบ ๆ ยังมีร้านอาหาร คาเฟ่ และย่านเมืองให้เดินเล่น แถมตอนเช้าก็ไม่ต้องรีบตื่นมานั่งรถจากปารีสด้วย

Hôtel Le Versailles

ใครกำลังหาที่พักแวร์ซาย ที่โลเคชันดีและเดินทางสะดวก Hôtel Le Versailles เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะตั้งอยู่ใกล้พระราชวังแวร์ซาย แบบเดินไปได้ในเวลาไม่กี่นาที เหมาะกับคนที่อยากตื่นเช้า กินอาหารเช้าให้เรียบร้อย แล้วเดินไปต่อคิวเข้าพระราชวังได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาต่อรถหรือกังวลเรื่องการเดินทางช่วงเช้า บรรยากาศของโรงแรมมาในสไตล์เรียบหรู มีกลิ่นอายความคลาสสิกแบบฝรั่งเศสเข้ากับบรรยากาศของเมือง Versailles ได้ดี ห้องพักดูอบอุ่นและมีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการพักผ่อนหลังจากเดินเที่ยวมาทั้งวัน รอบ ๆ โรงแรมก็มีร้านอาหารและคาเฟ่ให้เลือกพอสมควร เรียกว่าเป็นตัวเลือกที่บาลานซ์ทั้งเรื่องโลเคชัน ความสะดวก และบรรยากาศ เหมาะมากสำหรับคนที่มาเที่ยวแวร์ซายครั้งแรก

Waldorf Astoria Versailles – Trianon Palace

ถ้าอยากให้ทริปเที่ยวพระราชวังแวร์ซาย หรูหราตั้งแต่เช็กอินจนเช็กเอาต์ ก็ต้องมาพักที่ Waldorf Astoria Versailles – Trianon Palace เลย! โรงแรมระดับ 5 ดาวที่อยู่ใกล้กับ Park of Versailles มาก บรรยากาศรอบโรงแรมทั้งสงบ คลาสสิก และมีความโรแมนติก เหมือนต่ออารมณ์จากการเดินชมพระราชวังมาเข้าที่พักได้แบบพอดี จุดเด่นคือไม่ได้มีดีแค่โลเคชัน แต่ยังเหมาะกับการมาพักผ่อนจริง ๆ เพราะมีทั้งสปา สระว่ายน้ำ ร้านอาหาร และพื้นที่พักผ่อนครบ ใครเดิน Versailles มาทั้งวันแล้วอยากกลับมาแช่ตัว พักขา และใช้เวลาชิล ๆ ที่โรงแรมต่อก็ตอบโจทย์มาก โดยเฉพาะคู่รักหรือคนที่อยากเพิ่มความพิเศษให้ทริปฝรั่งเศสสักคืน ที่นี่ถือเป็นตัวเลือกที่น่านอนและเข้ากับบรรยากาศของ Versailles แบบสุด ๆ

ibis Versailles Château

ส่วนใครเน้นเที่ยวเต็มที่และอยากเก็บงบไว้กิน ช้อป หรือเที่ยวต่อในปารีส แนะนำ ibis Versailles Château เลย! โรงแรมที่ได้เปรียบเรื่องโลเคชันมาก เพราะอยู่ใกล้ทั้งสถานี Versailles Château Rive Gauche และพระราชวังแวร์ซายทำให้เดินทางจากปารีสมาถึงแล้วเอากระเป๋าไปเก็บ ก่อนออกเที่ยวต่อได้สะดวก ห้องพักจะเน้นความเรียบง่าย ใช้งานจริง และมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เหมาะกับสายเที่ยวที่ออกไปข้างนอกเกือบทั้งวันแล้วต้องการที่พักสบาย ๆ สำหรับกลับมานอนพัก ที่หลายคนชอบเป็นพิเศษคือเช้าวันเที่ยวพระราชวังสามารถเดินออกจากโรงแรมแล้วไปต่อได้เลย ไม่ต้องต่อรถหลายทอดให้เสียเวลา ถือเป็นอีกหนึ่งที่พักแวร์ซายที่เหมาะกับคนอยากคุมงบ แต่ยังให้ความสำคัญกับทำเลและความสะดวกในการเดินทาง

เคล็ดลับการเที่ยวพระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles)

จองตั๋วไว้ก่อนดีที่สุด: โดยเฉพาะช่วงเมษายน–ตุลาคม เพราะนักท่องเที่ยวเยอะมาก และการเข้าตัว Palace ต้องเลือกช่วงเวลาไว้ล่วงหน้า มีตั๋วพระราชวังแวร์ซายพร้อมก่อนออกจากปารีสจะช่วยให้จัดวันง่ายขึ้นเยอะ
มาเช้าหน่อยแล้วจะเที่ยวสบายกว่า: ถ้าอยากเก็บ Palace แบบไม่ต้องเบียดกับคนเยอะ แนะนำมาถึงใกล้เวลาเปิด แล้วเริ่มจากด้านในพระราชวังก่อน จากนั้นค่อยออกมาเดินสวนและไป Trianon ช่วงบ่าย
เผื่อเวลาเยอะกว่าที่คิด: สำหรับคำถามว่าพระราชวังแวร์ซาย เที่ยวกี่ชั่วโมง ถ้าดูเฉพาะ Palace ประมาณ 1.5–2 ชั่วโมงก็พอได้ แต่ถ้าอยากเที่ยวทั้งสวน Grand Trianon, Petit Trianon และ Queen's Hamlet แนะนำเผื่อ 5–7 ชั่วโมงหรือเต็มวัน จะเที่ยวสนุกกว่า ไม่ต้องเดินแข่งกับเวลา
เลือกรองเท้าคู่ที่เดินไหวจริง ๆ: เพราะพื้นที่ของ Versailles ใหญ่มาก และระยะจาก Palace ไป Trianon ก็ไม่ใกล้เท่าไร เพราะฉะนั้นวันนี้อาจต้องพักรองเท้าสวย ๆ ไว้ก่อน แล้วหยิบคู่ที่เดินทั้งวันได้มาใส่แทน จะช่วยชีวิตช่วงบ่ายได้เยอะมาก
เช็กตั๋วว่ารวมอะไรบ้าง: บางคนตั้งใจดูแค่ Palace กับ Hall of Mirrors ก็ไม่จำเป็นต้องซื้อทุกอย่าง แต่ถ้าอยากเที่ยวสวน Trianon และ Queen's Hamlet ด้วย การเลือก Passport จะจัดทริปง่ายกว่า
จำไว้เลยว่า Palace ปิดวันจันทร์: ข้อนี้สำคัญมากสำหรับคนเที่ยวพระราชวังแวร์ซายด้วยตัวเอง เพราะถ้าจัด Day Trip ผิดวันอาจเสียเที่ยวได้เลย เช็กวันก่อนจองตั๋วรถไฟและวางแพลนเที่ยวไว้ดีที่สุด

อ่านต่อ:

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวพระราชวังแวร์ซาย (Palace of Versailles)

Q: เที่ยวพระราชวังแวร์ซายแต่งกายอย่างไร? มี Dress Code ไหม? 

A: ไม่มีกฎระเบียบการแต่งกายที่เข้มงวด สามารถแต่งชุดลำลองสุภาพได้ตามสบาย แต่แนะนำอย่างยิ่งให้ใส่ รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่เดินสบาย เพราะต้องเดินบนพื้นหินคอบเบิลสโตนและเดินชมพื้นที่สวนกว้าง ๆ ทั้งวัน

Q: เดินทางไปเที่ยวพระราชวังแวร์ซาย ต้องทำวีซ่าอะไรไหม? 

A: การเดินทางไปพระราชวังแวร์ซายใช้เงื่อนไขเดียวกับการเดินทางเข้าประเทศฝรั่งเศส โดยผู้ถือพาสปอร์ตไทยจำเป็นต้องขอ วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ประเภทท่องเที่ยวล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง

Q: งบประมาณค่าใช้จ่ายเที่ยวแวร์ซาย 1 วัน (Day Trip) ประมาณเท่าไหร่? 

A: ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 40–60 ยูโรต่อคน (ราว 1,500–2,300 บาท) รวมค่าตั๋วเข้าชมแบบ Passport (25–35 ยูโร), ค่าตั๋วรถไฟไป-กลับปารีส Zone 1–4 (ประมาณ 8–10 ยูโร) และอาหารกลางวัน

Q: ถ้าลงเครื่องที่สนามบิน Paris CDG จะเดินทางไปแวร์ซายยังไง? 

A: วิธีที่สะดวกที่สุดคือ นั่งรถไฟ RER B จากสนามบิน CDG เข้ามาเปลี่ยนขบวนที่สถานี Saint-Michel Notre-Dame ในปารีส แล้วต่อ RER C ไปลงสถานี Versailles Château Rive Gauche รวมเวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

Q: ขับรถไปเอง ที่พระราชวังแวร์ซายมีที่จอดรถไหม? 

A: มีบริการลานจอดรถแบบเสียค่าบริการรองรับบริเวณ Place d'Armes ด้านหน้าพระราชวังหลัก รวมถึงบริเวณใกล้กับโซน Trianon และ Grand Canal

Q: พระราชวังแวร์ซาย ควรใช้เวลาเที่ยวกี่ชั่วโมง? 

A: หากเน้นเดินชมเฉพาะภายในพระราชวังหลักจะใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมง แต่ถ้าต้องการเก็บครบทุกโซน ทั้งสวน, Grand Trianon และ Queen's Hamlet ควรเผื่อเวลาประมาณ 5–7 ชั่วโมง หรือเต็มวัน

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ ฝรั่งเศส

ปารีส

France

Marseille

France

Bordeaux

France

Lyon

France

บทความแนะนำ

จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร