
ถ้าพูดถึงเมืองที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์ของจีน แต่ก็มีเสน่ห์แบบยุโรปแทรกอยู่แบบลงตัว หนึ่งในเมืองที่หลายคนมองข้ามคือ “เทียนจิน” (Tianjin - 天津) เมืองท่าริมแม่น้ำที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร อยู่ไม่ไกลจากปักกิ่ง เดินทางสะดวก และยังคงความเงียบสงบ เหมาะกับคนที่อยากพักใจในเมืองที่เต็มไปด้วยเรื่องราว แต่ไม่วุ่นวายเกินไป
เมื่อได้ลองเที่ยวเทียนจิน สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือสถาปัตยกรรมหลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นอาคารแบบฝรั่งเศส เยอรมัน หรือแม้แต่โบสถ์สไตล์ยุโรปที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากวัดจีนเก่าแก่ ที่นี่จึงเป็นหนึ่งในจุดเช็คอินเทียนจินที่สายถ่ายรูปต้องปลื้มแน่นอน เดินเล่นริมแม่น้ำไห่เหอ หรือขึ้นเรือชมเมืองตอนเย็นก็โรแมนติกไปอีกแบบ
แต่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา เพราะเมืองเทียนจินยังมีของกินที่อร่อยไม่แพ้เมืองดังอื่น ๆ ขนมพื้นเมืองอย่างขนมเปี๊ยะเผือก ขนมดอกไม้ หรืออาหารจีนแท้ ๆ อย่างข้าวหน้าซี่โครงหมูตุ๋นคือของห้ามพลาด ที่สำคัญคือราคาไม่แรง เหมาะมากกับสายเที่ยวแบบเน้นคุ้มค่า
บทความนี้จะพาไปรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวเทียนจินที่ไม่ควรพลาด พร้อมแนะนำวิธีเดินทาง กิจกรรมสนุก ๆ ที่ควรลอง รวมถึงที่พักน่านอนในงบย่อมเยา ถ้าคุณกำลังมองหาที่เที่ยวจีนแบบชิลล์ ๆ มีมุมถ่ายรูปเยอะ อาหารอร่อย และไม่วุ่นวายเกินไป เทียนจินคือตัวเลือกที่คุณจะไม่ผิดหวัง
ถ้าอยากรู้ว่ากลิ่นอายจีนแท้ ๆ เป็นยังไง ต้องไม่พลาด “ย่านวัฒนธรรมโบราณ” หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า “กู่เหวินฮวาเจี่ย” ถนนเส้นนี้เต็มไปด้วยอาคารสไตล์จีนคลาสสิก สีแดงสด หลังคาทรงโบราณ ประดับด้วยโคมไฟแบบโบราณ มีร้านขายของพื้นเมืองเรียงรายให้เดินเลือกแบบเพลิน ๆ ทั้งของที่ระลึก งานฝีมือ ขนมโบราณ และน้ำชาจีนแท้ ๆ ที่นี่เป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินเทียนจินที่ทั้งสายช้อป สายกิน และสายถ่ายรูปจะต้องหลงรัก เพราะแค่เดินถ่ายรูปกับผนังลวดลายมังกรหรือลวดลายเทพเจ้าก็ฟีลดีสุด ๆ เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสบรรยากาศจีนยุคเก่าแบบมีชีวิตชีวา
