[รีวิว] Faroe Islands พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

รีวิว Faroe Islands หมู่เกาะแฟโรกลางแอตแลนติกเหนือ รวมที่เที่ยวไฮไลท์ น้ำตกมูลาฟอสซูร์ ทะเลสาบลอยฟ้า เดินป่าประภาคารคัลลูร์ ล่องเรือชมหน้าผานก พร้อมวิธีเดินทางจากกรุงเทพฯ ค่าใช้จ่าย เดือนที่ควรไป และที่พักในทอร์สเฮาน์
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
เที่ยวหมู่เกาะแฟโร เดินป่า

ใครที่เที่ยวยุโรปจนเริ่มเบื่อเมืองที่คนแน่นทุกมุมอย่างฝรั่งเศส อิตาลีแล้ว เราขอแนะนำ Faroe Islands หรือ หมู่เกาะแฟโรเลย โคตรจะเงียบแถมธรรมชาติสวยมาก หมู่เกาะแฟโรเป็นกลุ่มเกาะกลางมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือที่มีแกะมากกว่าคน หน้าผาสูงชันตัดดิ่งลงทะเล น้ำตกไหลลงมหาสมุทรและหมู่บ้านหลังคาหญ้าที่ยังใช้ชีวิตกันแบบเรียบง่าย 

บทความนี้เรารวมที่เที่ยว Faroe Islands ที่คุ้มค่ากับการบินไกลจริง ๆ ทั้งน้ำตก ทะเลสาบลอยฟ้า เส้นทางเดินป่า และทริปล่องเรือ พร้อมข้อมูลวิธีเดินทางไป Faroe Islands จากกรุงเทพฯ ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ ช่วงเวลาน่าเที่ยว และที่พักในเมืองหลวงทอร์สเฮาน์ (Tórshavn) เพราะการเที่ยว Faroe Islands ให้ราบรื่น หัวใจอยู่ที่การวางแผนเผื่อลมฟ้าอากาศ ซึ่งอาจเปลี่ยนได้ทั้งวัน! อ่านจบจองไฟล์ทไปนีซและจองที่พักในนีซกับ Traveloka เลย!

Quick Summary

ไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ: น้ำตกมูลาฟอสซูร์ ทะเลสาบลอยฟ้า Sørvágsvatn กับน้ำตกเบิสดาลาฟอสซูร์ และน้ำตกฟอสซาคือสามจุดหลัก ส่วนสายกิจกรรมต้องไม่พลาดเดินป่าประภาคารคัลลูร์ ล่องเรือหน้าผานกเวสต์มันนา และนั่งเรือชมโขดหินดรานการ์เนียร์
ที่ตั้งและการเดินทาง: หมู่เกาะแฟโรอยู่กลางแอตแลนติกเหนือ ในการปกครองของราชอาณาจักรเดนมาร์ก จากกรุงเทพฯ ต้องบินไปต่อเครื่องที่โคเปนเฮเกนหรือเมืองอื่นในยุโรป ใช้เวลารวมประมาณ 17-22 ชั่วโมง ในหมู่เกาะเช่ารถเที่ยวเองสะดวกที่สุด
จุดเด่น: วิวธรรมชาติของจริงไม่มีการแต่งเติมที่สวยระดับโลก ขนาดเกาะเล็ก ๆ เที่ยวง่าย ขับรถไม่นานก็ถึงจุดเที่ยวถัดไป คนน้อยกว่าที่เที่ยวไอซ์แลนด์ และมีอุโมงค์ใต้ทะเลพร้อมวงเวียนใต้น้ำให้ขับผ่าน
เดือนที่เหมาะ: พฤษภาคม-สิงหาคมเหมาะที่สุด เพราะกลางวันยาว เรือทัวร์วิ่งกันครบ และมีนกพัฟฟินให้ดูด้วย ถ้าอยากได้บรรยากาศเงียบ ๆ กว่านั้นก็ให้ไปช่วงกันยายน
ที่พักแนะนำ: Hotel Hafnia , Hotel Brandan และ Hilton Garden Inn Faroe Islands ทั้งหมดอยู่ในทอร์สเฮาน์ ใช้เป็นเมืองหลักในการพักเพื่อเที่ยวรอบเกาะได้สะดวก
เคล็ดลับ: เตรียมเชงเก้นวีซ่าที่ครอบคลุมหมู่เกาะแฟโร แต่งตัวกันลมกันฝน เผื่อวันสำรองเรื่องอากาศ และเตรียมงบค่าเดินป่าที่เก็บตามเส้นทางบนที่ดินเอกชน

ไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำของ Faroe Islands

1.น้ำตกมูลาฟอสซูร์ (Múlafossur Waterfall)

น้ำตกมูลาฟอสซูร์คือภาพจำอันดับหนึ่งของหมู่เกาะแฟโร อยู่ที่หมู่บ้านกาซาดาลูร์ (Gásadalur) บนเกาะวาการ์ (Vágar) ขับรถจากสนามบินประมาณ 15-20 นาที ตัวน้ำตกไหลจากหน้าผาลงสู่มหาสมุทรโดยตรง มีฉากหลังเป็นภูเขาสูงและบ้านหลังคาหญ้าไม่กี่หลัง หมู่บ้านนี้เพิ่งมีอุโมงค์ตัดเข้าถึงเมื่อประมาณ 20 กว่าปีมานี้เอง ก่อนหน้านั้นต้องเดินข้ามเขาเข้าออกอย่างเดียว จุดชมวิวเดินจากที่จอดรถไม่ถึง 5 นาทีและสามารถเข้าชมได้ฟรี 

2.ทะเลสาบลอยฟ้าและน้ำตกเบิสดาลาฟอสซูร์ (Bøsdalafossur Waterfall & Trælanípa)

ทะเลสาบ Sørvágsvatn หรือ Leitisvatn คือทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะ และเป็นที่มาของภาพทะเลสาบลอยฟ้าชื่อดัง เมื่อมองจากหน้าผาทรือลานีปา (Trælanípa) สูงประมาณ 142 เมตร ทะเลสาบจะดูเหมือนลอยอยู่เหนือมหาสมุทรสูงลิ่ว ทั้งที่จริงระดับน้ำต่างกันแค่ราว 30 เมตร ปลายทะเลสาบมีน้ำตกเบิสดาลาฟอสซูร์ไหลลงทะเลให้ชมต่อได้ในเส้นทางเดียวกัน ทางเดินค่อนข้างราบ ใช้เวลาเดินเที่ยวเดียวประมาณ 45-60 นาที ไปกลับรวมถ่ายรูปก็ 2-3 ชั่วโมง เส้นทางนี้อยู่บนที่ดินเอกชน ต้องจ่ายค่าเดินป่าแบบไม่มีไกด์ 200 DKK (ประมาณ 1,000 บาท) ที่กระท่อมหน้าทางเข้า

3.น้ำตกฟอสซา (Fossá)

น้ำตกฟอสซาเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในหมู่เกาะแฟโร สูงรวมประมาณ 140 เมตร ไหลลงมาเป็นสองชั้นติดริมถนนสายเหนือของเกาะสไตรมอย (Streymoy) ระหว่างหมู่บ้านฮาลดาร์สวิก (Haldarsvík) กับเชอนูวิก (Tjørnuvík) ขับจากทอร์สเฮาน์ประมาณ 45-50 นาที จอดรถข้างทางแล้วเดินขึ้นไปใกล้ชั้นล่างได้เลยโดยไม่เสียค่าเข้า ข้อดีของที่นี่คือไม่ต้องเดินทางไกล เหมาะกับวันที่อากาศไม่เป็นใจสำหรับเดินป่า แนะนำให้มาหลังวันที่ฝนตกหนัก ๆ เพราะน้ำจะเต็มทั้งสองชั้นและเสียงดังสนั่น แนะนำให้เที่ยวคู่กับหมู่บ้านซักซุน (Saksun) และเชอนูวิกในวันเดียวกันเพราะเส้นทางต่อกันพอดี

