เที่ยวเกาะสีชังเดือนไหนดี? พร้อมลิสต์สถานที่น่าไปในแต่ละช่วง
ใครกำลังหาที่เที่ยใกล้ ๆ กรุงเทพในวันหยุดนี้ ลองไปเที่ยวเกาะสีชังดูไหม? ที่นี่เป็นเกาะเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว เพียงแค่ขับรถไปถึงท่าเรือศรีราชาแล้วนั่งเรือข้ามฟากต่ออีกไม่นาน ก็ได้สัมผัสกับบรรยากาศสงบและชิลแตกต่างจากเมืองใหญ่ที่วุ่นวาย เกาะสีชังไม่ได้มีดีแค่ชายหาดปัง ๆ เท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยที่เที่ยวเกาะสีชังหลากหลายรูปแบบ ทั้งวัดและศาลเจ้าที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ จุดชมวิวที่โรแมนติกเหมาะสำหรับคู่รัก ไปจนถึงคาเฟ่น่ารัก ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ตามมุมต่าง ๆ บนเกาะ
บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับที่เที่ยวเกาะสีชังในแต่ละฤดู ว่ามีอะไรให้ทำบ้าง กิจกรรมไหนห้ามพลาด และควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนเดินทาง เพื่อให้ทริปสั้น ๆ อย่างทริป 2 วัน 1 คืน หรือแม้กระทั่ง One Day Trip บนเกาะนี้เต็มไปด้วยความประทับใจที่อยากกลับมาอีกครั้ง อ่านแล้วกดจองที่พักในเกาะสีชังกับ Traveloka เลย!
ดีลแรง! จองตั๋วเครื่องบินไปกกรุงเทพ ราคาประหยัดที่ Traveloka
เชียงใหม่ (CNX) ไป กรุงเทพ (BKK)
หาดใหญ่ (HDY) ไป กรุงเทพ (BKK)
ภูเก็ต (HKT) ไป กรุงเทพ (BKK)
Quick Summary: สรุปไฮไลท์ฤดูท่องเที่ยวเกาะสีชังใน 1 นาที
เสน่ห์ใกล้กรุง: เกาะสีชังเป็นเกาะขนาดเล็กในจังหวัดชลบุรี เดินทางสะดวกจากกรุงเทพฯ ด้วยการขับรถมาต่อเรือข้ามฟากที่ท่าเรือศรีราชา เหมาะสำหรับทริป One Day Trip หรือ 2 วัน 1 คืน
ภาพรวมสภาพอากาศ: มีอากาศอบอุ่นแบบทะเลเขตร้อนตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ย 25–32 องศาเซลเซียส พร้อมลมทะเลพัดเย็นสบายเกือบตลอดวัน
เที่ยวเกาะสีชังฤดูร้อน (กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม): บรรยากาศคึกคัก ท้องฟ้าโปร่ง และน้ำทะเลใสแจ๋ว เหมาะที่สุดสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งและการเล่นน้ำ เช่น ดำน้ำดูปะการังที่เกาะขามใหญ่ เล่นน้ำที่หาดถ้ำพัง นั่งเรือตกปลา และถ่ายรูปแสงสวย ๆ ที่สะพานอัษฎางค์
เที่ยวเกาะสีชังฤดูฝน (พฤษภาคม – ตุลาคม): บรรยากาศเงียบสงบ เป็นส่วนตัว ต้นไม้เขียวชอุ่มหลังฝนตก เหมาะกับการนั่งชิลที่คาเฟ่ริมทะเล เดินเล่นในพระจุฑาธุชราชฐาน ไหว้พระที่วัดถ้ำจักรพงษ์ และได้พักผ่อนในราคาที่พักที่คุ้มค่ากว่าช่วงอื่น
เที่ยวเกาะสีชังฤดูหนาว (ตุลาคม – กุมภาพันธ์): บรรยากาศโรแมนติกที่สุดในรอบปี อากาศเย็นสบายไม่ร้อนจัดประมาณ 23–28 องศาเซลเซียส เหมาะกับการเดินเที่ยวชมวิวรอบเกาะได้ทั้งวัน ชมพระอาทิตย์ตกดินที่ช่องเขาขาด และแวะสักการะศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่เพื่อความเป็นสิริมงคล
จุดเช็กอินห้ามพลาด: สะพานอัษฎางค์, ช่องเขาขาด, พระจุฑาธุชราชฐาน, หาดถ้ำพัง และศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่
เที่ยวเกาะสีชังแบบชิล ๆ จองกิจกรรมกับ Traveloka เลย
ส่วนลดเพียบ! จองที่พักยอดนิยมในเกาะสีชังกับ Traveloka
สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไปของเกาะสีชัง
เกาะสีชังตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี เป็นเกาะที่มีอากาศอบอุ่นแบบทะเลเขตร้อนตลอดทั้งปี ทำให้สามารถเดินทางมาเที่ยวได้เกือบทุกช่วงเวลา แต่ละฤดูก็จะมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันไป โดยอุณหภูมิโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 25–32 องศาเซลเซียส และมักมีลมทะเลพัดเย็นสบายเกือบตลอดวัน ถึงแม้บางช่วงจะมีแดดแรง แต่ก็ยังคงเหมาะสำหรับการพักผ่อน เล่นน้ำ หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง นอกจากนี้สภาพอากาศที่เปลี่ยนไปตามฤดูยังช่วยสร้างประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศโรแมนติกในช่วงหนาว หรือความสดใสคึกคักในหน้าร้อน
แบ่งตามฤดู
ฤดูร้อน (กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม) : แดดแรง ทะเลใส เหมาะกับการดำน้ำ เล่นน้ำ และทำกิจกรรมชายหาด
ฤดูฝน (พฤษภาคม – ตุลาคม) : มีฝนประปราย แต่เกาะจะเงียบสงบ นักท่องเที่ยวน้อย บรรยากาศส่วนตัว
ฤดูหนาว (ตุลาคม – กุมภาพันธ์) : อากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าโปร่ง เหมาะกับการเที่ยวชมวัด จุดชมวิว และบรรยากาศโรแมนติก
1. เที่ยวเกาะสีชังช่วงฤดูร้อน
เมื่อเข้าสู่ ฤดูร้อน (กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม) เกาะสีชังจะเต็มไปด้วยบรรยากาศสดใสและคึกคัก อากาศค่อนข้างร้อน อุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 30–34 องศาเซลเซียส แต่ข้อดีคือท้องฟ้ามักโปร่ง แดดแรง น้ำทะเลใสจนเหมาะกับการทำกิจกรรมทางน้ำหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นการว่ายน้ำ ดำน้ำดูปะการัง หรือเล่นกีฬาทางทะเลต่าง ๆ
สำหรับใครที่ชอบความสนุกสนานและการพักผ่อนริมชายหาด การเที่ยวเกาะสีชังในหน้าร้อน ถือว่าตอบโจทย์สุด ๆ เพราะได้ทั้งบรรยากาศทะเลสีฟ้าใสและความคึกคักของผู้คน อีกทั้งยังเหมาะกับการถ่ายภาพวิวทะเลที่ออกมาสวยคมชัด นอกจากนี้ยังสามารถต่อทริปไปเที่ยวชลบุรีหรือบางแสนได้อย่างสะดวก ทำให้เป็นช่วงเวลาที่หลายคนเลือกมาพักผ่อนใกล้กรุงเทพฯ
กิจกรรมน่าทำฤดูร้อน
ดำน้ำดูปะการัง – น้ำทะเลใสในช่วงนี้เหมาะที่สุดสำหรับการชมโลกใต้น้ำและสัตว์ทะเลหลากชนิด
เล่นน้ำชายหาดถ้ำพัง – หาดยอดนิยมของเกาะสีชัง น้ำใสสะอาด บรรยากาศคึกคัก เหมาะสำหรับครอบครัวและกลุ่มเพื่อน
