
ใครที่เที่ยวยุโรปจนเริ่มเบื่อเมืองที่คนแน่นทุกมุมอย่างฝรั่งเศส อิตาลีแล้ว เราขอแนะนำ Faroe Islands หรือ หมู่เกาะแฟโรเลย โคตรจะเงียบแถมธรรมชาติสวยมาก หมู่เกาะแฟโรเป็นกลุ่มเกาะกลางมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือที่มีแกะมากกว่าคน หน้าผาสูงชันตัดดิ่งลงทะเล น้ำตกไหลลงมหาสมุทรและหมู่บ้านหลังคาหญ้าที่ยังใช้ชีวิตกันแบบเรียบง่าย
บทความนี้เรารวมที่เที่ยว Faroe Islands ที่คุ้มค่ากับการบินไกลจริง ๆ ทั้งน้ำตก ทะเลสาบลอยฟ้า เส้นทางเดินป่า และทริปล่องเรือ พร้อมข้อมูลวิธีเดินทางไป Faroe Islands จากกรุงเทพฯ ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ ช่วงเวลาน่าเที่ยว และที่พักในเมืองหลวงทอร์สเฮาน์ (Tórshavn) เพราะการเที่ยว Faroe Islands ให้ราบรื่น หัวใจอยู่ที่การวางแผนเผื่อลมฟ้าอากาศ ซึ่งอาจเปลี่ยนได้ทั้งวัน! อ่านจบจองไฟล์ทไปนีซและจองที่พักในนีซกับ Traveloka เลย!
น้ำตกมูลาฟอสซูร์คือภาพจำอันดับหนึ่งของหมู่เกาะแฟโร อยู่ที่หมู่บ้านกาซาดาลูร์ (Gásadalur) บนเกาะวาการ์ (Vágar) ขับรถจากสนามบินประมาณ 15-20 นาที ตัวน้ำตกไหลจากหน้าผาลงสู่มหาสมุทรโดยตรง มีฉากหลังเป็นภูเขาสูงและบ้านหลังคาหญ้าไม่กี่หลัง หมู่บ้านนี้เพิ่งมีอุโมงค์ตัดเข้าถึงเมื่อประมาณ 20 กว่าปีมานี้เอง ก่อนหน้านั้นต้องเดินข้ามเขาเข้าออกอย่างเดียว จุดชมวิวเดินจากที่จอดรถไม่ถึง 5 นาทีและสามารถเข้าชมได้ฟรี
ทะเลสาบ Sørvágsvatn หรือ Leitisvatn คือทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะ และเป็นที่มาของภาพทะเลสาบลอยฟ้าชื่อดัง เมื่อมองจากหน้าผาทรือลานีปา (Trælanípa) สูงประมาณ 142 เมตร ทะเลสาบจะดูเหมือนลอยอยู่เหนือมหาสมุทรสูงลิ่ว ทั้งที่จริงระดับน้ำต่างกันแค่ราว 30 เมตร ปลายทะเลสาบมีน้ำตกเบิสดาลาฟอสซูร์ไหลลงทะเลให้ชมต่อได้ในเส้นทางเดียวกัน ทางเดินค่อนข้างราบ ใช้เวลาเดินเที่ยวเดียวประมาณ 45-60 นาที ไปกลับรวมถ่ายรูปก็ 2-3 ชั่วโมง เส้นทางนี้อยู่บนที่ดินเอกชน ต้องจ่ายค่าเดินป่าแบบไม่มีไกด์ 200 DKK (ประมาณ 1,000 บาท) ที่กระท่อมหน้าทางเข้า
น้ำตกฟอสซาเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในหมู่เกาะแฟโร สูงรวมประมาณ 140 เมตร ไหลลงมาเป็นสองชั้นติดริมถนนสายเหนือของเกาะสไตรมอย (Streymoy) ระหว่างหมู่บ้านฮาลดาร์สวิก (Haldarsvík) กับเชอนูวิก (Tjørnuvík) ขับจากทอร์สเฮาน์ประมาณ 45-50 นาที จอดรถข้างทางแล้วเดินขึ้นไปใกล้ชั้นล่างได้เลยโดยไม่เสียค่าเข้า ข้อดีของที่นี่คือไม่ต้องเดินทางไกล เหมาะกับวันที่อากาศไม่เป็นใจสำหรับเดินป่า แนะนำให้มาหลังวันที่ฝนตกหนัก ๆ เพราะน้ำจะเต็มทั้งสองชั้นและเสียงดังสนั่น แนะนำให้เที่ยวคู่กับหมู่บ้านซักซุน (Saksun) และเชอนูวิกในวันเดียวกันเพราะเส้นทางต่อกันพอดี
Faroe Islands ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ระหว่างไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และสกอตแลนด์ ห่างจากชายฝั่งสกอตแลนด์ขึ้นไปทางเหนือประมาณ 320 กิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะหลัก 18 เกาะ มีสถานะเป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์ก มีรัฐสภา ภาษา และธงเป็นของตัวเอง ประชากรทั้งหมดแค่ประมาณห้าหมื่นกว่าคนเท่านั้น เมืองหลวงคือทอร์สเฮาน์ (Tórshavn) บนเกาะสไตรมอย ซึ่งเป็นศูนย์กลางที่พัก ร้านอาหาร และการเดินทาง ส่วนสนามบินแห่งเดียวอยู่บนเกาะวาการ์ ห่างจากทอร์สเฮาน์ประมาณ 45 นาที สกุลเงินที่ใช้คือโครนแฟโร ซึ่งมีค่าเท่ากับโครนเดนมาร์ก (DKK) และใช้แทนกันได้ รูดบัตรได้แทบทุกที่ เกาะหลักส่วนใหญ่เชื่อมกันด้วยอุโมงค์ใต้ทะเลและสะพาน มีแค่บางเกาะที่ยังต้องนั่งเรือหรือเฮลิคอปเตอร์ ทำให้เที่ยวหมู่เกาะแฟโรด้วยรถเช่าได้ครอบคลุมเกือบทั้งหมด
จุดเด่นที่ทำให้ Faroe Islands ต่างจากที่เที่ยวยุโรปเหนือที่อื่น ๆ คือธรรมชาติสุดอลังการในพื้นที่เล็ก ๆ ขับรถแค่ 30-60 นาทีก็เปลี่ยนจากหน้าผาริมทะเลไปเป็นหุบเขา ฟยอร์ดและหมู่บ้านหลังคาหญ้าได้แล้ว ใครเคยไปไอซ์แลนด์จะรู้สึกว่าที่นี่เงียบกว่าและคนน้อยกว่ามาก ๆ บางจุดยืนชมวิวคนเดียวได้นาน ๆ สิ่งที่ชอบคือที่นี่โครงสร้างพื้นฐานที่ดีมาก ๆ ถนนดีแม้ในหมู่บ้านเล็ก ๆ และมีอุโมงค์ใต้ทะเลที่มีวงเวียนใต้น้ำให้ขับผ่าน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ที่ไหน
ส่วนวัฒนธรรมท้องถิ่นก็ยังชัด ทั้งภาษาแฟโร เพลงพื้นเมือง และอาหารอย่างปลาและเนื้อแกะตากลม แต่ต้องยอมรับว่าอากาศที่นี่คาดเดาได้ยาก บางทีเช้าแดดอย่างจ้า บ่ายหมอกลงจนมองไม่เห็นอะไรก็มี เพราะฉะนั้นการเที่ยวหมู่เกาะแฟโรให้สนุก ต้องเผื่อใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงของลมฟ้าอากาศไว้เสมอ อย่าไปยึดติดมาก
เหมาะกับ : คนเที่ยวครั้งแรก / คนไม่เช่ารถ / สายเดินเที่ยวในเมือง
Hotel Hafnia เป็นโรงแรมที่ทำเลดีที่สุดในกลุ่มนี้ ตั้งอยู่ใจกลางทอร์สเฮาน์ เดินไปย่านท่าเรือ คาบสมุทรทินกาเนส (Tinganes) ที่เป็นอาคารรัฐสภาเก่า ร้านอาหาร และซูเปอร์มาร์เก็ตได้ในไม่กี่นาที ห้องพักตกแต่งแบบสแกนดิเนเวียนเรียบ ๆ สะอาด อาหารเช้าจัดเต็ม ข้อดีอีกเรื่องคือจุดขึ้นรถทัวร์หลายเจ้าอยู่ไม่ไกล คนที่ไม่เช่ารถและอยากใช้ทัวร์รายวันจะสะดวกมาก
เหมาะกับ : คู่รัก / สายคอนเทนต์ / คนเช่ารถ
Hotel Brandan เป็นโรงแรมที่เปิดไม่นานและเน้นดีไซน์นอร์ดิกร่วมสมัย ใช้ไม้ หิน และโทนสีธรรมชาติที่เข้ากับภูมิประเทศของเกาะ ตั้งอยู่ถัดจากใจกลางเมืองเล็กน้อย ยังเดินเข้าเมืองได้ แต่ถ้ามีรถจะคล่องกว่า เพราะออกถนนหลักไปสนามบินและเกาะอื่นได้ง่าย ห้องพักกว้าง เตียงนอนสบาย บางห้องเห็นวิวเมืองและทะเล มีร้านอาหารในโรงแรมที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เหมาะกับการกลับมาพักหลังเดินป่าทั้งวัน คู่รักที่อยากได้บรรยากาศเงียบและดูดีกว่าโรงแรมทั่วไปน่าจะชอบที่นี่ ทัวร์หลายเจ้ายังมีจุดรับหน้าโรงแรมด้วย
เหมาะกับ : ครอบครัว / สายรักความสะดวกสบาย / สายติดแกลม
Hilton Garden Inn Faroe Islands เป็นโรงแรมเครือระดับสากลแห่งแรกในหมู่เกาะแฟโร ตัวอาคารออกแบบด้วยไม้ให้กลมกลืนกับสถาปัตยกรรมท้องถิ่น ห้องพักใหม่ กว้าง และมาตรฐานเดาได้ตามแบบ Hilton ทั้งเครื่องนอน ห้องน้ำ และบริการ เหมาะกับครอบครัวหรือคนที่ไม่อยากเสี่ยงกับที่พักแบบเกสต์เฮาส์ มีบาร์และร้านอาหารในโรงแรม นั่งดูวิวเมืองกับทะเลได้เพลิน ๆ ทำเลอยู่ห่างใจกลางเมืองไม่มาก มีที่จอดรถ และเป็นจุดรับของทัวร์หลายเจ้า
Faroe Islands เป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์ก อยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือระหว่างไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และสกอตแลนด์ มีรัฐสภาและภาษาของตัวเอง
ต้องใช้ และวีซ่าเชงเก้นแบบปกติใช้เข้าไม่ได้ ต้องขอวีซ่าที่ระบุว่าครอบคลุมหมู่เกาะแฟโร ควรตรวจเงื่อนไขล่าสุดกับสถานทูตเดนมาร์กก่อนยื่น
แนะนำอย่างน้อย 5-7 วัน เพื่อให้เที่ยวเกาะหลักได้ครบและมีวันสำรองเผื่ออากาศไม่ดี ถ้ามีแค่ 3 วันควรโฟกัสเกาะวาการ์กับสไตรมอยเป็นหลัก
รวมตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รถเช่า และค่าเดินป่า ทริป 7 วันใช้งบประมาณ 90,000-150,000 บาทต่อคน ขึ้นกับฤดูและระดับที่พัก ช่วงฤดูร้อนแพงที่สุด
ได้ แต่จะเสียเวลาเยอะเพราะรถบัสระหว่างหมู่บ้านมีรอบน้อย ทางออกคือพักในทอร์สเฮาน์แล้วใช้ทัวร์รายวันที่มีรถรับส่งจากโรงแรม
ดูได้ช่วงประมาณกันยายนถึงมีนาคม ในคืนที่ฟ้าเปิดและมืดสนิท แต่ปกติเมฆบนหมู่เกาะค่อนข้างหนา จึงไม่ควรวางทริปโดยหวังจะไปดูแสงเหนืออย่างเดียว
จุดที่ดีที่สุดคือเกาะมิคิเนส (Mykines) ช่วงประมาณพฤษภาคมถึงสิงหาคม ต้องนั่งเรือเฟอร์รี่หรือเฮลิคอปเตอร์ไปและเสียค่าเดินป่า อีกทางคือทริปเรือหน้าผาเวสต์มันนาที่มีโอกาสเห็นเช่นกัน
ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองไฟล์ทไปหมู่เกาะแฟโรและจองที่พักในหมู่เกาะแฟโรกับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!