กิจกรรมกลางแจ้งยอดนิยมและการเดินป่า

เดินป่าไปยังประภาคารคัลลูร์ (Kallur Lighthouse): เส้นทางเดินป่า Faroe Islands ที่คนถ่ายรูปกันมากที่สุด อยู่บนเกาะคาลสอย (Kalsoy) ต้องนั่งเรือเฟอร์รี่จากเมืองคลักส์วิก (Klaksvík) ประมาณ 20 นาที แล้วขับรถต่อไปหมู่บ้านทรอลลาเนส (Trøllanes) จากนั้นเดินขึ้นเนินประมาณ 40-50 นาที ไปกลับรวมถ่ายรูปก็ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ค่าเดินป่า 200 DKK ต่อคน บนสันเขามีป้ายรำลึกเจมส์ บอนด์จากหนัง No Time to Die ด้วย
ล่องเรือชมหน้าผานกเวสต์มันนา (Vestmanna Bird Cliffs): ทริปเรือประมาณ 2 ชั่วโมงจากท่าเรือเวสต์มันนา แล่นเลียบหน้าผาสูงราว 700 เมตร ลอดช่องแคบและเข้าถ้ำทะเล ช่วงพฤษภาคม-กันยายนจะเห็นนกทะเลทำรังเต็มหน้าผา ทั้งนกพัฟฟิน นกกิลลีมอต และนกฟุลมาร์ ถ้าจองทัวร์แบบรับส่งจากทอร์สเฮาน์ราคาเริ่มประมาณ 1,995 DKK ถ้าขับรถไปเองแล้วซื้อตั๋วเรืออย่างเดียวจะประหยัดกว่ามาก
นั่งเรือ RIB ชมโขดหินดรานการ์เนียร์ (Drangarnir): ดรานการ์เนียร์คือโขดหินกลางทะเลคู่กับเกาะทินด์โฮลมูร์ (Tindhólmur) ปลายเกาะวาการ์ ทางเดินเท้าไปจุดชมวิวยาวและบังคับไปกับไกด์ การนั่งเรือจากท่าเรือเล็กในหมู่บ้านเซอร์วากูร์ (Sørvágur) จึงคุ้มกว่า ใช้เวลาประมาณ 1-1.5 ชั่วโมง ราคาประมาณ 3,500-5,500 บาทต่อคนแล้วแต่ผู้ให้บริการ ถ้าคลื่นลมเอื้อ เรือจะแล่นลอดซุ้มหินโค้งได้เลย และส่วนใหญ่ยังพาไปดูน้ำตกมูลาฟอสซูร์จากฝั่งทะเล บอกเลยว่าถ่ายรูปออกมาอย่างปัง

ที่ตั้งและการเดินทาง

Faroe Islands ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ระหว่างไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และสกอตแลนด์ ห่างจากชายฝั่งสกอตแลนด์ขึ้นไปทางเหนือประมาณ 320 กิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะหลัก 18 เกาะ มีสถานะเป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์ก มีรัฐสภา ภาษา และธงเป็นของตัวเอง ประชากรทั้งหมดแค่ประมาณห้าหมื่นกว่าคนเท่านั้น เมืองหลวงคือทอร์สเฮาน์ (Tórshavn) บนเกาะสไตรมอย ซึ่งเป็นศูนย์กลางที่พัก ร้านอาหาร และการเดินทาง ส่วนสนามบินแห่งเดียวอยู่บนเกาะวาการ์ ห่างจากทอร์สเฮาน์ประมาณ 45 นาที สกุลเงินที่ใช้คือโครนแฟโร ซึ่งมีค่าเท่ากับโครนเดนมาร์ก (DKK) และใช้แทนกันได้ รูดบัตรได้แทบทุกที่ เกาะหลักส่วนใหญ่เชื่อมกันด้วยอุโมงค์ใต้ทะเลและสะพาน มีแค่บางเกาะที่ยังต้องนั่งเรือหรือเฮลิคอปเตอร์ ทำให้เที่ยวหมู่เกาะแฟโรด้วยรถเช่าได้ครอบคลุมเกือบทั้งหมด

