
ถ้าพูดถึงการเที่ยวไต้หวัน หลายคนคงนึกถึงไทเปหรือเกาสงกันก่อน แต่รู้ไหมว่าทางตอนใต้ของไต้หวันยังมีอีกเมืองที่น่าเที่ยวไม่แพ้กัน นั่นก็คือ ไถหนาน (Tainan) เมืองเก่าสุดคลาสสิกที่เต็มไปด้วยวัดโบราณ ถนนสายเล็ก ๆ คาเฟ่น่ารัก และร้านอาหารท้องถิ่นที่ชวนให้แวะชิมแทบทุกหัวมุมถนน แถมยังขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่มีของกินอร่อยที่สุดในไต้หวันอีกด้วย!
เสน่ห์ของไถหนาน ไต้หวันอยู่ตรงที่ความเก่าและความใหม่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว เดินไปทางหนึ่งอาจเจออาคารเก่าอายุนับร้อยปี แต่พอเลี้ยวเข้าซอยเล็ก ๆ กลับมีร้านกาแฟเก๋ ๆ งานสตรีตอาร์ต และร้านขายของน่ารัก ๆ ซ่อนอยู่เต็มไปหมด ยิ่งถ้าเป็นคนชอบเดินเล่น ถ่ายรูป หรือแวะชิมของอร่อยระหว่างทาง บอกเลยว่าเมืองนี้มีอะไรให้ค้นหาเยอะกว่าที่คิด แถมบรรยากาศยังสบาย ๆ ไม่เร่งรีบ เหมาะกับการมาเที่ยวพักผ่อนสุด ๆ
ใครกำลังวางแผนเที่ยวไถหนานด้วยตัวเอง แต่ยังไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี วันนี้ Traveloka รวบรวม 10 ที่เที่ยวไถหนานยอดฮิตมาให้แล้ว ทั้งแลนด์มาร์กเมืองเก่า จุดถ่ายรูปสวย ๆ ตลาดกลางคืน และสถานที่เที่ยวธรรมชาติ พร้อมแนะนำที่พัก วิธีเดินทาง และช่วงเวลาน่าเที่ยว จะมาเที่ยวไถหนาน 1 วัน หรือจัดทริปเที่ยวหลายวันก็เลือกปักหมุดตามกันได้เลย! ที่สำคัญยังสามารถจองตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่าน Traveloka ได้ง่าย ๆ ในที่เดียว เตรียมแพลนให้พร้อมแล้วออกไปสัมผัสเสน่ห์ของเมืองเก่าไต้หวันแห่งนี้กัน!
เริ่มต้นทริปเที่ยวไถหนาน กันที่ Anping Old Fort หรือป้อมอันผิง แลนด์มาร์กเก่าแก่ที่ใครมาเมืองนี้ครั้งแรกก็ไม่ควรพลาด เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่บอกเล่าเรื่องราวของไต้หวันยุคใหม่ได้อย่างน่าสนใจ เดิมทีป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นโดยชาวดัตช์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1624 ภายใต้ชื่อ Fort Zeelandia ก่อนที่เจิ้งเฉิงกง (Koxinga) จะนำทัพเข้าต่อสู้กับชาวดัตช์ในปี ค.ศ. 1661 และทำให้ฝ่ายดัตช์ยอมจำนนในปี ค.ศ. 1662 หลังจากนั้นป้อมจึงได้รับชื่อว่าอันผิง ซึ่งเชื่อมโยงกับบ้านเกิดของเขาในมณฑลฝูเจี้ยน
แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 400 ปี แต่บริเวณป้อมก็ยังมีร่องรอยกำแพงอิฐเก่าแก่ให้เดินชม โดยเฉพาะแนวกำแพงอิฐสีแดงทางทิศใต้ที่ยังคงหลงเหลือมาจากยุคดัตช์ และมีการใช้วัสดุประสานแบบโบราณที่ผสมส่วนประกอบจากธรรมชาติ ส่วนหอชมวิวสีขาวที่เห็นโดดเด่นอยู่ในปัจจุบันเป็นสิ่งก่อสร้างจากยุคหลัง สามารถขึ้นไปชมบรรยากาศของย่านอันผิงจากมุมสูงได้ด้วย
และถ้าเที่ยวชมประวัติศาสตร์กันจนอิ่มใจแล้ว ขแนะนำอย่าเพิ่งรีบไปไหน เพราะรอบ ๆ ป้อมยังมีร้านอาหารท้องถิ่นอร่อย ๆ ให้แวะชิม โดยเฉพาะกุ้งม้วนทอดจากร้านดังอย่าง Chou's Shrimp Roll ที่อยู่ไม่ไกลกัน ใครอยากได้เปิดทริปที่ครบทั้งเที่ยว ชมเมืองเก่า และตะลุยของกิน บอกเลยว่าเริ่มต้นที่นี่ได้ถูกที่แล้ว!
