เชื่อเลยว่าหลายๆ คนต้องเคยเห็นภาพหมู่บ้านหิมะ ฮาร์บิน ผ่านตาบนโซเชียลกันมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นบ้านไม้หลังเล็กๆ ที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะฟูหนานุ่ม วิวไฟกลางคืนสุดโรแมนติก หรือบรรยากาศขาวโพลนเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกเทพนิยาย จนกลายเป็นหนึ่งในพิกัดเที่ยวจีนหน้าหนาว ที่กำลังฮิตมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ที่นี่คือ China Snow Town หรือ หมู่บ้านหิมะจีน ในมณฑลเฮยหลงเจียง จุดหมายในฝันของสายหิมะ สายถ่ายรูป และคนที่อยากลองสัมผัสอากาศติดลบจริงๆ สักครั้งในชีวิต โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่ทั้งหมู่บ้านจะเต็มไปด้วยวิวหิมะสุดอลังการ ให้ฟีลเหมือนอยู่ในหนังคริสต์มาสตลอดเวลา
บทความนี้ Traveloka จะพาไปรีวิวการเที่ยวหมู่บ้านหิมะฮาร์บินกันแบบครบๆ ทั้งจุดไฮไลต์ห้ามพลาด วิธีเดินทาง ช่วงเวลาไหนสวยที่สุด กิจกรรมที่ควรลอง รวมถึงที่พักน่านอนและทริกเตรียมตัวก่อนไปลุยหิมะกัน อ่านจบคือพร้อมแพ็กกระเป๋าไปเที่ยวได้เลย แถมยังสามารถจองตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่าน Traveloka ได้ครบในแอปเดียว ช่วยให้วางแพลนทริปง่ายขึ้นเยอะเลย!
จุดไฮไลท์ต่างๆ ของหมู่บ้านหิมะ ฮาร์บิน
1. Xueyun Street ถนนสายหลักสุดโรแมนติกของ Snow Town
ถ้ามาถึงหมู่บ้านหิมะ ฮาร์บิน แล้วไม่ได้เดิน Xueyun Street ถือว่าเหมือนมาไม่ถึง เพราะที่นี่คือถนนสายหลักของหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยบ้านไม้หิมะ ร้านอาหาร คาเฟ่ และแสงไฟหลากสี เรียงรายตลอดสองฝั่งทาง บรรยากาศตอนกลางวันก็น่ารักแล้ว แต่พอถึงช่วงเย็นหรือกลางคืนคือสวยคนละฟีลเลย หิมะสีขาวที่สะท้อนกับแสงไฟทำให้ทั้งถนนดูละมุนมาก เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในเมืองหิมะจากในหนังจริงๆ ระหว่างเดินก็จะมีร้านขายของกินร้อนๆ ทั้งมันเผา ชานมร้อน หรือสตรีทฟู้ดจีนให้แวะแก้หนาวไปเรื่อยๆ เป็นมุมที่ทั้งโรแมนติกและอบอุ่นมาก จนกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของ China Snow Town ที่ใครก็ต้องมาถ่ายรูปเช็กอิน
2. Bangchui Hill Amusement Park สนุกกับกิจกรรมหิมะแบบจัดเต็ม
นอกจากวิวสวยๆ แล้ว อีกอย่างที่ทำให้หลายคนติดใจการมาเที่ยวฮาร์บินหน้าหนาว ก็คือกิจกรรมเล่นหิมะนี่แหละ ซึ่ง Bangchui Hill Amusement Park ถือเป็นโซนยอดฮิตสำหรับสายแอคทิวิตี้เลย เพราะมีทั้งสไลเดอร์หิมะ ปาบอลหิมะ ปั้น snowman และกิจกรรมฤดูหนาวอีกเพียบ ใครที่ไม่เคยเล่นหิมะมาก่อน บอกเลยว่าที่นี่สนุกมาก แค่ได้วิ่งเล่น ปาหิมะ หรือไถลลงจากเนินหิมะก็ฟินแล้ว ยิ่งถ้ามาเป็นแก๊งเพื่อนหรือครอบครัวคือยิ่งคึกคัก เหมาะมากสำหรับคนที่อยากสัมผัสฟีลเที่ยวหิมะจีนแบบเต็มอารมณ์ ไม่ได้มีแค่ถ่ายรูปสวยๆ อย่างเดียว
3. Bangchui Hill Plank Road จุดชมวิวมุมสูงที่สวยเหมือนโปสการ์ด
ถ้าอยากเห็นภาพมุมกว้างของหมู่บ้านหิมะจีนแบบเต็มตา ต้องขึ้นมาที่ Bangchui Hill Plank Road เลย เพราะเป็นทางเดินไม้บนเนินเขาที่มองลงมาเห็นวิวหมู่บ้านหิมะทั้งหมู่บ้านได้แบบพาโนรามา ด้านล่างจะเห็นบ้านไม้เล็กๆ ที่ถูกหิมะปกคลุมจนขาวโพลนเต็มไปหมด ตัดกับควันจากปล่องไฟที่ลอยขึ้นมาเบาๆ ให้ฟีลเหมือนเมืองในเทพนิยายมาก โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือก่อนพระอาทิตย์ตก แสงจะสวยสุดๆ เป็นอีกหนึ่งมุมที่สายถ่ายรูปต้องหลงรัก และหลายคนยกให้เป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปหมู่บ้านหิมะที่สวยที่สุดเลย
4. Dream Home โซนบ้านเห็ดหิมะสุดไอคอนิก
Dream Home คือจุดที่หลายคนคุ้นตาจากรูปรีวิวในโซเชียล เพราะเป็นโซนที่มี “บ้านเห็ดหิมะ” เรียงกันแบบน่ารักมาก หิมะบนหลังคาจะฟูหนาจนดูเหมือนเห็ดสีขาวก้อนใหญ่ กลายเป็นภาพจำของ Snow Town China ไปแล้ว ช่วงกลางวันว่าถ่ายรูปสวยแล้ว แต่ถ้ามาช่วงกลางคืนจะยิ่งฟีลดีขึ้นอีก เพราะทุกบ้านจะเปิดไฟสีส้มอุ่นๆ ตัดกับหิมะสีขาว บรรยากาศโรแมนติกมาก เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในเมืองหิมะในนิทาน ใครกำลังหาโลเคชันแนว winter wonderland หรืออยากได้รูปสวยๆ มุมนี้คือห้ามพลาดจริงๆ
5. กิจกรรมหน้าหนาวและบรรยากาศหิมะสุดฟินที่หาไม่ได้ในไทย
เสน่ห์ของการมาเที่ยวหมู่บ้านหิมะจีนจริงๆ คือการได้ใช้ชีวิตท่ามกลางอากาศติดลบและวิวหิมะแบบรอบตัว ไม่ว่าจะเดินเล่นตอนหิมะตก นั่งรถม้าลุยหิมะ เล่นสโนว์โมบิล หรือแค่ถือแก้วกาแฟร้อนเดินดูวิว ก็เป็นฟีลที่ต่างจากเที่ยวเมืองทั่วไปมาก บางช่วงอุณหภูมิของฮาร์บิน อาจลดลงถึง -20 หรือ -30 องศาเลยทีเดียว ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดฮิตของสายเที่ยวต่างประเทศฤดูหนาว และคนที่อยากลองสัมผัสประสบการณ์เที่ยวจีนติดลบสักครั้งในชีวิต บอกเลยว่าถ้าได้มาเห็นหิมะหนาๆ กับตาตัวเอง จะเข้าใจเลยว่าทำไมหลายคนถึงยกให้ที่นี่เป็นเมืองหิมะในฝัน!
ที่ตั้งและการเดินทางไปหมู่บ้านหิมะ ฮาร์บิน
หมู่บ้านหิมะ ฮาร์บิน หรือ China Snow Town ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนซวงเฟิง (Shuangfeng Forest Farm) ในเมืองมู่ตานเจียง (Mudanjiang) มณฑลเฮยหลงเจียง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน โดยอยู่ห่างจากตัวเมือง ฮาร์บินประมาณ 280–300 กิโลเมตร ท่ามกลางภูเขาและป่าสนที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะตลอดฤดูหนาว
ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในพิกัดเที่ยวจีนหน้าหนาว ที่ดังที่สุดของประเทศ เพราะช่วงฤดูหนาวทั้งหมู่บ้านจะกลายเป็นเมืองหิมะสีขาวโพลนแบบที่หลายคนเรียกว่า winter wonderland ของจริง ใครที่กำลังแพลนเที่ยวฮาร์บินด้วยตัวเอง ส่วนใหญ่ก็มักจะจัดทริปเที่ยวตัวเมืองฮาร์บินควบคู่กับการมา Snow Town ด้วย เพราะอยู่ในเส้นทางเดียวกัน
วิธีเดินทางจากไทยไปฮาร์บิน
บินตรงจากไทยไปฮาร์บิน ปัจจุบันมีสายการบินที่ให้บริการไฟลต์บินตรงจากกรุงเทพฯ ไปยังเมือง ฮาร์บิน ใช้เวลาประมาณ 5–6 ชั่วโมง ถือเป็นวิธีที่สะดวกที่สุดสำหรับคนที่อยากเริ่มทริปหิมะแบบสบายๆ ไม่ต้องต่อเครื่องหลายรอบ พอลงที่สนามบิน Harbin Taiping International Airport ก็สามารถเข้าเมืองและต่อรถไปหมู่บ้านหิมะ Harbin ได้เลย
ต่อเครื่องผ่านเมืองใหญ่ในจีน อีกวิธีที่ได้รับความนิยมคือบินไปต่อเครื่องที่เมืองใหญ่ของจีน เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางโจว หรือเซินเจิ้น แล้วค่อยบินภายในประเทศต่อไปฮาร์บิน วิธีนี้มักมีตัวเลือกเวลาและราคาหลากหลายกว่า เหมาะกับคนที่อยากแวะเที่ยวเมืองอื่นเพิ่มระหว่างทริปด้วย
สำหรับใครที่กำลังแพลนเที่ยวจีนด้วยตัวเอง สามารถจองตั๋วเครื่องบินและเช็กไฟลต์ไปฮาร์บินผ่าน Traveloka ได้เลย สะดวกมาก เพราะเปรียบเทียบราคาและเวลาเดินทางได้ในแอปเดียว
วิธีการเดินทางไปหมู่บ้านหิมะ ฮาร์บิน
นั่งรถบัสจากฮาร์บินไป Snow Town (วิธียอดนิยม) วิธีที่คนส่วนใหญ่เลือกคือการนั่งรถบัสจากตัวเมืองฮาร์บินไปยัง China Snow Town ซึ่งจะมีรถออกทุกวัน จุดขึ้นรถบัสท่องเที่ยวสายตรง (Tourist Shuttle Bus) ยอดนิยมคือ จตุรัสสถานีรถไฟฮาร์บิน (Harbin Railway Station Square) หรือ ย่านถนนคนเดินเซ็นทรัลสตรีท (Central Street) โดยจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 5–6 ชั่วโมง ระหว่างทางวิวสวยมาก โดยเฉพาะช่วงที่เริ่มเข้าเขตภูเขา จะเห็นทั้งป่าสน หิมะ และวิวขาวโพลนตลอดทาง เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศเที่ยวหิมะจีนตั้งแต่ระหว่างเดินทางเลย
เหมารถ / Join Tour สะดวกสำหรับมือใหม่ ถ้าไม่อยากวุ่นวายเรื่องการต่อรถ หลายคนก็เลือกแบบ Join Tour หรือเหมารถจากฮาร์บินไปหมู่บ้านหิมะจีน เพราะสะดวกกว่า โดยเฉพาะคนที่เดินทางเป็นกลุ่ม ครอบครัว หรือมีผู้สูงอายุ บางแพ็กเกจจะรวมทั้งรถ โรงแรม และพาเที่ยวจุดไฮไลต์ต่างๆ ใน Snow Town ด้วย เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเที่ยวแบบสบายๆ ไม่ต้องแพลนเยอะ
นั่งรถไฟ + ต่อรถเข้า Snow Town อีกทางเลือกคือการนั่งไฟฮาร์บิน ไปยังเมืองใกล้เคียงก่อนอย่างสถานีเ Yabuli West Railway Station (ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง) หรือ สถานี Mudanjiang Railway Station จากนั้นจะต้องต่อรถบัสหรือรถแท็กซี่เหมาเข้าหมู่บ้านหิมะอีกประมาณ 2–3 ชั่วโมงวิธีนี้อาจใช้เวลามากกว่า แต่ก็เหมาะกับคนที่อยากลองสัมผัสการเดินทางแบบ local ของจีนดูสักครั้ง
ถ้ามีเวลา แนะนำให้ค้างในหมู่บ้านหิมะ ฮาร์บินอย่างน้อย 1 คืน เพราะช่วงกลางคืนกับตอนเช้าตรู่บรรยากาศสวยมาก โดยเฉพาะตอนหิมะตกหรือช่วงที่ไฟในหมู่บ้านเปิดพร้อมกัน ฟีลจะต่างจากตอนกลางวันแบบคนละโลกเลย
จุดเด่นของหมู่บ้านหิมะ ฮาร์บิน
หิมะหนาฟูทั่วทั้งหมู่บ้าน เสน่ห์ที่ทำให้หลายคนอยากมาเห็นด้วยตาตัวเองคือหิมะที่ตกสะสมหนามากจนคลุมทั้งหลังคาบ้าน ต้นไม้ และถนนจนกลายเป็นวิวสีขาวโพลนไปหมด บางช่วงหิมะหนาจนดูเหมือนเมฆฟูๆ ปกคลุมอยู่ทั่วหมู่บ้าน ให้ฟีลเหมือนอยู่ในเมืองหิมะจากนิทานจริงๆ
บ้านไม้สไตล์ชนบทจีนที่อบอุ่นและมีเอกลักษณ์ ความน่ารักของที่นี่ไม่ได้มีแค่หิมะ แต่รวมถึงบ้านไม้เล็กๆ ที่เรียงตัวอยู่กลางหุบเขา พอมีควันลอยออกมาจากปล่องไฟกับแสงไฟสีส้มช่วงกลางคืน บรรยากาศจะดูอบอุ่นมาก เป็นภาพจำของหมู่บ้านหิมะจีนที่หลายคนเห็นแล้วอยากตามรอย
วิวกลางคืนสวยโรแมนติกกว่าตอนกลางวัน พอตกเย็นทั้งหมู่บ้านจะเปิดไฟหลากสีสะท้อนกับหิมะสีขาว ทำให้บรรยากาศดูละมุนและโรแมนติกมาก โดยเฉพาะบนถนน Xueyun Street ที่เต็มไปด้วยร้านค้าและบรรยากาศของนักท่องเที่ยวที่ออกมาเดินเล่น เป็นช่วงเวลาที่หลายคนบอกว่าสวยที่สุดของที่นี่เลย
อากาศติดลบแบบเมืองหิมะของจริง ใครที่อยากลองสัมผัสอากาศหนาวจัดแบบจริงจัง ที่นี่ตอบโจทย์มาก เพราะช่วงพีคของฤดูหนาวอุณหภูมิอาจลดลงถึง -20 ถึง -30 องศาเลยทีเดียว ทำให้การมาเที่ยวฮาร์บินหน้าหนาวได้ฟีลแตกต่างจากการเที่ยวเมืองทั่วไปแบบชัดเจน
มีมุมถ่ายรูปเยอะจนแทบไม่ต้องพยายามหาโลเคชัน ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็เจอวิวสวยตลอด ทั้งบ้านเห็ดหิมะ ถนนหิมะ ป่าสนสีขาว หรือวิวมุมสูงจากเนินเขา เรียกว่าเป็นสวรรค์ของสายถ่ายรูปและคนที่ชอบทำคอนเทนต์มากๆ
เที่ยวต่อกับเทศกาลน้ำแข็งฮาร์บินได้ในทริปเดียว อีกจุดที่ทำให้ทริปนี้คุ้มมากคือสามารถแพลนเที่ยวต่อในตัวเมืองฮาร์บินได้ ทั้งชม Harbin Ice Festival เมืองน้ำแข็งสุดอลังการ หรือเดินเล่นตามแลนด์มาร์กหน้าหนาวอื่นๆ ทำให้ทริปนี้ได้ครบทั้งฟีลหมู่บ้านหิมะและเมืองน้ำแข็งในครั้งเดียว
บรรยากาศเหมือนหลุดออกมาจากโลกแฟนตาซี สิ่งที่หลายคนพูดเหมือนกันหลังได้มาเยือนคือ ที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนไม่ใช่โลกจริง ทั้งวิวหิมะหนา บ้านไม้เล็กๆ แสงไฟ และอากาศหนาวจัด ทุกอย่างรวมกันจนกลายเป็นหนึ่งในพิกัดเที่ยวจีนเหมือนหลุดมาจากเทพนิยายที่ควรไปสักครั้งในชีวิต
เที่ยวหมู่บ้านหิมะ ฮาร์บิน เดือนไหนดี?
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวหมู่บ้านหิมะ ฮาร์บิน (China Snow Town) จะอยู่ในช่วง กลางเดือนพฤศจิกายน ไปจนถึง ต้นเดือนมีนาคม ของทุกปี เพราะเป็นช่วงที่หมู่บ้านเปิดเป็นฤดูท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการและมีหิมะหนาแน่น
แต่ถ้าอยากได้ฟีลที่ตรงใจที่สุด ลองมาดูไฮไลท์และบรรยากาศในแต่ละช่วงเดือนเพื่อประกอบการตัดสินใจกัน
ช่วงธันวาคม – มกราคม ช่วงพีค หิมะสวยที่สุด นี่คือช่วงที่วิวของ China Snow Town สวยอลังการที่สุด หิมะจะหนานุ่มจนกลายเป็นบ้านเห็ดหิมะฟูๆ แบบที่เห็นในรีวิว บรรยากาศเหมือนเมืองในนิทานคริสต์มาสสุดๆ ช่วงนี้ยังตรงกับเทศกาล Harbin Ice and Snow Festival ด้วย ทำให้เที่ยวได้ครบทั้งเมืองน้ำแข็งและหมู่บ้านหิมะในทริปเดียว แต่ก็เป็นช่วงที่หนาวที่สุดเช่นกัน อุณหภูมิอาจลดลงถึง -20°C ถึง -35°C และนักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ ควรจองที่พักและเตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม
ช่วงกุมภาพันธ์ – ต้นมีนาคม | เดินเที่ยวสบาย คนไม่แน่นมาก อากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นเล็กน้อย อยู่ประมาณ -10°C ถึง -20°C ทำให้เดินเล่น ถ่ายรูป หรือเล่นกิจกรรมกลางแจ้งได้สบายกว่าเดิม หิมะยังสวยอยู่ และคนเริ่มน้อยลงหลังช่วงตรุษจีน เหมาะกับสายชิลและสายถ่ายรูปมากๆ โดยเฉพาะช่วงที่ท้องฟ้าสีฟ้าตัดกับหิมะสีขาว คือถ่ายรูปขึ้นสุดๆ
ช่วงปลายพฤศจิกายน | ฟีลหิมะแรกตก งบไม่แรง เป็นช่วงเริ่มต้นฤดูหิมะ เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบประหยัดขึ้น เพราะค่าตั๋วและที่พักยังไม่แรงเท่าช่วง High Season ได้ฟีลโรแมนติกแบบหิมะแรกตก แต่หิมะอาจยังไม่หนาพอที่จะฟอร์มตัวเป็นบ้านเห็ดหิมะก้อนใหญ่ และบางกิจกรรมอาจยังเปิดไม่ครบ
สรุปง่ายๆ คือ ถ้าอยากเห็นวิวหิมะแบบพีคที่สุด ให้ไปช่วงธันวาคม–มกราคม แต่ถ้าอยากเที่ยวสบายขึ้น คนไม่แน่นมาก กุมภาพันธ์ก็เป็นช่วงที่กำลังดีเหมือนกัน
กิจกรรมแนะนำในหมู่บ้านหิมะ ฮาร์บิน
เดินเล่นบนถนน Xueyun Street ช่วงกลางคืน หนึ่งในกิจกรรมที่ห้ามพลาดของหมู่บ้านหิมะ ฮาร์บิน คือการออกมาเดินเล่นช่วงเย็นไปจนถึงกลางคืน เพราะเป็นช่วงที่ทั้งหมู่บ้านเปิดไฟสีตัดกับหิมะสีขาว บรรยากาศโรแมนติกมาก แถมระหว่างทางยังมีร้านของกิน คาเฟ่ และมุมถ่ายรูปน่ารักๆ เต็มไปหมด
ถ่ายรูปบ้านเห็ดหิมะในโซน Dream Home อีกหนึ่งไฮไลต์ยอดฮิตของ China Snow Town คือการไปถ่ายรูปกับบ้านไม้ที่ถูกหิมะปกคลุมจนกลายเป็นบ้านเห็ดหิมะ ยิ่งช่วงเช้าหรือช่วงก่อนค่ำ แสงจะสวยมากใครเป็นสายคอนเทนต์หรือสายถ่ายรูป บอกเลยว่ามุมนี้ถ่ายได้แทบทุกมุม
เล่นสไลเดอร์หิมะและกิจกรรมกลางแจ้ง ใครที่อยากสัมผัสฟีลเที่ยวหิมะจีนแบบสนุกๆ แนะนำให้ลองกิจกรรมหน้าหนาวต่างๆ ในหมู่บ้าน ทั้งสไลเดอร์ห่วงยาง เล่นหิมะ หรือกิจกรรมบนลานหิมะ บรรยากาศคึกคักมาก โดยเฉพาะช่วงหิมะตกคือฟินสุดๆ
นั่งสโนว์โมบิลชมวิวหิมะรอบหมู่บ้าน อีกกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากคือการนั่งสโนว์โมบิลลุยไปตามเส้นทางหิมะรอบๆ หมู่บ้าน ได้เห็นวิวป่าสนสีขาวและภูเขาหิมะแบบใกล้ชิด เป็นอีกฟีลที่ต่างจากการเดินเที่ยวในหมู่บ้านมาก เหมาะกับสายแอดเวนเจอร์ที่อยากเพิ่มความตื่นเต้นให้ทริป
ขึ้น Bangchui Hill ชมวิวหมู่บ้านมุมสูง ถ้าอยากเห็นวิวของหมู่บ้านหิมะจีนแบบเต็มตา แนะนำให้ขึ้นไปที่ Bangchui Hill เพราะด้านบนจะมองเห็นหลังคาบ้านไม้ที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะเรียงกันทั้งหมู่บ้าน ยิ่งช่วงเช้าหรือก่อนพระอาทิตย์ตกคือวิวสวยมาก ได้ฟีลเหมือนเมืองหิมะในเทพนิยายจริงๆ
แวะคาเฟ่และกินอาหารร้อนๆ ท่ามกลางอากาศติดลบ อีกความฟินของการมาเที่ยวฮาร์บินหน้าหนาวคือการได้หลบหนาวเข้าไปนั่งคาเฟ่อุ่นๆ หรือกินหม้อไฟร้อนๆ หลังเดินเล่นกลางหิมะ บอกเลยว่าแค่ได้ถือชาร้อนหรือกินมันเผากลางอากาศติดลบก็เป็นโมเมนต์ที่ประทับใจมากแล้ว
เที่ยวต่อในเมืองฮาร์บิน ชมเทศกาลน้ำแข็งระดับโลก ถ้ามีเวลา แนะนำให้จัดทริปเที่ยวต่อในตัวเมือง ฮาร์บิน เพื่อไปชม Harbin Ice and Snow Festival หรือเทศกาลน้ำแข็งชื่อดังระดับโลก ไฮไลต์คือปราสาทน้ำแข็งและประติมากรรมแกะสลักน้ำแข็งขนาดยักษ์ที่เปิดไฟกลางคืนอลังการมาก เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์หน้าหนาวที่ควรไปเห็นสักครั้งในชีวิต
แนะนำที่พักใกล้หมู่บ้านหิมะ ฮาร์บิน
Xiangye · Qitinxue The Beauty of The East Snow View Homestay (Snow Town Scenic Area)
Xiangye · Qitinxue The Beauty of The East Snow View Homestay (Snow Town Scenic Area) ใครที่อยากพักแบบเปิดประตูออกมาแล้วเจอวิวหิมะสวยๆ ทันที ที่นี่ถือว่าเหมาะมาก เพราะตั้งอยู่ในโซน Snow Town Scenic Area ไม่ไกลจากถนนหลักของหมู่บ้านหิมะ ฮาร์บิน เดินไปโซนร้านอาหาร ร้านขายของ และจุดถ่ายรูปยอดฮิตได้สะดวก โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่ไฟในหมู่บ้านเปิดพร้อมกัน บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ จุดเด่นของที่นี่คือวิวหิมะรอบๆ ที่พักที่ให้ฟีลสงบและเป็นส่วนตัวกว่าบริเวณถนนคนเดินหลัก แบบนอนดูหิมะจากในห้องพักได้เลย ยิ่งช่วงหิมะตกคือสวยเหมือนฉากในซีรีส์มาก
Snow country Grand Shopper Hotel (Snow Rhyme Street)
Snow country Grand Shopper Hotel (Snow Rhyme Street) ถ้าเน้นความสะดวก เดินเที่ยวง่าย และไม่อยากลากกระเป๋าลุยหิมะไกล ที่นี่ถือว่าตอบโจทย์มาก ที่นี่เป็นโรงแรมขนาดใหญ่ที่ได้มาตรฐานอันดับต้นๆ ของหมู่บ้าน อยู่ใกล้ Snow Rhyme Street สามารถเดินออกมาหาของกิน เดินเล่น หรือถ่ายรูปตอนกลางคืนได้ทันที บรรยากาศรอบๆ ค่อนข้างคึกคัก มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านขายของฝากอยู่ใกล้ๆ เหมาะกับคนที่อยากพักใจกลางหมู่บ้าน เดินทางสะดวก และอยากใช้เวลากับบรรยากาศเมืองหิมะแบบเต็มที่ โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่ทั้งถนนเต็มไปด้วยแสงไฟสะท้อนกับหิมะ บอกเลยว่าฟีลดีมาก
Snow Valley Ma Hua Inn
สำหรับใครที่อยากคุมงบและสัมผัสอีกมุมของหมู่บ้านหิมะจีน แบบเงียบสงบและได้ฟีล local มากขึ้น Snow Valley Ma Hua Inn เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะอยู่ในโซน Snow Valley ที่บรรยากาศจะสงบและเป็นธรรมชาติกว่าในหมู่บ้านหลัก ที่พักสไตล์โฮมสเตย์แบบนี้จะให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนมาพักบ้านต่างจังหวัดกลางหิมะ หลายแห่งตกแต่งเรียบง่าย แต่มีเสน่ห์แบบบ้านไม้เมืองหนาว และบางที่ยังมีเตียงคังแบบดั้งเดิมให้ลองนอนด้วย เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสวิถีท้องถิ่นจริงๆ
เคล็ดลับการเที่ยวหมู่บ้านหิมะ ฮาร์บิน
เตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อมกว่าที่คิด อากาศของหมู่บ้านหิมะ ฮาร์บิน ช่วงพีคอาจหนาวถึง -20°C ถึง -35°C เลยทีเดียว แนะนำให้แต่งตัวแบบเลเยอร์ ใส่ Heattech ด้านใน ตามด้วยเสื้อขนเป็ดกันลม พร้อมหมวก ถุงมือ และผ้าพันคอ จะช่วยให้เดินเที่ยวสบายขึ้นเยอะ
รองเท้ากันลื่นสำคัญมาก พื้นในหมู่บ้านหลายจุดจะมีหิมะอัดแน่นและน้ำแข็งเกาะ ควรเลือกรองเท้าลุยหิมะแบบกันน้ำและพื้นเกาะดีๆ ไม่งั้นมีสิทธิ์ลื่นได้ง่าย โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่อุณหภูมิลดลง
พกแผ่นแปะร้อนและ Power Bank ติดตัวไว้เสมอ อากาศหนาวจัดทำให้แบตมือถือหมดเร็วมาก และบางช่วงมือจะเย็นจนใช้งานโทรศัพท์ลำบาก แนะนำให้พก Power Bank กับแผ่นแปะร้อนไว้ จะช่วยได้เยอะเวลาเดินเที่ยวทั้งวัน
เลือกพักใกล้ถนน Xueyun Street จะสะดวกกว่า ถ้าเป็นสายเดินเที่ยว ชอบออกมาหาของกินหรือถ่ายรูปกลางคืน แนะนำเลือกที่พักใกล้ถนนคนเดินหลัก เพราะอากาศหนาวมาก การเดินลากกระเป๋าไกลๆ กลางหิมะค่อนข้างเหนื่อยกว่าที่คิด
จองที่พักและรถล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงธันวาคม–มกราคม ช่วง High Season ห้องพักเต็มเร็วมาก และราคาขึ้นค่อนข้างไว รวมถึงรถบัสหรือรถรับส่งจากฮาร์บินก็มักเต็มเร็วเหมือนกัน ใครมีแพลนไปช่วงปีใหม่ แนะนำให้จองล่วงหน้าไว้ก่อนจะดีที่สุด
เตรียมสกินแคร์และลิปบาล์มไปเยอะหน่อย อากาศหนาวและแห้งมากจนผิวแตกง่าย โดยเฉพาะริมฝีปากและมือ แนะนำให้พกครีมบำรุง ลิปบาล์ม และมอยส์เจอไรเซอร์แบบเข้มข้นติดตัวไว้ จะช่วยให้เที่ยวสบายขึ้นเยอะ
เผื่อเวลาเดินเล่นตอนกลางคืนไว้ด้วย หลายคนคิดว่าหมู่บ้านหิมะสวยตอนกลางวัน แต่จริงๆ แล้วช่วงกลางคืนคือไฮไลต์เลย เพราะทั้งหมู่บ้านจะเปิดไฟสีสะท้อนกับหิมะสีขาว บรรยากาศโรแมนติกมาก ยิ่งถ้าเจอวันที่หิมะตกเบาๆ คือสวยเหมือนอยู่ในหนังคริสต์มาสจริงๆ