
หากพูดถึงหนึ่งในเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์ที่มีอิทธิพลต่อโลกมากที่สุด “เส้นทางสายไหม” (Silk Road) คงต้องติดอันดับต้น ๆ เสมอ ไม่ใช่แค่เพราะการเป็นเส้นทางการค้าสำคัญในอดีตเท่านั้น แต่ยังเป็นที่เที่ยวจีนทางประวัติศาสตร์ที่เป็นสะพานเชื่อมโยงวัฒนธรรม ศาสนา ศิลปะ และผู้คนจากตะวันออกไปสู่ตะวันตกอย่างลึกซึ้ง สำหรับสายเที่ยวที่หลงใหลในเรื่องราวเก่า ๆ การเดินทางเที่ยวเส้นทางสายไหม จีน คือประสบการณ์สุดพิเศษที่ได้ทั้งความรู้ ความประทับใจ และความตื่นตาตื่นใจไปพร้อมกัน
ในบทความนี้ เราจะพาเพื่อน ๆ ย้อนรอยเส้นทางสายไหมในจีนผ่านเมืองสำคัญที่เคยเป็นจุดผ่านของกองคาราวานในอดีต ทั้งเมืองโบราณที่ยังคงกลิ่นอายของอารยธรรม ซากกำแพงเมืองเก่า มัสยิด และตลาดที่ยังมีชีวิตชีวาจนถึงปัจจุบัน พร้อมแนะนำกิจกรรมห้ามพลาด เช่น การขี่อูฐในทะเลทราย เดินชมกำแพงด่านเจียยวี่กวน และจิบชาชมโอเอซิสกลางทะเลทราย รับรองว่าทริปนี้จะพาให้คุณตกหลุมรัก เส้นทางสายไหมโบราณ แบบไม่รู้ตัวเลยล่ะ! อ่านจบแล้วกดจองตั๋วเครื่องบินและที่พักใกล้ ๆ เส้นทางสายไหมกับ Traveloka เลย!
ตุนหวงเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในมณฑลกานซู่ ถือเป็นประตูแห่งโลกตะวันตกในอดีตที่เชื่อมจีนกับเอเชียกลางได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไฮไลท์สถานที่ท่องเที่ยวเส้นทางสายไหมของที่นี่คือ ถ้ำม่อเกา (Mogao Caves) หรือถ้ำพระพุทธรูปที่สลักไว้บนผาหิน เป็นหนึ่งในสมบัติล้ำค่าของพุทธศิลป์จีนโบราณ แถมยังมีทะเลทรายหมิงซาซานที่สามารถขี่อูฐ เล่นสไลเดอร์ทราย หรือขึ้นไปชมวิวที่โอเอซิส “แอ่งจันทร์เสี้ยว” ได้อีกด้วย
เที่ยวตุนหวงเหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศทะเลทรายสุดขอบฟ้า และเรียนรู้ประวัติศาสตร์เส้นทางสายไหมโบราณที่มีชีวิตชีวาจริง ๆ จากสถาปัตยกรรมและศิลปะพุทธที่ยังคงหลงเหลือให้ชมอย่างงดงาม
หนึ่งในจุดเช็คอินสำคัญของการเที่ยวเส้นทางสายไหม จีนคือ ด่านเจียยวี่กวน (Jiayuguan Pass) ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดด้านตะวันตกของกำแพงเมืองจีน หากคุณอยากได้ฟีลแบบ “ปลายสุดอารยธรรมจีน” ที่นี่คือคำตอบ! โครงสร้างของป้อมปราการใหญ่นี้แข็งแกร่งและงดงาม ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ในยุคโบราณ