เดินจากป้อมอันผิงมาไม่ไกล ก็จะเจอกับอีกหนึ่งจุดถ่ายรูป สุดแปลกตาอย่าง Anping Tree House หรือบ้านต้นไม้อันผิง ที่เห็นแล้วต้องหยุดมองกันสักหน่อย เพราะอาคารเก่าแห่งนี้ถูกต้นไทรขนาดใหญ่แผ่รากเลื้อยปกคลุมไปทั่วทั้งกำแพง หน้าต่าง และหลังคา จนดูเหมือนธรรมชาติกำลังจะกลืนกินตัวอาคารเลยทีเดียว!
เดิมทีที่นี่เคยเป็นโกดังสินค้าของ Tait & Co. บริษัทการค้าสัญชาติอังกฤษที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในไต้หวันช่วงปลายราชวงศ์ชิง ก่อนที่อาคารจะเลิกใช้งานและถูกปล่อยทิ้งร้างไปตามกาลเวลา ระหว่างนั้นต้นไทรก็ค่อย ๆ เติบโต แผ่รากเกาะไปตามผนังอิฐและโครงสร้างอาคาร จนเกิดเป็นภาพที่ดูเหมือนฉากในหนังผจญภัยอย่างที่เห็นกันในปัจจุบัน
ภายในมีทางเดินไม้และสะพานยกระดับให้เดินชมรากไม้ได้จากหลายมุม รวมถึงทางเดินที่ช่วยให้มองเห็นพื้นที่สีเขียวโดยรอบจากด้านบน ยิ่งช่วงที่แสงแดดลอดผ่านกิ่งไม้ลงมา บอกเลยว่าถ่ายรูปออกมาสวยมาก แถมยังมีมุมพักผ่อนและร้านขนมให้แวะเติมความสดชื่น ใครเจอไอศกรีมรสเกลือก็ลองชิมกันได้ เป็นอีกหนึ่งรสชาติแปลกใหม่ที่เข้ากับบรรยากาศเมืองเก่าริมทะเลดีทีเดียว
ถ้าอยากสัมผัสเสน่ห์ของเมืองเก่าไถหนานแบบเต็ม ๆ ต้องแวะ Chihkan Tower หรือหอคอยฉือคั่นกันสักครั้ง เพราะที่นี่เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญที่มีประวัติยาวนานกว่า 300 ปี เดิมเคยเป็นป้อม Fort Provintia ที่ชาวดัตช์สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1653 เพื่อใช้เป็นศูนย์กลางการบริหารและการค้า ก่อนจะผ่านการเปลี่ยนแปลงหลายยุคสมัยจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ในปัจจุบัน
พอเดินเข้ามาด้านในจะเจอกับอาคารศาลาจีนหลังคาสีส้มแดงตั้งอยู่ท่ามกลางสวนสวย ๆ มีทั้งสระน้ำ ต้นไม้ใหญ่ และมุมให้นั่งพักชมบรรยากาศแบบสบาย ๆ แต่ไฮไลต์ที่อยากให้ลองสังเกตเป็นพิเศษคือรูปปั้นเต่าหินแบกศิลาจารึกจำนวน 9 ตัว ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่เต่าธรรมดา แต่เป็นสัตว์ในตำนานจีนที่เรียกว่า "ปี้ซี" (Bixi) ซึ่งมีลักษณะคล้ายเต่าและเชื่อมโยงกับตำนานลูกมังกร โดยศิลาจารึกเหล่านี้สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิง เพื่อบันทึกเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์
ระหว่างเดินชมอาคาร ลองมองหารายละเอียดเล็ก ๆ อย่างช่องประตูรูปน้ำเต้าและประตูทรงกลมที่สะท้อนความเชื่อเรื่องสิริมงคลในสถาปัตยกรรมจีนด้วย แนะนำให้มาช่วงบ่ายแก่ ๆ เพราะแดดเริ่มอ่อน เดินเที่ยวได้สบายขึ้น และถ้าอยู่ต่อจนถึงช่วงเย็นก็จะได้เห็นอาคารเปิดไฟส่องสว่าง ดูสวยคลาสสิกไปอีกแบบ
ใครเป็นสายเดินเล่น ชอบคาเฟ่และถ่ายรูปตามตรอกซอกซอยน่ารัก ๆ ต้องถูกใจ Shennong Street แน่นอน เพราะถนนสายเล็ก ๆ แห่งนี้เต็มไปด้วยอาคารเก่าสไตล์ไต้หวันดั้งเดิมที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง ให้บรรยากาศวินเทจแบบที่เดินไปมุมไหนก็น่าหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูป
ในอดีต ถนนเส้นนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของย่านห้าคลอง (Five Channels) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าทางน้ำที่คึกคักมากในสมัยราชวงศ์ชิง สังเกตได้จากอาคารพาณิชย์เก่าหลายหลังที่มีลักษณะเป็นบ้านสองชั้น โดยชั้นล่างใช้ค้าขาย ส่วนชั้นบนใช้เก็บสินค้า บางอาคารยังมีช่องเปิดและประตูไม้เก่าที่สะท้อนวิธีขนย้ายสินค้าในสมัยก่อนหลงเหลืออยู่ด้วย
ปัจจุบันอาคารเหล่านี้ถูกปรับให้กลายเป็นคาเฟ่ ร้านขายงานคราฟต์ แกลเลอรี และร้านของฝากเล็ก ๆ แต่ยังคงหน้าตาอาคารแบบเดิมเอาไว้ เดินไปจนสุดถนนยังสามารถแวะชมศาลเจ้าเก่าแก่ในย่านนี้ได้อีกด้วย ส่วนใครอยากเห็นถนนเส้นนี้ในมุมที่สวยที่สุด แนะนำให้มาช่วงเย็นต่อเนื่องไปจนถึงค่ำ เพราะพอโคมไฟตามหน้าร้านเริ่มส่องแสง ถนนทั้งสายจะดูอบอุ่นและโรแมนติกขึ้นทันที เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวไถหนาน กลางคืนที่เหมาะกับการมาเดินเล่นชิล ๆ มาก
ถ้าเดินเที่ยวเมืองเก่ากันมาสักพัก แล้วอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาหามุมสงบ ๆ ขอแนะนำ Tainan Confucius Temple หรือวัดขงจื๊อไถหนานเลย เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่วัดขงจื๊อที่เก่าแก่ที่สุดในไต้หวันเท่านั้น แต่ยังได้รับการขนานนามว่าเป็น "สถาบันการศึกษาแห่งแรกของไต้หวัน" อีกด้วย โดยสร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1665 และเคยเป็นทั้งสถานที่ประกอบพิธีเคารพขงจื๊อและเป็นโรงเรียนหลวงแห่งแรกของเกาะ
แค่เดินผ่านประตูเข้ามาก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ต่างจากถนนด้านนอกทันที ภายในเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ ลานกว้าง และอาคารไม้เก่าแก่ที่ตกแต่งด้วยสถาปัตยกรรมจีนแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะอาคารหลักอย่าง Dacheng Hall ที่มีป้ายไม้จารึกคำสรรเสริญขงจื๊อจากจักรพรรดิจีนในสมัยราชวงศ์ชิงและผู้นำไต้หวันในยุคต่อมาให้ชม เป็นรายละเอียดที่ทำให้สถานที่แห่งนี้มีความสำคัญมากกว่าแค่ความสวยงามของตัวอาคาร
อีกหนึ่งมุมที่ไม่ควรพลาดคือกำแพงสีแดงบริเวณวัด ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่หลายคนตั้งใจมาเช็กอิน และถ้าใครมีโอกาสมาในวันที่ 28 กันยายน ซึ่งตรงกับวันครูของไต้หวัน ก็อาจได้ชมพิธีเคารพขงจื๊อแบบโบราณที่จัดขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ด้วย ใครชอบที่เที่ยวที่มีทั้งความสงบและเรื่องราวทางวัฒนธรรม ต้องใส่ที่นี่ไว้ในลิสต์เลย