ตกปลาและนั่งเรือชมเกาะ – นักท่องเที่ยวสามารถเหมารถเรือไปตกปลารอบเกาะหรือชมวิวทะเลได้อย่างเพลิดเพลิน
ถ่ายรูปที่สะพานอัษฎางค์ – แสงแดดแรงทำให้ภาพออกมาสวย ฟ้าใส น้ำทะเลเป็นสีฟ้าเข้ม เหมาะสำหรับสายถ่ายภาพ
ลิ้มรสอาหารทะเลสด ๆ – หลังทำกิจกรรมกลางวัน สามารถนั่งร้านอาหารริมทะเลเพื่อชิมซีฟู้ดสดใหม่ เติมพลังให้เต็มที่
เตรียมตัวอย่างไรสำหรับการเที่ยวเกาะสีชังในฤดูร้อน
พกครีมกันแดด SPF สูง ๆ – ฤดูร้อนแดดแรงเป็นพิเศษ การปกป้องผิวเป็นสิ่งสำคัญ
เตรียมหมวก แว่นกันแดด และร่ม – เพื่อช่วยลดความร้อนและป้องกันแสงแดดขณะทำกิจกรรมกลางแจ้ง
ดื่มน้ำให้เพียงพอ – ควรพกน้ำดื่มติดตัวไว้เสมอ เพื่อป้องกันอาการเหนื่อยล้าจากอากาศร้อน
เลือกเสื้อผ้าเนื้อบาง แห้งไว – จะช่วยให้สบายตัวและเหมาะกับการทำกิจกรรมทางน้ำ
วางแผนทำกิจกรรมช่วงเช้าและเย็น – เพื่อหลีกเลี่ยงแดดแรงในช่วงเที่ยงถึงบ่ายแก่ ๆ และได้บรรยากาศที่ไม่ร้อนจนเกินไป
ที่เที่ยวเกาะสีชังแนะนำในฤดูร้อน
หาดถ้ำพัง – ชายหาดยอดนิยมที่น้ำใสสะอาด เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ พักผ่อน และทำกิจกรรมชายหาด
สะพานอัษฎางค์ – แลนด์มาร์กสำคัญของเกาะสีชัง ถ่ายรูปออกมาสวยโดยเฉพาะในวันที่ท้องฟ้าโปร่ง
ช่องเขาขาด – จุดชมวิวทะเลที่สวยตระการตา มองเห็นพระอาทิตย์ตกท่ามกลางท้องฟ้าและน้ำทะเลสีทอง
เกาะขามใหญ่ (นั่งเรือไปดำน้ำ) – จุดดำน้ำดูปะการังที่น้ำใสและมีปลาหลากสีสัน เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสธรรมชาติใต้น้ำ
ตลาดสดเกาะสีชัง – แวะชิมและซื้ออาหารทะเลสด ๆ หรือของกินท้องถิ่นติดไม้ติดมือกลับไป
2. เที่ยวเกาะสีชังช่วงฤดูฝน
ช่วงฤดูฝน (พฤษภาคม – ตุลาคม) ของเกาะสีชังจะมีฝนตกประปราย แต่ไม่ตลอดทั้งวัน อากาศค่อนข้างเย็นสบายกว่าหน้าร้อน และนักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่าน ทำให้บรรยากาศเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เหมาะกับคนที่อยากมาพักผ่อนจริง ๆ แม้บางวันจะมีฝน แต่ก็มีข้อดีคือวิวทะเลจะดูหม่น ๆ โรแมนติกไปอีกแบบ เหมาะสำหรับคู่รักที่อยากหามุมสงบ หรือใครที่ชอบบรรยากาศธรรมชาติสดชื่นหลังฝนตก นอกจากนี้ช่วงนี้ยังเป็นโอกาสดีสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปวิวทะเลกับท้องฟ้าแบบดรามาติกที่แตกต่างจากฤดูอื่น ๆ สำหรับคนที่อยากพักในที่พักเกาะสีชังช่วงนี้ราคามักถูกกว่าฤดูท่องเที่ยวหลัก ทำให้ได้ทั้งความสงบและความคุ้มค่าในทริปเดียว
กิจกรรมน่าทำฤดูฝน
นั่งชิลคาเฟ่เกาะสีชัง – เลือกร้านบรรยากาศดี ๆ ริมทะเล ชมวิวทะเลหลังฝน ฟังเสียงคลื่นแบบเงียบสงบ
ถ่ายรูปวิวทะเลแบบดรามาติก – ฟ้าหลังฝนมักมีเมฆสวย บรรยากาศโรแมนติก เหมาะสำหรับสายถ่ายรูป
ไหว้พระขอพรที่วัดถ้ำจักรพงษ์ – วัดสำคัญของเกาะ บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการมาปฏิบัติธรรม
เดินเล่นรอบพระจุฑาธุชราชฐาน – สถานที่ประวัติศาสตร์ที่มีสวนร่มรื่น เหมาะกับการเดินเล่นสบาย ๆ
นั่งเรือชมรอบเกาะ – ถึงจะมีฝนบ้าง แต่การนั่งเรือรับลมทะเลก็ช่วยให้ได้บรรยากาศสงบและผ่อนคลาย
เตรียมตัวอย่างไรสำหรับการเที่ยวเกาะสีชังในฤดูฝน
พกร่มหรือเสื้อกันฝนติดตัว – เพราะอาจมีฝนตกประปราย ควรเตรียมไว้เพื่อความสะดวก
ใส่รองเท้าที่กันลื่นได้ดี – หากต้องเดินตามทางลาดหรือบริเวณที่เปียกชื้นจะช่วยเพิ่มความปลอดภัย
เผื่อเวลาเดินทาง – ช่วงฝนอาจทำให้เรือออกล่าช้าหรือเดินทางไม่สะดวก ควรวางแผนเวลาให้ยืดหยุ่น
พกยากันยุง – หลังฝนตกมักมียุงหรือแมลงมากขึ้น การพกสเปรย์กันยุงไว้จะช่วยให้เที่ยวได้สบายใจ
เลือกที่พักเกาะสีชังที่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว – จะได้ไม่ต้องเดินทางไกลท่ามกลางฝนหรือสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน
ที่เที่ยวเกาะสีชังแนะนำในฤดูฝน
พระจุฑาธุชราชฐาน – เดินเล่นในบรรยากาศร่มรื่น ช่วงฝนตกใหม่ ๆ ต้นไม้เขียวชอุ่ม เหมาะสำหรับสายธรรมชาติ
ช่องเขาขาด – แม้จะมีเมฆครึ้ม แต่ทำให้ได้วิวทะเลแบบดรามาติก เหมาะกับคนที่ชอบถ่ายรูปแนวศิลป์
ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ – แวะสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล แม้ฝนจะตกบรรยากาศก็ยังขลังและสงบ
วัดถ้ำจักรพงษ์ – จุดชมวิวและสถานที่ปฏิบัติธรรมที่เงียบสงบ บรรยากาศเหมาะกับการพักใจ
สะพานอัษฎางค์ – ถ่ายรูปยามเช้าในวันที่ฝนหยุดใหม่ ๆ ได้ฟีลโรแมนติกที่แตกต่างจากฤดูอื่น
3. เที่ยวเกาะสีชังช่วงฤดูหนาว
ฤดูหนาว (ตุลาคม – กุมภาพันธ์) ถือเป็นช่วงที่เหมาะที่สุดสำหรับการมาเที่ยวเกาะสีชัง อากาศเย็นสบาย ไม่ร้อนจัดเหมือนฤดูร้อน และไม่ค่อยมีฝนเหมือนฤดูใบไม้ร่วง อุณหภูมิจะอยู่ที่ประมาณ 23–28 องศาเซลเซียส ทำให้เดินเที่ยวได้ทั้งวันโดยไม่เหนื่อยหรือร้อนเกินไป ช่วงนี้เกาะสีชังเต็มไปด้วยบรรยากาศโรแมนติก เหมาะสำหรับคู่รักที่อยากมาฮันนีมูน ครอบครัวที่อยากมาพักผ่อน หรือกลุ่มเพื่อนที่อยากจัดทริปสบาย ๆ ใกล้กรุงเทพฯ อีกทั้งยังเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวค่อนข้างมาก เพราะหลายคนถือว่าเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวหลัก จึงควรจองที่พักเกาะสีชังและตั๋วเรือล่วงหน้าเพื่อความมั่นใจ
กิจกรรมน่าทำฤดูหนาว
เดินเล่นชมวิวรอบเกาะ – อากาศเย็นสบาย เดินเล่นได้ทั้งวันโดยไม่ร้อน เหมาะสำหรับการเก็บบรรยากาศ
ชมพระอาทิตย์ตกที่ช่องเขาขาด – ท้องฟ้าโปร่ง อากาศเย็น ทำให้ได้ภาพพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดในรอบปี
นั่งชิลร้านอาหารทะเลริมทะเล – บรรยากาศโรแมนติกสุด ๆ อาหารทะเลสดใหม่คู่กับลมหนาวคือที่สุดของฤดูนี้
ไหว้พระขอพรรับปีใหม่ – แวะศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่หรือวัดบนเกาะ เพื่อเริ่มต้นปีด้วยความเป็นสิริมงคล
ถ่ายรูปแลนด์มาร์กสะพานอัษฎางค์ – แสงช่วงเช้ากับอากาศเย็นทำให้ภาพออกมาสวยและสดใสกว่าฤดูอื่น
เตรียมตัวอย่างไรสำหรับการเที่ยวเกาะสีชังในฤดูหนาว
เตรียมเสื้อคลุมบาง ๆ – แม้อากาศจะไม่หนาวจัด แต่ช่วงเช้าและค่ำอาจมีลมแรง ควรพกเสื้อคลุมติดไว้
จองที่พักเกาะสีชังล่วงหน้า – ช่วงไฮซีซันมีนักท่องเที่ยวเยอะ ห้องพักเต็มไว การจองล่วงหน้าช่วยให้ไม่พลาดที่พักดี ๆ
เตรียมกล้องหรือมือถือสำหรับถ่ายภาพ – ท้องฟ้าโปร่ง แสงสวย เหมาะกับการเก็บภาพบรรยากาศ
เช็คตารางเรือข้ามฟาก – เพราะนักท่องเที่ยวเยอะ อาจมีการปรับเวลา ควรวางแผนให้แน่นอน
วางแผนทริป 2 วัน 1 คืน – ช่วงนี้อากาศดี ควรเผื่อเวลาเดินเล่นให้ทั่วเกาะและพักผ่อนแบบเต็มที่
ที่เที่ยวเกาะสีชังแนะนำในฤดูหนาว
สะพานอัษฎางค์ – จุดแลนด์มาร์กสุดคลาสสิก ถ่ายรูปกับท้องฟ้าโปร่งและแสงอาทิตย์ยามเช้า บรรยากาศโรแมนติกสุด ๆ
ช่องเขาขาด – ช่วงฤดูหนาวท้องฟ้ามักใส ทำให้ได้วิวพระอาทิตย์ตกที่สวยและคมชัด
พระจุฑาธุชราชฐาน – เดินเล่นท่ามกลางสวนร่มรื่น อากาศเย็นกำลังดี เหมาะกับครอบครัวและคู่รัก
ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ – สถานที่ศักดิ์สิทธิ์บนเกาะที่นิยมไปไหว้ขอพร โดยเฉพาะช่วงต้นปี
หาดถ้ำพัง – น้ำทะเลใส อากาศเย็นกำลังดี นั่งเล่นริมชายหาดหรือปิกนิกได้อย่างเพลิดเพลิน
อ่านต่อ: ที่เที่ยวใกล้เคียงเกาะสีชัง
สรุป! ควรไปเที่ยวเกาะสีชังช่วงไหน?
เกาะสีชังเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางใกล้กรุงเทพฯ ที่สามารถไปได้ตลอดทั้งปี แต่ละฤดูก็มีเสน่ห์แตกต่างกันไป
หากอยากเห็น ทะเลใส แดดแรง เหมาะกับการเล่นน้ำควรไปในฤดูร้อน (กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม)
ถ้าชอบบรรยากาศเย็นสบาย เดินเที่ยวได้ทั้งวัน ต้องยกให้ฤดูหนาว (ตุลาคม – กุมภาพันธ์) ซึ่งถือเป็นช่วงไฮไลท์
สำหรับคนที่อยากได้ บรรยากาศเงียบสงบ โรแมนติก และนักท่องเที่ยวน้อย แนะนำฤดูฝน (พฤษภาคม – ตุลาคม)
ดังนั้น ไม่ว่าจะเลือกมาฤดูไหน ที่เที่ยวเกาะสีชังก็ยังคงมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ทั้งชายหาด คาเฟ่ จุดชมวิว วัด และอาหารทะเลสดอร่อย ใครที่กำลังหาที่พักผ่อนใกล้กรุงเทพฯ แบบทริปสั้น ๆ 1 วัน หรือ 2 วัน 1 คืน เกาะสีชังก็เป็นคำตอบที่ลงตัวทุกฤดู ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวเกาะสีชังแล้ว อย่าลืมจองที่พักในเกาะสีชังกับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบินและที่พักด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!
จองที่พักยอดนิยมในเกาะสีชังกับ Traveloka เก็บโค้ดเลย!
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวเกาะสีชัง
Q: ไปเที่ยวเกาะสีชังช่วงไหนดีที่สุด?
A: ช่วงฤดูหนาว (ตุลาคม – กุมภาพันธ์) ดีที่สุด เพราะอากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าโปร่ง และเดินเที่ยวได้ทั้งวันโดยไม่เหนื่อย แต่หากเน้นเล่นน้ำทะเลใส ๆ แนะนำช่วงฤดูร้อน (กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม)
Q: ไปเกาะสีชังต้องแต่งตัวอย่างไร?
A: แนะนำให้ใส่เสื้อผ้าเนื้อบาง เบาสบาย และแห้งไวเพื่อให้เหมาะกับกิจกรรมทางทะเล และเนื่องจากบนเกาะมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และวัดวาอาราม เช่น ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ หรือวัดถ้ำจักรพงษ์ หากวางแผนไปไหว้พระควรเตรียมชุดที่สุภาพเรียบร้อยไปด้วย
Q: การเตรียมตัวเดินทางมีข้อควรระวังอะไรบ้าง?
A: หากไปหน้าร้อนควรพกครีมกันแดด หมวด และแว่นกันแดดเพื่อกันแดดแรง ส่วนหน้าฝนควรพกร่ม เสื้อกันฝน และยากันยุง ที่สำคัญหากไปเที่ยวช่วงฤดูหนาวซึ่งเป็นไฮซีซัน ควรวางแผนจองที่พักเรือและตั๋วเรือล่วงหน้าเนื่องจากนักท่องเที่ยวจะหนาแน่นเป็นพิเศษ
Q: เดินทางไปเกาะสีชังอย่างไร และนั่งเรือนานไหม?
A: สามารถขับรถไปจองคิวลงเรือข้ามฟากได้ที่ท่าเรือจรินทร์หรือท่าเรือเกาะลอย อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยจะใช้เวลานั่งเรือโดยสารข้ามไปยังเกาะสีชังประมาณ 45 นาทีเท่านั้น มีเรือให้บริการสลับสับเปลี่ยนตลอดทั้งวัน
Q: บนเกาะสีชังมีที่จอดรถสำหรับนักท่องเที่ยวที่ขับรถส่วนตัวมาไหม?
A: บริเวณท่าเรือฝั่งศรีราชา (เช่น ท่าเรือเกาะลอย) มีจุดบริการรับฝากรถและลานจอดรถสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะข้ามไปเกาะสีชัง ส่วนการเดินทางบนเกาะนั้นไม่จำเป็นต้องนำรถยนต์ข้ามไป เพราะมีบริการรถเช่าและรถนำเที่ยวท้องถิ่นคอยอำนวยความสะดวกอยู่ทั่วเกาะแล้ว
Q: บนเกาะสีชังมีรถอะไรให้เช่าบ้าง และเดินทางท่องเที่ยวอย่างไร?
A: บนเกาะมีบริการเช่ารถจักรยานยนต์สำหรับขับขี่เที่ยวเอง หรือหากมาเป็นครอบครัวและกลุ่มเพื่อน ก็สามารถเลือกใช้บริการเหมารถสกายแล็ป (รถสามล้อเครื่อง) หรือรถสองแถวท้องถิ่นให้นำเที่ยวรอบเกาะตามจุดไฮไลต์ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย
Q: เกาะสีชังสามารถเที่ยวแบบวันเดียว (One Day Trip) ได้ไหม?
A: สามารถเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับได้อย่างสบาย ๆ เพราะเกาะมีขนาดเล็กและที่เที่ยวแต่ละจุดอยู่ไม่ไกลกันมาก แต่ถ้าอยากซึมซับบรรยากาศโรแมนติกยามค่ำคืน นั่งทานอาหารทะเลรับลมชิล ๆ และชมพระอาทิตย์ตกดินแบบไม่รีบร้อน การเลือกพักค้างคืนแบบ 2 วัน 1 คืนจะตอบโจทย์และผ่อนคลายกว่า
ค้นหาโปรโมชันดี ๆ จาก Traveloka