ชิงช้าสวรรค์ยักษ์สูง 120 เมตร (เทียบเท่าอาคาร 35 ชั้น) ซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางสะพาน Yongle ที่ข้ามแม่น้ำ Haihe ถือเป็นชิงช้าสวรรค์แห่งเดียวในโลกที่ตั้งอยู่บนสะพาน มี 48 แคปซูลกระจกใส รองรับนักท่องเที่ยวได้ถึง 8 คนต่อห้อง สามารถมองเห็นวิวเมืองเทียนจินได้แบบสุดลูกหูลูกตาเลยล่ะ ถ้าขึ้นไปกลางวันจะเห็นวิวแม่น้ำ ท่าเรือ และอาคารเมือง ส่วนกลางคืนจะได้ฟีลแสงนีออนสะท้อนริมน้ำ ทำให้บรรยากาศโรแมนติกสุด ๆ ถ้าอยากได้รูปคู่กับ Tianjin Eye ให้ไปเดินเลียบแม่น้ำแล้วถ่ายรูปจากฝั่งสะพาน Jingang Bridge จะได้มุมที่สวยสุดของ Eye เลยล่ะ
Credit: mvrdv.com
Credit: mvrdv.com
หอสมุด Binhai หรือที่รู้จักในชื่อ "The Eye of Binhai" เปิดในปี 2017 ตึกออกแบบโดยสถาปนิกจากเนเธอร์แลนด์ที่ชื่อ MVRDV มีพื้นที่กว่า 33,700 ตารางเมตร สูง 5 ชั้น ภายในตัวโถงใหญ่จะเห็นลูกบอลเรืองแสงลอยอยู่ตรงกลาง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากดวงตา ตามผนังของหอสมุดเต็มไปด้วยชั้นหนังสือเป็นขั้นบันไดยาวสุดสายตา ซึ่งมีหนังสือกว่า 1.2 ล้านเล่มอยู่ที่นี่ ดูแล้วรู้สึกล้ำเหมือนภาพตัดต่อเลยทีเดียว! ที่นี่จึงเป็นทั้งห้องสมุดศิลปะและจุดถ่ายรูปสุดปัง ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเทียนจิน
หอคอยที่สูงที่สุดในเมืองนี้ไม่ใช่แค่จุดชมวิวธรรมดา แต่ยังเป็นแลนด์มาร์กที่ใครไปเที่ยวเทียนจิน ต้องแวะ จุดเด่นคือจุดชมวิวแบบพาโนรามาที่หมุนได้ 360 องศา มองเห็นเมืองทั้งเมืองแบบเต็มตา โดยเฉพาะช่วงเย็นหรือค่ำที่แสงไฟเมืองสะท้อนแม่น้ำไห่เหอแบบโรแมนติกสุด ๆ นอกจากวิวแล้ว ยังมีนิทรรศการเล็ก ๆ เล่าเรื่องประวัติศาสตร์เมืองนี้อย่างกระชับและน่าสนใจ บอกเลยว่าคุ้มค่าตั๋วขึ้นลิฟต์แน่นอน
นี่อาจเป็นหนึ่งในความเซอร์ไพรส์ของเมืองเทียนจินที่หลายคนไม่รู้ว่ามีย่านแบบยุโรปอยู่กลางเมืองจีน! ย่านอิตาลีแห่งนี้เคยเป็นเขตเช่าของอิตาลีในอดีต เพราะเมื่อ ปี ค.ศ.1902 เทียนจินเคยตกอยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานอิตาลี-เทียนจิน ที่นี่จึงเป็นที่อาศัยของชาวอิตาลีในช่วงเวลานั้น ทุกซอกซอยยังคงความเป็นยุโรปจ๋า ทั้งบ้านเรือนแบบคลาสสิก โบสถ์ทรงยุโรป ร้านอาหารอิตาเลียนแบบแท้ ๆ และมีร้านกาแฟบรรยากาศดี เป็นที่เดินเล่นสุดชิลที่เหมาะกับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากวัดจีนเก่า ๆ มาเป็นเมืองยุโรปบ้าง ถือว่าเป็นที่เที่ยวเทียนจินที่ถ่ายรูปขึ้นกล้องทุกมุม
หนึ่งในอาคารที่มีความโดดเด่นมากในตัวเมือง ด้วยสถาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิค หลังคาสีเขียวเข้ม ตัดกับผนังอิฐสีส้มที่เห็นเด่นชัดแม้อยู่ไกล โบสถ์แห่งนี้เป็นที่รู้จักในอีกชื่อว่า “โบสถ์นานชือ” และยังเปิดให้เข้าไปชมภายในซึ่งสวยงามไม่แพ้ภายนอก ใครที่สนใจด้านประวัติศาสตร์ หรือชอบสถานที่สวย ๆ เงียบ ๆ เหมาะมากที่จะมาแวะสักการะหรือถ่ายรูปเก็บบรรยากาศ ใกล้ ๆ กันยังมีร้านกาแฟน่ารัก ๆ ให้พักขาอีกด้วย
พูดถึงเทียนจิน จะไม่พูดถึงแม่น้ำไห่เหอไม่ได้ เพราะมันคือหัวใจของเมืองนี้เลยก็ว่าได้ ริมแม่น้ำมีทางเดินให้เดินเล่น หรือจะเช่าจักรยานปั่นชมวิวก็ได้ ใครสายโรแมนติกต้องลองล่องเรือชมเมืองตอนพระอาทิตย์ตก แสงสวย วิวดี ฟีลเหมือนดูหนังรักจีน ๆ ยังไงยังงั้น แถมสองฝั่งแม่น้ำก็เต็มไปด้วยตึกเก่า อาคารสไตล์ยุโรป และสะพานสวย ๆ ให้ถ่ายรูปเพลิน ๆ เรียกว่าเป็นจุดผ่อนคลายยอดฮิตของชาวเมือง และนักท่องเที่ยวที่มา ไปเทียนจินด้วยตัวเอง
แม้จะเป็นเมืองใหญ่รองจากปักกิ่ง แต่เทียนจินก็เดินทางง่ายกว่าที่คิดมาก ใครที่เคยเที่ยวปักกิ่งมาแล้วสามารถแวะต่อได้แบบสบาย ๆ เพราะใช้เวลาแค่ไม่กี่สิบนาทีด้วยรถไฟความเร็วสูง ส่วนใครที่บินตรงจากไทย เทียนจินก็มีสนามบินนานาชาติรองรับอยู่แล้ว ที่สำคัญคือการเดินทางภายในเมืองก็สะดวกสุด ๆ ด้วยรถไฟใต้ดิน รถเมล์ และแท็กซี่ที่หาง่าย ราคาไม่แรง และแอปเรียกรถก็มีให้ใช้เหมือนในเมืองใหญ่ทั่วจีน ใครอยากลองไปเทียนจินด้วยตัวเองแบบไม่ต้องพึ่งกรุ๊ปทัวร์ก็ทำได้ไม่ยากเลย
สิ่งที่ทำให้เทียนจินไม่เหมือนเมืองไหนในจีน ก็คือความผสมผสานที่ลงตัวระหว่างจีนเก่า ยุโรปคลาสสิก และเมืองสมัยใหม่ในที่เดียว คุณจะได้เดินผ่านตึกอิฐส้มสไตล์อิตาลี แล้วหันไปอีกทีก็เจอวัดจีนหลังคางอนสีเขียว หรือโบสถ์คริสต์โดมแหลมที่ยืนตระหง่านอยู่กลางเมือง เสน่ห์ของที่นี่คือความหลากหลายที่ไม่รู้สึกขัดกันเลยแม้แต่นิดเดียว
อีกจุดเด่นคือความ “ชิลล์” ของเมือง ถึงจะเป็นเมืองใหญ่ แต่จังหวะชีวิตกลับไม่เร่งรีบ ผู้คนใช้ชีวิตแบบเรียบง่าย อัธยาศัยดี และยิ้มแย้มกับนักท่องเที่ยว ที่สำคัญคือเมืองนี้สะอาด เดินเล่นได้เพลินทั้งวัน ทั้งริมแม่น้ำไห่เหอ ย่านเก่า และถนนคนเดินต่าง ๆ บวกกับคาเฟ่น่ารัก ร้านอาหารอร่อยในราคาเป็นมิตร ทำให้การเที่ยวเทียนจินเป็นประสบการณ์ที่ทั้งสบายใจและสบายกระเป๋า
นอกจากนี้ เทียนจินยังขึ้นชื่อเรื่องงานศิลปะและวัฒนธรรม มีทั้งพิพิธภัณฑ์ใหญ่ ๆ งานแสดงแนวร่วมสมัย และตลาดขายงานฝีมือพื้นเมือง เหมาะกับสายอาร์ตที่อยากเดินช้า ๆ แล้วซึมซับบรรยากาศไปเรื่อย ๆ โดยไม่ต้องรีบ
ไม่ว่าคุณจะเป็นสายชิลล์ สายถ่ายรูป หรือสายกิน เทียนจินก็มีมุมให้คุณประทับใจได้ทุกแนว เป็นเมืองที่เหมาะกับคนที่อยาก “เปลี่ยนบรรยากาศ” จากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ มาเจออะไรใหม่ ๆ ที่ผสมผสานลงตัวแบบไม่ต้องพยายาม
ไปช่วงไหนก็ได้หมด เพราะเมืองนี้มีเสน่ห์ตลอดปี แต่ถ้าถามว่าเดือนไหนเหมาะที่สุด คงต้องยกให้ช่วงฤดูใบไม้ผลิกับฤดูใบไม้ร่วง เพราะอากาศกำลังดี บรรยากาศโรแมนติก และฟ้าใสเหมาะกับการถ่ายรูปมาก ๆ
สรุปแล้ว ถ้าเลือกได้ ช่วง มี.ค.–พ.ค. และ ก.ย.–ต.ค. คือช่วงที่เที่ยวง่ายสุด แต่ถ้าอยากได้บรรยากาศเฉพาะตัว เทียนจินก็มีดีให้ค้นหาในทุกฤดูอยู่แล้ว
กิจกรรมเบา ๆ ที่เหมาะกับทุกคนคือการเดินเล่นช้า ๆ ริมแม่น้ำไห่เหอ จุดนี้เรียกว่าเป็นหัวใจของเมืองเลยก็ว่าได้ บรรยากาศทั้งสองฝั่งแม่น้ำร่มรื่น มีทางเดินกว้างและต้นไม้ตลอดแนว เหมาะมากกับการมานั่งพัก จิบกาแฟ หรือแค่ถ่ายรูปตึกสไตล์ยุโรปที่ตั้งเรียงรายอยู่ฝั่งตรงข้าม ยิ่งช่วงเย็นหรือหัวค่ำ แสงไฟจากตึกสะท้อนแม่น้ำ บรรยากาศโรแมนติกสุด ๆ เป็นมุมที่ได้ทั้งความชิลล์และรูปสวยแบบไม่ต้องพยายาม เหมาะมากกับคนที่ชอบเที่ยวแบบไม่เร่งรีบ
ถ้าคุณอยากชมวิวเมืองเทียนจินแบบเปลี่ยนมุมกลับ ปรับมุมมอง ก็ลองขึ้นเรือล่องแม่น้ำไห่เหอดู รับรองว่าคุณจะได้เห็น เมืองเทียนจินในมุมที่แตกต่าง เรือจะแล่นผ่านสะพานที่สำคัญของเมืองหลาย ๆ สะพาน ได้เห็นทั้งวัดเก่าแก่ โซนเมืองใหม่ ๆ รวมถึงย่านสวย ๆ อย่าง Italian Style Town บางลำมีไกด์บรรยาย หรือเปิดเพลงคลอไปเรื่อย ๆ เพิ่มฟีลให้รู้สึกเหมือนกำลังเที่ยวในหนังจีนฟีลกู้ด เหมาะมากกับการมาเป็นคู่ หรือพาครอบครัวมานั่งพักผ่อนแบบไม่ต้องใช้แรงเยอะ
หนึ่งในความสนุกของการเที่ยวเทียนจิน คือการเดินหามุมถ่ายรูปสวย ๆ เพราะทั้งเมืองมีสถาปัตยกรรมยุโรปซ่อนอยู่เพียบ โดยเฉพาะในย่านอิตาลีและย่านฝรั่งเศส คุณจะได้รูปที่เหมือนอยู่ยุโรป แต่จริง ๆ แล้วอยู่กลางเมืองจีน นอกจากนี้ยังมีโบสถ์เซนต์โจเซฟ อาคารสไตล์โกธิค และบ้านสไตล์บารอคให้เลือกถ่ายไม่ซ้ำ สายคอนเทนต์ห้ามพลาด
ถ้าอยากได้อะไรกลับไปฝาก หรือแค่อยากสัมผัสบรรยากาศจีนยุคเก่า ๆ ต้องมาที่ “ย่านวัฒนธรรมโบราณ” ถนนเส้นนี้เต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึก ขนมพื้นเมือง เครื่องราง ไปจนถึงภาพวาดและพัดลวดลายจีนโบราณ ราคาไม่แรง แถมแม่ค้ายังใจดีคุยสนุกอีกด้วย ที่นี่ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวเทียนจินที่ได้ครบทั้งช้อป เพลิน และเรียนรู้วัฒนธรรม
เหมาะกับ : คู่รัก สายเสพวิว สายติดแกลม ครอบครัว
Holiday Inn Tianjin Riverside ที่พักวิวแม่น้ำสุดปัง ติดริมแม่น้ำไห่เหอแบบเดินออกจากล็อบบี้ก็เห็นวิวเลย ใครอยากเที่ยวเทียนจินแบบเน้นวิวและโลเคชันสะดวก ๆ ที่นี่ตอบโจทย์สุด ๆ ห้องพักกว้าง สะอาด สไตล์เรียบหรู มีห้องที่มองเห็นแม่น้ำโดยตรง เหมาะกับคู่รักหรือคนที่อยากมาพักผ่อนเงียบ ๆ หลังจากเดินเที่ยวทั้งวัน ด้านล่างมีร้านอาหาร คาเฟ่ และยังใกล้สถานีรถไฟใต้ดินด้วย เดินทางง่ายทั้งเข้าเมืองและออกนอกเมือง

China

ฮอลิเดย์อินน์ เทียนจิน ริเวอร์ไซด์ - เครือโรงแรมไอเอชจี




Hongqiao Qu
THB 4,017.77
เหมาะกับ : คนชอบแนววินเทจ สายเสพอาร์ต สายชิล
Astor Hotel Tianjin เป็นโรงแรมระดับตำนานที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1863 ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศแบบวินเทจคลาสสิกสไตล์ยุโรป ที่นี่คือตัวเลือกที่คุณควรลอง เป็นโรงแรมเก่าแก่ที่ปรับปรุงใหม่หมด แต่ยังคงเสน่ห์แบบโบราณไว้ครบ ทั้งบันไดไม้ โคมระย้าคริสตัล และพรมลายเก่า ๆ แบบโรงแรมยุโรปยุคก่อน อยู่ใกล้ย่านอิตาลี เดินไปถ่ายรูปหรือหาร้านอาหารดี ๆ ง่ายมาก เหมาะกับสายชอบประวัติศาสตร์ หรือคนที่อยากได้อะไรพิเศษ ๆ ไม่ซ้ำใคร

China

The Astor Hotel Tianjin





Heping Qu
ดูราคา
เหมาะกับ : สายเที่ยวคนเดียว สายประหยัดงบ สายชิล กลุ่มเพื่อน
สำหรับใครที่อยากไปเทียนจินด้วยตัวเอง แล้วเน้นความสะดวกในราคาคุ้ม ๆ Holiday Inn Express Tianjin Heping คือทางเลือกที่ดี ห้องพักสะอาด มีอาหารเช้าให้ และทำเลอยู่ในย่าน Heping ซึ่งเป็นใจกลางเมือง ใกล้ห้างสรรพสินค้าและสถานีรถไฟใต้ดิน แถมยังเดินไปย่านฝรั่งเศสหรือริมแม่น้ำได้ง่าย ใครที่อยากใช้เวลาเที่ยวให้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องที่พัก ที่นี่คือตัวเลือกที่ดีและคุ้มค่า

China

Holiday Inn Express TIANJIN HEPING by IHG, an IHG Hotel



•

9.2/10
Heping Qu
THB 3,421.87
THB 3,093.31
ใครอ่านมาถึงตรงนี้ ถ้าพร้อมแล้วก็กดจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก แล้วเตรียมตัวไปสัมผัสเสน่ห์ของเทียนจินกันได้เลย!


























