
เกาะแสมสารนี่แหละตัวจริงเสียงจริงของ “ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพ” ที่ไม่ต้องลางานก็ชาร์จแบตชีวิตได้เต็มที่ในแค่ 2 วัน 1 คืน หรือจะไปเช้าเย็นกลับก็ยังไหว! ขับรถจากกรุงเทพฯ แค่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ไม่ทันได้เบื่อเพลงในเพลย์ลิสต์ ก็จะเจอกับวิวทะเลสีฟ้าสดใส หาดทรายขาวละเอียดจนอยากทิ้งตัวลงไปนอนแผ่รับแดดทันที! ที่เกาะแสมสารเป็นหนึ่งในไม่กี่เกาะที่ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้อย่างสมบูรณ์มากๆ เพราะมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวัน (วันละไม่เกิน 300 คนเท่านั้น!) ทำให้เกาะแสมสารไม่วุ่นวาย ไม่พลุกพล่าน น้ำทะเลเลยยังใสแจ๋วแบบที่มองเห็นพื้นทะเลได้จากชายหาดเลย
ใครที่วางแผนจะไปพักค้างคืนแถวสัตหีบ แนะนำให้จองที่พักล่วงหน้าผ่านแอป Traveloka ไว้เลย เพราะนอกจากจะมีตัวเลือกเยอะ ทั้งโรงแรม รีสอร์ท หรือโฮมสเตย์สุดอบอุ่นแล้ว ยังมีรีวิวจากผู้เข้าพักจริงให้ประกอบการตัดสินใจด้วย ที่สำคัญ บางช่วงยังมีโปรลดราคาแรงๆ ที่ช่วยเซฟงบเที่ยวได้อีกเพียบ! จองง่าย ไม่ต้องรอคิวหน้าเคาน์เตอร์ แถมมั่นใจว่าได้ที่พักแน่นอน เที่ยวสบายใจสุดๆ
Sat, 19 Sep 2026

Thai VietJet Air
เชียงใหม่ (CNX) ไป กรุงเทพ (BKK)
เริ่มจาก THB 1,035.71
Sun, 13 Sep 2026

Thai VietJet Air
หาดใหญ่ (HDY) ไป กรุงเทพ (BKK)
เริ่มจาก THB 1,238.48
Mon, 21 Sep 2026

Thai VietJet Air
ภูเก็ต (HKT) ไป กรุงเทพ (BKK)
เริ่มจาก THB 848.26
ก่อนจะออกเดินทางไปชาร์จแบตกับทะเลใส ๆ ที่เกาะแสมสาร ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยว่า เกาะนี้ไม่เหมือนเกาะทั่วไปนะ เพราะเขาคุมเข้มเรื่องสิ่งแวดล้อมสุด ๆ ใครที่วางแผนจะไปต้อง “อ่านให้จบ” แล้วจะรู้ว่าไปเที่ยวให้ฟินแบบไม่เฟลต้องทำไงบ้าง
📌 แนะนำ: ให้มาถึงท่าเรือ อย่างน้อย 30-45 นาที ก่อนเวลาเรือรอบแรก เพื่อเตรียมเอกสาร รับตั๋ว และเข้าแถวขึ้นเรือแบบไม่วุ่นวาย
ตรงนี้คือไฮไลต์ที่หลายคนชอบ เพราะค่าเข้าเกาะแสมสารไม่ได้คิดเพิ่มจุก ๆ แบบบางที่
รายละเอียด | ราคาต่อคน |
ผู้ใหญ่คนไทย | 300 บาท |
เด็ก (อายุไม่เกิน 12 ปี) | 220 บาท |
ชาวต่างชาติ (ทุกเพศทุกวัย) | 600 บาท |
ไม่ใช่แค่ควรจอง แต่ต้องจองล่วงหน้าจริง ๆ! เพราะเกาะนี้ ควบคุมจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวันไม่เกิน 300 คน เท่านั้น เพื่อให้ธรรมชาติได้หายใจและสวยต่อไปยาว ๆ
❗️สำคัญ: ถ้าไม่มีชื่อในระบบ จะไม่สามารถขึ้นเรือได้ ไม่ว่าจะมีเงินแค่ไหนก็ตาม!
ถ้าพูดถึง “เกาะแสมสาร” หลายคนอาจนึกถึงภาพทะเลสีฟ้าครามกับชายหาดขาวสะอาด แต่ที่นี่มีดีมากกว่านั้น! เป็นหนึ่งในเกาะอนุรักษ์ของกองทัพเรือไทย ที่เปิดให้เที่ยวแบบ ไปเช้า-เย็นกลับ เท่านั้น เพื่อรักษาความสมบูรณ์ของธรรมชาติ ทั้งปะการัง ดอกไม้ทะเล และสัตว์น้ำน่ารักๆ แบบตัวเป็นๆ เช่น ปลาการ์ตูน ปลาสิงโต และหอยมือเสือ อีกทั้งถ้ามาเที่ยวเกาะแสมสารแล้วต้องมาลองกิจกรรมห้ามพลาดของเกาะแสมสาร เช่น ดำน้ำตื้น (Snorkeling) ดูปะการังใต้น้ำ พายเรือคายัคชมวิวเกาะแสมสาร ถ่ายรูปเล่นที่จุดชมวิวเขาหมาจู รับรองทริปเที่ยวของทุกคนเต็มอิ่มกลับบ้านแน่นอน
หาดนางรำ เป็นที่เที่ยวเกาะแสมสารที่เป็นชายหาดยอดนิยมที่อยู่ใกล้กับพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย ตัวหาดยาวประมาณ 200 เมตร มีน้ำทะเลใสแจ๋ว เหมาะกับการเล่นน้ำ พักผ่อน ปูเสื่อนอนเล่น หรือหามุมถ่ายรูปสวยๆ ชิลๆ ไปกับเสียงคลื่น ทั้งยังมีเรือคายัคให้เช่า ร้านอาหารทะเลสดๆ ใกล้หาด ทั้งสนุกทั้งอิ่มท้อง
หาดเทียน เหมาะมากสำหรับใครที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย มานั่งฟังเสียงลมเสียงคลื่นแบบสงบๆ ตัวหาดเป็นโค้งเว้าเล็กน้อย ทรายละเอียด น้ำใสสุดใจ เล่นน้ำได้แบบสบายอารมณ์ ที่เที่ยวเกาะแสมสารอย่าง หาดเทียนมีบรรยากาศสงบ เหมาะกับการนั่งอ่านหนังสือ ฟังเพลง น้ำใสและเงียบกว่าหาดอื่นๆ ที่สำคัญมีจุดชมวิวตอนเย็นที่เห็นแสงพระอาทิตย์ตกดินสวยมาก
สายชอบโลกใต้ทะเลต้องมาหาดนี้เลย เพราะ หาดลูกลม เป็นหนึ่งในที่เที่ยวเกาะแสมสารที่มีจุดดำน้ำตื้นยอดนิยมบนเกาะแสมสาร น้ำใสแจ๋ว เห็นปลาและปะการังแบบชัดเวอร์ ปลานีโม่ (ปลาการ์ตูน) ก็มีให้ชมแบบใกล้ชิด มาเที่ยวเกาะสีชังแล้วแวะมาหาดลูกลมต้องห้ามพลาดการ Snorkeling ดำน้ำตื้นชมปะการัง เพราะที่นี่คือที่สุดของการดำน้ำ
หาดน้ำใส เรียกได้ว่าเป็น “ไฮไลต์ของเกาะแสมสาร” ที่ใครมาแล้วก็ต้องพูดถึง เพราะหาดนี้มี น้ำทะเลใสที่สุดบนเกาะ ใสจนสามารถมองเห็นเม็ดทรายเล็ก ๆ ใต้น้ำได้แบบไม่ต้องดำน้ำเลยทีเดียว! หาดน้ำใสตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกของเกาะ เป็นหาดที่ยาวและเปิดโล่ง ทำให้มีลมพัดเย็นสบายเกือบตลอดทั้งวัน มีศาลาพักริมทะเล สำหรับนั่งเล่นหรือปิกนิก มีห้องน้ำและเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัย คนไม่เยอะมาก เพราะจำกัดนักท่องเที่ยวต่อรอบ เป็นจุดที่เรียกได้ว่าน้ำใสตลอดปีแม้ในฤดูฝน
ที่เที่ยวเกาะแสมสาร หาดนางรองห่างจากหาดนางรำแค่ไม่กี่ร้อยเมตร แต่บรรยากาศต่างกันสุดขั้ว! ถ้าหาดนางรำคือดาวเด่นของเกาะ หาดนางรองก็คือพระเอกมาดนิ่งที่ใครหลายคนหลงรัก เพราะความสงบ สบาย และวิวที่ไม่แพ้กัน เป็นหาดที่ไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่ในวันธรรมดา ฟังเสียงคลื่น พร้อมจิบกาแฟริมทะเลได้แบบชิลสุดๆ มีม้านั่งไม้ใต้ต้นไม้ และโต๊ะปิกนิกบางจุด
ที่เที่ยวเกาะแสมสารฟาร์ม Percula หรือที่หลายคนเรียกว่า “ฟาร์มนีโม่” ตั้งอยู่ในโซนพิพิธภัณฑ์ของกองทัพเรือ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ชื่นชอบ เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่สถานที่ดูปลา แต่ยังมีการให้ความรู้แบบสนุก ๆ ด้วย ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดเลยเมื่อมาที่นี่คือชมกระบวนการเพาะพันธุ์ปลาการ์ตูน Percula ตั้งแต่ไข่ไปจนถึงโตเต็มวัย มีตู้ปลาจำลองแนวปะการังเหมือนยกทะเลมาไว้ในห้องได้ใกล้ชิดกับปลานีโม่หลากสี ที่ดูน่ารักและหายาก
จุดนี้บอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด! ใครที่ขึ้นเรือไปเกาะแสมสารแล้ว ไม่แวะขึ้น “เขาเจดีย์” ถือว่าพลาดแรง! เป็นจุดชมวิวมุมสูงที่มองเห็นทะเลรอบสัตหีบแบบ พาโนรามา 180 องศา มองเห็นเกาะแสมสาร เกาะขาม และท่าเรือที่เราขึ้นเรือชัดเจน มี “เจดีย์สีขาว” เล็ก ๆ ตั้งอยู่เป็นจุดศักดิ์สิทธิ์ให้ขอพรเบา ๆ จุดถ่ายรูปยอดฮิตของสาย hiking, สาย nature lover และสายฟ้าแลบ (ขึ้นไม่นาน แต่ภาพอลัง!)
📍 พิกัด: บริเวณเดียวกับท่าเรือเขาหมาจอ จุดขึ้นเรือไปเกาะแสมสาร 🚗 ห่างจากท่าเรือ: เดินขึ้นเขาเล็กน้อยจากจุดจอดรถ (ใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที)
ถ้าอยากเข้าใจ “เกาะแสมสาร” และระบบนิเวศทะเลไทยแบบลึก ๆ – ที่นี่แหละคือแหล่งความรู้แบบสนุกและไม่น่าเบื่อเลย เป็นนิทรรศการที่เที่ยวเกาะแสมสารพวกสัตว์ทะเล ทั้งแบบโมเดลและของจริง เช่น เปลือกหอย, ปลาทะเล, ปะการัง มีแผนที่เกาะต่าง ๆ ในโครงการอนุรักษ์ของกองทัพเรือไทย อุโมงค์จำลองใต้ทะเล และห้องทดลองทางทะเลแบบ interactive เหมาะกับทั้งเด็กและผู้ใหญ่ อีกทั้งยังมีสวนด้านนอกมีต้นไม้ พรรณไม้ชายเลน และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ
📍 พิกัด: ติดกับท่าเรือเขาหมาจอ
🕘 เวลาเปิด-ปิด: 09:00 – 16:00 น. (หยุดวันจันทร์-อังคาร)
💸 ค่าเข้าชม: ฟรี! (แต่แนะนำให้บริจาคสนับสนุน)
ถ้าอยากต่อเวลา "เที่ยวทะเลใกล้กรุงเทพ" โดยไม่ต้องลงเรือ หาดเตยงามคือตัวเลือกที่ดีเวอร์ หาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลสีเขียวฟ้า ใสแจ๋ว มีสะพานไม้ทอดยาวออกไปกลางทะเล จุดถ่ายรูปยอดนิยมสุด ๆ มีโซนให้นั่งเล่นริมชายหาด พื้นที่ปิคนิค และลานกิจกรรมกลางแจ้ง ที่สำคัญร้านอาหารทะเลราคาย่อมเยา และห้องน้ำสะอาด
📍 พิกัด: พื้นที่กองทัพเรือสัตหีบ (ต้องแลกบัตรเข้า)
🚗 ห่างจากท่าเรือ: ประมาณ 10 นาทีโดยรถยนต์
💸 ค่าเข้า: ฟรี (เฉพาะคนไทย ต้องแลกบัตรประชาชนที่ป้อมยาม)
เกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี เป็นหนึ่งในที่เที่ยวเพชรเม็ดงามของทะเลอ่าวไทย ที่อยู่ในการดูแลของกองทัพเรือ ทำให้ที่นี่เป็นพื้นที่อนุรักษ์ธรรมชาติที่ยังคงความสวยใสของทะเลอย่างแท้จริง ใครที่ได้มาเที่ยวเกาะแสมสารนี่รับรองว่าไม่ผิดหวัง โดยเฉพาะ 3 กิจกรรมเกาะแสมสารยอดฮิต ที่ต้องห้ามพลาดเด็ดขาด
หาดลูกลมถือเป็นจุดไฮไลท์ของเกาะแสมสารเลยก็ว่าได้ เพราะน้ำทะเลที่นี่ใสมากกกกจนเห็นพื้นทรายแบบชัดแจ๋ว! เหมาะกับการลงไป สน็อกเกิ้ล (Snorkeling) ดูปลาเล็กปลาน้อย และปะการังที่ยังคงอุดมสมบูรณ์อยู่มาก
📦 อุปกรณ์ที่ต้องมี
💸 ราคาค่าเช่าโดยประมาณ
รายการ | ราคา |
หน้ากาก + ท่อหายใจ | 50–80 บาท |
เสื้อชูชีพ | 30 บาท |
🎯 เวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับสน็อกเกิ้ล
📸 แนะนำ: ใครมี GoPro อย่าลืมพกมา รับรองรูปว้าวแน่นอน
อีกหนึ่งกิจกรรมเกาะแสมสารสุดชิลที่สายรักธรรมชาติห้ามพลาด คือการ พายเรือคายัค รอบบริเวณชายหาด ทะเลที่นี่เงียบสงบ คลื่นไม่แรง เหมาะมากกับการพายเล่นชมวิว หรือจะพายกันเป็นคู่ก็น่ารักสุด ๆ
💸 ราคาค่าเช่าโดยประมาณ
รายการ | ราคา |
เรือคายัค 1 คน | 100 บาท/ชม. |
เรือคายัค 2 คน | 150 บาท/ชม. |
📌 แนะนำ
สำหรับใครที่อยากชมโลกใต้ทะเลแต่ไม่อยากลงน้ำ กิจกรรม นั่งเรือท้องกระจก (Glass-bottom Boat) คือคำตอบ! คุณจะได้ล่องเรือไปยังจุดที่มีแนวปะการังสวย ๆ แล้วมองดูผ่านกระจกใสใต้ท้องเรือ
🛥️ จุดขึ้นเรืออยู่ตรงไหน?
🔎 จุดเด่นของเรือท้องกระจก
💸 ราคาประมาณ (อาจมีการเปลี่ยนแปลง)
รายการ | ราคา |
นั่งเรือท้องกระจก 20–30 นาที | 50–100 บาทต่อคน |
🎯 เหมาะกับทุกวัย โดยเฉพาะครอบครัวและสายชิลล์
📸 วิวจากเรือสวยไม่แพ้ดำน้ำ – น้ำใสมองทะลุถึงพื้น แบบไม่ต้องเอาหัวลง!
หลังจากลุยดำน้ำ ดูปะการัง และรับลมทะเลใส ๆ ที่เกาะแสมสารกันจนฉ่ำปอดแล้ว การได้กลับมาเอนกายบนเตียงนุ่ม ๆ ในที่พักบรรยากาศดี ๆ นี่แหละคือการชาร์จแบตชีวิตที่แท้ทรู
สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะมานอนค้างคืนแถวสัตหีบหรือแสมสาร เราคัด 3 พิกัดน่านอนหลากสไตล์มาฝากกัน มีครบทั้งแบบยอดฮิต หรูหราจัดเต็ม และแบบคุมงบสบายกระเป๋า รักแบบไหนจิ้มแบบนั้นแล้วแพลนทริปกันได้เลย!
Grande Centre Point Pattaya ถ้าอยากได้ที่พักที่ครบเครื่อง ทั้งหรูหรา เดินทางสะดวก และถ่ายรูปสวยปังทุกมุม ต้องยกให้ที่นี่เลย ตัวโรงแรมตั้งอยู่ติดกับห้าง Terminal 21 พัทยา ทำให้หาของกินของใช้ได้ง่ายมาก แถมยังขับรถไปเกาะแสมสารได้สบาย ๆ ในเวลาประมาณ 40 นาที ไฮไลต์เด็ดที่ทุกคนต้องเลิฟคือสวนน้ำ (Water Park) ส่วนตัวขนาดใหญ่ในโรงแรม และห้องพักวิวทะเลสุดอลังการที่มีอ่างอาบน้ำให้ลงไปแช่ตัวชมวิวเพลิน ๆ เตียงนอนก็หนานุ่มหลับสบายสุด ๆ เหมาะมากสำหรับแก๊งเพื่อนหรือครอบครัวที่อยากได้ความสนุกควบคู่ไปกับการพักผ่อนที่แสนสะดวกสบาย
Sea Sand Sun Resort and Villas ยกระดับวันหยุดให้พรีเมียมขั้นสุด กับรีสอร์ทหรูริมชายหาดส่วนตัวที่พร้อมปรนเปรอนักท่องเที่ยวด้วยความสะดวกสบายและเงียบสงบ ทันทีที่ก้าวเข้ามาจะได้สัมผัสกับสถาปัตยกรรมสไตล์บาหลีโมเดิร์นที่กลมกลืนไปกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว ห้องพักและวิลล่าทุกหลังถูกออกแบบมาให้หันหน้ารับลมทะเลแบบเต็ม ๆ ยิ่งถ้าเลือกพักห้อง Pool Villa นะ บอกเลยว่าฟินมาก เพราะได้แช่น้ำในสระส่วนตัวพร้อมชมวิวพระอาทิตย์ตกดินแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ตกกลางคืนก็นอนฟังเสียงคลื่นเบา ๆ บนเตียง บอกเลยฟินขั้นสุด!
Lhong Lay House สำหรับสายชิลที่เน้นความคุ้มค่า คุมงบสบายกระเป๋า แต่ได้ฟีลลิ่งการพักผ่อนแบบจัดเต็ม ต้องมาเช็กอินที่ Lhong Lay House เลย ที่พักแห่งนี้โดดเด่นด้วยบรรยากาศอันแสนอบอุ่นและเป็นกันเอง ตัวห้องพัก ตกแต่งอย่างเรียบง่ายน่ารัก ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเหมือนมานอนเล่นที่บ้านตากอากาศของเพื่อนสนิท แถมโลเคชันยังดีงาม เดินทางไปต่อเรือข้ามเกาะแสมสารได้สะดวกรวดเร็ว ตกเย็นจะออกไปหาอาหารทะเลสด ๆ ทาน หรือจะนั่งเล่นรับลมทะเลชิล ๆ คุยกันเพลิน ๆ ก็ดีต่อใจ เป็นการนอนพักผ่อนที่จ่ายสบาย ๆ แต่ได้ความสุขกลับไปเต็มกระเป๋าแน่นอน
เกาะแสมสาร ตั้งอยู่ในตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การดูแลของกองทัพเรือไทย โดยเฉพาะหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (SEAL) ของกองทัพเรือ ที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล ระยะทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 180 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวประมาณ 2.5 ชั่วโมง หากไม่มีรถส่วนตัวก็สามารถนั่งรถตู้จากเอกมัยหรือหมอชิตไปยังสัตหีบ แล้วต่อรถสองแถวหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปยังจุดขึ้นเรือ
เกาะแสมสารคือหนึ่งในเกาะไม่กี่แห่งที่ผสมผสานระหว่าง “ธรรมชาติบริสุทธิ์” กับ “ความรู้” ได้อย่างลงตัว ที่นี่ไม่ได้เป็นแค่สถานที่เที่ยว แต่เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่เปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าชมภายใต้กฎเกณฑ์ที่เคร่งครัด ซึ่งทำให้ธรรมชาติของเกาะยังคงความสวยงามเอาไว้ได้อย่างน่าอัศจรรย์
ชายหาดของเกาะแสมสารมีทรายขาวละเอียด น้ำทะเลสีฟ้าใสจนมองเห็นพื้นทรายเบื้องล่าง สัตว์ทะเลอย่างปลาการ์ตูน ปลาผีเสื้อ และปะการังสมองยังคงสามารถพบเห็นได้ด้วยตาเปล่า เหมาะสำหรับ สายเที่ยวธรรมชาติ, นักเรียน-นักศึกษา, ครอบครัว, คู่รัก หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวสายถ่ายรูป ที่อยากได้ภาพทะเลสวยๆ แบบไม่ต้องรีทัช ที่สำคัญ เกาะแสมสารติดอันดับสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์ยอดเยี่ยม จากหลายสื่อด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการส่งเสริมแนวคิด “Zero Waste” บนเกาะ
เกาะแสมสารตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี อยู่ภายใต้การดูแลของกองทัพเรือ และอยู่ในโครงการฟื้นฟูระบบนิเวศของ “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย” ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
เกาะแสมสารไม่อนุญาตให้ค้างคืนบนเกาะเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ ดังนั้นจึงเหมาะกับการจัดเป็น "One Day Trip" สุดคุ้ม เริ่มต้นเช้าจรดเย็น สนุกครบแบบไม่เหนื่อยมาก ถ้ามาจากกรุงเทพฯ แนะนำให้ออกแต่เช้า หรือเลือกนอนค้างในโซนสัตหีบ-แสมสาร เพื่อไม่ต้องรีบในวันเดินทาง
🧭 ข้อดีของเที่ยววันเดียว
🏖️ ถ้าอยากเที่ยวแบบไม่รีบ: ลองเลือกพักแถวชายทะเลสัตหีบ เช่น แสมสารรีสอร์ท, บ้านพักทหารเรือ หรือโฮมสเตย์วิวทะเล เช้าวันรุ่งขึ้นค่อยไปลงเรือสบายๆ ได้ฟีลสโลว์ไลฟ์สุดๆ
จะไปเที่ยวให้สนุกสุดๆ ก็ต้องเริ่มต้นด้วยการเดินทางที่ง่าย สะดวก และไม่วุ่นวาย ซึ่ง “เกาะแสมสาร” นั้นตอบโจทย์มาก เพราะอยู่แค่ สัตหีบ จังหวัดชลบุรี ใช้เวลาเดินทางแค่ 2.5-3 ชั่วโมง ก็ได้สัมผัสฟ้าทะเลใสปิ๊งแล้วจ้าาา
สำหรับสายโร้ดทริปที่ชอบความยืดหยุ่น จะจอดแวะกิน แวะถ่ายรูปตรงไหนก็ได้ แนะนำเลยว่าขับรถไปเองสะดวกสุด
ระยะทาง: ประมาณ 190 – 210 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับจุดเริ่มต้นในกรุงเทพฯ)
ระยะเวลาเดินทาง: ประมาณ 2.5 – 3 ชั่วโมง
ใช้ทาง บางนา-ตราด หรือ มอเตอร์เวย์ กรุงเทพฯ–ชลบุรี ก็ได้ พอลงจากมอเตอร์เวย์ ให้วิ่งเข้า อำเภอสัตหีบ แล้วตั้ง Google Maps ไปยัง ท่าเรือเขาหมาจอ หรือ ท่าเรือแสมสาร (มีป้ายบอกตลอดทาง)
จอดรถที่ไหน?
มีลานจอดรถให้บริการใกล้ท่าเรือ หลายจุดเป็นแบบเสียค่าจอดวันละประมาณ 50-100 บาท แล้วสามารถเดินไปยังจุดขึ้นเรือได้เลย หรือมีรถสองแถวรับส่งไปยังท่าเรือฟรีจากบางจุด
จองคิวข้ามเกาะยังไง?
ปัจจุบัน ต้องจองล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ของพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย
หากอยากให้ชีวิตง่ายขึ้น แนะนำให้ จองทัวร์หรือแพ็กเกจผ่าน Traveloka ได้เลย เพราะเค้าจัดให้ครบทั้งบัตรเข้าชม ที่พัก และบริการรับส่ง
💡 Tip เพิ่มเติม: ระหว่างทางมีร้านอาหารท้องถิ่น คาเฟ่ชิคๆ และจุดแวะพักวิวสวยเต็มไปหมด ใครขับรถเองอย่าลืมเผื่อเวลาเผื่อแวะกิน แวะถ่ายกันด้วยนะ!
สำหรับใครที่ไม่มีรถส่วนตัวหรือไม่อยากขับให้เหนื่อยเอง นั่งรถสาธารณะก็ง่ายไม่แพ้กัน!
1. รถตู้/รถโดยสารจากกรุงเทพฯ
ขึ้นรถตู้ได้จาก หมอชิต/เอกมัย ปลายทาง สัตหีบ ใช้เวลาประมาณ 3-3.5 ชั่วโมง ค่าโดยสารประมาณ 180-250 บาท หรือเลือกนั่งรถทัวร์ปรับอากาศของ บขส. ก็มีบริการตลอดวัน
2. เดินทางต่อไปท่าเรือ
จากจุดลงรถที่สัตหีบ สามารถนั่ง มอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือ สองแถว ไปยังท่าเรือแสมสารค่าโดยสารไม่เกิน 50-100 บาท แล้วแต่ระยะทาง
3. ข้อแนะนำสำหรับสายสาธารณะ
ควรออกเดินทางแต่เช้า เพื่อให้มีเวลาทำกิจกรรมบนเกาะแบบจุใจ อย่าลืมจองคิวเข้าชมเกาะล่วงหน้าเช่นกันนะ!
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวเกาะแสมสารคือ เดือนพฤศจิกายน - เมษายน เนื่องจากเป็นช่วงกึ่งกลางฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูร้อน ท้องฟ้าเปิดโล่ง คลื่นลมสงบ และน้ำทะเลจะใสสะอาดที่สุดในรอบปี เหมาะกับการดำน้ำตื้นและทำกิจกรรมกลางแจ้งมากที่สุด
เพื่อให้วางแผนทริปได้ง่ายขึ้น เรามาดูกันว่าเกาะแสมสารในแต่ละฤดูมีไฮไลต์และสภาพอากาศเป็นอย่างไรกันบ้าง:
| ช่วงเดือน | สภาพอากาศและคลื่นลม | ความใสของน้ำทะเล | คะแนนความน่าเที่ยว | กิจกรรมแนะนำ |
| พฤศจิกายน - เมษายน | แดดดี ท้องฟ้าเปิด คลื่นลมสงบมาก | ใสแจ๋วที่สุดในรอบปี | ⭐⭐⭐⭐⭐ (แนะนำที่สุด) | ดำน้ำตื้น ดูปะการัง พายเรือคายัค ถ่ายรูปมุมสูง |
| พฤษภาคม - ตุลาคม | มีฝนสลับแดด คลื่นลมแรงบางวัน | ใสปานกลาง (หาดน้ำใสยังเที่ยวได้) | ⭐⭐⭐ (สายชิลเน้นความสงบ) | นั่งเรือท้องกระจก เดินชมพิพิธภัณฑ์ พักผ่อนริมหาด |
Q: ไปเที่ยวเกาะแสมสารต้องแต่งตัวยังไง?