วิธีการเดินทางจากกรุงเทพฯ

บินกรุงเทพฯ ไปโคเปนเฮเกน: มีทั้งเที่ยวบินตรงและแบบต่อเครื่องผ่านตะวันออกกลางหรือยุโรป เที่ยวบินตรงใช้เวลาประมาณ 12-13 ชั่วโมง แบบต่อเครื่องประมาณ 15-18 ชั่วโมง
บินโคเปนเฮเกนไปสนามบินวาการ์ (FAE): Atlantic Airways และ SAS มีเที่ยวบินทุกวัน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ช่วงฤดูร้อนยังมีเส้นทางจากเรคยาวิก เอดินบะระ และเมืองอื่น ๆ ในยุโรปให้เลือกต่อ
ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายรวม: รวมเวลาต่อเครื่องประมาณ 17-22 ชั่วโมง ตั๋วไปกลับรวมทุกขาประมาณ 35,000-60,000 บาทต่อคน ช่วงมิถุนายน-สิงหาคมราคาสูงสุด ควรจองล่วงหน้าหลาย ๆ เดือน
จากสนามบินเข้าทอร์สเฮาน์: รถบัสสาย 300 ใช้เวลาประมาณ 50-60 นาที ค่าตั๋วไม่ถึง 100 DKK ถ้าเช่ารถ แนะนำให้รับรถที่สนามบินเลย เพราะจุดเที่ยวบนเกาะวาการ์อยู่ใกล้สนามบินมาก

วิธีเดินทางในตัวเมือง

เช่ารถขับเอง: คุ้มและยืดหยุ่นที่สุด ค่าเช่าช่วงหน้าร้อนประมาณ 700-1,500 DKK ต่อวัน (ประมาณ 3,500-7,500 บาท) ถนนดี รถไม่เยอะ ใช้ใบขับขี่สากลได้ เผื่อค่าผ่านอุโมงค์ใต้ทะเล เช่น Eysturoyartunnilin ประมาณ 175 DKK ต่อเที่ยว
รถบัสสีฟ้าระหว่างหมู่บ้าน: วิ่งเชื่อมเมืองและหมู่บ้านหลัก ค่าตั๋วประมาณ 20-90 DKK ตามระยะทาง แต่รอบรถน้อย บางสายวิ่งวันละไม่กี่เที่ยว ต้องเช็กตารางให้ดี
รถบัสสีแดงในทอร์สเฮาน์: รถเมล์ในตัวเมืองนั่งฟรี วิ่งทุกประมาณ 30 นาที เหมาะกับการไปมาระหว่างโรงแรมกับย่านท่าเรือ
เรือเฟอร์รี่: ใช้ไปเกาะที่ไม่มีอุโมงค์ เช่น คลักส์วิก-คาลสอย ประมาณ 20 นาที หรือเกาะมิคิเนส (Mykines) ประมาณ 45 นาที ค่าโดยสารหลักสิบถึงหลักร้อย DKK รอบเรือช่วงหน้าร้อนเต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้า

จุดเด่นของ Faroe Islands

จุดเด่นที่ทำให้ Faroe Islands ต่างจากที่เที่ยวยุโรปเหนือที่อื่น ๆ คือธรรมชาติสุดอลังการในพื้นที่เล็ก ๆ ขับรถแค่ 30-60 นาทีก็เปลี่ยนจากหน้าผาริมทะเลไปเป็นหุบเขา ฟยอร์ดและหมู่บ้านหลังคาหญ้าได้แล้ว ใครเคยไปไอซ์แลนด์จะรู้สึกว่าที่นี่เงียบกว่าและคนน้อยกว่ามาก ๆ บางจุดยืนชมวิวคนเดียวได้นาน ๆ สิ่งที่ชอบคือที่นี่โครงสร้างพื้นฐานที่ดีมาก ๆ ถนนดีแม้ในหมู่บ้านเล็ก ๆ และมีอุโมงค์ใต้ทะเลที่มีวงเวียนใต้น้ำให้ขับผ่าน ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้ที่ไหน 

ส่วนวัฒนธรรมท้องถิ่นก็ยังชัด ทั้งภาษาแฟโร เพลงพื้นเมือง และอาหารอย่างปลาและเนื้อแกะตากลม แต่ต้องยอมรับว่าอากาศที่นี่คาดเดาได้ยาก บางทีเช้าแดดอย่างจ้า บ่ายหมอกลงจนมองไม่เห็นอะไรก็มี เพราะฉะนั้นการเที่ยวหมู่เกาะแฟโรให้สนุก ต้องเผื่อใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงของลมฟ้าอากาศไว้เสมอ อย่าไปยึดติดมาก

เที่ยว Faroe Islands เดือนไหนดี

พฤษภาคม-สิงหาคม (ฤดูร้อน): ช่วงที่ดีที่สุด อุณหภูมิประมาณ 10-15 องศา กลางวันยาว เรือทัวร์และเฟอร์รี่วิ่งครบ และเป็นช่วงที่ได้เห็นนกพัฟฟินมาทำรัง
มิถุนายน-กรกฎาคม: ฟ้าสว่างเกือบทั้งวัน เที่ยวได้ถึงดึก ปลายกรกฎาคมมีเทศกาลโอลาฟส์โซกา (Ólavsøka) ในทอร์สเฮาน์ แต่ที่พักแพงและเต็มเร็วที่สุด
กันยายน-ตุลาคม: คนน้อยลง ราคาที่พักลดลง ทุ่งหญ้าเริ่มเปลี่ยนสี แต่อากาศแปรปรวนขึ้นและทัวร์เรือบางเจ้าเริ่มปิดฤดูกาลตั้งแต่ปลายกันยายน
พฤศจิกายน-มีนาคม (ฤดูหนาว): อุณหภูมิไม่ติดลบมากเพราะกระแสน้ำอุ่น แต่กลางวันสั้นและพายุบ่อย เส้นทางเดินป่าบางแห่งปิด เหมาะกับคนที่อยากลุ้นแสงเหนือและได้ราคาถูก
เมษายน: ช่วงเปลี่ยนฤดู บางปีมีการปิดจุดท่องเที่ยวบางแห่งชั่วคราวเพื่อซ่อมบำรุงเส้นทาง ควรเช็กก่อนวางแผน ส่วนตัวแนะนำปลายพฤษภาคมถึงต้นมิถุนายน เพราะได้ทั้งนกพัฟฟิน ฟ้าสว่างยาว และคนยังไม่แน่นเท่ากรกฎาคม

แนะนำที่พักใกล้เคียง

Hotel Hafnia

เหมาะกับ : คนเที่ยวครั้งแรก / คนไม่เช่ารถ / สายเดินเที่ยวในเมือง

Hotel Hafnia เป็นโรงแรมที่ทำเลดีที่สุดในกลุ่มนี้ ตั้งอยู่ใจกลางทอร์สเฮาน์ เดินไปย่านท่าเรือ คาบสมุทรทินกาเนส (Tinganes) ที่เป็นอาคารรัฐสภาเก่า ร้านอาหาร และซูเปอร์มาร์เก็ตได้ในไม่กี่นาที ห้องพักตกแต่งแบบสแกนดิเนเวียนเรียบ ๆ สะอาด อาหารเช้าจัดเต็ม ข้อดีอีกเรื่องคือจุดขึ้นรถทัวร์หลายเจ้าอยู่ไม่ไกล คนที่ไม่เช่ารถและอยากใช้ทัวร์รายวันจะสะดวกมาก

Hotel Brandan

เหมาะกับ : คู่รัก / สายคอนเทนต์ / คนเช่ารถ

Hotel Brandan เป็นโรงแรมที่เปิดไม่นานและเน้นดีไซน์นอร์ดิกร่วมสมัย ใช้ไม้ หิน และโทนสีธรรมชาติที่เข้ากับภูมิประเทศของเกาะ ตั้งอยู่ถัดจากใจกลางเมืองเล็กน้อย ยังเดินเข้าเมืองได้ แต่ถ้ามีรถจะคล่องกว่า เพราะออกถนนหลักไปสนามบินและเกาะอื่นได้ง่าย ห้องพักกว้าง เตียงนอนสบาย บางห้องเห็นวิวเมืองและทะเล มีร้านอาหารในโรงแรมที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เหมาะกับการกลับมาพักหลังเดินป่าทั้งวัน คู่รักที่อยากได้บรรยากาศเงียบและดูดีกว่าโรงแรมทั่วไปน่าจะชอบที่นี่ ทัวร์หลายเจ้ายังมีจุดรับหน้าโรงแรมด้วย

Hilton Garden Inn Faroe Islands

เหมาะกับ : ครอบครัว / สายรักความสะดวกสบาย / สายติดแกลม

Hilton Garden Inn Faroe Islands เป็นโรงแรมเครือระดับสากลแห่งแรกในหมู่เกาะแฟโร ตัวอาคารออกแบบด้วยไม้ให้กลมกลืนกับสถาปัตยกรรมท้องถิ่น ห้องพักใหม่ กว้าง และมาตรฐานเดาได้ตามแบบ Hilton ทั้งเครื่องนอน ห้องน้ำ และบริการ เหมาะกับครอบครัวหรือคนที่ไม่อยากเสี่ยงกับที่พักแบบเกสต์เฮาส์ มีบาร์และร้านอาหารในโรงแรม นั่งดูวิวเมืองกับทะเลได้เพลิน ๆ ทำเลอยู่ห่างใจกลางเมืองไม่มาก มีที่จอดรถ และเป็นจุดรับของทัวร์หลายเจ้า

เคล็ดลับการเที่ยว

เช็กวีซ่าให้ถูกประเภท: วีซ่าเชงเก้นทั่วไปใช้เข้าหมู่เกาะแฟโรไม่ได้ ต้องยื่นขอวีซ่าที่ระบุว่าครอบคลุม Faroe Islands ผ่านช่องทางของสถานทูตเดนมาร์ก ถ้าจะเที่ยวเดนมาร์กต่อด้วยให้ขอให้ครอบคลุมทั้งสองที่
แต่งตัวเป็นชั้นและกันน้ำ: แจ็กเก็ตกันลมกันฝน กางเกงกันน้ำ และรองเท้าเดินป่าที่ยึดเกาะดีสำคัญกว่าเสื้อกันหนาวหนา ๆ เพราะทางเดินมักเปียกและลื่น
จ่ายค่าเดินป่าและอยู่ในเส้นทาง: หลายเส้นทางผ่านที่ดินเอกชนและมีค่าธรรมเนียม ห้ามเดินออกนอกทางหรือเข้าใกล้ฝูงแกะ เจ้าของที่ดินมีสิทธิ์ปรับได้
เผื่อวันสำรองเรื่องอากาศ: เช็กพยากรณ์และสภาพถนนทุกเช้า วางจุดเดินป่ากับทริปเรือไว้วันที่อากาศดี ส่วนวันหมอกลงให้ใช้เที่ยวเมืองหรือหมู่บ้านใกล้ ๆ แทน
คุมงบด้วยซูเปอร์มาร์เก็ต: อาหารในร้านค่อนข้างแพง ซื้อของกินจากซูเปอร์มาร์เก็ตอย่าง Bónus หรือ FK ไว้ทำแซนด์วิชพกระหว่างวัน ประหยัดได้เยอะ และช่วยได้มากตอนอยู่ในหมู่บ้านที่ไม่มีร้านอาหารเปิด

FAQ

Faroe Islands อยู่ประเทศอะไร?

Faroe Islands เป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์ก อยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือระหว่างไอซ์แลนด์ นอร์เวย์ และสกอตแลนด์ มีรัฐสภาและภาษาของตัวเอง

คนไทยไปหมู่เกาะแฟโรต้องใช้วีซ่าไหม?

ต้องใช้ และวีซ่าเชงเก้นแบบปกติใช้เข้าไม่ได้ ต้องขอวีซ่าที่ระบุว่าครอบคลุมหมู่เกาะแฟโร ควรตรวจเงื่อนไขล่าสุดกับสถานทูตเดนมาร์กก่อนยื่น

เที่ยว Faroe Islands กี่วันถึงจะพอ?

แนะนำอย่างน้อย 5-7 วัน เพื่อให้เที่ยวเกาะหลักได้ครบและมีวันสำรองเผื่ออากาศไม่ดี ถ้ามีแค่ 3 วันควรโฟกัสเกาะวาการ์กับสไตรมอยเป็นหลัก

เที่ยว Faroe Islands ใช้งบประมาณเท่าไหร่?

รวมตั๋วเครื่องบิน ที่พัก รถเช่า และค่าเดินป่า ทริป 7 วันใช้งบประมาณ 90,000-150,000 บาทต่อคน ขึ้นกับฤดูและระดับที่พัก ช่วงฤดูร้อนแพงที่สุด

ไม่เช่ารถเที่ยว Faroe Islands ได้ไหม?

ได้ แต่จะเสียเวลาเยอะเพราะรถบัสระหว่างหมู่บ้านมีรอบน้อย ทางออกคือพักในทอร์สเฮาน์แล้วใช้ทัวร์รายวันที่มีรถรับส่งจากโรงแรม

ดูแสงเหนือที่ Faroe Islands ได้ไหม?

ดูได้ช่วงประมาณกันยายนถึงมีนาคม ในคืนที่ฟ้าเปิดและมืดสนิท แต่ปกติเมฆบนหมู่เกาะค่อนข้างหนา จึงไม่ควรวางทริปโดยหวังจะไปดูแสงเหนืออย่างเดียว

ดูนกพัฟฟินที่ไหนในหมู่เกาะแฟโร?

จุดที่ดีที่สุดคือเกาะมิคิเนส (Mykines) ช่วงประมาณพฤษภาคมถึงสิงหาคม ต้องนั่งเรือเฟอร์รี่หรือเฮลิคอปเตอร์ไปและเสียค่าเดินป่า อีกทางคือทริปเรือหน้าผาเวสต์มันนาที่มีโอกาสเห็นเช่นกัน

ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองไฟล์ทไปหมู่เกาะแฟโรและจองที่พักในหมู่เกาะแฟโรกับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!

ในบทความนี้

• Quick Summary
• ไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำของ Faroe Islands
• 1.น้ำตกมูลาฟอสซูร์ (Múlafossur Waterfall)
• 2.ทะเลสาบลอยฟ้าและน้ำตกเบิสดาลาฟอสซูร์ (Bøsdalafossur Waterfall & Trælanípa)
• 3.น้ำตกฟอสซา (Fossá)
• กิจกรรมกลางแจ้งยอดนิยมและการเดินป่า
• ที่ตั้งและการเดินทาง
• วิธีการเดินทางจากกรุงเทพฯ
• วิธีเดินทางในตัวเมือง
• จุดเด่นของ Faroe Islands
• เที่ยว Faroe Islands เดือนไหนดี
• แนะนำที่พักใกล้เคียง
• Hotel Hafnia
• Hotel Brandan
• Hilton Garden Inn Faroe Islands
• เคล็ดลับการเที่ยว
• FAQ

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ หมู่เกาะแฟโร

ทอร์สเฮาน์

Faroe Islands

หมู่เกาะแฟโร

รูนาวิก

Faroe Islands

เนส

Faroe Islands
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร