8 ที่เที่ยวทะเลตราด น้ำใส วิวปัง เกาะไหนสวยต้องดู!

รวม 8 ทะเลตราด น้ำใส หาดสวย เที่ยวเกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก และเกาะเล็กอื่นๆ พร้อมวิธีเดินทาง ช่วงน่าเที่ยว ที่พัก และทริควางแผนครบจบในบทความเดียว
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที
ทะเลตราด

ทะเลตราด ถือเป็นอีกหนึ่งทะเลไทยที่โดดเด่นเรื่องความสวยของน้ำทะเลสีฟ้าใส และบรรยากาศที่ยังคงความเป็นธรรมชาติแบบจัดเต็ม ต่างจากทะเลฝั่งอื่นตรงที่ที่นี่รวมเอาเกาะน้อยใหญ่ไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก หรือเกาะเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่กลางทะเล ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ทั้งสายชิลและสายกิจกรรม

บทความนี้เราจะพาไปไล่ดูกันแบบครบๆ ว่าทะเลตราด มีที่ไหนบ้างที่น่าไปเช็กอิน พร้อมบอกวิธีเดินทาง ช่วงเวลาที่เหมาะกับการเที่ยว ไปจนถึงที่พักน่านอน และทริคเตรียมตัวเล็กๆ น้อยๆ ที่จะช่วยให้ทริปเที่ยวทะเลตราดของเพื่อนๆ ง่ายขึ้นเยอะ

ใครอ่านแล้วเริ่มอยากแพ็กกระเป๋า ก็สามารถจองตั๋วเครื่องบิน จองที่พัก หรือรถเช่าขับเที่ยวผ่าน Traveloka ได้เลย สะดวก ครบจบในที่เดียว!

8 ที่เที่ยวทะเลตราด เกาะสวย น้ำใส ต้องไปเช็กอิน

1. เกาะช้าง

ถ้ากำลังเริ่มต้นวางแพลนเที่ยวทะเลตราด ที่ไหนดีครั้งแรก บอกเลยว่าเกาะช้าง คือคำตอบที่ใช่ที่สุด เพราะที่นี่เป็นเกาะใหญ่ที่สุดของจังหวัดตราดและมีความครบแบบไปครั้งเดียวได้หลายฟีลมาก บนเกาะมีทั้งชายหาดสวยๆ อย่างหาดทรายขาว เกาะช้างที่น้ำทะเลสีฟ้าใสตัดกับทรายสีขาวเนียน เดินเล่นรับลมได้เพลินๆ หรือจะเปลี่ยนฟีลไปสายธรรมชาติ ก็มีจุดเที่ยวอย่างน้ำตกคลองพลูที่เดินทางง่าย เล่นน้ำได้ฟินๆ  ใครสายกิจกรรมก็ไม่ต้องห่วง เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องดำน้ำเกาะช้างทั้งแบบทริปดำน้ำตื้นหรือดำน้ำลึก นอกจากนี้ยังมีล่องเรือ ตกปลา ไดหมึก หรือจะไปนั่งชิลคาเฟ่ริมทะเลก็ครบ เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในที่เที่ยวทะเลตราดที่เหมาะกับทุกสไตล์ ไม่ว่าจะมาเป็นคู่ มากับเพื่อน หรือครอบครัวก็เที่ยวได้แบบไม่มีเบื่อเลย 

2. เกาะกูด

ถ้าพูดถึงเกาะตราด น้ำใส หาดสวย แล้วไม่พูดถึงเกาะกูดก็คงจะไม่ได้ เพราะที่นี่คือหนึ่งในทะเลที่น้ำใสที่สุดในไทย จนหลายคนเรียกว่า “มัลดีฟส์เมืองไทย” จุดเด่นของเกาะกูดคือสีของน้ำทะเลที่ออกฟ้าเทอร์ควอยซ์ใสๆ มองแล้วสบายตา แถมถ่ายรูปสวยอีกต่างหาก บวกกับความสมบูรณ์ของธรรมชาติที่ยังไม่ถูกพัฒนาเยอะ ทำให้บรรยากาศโดยรวมเงียบ สงบ เหมาะกับการมาพักใจแบบจริงๆ ไฮไลต์ที่ต้องไปคือ หาดคลองเจ้า หาดสวยน้ำใส เล่นน้ำได้แบบชิลๆ หรือจะพายคายัคกลางน้ำก็ได้ฟีลธรรมชาติสุดๆ ส่วนสายแอดเวนเจอร์ก็ต้องลองดำน้ำเกาะกูด ที่ยังมีปะการังและฝูงปลาหลากสีให้เห็นแบบใกล้ๆ หรือจะเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่รอบเกาะ แวะน้ำตก หมู่บ้านชาวประมง ก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ทำให้ทริปนี้ครบมาก ใครกำลังมองหาทริปเที่ยวทะเลตราดแบบชิลๆ รับรองว่ามาที่นี่แล้วจะไม่อยากกลับเลยจริงๆ

อ่านต่อ:

3. เกาะหมาก 

Credit: tourismthailand.org

ถ้าอยากพักผ่อนแบบไม่ต้องเร่งรีบและหลีกหนีความวุ่นวายจริงๆ เกาะหมาก คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมากของทะเลตราด บรรยากาศของที่นี่จะเงียบและชิลกว่าหลายเกาะ นักท่องเที่ยวไม่เยอะ ทำให้ได้ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติแบบเต็มที่ ไม่ว่าจะนั่งมองทะเล เดินเล่นบนหาด หรืออ่านหนังสือ ฟังเสียงคลื่นเบาๆ ไฮไลต์ที่หลายคนประทับใจคือ อ่าวตาลคู่ เกาะหมาก จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยแบบไม่ต้องแต่งเติมอะไรเพิ่ม แค่ยืนมองก็รู้สึกว่าทริปนี้คุ้มแล้ว แม้ที่พักจะไม่ได้มีจำนวนเยอะเท่าเกาะช้างหรือเกาะกูด แต่รีสอร์ทเกาะหมาก ส่วนใหญ่บอกเลยว่า บรรยากาศดีมาก เน้นความเรียบง่าย กลมกลืนกับธรรมชาติ ให้ฟีลอบอุ่นและเป็นกันเอง ใครกำลังหาที่เที่ยวตราดแล้วอยากได้ทริปชิลๆ ที่ได้พักจริงๆ เกาะหมากคือคำตอบที่ใช่แบบไม่ต้องลังเลเลย 

4. เกาะขาม

Credit: tourismthailand.org

อีกหนึ่งไฮไลต์ของทะเลตราดที่หลายคนตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรกคือ เกาะขาม ความพิเศษของที่นี่คือสีของน้ำทะเลที่ออกเขียวมรกต ใสจนเห็นพื้นทรายด้านล่างชัดๆ ตัดกับหาดทรายขาวเนียนและก้อนหินภูเขาไฟที่เรียงตัวอยู่ตามชายหาด ทำให้วิวดูมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนที่ไหน กิจกรรมที่ห้ามพลาดคือการลงเล่นน้ำ เดินชิลบนสันทรายที่ยื่นตัวลงไปในทะเล ดำน้ำดูปะการังแบบชิลๆ หรือชมพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่บรรยากาศทั้งเงียบสงบและโรแมนติกสุดๆ ใครที่กำลังหาว่าเที่ยวทะเลตราด ไปที่ไหนดีที่ได้ทั้งความสวยและความสงบ เกาะขามคือหนึ่งในตัวเลือกที่ควรปักหมุดไว้เลย

5. เกาะรัง

Credit: tourismthailand.org

สำหรับสายทะเลตัวจริง โดยเฉพาะคนที่หลงรักโลกใต้น้ำ เกาะรัง คือหนึ่งในพิกัดที่ต้องไปให้ได้สักครั้ง ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะรัง ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในจุดดำน้ำที่ดีที่สุดของทะเลตราด เพราะมีทั้งปะการังสมบูรณ์ และสัตว์ทะเลหลากชนิดให้เห็นแบบใกล้ๆ น้ำทะเลบริเวณนี้ใสมาก มองลงไปเห็นฝูงปลาว่ายผ่านไปมาแบบชัดเจน ใครที่เคยลองดำน้ำตราด จะรู้เลยว่าที่นี่สวยไม่แพ้ทะเลใต้เลยจริงๆ แม้บนเกาะจะไม่มีที่พัก แต่สามารถซื้อทริปล่องเรือจากเกาะช้างหรือเกาะใกล้ๆ มาดำน้ำแบบวันเดียวได้ ถ้าใครอยากเติมเต็มทริปเที่ยวทะเลไทยให้พิเศษขึ้น ลองเพิ่มเกาะรังเข้าไปในแพลน รับรองว่าฟินแบบเกินคาดแน่นอน