A: แนะนำให้ใส่ ชุดที่ขยับตัวง่าย แห้งไว และรองเท้าที่ถอดง่าย เช่น รองเท้าแตะรัดส้น เนื่องจากต้องเดินลุยน้ำตอนขึ้น-ลงเรือ สำหรับชุดว่ายน้ำหรือบิกินี่สามารถใส่ทำกิจกรรมได้ตามปกติ แต่แนะนำให้มีเสื้อคลุมหรือกางเกงขาสั้นสวมทับให้สุภาพในระหว่างเดินทางขึ้น-ลงเรือเนื่องจากเป็นเขตพื้นที่ดูแลของกองทัพเรือ
Q: ที่ท่าเรือมีที่จอดรถไหม และเสียค่าบริการเท่าไหร่?
A: มีลานจอดรถฟรีให้บริการใกล้ท่าเรือเขาหมาจอ สำหรับนักท่องเที่ยว แต่ในบางช่วงที่มีคนหนาแน่นก็จะมีจุดบริการที่จอดรถเอกชนใกล้เคียงคอยอำนวยความสะดวกเพิ่มเติม โดยมีค่าใช้จ่ายประมาณวันละ 50 - 100 บาท ซึ่งสามารถเดินเชื่อมต่อไปยังจุดจำหน่ายตั๋วเรือได้เลย
Q: บนเกาะแสมสารมีของกินขายไหม หรือต้องหิ้วไปเอง?
A: บนเกาะมีร้านสวัสดิการขายอาหารจานเดียว ขนม และเครื่องดื่ม คอยให้บริการ แต่เนื่องจากเป็นเกาะอนุรักษ์ที่มีนโยบายคุมเข้มเรื่องขยะและสิ่งแวดล้อม (Zero Waste) นักท่องเที่ยวจึงไม่ได้รับอนุญาตให้นำกล่องโฟมหรือถุงพลาสติกจากภายนอกเข้าไป และก่อนกลับฝั่งอย่าลืมช่วยกันรักษาความสะอาด ทิ้งขยะในจุดที่เจ้าหน้าที่จัดไว้ให้ด้วยนะ
Q: เกาะแสมสารเปิด-ปิดวันไหนบ้าง และไปวันไหนดีที่สุด?
A: เกาะแสมสารเปิดให้เข้าเที่ยวชมทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์และวันอังคาร ซึ่งเป็นวันหยุดนักอนุรักษ์ประจำเกาะ เวลาเปิดให้บริการคือ 09:00 - 16:00 น. แนะนำให้มาวันพุธ - วันศุกร์หากอยากเลี่ยงความแออัดและได้ฟีลเกาะส่วนตัว เพราะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดยาวคิวรถและคิวเรือจะเต็มไวมาก
Q: ไม่มีรถส่วนตัว สามารถเดินทางไปเที่ยวเกาะแสมสารได้ไหม?
A: เดินทางด้วยรถสาธารณะได้ง่ายมาก โดยสามารถนั่งรถตู้หรือรถโดยสารปรับอากาศจากสถานีขนส่งหมอชิตหรือเอกมัย ปลายทางสัตหีบ พอถึงตัวเมืองสัตหีบแล้ว ก็นั่งรถสองแถวท้องถิ่นหรือมอเตอร์ไซค์รับจ้างต่อไปยังท่าเรือเขาหมาสารได้เลย ค่ารถเฉลี่ยหลักสิบถึงหลักร้อยบาทเท่านั้น
Q: ไปเที่ยวเกาะแสมสารต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
A: ค่าใช้จ่ายหลักคือค่าตั๋วเข้าเกาะแสมสาร (ผู้ใหญ่คนไทย 300 บาท / เด็ก 220 บาท / ชาวต่างชาติ 600 บาท) ซึ่งราคานี้รวมค่าเรือไป-กลับและประกันภัยเรียบร้อยแล้ว ส่วนค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจะเป็นพวกค่าเช่าอุปกรณ์หน้ากากดำน้ำ (50-80 บาท), เสื้อชูชีพ (30 บาท) หรือค่าเช่าเรือคายัค (100-150 บาทต่อชั่วโมง) ตามกิจกรรมที่เราเลือกทำ
อ่านต่อ:






