12 ที่เที่ยวเบลเยียม พร้อมลิสต์ที่กิน ที่พักยอดนิยม [อัปเดท 2026]

แจก 12 ที่เที่ยวเบลเยียม รวมจุดเช็กอินยอดฮิต! พร้อมที่พักน่านอน วิธีเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว และเคล็ดลับก่อนเที่ยวแบบครบๆในที่เดียว!
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 8 นาที

ถ้าพูดถึงประเทศเล็ก ๆ ในยุโรปที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ เบลเยียม (Belgium) คือตัวเลือกที่น่าหลงใหลแบบเกินต้าน! แม้จะมีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก แต่กลับอัดแน่นไปด้วยเมืองน่าเที่ยวน่ารัก ๆ สถาปัตยกรรมสุดอลัง และวัฒนธรรมที่ผสมผสานระหว่างฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และเยอรมันได้อย่างลงตัว เพราะพื้นที่ประเทศติดกัน ใกล้แบบนั่งรถไฟนั่งรถไฟประมาณ 2 ชั่วโมง ก็ไปเที่ยวอัมสเตอร์ดัม หรือเที่ยวปารีสได้แล้ว

และแน่นอนว่าหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับ “เบียร์เบลเยียม” หรือ “วาฟเฟิล” หอม ๆ กันอยู่แล้ว แต่บอกเลยว่าประเทศนี้มีดีมากกว่าของกินอร่อย ๆ เยอะมาก! ทั้งพิพิธภัณฑ์สุดคูล คาเฟ่เก๋ ๆ ริมคลอง บรรยากาศโรแมนติก และมุมถ่ายรูปปัง ๆ ที่เหมาะกับทั้งสายเที่ยวคนเดียว มากับกลุ่มเพื่อน หรือพาคนรู้ใจมาเดต

ในบทความนี้ เราจะพาทุกคนไปปักหมุด 12 ที่เที่ยวเบลเยียม ที่ห้ามพลาด มีครบทั้งจุดเช็กอินยอดฮิตไปจนถึงเมืองลับน่ารัก ๆ พร้อมทริกดี ๆ ให้คุณแพลนทริปเที่ยวเองได้แบบไม่ง้อทัวร์ แถมอ่านจบแล้วก็สามารถเข้าไปจองทั้งตั๋วเครื่องบินและที่พักราคาคุ้ม ๆ ผ่าน Traveloka ได้เลยในที่เดียว สะดวก ครบ จบ รวดเร็วสุด ๆ

พร้อมแล้วก็เตรียมจดลิสต์ แล้วแพ็กกระเป๋าไปเที่ยวเบลเยียมด้วยกันเลย! 

จองตั๋วเครื่องบินไปเบลเยียม

Fri, 4 Sep 2026

Thai Airways

กรุงเทพ (BKK) ไป บรัสเซลส์ (BRU)

เริ่มจาก THB 16,964.89

Tue, 15 Sep 2026

Thai Airways

กรุงเทพ (BKK) ไป บรัสเซลส์ (BRU)

เริ่มจาก THB 17,087.44

Wed, 23 Sep 2026

Thai Airways

กรุงเทพ (BKK) ไป บรัสเซลส์ (BRU)

เริ่มจาก THB 17,087.44

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวเบลเยียมใน 1 นาที

จุดเด่นประเทศเบลเยียม: ประเทศเล็ก ๆ ใจกลางยุโรปที่เดินทางง่ายและมีเสน่ห์เกินต้าน อัดแน่นด้วยสถาปัตยกรรมระดับมรดกโลก เมืองเก่าโรแมนติกริมคลอง และวัฒนธรรมอาหารชื่อดังระดับโลกทั้งช็อกโกแลต เบียร์ และวาฟเฟิล
แนะนำ 12 ที่เที่ยวหลากหลายสไตล์: ครบทั้งจุดเช็กอินยอดฮิตใน บรัสเซลส์, เมืองโรแมนติกริมคลองยุคกลางที่ บรูจส์, เมืองฮิปสเตอร์เปี่ยมประวัติศาสตร์ที่ เกนต์, ย่านช้อปปิ้งเมืองแห่งเพชรที่ แอนต์เวิร์ป รวมถึงเมืองไร้พรมแดนสุด unseen อย่าง Baarle-Hertog 
วิธีเดินทางไปเบลเยียม: บินตรงมาลงนามบินบรัสเซลส์ (BRU) ใช้เวลาประมาณ 11-12 ชั่วโมง หรือบินแบบต่อเครื่องสุดคุ้ม นอกจากนี้ยังนั่งรถไฟความเร็วสูง Eurostar จากปารีสหรืออัมสเตอร์ดัมเข้ามาได้ง่าย ๆ เพียง 1-2 ชั่วโมง
วิธีเดินทางในเบลเยียม: สะดวกสบายด้วยรถไฟข้ามเมือง (SNCB) ที่เชื่อมต่อเมืองน่าเที่ยวหลัก ๆ ในเวลาแค่ 30-60 นาที ส่วนการเที่ยวในเมืองหลวงสามารถใช้รถไฟใต้ดิน (Metro) แทรม หรือเดินเท้าชมเมืองเก่าได้อย่างชิล ๆ
เดือนน่าเที่ยว: ช่วงที่ฟินที่สุดคือ มษายน – พฤษภาคม (ฤดูใบไม้ผลิ) และ กันยายน – ตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง) เพราะอากาศเย็นสบาย อุณหภูมิประมาณ 10–18°C เดินเที่ยวชมเมืองได้ทั้งวันแบบไม่ร้อนและไม่หนาวเกินไป

อัปเดทที่เที่ยวเบลเยียม

1. Grand Place

อัปเดตที่เที่ยวเบลเยียม 2025

ถ้ามาเที่ยวเมืองบรัสเซลส์แล้วไม่ได้มา Grand Place ถือว่ามาไม่ถึง! ที่นี่คือจัตุรัสกลางเมืองสุดอลังการที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO จุดเด่นคืออาคารรอบจัตุรัสที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบบาโรคและโกธิก โดยเฉพาะศาลาว่าการเมืองที่สูงตระหง่านสวยงามแบบหยุดมองไม่ได้ ช่วงกลางวันก็ถ่ายรูปสวยเพราะแสงธรรมชาติดี ส่วนตอนกลางคืนก็จะมีไฟประดับส่องตึกให้ดูโรแมนติกไปอีกแบบ สามารถแวะมาชม เดินเล่น ถ่ายรูป หรือดื่มกาแฟชิล ๆ ตามคาเฟ่รอบจัตุรัสได้แบบไม่มีเบื่อ และถ้าโชคดี อาจได้ชมพรมดอกไม้ (Flower Carpet) ที่จัดขึ้นทุก ๆ 2 ปีอีกด้วย!

2. Manneken Pis

ที่เที่ยวเบลเยียม

ถึงจะตัวเล็ก แต่ชื่อเสียงไม่เล็กเลยสำหรับ Manneken Pis รูปปั้นทองสัมฤทธิ์ของเด็กชายกำลังฉี่ที่ตั้งอยู่ใจกลางบรัสเซลส์ ห่างจาก Grand Place แค่เดินไม่กี่นาทีเอง! ถึงแม้จะดูธรรมดาในสายตาบางคน แต่เจ้าเด็กน้อยคนนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ที่คนทั้งเมืองภูมิใจ เพราะเป็นตัวแทนของความขี้เล่นและอารมณ์ขันแบบเบลเยียม น้องมักจะถูกแต่งตัวด้วยชุดต่าง ๆ ตามเทศกาลหรือโอกาสพิเศษ มีชุดกว่า 900 ชุดให้ดูในพิพิธภัณฑ์เลยนะ หรือจะเข้าไปส่องในเว็บไซต์ของ Brussels ก็ได้ ที่นี่คือจุดเช็คอินที่สายถ่ายรูปห้ามพลาด!

เวลเปิด-ปิด: 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม: ฟรี

3. Atomium

Atomium

พูดถึงบรัสเซลส์แล้วไม่พูดถึง Atomium คงไม่ได้! นี่คือแลนด์มาร์กสุดล้ำที่มีรูปร่างเหมือนโมเลกุลอะตอมขนาดยักษ์ ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1958 เพื่อจัดแสดงในงาน World Expo และกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โครงสร้างเหล็กสูงถึง 102 เมตร และมีลูกทรงกลม 9 ลูกเชื่อมต่อกัน คุณสามารถขึ้นลิฟต์ไปชมวิวบนจุดสูงสุดแบบ 360 องศาได้ และภายในแต่ละลูกก็มีนิทรรศการเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ดีไซน์ และประวัติของ Atomium ด้วย มุมถ่ายรูปภายนอกสวยสุด ๆ โดยเฉพาะช่วงเย็นที่เปิดไฟตกแต่งอย่างสวยงาม เป็นที่เที่ยวที่เหมาะกับสายครอบครัว สายถ่ายรูป และคนที่ชอบความล้ำผสมศิลปะ มีเว็บไซต์ให้ซื้อตั๋วออนไลน์ด้วยนะ

เวลเปิด-ปิด: 10.00 น. ถึง 18.00 น.

ค่าเข้าชม: €16

City of Brussels

Atomium & Design Museum Admission Ticket with Brussels Audio Guide & eSIM

City of Brussels

THB 1,147.74

4. Royal Palace of Brussels

Royal Palace of Brussels 

สถานที่ประทับของราชวงศ์เบลเยียมในฤดูร้อน และเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวเมืองบรัสเซลส์ที่สวยและขลังที่สุดในเมือง ภายนอกโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์นีโอคลาสสิกที่ดูสง่าและมีพลัง ส่วนภายใน (ถ้าเปิดให้เข้าชม) ก็เต็มไปด้วยห้องหรูหราที่ตกแต่งด้วยงานศิลปะและของสะสมระดับพิพิธภัณฑ์ ตัวอาคารตั้งอยู่ไม่ไกลจากสวนสาธารณะ Parc de Bruxelles ซึ่งเหมาะแก่การเดินเล่นแบบชิล ๆ หากใครชอบประวัติศาสตร์ ราชวงศ์ หรือสถาปัตยกรรมคลาสสิก ที่นี่ตอบโจทย์มาก ๆ บรรยากาศสงบ ร่มรื่น เหมาะกับสายเที่ยวแบบเนิบ ๆ ถ่ายรูปได้หลายมุมเลยล่ะ!

5. Mont des Arts

Mont des Arts 

Mont des Arts เป็นจุดชมวิวเมืองที่โรแมนติกและศิลป์สุด ๆ แห่งหนึ่งในบรัสเซลส์ ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็ก ๆ ที่เชื่อมระหว่างย่านเมืองเก่ากับย่านพิพิธภัณฑ์ ไฮไลต์คือวิวที่มองเห็นหอคอยของศาลากลางเมือง Grand Place กับสวนสวย ๆ ด้านล่างที่ออกแบบอย่างเป็นระเบียบสวยงาม ไม่ว่าจะมาช่วงกลางวันหรือพระอาทิตย์ตกก็ถ่ายรูปได้สวยทุกมุม รอบ ๆ ยังรายล้อมด้วยพิพิธภัณฑ์ระดับชาติ เช่น Royal Library of Belgium, Magritte Museum และ Musical Instruments Museum เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบเดินเล่น ชมวิว พักผ่อน หรือเสพงานศิลป์แบบเต็มอิ่มในบรรยากาศสุดชิล!

เวลเปิด-ปิด: 24 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม: ฟรี

6. Galeries Royales Saint-Hubert

Galeries Royales Saint-Hubert ที่เที่ยวเบลเยียม

ถ้าคุณชอบช้อปปิ้ง เดินดูของสวย ๆ และเสพบรรยากาศคลาสสิกหรูหรา ต้องไม่พลาดที่นี่เลย! Galeries Royales Saint-Hubert คือแกลเลอรีช้อปปิ้งในร่มสุดหรูที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1847 และถือเป็นหนึ่งในแหล่งช้อปปิ้งที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป อาคารสไตล์เรอเนสซองส์คลาสสิกมีหลังคากระจกโค้งโปร่งแสงสวยงามมาก เหมาะกับการเดินเล่นถ่ายรูปในวันที่อากาศไม่เป็นใจ ที่นี่เต็มไปด้วยร้านช็อกโกแลตเบลเยียมชื่อดัง คาเฟ่สุดหรู ร้านหนังสือเก่า และแกลเลอรีศิลปะ เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายชิล สายชอบของพรีเมียม หรือใครที่อยากหาของฝากจากเบลเยียมเก๋ ๆ ติดมือกลับบ้าน รับรองมาแล้วจะเพลินจนลืมเวลา!

7. Bruges (บรูจส์)

Bruges (บรูจส์)

เมืองเล็ก ๆ แสนโรแมนติกในเบลเยียมที่ได้ฉายาว่า "เวนิสแห่งเบลเยียม" เพราะมีคลองเล็ก ๆ ไหลผ่านทั่วเมือง บ้านเรือนสีพาสเทลสุดน่ารัก ถนนหินโบราณ และจัตุรัสที่ยังคงกลิ่นอายยุคกลางอยู่ครบ เมืองนี้เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูป จิบช็อกโกแลตร้อน หรือขึ้นเรือชมเมืองผ่านคลองแบบชิล ๆ สุด ๆ แนะนำสำหรับสายโรแมนติก สายถ่ายรูป และคู่รักที่มองหาทริปเงียบสงบแต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ บรูจส์จึงเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวเบลเยียมที่ไม่ควรพลาด

8. Parc du Cinquantenaire

Parc du Cinquantenaire

ถ้าอยากหนีความวุ่นวายของเมือง แล้วหาที่เดินเล่น ชมธรรมชาติแบบมีศิลปะแทรกอยู่ทุกมุม แนะนำให้มาที่ Parc du Cinquantenaire! สวนสาธารณะขนาดใหญ่แห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1880 เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของประเทศเบลเยียม ไฮไลต์คือซุ้มประตูชัยขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่กลางสวน เหมือน Arc de Triomphe ฉบับบรัสเซลส์ มีสนามหญ้ากว้าง น้ำพุ และเส้นทางเดินร่มรื่น เหมาะกับการปิกนิก ถ่ายรูป หรือวิ่งออกกำลังเบา ๆ รอบ ๆ ยังมีพิพิธภัณฑ์รถยนต์และศิลปะให้นั่งเล่นเดินชมได้ด้วย ใครที่ชอบความสงบ ผสมความงามของศิลปะยุโรปแบบไม่ต้องเบียดกับคนเยอะ ๆ ที่นี่คือโอเอซิสในเมืองหลวงที่ควรแวะมาฮีลใจ!

เวลเปิด-ปิด: 6.00 น. ถึง 22.00 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี

9. Ghent (เกนต์)

Ghent (เกนต์)

อีกหนึ่งเมืองน่าเที่ยวของเบลเยียมที่มักถูกมองข้าม แต่จริง ๆ แล้วคือเพชรเม็ดงามของเบลเยียมเลย! เมืองนี้ผสมผสานทั้งความเก่าและความเท่ได้อย่างลงตัว มีทั้งปราสาทยุคกลางอย่าง Gravensteen โบสถ์สวย ๆ อย่าง St. Bavo's Cathedral และบรรยากาศริมคลองสุดชิลเหมาะกับการนั่งปล่อยใจที่คาเฟ่ริมน้ำ ชมเมือง สายประวัติศาสตร์ สายอาร์ต หรือแม้แต่ฮิปสเตอร์ก็มักจะตกหลุมรักเมืองนี้ เพราะเต็มไปด้วยร้านคูล ๆ แกลเลอรี่ และงานสตรีทอาร์ต ที่นี่มีเสน่ห์ไม่แพ้ Bruges แต่ผู้คนไม่พลุกพล่านเท่า ทำให้เที่ยวได้แบบสบายใจ

10. Baarle-Hertog

Baarle-Hertog  ที่เที่ยว้บลเยียม

เมืองเล็ก ๆ ที่น่าสนใจสุด ๆ เพราะเมืองนี้มีเส้นแบ่งประเทศที่แปลกและซับซ้อนที่สุดในโลก! เมืองนี้ตั้งอยู่ในเบลเยียม…แต่ล้อมรอบไปด้วยดินแดนของเนเธอร์แลนด์! ความสนุกคือคุณสามารถเดินข้ามประเทศได้แค่ไม่กี่ก้าว โดยที่พื้นถนนจะมีเส้นแบ่งเขตประเทศชัดเจน บางร้านหรือบ้านหลังเดียวอาจมีครัวอยู่ในเบลเยียม ส่วนห้องนั่งเล่นอยู่ในเนเธอร์แลนด์เลยก็มี! ที่นี่เหมาะกับคนที่ชอบอะไรแปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร และชอบถ่ายรูปมุมเก๋ ๆ สรุปแล้วมาเที่ยวเมือง Baarle คุณจะได้เที่ยวสองประเทศในวันเดียวด้วยการเดิน และยังมีคาเฟ่น่ารัก ร้านขนม และมิวเซียมเล็ก ๆ ที่น่าสนใจอีกเพียบด้วยนะ!

11. St. Michael and St. Gudula Cathedral

St. Michael and St. Gudula Cathedral

หนึ่งในโบสถ์ที่สวยและขลังที่สุดในบรัสเซลส์คือ St. Michael and St. Gudula Cathedral โบสถ์หินขนาดใหญ่ที่มีอายุกว่า 700 ปี ตั้งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมือง โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิกที่ดูสง่างามทั้งภายนอกและภายใน ด้านในมีหน้าต่างกระจกสี (stained glass) ขนาดใหญ่ที่บอกเล่าเรื่องราวในพระคัมภีร์อย่างประณีต รวมถึงออร์แกนขนาดใหญ่ และแท่นพิธีที่ประดิษฐ์อย่างวิจิตร เหมาะกับคนที่ชื่นชอบงานศิลปะเก่า ประวัติศาสตร์ยุโรป หรือใครที่มองหาสถานที่เงียบสงบเพื่อพักใจสักหน่อย แนะนำให้แวะมาชมช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ๆ บรรยากาศจะสงบและถ่ายรูปออกมาสวยสุด ๆ

เวลเปิด-ปิด: 8.00 น. ถึง 18.00 น.

12. Antwerp

ที่เที่ยวเบลเยียม

เมืองเก๋ ๆ ในเบลเยียมที่สายอาร์ต สายแฟชั่น และสายชิลไม่ควรพลาด! ที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งเพชร เพราะเป็นศูนย์กลางการค้าเพชรระดับโลก แต่ก็ไม่ได้มีดีแค่นั้นนะ เพราะยังเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสวย ๆ อย่างสถานีรถไฟ Antwerp Central ที่อลังการสุด ๆ และพิพิธภัณฑ์ MAS ที่รวมทั้งศิลปะและวิวแม่น้ำสุดปังไว้ในที่เดียว ใครเป็นแฟนผลงานของรูเบนส์ก็ต้องแวะ Rubenshuis ด้วยนะ ส่วนสายช้อป เราขอแนะนำย่านช้อปปิ้ง Meir ที่จะละลายทรัพย์คุณแบบไม่รู้ตัว นอกจากนั้นยังมีคาเฟ่ฮิปส์ ๆ ให้คุณได้นั่งสโลว์ไลฟ์อีกเพียบ! เมืองนี้เหมาะกับคนที่อยากได้ความคึกคักแบบมีสไตล์ เที่ยวแบบสบาย ๆ แต่ได้แรงบันดาลใจกลับไปเพียบเลยล่ะ

ร้านอาหารแนะนำในเบลเยี่ยม

Delirium Café

สำหรับสายแฮงเอาต์หรือคอเบียร์ ต้องไม่พลาด Delirium Café บาร์ชื่อดังระดับโลกที่ครองสถิติกินเนสบุ๊กจากการมีเบียร์ให้เลือกมากกว่า 2,000 ชนิด! ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก Grand Place เดินมาแค่ไม่กี่นาทีก็ถึง ที่นี่เต็มไปด้วยบรรยากาศครึกครื้น สนุกสนานในสไตล์เบลเยียมแท้ ๆ เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายชิล สายเบียร์ หรือกลุ่มเพื่อนที่อยากมานั่งแฮงเอาต์ในบาร์เก่าแก่แต่เก๋สุด ๆ ภายในตกแต่งด้วยของสะสมเกี่ยวกับเบียร์จากทั่วโลก ใครไม่ดื่มแอลกอฮอล์ก็ยังสนุกได้เพราะบรรยากาศดี เพลงเพราะ คนเฟรนด์ลี่ เป็นร้านเบียร์ในเบลเยียมที่ให้คุณสัมผัสชีวิตกลางคืนของบรัสเซลส์แบบไม่ต้องปรุงแต่งเลย!

เวลเปิด-ปิด:

วันอาทิตย์ 11.00 น. ถึง 2.00
วันจันทร์-วันพฤหัส 11.00 น. ถึง 3.00 น.
วันศุกร์-วันเสาร์ 11.00 น. ถึง 4.00 น.

Brasserie Signature

ถ้าใครกำลังมองหาร้านอาหารใน Antwerp ที่ทั้งหรูนิด ๆ แต่อบอุ่นเหมือนนั่งกินข้าวบ้านเพื่อน บอกเลยว่า Brasserie Signature คือคำตอบ! ที่นี่เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศส-เบลเยียมที่พิถีพิถันสุด ๆ ทุกจานจัดมาอย่างสวยงาม รสชาติกลมกล่อม แถมวัตถุดิบยังสดใหม่ตามฤดูกาล เมนูแนะนำคือ steak tartare และ mussels with white wine sauce ที่ต้องลองให้ได้ บรรยากาศร้านตกแต่งแบบคลาสสิกผสมโมเดิร์น มีความเรียบหรูแต่นั่งสบาย เหมาะกับมื้อค่ำโรแมนติกหรือนัดพิเศษแบบเพื่อนสนิท ถ้าอยากสัมผัสเบลเยียมในมุมที่ละเมียดละไมและน่าประทับใจ ต้องมาที่นี่เลย

เวลเปิด-ปิด: 12.00 น. ถึง 23.00 น.

No Worries

ชื่อร้านก็บอกอยู่แล้วว่า No Worries เพราะที่นี่คือคาเฟ่และร้านอาหารสไตล์ชิล ๆ ใน Antwerp ที่พร้อมให้คุณพักผ่อนแบบไม่ต้องคิดมาก! ร้านตกแต่งสไตล์โบฮีเมียนนิด ๆ มีมุมถ่ายรูปน่ารักเพียบ เมนูเน้นอาหารสุขภาพแบบโฮมเมด ทั้ง buddha bowls, smoothie bowls, แซนด์วิช และกาแฟดี ๆ ที่คั่วมาอย่างตั้งใจ สายวีแกนและมังสวิรัติจะหลงรักร้านนี้แน่นอน บรรยากาศอบอุ่น เป็นกันเอง เหมาะกับการมานั่งทำงานเงียบ ๆ หรือจิบกาแฟยามบ่ายกับเพื่อน ร้านตั้งอยู่ไม่ไกลจากย่านช้อปปิ้ง เดินมาง่าย ใครอยากเติมพลังระหว่างทริปแบบเฮลท์ตี้และน่ารัก ต้องแวะ No Worries สักครั้ง

เวลเปิด-ปิด:

วันพุธ พฤหัส ศุกร์ 10.00 น. ถึง 17.00 น.
วันเสาร์ 9.00 น. ถึง 17.00 น.
ปิดวันจันทร์-วันอังคาร

ที่พักยอดนิยมในเบลเยียม

OPO Hotel

ที่พักเบลเยียม
ที่พักเบลเยียม
ที่พักเบลเยียม
ที่พักเบลเยียม

+2

ที่พักเบลเยียม

เหมาะกับ: กลุ่มเพื่อน สายอาร์ต สายคอนเทนต์ คู่รัก

OPO Hotel คือหนึ่งในโรงแรมบูติกที่น่ารักที่สุดใน Brussels! ด้วยการตกแต่งที่ผสมผสานระหว่างมินิมอล โมเดิร์น และความอบอุ่นแบบยุโรป ให้ความรู้สึกเหมือนได้มาพักในบ้านดีไซน์เก๋ของเพื่อนที่มีรสนิยมสุด ๆ ห้องพักสะอาด เรียบแต่มีดีเทลที่น่าประทับใจ เช่น แสงธรรมชาติ เฟอร์นิเจอร์ไม้ และของตกแต่งสไตล์ local บริการก็เป็นกันเองสุด ๆ และสามารถให้คำแนะนำเรื่องการเที่ยวได้ดีมาก ทำเลของโรงแรมก็ถือว่าเงียบสงบ เดินทางง่าย เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชอบโรงแรมที่มีเอกลักษณ์ และสัมผัสบรรยากาศแบบ local design

Belgium

OPO Hotel

9.2/10

City of Brussels

THB 6,900.05

THB 5,899.17

DoubleTree by Hilton Brussels City

โรงแรมเบลเยียม
โรงแรมเบลเยียม
โรงแรมเบลเยียม
โรงแรมเบลเยียม
โรงแรมเบลเยียม

เหมาะกับ: ครบครัว คู่รัก สายติดแกลม สายรักสบาย

สำหรับสายพักหรูแบบคุ้มค่า แนะนำ DoubleTree by Hilton Brussels City ที่ตั้งอยู่ใกล้ทั้งสวนสาธารณะและสถานีรถไฟ Botanique บรรยากาศโรงแรมคือเรียบหรู ดูโปรเฟสชันนอลแต่ไม่แข็งเกินไป ห้องพักกว้าง สะดวกสบาย เตียงนุ่มสุด ๆ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน จุดเด่นอีกอย่างคือการบริการที่อบอุ่นตั้งแต่หน้าเคาน์เตอร์ จนถึงตอนเช็กเอาต์ และอย่าลืมรับคุกกี้ช็อกโกแลตชิ้นโตตอนเช็กอินที่เป็นเอกลักษณ์ของ DoubleTree ด้วยนะ! เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการความสบาย บริการดีเยี่ยม และโลเคชั่นที่เงียบสงบแต่เดินทางง่าย

Belgium

DoubleTree by Hilton Brussels City

9.4/10

Saint-Josse-ten-Noode

THB 8,797.02

THB 5,278.21

ibis Brussels off Grand Place

ที่พักเบลเยียม ใกล้ที่เที่ยว
โรงแรมเบลเยียม ใกล้ที่เที่ยว
ที่พักเบลเยียม
ที่พักโรงแรม ใกล้ที่เที่ยวเบลเยียม
ที่พักเบลเยียม ราคาถูก

เหมาะกับ: สายชิล สายเที่ยวคนเดียว ครอบครัว สายรักความสะดวกสบาย สายคุมบัจเจต

ใครมองหาที่พักทำเลดีใจกลาง Brussels ต้องไม่พลาด ibis Brussels off Grand Place เพราะอยู่ห่างจากจัตุรัส Grand Place แค่ไม่กี่ก้าว เดินทางสะดวกมาก ไม่ว่าจะมาจากสนามบินหรือสถานีรถไฟกลาง ห้องพักอาจจะไม่ได้กว้างมาก แต่จัดสรรพื้นที่ได้ดี สะอาด และมีครบทุกอย่างที่จำเป็น แถมยังมีเสียงกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดีด้วยนะ เหมาะมากกับคนที่เน้นโลเคชั่น เดินเที่ยวสะดวก และพักผ่อนแบบเรียบง่าย ราคาไม่แรง

Belgium

ibis บรัสเซลส์ ออฟ แกรนด์เพลส

8.7/10

City of Brussels

THB 5,400.49

THB 4,860.44

วิธีการเดินทางไปเบลเยียม

บินตรงลงสนามบินบรัสเซลส์ (Brussels Airport - BRU): วิธีสะดวกที่สุดสำหรับสายเที่ยว คือนั่งเครื่องบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปลงสนามบินบรัสเซลส์ (BRU) ใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมงนิด ๆ สนามบินตั้งอยู่ที่เมืองซาเวนเทม ห่างจากตัวเมืองบรัสเซลส์ แค่ 12 กิโลเมตร ลงเครื่องปุ๊บ ก็นั่งรถไฟใต้เทอร์มินอลเข้าเมืองได้ทันที
บินแบบต่อเครื่อง (Connecting Flight): สายประหยัดหรือคนที่อยากได้ตัวเลือกเวลาหลากหลาย แนะนำบินแบบแวะต่อเครื่องตามเมืองศูนย์กลางในยุโรปหรือตะวันออกกลาง แล้วบินมาลงสนามบิน BRU หรือจะลงสนามบินใกล้เคียง เช่น Charleroi Airport (CRL) สำหรับสายการบินโลว์คอสต์ แล้วนั่ง Shuttle Bus เข้าบรัสเซลส์ก็ได้เช่นกัน
นั่งรถไฟความเร็วสูงข้ามประเทศ (Eurostar): ใครจัดแพลนเที่ยวเบลเยียมควบคู่กับประเทศข้างเคียง สามารถนั่งรถไฟ Eurostar มาลงที่ สถานีรถไฟ Brussels-South (Bruxelles-Midi) ได้เลยสะดวกสุด ๆ นั่งจากปารีส (สถานี Paris Nord) ใช้เวลาแค่ 1 ชั่วโมง 20 นาที หรือจากอัมสเตอร์ดัม (สถานี Amsterdam Centraal) ก็ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 50 นาทีเท่านั้น
นั่งรถบัสระหว่างประเทศ (FlixBus): อีกหนึ่งทางเลือกสุดคุ้มสำหรับสายคุมงบ รถบัสข้ามแดนจากเมืองใหญ่ในยุโรปจะมาจอดส่งที่ สถานีรถไฟ Brussels-North (Bruxelles-Nord) หรือ Brussels-South (Bruxelles-Midi) ให้เราเชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะเพื่อเดินทางไปยัง ที่พักเบลเยียมได้สะดวก
เช่ารถขับเที่ยวข้ามพรมแดน: สำหรับคนที่ชอบความยืดหยุ่น สามารถขับรถมาจากเนเธอร์แลนด์หรือฝรั่งเศสได้ง่าย ๆ โดยใช้ทางหลวงสาย E19 (เชื่อมเนเธอร์แลนด์–แอนต์เวิร์ป–บรัสเซลส์) หรือ ทางหลวงสาย E40 (เชื่อมจากฝรั่งเศสฝั่งตะวันตกเข้าเบลเยียม) ขับชมวิวเพลิน ๆ ข้ามประเทศได้สบาย ๆ

จองตั๋วเครื่องบินไปเบลเยียม ราคาสบายกระเป๋า

Fri, 4 Sep 2026

Thai Airways

กรุงเทพ (BKK) ไป บรัสเซลส์ (BRU)

เริ่มจาก THB 16,964.89

Tue, 15 Sep 2026

Thai Airways

กรุงเทพ (BKK) ไป บรัสเซลส์ (BRU)

เริ่มจาก THB 17,087.44

Wed, 23 Sep 2026

Thai Airways

กรุงเทพ (BKK) ไป บรัสเซลส์ (BRU)

เริ่มจาก THB 17,087.44

วิธีการเดินทางในเบลเยียม

รถไฟข้ามเมือง (SNCB/NMBS): ระบบการเดินทางในเบลเยียมที่รวดเร็วทันใจที่สุด! รถไฟวิ่งเชื่อมทุกเมืองน่าเที่ยวในเบลเยียม ได้ในเวลาไม่กี่นาที โดยมีสถานีหลักในเมืองหลวงคือ สถานี Brussels-Central
รถไฟใต้ดินและรถแทรม (Metro & Tram): ตัวช่วยท่องเมืองบรัสเซลส์สุดสะดวก! นั่งรถไฟใต้ดิน Metro สาย 1 และ 5 มาลง สถานี Gare Centrale เพื่อไปเดินชิลที่จัตุรัสกร็องปลัส หรือนั่ง Metro สาย 6 ไปลง สถานี Heysel เพื่อถ่ายรูปกับอะโตเมียม นอกจากนี้ยังมีรถแทรมสาย 3 และ 4 วิ่งตัดผ่านใจกลางเมืองผ่านจุดเช็กอินสำคัญเพียบ
เดินเท้าชมเมืองเก่า (Walking): ย่านเมืองเก่าในเบลเยียมผูกติดกันจนเดินเที่ยวได้เพลินมาก ๆ จากจัตุรัสกลางเมืองสามารถเดินไปถ่ายรูปกับรูปปั้นแมนเนเกนพิส หรือแวะชิมช็อกโกแลตเบลเยียมรสเลิศตามร้านดังข้างทางได้ง่าย ๆ ในระยะเดินถึง
เช่ารถขับเที่ยว (Car Rental): เหมาะมากสำหรับสาย Road Trip โดยขับออกจากบรัสเซลส์ไปตาม ทางหลวงสาย A10 / E40 มุ่งหน้าสู่เมืองเกนต์และบรูจส์ หรือใช้ ทางหลวงสาย A12 / E19 วิ่งขึ้นเหนือไปเมืองแอนต์เวิร์ป ได้ตามใจชอบ (แนะนำให้จอดรถไว้นอกเขตเมืองเก่าแล้วเดินต่อ เพื่อเลี่ยงปัญหาที่จอดรถหายาก)

เที่ยวเบลเยียม เดือนไหนดี?

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการ เที่ยวเบลเยียม คือ เดือนเมษายน – พฤษภาคม (ฤดูใบไม้ผลิ) และ เดือนกันยายน – ตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง) เพราะสภาพอากาศกำลังเย็นสบาย อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 10–18°C เหมาะกับการเดินเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวเบลเยียมกลางแจ้งได้ทั้งวัน ไม่หนาวหรือร้อนเกินไป และปริมาณนักท่องเที่ยวไม่หนาแน่นเท่าฤดูร้อน 

แต่ทั้งนี้เบลเยียมก็เป็นประเทศได้ทุกฤดู ขึ้นอยู่กับสไตล์ที่ชอบ โดยบรรยากาศแต่ช่วงจะแตกต่างกันดังนี้เลย 

ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน – พฤษภาคม): สภาพอากาศเริ่มอบอุ่น อุณหภูมิประมาณ 10–18°C ต้นไม้และดอกไม้เริ่มบานสะพรั่ง บรรยากาศสดใส เหมาะมากกับการเดินเล่นถ่ายรูปตามเมืองเก่าอย่าง บรูจส์ หรือ เกนต์ และยังเป็นช่วงที่ดอกบลูเบลล์บานเต็มป่า Hallerbos อันโด่งดังอีกด้วย
ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม): อุณหภูมิประมาณ 15–25°C กลางวันยาวนาน สว่างจนถึงเกือบ 4 ทุ่ม ทำให้มีเวลาเก็บที่เที่ยวในเบลเยียมได้เยอะ มีเทศกาลดนตรีและกิจกรรมกลางแจ้งคึกคัก แต่ก็เป็นช่วง Peak Season ที่นักท่องเที่ยวเยอะและราคาที่พักเบลเยียมปรับสูงขึ้น
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน): อุณหภูมิประมาณ 8–15°C ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีเป็นโทนสีส้มแดง โรแมนติกสุด ๆ บรรยากาศเงียบสงบ นักท่องเที่ยวเริ่มซาลง ทำให้เดินเที่ยวถ่ายรูปมุมยอดฮิตอย่างจัตุรัสกร็องปลัส ได้ชิล ๆ และได้ตั๋วเครื่องบินในราคาคุ้มค่า
ฤดูหนาว (ธันวาคม – มีนาคม): อุณหภูมิประมาณ 1–7°C อากาศหนาวเย็นและอาจมีฝนหรือหิมะตก ไฮไลต์เด็ดคือช่วงเดือนธันวาคมที่จะมีตลาดคริสต์มาส (Christmas Market) จัดขึ้นทั่วเมืองอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมไฟประดับประดาสวยงาม เหมาะสำหรับสายชอบบรรยากาศเทศกาลฤดูหนาว

ตารางสรุปช่วงเวลาน่าเที่ยวในเบลเยียม 

ช่วงเดือนสภาพอากาศ / อุณหภูมิไฮไลต์การท่องเที่ยวระดับความน่าเที่ยว
เม.ย. – พ.ค. (ใบไม้ผลิ)เย็นสบาย (10–18°C)ชมดอกไม้บาน, ป่าบลูเบลล์ Hallerbos, เดินชมเมืองเก่าดีที่สุด
มิ.ย. – ส.ค. (ฤดูร้อน)อบอุ่น (15–25°C)เที่ยวได้ยาวนานกลางวันยาว, เทศกาลดนตรีกลางแจ้งดี
ก.ย. – พ.ย. (ใบไม้ร่วง)เริ่มเย็นลง (8–15°C)ชมใบไม้เปลี่ยนสี, บรรยากาศโรแมนติก, คนไม่แออัดดีที่สุด
ธ.ค. – มี.ค. (ฤดูหนาว)หนาวเย็น (1–7°C)ตลาดคริสต์มาส, ชมไฟประดับเมือง, สัมผัสความหนาวปานกลาง

เคล็ดลับการเที่ยวเบลเยียม

พกเงินสดติดตัวไว้บ้าง: แม้เบลเยียม จะใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต/เดบิตเป็นหลัก แต่ห้องน้ำสาธารณะ ร้านค้าขนาดเล็ก หรือร้านขายช็อกโกแลตเบลเยียม บางแห่งยังคงรับเฉพาะเงินสดอยู่ มีไว้ สบายใจกว่า
จองตั๋วรถไฟล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน: แนะนำให้โหลดแอป SNCB สำหรับวางแพลนเที่ยวและเช็กตารางรถไฟ หากเดินทางช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ สามารถกดซื้อตั๋ว Weekend Ticket เพื่อรับส่วนลดราคาตั๋วลงได้ถึง 50%
เลือกล็อกเกอร์ฝากกระเป๋าที่สถานีรถไฟ: สำหรับสายลุยที่จัดแพลนเที่ยวเบลเยียม 1 วัน หรือแวะเที่ยวระหว่างทาง สามารถฝากกระเป๋าเดินทางไว้ที่ล็อกเกอร์ในสถานีรถไฟหลักอย่าง Brussels-Central, Ghent-Sint-Pieters หรือ Brugge ได้ สะดวกสบายไม่ต้องลากกระเป๋าเที่ยวให้เหนื่อย
เลือกรองเท้าพื้นหนาและเดินสบาย: ถนนในย่านเมืองเก่าของเมืองยอดฮิตอย่าง บรูจส์ และ เกนต์ เป็นปูด้วยหินกรวดโบราณ (Cobblestone) การใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่รองรับน้ำหนักได้ดีจะช่วยให้เที่ยวได้แบบสบายตัวกว่า 
เลือกที่พักใกล้สถานีรถไฟหลัก: แนะนำให้เลือกจองที่พักเบลเยียม ใกล้สถานีรถไฟ เพราะจะช่วยทั้งประหยัดเวลาลากกระเป๋า และทำให้นั่งรถไฟสลับไปเที่ยวตามเมืองน่าเที่ยวในเบลเยียม ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

Belgium

Travel Activity

Saint-Josse-ten-Noode

ดูราคา

อ่านต่อ:

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวเบลเยียม

Q: เที่ยวเบลเยียม ต้องขอวีซ่าไหม?

A: ต้องขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) โดยสามารถยื่นขอผ่านศูนย์บริการยื่นวีซ่าเบลเยียม (VFS Global) ในไทยล่วงหน้าได้สูงสุด 6 เดือนก่อนวันเดินทาง ซึ่งวีซ่าเชงเกนนี้จะช่วยให้เราสามารถเดินทางเที่ยวข้ามไปยังประเทศข้างเคียงอย่างฝรั่งเศสหรือเนเธอร์แลนด์ต่อได้สบาย ๆ เลย

Q: ไปเที่ยวเบลเยียม งบประมาณเฉลี่ยวันละเท่าไหร่?

A: A: ค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยในเบลเยียมอยู่ที่ประมาณ 80 – 150 ยูโร/คน/วัน (ประมาณ 3,100 – 5,800 บาท) สำหรับค่าเดินทางด้วยรถไฟ ค่าอาหาร และค่าเข้าชมสถานที่ ทั้งนี้งบรวมทั้งทริปจะขึ้นอยู่กับราคาตั๋วเครื่องบินและประเภทที่พักที่เลือก หากต้องการคุมงบ แนะนำให้กดจองตั๋วบินและที่พักราคาคุ้ม ๆ ผ่าน Traveloka ซื้อตั๋วรถไฟช่วงเสาร์-อาทิตย์ (Weekend Ticket) และเลือกทานอาหารตามร้านบิสโทรหรือสตรีทฟู้ดท้องถิ่น

Q: จากสนามบินบรัสเซลส์ (BRU) เข้าตัวเมืองยังไงดีที่สุด?

A: วิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดคือ นั่งรถไฟ (SNCB) จากสถานีใต้เทอร์มินอล (Brussels Airport-Zaventem) ยิงยาวเข้าสู่สถานีหลักในเมืองอย่าง Brussels-Central หรือ Brussels-Midi ได้โดยตรง ใช้เวลาเพียง 15–20 นาทีเท่านั้น

Q: ไปเที่ยวเบลเยียม ควรแต่งตัวยังไงดี?

A: แนะนำแต่งตัวสไตล์ Layering (สวมทับหลายชั้น) เพราะสภาพอากาศในยุโรปเปลี่ยนแปลงได้บ่อย แม้มาช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร่วงก็ควรมีแจ็กเก็ตหรือเสื้อกันลมติดตัวไว้ และสิ่งสำคัญที่สุดคือ รองเท้าผ้าใบที่เดินสบาย เพราะถนนในย่านเมืองเก่าส่วนใหญ่เป็นหินกรวดโบราณ (Cobblestone)

Q: ขับรถเที่ยวในเบลเยียม หาที่จอดรถยากไหม?

A: การหาที่จอดรถใน เขตเมืองเก่า (Old Town) ค่อนข้างยากและราคาแพงมาก ทางที่ดีที่สุดแนะนำให้จอดรถไว้ที่ลานจอด Park & Ride (P+R) นอกเมือง แล้วใช้วิธีเดินเท้าหรือนั่งรถแทรมเข้าเมืองเก่า จะช่วยประหยัดเงินและเที่ยวได้สบายใจกว่าเยอะ 

บทความแนะนำ

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ Belgium

Brussels

Belgium

Provincie Antwerpen

Belgium

Belgium

Flanders

Belgium
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร