
อาร์เจนตินาเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับแปดของโลก ทอดยาวกว่า 5,000 กิโลเมตรจากเหนือจรดใต้ เลยมีภูมิประเทศที่หลากหลายและอัดแน่นแบบที่หาได้ยากในประเทศเดียว ตั้งแต่ทะเลทรายร้อน ป่าดิบชื้น ไร่องุ่นกลางหุบเขา ไปจนถึงธารน้ำแข็งที่ปลายโลก โดยรวมทำให้ที่เที่ยวอาร์เจนตินามีเสน่ห์เหลือล้น
เที่ยวอาร์เจนตินาครั้งเดียวไม่มีทางพอ แต่ถ้าจะวางแผนให้คุ้มที่สุด ต้องวางแผนให้ดี ตั้งแต่เมืองหลวงที่แทงโก้ลอยอยู่ในอากาศอย่างบัวโนสไอเรส น้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างอีกวาซู ไปจนถึงธารน้ำแข็งที่ยังเคลื่อนตัวอยู่ในปาตาโกเนีย บทความนี้รวม 12 ที่เที่ยวอาร์เจนตินาที่ครบทุกสไตล์ อ่านจบแล้วจองตั๋วไปอาร์เจนตินาและจองที่พักในอาร์เจนตินากับ Traveloka เลย!
บัวโนสไอเรสเป็นหนึ่งในที่เที่ยวอาร์เจนตินาที่แทบทุกคนต้องผ่านทาง มีสถานที่ให้เดินสำรวจจำนวนมาก อย่างย่านซานเตลโม (San Telmo) ซึ่งเป็นย่านเก่าแก่ที่มีตลาดนัดวันอาทิตย์และเสียงแทงโก้ดังออกมาจากทุกบ้าน ถัดไปไม่ไกลคือลาโบกา (La Boca) ย่านสีสันสุดจัดจ้านที่เป็นบ้านเกิดของนักเตะฟุตบอลระดับตำนานหลายคน ถ้าอยากดูสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปให้จุใจแค่เดินต่อไปตามถนนสายหลักอย่าง Avenida de Mayo
ด้านอาหารและไนต์ไลฟ์บัวโนสไอเรสก็ไม่แพ้ใคร ร้านอาหารที่นี่เสิร์ฟเนื้อวัวย่างแบบอาซาโด (asado) ที่คนอาร์เจนตินาภูมิใจมาก และในเมืองยังมีโรงอุปรากร Teatro Colón ที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มาเที่ยวอาร์เจนตินาแล้วไม่แวะบัวโนสไอเรสถือว่าพลาดมาก ๆ
น้ำตกอีกวาซูเป็นหนึ่งในที่เที่ยวอาร์เจนตินาที่ไม่ว่าจะเห็นในภาพมาแล้วกี่ครั้ง พอไปยืนอยู่ตรงหน้าจริงๆ ก็ยังอึ้งได้อีก! น้ำตกของที่นี่ประกอบด้วยน้ำตกย่อย 275 สายกระจายตัวยาวเกือบสามกิโลเมตร ถือเป็นระบบน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในโลก
จุดที่ทุกคนต้องไปคือ Garganta del Diablo หรือ "คอหอยปีศาจ" ซึ่งเป็นจุดที่น้ำตกหลายสายรวมกันแล้วทิ้งตัวลงมาพร้อมกัน เสียงดังและละอองน้ำฟุ้งจนตัวเปียก ในอุทยานมีเส้นทางเดินสองเส้นหลักคือ Upper Circuit ที่มองจากด้านบน และ Lower Circuit ที่พาเดินเข้าใกล้ฐานน้ำตก ถ้ายังไม่พอใจก็มีทัวร์นั่งเรือยางพุ่งเข้าหาน้ำตกโดยตรง รับประกันความตื่นเต้นเอาใจสายรักธรรมชาติสุด ๆ มาเที่ยวอาร์เจนตินาแล้วพลาดอีกวาซูไม่ได้เด็ดขาดเลยนะ
ธารน้ำแข็งเปริโต โมเรโน อยู่ใน Los Glaciares National Park ทางตอนใต้ของปาตาโกเนีย และเป็นหนึ่งในที่เที่ยวอาร์เจนตินาที่น่าตื่นตาที่สุด สิ่งที่ทำให้ธารน้ำแข็งแห่งนี้พิเศษกว่าธารน้ำแข็งอื่นทั่วโลกคือมันยังเคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลาและไม่ได้หดตัวลงเหมือนธารน้ำแข็งส่วนใหญ่ที่กำลังละลายเพราะโลกร้อน เมื่อมวลน้ำแข็งดันตัวออกมาจนถึงขอบก็จะแตกและพังทลายลงสู่ทะเลสาบด้านล่างพร้อมเสียงดังกึกก้อง
อุทยานมีระเบียงชมวิวหลายจุดที่สร้างไว้ให้เดินชม ความยาวของธารน้ำแข็งอยู่ที่ประมาณ 30 กิโลเมตร หน้าผาน้ำแข็งสูงราว 60 เมตรเหนือระดับน้ำ ถ้าอยากใกล้ชิดกว่านั้นมีทัวร์เดินบนธารน้ำแข็งพร้อมรองเท้าตะปู เที่ยวอาร์เจนตินาสายธรรมชาติห้ามพลาด!
บาริโลเชตั้งอยู่ริมทะเลสาบ Nahuel Huapi กลางเทือกเขาแอนดีส ภาพที่เห็นคือน้ำสีฟ้าเข้มสะท้อนกับยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ บางคนถึงกับบอกว่าที่นี่คือสวิตเซอร์แลนด์แห่งอเมริกาใต้เพราะสถาปัตยกรรมในเมืองมีกลิ่นอายยุโรปและอากาศก็เย็นสบายตลอดปี
สายเดินป่าต้องไม่พลาดบาริโลเชเพราะเส้นทางเดินป่าส่วนใหญ่เริ่มต้นจากใจกลางเมืองโดยไม่ต้องนั่งรถไปไกล เส้นทางยอดนิยมอย่าง Cerro Campanario ใช้เวลาขึ้นไม่ถึงชั่วโมงแต่วิวด้านบนคุ้มมาก ๆ ฤดูหนาวที่นี่มีสกีและสโนว์บอร์ดที่ Cerro Catedral ซึ่งเป็นศูนย์สกีที่ใหญ่ที่สุดในอเมริกาใต้ ส่วนเรื่องช็อกโกแลตนั้น บาริโลเชขึ้นชื่อเรื่องนี้จริงๆ ร้านช็อกโกแลตเรียงรายอยู่ทั่วเมือง ซื้อกลับบ้านกันแบบจุใจไปเลย
อุชัวยาได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่อยู่ใต้สุดในโลก ตั้งอยู่บนเกาะ Tierra del Fuego ติดกับช่องแคบบีเกิล ห่างจากแอนตาร์กติกาลงไปอีกแค่ประมาณ 1,000 กิโลเมตร ฟังดูไกลและหนาวเย็น ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ของที่นี่ ที่เที่ยวอาร์เจนตินาแห่งนี้ให้ความรู้สึกเหมือนคุณได้มาถึงสุดขอบโลกจริง ๆ
สิ่งที่ต้องทำในอุชัวยามีเยอะและหลากหลายมากทั้งอุทยานแห่งชาติ Tierra del Fuego ที่มีเส้นทางเดินป่าริมทะเลสาบและป่าบีช ถ้าอยากได้ประสบการณ์แปลกหน่อยก็ขึ้น Tren del Fin del Mundo รถไฟสายปลายโลกที่วิ่งเข้าสู่อุทยาน เส้นทางสั้นแค่ 7 กิโลเมตรแต่บอกเลยว่าวิวระหว่างทางดีมาก ๆ นอกจากนี้ยังมีทัวร์ล่องเรือในช่องแคบบีเกลเพื่อดูสิงโตทะเลและนกเพนกวินในถิ่นอาศัย ฤดูหนาวก็มีสกีที่ Cerro Castor ให้เล่น
เมนโดซาเป็นที่เที่ยวอาร์เจนตินาสำหรับคนที่อยากผ่อนคลายแบบมีคลาส เมืองนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกของประเทศติดกับเทือกเขาแอนดีสและเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่ใหญ่ที่สุดของอาร์เจนตินา โดยเฉพาะ Malbec ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ไร่องุ่นหรือที่เรียกว่า bodega มีอยู่หลายร้อยแห่ง ส่วนใหญ่เปิดให้เข้าชมและชิมไวน์ได้ทุกวัน
การเที่ยวอาร์เจนตินาที่เมนโดซานั้นสโลว์ไลฟ์มาก ๆ แค่เช่าจักรยานแล้วปั่นไปตามถนนที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้สู่ไร่องุ่นในเขต Maipú หรือ Luján de Cuyo ก็ได้บรรยากาศอิ่ม ๆ แล้ว ถ้าอยากได้กิจกรรมหนักขึ้นหน่อยก็มีล่องแก่งในแม่น้ำ Mendoza และเดินป่าในเทือกเขาแอนดีส ร้านอาหารของเมืองเมนโดซายังเพิ่งได้รับดาว Michelin ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาอีกด้วย
เอล ชัลเตนเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในปาตาโกเนียที่มีประชากรไม่กี่พันคน แต่ดึงดูดนักเดินป่าจากทั่วโลกได้ทุกปี เหตุผลหลักคือยอดเขา Fitz Roy ที่ตั้งตระหง่านอยู่หลังหมู่บ้านและมองเห็นได้จากทุกมุม ยอดเขานี้มีลักษณะเป็นหินแกรนิตแหลมคมสูงกว่า 3,000 เมตร และเป็นหนึ่งในภาพที่โด่งดังที่สุดของปาตาโกเนีย
สิ่งที่ทำให้เอล ชัลเตนพิเศษคือเส้นทางเดินป่าส่วนใหญ่เริ่มต้นได้จากในหมู่บ้านได้เลย เส้นทาง Laguna de los Tres พาขึ้นไปถึงทะเลสาบที่อยู่ตรงหน้า Fitz Roy ใช้เวลาไปกลับประมาณ 8 ชั่วโมง ส่วนเส้นทาง Laguna Torre ก็สวยไม่แพ้กัน
เอล กาลาฟาเตเป็นเมืองเล็กๆ ในปาตาโกเนียที่คนส่วนใหญ่มาเพื่อใช้เป็นฐานสำหรับไปเยือนธารน้ำแข็งเปริโต โมเรโน แต่ในตัวเมืองเองก็มีที่เที่ยวอย่าง ทะเลสาบ Argentino ที่อยู่ติดเมืองเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในอาร์เจนตินา สีของน้ำเป็นสีฟ้าเทอร์ควอยซ์จากตะกอนธารน้ำแข็งที่ละลายลงมา ที่เที่ยวอาร์เจนตินาแห่งนี้จึงให้วิวสวยได้แม้แค่นั่งอยู่ริมทะเลสาบเฉย ๆ
นอกจากทริปไปธารน้ำแข็งแล้ว ในเอล กาลาฟาเตยังมี Glaciarium พิพิธภัณฑ์ธารน้ำแข็งที่อธิบายข้อมูลธารน้ำแข็งของปาตาโกเนีย และยังมีบาร์น้ำแข็งอยู่ข้างในด้วยถ้าอยากลองนั่งดื่มท่ามกลางอุณหภูมิติดลบ ทัวร์ล่องเรือในทะเลสาบ Argentino ก็ได้รับความนิยม เพราะพาเข้าใกล้ธารน้ำแข็ง Upsala และ Onelli ที่เข้าถึงได้ทางเรือเท่านั้น
ซัลตาอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอาร์เจนตินา เป็นเมืองที่มีสถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียลสมบูรณ์ครบและดูแลรักษาไว้ดีมาก จัตุรัสกลางเมืองอย่าง Plaza 9 de Julio ล้อมรอบด้วยอาคารเก่าสีขาวและโบสถ์สีชมพูอย่าง Catedral Basílica de Salta ที่สร้างมาตั้งแต่ยุคอาณานิคม ที่เที่ยวอาร์เจนตินาทางเหนือมักถูกมองข้ามเพราะคนส่วนใหญ่แห่ลงไปปาตาโกเนีย แต่บอกเลยว่าซัลตามีเสน่ห์คนละแบบที่ไม่ควรพลาด
ไฮไลต์ที่โดดเด่นที่สุดของซัลตาคือ Tren a las Nubes หรือรถไฟสู่เมฆ เส้นทางนี้วิ่งจากตัวเมืองขึ้นไปสูงถึงประมาณ 4,220 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ผ่านสะพาน อุโมงค์ และวิวหุบเขาที่เปลี่ยนไปตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ซัลตายังเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับขับรถลงไปสำรวจ Quebrada de Cafayate หุบเขาหินทรายสีแดงที่อยู่ทางใต้
จูจุยเป็นจังหวัดทางตะวันตกเฉียงเหนือของอาร์เจนตินา ติดกับชายแดนโบลิเวียและชิลี ที่เที่ยวอาร์เจนตินาแห่งนี้แตกต่างจากที่อื่นในลิสต์นี้อย่างสิ้นเชิง เพราะภูมิประเทศที่นี่คือหุบเขาหินที่มีสีสันเปลี่ยนไปตามชั้นแร่ธาตุในดิน ตั้งแต่แดง ส้ม เหลือง ม่วง ไปจนถึงเขียว ทั้งหมดนี้รวมกันอยู่ในหุบเขา Quebrada de Humahuaca ที่ UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2003
จุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมากที่สุดคือ Purmamarca หมู่บ้านเล็กๆ ที่มีภูเขาเจ็ดสีหรือ Cerro de los Siete Colores เป็นฉากหลัง เดินรอบภูเขาใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งและได้เห็นสีของหินเปลี่ยนไปในแต่ละมุม ความสูงของพื้นที่นี้อยู่ที่กว่า 3,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล บางคนอาจมีอาการแพ้ความสูงได้
คนส่วนใหญ่นึกถึงอาร์เจนตินาแล้วจะนึกถึงภูเขาและธารน้ำแข็ง แต่ที่เที่ยวอาร์เจนตินาฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกอย่างเปอร์โต มาดรินก็มีดีไม่แพ้กัน เมืองนี้อยู่ในจังหวัดชูบุต ทางตอนกลางของชายฝั่งตะวันออก และเป็นจุดหลักสำหรับเข้าสู่ Península Valdés คาบสมุทรที่ UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเพราะความหลากหลายของสัตว์ทะเล
ไฮไลต์หลักของที่นี่คือวาฬขวาใต้ (Southern Right Whale) ที่อพยพเข้ามาผสมพันธุ์และให้กำเนิดลูกในอ่าวระหว่างเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน ทัวร์ล่องเรือดูวาฬจะออกเดินทางจากเปอร์โต มาดรินทุกวันในฤดูกาลนี้ นอกจากวาฬแล้วยังมีอาณานิคมนกเพนกวิน Magellanic ที่ Punta Tombo ซึ่งใหญ่ที่สุดในอเมริกาใต้ มีเพนกวินอาศัยอยู่กว่าล้านตัวในช่วงฤดูผสมพันธุ์
มาร์ เดล พลาตาอยู่ห่างจากบัวโนสไอเรสลงไปทางใต้ประมาณ 400 กิโลเมตร และเป็นเมืองชายหาดที่คนอาร์เจนตินารู้จักดีที่สุด ช่วงซัมเมอร์ระหว่างเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ประชากรในเมืองพุ่งขึ้นจากปกติหลายเท่าตัวเพราะคนจากบัวโนสไอเรสแห่มาพักร้อนที่นี่ ที่เที่ยวอาร์เจนตินาแห่งนี้จึงมีบรรยากาศสนุกและมีชีวิตชีวาในช่วงนั้นเป็นพิเศษ
หาดทรายหลักของเมืองอย่าง Playa Bristol อยู่ติดกับใจกลางเมืองและมีร้านอาหาร บาร์ และคาสิโนเรียงรายอยู่ริมชายหาด จุดที่หลายคนชอบถ่ายรูปคือท่าเรือเก่าที่มีกลุ่มสิงโตทะเลนอนอาบแดด นอกจากนี้เมืองยังมีพิพิธภัณฑ์ ตลาด และร้านอาหารซีฟู้ดที่ดีเพราะประมงที่นี่ยังคึกคัก ถ้าเที่ยวอาร์เจนตินาแล้วอยากพักแบบชิลๆ ริมทะเล มาร์ เดล พลาตาตอบโจทย์ได้ดี
อาร์เจนตินาอยู่ในซีกโลกใต้ ฤดูกาลจึงกลับข้างกับไทยทุกอย่าง ควรเลือกช่วงเวลาให้เหมาะกับที่ที่อยากไป
เหมาะกับ: สายหรู / คู่รัก / นักธุรกิจ
Alvear Palace Hotel ตั้งอยู่ในย่าน Recoleta ย่านที่หรูหราที่สุดในบัวโนสไอเรส โรงแรมแห่งนี้เปิดมาตั้งแต่ปี 1932 และยังคงรักษาบรรยากาศแบบพระราชวังยุโรปเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ทั้งเพดานสูง โคมไฟคริสตัล และเฟอร์นิเจอร์แอนทีคที่ดูแลรักษาอย่างดี ห้องพักทุกห้องตกแต่งด้วยผ้าและวัสดุชั้นดี ภายในโรงแรมมีสปา ร้านอาหาร และบาร์ที่ได้รับการยกย่องในระดับประเทศ ระยะเดินถึงสุสาน Recoleta Cemetery และพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติแค่ไม่กี่นาที
เหมาะกับ: สายประหยัด / ครอบครัว / กลุ่มเพื่อน
Solandes Apart & Wines ตั้งอยู่ในเมนโดซา ออกแบบมาสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเพื่อสัมผัสวัฒนธรรมไวน์โดยเฉพาะ ที่พักแห่งนี้เป็นแบบอพาร์ตเมนต์ที่มีพื้นที่ส่วนตัวมากกว่าโรงแรมทั่วไป แต่ละยูนิตมีครัวและพื้นที่นั่งเล่นแยกต่างหาก เหมาะสำหรับคนที่อยากพักหลายวันและใช้ชีวิตในเมนโดซาแบบสบายๆ ไม่รีบร้อน บรรยากาศโดยรวมเงียบสงบและเป็นส่วนตัว ตั้งอยู่ในทำเลที่เดินทางไปยังไร่องุ่นในเขต Maipú และ Luján de Cuyo ได้สะดวก ภายในมีคอลเลกชันไวน์ท้องถิ่นให้เลือกชิมและซื้อกลับบ้าน ถือเป็นที่พักที่เข้ากับบรรยากาศของเมนโดซาได้ดีที่สุดแห่งหนึ่ง
เหมาะกับ: สายเดินป่า / สายธรรมชาติ / ครอบครัว
Apartments Bariloche - Palacios เป็นที่พักแบบอพาร์ตเมนต์ที่ตั้งอยู่ในบาริโลเช เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่วางแผนพักหลายวันเพื่อสำรวจเส้นทางเดินป่าและทะเลสาบในบริเวณโดยรอบ ห้องพักมีขนาดกว้างกว่าโรงแรมทั่วไปและมีครัวให้ทำอาหารเองได้ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับคนที่อยู่นานหลายวัน ทำเลอยู่ในระยะที่เดินทางเข้าถึงใจกลางเมืองได้สะดวก และไม่ไกลจากจุดเริ่มต้นเส้นทางเดินป่าหลายเส้น วิวจากที่พักมองเห็นทะเลสาบและเทือกเขาแอนดีสได้ในบางยูนิต บรรยากาศโดยรวมเงียบสงบและเป็นธรรมชาติ สอดคล้องกับสไตล์การท่องเที่ยวของบาริโลเช
ที่เที่ยวใกล้เคียง







