20 ที่เที่ยวฮอกไกโด เที่ยวเมืองหิมะ ชมทุ่งดอกไม้ พร้อมที่พักแนะนำ [2026]

รวม 20 ที่เที่ยวฮอกไกโดสุดฮิต ทั้งทุ่งดอกไม้ เมืองหิมะ และจุดชมธรรมชาติสวย ๆ พร้อมแนะนำที่พัก วิธีเดินทาง และช่วงเวลาเที่ยวฮอกไกโดที่ดีที่สุด!
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 9 นาที

ถ้าพูดถึงที่เที่ยวญี่ปุ่น ที่มีทั้งภูเขาหิมะ ทุ่งดอกไม้สีสันสดใส เมืองเล็กสุดโรแมนติก และอาหารทะเลสด ๆ ฮอกไกโด (Hokkaido) ต้องติดอยู่ในลิสต์แน่นอน! เกาะทางตอนเหนือของญี่ปุ่นแห่งนี้มีเสน่ห์แตกต่างกันไปในแต่ละฤดู ไม่ว่าจะเป็นหิมะขาวโพลนในหน้าหนาว ทุ่งลาเวนเดอร์ในหน้าร้อน หรือใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เรียกว่ามาเที่ยวเดือนไหนก็มีอะไรให้ตื่นเต้นเสมอ

ใครกำลังวางแผนเที่ยวฮอกไกโด แต่ยังไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี เรารวมมาให้แล้วกับ 20 ที่เที่ยวฮอกไกโด ยอดฮิต ทั้งแลนด์มาร์กดัง จุดถ่ายรูปสวย และพิกัดธรรมชาติที่ไม่ควรพลาด พร้อมข้อมูลการเดินทางและเคล็ดลับเที่ยวด้วยตัวเอง แถมอ่านจบยังสามารถจองตั๋วเครื่องบินและที่พักในฮอกไกโดผ่าน Traveloka ได้ง่าย ๆ ในที่เดียว เตรียมแพ็กกระเป๋าแล้วออกไปสัมผัสเสน่ห์ของฮอกไกโดกันเลย!

ตั๋วเครื่องบินฮอกไกโด ราคาดีที่สุด!

Mon, 16 Nov 2026

ไทย ไลอ้อน แอร์

กรุงเทพ (DMK) ไป ซัปโปโร (CTS)

เริ่มจาก THB 8,121.21

Fri, 13 Nov 2026

ไทย ไลอ้อน แอร์

กรุงเทพ (DMK) ไป ซัปโปโร (CTS)

เริ่มจาก THB 8,162.23

Sat, 21 Nov 2026

ไทย เวียตเจ็ท

กรุงเทพ (BKK) ไป ซัปโปโร (CTS)

เริ่มจาก THB 8,647.13

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวฮอกไกโด ใน 1 นาที

20 พิกัดห้ามพลาด: จัดเต็มจุดเช็กอินไฮไลต์ครบทุกสไตล์ เช่น บ่อน้ำสีฟ้า (Shirogane Blue Pond), คลองโอตารุ, ทุ่งดอกไม้ฟาร์มโทมิตะ, สวนสัตว์อาซาฮิยาม่า, เนินพระพุทธเจ้า, หุบเขานรกจิโกกุดานิ และลานสกีนิเซโกะ พร้อมแลนด์มาร์กธรรมชาติ วัฒนธรรม และจุดถ่ายรูปสวย ๆ อีกมากมายรวมกว่า 20 แห่งทั่วเกาะ! 
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: เที่ยวได้ตลอดปี ทั้งชมซากุระในฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค.–พ.ค.), ชมทุ่งลาเวนเดอร์และสวนดอกไม้หลากสีในฤดูร้อน (มิ.ย.–ส.ค.), ชมใบไม้เปลี่ยนสีโทนอบอุ่นในฤดูใบไม้ร่วง (ก.ย.–พ.ย.) และเล่นสกี ชมหิมะ พร้อมเทศกาลหิมะซัปโปโรในฤดูหนาว (ธ.ค.–ก.พ.)
การเดินทางไปฮอกไกโด: เดินทางสะดวกด้วยเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่สนามบินนิวชิโตเสะ (New Chitose Airport) ใช้เวลาประมาณ 6–7 ชั่วโมง หรือเลือกบินต่อเครื่องผ่านโตเกียว/โอซาก้า รวมถึงการนั่งรถไฟ Hokkaido Shinkansen จากโตเกียวมาต่อรถไฟ Limited Express Hokuto เข้าซัปโปโร
การเดินทางในฮอกไกโด: เที่ยวข้ามเมืองใหญ่สะดวกด้วยรถไฟ JR Hokkaido, เที่ยวในเมืองซัปโปโรด้วยรถไฟใต้ดิน 3 สาย (Namboku, Tozai, Toho), รถบัสประจำทางไปยังสถานที่ที่รถไฟเข้าไม่ถึง, รถเช่าขับเองหรือเลือกซื้อทัวร์วันเดียว (Day Tour) จากซัปโปโร
เคล็ดลับการเที่ยว: จัดเส้นทางเที่ยวแบ่งตามโซนเพื่อประหยัดเวลา, จองตั๋วเครื่องบินและที่พักล่วงหน้าผ่าน Traveloka โดยเฉพาะช่วงไฮซีซัน, เตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับฤดูกาล (ฤดูหนาวควรเตรียมเสื้อกันหนาวติดลบ ถุงมือ หมวก และรองเท้ากันลื่น), เช็กตารางรถบัส/รถไฟล่วงหน้า, พกเงินสดติดตัวไว้สำหรับร้านค้าเล็ก ๆ และเผื่อเวลาเดินทางในช่วงพายุหิมะ

ที่เที่ยวฮอกไกโดอัปเดทล่าสุด!

1. บ่อน้ำสีฟ้า (Shirogane Blue Pond) – บิเอะ

บ่อน้ำสีฟ้า (Blue Pond) – บิเอะ

Shirogane Blue Pond หรือบ่อน้ำสีฟ้าเป็นหนึ่งใน ที่เที่ยวฮอกไกโด ยอดนิยมที่หลายคนต้องแวะมา โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ที่สีฟ้าของน้ำจะตัดกับสีแดงส้มของใบไม้ได้อย่างสวยงามอย่างน่าทึ่ง ความพิเศษของที่นี่คือสีของน้ำที่เปลี่ยนไปตามแสงและฤดูกาล ทำให้เหมาะทั้งการถ่ายรูปและพักผ่อนกับธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยเฉพาะคนที่ชอบ เที่ยวธรรมชาติฮอกไกโด ไม่ควรพลาด บริเวณใกล้เคียงยังมีทางเดินชมวิวที่สะดวกสบาย เหมาะสำหรับครอบครัว หรือคู่รักที่กำลังมองหาที่เที่ยวโรแมนติกในฮอกไกโด

เวลาเปิด-ปิด: 24 ชั่วโมง

การเดินทาง: จากสถานี JR Biei นั่งบัสสาย Shirogane มาลงที่ป้าย Blue Pond แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที

2. น้ำตกชิราฮิเกะ (Shirahige Waterfall) – บิเอะ

น้ำตกชิราฮิเกะเป็นจุดชมวิวธรรมชาติอันโดดเด่นในฮอกไกโดที่นักท่องเที่ยวสายธรรมชาติไม่ควรพลาด สายน้ำสีขาวไหลจากผาสูงลงสู่แม่น้ำบิเอะสีฟ้า ทำให้ภาพวิวธรรมชาติแห่งนี้ดูน่าตื่นตาตื่นใจมาก โดยเฉพาะในฤดูหนาวที่หิมะปกคลุมและสายน้ำกลายเป็นไอน้ำลอยฟุ้ง เป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักถ่ายภาพ ถือเป็น ที่เที่ยวฮอกไกโดหน้าหนาว ที่น่าประทับใจ หากใครวางแผน เที่ยวฮอกไกโดด้วยตัวเอง ก็สามารถมาที่นี่ได้แบบสะดวกสบาย บรรยากาศโดยรอบยังเหมาะกับการเดินเล่นชมวิวอีกด้วย แต่อย่าลืมแต่งตัวสู้ลมหนาวให้พร้อมด้วยนะ

พิกัด: Shirahige Waterfall

เวลาทำการ: 24 ชั่วโมง

การเดินทาง: นั่งรถบัสจากสถานี JR Biei มาลงที่ Shirogane Onsen แล้วเดินต่อประมาณ 5 นาที

ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่าย

3. สวนสัตว์อาซาฮิยาม่า (Asahiyama Zoo) – อาซาฮิคาวะ

สวนสัตว์อาซาฮิยาม่า (Asahiyama Zoo) – อาซาฮิคาวะ

สวนสัตว์อาซาฮิยาม่าเป็น ที่เที่ยวฮอกไกโด ที่เหมาะสำหรับครอบครัว ด้วยการจัดแสดงสัตว์ในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงธรรมชาติ และโครงสร้างทางเดินที่ทำให้นักท่องเที่ยวได้ชมสัตว์อย่างใกล้ชิด หนึ่งในไฮไลต์ของที่นี่คือขบวนพาเหรดเพนกวินเดินเตาะแตะยาวเป็นกิโลในฤดูหนาวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากทุกปี ถือเป็นที่เที่ยวยอดนิยมสำหรับคนที่อยาก เที่ยวฮอกไกโดหน้าหนาว แบบอบอุ่นใจ พร้อมทั้งมีโซนเด็กเล่นและจุดพักผ่อน เหมาะกับครอบครัว และคนทุกเพศ ทุกวัย

เวลาทำการ: 9.30 น. ถึง 17.15 น. (ปิดวันอังคาร และฤดูหนาวอาจมีการเปลี่ยนแปลงเวลา)

การเดินทาง: นั่งรถบัสจากสถานี JR Asahikawa ถึงสวนสัตว์ประมาณ 40 นาที

ค่าเข้าชม: 1,000 เยน

สามารถเข้าไปเช็คราคาตั๋วประเภทต่าง ๆ และช่องทางการซื้อ ได้ที่เว็บไซต์ของสวนสัตว์

Japan

ตั๋วเข้าชมสวนสัตว์อาซาฮิยามะ ฮอกไกโด

9.0/10

โทมะโช

THB 211.22

4. โรงงานช็อกโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะ (Shiroi Koibito Park) – ซัปโปโร

โรงงานช็อกโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะ (Shiroi Koibito Park) – ซัปโปโร

โรงงานช็อกโกแลตชิโรอิโคอิบิโตะเป็น ที่เที่ยวฮอกไกโดยอดนิยม สำหรับคนที่ชื่นชอบของหวาน บวกกับบรรยากาศแบบยุโรป ภายในมีทั้งโซนพิพิธภัณฑ์ให้ชมกระบวนการผลิตคุกกี้ มีร้านของฝาก คาเฟ่ และสวนดอกไม้ที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ทำให้มีจุดถ่ายรูปสวย ๆ มากมายหลายมุม เหมาะกับทั้งครอบครัว คู่รัก หรือเพื่อน ๆ ที่อยากถ่ายภาพน่ารัก ๆ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่มีการประดับไฟยามค่ำคืนอย่างโรแมนติกและมีชีวิตชีวา จึงเป็นหนึ่งในจุดเช็กอินห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวฮอกไกโดด้วยตัวเอง

เวลาทำการ: 10.00 น. ถึง 18.00 น.

การเดินทาง: รถไฟใต้ดินสาย Tozai ลงสถานี Miyanosawa แล้วเดินต่อประมาณ 7 นาที

ค่าเข้าชม:

ผู้ใหญ่ 800 เยน
เด็กประถม 400 เยน
กดจองตั๋วได้ที่ shiroikoibitopark.jp

อ่านต่อ: 

5. เนินพระพุทธเจ้า (Hill of The Buddha) – ซัปโปโร

Hill of buddha

เนินพระพุทธเจ้าในซัปโปโรเป็นจุดรวมศิลปะกับศาสนาอย่างลงตัว โดดเด่นด้วยพระพุทธรูปองค์ใหญ่กลางลานกว้างที่ล้อมรอบด้วยทุ่งลาเวนเดอร์นับหมื่นต้นในฤดูร้อน และถูกออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดัง ทาดาโอะ อันโดะ ที่นี่เป็นสถานที่ที่ค่อนข้างเงียบสงบ เหมาะกับการไหว้พระ ฮีลใจ หรือเดินชมวิวธรรมชาติ ถือเป็นที่เที่ยวฮอกไกโดฤดูร้อนที่ให้ความรู้สึกสงบและสวยงาม เหมาะสำหรับสายมูเตลู หรือผู้ที่ต้องการเติมพลังใจในทริปเที่ยวฮอกไกโดก่อนกลับไปทำงาน

เวลาทำการ: 9.00 น. ถึง 16.00 น. (อาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล)

การเดินทาง: จากสถานี JR Sapporo ขึ้นรถบัสมาลงที่ Takino Cemetery แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที

ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่าย

6. สวนโอโดริ (Odori Park) – ซัปโปโร

odori-park-hokkaido

สวนโอโดริเป็นแลนด์มาร์กกลางเมืองซัปโปโรที่นักท่องเที่ยวมักไม่พลาดที่จะมาเช็กอิน ถือเป็นหนึ่งในที่เที่ยวฮอกไกโดที่เหมาะกับทุกฤดู ไม่ว่าจะมาชมดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิ พักผ่อนใต้ร่มไม้ในฤดูร้อน หรือเพลิดเพลินกับเทศกาลหิมะอันยิ่งใหญ่ในฤดูหนาว บรรยากาศที่เปิดโล่งและร่มรื่น ทำให้สวนแห่งนี้เป็นจุดพักผ่อนยอดนิยมของทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น อีกทั้งยังอยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ เช่น หอนาฬิกาซัปโปโร และซัปโปโรทีวีทาวเวอร์ ทำให้เดินเที่ยวได้สะดวกสบายมาก

เวลาทำการ: 24 ชั่วโมง

การเดินทาง: เดินจากสถานีรถไฟใต้ดิน Odori เพียงไม่กี่นาที

ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่าย

7. หอนาฬิกาซัปโปโร (Sapporo Clock Tower) – ซัปโปโร

หอนาฬิกาซัปโปโร (Sapporo Clock Tower) – ซัปโปโร

หอนาฬิกาซัปโปโรเป็นอาคารไม้เก่าแก่ที่ถือเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองเลยทีเดียว ที่นี่เป็นหนึ่งในที่เที่ยวฮอกไกโดยอดนิยมที่สะท้อนประวัติศาสตร์ของฮอกไกโดในยุคต้นได้อย่างน่าสนใจ ตัวอาคารสร้างขึ้นในสไตล์อเมริกันช่วงปลายศตวรรษที่ 19 และยังคงใช้งานกลไกนาฬิกาแบบดั้งเดิมอยู่ ภายในมีนิทรรศการเกี่ยวกับเมืองซัปโปโรและสถาปัตยกรรมดั้งเดิม ใครที่สนใจประวัติศาสตร์หรือถ่ายภาพแบบวินเทจ ที่นี่คือจุดเช็กอินสำคัญของการเที่ยวฮอกไกโดด้วยตัวเอง เพราะเดินทางง่ายมาก

เวลาทำการ: 9.00 น. ถึง 17.00 น.

การเดินทาง: เดินจากสถานีรถไฟ JR Sapporo ประมาณ 10 นาที

ค่าเข้าชม:

ผู้ใหญ่ 200 เยน
เด็กเข้าฟรี

8. ตลาดปลาโจไก (Jogai Ichiba Market) – ซัปโปโร

ตลาดปลาโจไก (Jogai Ichiba Market) – ซัปโปโร

ตลาดปลาโจไกเป็นสวรรค์ของสายกินที่อยากลิ้มรสอาหารทะเลสดใหม่ของฮอกไกโด ที่นี่เป็นหนึ่งในที่เที่ยวฮอกไกโดที่แนะนำสำหรับนักชิม เพราะมีร้านอาหารมากมายให้เลือก ตั้งแต่ซูชิ ซาชิมิ ไปจนถึงเมนูปิ้งย่างสด ๆ จากทะเล อีกทั้งยังสามารถซื้อของฝากประเภทอาหารแปรรูปได้อย่างสะดวก เป็นสถานที่ที่สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมการกินของคนท้องถิ่นได้อย่างดี ใครที่อยากสัมผัสรสชาติแท้ ๆ ของฮอกไกโดควรแวะมาชิมสักหน่อย

เวลาทำการ: 6.00 น. ถึง 17.00 น. (แต่ละร้านอาจต่างกันเล็กน้อย)

การเดินทาง: จากสถานี JR Soen เดินประมาณ 10 นาที หรือใช้รถบัสสาย 55

ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่าย

9. คลองโอตารุ (Otaru Canal) – โอตารุ

คลองโอตารุ (Otaru Canal) – โอตารุ

คลองโอตารุเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพสุดโรแมนติกและเงียบสงบของฮอกไกโด โดยเฉพาะในช่วงเย็นที่แสงไฟสะท้อนผิวน้ำอย่างสวยงาม ถือเป็น ที่เที่ยวฮอกไกโดหน้าหนาว ที่ยอดนิยม เพราะบรรยากาศช่วงหิมะตกนั้นสวยงามดั่งภาพวาด โอบล้อมด้วยอาคารอิฐเก่าสไตล์ยุโรปที่มีร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก และพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ตลอดสองฝั่งคลอง เหมาะกับผู้ที่อยากเดินเล่นถ่ายรูป หรือใช้เวลากับคนรักแบบหวาน ๆ

เวลาทำการ: 24 ชั่วโมง

การเดินทาง: เดินจากสถานี JR Otaru ประมาณ 10 นาที

ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่าย

10. พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุ (Otaru Music Box Museum) – โอตารุ

พิพิธภัณฑ์กล่องดนตรีโอตารุเป็นที่เที่ยวฮอกไกโดสุดน่ารักที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย ภายในจัดแสดงกล่องดนตรีนับพันชิ้นจากทั่วโลก พร้อมกับโซนขายของน่ารัก ๆ ที่สามารถเลือกกล่องดนตรีพร้อมของตกแต่งเพื่อประกอบเองเป็นของที่ระลึกเฉพาะตัวที่มีชิ้นเดียในโลก สถานที่ตกแต่งอย่างอบอุ่นในอาคารอิฐโบราณ ที่นี่เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบเสียงดนตรี งานฝีมือ หรือการเก็บของสะสม อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากคลองโอตารุ ทำให้สามารถเที่ยวต่อได้สะดวก

เวลาทำการ: 9.00 น. ถึง 18.00 น.

การเดินทาง: เดินจากสถานี JR Otaru ประมาณ 10 นาที

ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี

11. ฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita) – ฟุราโนะ

ฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita) – ฟุราโนะ

ฟาร์มโทมิตะคือหนึ่งในที่เที่ยวฮอกไกโดฤดูร้อนที่คนไทยชื่นชอบมากที่สุด ด้วยทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงละมุนที่เบ่งบานเต็มพื้นที่ในเดือนกรกฎาคม นอกจากนี้ยังมีดอกไม้ชนิดอื่นอย่างป๊อปปี้ ซัลเวีย และคอสมอสให้ชมหลากหลายสีสัน ฟาร์มนี้ยังมีร้านไอศกรีม กลิ่นลาเวนเดอร์ และร้านขายของฝากที่ทำจากดอกลาเวนเดอร์แท้ ๆ อีกด้วย ใครอยากหาสถานที่ถ่ายรูปสวย ๆ บรรยากาศดี อากาศบริสุทธิ์ และได้ของฝากกลับบ้าน ที่นี่คือที่เที่ยวฮอกไกโดไม่ควรพลาด

เวลาทำการ: 8.30 น. ถึง 17.00 น. (กรกฎาคม–สิงหาคม)

การเดินทาง: จากสถานี JR Nakafurano เดินประมาณ 20 นาที หรือขึ้นแท็กซี่

ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่าย

12. สวนดอกไม้คามิฟุราโนะ (Hokusei Hill Park) – คามิฟุราโนะ

สวนดอกไม้คามิฟุราโนะ (Hokusei Hill Park) – คามิฟุราโนะ

สวนดอกไม้คามิฟุราโนะเป็นอีกหนึ่งในที่เที่ยวฮอกไกโดที่เน้นความสวยงามของธรรมชาติและเหมาะกับการพักผ่อน บนเนินเขาที่มีลมพัดเย็นสบายตลอดวัน ในช่วงฤดูร้อนจะเต็มไปด้วยทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ไลเซนเทีย และดอกไม้นานาพันธุ์ที่เรียงรายตัดกับวิวภูเขาไดเซ็ตสึซังด้านหลังอย่างลงตัว เหมาะสำหรับคนที่ต้องการชมวิวธรรมชาติ ถ่ายรูปชิล ๆ และดื่มด่ำกับอากาศบริสุทธิ์ในแบบชนบทของฮอกไกโด

เวลาทำการ: 9:00–17:00 (เฉพาะช่วงหน้าร้อน)

การเดินทาง: ขับรถประมาณ 5 นาทีจากสถานี JR Kamifurano หรือใช้แท็กซี่

ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่าย

13. สวนสัตว์โนโบริเบ็ตสึ (Noboribetsu Bear Park) – โนโบริเบ็ตสึ

สวนสัตว์โนโบริเบ็ตสึ (Noboribetsu Bear Park) – โนโบริเบ็ตสึ

สวนสัตว์โนโบริเบ็ตสึเป็นหนึ่งในที่เที่ยวฮอกไกโดสำหรับครอบครัวที่น่าสามารถใช้เวลาด้วยกันแบบน่ารัก ๆ ที่นี่มีการจัดแสดงพี่หมีสีน้ำตาลที่สามารถชมได้อย่างใกล้ชิดแบบปลอดภัย และสามารถให้อาหารพี่หมี รวมถึงสัตว์อื่น ๆ ในสวนสัตว์ได้อีกด้วย บางช่วงมีโชว์พิเศษให้เห็นพฤติกรรมของพี่หมี ส่วนใหญ่ก็จะชอบโบกมือขอขนม เป็นภาพที่ดูแล้วน่ารักคล้ายกับท่าทางของคนเลย ทำให้เป็นที่เที่ยวที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สามารถเพลิดเพลินร่วมกันได้

เวลาทำการ: 8.30 น. ถึง 16.30 น.

การเดินทาง: ขึ้นกระเช้าจากสถานี Noboribetsu Bear Park Ropeway

ค่าเข้าชม:

ผู้ใหญ่ 3,000 เยน
เด็ก 1,500 เยน (รวมค่ากระเช้า)
ซื้อตั๋วล่วงหน้าได้ที่ bearpark.jp

14. หุบเขานรกจิโกกุดานิ (Jigokudani) – โนโบริเบ็ตสึ

หุบเขานรกจิโกกุดานิ (Jigokudani) – โนโบริเบ็ตสึ

หุบเขานรกจิโกกุดานิเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติยอดนิยมของเมืองโนโบริเบ็ตสึ ด้วยภูมิทัศน์ที่เต็มไปด้วยไอน้ำพวยพุ่งจากใต้ดิน กลิ่นกำมะถัน และแร่ธาตุต่าง ๆ ที่ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในโลกแฟนตาซี เหมาะสำหรับคนที่สนใจธรรมชาติในมุมแปลกใหม่ ที่นี่ถือเป็นหนึ่งในที่เที่ยวฮอกไกโดที่น่าตื่นตาตื่นใจและสามารถเดินศึกษาธรรมชาติผ่านเส้นทางที่จัดไว้ได้อย่างปลอดภัย

เวลาทำการ: 24 ชั่วโมง

การเดินทาง: นั่งรถบัสจากสถานี JR Noboribetsu ประมาณ 15 นาที

ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่าย

15. อุทยานแห่งชาติไดเซ็ตสึซัง (Daisetsuzan National Park) – ตอนกลางของเกาะฮอกไกโด

อุทยานแห่งชาติไดเซ็ตสึซังเป็นอุทยานที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นแหล่งรวมธรรมชาติบริสุทธิ์ของฮอกไกโดอย่างแท้จริง ที่นี่มีทั้งเส้นทางเดินป่า น้ำตก ภูเขาไฟ และจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่งดงาม เหมาะกับนักเดินทางสายผจญภัยและผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติแบบดิบ ๆ ถือเป็นที่เที่ยวฮอกไกโดฤดูร้อนและใบไม้ร่วงที่ไม่ควรพลาด หากใครต้องการหลีกหนีความวุ่นวายมาสู่อ้อมกอดของธรรมชาติ ที่นี่คือคำตอบ

เวลาทำการ: 8.30 น. ถึง 17.15

ปิดวันเสาร์-อาทิตย์
บางเส้นทางปิดในฤดูหนาว

การเดินทาง: ขับรถหรือโดยสารบัสจาก Asahikawa ใช้เวลาราว 1.5–2 ชั่วโมง

ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่าย

16. ภูเขาโยเท (Mt. Yotei) – นิเซโกะ

ภูเขาโยเท (Mt. Yotei) – นิเซโกะ

ภูเขาโยเท หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ฟูจิแห่งฮอกไกโด” เป็นหนึ่งในที่เที่ยวฮอกไกโดสำหรับสายปีนเขาและธรรมชาติ ที่นี่มีเส้นทางเดินป่าหลายเส้นทางเหมาะกับนักผจญภัยทุกระดับ พร้อมวิวทิวทัศน์จากยอดเขาที่สามารถมองเห็นนิเซโกะและพื้นที่โดยรอบได้อย่างชัดเจน ในฤดูร้อนและใบไม้เปลี่ยนสีจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาชมวิวและถ่ายภาพธรรมชาติ ถือเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของผู้ที่ต้องการสัมผัสกับธรรมชาติแบบดิบ ๆ ในฮอกไกโด ใครวางแผนเที่ยวนิเซโกะห้ามพลาด

เวลาทำการ: เปิดตลอดเวลา (แนะนำเฉพาะช่วงมิถุนายน–ตุลาคม)
การเดินทาง: ขับรถจากสถานี JR Kutchan ใช้เวลาประมาณ 30 นาที
ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่าย

อ่านต่อ: 

17. ลานสกีนิเซโกะ (Niseko Ski Resort) – นิเซโกะ

ภูเขาโยเท (Mt. Yotei) – นิเซโกะ

ลานสกีนิเซโกะเป็นที่เที่ยวฮอกไกโดหน้าหนาวที่มีชื่อเสียงระดับโลก ด้วยหิมะคุณภาพดีที่เรียกว่า “Powder Snow” เหมาะสำหรับกิจกรรมสกีและสโนว์บอร์ดทั้งสำหรับมือใหม่และนักเล่นระดับมือโปร ที่นี่มีรีสอร์ทหลายแห่งพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมถึงร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์มากมาย จึงกลายเป็นจุดหมายยอดฮิตของทั้งชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติในฤดูหนาว

เวลาทำการ: ปลายพฤศจิกายน–ต้นพฤษภาคม (ขึ้นอยู่กับสภาพหิมะ)

การเดินทาง: นั่งรถไฟจากสถานี JR Sapporo ไปลงสถานี Kutchan แล้วต่อรถบัสถึงลานสกี

ค่าเข้า: ขึ้นอยู่กับประเภทบัตรเล่นสกี (เริ่มต้นประมาณ 5,000 เยน/วัน)

18. สวนดอกไม้ชิคิไซโนะโอกะ (Shikisai no Oka) – บิเอะ

สวนดอกไม้ชิคิไซโนะโอกะ (Shikisai no Oka) – บิเอะ

สวนดอกไม้ชิคิไซโนะโอกะเป็นเนินเขาที่เต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสดใสที่ผลิบานตลอดช่วงฤดูร้อน ถือเป็นอีกหนึ่งใน ที่เที่ยวฮอกไกโดฤดูร้อน ที่ควรแวะชม โดยเฉพาะในเดือนกรกฎาคม–สิงหาคมที่ดอกไม้หลากสีจะบานเต็มพื้นที่ นักท่องเที่ยวสามารถเพลิดเพลินกับการนั่งรถแทรกเตอร์ชมสวน ถ่ายรูป หรือแวะซื้อของฝากจากผลิตผลท้องถิ่นได้ที่นี่ บรรยากาศสดชื่นและผ่อนคลายเหมาะกับทุกเพศทุกวัย

เวลาทำการ: 8.40 น. ถึง 17.00 น. (เปิดเฉพาะช่วงใบไม้ผลิ–ฤดูใบไม้ร่วง)

การเดินทาง: ขับรถประมาณ 15 นาทีจากสถานี JR Biei

ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่าย (แต่มีค่าบริการรถแทรกเตอร์ประมาณ 500 เยน)

19. ทะเลสาบโทยะ (Lake Toya) – โทยะโกะ

ทะเลสาบโทยะ (Lake Toya) – โทยะโกะ

ทะเลสาบโทยะเป็นทะเลสาบปล่องภูเขาไฟที่รายล้อมไปด้วยวิวภูเขาและธรรมชาติอันสงบเงียบ เหมาะกับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายและพักผ่อนแบบสงบ สถานที่นี้เหมาะกับการล่องเรือ พักแช่ออนเซ็นริมทะเลสาบ และชมการแสดงดอกไม้ไฟในฤดูร้อน ถือเป็นหนึ่งในที่เที่ยวฮอกไกโดสำหรับครอบครัวที่มีกิจกรรมครบทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม

เวลาทำการ: เปิดตลอดเวลา

การเดินทาง: นั่งรถบัสจากสถานี JR Toya ใช้เวลาประมาณ 20 นาที

ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่าย

20. พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร (Sapporo Beer Museum) – ซัปโปโร

พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโร (Sapporo Beer Museum) – ซัปโปโร

พิพิธภัณฑ์เบียร์ซัปโปโรเป็นที่เที่ยวซัปโปโรสำหรับผู้ที่สนใจในประวัติศาสตร์การผลิตเบียร์ของญี่ปุ่น และคอเบียร์หลาย ๆ คนที่อยากไปลองเบียร์ญี่ปุ่นหลาย ๆ แบบ ที่นี่จัดแสดงเครื่องมือการหมักเบียร์ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของ Sapporo Brewery รวมถึงมีโซนให้ชิมเบียร์สดที่ผลิตใหม่ ๆ และร้านอาหารบรรยากาศดี เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายดื่มและคนที่อยากสัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่นแบบชิล ๆ ถือเป็นหนึ่งในที่เที่ยวฮอกไกโดที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเมืองซัปโปโร

เวลาทำการ: 11.00น. ถึง 18.00 น. (ปิดวันจันทร์)

การเดินทาง: เดินประมาณ 10 นาทีจากสถานี Higashi-Kuyakusho-Mae ของรถไฟสาย Toho

ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี

อ่านต่อบทความเที่ยวอื่น ๆ 

ร้านอาหารชื่อดังในฮอกไกโด

Sapporo Beer Garden

ร้านอาหารในฮอกไกโด Sapporo Beer Gardenร้านอาหารในฮอกไกโด Sapporo Beer Garden

Sapporo Beer Garden เป็นร้านอาหารยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวมาเยือนฮอกไกโดต้องแวะสัมผัสประสบการณ์ “เจงกีสข่าน” หรือเนื้อแกะย่างบนกระทะเหล็กร้อน เสิร์ฟพร้อมเบียร์สดซัปโปโรที่ผลิตในท้องถิ่น ภายในร้านตกแต่งด้วยกลิ่นอายโรงเบียร์เก่า ให้บรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง เหมาะกับทั้งกลุ่มเพื่อน ครอบครัว หรือคู่รักที่อยากลิ้มลองรสชาติความเป็นฮอกไกโดในแบบต้นตำรับอย่างแท้จริง

เวลาทำการ: 11.30 น. ถึง 21.00 น. (ปิดรับออเดอร์ 20:40)
การเดินทาง: เดินจากสถานี JR Sapporo ประมาณ 15 นาที หรือขึ้นรถบัสสาย Loop 88 ลงที่ Sapporo Beer Garden

Hanamaru Sushi

ร้านอาหารในฮอกไกโด Hanamaru Sushi

Hanamaru Sushi เป็นร้านซูชิสายพานชื่อดังจากฮอกไกโดที่ขึ้นชื่อเรื่องวัตถุดิบสดใหม่ ทั้งปลาแซลมอน ฮามาจิ หรือไข่ปลาแซลมอนที่ส่งตรงจากท่าเรือทุกวัน ด้วยราคาที่เข้าถึงได้แต่คุณภาพระดับพรีเมียม ทำให้ร้านนี้ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสาขาที่ Sapporo Stellar Place ซึ่งมักมีคิวแน่นตั้งแต่ช่วงเย็น เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสรสชาติญี่ปุ่นแท้ ๆ ในบรรยากาศเป็นกันเอง

เวลาทำการ: 11.00 น. ถึง 22.00 น.
การเดินทาง: สามารถเดินเข้าจากสถานี JR Sapporo ได้โดยตรงผ่าน Stellar Place

Italian cafe Abete

ร้านอาหารในฮอกไกโด Italian cafe Abete

Italian café Abete เป็นร้านอิตาเลียนสุดคิวท์ใจกลางเมือง Biei มีแค่ประมาณ 10 ที่นั่งเท่านั้น แต่เต็มเปี่ยมด้วยรสชาติและความอบอุ่นของร้านเล็กครอบครัวที่ทำด้วยใจ จากการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ทั้งผักออร์แกนิก และไข่จากข้าวสาลี Biiei ที่เพิ่มความหอมหวานให้กับอาหารทุกจาน 

เวลาทำการ: ปิดวันจันทร์-อังคาร

11.30 น. ถึง 14.00 น.
17.30 น. ถึง 20.00 น.

การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR ลงที่สถานี Biei แล้วเดินต่อ 5 นาที

ที่พักยอดนิยมในฮอกไกโด 

เที่ยวฮอกไกโดทั้งที เรื่องที่พักก็สำคัญไม่แพ้การเลือกที่เที่ยวเลย เพราะเกาะแห่งนี้มีพื้นที่กว้างและสถานที่ท่องเที่ยวกระจายอยู่หลายเมือง สำหรับคนที่มาเที่ยวฮอกไกโดครั้งแรก แนะนำให้พักในซัปโปโรเป็นหลัก เพราะเดินทางสะดวก มีทั้งร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง และรถไฟเชื่อมต่อไปยังเมืองยอดนิยมอย่างโอตารุ ส่วนใครอยากสัมผัสบรรยากาศออนเซ็นหรือธรรมชาติแบบเต็มอิ่ม ก็มีที่พักน่าสนใจให้เลือกอีกเพียบ

JR Tower Hotel Nikko Sapporo 

ถ้าอยากได้ที่พักที่เดินทางง่ายและอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว JR Tower Hotel Nikko Sapporo เป็นพิกัดที่น่าสนใจมาก เพราะโรงแรมตั้งอยู่เหนือสถานี JR Sapporo ทำให้สะดวกทั้งการเดินทางจากสนามบินและการนั่งรถไฟไปเที่ยวเมืองอื่น ๆ ห้องพักตกแต่งสไตล์โมเดิร์น บรรยากาศอบอุ่น พร้อมหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองซัปโปโรจากมุมสูง ยิ่งช่วงหน้าหนาวที่หลังคาอาคารปกคลุมด้วยหิมะก็ยิ่งสวยเป็นพิเศษ แถมยังมีสปาและห้องอาบน้ำพร้อมวิวเมืองให้ผ่อนคลายหลังเที่ยวมาทั้งวันอีกด้วย

Park Hyatt Niseko Hanazono 

สำหรับทริปที่อยากพักผ่อนแบบจัดเต็ม Park Hyatt Niseko Hanazono เป็นโรงแรมหรูที่เหมาะกับการใช้เวลาท่ามกลางธรรมชาติของนิเซโกะแบบสุด ๆ ตัวโรงแรมโดดเด่นด้วยดีไซน์ร่วมสมัยที่ผสมผสานวัสดุธรรมชาติ ให้ความรู้สึกเรียบหรูและอบอุ่น ห้องพักกว้างขวางพร้อมวิวภูเขาสวย ๆ โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่พื้นที่โดยรอบกลายเป็นดินแดนหิมะขาวโพลน อีกทั้งยังมีสระว่ายน้ำในร่ม สปา ออนเซ็น และร้านอาหารระดับพรีเมียมให้เลือกเอนจอยกัน ใครตั้งใจมาเล่นสกีหรืออยากพักผ่อนท่ามกลางวิวภูเขาแบบไม่ต้องรีบร้อน ที่นี่ตอบโจทย์สุด ๆ

KOKO HOTEL Sapporo Ekimae

ใครอยากประหยัดงบที่พักไว้ไปกินของอร่อยหรือช้อปปิ้งต่อ ลองดู KOKO HOTEL Sapporo Ekimae โรงแรมใจกลางซัปโปโรที่เน้นความเรียบง่ายและสะดวกสบาย ห้องพักตกแต่งสไตล์โมเดิร์น ขนาดกะทัดรัด แต่มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานครบ เหมาะกับคนที่ออกไปเที่ยวทั้งวันแล้วกลับมาพักผ่อนตอนค่ำ ทำเลอยู่ใกล้สถานีรถไฟและย่านร้านอาหาร สามารถเดินไปสวนโอโดริ หอนาฬิกาซัปโปโร และแหล่งช้อปปิ้งในตัวเมืองได้สะดวก ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคนที่อยาก เที่ยวฮอกไกโดด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องใช้งบที่พักสูงเกินไป

วิธีการเดินทางไปฮอกไกโด

ฮอกไกโด ไปยังไง? สำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย วิธีที่สะดวกที่สุดคือการเดินทางด้วยเครื่องบินไปยังสนามบินนิวชิโตเสะ (New Chitose Airport) ซึ่งเป็นสนามบินหลักของฮอกไกโด ตั้งอยู่ใกล้เมืองซัปโปโร และมีระบบขนส่งสาธารณะเชื่อมต่อเข้าเมืองอย่างสะดวก โดยสามารถเลือกเดินทางได้หลายรูปแบบตามงบประมาณและแผนเที่ยว

เช็คราคาตั๋วเครื่องบินราคาถูกกับ Traveloka

Mon, 16 Nov 2026

ไทย ไลอ้อน แอร์

กรุงเทพ (DMK) ไป ซัปโปโร (CTS)

เริ่มจาก THB 8,121.21

Fri, 13 Nov 2026

ไทย ไลอ้อน แอร์

กรุงเทพ (DMK) ไป ซัปโปโร (CTS)

เริ่มจาก THB 8,162.23

Sat, 21 Nov 2026

ไทย เวียตเจ็ท

กรุงเทพ (BKK) ไป ซัปโปโร (CTS)

เริ่มจาก THB 8,647.13

บินตรงจากกรุงเทพฯ ไปฮอกไกโด (แนะนำที่สุด) เป็นวิธีที่สะดวกสำหรับคนที่อยากเริ่มเที่ยวทันที โดยเลือกเที่ยวบินตรงจากสนามบินสุวรรณภูมิไปยัง New Chitose Airport ใช้เวลาประมาณ 6–7 ชั่วโมง ทั้งนี้ เที่ยวบินตรงอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและตารางให้บริการของสายการบิน
บินต่อเครื่องผ่านเมืองอื่นในญี่ปุ่น เหมาะกับคนที่อยากแวะเที่ยวโตเกียวหรือโอซาก้าก่อน โดยสามารถบินจากกรุงเทพฯ ไปยังสนามบินนาริตะ ฮาเนดะ หรือคันไซ แล้วต่อเที่ยวบินภายในประเทศมายังสนามบินนิวชิโตเสะ ใช้เวลาบินจากโตเกียวประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที และจากโอซาก้าประมาณ 2 ชั่วโมง
นั่งรถไฟชินคันเซ็นจากโตเกียว สำหรับคนที่อยากสัมผัสประสบการณ์เดินทางด้วยรถไฟญี่ปุ่น สามารถขึ้น Hokkaido Shinkansen จากสถานี Tokyo ไปยังสถานี Shin-Hakodate-Hokuto ใช้เวลาประมาณ 4–4.5 ชั่วโมง จากนั้นต่อรถไฟ Limited Express Hokuto ไปซัปโปโรอีกประมาณ 3.5 ชั่วโมง เหมาะกับคนที่มีเวลาเที่ยวหลายวันและอยากชมวิวระหว่างทาง

วิธีการเดินทางในฮอกไกโด

การเดินทางเที่ยวฮอกไกโด มีหลายวิธีให้เลือก ทั้งรถไฟ รถบัส และรถเช่า ถ้าเน้นเที่ยวในเมืองยอดนิยมอย่างซัปโปโรหรือโอตารุ ก็สามารถใช้ขนส่งสาธารณะได้สะดวก แต่ถ้าอยากออกไปชมทุ่งดอกไม้ ภูเขา หรือธรรมชาติในพื้นที่ห่างไกล การเช่ารถขับเองก็ช่วยให้เที่ยวได้คล่องตัวและแวะชมวิวระหว่างทางได้ตามใจชอบ

รถไฟ JR Hokkaido (แนะนำสำหรับเที่ยวข้ามเมือง) เป็นตัวเลือกที่สะดวกสำหรับการเดินทางระหว่างเมืองยอดนิยม เช่น ซัปโปโร โอตารุ อาซาฮิคาวะ และฮาโกดาเตะ มีทั้งรถไฟธรรมดาและรถไฟด่วนพิเศษ (Limited Express) ให้เลือกตามเส้นทาง ใครวางแผนเที่ยวฮอกไกโดด้วยรถไฟ หลายเมือง แนะนำให้ลองเปรียบเทียบค่าเดินทางกับ Hokkaido Rail Pass เพราะจะช่วยประหยัดค่าเดินทางได้ไม่น้อยเลย 
รถไฟใต้ดินซัปโปโร (Sapporo Subway) ถ้าเน้นเที่ยวในเมืองซัปโปโร รถไฟใต้ดินถือว่าสะดวกมาก เพราะมีให้บริการ 3 สาย ได้แก่ Namboku, Tozai และ Toho ครอบคลุมย่านสำคัญอย่าง Odori และ Susukino รวมถึงเชื่อมต่อกับสถานี Sapporo ทำให้เดินทางไปช้อปปิ้ง หาของอร่อย หรือแวะเช็กอินแลนด์มาร์กต่าง ๆ ได้ง่าย
รถบัสท้องถิ่นและรถบัสระหว่างเมือง เหมาะสำหรับเดินทางไปยังที่เที่ยวฮอกไกโด ที่รถไฟเข้าไม่ถึง เช่น หุบเขานรกจิโกกุดานิ (Jigokudani) และทะเลสาบโทยะ (Lake Toya) นอกจากนี้ ยังมีรถบัสท่องเที่ยวบางเส้นทางที่พาแวะชมหลายจุดในวันเดียว เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวธรรมชาติแบบไม่ต้องขับรถเอง
รถเช่าขับเอง ใครอยากเที่ยวแบบอิสระ แวะถ่ายรูปตรงไหนก็ได้ตามใจชอบ แนะนำให้เช่ารถขับเอง โดยเฉพาะเส้นทางฟุราโนะ (Furano) และบิเอะ (Biei) ที่มีทุ่งดอกไม้และจุดชมวิวสวย ๆ กระจายอยู่หลายแห่ง แต่ต้องมีใบอนุญาตขับขี่ระหว่างประเทศที่ใช้ได้ในญี่ปุ่น และถ้าไม่คุ้นเคยกับการขับรถบนถนนที่มีหิมะหรือน้ำแข็ง ก็ควรหลีกเลี่ยงการขับรถเองในช่วงฤดูหนาว
ทัวร์วันเดียว (Day Tour) สำหรับคนที่อยากเที่ยวฮอกไกโด แบบไม่เช่ารถ แต่ก็ไม่อยากเสียเวลาต่อรถหลายรอบ การจองทัวร์วันเดียวจากซัปโปโรเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเส้นทางฟุราโนะและบิเอะที่มีจุดเช็กอินสวย ๆ หลายแห่ง สามารถเที่ยวได้หลายที่ในวันเดียวโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเส้นทางหรือรอบรถบัส

เที่ยวฮอกไกโด เดือนไหนดี?

เที่ยวฮอกไกโด เดือนไหนดี? ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวฮอกไกโดคือเดือนกรกฎาคม–สิงหาคม สำหรับชมทุ่งดอกไม้ เดือนตุลาคมสำหรับชมใบไม้เปลี่ยนสี และเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์สำหรับเที่ยวหิมะและเล่นสกี แต่เพราะฮอกไกโดเป็นหนึ่งในจุดหมายที่มีเสน่ห์แตกต่างกันไปในแต่ละฤดู ตั้งแต่ทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงสุดลูกหูลูกตา ไปจนถึงภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน จึงสามารถไปเที่ยวได้ืุกฤดู ใครชอบบรรยากาศแบบไหนก็เลือกช่วงเวลาเที่ยวฮอกไกโด ให้ตรงใจได้เลย

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม) อุณหภูมิประมาณ -2 ถึง 18°C หลังผ่านฤดูหนาวมายาวนาน ฮอกไกโดก็เริ่มกลับมาสดใสอีกครั้ง หิมะค่อย ๆ ละลาย ต้นไม้เริ่มผลิใบ และอากาศก็อุ่นขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะช่วงปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคมที่ดอกซากุระเริ่มบานตามสวนสาธารณะและจุดชมดอกไม้ต่าง ๆ ใครอยากชมซากุระท่ามกลางอากาศเย็นสบาย หรือเดินเที่ยวเมืองแบบไม่ต้องเจอหิมะหนัก ๆ ช่วงนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย
ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม) อุณหภูมิประมาณ 12–27°C เป็นช่วงที่ฮอกไกโดเต็มไปด้วยสีสันของธรรมชาติ แถมอากาศยังเย็นสบายกว่าหลายเมืองในญี่ปุ่น โดยเฉพาะเดือนกรกฎาคมที่ทุ่งลาเวนเดอร์ในฟุราโนะ (Furano) บานสะพรั่งเป็นสีม่วงสวยงาม ส่วนบิเอะ (Biei) ก็มีเนินเขาและสวนดอกไม้หลากสีให้ถ่ายรูปกันเพลิน ๆ ใครชอบเที่ยวแนวธรรมชาติ อยากเดินเล่นกลางทุ่งดอกไม้ หรือขับรถชมวิวชนบทสวย ๆ แนะนำให้มาเที่ยวช่วงนี้เลย
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน) อุณหภูมิประมาณ 0–22°C ถ้าชอบวิวภูเขาโทนอบอุ่น มีทั้งสีแดง ส้ม และเหลือง ฤดูนี้บอกเลยว่าสวยไม่แพ้ช่วงไหน ๆ โดยใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสีจากพื้นที่สูงอย่างอุทยานแห่งชาติไดเซ็ตสึซัง (Daisetsuzan National Park) ตั้งแต่เดือนกันยายน ก่อนจะค่อย ๆ ไล่ลงมายังเมืองต่าง ๆ ในช่วงเดือนตุลาคม บรรยากาศช่วงนี้โรแมนติกเป็นพิเศษ เหมาะกับการเดินชมธรรมชาติ ถ่ายรูปใบไม้เปลี่ยนสี หรือแวะแช่ออนเซ็นอุ่น ๆ ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย
ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์) อุณหภูมิประมาณ -10 ถึง 2°C ใครฝันอยากสัมผัสหิมะญี่ปุ่นแบบจัดเต็ม ต้องมาเที่ยวฮอกไกโด หน้าหนาวสักครั้ง เพราะทั้งเมืองจะกลายเป็นดินแดนสีขาวสุดโรแมนติก ไม่ว่าจะเดินเล่นริมคลองโอตารุที่มีหิมะปกคลุม ไปเล่นสกีบนหิมะนุ่ม ๆ ที่นิเซโกะ (Niseko) หรือชมประติมากรรมหิมะสุดอลังการในเทศกาล Sapporo Snow Festival ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ยิ่งได้ปิดท้ายวันด้วยการแช่ออนเซ็นร้อน ๆ ท่ามกลางอากาศหนาว บอกเลยว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจสุด ๆ

ตารางสรุปเที่ยวฮอกไกโดแต่ละฤดู

ฤดูกาลช่วงเดือนอุณหภูมิโดยประมาณไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาด
ฤดูใบไม้ผลิมี.ค.–พ.ค.-2 ถึง 18°Cชมซากุระ เดินเล่นชมสวน
ฤดูร้อนมิ.ย.–ส.ค.12–27°Cทุ่งลาเวนเดอร์ สวนดอกไม้ เที่ยวธรรมชาติ
ฤดูใบไม้ร่วงก.ย.–พ.ย.0–22°Cชมใบไม้เปลี่ยนสี แช่ออนเซ็น
ฤดูหนาวธ.ค.–ก.พ.-10 ถึง 2°Cเที่ยวหิมะ เล่นสกี เทศกาลหิมะซัปโปโร

หมายเหตุ: อุณหภูมิเป็นค่าโดยประมาณและอาจแตกต่างกันตามเมือง พื้นที่สูง และสภาพอากาศในแต่ละปี 

เคล็ดลับการเที่ยวฮอกไกโด 

จัดเส้นทางเที่ยวเป็นโซน จะได้ไม่เหนื่อยกับการเดินทาง ฮอกไกโดมีพื้นที่กว้างกว่าที่หลายคนคิด ถ้าพยายามเก็บทุกเมืองในทริปเดียวอาจหมดเวลาไปกับการนั่งรถ แนะนำให้จัดที่เที่ยวฮอกไกโดที่อยู่ใกล้กันไว้ในวันเดียว เช่น ซัปโปโร–โอตารุ หรือฟุราโนะ–บิเอะ จะช่วยประหยัดเวลาและมีโอกาสแวะเที่ยวแต่ละจุดได้เต็มที่มากขึ้น
จองตั๋วเครื่องบินและที่พักล่วงหน้าในช่วงไฮซีซัน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลหิมะซัปโปโรในเดือนกุมภาพันธ์ และฤดูดอกลาเวนเดอร์ในเดือนกรกฎาคม เพราะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ โรงแรมทำเลดี ๆ อาจเต็มเร็ว แนะนำให้วางแผนและจองผ่าน Traveloka ล่วงหน้า จะได้มีตัวเลือกทั้งเที่ยวบินและที่พักมากขึ้น
เตรียมเสื้อผ้าให้เหมาะกับอากาศในแต่ละฤดู ถ้ามาเที่ยวช่วงหน้าหนาว อย่าลืมเสื้อกันหนาวสำหรับอุณหภูมิติดลบ ถุงมือ หมวก และรองเท้ากันลื่น เพราะถนนบางจุดอาจมีน้ำแข็งเกาะ ส่วนใครมาเที่ยวหน้าร้อน แม้อากาศจะไม่ร้อนจัดเหมือนเมืองอื่นในญี่ปุ่น แต่ก็ควรพกเสื้อคลุมบาง ๆ ติดกระเป๋าไว้ เพราะช่วงเช้าและเย็นอาจมีลมเย็นกว่าที่คิด
เช็กตารางรถไฟและรถบัสก่อนออกเที่ยวทุกครั้ง โดยเฉพาะเส้นทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างฟุราโนะ บิเอะ หรือโนโบริเบ็ตสึ เพราะรถบัสบางสายมีรอบให้บริการค่อนข้างน้อย และอาจเปลี่ยนตารางตามฤดูกาล แนะนำให้เช็กเที่ยวรถขากลับไว้ตั้งแต่แรก จะได้เที่ยวเพลิน ๆ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะตกรถ
ลองคำนวณความคุ้มค่าของ Hokkaido Rail Pass ก่อนซื้อ ใครวางแผนเดินทางด้วยรถไฟ JR หลายเมือง อาจประหยัดค่าเดินทางได้ด้วยบัตรเหมาจ่าย แต่ถ้าเที่ยวแค่ซัปโปโรกับโอตารุ การซื้อตั๋วแยกอาจคุ้มค่ากว่า ลองเช็กราคาและวางแผนเส้นทางคร่าว ๆ ก่อนตัดสินใจ จะได้ไม่เสียเงินเกินความจำเป็น
เผื่อเวลาเดินทางเพิ่มในช่วงหิมะตกหนัก แม้ระบบขนส่งของญี่ปุ่นจะขึ้นชื่อเรื่องความตรงเวลา แต่ในฤดูหนาวที่มีพายุหิมะ รถไฟและรถบัสก็อาจล่าช้าหรือหยุดให้บริการได้เหมือนกัน หากมีเที่ยวบินกลับไทย แนะนำให้พักในซัปโปโรหรือใกล้สนามบินนิวชิโตเสะในคืนสุดท้าย เพื่อลดความเสี่ยงจากการเดินทางไกลในวันกลับ
พกเงินสดติดตัวไว้บ้าง โดยเฉพาะเวลาเที่ยวต่างเมือง แม้ร้านค้าและโรงแรมส่วนใหญ่ในเมืองใหญ่จะรับบัตรเครดิต แต่ร้านอาหารเล็ก ๆ ตลาดท้องถิ่น หรือรถบัสบางเส้นทางอาจยังต้องใช้เงินสด แนะนำให้แลกเงินเยนติดกระเป๋าไว้สักส่วน จะได้แวะซื้อของกินหรือจ่ายค่าเดินทางได้สะดวก
อย่าลืมเผื่อเวลาไปชิมของอร่อยประจำฮอกไกโด นอกจากวิวธรรมชาติสวย ๆ แล้ว ฮอกไกโดยังเป็นสวรรค์ของสายกิน ทั้งปู ซูชิ อาหารทะเลสด ๆ มิโซะราเมน แกงกะหรี่และไอศกรีมนมฮอกไกโดรสเข้มข้น ใครอยากสัมผัสเสน่ห์ท้องถิ่นให้ครบ แนะนำให้ลองแวะตลาดปลา ร้านอาหารเล็ก ๆ หรือคาเฟ่ระหว่างทาง รับรองว่าอร่อยจนอยากกลับมาซ้ำ!

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวฮอกไกโด

Q: ไปเที่ยวฮอกไกโดต้องทำวีซ่าไหม? 

A: คนไทยที่ถือหนังสือเดินทางธรรมดาสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวฮอกไกโดได้โดยไม่ต้องทำวีซ่า และสามารถพำนักอยู่ได้สูงสุดไม่เกิน 15 วัน เพียงแค่เตรียมเอกสารการเดินทางและลงทะเบียนข้อมูลผ่านระบบ Visit Japan Web ล่วงหน้าให้เรียบร้อย

Q: เดินทางจากประเทศไทยไปฮอกไกโดยังไงสะดวกที่สุด? 

A: วิธีที่สะดวกที่สุดคือการเลือกเที่ยวบินตรงจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปลงที่สนามบินนิวชิโตเสะ (New Chitose Airport) ใช้เวลาบินประมาณ 6–7 ชั่วโมง หรือจะเลือกบินต่อเครื่องภายในประเทศผ่านนาริตะ ฮาเนดะ หรือคันไซก็ได้เช่นกัน

Q: เดินทางจากสนามบินนิวชิโตเสะเข้าเมืองซัปโปโรยังไง? 

A: วิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุดคือการนั่งรถไฟ JR Rapid Airport ซึ่งใช้เวลาเดินทางจากสนามบินตรงสู่สถานี Sapporo เพียงประมาณ 37-40 นาที หรือสามารถเลือกใช้บริการ Airport Limousine Bus หากมีสัมภาระจำนวนมาก

Q: เที่ยวฮอกไกโดควรเตรียมงบประมาณเท่าไหร่ดี? 

A: สำหรับทริปท่องเที่ยวทั่วไประยะเวลา 5–7 วัน ควรกำหนดงบประมาณเริ่มต้นไว้ที่ประมาณ 35,000 – 50,000 บาทต่อคน ซึ่งครอบคลุมค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก ค่าเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ/รถเช่า และค่าอาหารเรียบร้อยแล้ว

Q: ไปเที่ยวฮอกไกโดช่วงไหนดีที่สุด? 

A: ฮอกไกโดเที่ยวได้ทุกฤดู ขึ้นอยู่กับสไตล์ที่คุณชอบ หากอยากชมทุ่งลาเวนเดอร์และสวนดอกไม้หลากสีแนะนำช่วงฤดูร้อน (กรกฎาคม–สิงหาคม) แต่หากอยากสัมผัสหิมะ เล่นสกี และเที่ยวงานเทศกาลหิมะซัปโปโร แนะนำช่วงฤดูหนาว (มกราคม–กุมภาพันธ์) ครับ

Q: เที่ยวในฮอกไกโดจำเป็นต้องเช่ารถขับไหม?

A: ไม่จำเป็นเสมอไป หากเน้นเที่ยวเมืองหลักอย่างซัปโปโร โอตารุ อาซาฮิคาวะ หรือฮาโกดาเตะ สามารถใช้รถไฟ JR และรถไฟใต้ดินได้อย่างสะดวกสบาย แต่ถ้าเน้นเที่ยวชมทุ่งดอกไม้และธรรมชาติในแถบฟุราโนะและบิเอะ การเช่ารถขับเองหรือซื้อทัวร์วันเดียว (Day Tour) จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวได้มากกว่า

Q: พักย่านไหนในฮอกไกโดดีที่สุดสำหรับการเดินทางครั้งแรก? 

A: แนะนำให้เลือกพักในเมืองซัปโปโรเป็นหลัก โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถานีรถไฟ JR Sapporo หรือย่านใจกลางเมืองอย่างสวนโอโดริ เพราะเดินทางสะดวก มีร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง และต่อรถไฟไปเที่ยวเมืองอื่นได้ง่าย

บทความแนะนำ

คู่มือเที่ยวญี่ปุ่นเดือนเมษายน ฤดูกาล อากาศ ที่เที่ยวและกิจกรรมแนะนำ

24 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

คู่มือเที่ยวญี่ปุ่นเดือนมีนาคม ฤดูกาล อากาศ ที่เที่ยวและกิจกรรมแนะนำ

24 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

คู่มือเที่ยวญี่ปุ่นเดือนกุมภาพันธ์ ฤดูกาล อากาศ ที่เที่ยวและกิจกรรมแนะนำ

24 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 4 นาที

คู่มือเที่ยวญี่ปุ่นเดือนมกราคม ฤดูกาล อากาศ ที่เที่ยวและกิจกรรมแนะนำ

24 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

12 ที่เที่ยวฮาราจูกุ (Harajuku) ย่านแฟชั่นโตเกียว เดินเที่ยวได้ทั้งวัน อัปเดต [2026]

22 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

[รีวิว] Ueno Park (สวนสาธารณะอุเอโนะ) พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

22 Oct 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
โรงแรม
เที่ยวบิน
ที่เที่ยวและกิจกรรม
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวเพื่อรับคำแนะนำด้านการท่องเที่ยวและไลฟ์สไตล์ พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษ
สมัครรับข้อมูล