
อาเซอร์ไบจาน (Azerbaijan) อาจเป็นประเทศที่หลายคนมองข้ามเวลาแพลนเที่ยวต่างประเทศ แต่จริงๆ แล้วที่นี่คือหนึ่งในประเทศที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แบบไม่เหมือนใคร ทั้งความเป็นเมืองที่ผสมวัฒนธรรมระหว่างเอเชียและยุโรป สถาปัตยกรรมที่หลากหลายตั้งแต่เมืองเก่าไปจนถึงแลนด์มาร์คสุดล้ำ รวมถึงธรรมชาติสุดยูนีคที่หาดูได้ยาก
ใครที่กำลังสงสัยว่าอาเซอร์ไบจาน มีอะไรน่าสนใจ บทความนี้เราคัดมาให้แล้วกับ 10 ที่เที่ยวอาเซอร์ไบจานแบบครบทุกสไตล์ ไม่ว่าจะสายถ่ายรูป สายวัฒนธรรม หรือสายธรรมชาติ พร้อมป้ายยาที่พักน่านอน ช่วงเวลาน่าเที่ยว และทริควางแผนแบบจัดเต็ม อ่านจบสามารถแพลนทริปเที่ยวอาเซอร์ไบจานได้ทันที แถมยังจองตั๋วเครื่องบินและที่พักในอาเซอร์ไบจาน ได้ง่ายๆ ผ่าน Traveloka ครบจบในแอปเดียวอีกด้วยๆ!
ถ้ามาเที่ยวอาเซอร์ไบจานแล้วไม่แวะ Old City Baku ถือว่าพลาดมาก เพราะที่นี่คือหัวใจของเมืองบากู และเป็นจุดที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ของประเทศอาเซอร์ไบจานได้ดีที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยเมืองเก่าแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO อีกด้วย ตัวเมืองถูกล้อมด้วยกำแพงหินโบราณอายุกว่า 1,000 ปี เดินเข้าไปแล้วเหมือนหลุดไปอีกยุคหนึ่งเลยจริงๆ ด้านในเต็มไปด้วยตรอกเล็กๆ ร้านของที่ระลึก คาเฟ่ และบ้านสไตล์โบราณที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมเอาไว้ครบ เหมาะมากสำหรับสายเดินเที่ยวเมืองเก่าหรือใครที่อยากได้ฟีลยุโรปผสมเอเชียแบบคลาสสิก บอกเลยว่าเดินเพลินจนลืมเวลาแน่นอน
Maiden Tower คืออีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญใน Old City ที่ทั้งเก่าแก่และเต็มไปด้วยปริศนา หอคอยทรงกระบอกแห่งนี้มีอายุกว่าพันปี และเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่มรดกโลก UNESCO ร่วมกับเมืองเก่าบากูด้วย แต่สิ่งที่น่าสนใจคือจนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่าหอคอยนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร บางทฤษฎีบอกว่าเป็นหอคอยป้องกันเมือง บางทีก็บอกว่าเป็นหอดูดาวหรือสถานที่ทางศาสนา ความลึกลับนี้ทำให้ที่นี่ดูมีเสน่ห์ขึ้นไปอีกระดับและจากด้านบนยังสามารถชมวิวเมืองและทะเลแคสเปียนแบบพาโนรามาได้ด้วย เป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปอาเซอร์ไบจานที่ทั้งได้ภาพสวยและได้ฟีลประวัติศาสตร์ไปพร้อมกัน
อีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่ทำให้หลายคนเริ่มรู้จัก บากู อาเซอร์ไบจาน ก็คือ Flame Towers ตึกระฟ้าทรงเปลวไฟที่โดดเด่นสุดๆ บน Skyline ของเมือง ความพิเศษคือดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจาก “เปลวไฟ” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประเทศนี้ (อาเซอร์ไบจานถูกเรียกว่า Land of Fire ด้วยนะ) ตอนกลางวันว่าเท่แล้ว แต่ตอนกลางคืนคือว้าวกว่าเดิม เพราะตัวตึกจะมีไฟ LED แสดงภาพเคลื่อนไหวเหมือนไฟลุกจริงๆ เป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปเมืองบากูที่ห้ามพลาด และเป็นสถาปัตยกรรมทันสมัยที่ตัดกับเมืองเก่าได้อย่างลงตัวมาก
ถ้าอยากเข้าใจความรุ่งเรืองในอดีตของประเทศอาเซอร์ไบจานมากขึ้น ต้องแวะ Palace of the Shirvanshahs เลย ที่นี่เคยเป็นที่ประทับของราชวงศ์ชีร์วานชาห์ในศตวรรษที่ 15 ซึ่งภายในไม่ได้มีแค่อาคารพระราชวังเท่านั้น แต่ยังมีมัสยิด สุสาน และลานกว้างที่เชื่อมต่อกันเป็นคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ สถาปัตยกรรมหินสีทรายดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง เดินชมแล้วจะรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายของยุคกลาง เหมาะกับสายเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่อยากดื่มด่ำเรื่องราวประวัติศาสตร์แบบจริงจัง แต่ก็ยังถ่ายรูปออกมาสวยแบบคลาสสิกได้ทุกมุม
อีกหนึ่งเสน่ห์ของที่เที่ยวอาเซอร์ไบจาน ที่หลายคนอาจไม่รู้ก็คือ ที่นี่มีชายฝั่งติดกับทะเลแคสเปียน (Caspian Sea) ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุดในโลก บรรยากาศริมฝั่งในบากูจะให้ฟีลคล้ายเมืองยุโรป มีทางเดินเลียบชายฝั่ง (Baku Boulevard) ยาวหลายกิโลเมตร เต็มไปด้วยสวน คาเฟ่ และมุมให้นั่งชิล ช่วงเย็นคือไฮไลต์เลย เพราะแสงพระอาทิตย์ตกสะท้อนน้ำสวยมาก เหมาะกับการมาเดินเล่น พักผ่อน หรือเก็บภาพสวยๆ แบบไม่ต้องเร่งรีบ เป็นมุมชิลๆ ที่ช่วยบาลานซ์ทริปให้ครบทั้งเที่ยวเมือง วัฒนธรรม และธรรมชาติในวันเดียวได้เลย
ถ้าอยากเห็นอีกมุมของประเทศอาเซอร์ไบจาน ที่เก่าแก่ยิ่งกว่าประวัติศาสตร์เมือง ต้องแวะ Gobustan National Park เลย ที่นี่เป็นแหล่งโบราณคดีที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO เพราะมีภาพสลักหิน (Petroglyphs) อายุย้อนไปได้ถึงราว 40,000 ปี! ภาพที่เห็นบนหินจะเป็นเรื่องราวของมนุษย์ยุคโบราณ ทั้งการล่าสัตว์ การเต้นรำ และวิถีชีวิตในอดีต เดินดูไปเรื่อยๆ จะรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลาไปเห็นโลกยุคก่อนประวัติศาสตร์จริงๆ เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกที่เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสประวัติศาสตร์แบบลึกๆ จริงๆ
ใกล้ๆ Gobustan ยังมีอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ยูนีคมากๆ ของอาเซอร์ไบจาน นั่นก็คือการไป ชม Mud Volcano ซึ่งบอกเลยว่าไม่เหมือนภูเขาไฟทั่วไปแน่นอน เพราะแทนที่จะมีลาวา ที่นี่จะเป็นโคลนสีเทาที่เดือดปุดๆ อยู่ตลอดเวลา ดูแปลกตาและน่าทึ่งสุดๆ และที่พีคคือ อาเซอร์ไบจานเป็นประเทศที่มี Mud Volcano มากที่สุดในโลกอีกด้วย! เรียยกว่าเป็นหนึ่งในมุมธรรมชาติแปลกที่สายลุยหรือสายคอนเทนต์ต้องติดใจ ถ่ายรูปออกมาคือได้ฟีลไม่เหมือนที่ไหนแน่นอน
ถ้าอยากเปลี่ยนฟีลจากเมืองหลวง มาสัมผัสความสงบแบบเมืองภูเขา แนะนำให้ไปที่ Sheki Khans Palace ในเมือง Sheki เลย ที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางสำคัญบนเส้นทางสายไหม (Silk Road) และพระราชวังแห่งนี้ก็เป็นไฮไลต์ที่สวยมากๆ จุดเด่นคือหน้าต่างกระจกสีที่เรียกว่า “Shebeke” ซึ่งประกอบขึ้นโดยไม่ใช้กาวหรือตะปูแม้แต่นิดเดียว! แสงที่ส่องผ่านกระจกสีเข้ามาด้านในคือสวยแบบละมุนมาก ใครเป็นสายเที่ยวภูเขาและหาพิกัดสถานที่ที่มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ จะต้องหลงรักที่นี่แน่นอน
อีกหนึ่งพิกัดสำหรับสายธรรมชาติที่อยากเห็นที่เที่ยวอาเซอร์ไบจานแบบเขียวๆ สดชื่นๆ ต้องลองไป Talish Mountains ดูสักครั้ง นี่คือเทือกเขาที่ทอดยาวข้ามพรมแดนระหว่างอาเซอร์ไบจานและอิหร่านบรรยากาศที่นี่ต่างจากบากูแบบคนละโลกเลย เต็มไปด้วยเส้นทางเดินป่า ลำธาร ป่าไม้ น้ำตก และอากาศบริสุทธิ์แบบเต็มปอด เหมาะมากสำหรับคนที่อยากพักจากความวุ่นวาย แล้วไปใช้ชีวิตช้าๆ ท่ามกลางธรรมชาติ จะเดินป่า เที่ยวหมู่บ้าน หรือแค่ไปนั่งชมวิวก็ฟินหมด เป็นอีกหนึ่งโซนของอาเซอร์ไบจานที่ตอบโจทย์สายเที่ยวธรรมชาติแบบเต็มๆ
Credit: azerbaijan.travel
ปิดท้ายด้วยพิกัดโรแมนติกอย่าง Essenso Lavender Field สวนลาเวนเดอร์ที่บานสวยที่สุดช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนมิถุนายน ทุ่งสีม่วงกว้างสุดลูกหูลูกตา ให้ฟีลเหมือนหลุดไปอยู่ยุโรปตอนใต้เลย กลิ่นหอมอ่อนๆ ของลาเวนเดอร์ผสมกับวิวภูเขาโดยรอบยิ่งทำให้บรรยากาศละมุนขึ้นไปอีก ที่นี่เลยกลายเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปอาเซอร์ไบจานที่ฮิตมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ใครเป็นสายถ่ายรูปหรืออยากได้มุมสวยๆ ลงโซเชียล บอกเลยว่านี่คือหนึ่งในที่เที่ยวอาเซอร์ไบจานที่ห้ามพลาดจริงๆ และนอกจากทุ่งดอกไม้แล้ว ที่นี่ยังมีผลิตภัณฑ์จากลาเวนเดอร์ให้เลือกซื้อกลับบ้าน ทั้งน้ำมันหอมระเหย น้ำผึ้งลาเวนเดอร์ และของฝากน่ารักๆ อีกเพียบเลย
มาเที่ยวอาเซอร์ไบจานทั้งที เลือกที่พักดีๆ จะช่วยให้ทริปสบายขึ้นเยอะ โดยเฉพาะในเมืองบากู ที่เป็นศูนย์กลางของแลนด์มาร์คหลัก เราคัดมาให้แล้ว 3 สไตล์ ทั้งยอดนิยม สายหรู และสายคุมงบ
ถ้าอยากได้ที่พักมาตรฐานดี โลเคชันสะดวก เดินทางง่ายในบากู อาเซอร์ไบจาน ต้องพักที่ Courtyard by Marriott Baku เลย ตัวโรงแรมตั้งอยู่ไม่ไกลจาก Old City Baku และย่านใจกลางเมือง ทำให้สามารถเดินไปแหล่งท่องเที่ยว คาเฟ่ หรือร้านอาหารได้แบบสบายๆ ห้องพักตกแต่งสไตล์โมเดิร์น เรียบง่าย น่านอน สิ่งอำนวยความสะดวกครบ เหมาะกับทั้งสายเที่ยวและสายทำงาน ใครที่อยากได้ที่พักคุณภาพดีในงบกลางๆ ที่นี่ถือว่าเป็นตัวเลือกยอดนิยมที่ตอบโจทย์มาก
สำหรับใครที่อยากได้ประสบการณ์พักผ่อนแบบพรีเมียม JW Marriott Absheron Baku คือหนึ่งในโรงแรมหรูที่ดีที่สุดในประเทศอาเซอร์ไบจานเลยก็ว่าได้ ตัวโรงแรมตั้งอยู่ใกล้ทะเลแคสเปียน ทำให้หลายห้องสามารถมองเห็นวิวทะเลได้แบบเต็มตา จุดเด่นคือห้องพักขนาดใหญ่ ดีไซน์หรูทันสมัย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกระดับ 5 ดาว ทั้งสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และห้องอาหารวิวสวย บรรยากาศเหมาะมากสำหรับทริปคู่รักหรือทริปพักผ่อนแบบจัดเต็ม ใครอยากยกระดับทริปเที่ยวอาเซอร์ไบจานให้พิเศษขึ้น ที่นี่คือคำตอบ
สายประหยัดหรือใครที่อยากเอางบไปเน้นเที่ยวมากกว่า Baku Center Inn เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าและทำเลดีมาก ตัวที่พักอยู่ในโซนใจกลางเมือง ใกล้แหล่งช้อปปิ้งและจุดเช็คอินอาเซอร์ไบจานหลายแห่ง เดินทางสะดวกทั้งวันและกลางคืน ห้องพักอาจไม่ได้หรูหรา แต่สะอาด นอนสบาย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานครบ เหมาะกับคนที่อยากได้ที่พักราคาน่ารักในอาเซอร์ไบจาน แต่ยังอยู่ใกล้แลนด์มาร์คสำคัญๆ แบบไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเยอะ
การเที่ยวอาเซอร์ไบจานจริงๆ แล้วไม่ได้ยากอย่างที่คิด แค่เลือกวิธีเดินทางให้เหมาะกับสไตล์ทริป ก็สามารถไปเปิดประสบการณ์ใหม่ในประเทศอาเซอร์ไบจานได้แบบสบายๆ เลย
จริงๆ แล้วอาเซอร์ไบจาน เป็นอีกหนึ่งประเทศที่เที่ยวได้เกือบทั้งปี เพราะมีทั้งโซนทะเล เมือง และภูเขา แต่ละช่วงจะให้อารมณ์ต่างกัน ใครกำลังวางแผนเที่ยวอาเซอร์ไบจาน ลองเลือกช่วงให้ตรงกับสไตล์ที่ชอบได้เลย
ก่อนออกทริปเที่ยวอาเซอร์ไบจาน ให้สนุกแบบไม่มีสะดุด ลองเช็กทริคเล็กๆ เหล่านี้ไว้ จะช่วยให้เที่ยวได้ง่ายขึ้น ฟินขึ้น และแพลนได้คุ้มค่ามากขึ้น
แค่เตรียมตัวดี วางแผนคร่าวๆ และเลือกสถานที่ให้ตรงสไตล์ ทริปเที่ยวอาเซอร์ไบจาน ก็จะกลายเป็นหนึ่งในทริปต่างประเทศที่ทั้งแปลก ใหม่ และน่าประทับใจแบบไม่เหมือนที่ไหนแน่นอน
ใครพร้อมแล้วก็จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ผ่าน Traveloka ได้เลย จองได้ครบ จบในแอปเดียว เที่ยวสะดวกสุดๆ!








