
การได้มีโอกาสจองไฟล์ทบินและเดินทางไปยังอีกซีกโลกนับเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นและสนุกสนานสำหรับใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว ติดต่อธุรกิจ หรือการทำงาน ทว่า การเดินทางข้ามเขตเวลาแบบนี้ นอกจากจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมแล้ว ยังเป็นการเปลี่ยนแปลงรอบวันและรอบคืนของร่างกายอย่างกะทันหันด้วย ซึ่งอาจส่งผลทำให้เกิดอาการผิดปกติที่เรารู้จักกันดีในชื่อ "เจ็ตแล็ก" หรือภาวะหลังการเดินทางข้ามเวลาด้วย
แต่อาการเจ็ตแล็กคืออะไร บทความนี้จะขอพาไปหาคำตอบ พร้อมข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับการวิธีแก้เพื่อช่วยให้คุณเที่ยวได้อย่างสนุก ใครที่กำลังหาข้อมูลสำหรับการท่องเที่ยวดี ๆ แบบนี้ อ่านได้ครบที่ Traveloka เพราะคิดถึงเรื่องเที่ยวเมื่อไร คิดถึง Traveloka
เจ็ตแล็ก (Jet Lag) คืออะไร ?
เจ็ตแล็ก (Jet Lag) คืออาการผิดปกติที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายยังไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง หลังเดินทางข้ามเขตเวลาอย่างรวดเร็ว อาการนี้มักเกิดขึ้นเมื่อต้องบินข้ามโซนเวลามากกว่า 3 โซนขึ้นไป ทำให้นาฬิกาชีวภาพในร่างกายไม่สอดคล้องกับเวลาท้องถิ่น รอบการนอนหลับและตื่นของร่างกายเกิดความสับสน
อาการเจ็ตแล็ก (Jet Lag) เป็นอย่างไร ?
เจ็ตแล็กอาจส่งผลให้เกิดอาการหลากหลาย ซึ่งบางคนอาจมีไม่ครบทุกอาการ หรืออาการมามากน้อยแตกต่างกันออกไป
อาการเจ็ตแล็ก (Jet Lag) หายเองได้ไหม ?
โดยปกติแล้ว ร่างกายจะใช้ระยะเวลาเท่ากับจำนวนโซนเวลาที่เปลี่ยนแปลงในการปรับตัว กล่าวคือ หากบินข้ามเวลา 12 โซน อาจต้องใช้เวลาประมาณ 12 วันกว่าที่จะปรับรอบการนอนหลับและตื่นให้เข้ากับเวลาใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ (ทั้งนี้เวลาในการปรับตัวอาจแตกต่างไปในแต่ละบุคคล) อาการเจ็ตแล็กจึงอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การทำกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงการท่องเที่ยวและการทำงานหลังการเดินทางไกล
หากเกิดอาการเจ็ตแล็ก ต้องแก้ยังไง ?
สำหรับคนที่มีอาการเจ็ตแล็ก หรืออยากป้องกันการเกิดเจ็ตแล็กก่อนออกเดินทาง เรามีวิธีมาแนะนำด้านล่างนี้เลย
1. ปรับพฤติกรรม
2. ใช้ฮอร์โมนเมลาโทนิน
เมลาโทนินเป็นฮอร์โมนธรรมชาติที่ร่างกายผลิตขึ้นจากต่อมไพเนียล (Pineal gland) ทำหน้าที่ควบคุมการนอนหลับและการตื่นตัว ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการปรับนาฬิกาชีวภาพของร่างกาย การรับประทานเมลาโทนินจึงอาจช่วยแก้ปัญหาอาการเจ็ตแล็กได้ ทั้งนี้เวลาที่แนะนำคือ
อย่างไรก็ตาม การใช้เมลาโทนินยังมีข้อควรระวังบางประการ เพราะอาจเกิดปฏิกิริยากับยาบางชนิดที่ผู้ป่วยรับประทานอยู่ ได้แก่ ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เสมอ
3. ออกไปรับแสงแดดกลางแจ้ง
การรับแสงแดดเป็นกุญแจสำคัญในการปรับนาฬิกาชีวิตภายในร่างกาย แสงแดดจะกระตุ้นให้สมองสั่งร่างกายให้รู้ว่าเมื่อไหร่ควรตื่นนอนและเมื่อไหร่ควรนอนหลับ เพื่อช่วยให้นอนหลับสบายและลดอาการเจ็ตแล็ก
วิธีรับแสงแดดที่ดีที่สุดคือออกไปรับแสงแดดตอนเช้า ประมาณ 15-30 นาที โดยแสงแดดในช่วงเวลานี้จะมีประสิทธิภาพสูงสุดในการช่วยตั้งนาฬิกาชีวิตให้ตรงตามเขตเวลาใหม่ นอกจากนี้ ยังสามารถรับแสงแดดโดยเปิดหน้าต่างให้แสงส่องเข้ามาในบ้านก็ได้เช่นกัน
อาการเจ็ตแล็กเป็นอาการที่พบได้บ่อยเมื่อต้องเดินทางข้ามเขตเวลา ทั้งนี้ นอกจากทั้ง 3 วิธีข้างต้น ก่อนจองไฟล์ทบินก็อาจปรับตารางเวลาหรือกำหนดการต่าง ๆ ให้ใกล้เคียงกับเวลาในสถานที่ด้วย เท่านี้ก็จะช่วยป้องกันการเกิดเจ็ตแล็กได้ดีขึ้นแล้ว
Thu, 28 May 2026

การบินไทย
กรุงเทพ (BKK) ไป ปารีส (CDG)
เริ่มจาก THB 20,501.60
Wed, 27 May 2026

การบินไทย
กรุงเทพ (BKK) ไป ปารีส (CDG)
เริ่มจาก THB 20,511.40
Wed, 20 May 2026

แอร์คาลิน
กรุงเทพ (BKK) ไป ปารีส (CDG)
เริ่มจาก THB 24,063.90
เลือกไฟล์ทบินให้เหมาะกับตารางเวลาของคุณได้ง่าย ๆ เพียงแค่จองเที่ยวบินกับ Traveloka แอปพลิเคชันท่องเที่ยวชั้นนำ ที่รวมตั๋วเครื่องบินและที่พักราคาดีไว้ให้คุณได้เลือกครบครัน ในราคาคุ้มค่า วางแผนการเดินทางสนุก ๆ ของคุณได้เลย เพราะอย่าลืมว่า หากคิดถึงเรื่องเที่ยว ให้คิดถึง Traveloka
ข้อมูลอ้างอิง