ใครเป็นสายช้อป ขอป้ายยา Hayashi Department Store หรือห้างฮายาชิเลย ที่นี่เป็นห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1932 ในยุคที่ไต้หวันอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น และเคยเป็นหนึ่งในห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัยที่สุดของเมืองในสมัยนั้น ถึงขนาดมีลิฟต์โดยสารให้ใช้ ซึ่งถือเป็นของใหม่ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนในยุคนั้นเลยทีเดียว
ความสนุกของการมาเที่ยวที่นี่คือได้เดินช้อปปิ้งไปพร้อมกับชมบรรยากาศย้อนยุค ภายในยังคงรายละเอียดของอาคารเก่าเอาไว้ ทั้งผนังกระเบื้อง บันได และลิฟต์โบราณที่มีหน้าปัดเข็มบอกชั้นแบบคลาสสิก ส่วนใครขึ้นไปถึงบริเวณดาดฟ้าก็จะได้เจอกับศาลเจ้าชินโตขนาดเล็กที่สร้างขึ้นในยุคญี่ปุ่น และร่องรอยความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ให้ชมด้วย
ส่วนร้านค้าด้านในก็มีทั้งขนมไต้หวัน ของฝาก เครื่องเขียน งานดีไซน์ และสินค้าไลฟ์สไตล์จากแบรนด์ท้องถิ่นให้เลือกช้อปกันเพลิน ๆ ใครอยากได้ของฝากที่ดูเก๋และไม่ซ้ำใคร ที่นี่มีตัวเลือกน่าสนใจเพียบ แถมยังอยู่ไม่ไกลจาก Tainan Confucius Temple อีกด้วย สามารถจัดเป็นเส้นทางเดินเที่ยวต่อกันได้สบาย ๆ
Credit: twtainan.net
จากอาคารเก่าสุดคลาสสิก ลองเปลี่ยนมาเดินเล่นในย่านอาร์ตกันบ้างที่ Blueprint Culture & Creative Park พื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางเมืองที่นำบ้านพักพนักงานเรือนจำเก่า มาปรับโฉมให้กลายเป็นแหล่งรวมงานศิลปะ ร้านดีไซน์ และคาเฟ่เก๋ ๆ โดยอาคารบางส่วนยังคงกลิ่นอายสถาปัตยกรรมจากยุคญี่ปุ่นเอาไว้ ทำให้ที่นี่มีเสน่ห์ทั้งความเก่าและความใหม่อยู่ในที่เดียว
จุดที่ใครมาก็ต้องหยุดถ่ายรูปคือผลงานศิลปะสีน้ำเงินขนาดใหญ่บริเวณทางเข้า ซึ่งออกแบบให้ดูเหมือนภาพพิมพ์เขียวของบ้าน มีเส้นสายของประตู หน้าต่าง และเฟอร์นิเจอร์ที่สร้างมิติแบบสามมิติ โดยผลงานนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก Blueprint House เดิมบนถนน Hai'an Road ที่เคยเป็นจุดถ่ายรูปชื่อดังของเมือง ก่อนจะมีการสร้างผลงานใหม่ขึ้นที่สวนแห่งนี้ ยิ่งช่วงค่ำที่เปิดไฟส่องตามเส้นสีขาว ภาพที่ได้ยิ่งดูโดดเด่นและแปลกตาไปอีกแบบ
นอกจากมุมถ่ายรูปแล้ว ยังมีร้านขายงานแฮนด์เมด เครื่องประดับ ของแต่งบ้าน และคาเฟ่ให้นั่งพักกันต่อ ระหว่างเดินลองมองหามาสคอตประจำสวนที่ชื่อน้อง BLUES ซึ่งเป็นตัวการ์ตูนหน้าตาน่ารักที่ปรากฏอยู่ตามมุมต่าง ๆ ด้วย ใครชอบเดินย่านอาร์ตแบบไม่ต้องมีแพลนอะไรมาก แค่เดินดูนู่นดูนี่ก็สนุกได้ทั้งบ่าย บอกเลยว่าที่นี่เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวในไถหนานที่น่าแวะมาก
ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากการเดินเที่ยวเมืองเก่า มาใกล้ชิดธรรมชาติกันบ้าง แนะนำให้ปักหมุด Sicao Green Tunnel หรืออุโมงค์สีเขียวซื่อเฉ่าเลย เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวไถหนานที่มีวิวสวยแปลกตา จนได้รับฉายาว่า Little Amazon หรืออเมซอนน้อยแห่งไต้หวันเลยทีเดียว!
ไฮไลต์ของที่นี่คือการนั่งเรือล่องไปตามคลองสายเล็ก ๆ ที่สองฝั่งรายล้อมด้วยต้นโกงกางและพรรณไม้ป่าชายเลน กิ่งก้านของต้นไม้แผ่โค้งเข้าหากันจนกลายเป็นอุโมงค์สีเขียวเหนือหัวเรา ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังล่องเรือเข้าไปในป่าลึกลับ ระหว่างทางยังมีโอกาสได้เห็นนก ปู และสัตว์เล็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ พร้อมฟังเรื่องราวของคลองสายนี้ที่เคยเกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้าและอุตสาหกรรมเกลือในอดีตอีกด้วย
ส่วนมุมถ่ายรูปที่ห้ามพลาดก็คือจุดที่กิ่งไม้สีเขียวสะท้อนลงบนผิวน้ำจนเกิดเป็นรูปทรงคล้ายดวงตาหรือริมฝีปาก ซึ่งรู้จักกันในชื่อ Green Eyes และ Angel's Kisses ยิ่งถ้าเป็นวันที่ลมสงบ ผิวน้ำจะสะท้อนภาพได้สวยเหมือนกระจกเลยทีเดียว นอกจากนี้ ระหว่างล่องเรือบางรอบยังมีหมวกสานแบบดั้งเดิมให้ใส่เพิ่มบรรยากาศด้วย ได้ฟีลสุด ๆ ส่วนการล่องเรือ จะใช้เวลาประมาณ 30 นาที แต่รับรองว่าได้ทั้งความสดชื่น รูปสวย ๆ และประสบการณ์สนุก ๆ กลับไปแน่นอน!
เที่ยวกันมาตั้งแต่เช้า ถ้าตกเย็นเริ่มหิวเมื่อไร ขอให้มุ่งหน้าไป Garden Night Market หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า Huayuan Night Market ได้เลย เพราะที่นี่เป็นหนึ่งในตลาดกลางคืนชื่อดังของไถหนานที่รวมของกินอร่อย ๆ ไว้แบบจัดเต็ม ใครเป็นสายกินบอกเลยว่าเดินรอบเดียวอาจไม่พอ!
ตัวตลาดเป็นลานกว้างกลางแจ้งที่เต็มไปด้วยร้านสตรีตฟู้ดเรียงรายกันยาวเหยียด โดยแต่ละร้านจะมีธงสูง ๆ ปักไว้เหนือแผงให้มองเห็นได้จากระยะไกล พอเดินเข้ามาก็จะได้กลิ่นอาหารหอม ๆ ลอยมาเรียกน้ำย่อย ทั้งไก่ทอดไต้หวัน ปลาหมึกย่าง เต้าหู้เหม็น สเต็กกระทะร้อน และขนมหวานอีกสารพัดเมนู เรียกว่าเดินไปทางไหนก็มีแต่ของน่ากินจนเลือกไม่ถูกเลยทีเดียว
ส่วนใครอยากลองของกินไถหนานแบบท้องถิ่น แนะนำให้มองหา Coffin Bread เมนูขึ้นชื่อที่นำขนมปังทอดมาสอดไส้ซอสครีมและเครื่องต่าง ๆ รวมถึงเครื่องดื่มและขนมที่ทำจากน้ำอ้อย เพราะอาหารของไถหนานขึ้นชื่อเรื่องรสชาติที่ค่อนข้างหวานกว่าเมืองอื่นในไต้หวัน นอกจากของกินแล้ว ยังมีโซนเกมงานวัด ร้านเสื้อผ้า และของจุกจิกให้เดินช้อปกันเพลิน ๆ อีกด้วย
แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าตลาดแห่งนี้ไม่ได้เปิดทุกวัน โดยทั่วไปจะเปิดเฉพาะวันพฤหัสบดี เสาร์ และอาทิตย์ ใครอยากมาเดินตะลุยกินให้จุใจ อย่าลืมเช็กวันเปิดตลาดก่อนออกเดินทางด้วยนะ!
ปิดท้ายลิสต์ 10 ที่เที่ยวไถหนาน กันที่ Anping Old Street ถนนคนเดินเก่าแก่ในย่านอันผิงที่สายกินและสายช้อปน่าจะถูกใจเป็นพิเศษ เพราะสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านอาหาร ขนมพื้นเมือง และร้านขายของฝากที่เปิดเรียงรายกันตลอดเส้นทาง เดินไปไม่กี่ก้าวก็มีอะไรน่าลองอีกแล้ว!
ที่น่าสนใจคือถนนเส้นนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นถนนสายแรกของไต้หวัน เพราะมีต้นกำเนิดจากผังถนนที่ชาวดัตช์วางไว้ในย่านอันผิงเมื่อหลายร้อยปีก่อน ปัจจุบันยังคงมีบ้านเก่าและตรอกเล็ก ๆ ให้เดินสำรวจอยู่หลายจุด โดยเฉพาะยันต์สิงโตคาบดาบ (Sword Lion) ที่พบได้ตามประตูและกำแพงบ้านโบราณ ซึ่งชาวอันผิงเชื่อว่าเป็นเครื่องรางช่วยปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและปกป้องบ้านเรือน และถ้าลองสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าแต่ละบ้านมีหน้าสิงโตหน้าตาไม่เหมือนกันด้วยนะ
ส่วนสายกินมาถึงแล้วอย่าลืมลองเต้าฮวยอันผิง (Anping Tofu Pudding) ของหวานเนื้อนุ่มที่มีให้เลือกหลายหน้า รวมถึงกุ้งม้วนทอด ข้าวเกรียบกุ้ง และผลไม้แปรรูปแบบไต้หวันที่เหมาะกับการซื้อกลับไปเป็นของฝาก ถ้ามาช่วงวันหยุดจะยิ่งคึกคักเป็นพิเศษ แนะนำให้เผื่อเวลาสัก 1–2 ชั่วโมงสำหรับเดินชิมของอร่อยและเลือกซื้อของฝาก ก่อนกลับไปพักผ่อนแบบอิ่มท้องสุด ๆ
อ่านต่อบทความเที่ยวไต้หวันอื่นๆ
เที่ยวไถหนานให้สนุกทั้งที การเลือกที่พักทำเลดี ๆ ก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยเฉพาะใครที่อยากเดินเที่ยวเมืองเก่า ตระเวนชิมของอร่อย หรือออกไปเดินเล่นตอนกลางคืน แนะนำให้มองหาที่พักไถหนานในย่าน West Central District เพราะอยู่ใกล้ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และแลนด์มาร์กสำคัญของเมือง วันนี้ Traveloka คัดมาให้ 3 โรงแรม 3 สไตล์ ทั้งที่พักยอดนิยม โรงแรมหรู และตัวเลือกคุมงบ จะมีที่ไหนน่านอนบ้าง ไปดูกันเลย!
ใครชอบโรงแรมดีไซน์เก๋ ๆ ที่มีบรรยากาศอบอุ่นเหมือนมาพักบ้านเพื่อน แนะนำ U.I.J Hotel & Hostel เลย ที่นี่เป็นที่พักสไตล์บูติกที่ผสมความชิลของโฮสเทลเข้ากับความสะดวกสบายของโรงแรมได้อย่างลงตัว ที่นี่ตั้งอยู่บนถนน You'ai ใจกลางย่านเมืองเก่า ใกล้ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และที่เที่ยวไถหนาน อย่าง Tainan Confucius Temple กับ Hayashi Department Store ภายในตกแต่งสไตล์โคซี่ลอฟต์ มีทั้งห้องพักส่วนตัวและห้องพักรวมให้เลือกตามงบ พร้อมพื้นที่ส่วนกลางที่มีมุมอ่านหนังสือ ห้องครัว และระเบียงให้ออกมานั่งรับลม ใครอยากได้ที่พักที่เดินทางสะดวก แถมมีมุมสวย ๆ ให้นั่งเล่นและถ่ายรูป ที่นี่ตอบโจทย์เลย
ถ้าอยากให้ทริปเที่ยวไถหนานครั้งนี้พรีเมียมขึ้นอีกหน่อย ลองพักที่ Silks Place Tainan ได้เลย ที่นี่เป็นโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวใจกลางเมืองที่เหมาะกับการพักผ่อนแบบสบาย ๆ ตั้งอยู่ใกล้ห้าง Shin Kong Mitsukoshi และเดินทางไปเที่ยวแลนด์มาร์กในย่านเมืองเก่าได้สะดวก ตัวโรงแรมตกแต่งอย่างเรียบหรู ผสมผสานดีไซน์ร่วมสมัยเข้ากับกลิ่นอายวัฒนธรรมไต้หวัน ห้องพักกว้างขวาง มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พร้อมสระว่ายน้ำกลางแจ้ง ฟิตเนส และห้องอาหารให้เลือกใช้บริการ วันไหนเดินเที่ยวจนเหนื่อยก็กลับมาแช่น้ำ พักผ่อน หรืออร่อยกับมื้อค่ำดี ๆ ได้โดยไม่ต้องออกไปไหนไกล เหมาะทั้งกับคู่รักและครอบครัวที่อยากพักผ่อนแบบจัดเต็ม
สำหรับสายเที่ยวที่อยากประหยัดค่าที่พัก แล้วเก็บงบไว้ตะลุยกินกับช้อปปิ้ง แนะนำ FX Hotel Tainan เป็นอีกหนึ่งตัวเลือก เพราะโรงแรมตั้งอยู่ในย่าน West Central District ใกล้ถนน Guohua แหล่งรวมร้านอาหารท้องถิ่นชื่อดัง และยังเดินทางไป Shennong Street หรือ Chihkan Tower ได้ไม่ยาก ภายในตกแต่งสไตล์โมเดิร์น ห้องพักดูเรียบง่ายแต่สะดวกสบาย มีทั้งเครื่องปรับอากาศ ห้องน้ำส่วนตัว และ Wi-Fi ให้ใช้งาน เหมาะกับคนที่ตั้งใจออกไปเที่ยวตั้งแต่เช้าจนค่ำ แล้วอยากกลับมาพักผ่อนในห้องสบาย ๆ โดยไม่ต้องจ่ายแพงเกินจำเป็น เรียกว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าทั้งเรื่องทำเลและงบประมาณเลย
สำหรับใครที่สงสัยว่า ไถหนาน ไปยังไง บอกเลยว่าเดินทางไม่ยากอย่างที่คิด โดยนักท่องเที่ยวจากไทยนิยมบินไปลงที่เกาสงหรือไทเป แล้วต่อรถไฟเข้าไถหนาน ซึ่งมีทั้งรถไฟธรรมดาและรถไฟความเร็วสูงให้เลือกตามความสะดวก
ข้อควรรู้เล็กน้อยคือสถานี Tainan HSR กับ Tainan TRA ไม่ได้อยู่ที่เดียวกัน โดยสถานีรถไฟความเร็วสูงจะอยู่ห่างจากใจกลางเมืองพอสมควร แนะนำให้เผื่อเวลาต่อรถประมาณ 30–45 นาที จะได้เดินทางแบบไม่ต้องรีบร้อน
การเที่ยวไถหนานด้วยตัวเองค่อนข้างสะดวก เพราะสถานที่สำคัญหลายแห่งอยู่ในย่านเมืองเก่าที่สามารถเดินเที่ยวต่อกันได้ แต่ถ้าอยากออกไปเที่ยวย่านอันผิงหรือ Sicao Green Tunnel ก็มีรถสาธารณะและบริการเดินทางให้เลือกเช่นกัน
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวไถหนานคือเดือนตุลาคม–มีนาคม เพราะอากาศค่อนข้างเย็นสบาย มีฝนน้อยกว่าช่วงฤดูร้อน เหมาะกับการเดินเที่ยวเมืองเก่า ชมวัดโบราณ หรือออกไปถ่ายรูปตามแลนด์มาร์กต่าง ๆ โดยเฉพาะช่วงพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ที่อากาศไม่ร้อนจัด ทำให้เดินเที่ยวกลางแจ้งได้เพลินขึ้นมาก
แต่จริง ๆ แล้ว ไถหนาน ไต้หวันสามารถเที่ยวได้ตลอดปี แต่ละฤดูกาลก็มีบรรยากาศต่างกันไป ลองมาดูกันว่าช่วงไหนเหมาะกับสไตล์การเที่ยวของเรามากที่สุด
| ฤดูกาล | ช่วงเดือน | อุณหภูมิโดยประมาณ | ไฮไลต์ |
| ใบไม้ผลิ | มี.ค.–พ.ค. | 19–30°C | เดินเมืองเก่า คาเฟ่ อากาศเริ่มอุ่น |
| ฤดูร้อน | มิ.ย.–ส.ค. | 26–33°C | ธรรมชาติเขียวชอุ่ม แต่ร้อนและฝนมาก |
| ใบไม้ร่วง | ก.ย.–พ.ย. | 22–32°C | ปลายฤดูอากาศสบาย เหมาะกับการถ่ายรูป |
| ฤดูหนาว | ธ.ค.–ก.พ. | 15–25°C | อากาศเย็นสบาย เดินเที่ยวได้ทั้งวัน |
ก่อนแพ็กกระเป๋าไปตะลุยที่เที่ยวไถหนาน ลองเก็บทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้ไว้ใช้กัน รับรองว่าจะช่วยให้เที่ยวได้สนุกขึ้น ประหยัดเวลา และไม่พลาดพิกัดเด็ด ๆ ของเมือง
Q: คนไทยไปเที่ยวไถหนานต้องทำวีซ่าไหม?
A: ไม่ต้องทำวีซ่า นักท่องเที่ยวชาวไทยที่ถือพาสปอร์ตไทยได้รับสิทธิ์ยกเว้นวีซ่า สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวในไต้หวันได้นานสูงสุด 14 วัน เพียงเตรียมพาสปอร์ตที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือนและตั๋วเครื่องบินไปและขากลับให้พร้อม
Q: มีเที่ยวบินตรงจากประเทศไทยไปลงสนามบินไถหนานไหม?
A: ปัจจุบันยังไม่มีเที่ยวบินตรงพาณิชย์จากไทยไปลงไถหนาน เส้นทางที่แนะนำที่สุดคือบินตรงไปลง สนามบินเกาสง (KHH) แล้วต่อรถไฟ TRA เข้าเมืองไถหนานเพียง 35–60 นาที หรือบินไปลง สนามบินเถาหยวน (TPE) แล้วนั่งรถไฟความเร็วสูง THSR ต่อเข้าไถหนาน
Q: เที่ยวไถหนานต้องเตรียมงบค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่?
A: ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนจะอยู่ที่ประมาณ 1,500 – 2,500 NTD (ประมาณ 1,700 – 2,800 บาท) ต่อวัน ซึ่งครอบคลุมทั้งค่าอาหารสตรีตฟู้ด ค่าเดินทางด้วยรถสาธารณะ และค่าธรรมเนียมเข้าชมโบราณสถานหลัก ๆ
Q: ไปเที่ยวไถหนานต้องแต่งตัวยังไง และควรเตรียมอะไรไปบ้าง?
A: เนื่องจากสภาพอากาศไถหนานจะอุ่นกว่าทางตอนเหนือ แนะนำให้ใส่เสื้อผ้าเนื้อระบายอากาศได้ดี เดินสบาย และสวมรองเท้าผ้าใบเป็นหลักเนื่องจากต้องเดินชมเมืองเยอะ สำหรับช่วงเช้าหรือค่ำควรพกเสื้อคลุมตัวบางติดไปด้วย และหากไปช่วงฤดูร้อนหรือใบไม้ผลิควรพกร่มพับกันแดดกันฝนติดกระเป๋า
Q: การเดินทางระหว่างสถานีรถไฟความเร็วสูง (Tainan HSR) เข้าตัวเมืองไถหนาน ทำอย่างไร?
A: เนื่องจากสถานี HSR อยู่นอกเมือง วิธีที่สะดวกสุดคือนั่ง รถไฟท้องถิ่น TRA สาย Shalun จากสถานี Shalun (ซึ่งเชื่อมต่อกับ HSR) ตรงเข้าสถานี Tainan Station ในใจกลางเมือง ใช้เวลาประมาณ 25 นาที หรือใช้บริการ HSR Shuttle Bus (สาย H31) ฟรีสำหรับผู้ถือตั๋ว HSR
Q: ขับรถเที่ยวในไถหนาน มีที่จอดรถรองรับสถานที่ท่องเที่ยวไหม?
A: สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญส่วนใหญ่ เช่น ป้อมอันผิง หอคอยฉือคั่น หรือวัดขงจื๊อ มีอาคารจอดรถและลานจอดรถสาธารณะให้บริการใกล้เคียง อย่างไรก็ตาม ย่านเมืองเก่าไถหนานมีตรอกซอกซอยค่อนข้างแคบ การเดินทางด้วยรถบัสประจำทาง จักรยาน YouBike หรือแท็กซี่จะสะดวกกว่าการขับรถเอง