นอกจากจะได้เรียนรู้เรื่องประวัติเส้นทางสายไหมและยุทธศาสตร์โบราณแล้ว ยังสามารถปีนขึ้นกำแพง ชมวิวทะเลทราย และเดินชมพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงวัตถุโบราณจากกองคาราวานที่เคยผ่านมาที่นี่อีกด้วย
ถูหลู่ฟานคือเมืองที่ผสมผสานทั้งวัฒนธรรมอุยกูร์และจีนได้อย่างลงตัว ตั้งอยู่ในมณฑลซินเจียง และเคยเป็นเมืองค้าขายสำคัญในเส้นทางสายไหมในจีน ที่นี่มีแหล่งปลูกองุ่นที่ใหญ่ที่สุดในจีน และมีสถาปัตยกรรมอิสลามที่น่าหลงใหล เช่น มัสยิดเออหมิน (Emin Minaret)
ไฮไลท์อีกอย่างคือ “คานเอ่อจิ่ง” (Karez Irrigation System) ระบบชลประทานใต้ดินที่ชาวบ้านใช้ดึงน้ำจากเทือกเขามาใช้ในพื้นที่แห้งแล้ง เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ยังใช้งานได้จนปัจจุบัน การไปเที่ยวเมืองถูหลู่ฟานจะให้ฟีลโรแมนติกในบรรยากาศกลางทะเลทราย และมีอารยธรรมโบราณที่มีที่ยังคงมีให้เห็นอยู่ถึงทุกวันนี้
คัชการ์คืออีกหนึ่งเมืองสำคัญบนเส้นทางสายไหมที่โดดเด่นด้วยวัฒนธรรมอุยกูร์แบบแท้ ๆ เดินเที่ยวที่นี่เหมือนหลุดเข้าไปในโลกของอาหรับ เพราะมีทั้งสุเหร่า ตลาดพื้นเมือง และตรอกซอกซอยที่เต็มไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศ ความอบอุ่น และวิถีชีวิตแบบโบราณ
อย่าพลาดเดินตลาดบาซาร์ใหญ่ของคัชการ์ (Kashgar Sunday Bazaar) และชมมัสยิด Id Kah ซึ่งเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในจีน แถมยังสามารถนั่งรถอูฐชมทะเลทราย Taklamakan ได้อีกต่างหาก เหมาะมากสำหรับใครที่อยากซึมซับวัฒนธรรมเส้นทางสายไหมแบบเน้น ๆ
ที่เที่ยวอื่น ๆ ในเส้นทางสายไหม
การเที่ยวเส้นทางสายไหม จีน สามารถบินไปยังเมืองใหญ่ที่เป็นจุดเชื่อมต่อของเส้นทางนี้ เช่น ซีอาน (Xi’an) อุรุมชี (Urumqi) หรือหลานโจว (Lanzhou) ซึ่งมีเที่ยวบินต่อเครื่องจากกรุงเทพฯ หรือเชียงใหม่ของสายการบินอย่าง China Southern, AirAsia หรือ China Eastern Airlines ใช้เวลาเดินทางโดยรวมราว ๆ 7–12 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับเมืองปลายทางและการต่อเครื่อง
Thu, 5 Feb 2026

Loong Air
กรุงเทพ (BKK) ไป ซีอาน (XIY)
เริ่มจาก THB 2,960.00
Tue, 27 Jan 2026

Spring Airlines
กรุงเทพ (BKK) ไป ซีอาน (XIY)
เริ่มจาก THB 3,384.65
Sat, 24 Jan 2026

Spring Airlines
กรุงเทพ (BKK) ไป ซีอาน (XIY)
เริ่มจาก THB 3,399.58
ถ้าอยากเริ่มที่ต้นทางสายไหมโบราณอย่างที่เที่ยวซีอาน แนะนำให้บินลงที่สนามบินซีอานเซียนหยาง (Xi'an Xianyang International Airport) ซึ่งเชื่อมกับเมืองเที่ยวหลัก ๆ ในจีน ส่วนหากต้องการเจาะลึกเส้นทางด้านตะวันตก เช่น ทะเลทรายและเมืองในซินเจียง ก็สามารถบินตรงไปยังเมืองอุรุมชีได้เลย
ควรเผื่อเวลาเผื่อเปลี่ยนเมืองภายในจีน 1-2 วัน และเลือกเส้นทางท่องเที่ยวเป็นโซน ๆ เพื่อความสะดวกและประหยัดค่าเดินทางในประเทศ
ในอดีตเส้นทางสายไหมคือการเดินเท้า ขี่ม้า หรือคาราวานอูฐ… แต่ในปัจจุบัน นักท่องเที่ยวสามารถใช้รถไฟความเร็วสูง (เฉพาะบางเส้นทาง), รถไฟธรรมดา หรือเครื่องบินภายในประเทศในการเดินทางระหว่างเมืองหลัก เช่น:
สำหรับนักเดินทางที่ชอบเสพวิวและประวัติศาสตร์ การเดินทางแบบรถไฟ (เช่น สายลันซิน หรือสายลันคุน) จะทำให้คุณได้ชมทิวทัศน์ทะเลทราย เทือกเขา และโอเอซิสระหว่างทางแบบจัดเต็ม
การเที่ยวเส้นทางสายไหมในจีนอาจใช้เวลาตั้งแต่ 7–14 วัน ขึ้นอยู่กับจำนวนเมืองที่ต้องการไป และต้องเผื่อเวลาเดินทางระหว่างเมืองพอสมควรเลยล่ะ!
เส้นทางสายไหมมีจุดเด่นที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นด้านประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่น่าทึ่ง
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญคือการหลอมรวมของวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก เส้นทางนี้เป็นช่องทางการค้า การเดินทาง และการเผยแพร่ศาสนาในอดีต ทำให้เมืองต่าง ๆ บนเส้นทางสายไหมเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นถ้ำพระพุทธรูป ศิลปะอิสลาม โบราณสถานจีนแบบดั้งเดิม หรือแม้แต่ตลาดที่ยังคงคึกคักเหมือนยุคกองคาราวาน
อีกสิ่งที่ทำให้เส้นทางนี้พิเศษคือภูมิประเทศที่หลากหลาย ตั้งแต่ทะเลทราย Taklamakan อันกว้างใหญ่ เทือกเขาเทียนซานที่ปกคลุมด้วยหิมะ ไปจนถึงโอเอซิสกลางทะเลทราย ที่ยังคงมีชีวิตชาวบ้านดำรงอยู่
นอกจากนี้ ยังมีโบราณสถานระดับโลกอย่าง ถ้ำม่อเกาในตุนหวง, ด่านเจียยวี่กวน, เมืองเก่าในคัชการ์ หรือ ระบบชลประทานใต้ดินคานเอ่อจิ่ง ที่บ่งบอกถึงภูมิปัญญาของคนโบราณอีกด้วย
ใครที่ชื่นชอบการเดินทางแบบได้ประสบการณ์ว้าว ๆ วิวเทพ ๆ และได้เข้าใจประวัติศาตร์จีนในหลากหลายมิติ การเที่ยวเส้นทางสายไหมนี่แหละคือที่เที่ยวที่คุณตามหาอยู่!
การเที่ยวเส้นทางสายไหมนั้นขึ้นอยู่กับภูมิประเทศที่หลากหลาย ตั้งแต่ทะเลทรายที่ร้อนระอุในช่วงกลางวันไปจนถึงพื้นที่ภูเขาสูงในเขตซินเจียงที่หนาวเย็น ดังนั้นการเลือกช่วงเวลาในการเดินทางจึงสำคัญมาก หากอยากสัมผัสเส้นทางนี้อย่างสะดวกสบายและเต็มอิ่มกับวิวสวย ๆ แนะนำให้ไปในช่วง:
หลีกเลี่ยงช่วงฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) หากคุณไม่ใช่สายลุย เพราะพื้นที่อย่างทะเลทรายตุนหวงและอุรุมชีอาจมีอุณหภูมิสูงถึง 40°C และไม่มีร่มเงาให้พักเท่าไร
ฤดูหนาว (พฤศจิกายน – มีนาคม) แม้จะมีความเงียบสงบและคนน้อย แต่พื้นที่หลายแห่งอาจถูกหิมะปกคลุม และการเดินทางอาจลำบากโดยเฉพาะถ้าจะไปยังเมืองในเขตภูเขาสูง
ดังนั้นถ้าคุณกำลังวางแผนเที่ยวเส้นทางสายไหมแบบสบาย ๆ และได้วิวงาม ๆ คำตอบคือ “ฤดูใบไม้ผลิ” และ “ฤดูใบไม้ร่วง” คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดเลยจ้า!
หนึ่งในกิจกรรมไฮไลท์ของการเที่ยวเส้นทางสายไหมคือการได้ชม “ถ้ำม่อเกา” ที่ตุนหวง (Dunhuang) ซึ่งเป็นแหล่งรวมจิตรกรรมฝาผนังและประติมากรรมพุทธศิลป์โบราณกว่า 1,000 ปี จุดนี้เคยเป็นจุดแวะพักสำคัญของกองคาราวานในอดีต และเป็นสัญลักษณ์ของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างจีน อินเดีย เปอร์เซีย และเอเชียกลาง เมื่อเข้าไปภายในถ้ำ จะได้สัมผัสถึงความอลังการของภาพวาดฝาผนังสีสดที่ยังคงความสมบูรณ์แม้จะผ่านมาเป็นพันปี ถ้ำบางแห่งยังมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่สูงกว่า 30 เมตร ซึ่งเป็นไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดเลย!
ถ้าอยากสัมผัสวัฒนธรรมอุยกูร์อย่างแท้จริง ต้องไม่พลาดการเดินเล่นใน “เมืองเก่าคัชการ์” (Kashgar Old Town) ซึ่งเป็นเมืองปลายทางตะวันตกของเส้นทางสายไหม บรรยากาศของเมืองนี้แตกต่างจากจีนแบบดั้งเดิมอย่างชัดเจน เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบอิสลาม ตลาดพื้นเมือง ร้านขนมอบ และสุเหร่าที่สวยงาม
การเดินเที่ยวเมืองเก่าแห่งนี้ให้ความรู้สึกเหมือนย้อนเวลาไปในยุคคาราวานของเส้นทางสายไหมแท้ ๆ แนะนำให้ลองชิมขนมพื้นเมือง เช่น นาน (ขนมปังอุยกูร์) และเนื้อย่างหอม ๆ แล้วนั่งจิบชาชมผู้คนท้องถิ่นสวมชุดดั้งเดิม บอกเลยว่าฟีลสุด ๆ
สัมผัสประสบการณ์คาราวานยุคโบราณด้วยการ “ขี่อูฐกลางทะเลทราย Mingsha Shan” ใกล้เมืองตุนหวง ทะเลทรายแห่งนี้มีลักษณะเป็นเนินทรายสูงใหญ่ที่สามารถปีนขึ้นไปชมวิวพระอาทิตย์ตกได้
กิจกรรมนี้ถือเป็นไฮไลท์ยอดฮิตของคนที่มาเที่ยวเส้นทางสายไหมจีน โดยเฉพาะในช่วงเย็นที่แดดร่ม ลมแรงพัดผ่านเนินทราย แนะนำให้ขึ้นอูฐตอนเย็นเพื่อชมพระอาทิตย์ตก และต่อด้วยการเล่นสไลด์เดอร์ทราย สนุกกว่าที่คิดแน่นอน!
Novotel Xi'an The Bell Tower โรงแรมหรูระดับ 4 ดาว ใจกลางเมืองซีอาน ที่ทำให้การเที่ยวเส้นทางสายไหมสะดวกมาก เพราะอยู่ใกล้กับจุดที่เที่ยวสำคัญ เช่น ดิวหอระฆัง (Bell Tower), หอเจาะกลอง (Drum Tower), ย่านคนมุสลิม (Muslim Quarter) และกำแพงเมืองโบราณ (City Wall) สามารถเดินเท้าได้ภายในไม่กี่นาที ห้องพักสะอาด กว้างขวาง มี Wi-Fi ฟรี มีร้านอาหารในโรงแรม มีฟิตเนส 24 ชั่วโมง พร้อมบริการอื่น ๆ เช่น kid’s club เหมาะกับครอบครัวหรือคนที่อยากพักกลางเมือง ราคาคุ้มกับทำเลที่ได้เดินทางง่าย ๆ

Beilin Qu

โรงแรมโนโวเทลซีอาน เดอะเบลล์ทาวเวอร์

9.4/10
•




Beilin Qu
THB 1,627.67
THB 1,582.07
Haoting Hotel เป็นโรงแรมระดับกลาง‑ดีในซีอาน ซึ่งน่าจะอยู่ไม่ไกลจากจุดท่องเที่ยวบนเส้นทางสายไหม เช่น กำแพงเมือง (City Wall) หรือย่านเมืองเก่า อาหารท้องถิ่น และบริการพื้นฐานน่าจะครบ เช่น Wi-Fi, ห้องพักสะอาดและคุ้มค่า เหมาะกับคนที่อยากพักแบบสบายงบ ไม่ต้องหรูมากแต่ได้ทำเลดีสามารถเดินเที่ยวเมืองหรือขึ้นรถยนต์/รถบัสท้องถิ่นเข้าเมืองหรือไปยังสถานีรถไฟได้สะดวก

Chang'an Qu

โรงแรมซีอาน ห่าวถิง

9.4/10
•



Chang'an Qu
THB 1,137.42
THB 1,055.48
Holiday Inn โรงแรมระดับ Express ที่ “ทำเลเยี่ยม” อยู่ในย่าน Chengguan ของเมือง Lanzhou ห้องพักสะอาด มี Wi-Fi ฟรี ร้านอาหารในโรงแรม ฟิตเนส และวิวเมืองบางห้องมองเห็นแม่น้ำเหลือง (Yellow River) ความคิดเห็นผู้เข้าพักให้คะแนนสูงเรื่องโลเคชั่นและการบริการ เดินทางสะดวกจากแหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหาร เหมาะกับคนที่เที่ยวเส้นทางสายไหมแล้วผ่าน Lanzhou อยากหาโรงแรมกลางเมือง พักแบบสะดวก ไม่เน้นหรูหราแต่เน้นความคุ้มค่า

Chengguan Qu

ฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส หลานโจว ดาวน์ทาวน์, โรงแรม IHG

10.0/10
•



Chengguan Qu
THB 1,326.75
THB 1,234.89
เพราะเส้นทางสายไหมทอดยาวผ่านหลายเมืองในจีน เช่น ซีอาน (Xi’an), เจียยวี่กวน (Jiayuguan), ตุนหวง (Dunhuang), อูหลู่มู่ฉี (Urumqi) ไปจนถึงคัชการ์ (Kashgar) การเลือกเส้นทางตามความสนใจ เช่น เส้นทางประวัติศาสตร์ วัดพุทธ หรือธรรมชาติ จะช่วยให้เที่ยวได้ตรงจุดและไม่เหนื่อยเกินไป อย่าลืมตรวจสอบระยะเวลาในการเดินทางแต่ละช่วง เพราะบางเมืองห่างกันเป็นร้อยกิโลเมตร
เส้นทางสายไหมมีทั้งพื้นที่ทะเลทราย ภูเขา และเมืองที่อยู่สูง การเตรียมตัวให้พร้อมกับอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงเร็วในแต่ละจุดเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะช่วงกลางวัน-กลางคืนอุณหภูมิอาจต่างกันถึง 15–20 องศาเซลเซียส แนะนำให้พกเสื้อคลุมหรือแจ็คเก็ตติดตัวไว้เสมอ และอย่าลืมครีมกันแดดสำหรับเดินในทะเลทราย
บางพื้นที่ในเส้นทางสายไหมโดยเฉพาะแถบตะวันตกอย่างซินเจียง (Xinjiang) ผู้คนพูดภาษาจีนกลางได้น้อยลง และการใช้ภาษาอังกฤษอาจไม่ได้ผลดีนัก ดังนั้นการใช้แอปแปลภาษา เช่น Google Translate หรือ Pleco จะช่วยได้มาก รวมถึงการจองที่พักล่วงหน้า โดยเฉพาะในเมืองเล็กหรือเมืองท่องเที่ยวน้อย เพราะที่พักอาจเต็มเร็วในช่วงเทศกาล
แม้ในจีนระบบ e-payment อย่าง Alipay และ WeChat Pay จะครองเมือง แต่ในบางพื้นที่ชนบทตามเส้นทางสายไหม ร้านค้าเล็ก ๆ หรือผู้ขายริมทางอาจไม่รับระบบดิจิทัล แนะนำให้พกเงินหยวนติดตัวเล็กน้อยไว้ใช้จ่าย และเตรียมบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตสำหรับการเช็คอินโรงแรม เพราะบางเขตมีมาตรการตรวจเข้มกว่าปกติ
การเที่ยวเส้นทางสายไหมไม่ใช่แค่ชมโบราณสถาน แต่ยังเต็มไปด้วยความหลากหลายของวัฒนธรรม อาหาร และผู้คน อย่าลืมลองอาหารพื้นเมือง เช่น เนื้อย่างอุยกูร์ บะหมี่มือดึง หรือขนมปังนานแบบจีนตะวันตก รวมถึงถ่ายภาพวิวทะเลทราย เนินทราย และเมืองโบราณให้เต็มที่
ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวเส้นทางสายไหมที่จีนแล้ว อย่าลืมจองตั๋วเครื่องบินและจองที่พักใกล้เส้นทางสายไหมกับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบินและที่พักด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!






