6. เกาะหวาย

Credit: tourismthailand.org

ถ้าใครกำลังมองหาเกาะตราด น้ำใส หาดสวย แต่ยังไม่อยากไปที่ที่คนเยอะ เกาะหวาย คืออีกหนึ่งพิกัดที่น่าสนใจมาก ที่นี่เป็นเกาะเล็กๆ ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้อย่างดี ทั้งน้ำทะเลใส หาดทรายขาวละเอียด และบรรยากาศเงียบๆ ที่เหมาะกับการพักผ่อนแบบไม่วุ่นวาย จุดเด่นของเกาะหวายคือโลกใต้น้ำที่อุดมสมบูรณ์มาก ใครเป็นสายดำน้ำจะต้องถูกใจแน่นอน เพราะมีแนวปะการังสวยๆ ให้ชมเพียบ ทั้งปะการังก้อน ปะการังเขากวาง และฝูงปลาหลากสีให้เห็นแบบใกล้ๆ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากมาใช้เวลาอยู่กับทะเลจริงๆ แบบไม่ต้องมีอะไรเยอะ แต่ได้ความฟินแบบเต็มๆ

7. เกาะยักษ์ใหญ่-เกาะยักษ์เล็ก

Credit: tourismthailand.org

มากันต่อกับอีกหนึ่งพิกัดที่สายดำน้ำตื้นต้องร้องว้าว กับเกาะยักษ์ใหญ่ และ เกาะยักษ์เล็ก บริเวณนี้เป็นจุดดำน้ำ ที่ยังคงความสมบูรณ์สูงมาก มีทั้งปะการังเขากวาง ปะการังจาน ฟองน้ำทะเล และฝูงปลาหลากสีที่ว่ายอยู่เต็มพื้นที่ ความพิเศษคือทั้งสองเกาะอยู่ไม่ไกลกันมาก นักท่องเที่ยวสามารถว่ายน้ำข้ามไปมาได้ ทำให้ได้สำรวจโลกใต้น้ำแบบจุใจในทริปเดียว ใครที่อยากเพิ่มความพิเศษให้ทริปเที่ยวทะเลไทย ลองมาดำน้ำที่นี่สักครั้ง แล้วจะรู้ว่าทะเลตราดมีมุมสวยๆ ซ่อนอยู่อีกเยอะจริงๆ

8. เกาะระยั้ง

ถ้าอยากปิดทริปทะเลตราดด้วยบรรยากาศเงียบๆ แบบไม่ต้องแชร์วิวกับใครเกาะระยั้ง คือหนึ่งในพิกัดที่น่าหลงรักมากที่สุด เกาะเล็กๆ แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นส่วนตัว น้ำทะเลใสสะอาด หาดทรายขาวเนียน และความสงบที่แทบจะได้ยินแค่เสียงคลื่นซัดเบาๆ ตลอดทั้งวัน ที่พักบนเกาะมีไม่มาก ทำให้บรรยากาศยังคงความไพรเวท เหมาะกับคนที่อยากพักผ่อนจริงๆ หรือใครที่กำลังมองหาทริปเที่ยวทะเลตราด แบบ slow life ใช้ชีวิตช้าๆ อยู่กับธรรมชาติ บอกเลยว่าที่นี่ตอบโจทย์แบบพอดีเป๊ะ และอาจกลายเป็นหนึ่งในเกาะโปรดที่อยากกลับมาอีกครั้งแบบไม่รู้ตัวเลย!

ที่พักยอดนิยมในตราด

มาเที่ยวทะเลตราด ทั้งที นอกจากเลือกเกาะให้ตรงสไตล์แล้ว การเลือกที่พักก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะที่พักดีๆ จะช่วยยกระดับทริปให้ฟินขึ้นอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็นสายวิวทะเล สายหรู หรือสายประหยัด ตราดมีครบหมด เราคัดมาให้แล้ว 3 ตัวเลือกยอดนิยม

KC Grande Resort & Spa

ถ้ากำลังมองหาที่พักเกาะช้างติดทะเล ที่ทั้งทำเลดีและบรรยากาศปัง KC Grande Resort & Spa คือหนึ่งในตัวเลือกที่หลายคนเลือกเลย ตัวรีสอร์ทตั้งอยู่ติดหาดทรายขาว เกาะช้าง แบบเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงทะเล ห้องพักมีให้เลือกหลากหลาย ทั้งวิวสวนและวิวทะเล ไฮไลต์คือสระว่ายน้ำริมทะเลที่มองเห็นวิวแบบเปิดโล่ง ยิ่งช่วงเย็นคือแสงสวยมาก บรรยากาศดี โรแมนติกสุดๆ เหมาะกับทั้งสายพักผ่อนและสายถ่ายรูปแบบจัดเต็ม

High Season Pool Villa & Spa

ใครอยากยกระดับทริปเที่ยวทะเลตราด ให้พรีเมียมขึ้นอีกขั้น ต้องลอง High Season Pool Villa & Spa บน เกาะกูดเลยรีสอร์ทหรูที่มาพร้อมพูลวิลล่าส่วนตัวทุกหลัง บรรยากาศเงียบสงบ รายล้อมด้วยธรรมชาติ และอยู่ไม่ไกลจากหาดคลองเจ้า เกาะกูดที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำใส ไฮไลต์คือการได้แช่สระส่วนตัวพร้อมวิวทะเลแบบชิลๆ เหมาะมากสำหรับคู่รัก หรือทริปพักผ่อนที่อยากได้ความเป็นส่วนตัวแบบเต็มที่

I-Lay House Koh Kood

สำหรับสายชิลที่อยากได้ที่พักเกาะกูด วิวทะเล ในงบไม่แรงมาก I-Lay House Koh Kood เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์มาก บรรยากาศอบอุ่น เป็นกันเอง ตัวที่พักตั้งอยู่ใกล้ทะเล สามารถเดินออกไปชมวิวหรือเล่นน้ำได้ง่าย ห้องพักเรียบง่ายแต่สะอาด นอนสบาย เหมาะกับคนที่อยากเอางบไปเน้นกิจกรรมหรือเที่ยวรอบเกาะมากกว่า

วิธีการเดินทางไปเที่ยวทะเลตราด

รถยนต์ส่วนตัว / เช่ารถขับเที่ยว วิธีนี้สะดวกและยืดหยุ่นที่สุด เหมาะกับสาย road trip ที่อยากแวะเที่ยวระหว่างทาง สามารถขับจากกรุงเทพโดยใช้มอเตอร์เวย์ (ทางหลวงหมายเลข 7) ต่อด้วยเส้น 344 (บ้านบึง–แกลง) แล้วเข้าสู่ถนนสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3) วิ่งยาวผ่านจันทบุรีเข้าสู่ตราด ใช้เวลาประมาณ 5–6 ชั่วโมง เมื่อถึงแล้วสามารถขับไปยังท่าเรือได้เลย เช่นท่าเรืออ่าวธรรมชาติหรือเซ็นเตอร์พอยท์สำหรับไปเกาะช้าง หรือท่าเรือแหลมศอกสำหรับไปเกาะกูดและเกาะหมาก 
เครื่องบิน (บินตรงลงตราด) สำหรับใครที่อยากประหยัดเวลา สามารถจองตั๋วเครื่องบินไปลงตราดได้เลย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากสนามบินตราดสามารถจองบริการรถรับส่งไปยังท่าเรือ ใช้เวลาประมาณ 30–40 นาทีเพื่อไปเกาะช้าง หรือประมาณ 1–1.30 ชั่วโมงสำหรับไปท่าเรือแหลมศอกเพื่อข้ามไปเกาะกูดและเกาะหมาก วิธีนี้เหมาะกับคนที่มีเวลาน้อย แต่อยากไปถึงทะเลเร็วๆ แล้วใช้เวลาเต็มที่กับการพักผ่อนบนเกาะ
รถบัส / รถตู้โดยสาร อีกหนึ่งตัวเลือกที่สะดวกและประหยัด สามารถขึ้นรถได้จากสถานีเอกมัยหรือหมอชิต โดยรถจะวิ่งตรงไปยังสถานีขนส่งตราด ใช้เวลาประมาณ 5–6 ชั่วโมง เมื่อถึงแล้วสามารถต่อรถสองแถวหรือแท็กซี่ไปยังท่าเรือได้ทันที วิธีนี้เหมาะกับคนที่ไม่อยากขับรถเอง และอยากเที่ยวทะเลตราดแบบง่ายๆ ไม่ต้องวางแผนซับซ้อน

เที่ยวทะเลตราด เดือนไหนดี?

ฤดูหนาว (ตุลาคม – มกราคม) – ช่วงพีค น้ำใส ฟ้าเปิด ช่วงนี้ถือว่าเป็นเวลาที่ดีที่สุดของการมาเที่ยวทะเลตราด เพราะอากาศกำลังสบาย ไม่ร้อนเกินไป ฟ้าเปิด แดดดี น้ำทะเลนิ่งและใส เหมาะมากกับการเล่นน้ำ ถ่ายรูป หรือออกทริปดำน้ำตราดไม่ว่าจะเป็นเกาะช้าง เกาะกูด หรือเกาะหมาก บรรยากาศจะดีเป็นพิเศษ ใครอยากได้ทะเลสวยแบบโปสการ์ด ช่วงนี้ตอบโจทย์ที่สุด
ฤดูร้อน (กุมภาพันธ์ – พฤษภาคม) – แดดแรง แต่น้ำสีสวยสุด แม้อากาศจะร้อนขึ้น แต่ข้อดีคือแสงแดดจะทำให้น้ำทะเลดูสีฟ้าใสชัดมาก เหมาะกับคนที่อยากไปเล่นน้ำทะเลตราดหรือถ่ายรูปวิวทะเลสีสดๆ กิจกรรมอย่างพายคายัค ดำน้ำ หรือเที่ยวเกาะก็ยังทำได้ครบ แนะนำให้วางแผนเที่ยวช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ๆ จะช่วยให้ทริปสบายขึ้น
ฤดูฝน (มิถุนายน – กันยายน) – เงียบ สงบ ราคาน่ารัก ช่วงนี้จะมีฝนตกเป็นระยะ และทะเลอาจมีคลื่นบ้างในบางวัน แต่ข้อดีคือคนไม่เยอะ บรรยากาศค่อนข้างเงียบ เหมาะกับสายพักผ่อนแบบชิลๆ และที่พักหลายแห่งราคาจะดีขึ้น ใครที่อยากสัมผัสทะเลตราด แบบเงียบสงบหรือเน้นพักผ่อนมากกว่าทำกิจกรรมหนักๆ ก็ถือว่าเป็นอีกช่วงที่น่าสนใจ

เคล็ดลับการเที่ยวทะเลตราด

ก่อนออกทริปเที่ยวทะเลตราดให้ฟินแบบไม่มีสะดุด ลองเช็กทริคเล็กๆ เหล่านี้ไว้ จะช่วยให้วางแผนง่ายขึ้น เที่ยวสนุกขึ้น และคุ้มค่ามากขึ้น

วางแผนเรื่องเรือให้ดี หนึ่งในเรื่องสำคัญของทริปนี้คือการต่อเรือ แนะนำให้เช็กรอบเรือล่วงหน้า ทั้งขาไปและขากลับ เพราะเรือไปเกาะกูดและเกาะหมากมีรอบจำกัด ถ้าพลาดรอบอาจต้องรอหลายชั่วโมง การวางแผนเวลาให้ดีจะช่วยให้เที่ยวได้ลื่นไหลมากขึ้น
จองที่พักล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงไฮซีซัน ช่วงตุลาคม–เมษายน ถือเป็นช่วงพีคของเที่ยวทะเลตราด ที่พักดีๆ โดยเฉพาะที่พักเกาะช้างติดทะเลหรือที่พักเกาะกูดวิวทะเลมักเต็มเร็วมาก แนะนำให้จองล่วงหน้า จะได้เลือกห้องที่ถูกใจและไม่ต้องลุ้นหน้างาน
เตรียมอุปกรณ์กันแดดให้พร้อม แดดทะเลค่อนข้างแรง โดยเฉพาะช่วงกลางวัน ควรเตรียมครีมกันแดด หมวก แว่นกันแดด หรือเสื้อคลุมบางๆ ไปด้วย จะช่วยให้เที่ยวได้สบายขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องผิวไหม้
เผื่อเวลาสำหรับกิจกรรมทางทะเล ไฮไลต์ของทะเลตราด คือกิจกรรมอย่างดำน้ำ, ล่องเรือ หรือพายคายัค แนะนำให้เผื่อเวลาไว้ในแพลน ไม่ต้องรีบเกินไป จะได้เก็บบรรยากาศได้เต็มที่ และไม่พลาดจุดสวยๆ
เตรียมเงินสดติดตัวไว้บ้าง แม้หลายที่รับโอนหรือบัตรแล้ว แต่บางเกาะหรือร้านเล็กๆ ยังใช้เงินสดเป็นหลัก โดยเฉพาะค่าเรือหรือร้านอาหารท้องถิ่น การมีเงินสดติดตัวจะช่วยให้สะดวกขึ้นมาก
อย่าพลาดอาหารทะเลสดและวิถีชุมชน อีกหนึ่งเสน่ห์ของเที่ยวทะเลไทยโดยเฉพาะตราด คืออาหารทะเลสดๆ และวิถีชีวิตชาวประมง ลองเผื่อเวลาแวะหมู่บ้านชาวประมง หรือร้านอาหาร local จะได้ฟีลทริปที่ครบมากขึ้น

แค่เตรียมตัวดี วางแผนคร่าวๆ และเลือกเกาะให้ตรงสไตล์ ทริปเที่ยวทะเลตราด ก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งทริปที่ทั้งชิล ทั้งสวย และฮีลใจได้แบบเต็มที่เลย 

อ่านต่อ:

ในบทความนี้

• 8 ที่เที่ยวทะเลตราด เกาะสวย น้ำใส ต้องไปเช็กอิน
• 1. เกาะช้าง
• 2. เกาะกูด
• 3. เกาะหมาก 
• 4. เกาะขาม
• 5. เกาะรัง
• 6. เกาะหวาย
• 7. เกาะยักษ์ใหญ่-เกาะยักษ์เล็ก
• 8. เกาะระยั้ง
• ที่พักยอดนิยมในตราด
• KC Grande Resort & Spa
• High Season Pool Villa & Spa
• I-Lay House Koh Kood
• วิธีการเดินทางไปเที่ยวทะเลตราด
• เที่ยวทะเลตราด เดือนไหนดี?
• เคล็ดลับการเที่ยวทะเลตราด

บทความแนะนำ

รวม 7 ทะเลสีชมพูสุด Unseen ทั่วโลก ที่ต้องไปให้ได้สักครั้ง!

30 Apr 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

10 ทะเลที่สวยที่สุดในโลก 2026 จุดหมายปลายทางในฝันที่ต้องไปสักครั้ง!

30 Apr 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

[รีวิว] เที่ยวอุทยานดาราศาสตร์สิรินธร พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

26 Apr 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

บัตรขาเข้าดิจิทัลของเวียดนาม: ข้อกำหนดใหม่ก่อนการเดินทางที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องรู้ในปี 2026

20 Apr 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 2 นาที

เทศกาลบอลลูนนานาชาติไต้หวัน 2026 – คู่มือสำหรับนักเดินทางชาวไทย

12 Mar 2026 - ใช้เวลาอ่านไม่ถึง 1 นาที

BTS World Tour 2026 การกลับมาของตำนาน รวมทุกข้อมูลที่เหล่า Army ต้องรู้!

30 Jan 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ ตราด

เกาะช้าง

Thailand

ตราด

Thailand

เกาะกูด

Thailand
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
Things to Do
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร