โปรโมชั่น ลงทะเบียนเป็นคู่ค้ากับเรารายการที่บันทึกการจองของฉัน
THB

เข้าสู่บัญชีของคุณ

ยังไม่มีบัญชี?
ลงทะเบียน
หรือล็อกอินด้วย:

กรุณายืนยันตัวตน

เราตรวจพบว่าคุณไม่ได้ใช้อุปกรณ์สื่อสารเครื่องเดิมในการเข้าสูู่ระบบ กรุณายืนยันบัญชีของคุณ โดยเลือกช่องทางที่ต้องการให้เราส่งรหัสยืนยันให้:

1
2

ตั๋วเครื่องบินไป Munich (MUC)

จองตั๋วเครื่องบิน
เที่ยวบิน + โรงแรม
บริการรับส่งสนามบิน
ข้อมูลทั่วไปมิวนิก

มิวนิก (Munich) เป็นเมืองหลวงของแคว้นบาวาเรีย (Bavaria) หรือ บาเยิร์น (Bayern) ในภาษาเยอรมัน ซึ่งเป็นแคว้นที่ใหญ่ที่สุดของเยอรมนี ตั้งอยู่บนที่ราบสูงบาวาเรีย ทางตอนใต้ของเยอรมนีบนฝั่งแม่น้ำอีซาร์ (Isar) และอยู่ห่างจากเทือกเขาแอลป์ไปทางทิศเหนือประมาณ 50 กิโลเมตร อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 520 เมตร  มีพื้นที่ประมาณ 70,533 ตารางกิโลเมตร เป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของเยอรมนี เบอร์ลิน (Berlin) และ ฮัมบูร์ก (Hamburg) มีประชาการอยู่ประมาณ 2.7 ล้านคน เป็นศูนย์กลางธุรกิจและคมนาคมของเยอรมนีตอนใต้ และเป็นเมืองที่มีเศรษฐกิจเข้มแข็งที่สุดในประเทศเยอรมนี ได้รับการโหวตให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในเยอรมัน โดยมีคำขวัญน่ารักๆ ว่า Munich Loves You อยากเที่ยวมิวนิก แนะนำจองตั๋วเครื่องบินไปมิวนิกกันได้เลย 

 

เมืองมิวนิก หรือ มึนเช่น (Muenchen) ในภาษาเยอรมัน ในอดีตเมื่อราวช่วงศตวรรษที่ 10 - 11 มีพระจากสำนักสงฆ์เทแก้ร์นเซ (Kloster Tegernsee) มาตั้งรกรากริมฝั่งแม่น้ำอิซาร์ และได้เรียกชื่อที่นี้ว่า มึนเชน (Munchen) ในภาษาเยอรมันคำว่า Monchen แปลว่า พระ นั่นเอง มิวนิกเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน อัดแน่นไปด้วยเสน่ห์ของขนบธรรมเนียมประเพณีเก่าแก่ เป็นเมืองที่สมบูรณ์แบบไปด้วยศิลปะความสวยงามของสถาปัตยกรรมเรอเนสซองส์และบารอก หอศิลปะและพิพิธภัณฑ์รวบรวมข้าวของล้ำค่า และเป็นศูนย์รวมของศิลปินหลากหลายสาขา ทั้งจิตรกรและคีตกวี และอาคารใหม่ทันสมัยที่สร้างด้วยนวัตกรรมล้ำอนาคต เป็นเมืองที่ผู้คนพลุกพล่าน หลายเชื้อชาติ หลายภาษา มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง ทั้งด้านศิลปวัฒนธรรม และอาหารอันเลื่องชื่อ ซึ่งได้แก่ ไส้กรอกเยอรมัน ขาหมูทอด เพรทเซล และเบียร์ และยังเป็นจุดเริ่มต้นและจุดศูนย์กลางของการเดินทางต่อไปยังเมืองอื่นๆ ในยุโรป ทั้งหมดนี้จึงทำให้มิวนิกกลายเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

 

สกุลเงินที่ใช้

มิวนิกใช้เงินสกุล ยูโร (EUR) สำหรับธนบัตรมีชนิด 5, 10, 20, 50, 100, 200 และ 500  ยูโร โดย 1 ยูโร แบ่งออกเป็น 100 เซนต์ สำหรับเหรียญมี 1, 2, 5, 10, 20, 50 เซ็นต์, 1 และ 2 ยูโร  อัตราเเลกเปลี่ยนอยู่ที่ประมาณ 33.66 บาท ต่อ 1 ยูโร 

 

ฤดูกาลของเมืองมิวนิก 

มิวนิกมีสภาพอากาศแบบไหล่ทวีป มีการเปลี่ยนแปลงตามเทือกเขาแอลป์ อุณหภูมิระหว่างกลางวันและกลางคืน หรือฤดูหนาวและฤดูร้อน ค่อนข้างแตกต่างกันอย่างมาก ลมอุ่นจากเทือกเขาแอลป์ที่เรียกว่า ลมเฟิห์น  สามารถเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้รวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง แม้แต่ในฤดูหนาว ทั้งนี้ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนจองตั๋วเครื่องบินไปมิวนิก

มิวนิกมี 4 ฤดูกาล คือ 

  • ฤดูใบไม้ผลิ เริ่มต้นเดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม  อากาศจะเริ่มอุ่นขึ้นหลังจากผ่านฤดูหนาว อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ราว 0-18 องศาเซลเซียส เดือนที่ฝนตกชุกที่สุด คือ เดือนพฤษภาคม ดอกไม้เริ่มบานและต้นไม้แตกใบอ่อนอีกครั้ง  
  • ฤดูร้อน เริ่มต้นเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม เป็นช่วงที่อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ราว 10-23 องศาเซลเซียส เดือนที่ร้อนที่สุด คือ เดือนกรกฎาคม
  • ฤดูใบไม้ร่วง เริ่มต้นเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน  อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ราว 0-19 องศาเซลเซียส ในเดือนพฤศจิกายนอากาศเริ่มหนาวเย็น และอาจมีหิมะตกในบางเวลา เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวไม่หนาแน่นเท่ากับช่วงฤดูร้อน ตั๋วเครื่องบินและที่พักปรับลดราคาลง
  • ฤดูหนาว เริ่มต้นเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ราว -2-4 องศาเซลเซียส อาจมีฝนตกหนัก แต่ไม่บ่อยนักเดือนที่หนาวที่สุด คือ เดือนมกราคม ที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ -1องศาเซลเซียส และมีหิมะจะปกคลุมอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ในช่วงฤดูหนาว

 

ภูมิภาคของเมืองมิวนิก 

เมืองมิวนิกประกอบด้วยเขตนครจำนวนทั้งสิ้น 25 เขต ได้แก่  

  • อัลชตัทเลเฮิล (Altstadt Lehel)
  • ลูทวิชส์ฟอร์ชตัท อีซาร์ฟอร์ชตัท (Ludwigsvorstadt Isarvorstadt)
  • มักฟอร์ชตัท (Maxvorstadt)
  • ชวาบิงเวสท์ (Schwabing West)
  • เอาฮาอิดเฮาเซิน (Au Haidhausen)
  • เซ็นด์ลิง (Sendling)
  • เซ็นด์ลิง เวสท์พาร์ค (Sendling Westpark)
  • ชวันทาเลอร์เฮอเออ (Schwanthalerhöhe)
  • น็อยเฮาเซิน นิมเฟินบวร์ค (Neuhausen Nymphenburg)
  • โมซัค (Moosach)
  • มิลแบทส์โฮเฟินอัมฮาร์ท (Milbertshofen Am Hart)
  • ชวาบิงไฟรมัน (Schwabing Freimann)
  • โบเกินเฮาเซิน (Bogenhausen)
  • แบร์คอัมไลม์ (Berg Am Laim)
  • ทรูแดริงไรม์ (Trudering Riem)
  • ราเมิร์สดอร์ฟแพร์ลัค (RamersdorfPerlach)
  • โอเบอร์กีซิง (Obergiesing)
  • อุนเทอร์กีซิงฮาร์ลัคชิง (Untergiesing-Harlaching)
  • ทาลเคียร์เชิน โอเบอร์เซ็นด์ลิง ฟอร์สเทินรีท เฟือร์สเทินรีทซ็อลเลิน (Thalkirchen Obersendling Forstenried Furstenried Solln)
  • ฮาเดิร์น (Hadern)
  • พัสซิงโอเบอร์เม็นซิง (Pasing Obermenzing)
  • เอาบิงล็อกเฮาเซินลังวีด (Aubing Lochhausen Langwied)
  • อัลลัค-อุนเทอร์เม็นซิง (Allach-Untermenzing)
  • เฟ็ลด์ม็อคคิง-ฮาเซินแบร์ค (Feldmoching-Hasenbergl)
  • ไลม์ (Laim)    

 

สนามบินสำคัญมิวนิก 

ท่าอากาศยานมิวนิก (Munich Airport) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า สนามบินมิวนิก มีชื่อเต็มว่า ท่าอากาศยานมิวนิกฟรันทซ์โยเซ็ฟชเตราส์  (Munich Franz Joseph Strauss) เป็นสนามบินนานาชาติหลักของมิวนิก และเป็นสนามบินที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเยอรมนี รองจากสนามบินนานาชาติแฟรงค์เฟิร์ต (Frankfurt International Airport) ให้บริการเที่ยวบินทั้งภายในและระหว่างประเทศ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองมิวนิกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 28.5 กิโลเมตร เดินทางจากสนามบินสู่ตัวเมืองได้หลายวิธี ได้แก่ รถโดยสารประจำทาง  รถไฟ รถไฟความเร็วสูง S-BAHN รถแท็กซี่ รถลีมูซีน และรถเช่า โดยการเดินทางด้วยรถไฟจะสะดวกและรวดเร็วที่สุด ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที 

 

การเดินทางไปเมืองมิวนิก

 

การเดินทางในเมืองมิวนิก

  • - เครื่องบิน สายการบินแห่งชาติเยอรมนี คือ ลุฟทันซ่า (Lufthansa) โดยมีสนามบินมิวนิกเป็นสนามบินหลัก ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศและภายในประเทศ 
  • - รถไฟใต้ดิน U-Bahn  (Underground) ให้บริการวิ่งในเมืองและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ  มี 8 เส้นทาง ขึ้นต้นด้วย U แล้วตามด้วยเลขประจำสาย
  • - รถไฟชานเมือง S-Bahn (Suburban Trains) เป็นรถไฟที่วิ่งระหว่างเมืองใหญ่ในเยอรมนี สะดวกที่สุดสำหรับการเดินทางในเมือง ให้บริการทั้งระยะสั้นและระยะยาว เชื่อมต่อระหว่างเมืองโดยรอบ ซึ่งมีทั้งระยะวิ่งบนดิน และลงใต้ดิน จอดแค่สถานีหลักๆ มี 8 เส้นทาง ขึ้นต้นด้วย S คือ S1 – S8   
  • - รถไฟข้ามเมืองด่วน ICE (Inter City Express) เป็นการเดินรถไฟความเร็วสูงระหว่างประเทศจากเมืองมิวนิก ไปยังเมืองอื่นๆ ในยุโรป  เช่น  ซูริก (Zrich)  เวียนนา (Vienna) โคเปนเฮเกน (Copenhagen) ปารีส (Paris) อัมสเตอร์ดัม อัมสเตอร์ดัม (Amsterdam) และ บรัสเซลล์ (Brussels)
  • - รถไฟท้องถิ่น IRE (Interregio-Express) เชื่อมต่อระหว่างเมืองเข้าด้วยกัน และจอดรับส่งเฉพาะบางสถานี แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ Regional-Express (RE) เชื่อมต่อกับเส้นทางหลักของเมืองและรถไฟท้องถิ่น S-Bahn ให้บริการตลอดทั้งวัน และ Regional Bahn (RB) ถือเป็นรถไฟหลักของรถไฟท้องถิ่น เชื่อมต่อระหว่างสถานีต่างๆ ทุกสถานี ให้บริการระหว่างแคว้น และเมืองต่างๆ
  • รถราง (Tram) ให้บริการครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ใช้สัญลักษณ์ H วิ่งทุก ๆ 20-30 นาที
  • รถประจำทาง (Bus) มีทั้งสายที่วิ่งตามเส้นทางรถไฟหลัก และสายที่เปิดให้บริการสำหรับบางแห่งที่ไม่สามารถเดินทางด้วยรถไฟได้  สถานีรถประจำทางหลักๆ มักจะตั้งอยู่ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟของแต่ละเมือง
  • แท็กซี่ ทางเลือกการเดินทางแบบเป็นกลุ่มที่ต้องการความสะดวกและเป็นส่วนตัว มีบริการรับ-ส่งจากสนามบินไปยังตัวเมืองและพื้นที่ต่างๆ  ราคาตามมิเตอร์ เริ่มต้นที่ 2.90 ยูโร หรือเรียกใช้บริการผ่านแอพฯ Taxify 
  • รถเช่า ทางเลือกการเดินทางแบบเป็นกลุ่มที่ต้องการความสะดวกและเป็นส่วนตัว เมืองมิวนิกมีบริการรถเช่าจากหลายบริษัทรถเช่าชั้นนำ สามารถติดต่อได้ที่สนามบิน โรงแรมที่พัก และสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ

 

สถานที่เที่ยวสำคัญในเมืองมิวนิก

  1. 1. พระราชวังนิมเฟนเบิร์ก (Nymphenburg Palace) พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นตามพระประสงค์ของ เฟอร์ดินานด์มาเรีย (Ferdinand Maria) และ เฮนเรียตตา อเดลเลด แห่งซาวอย (Henriette Adelaide of Savoy) เจ้าผู้ครองเเคว้นบาวาเรีย เพื่อเป็นพระราชวังฤดูร้อน หลังจากการประสูติของพระราชโอรสนามว่า แม็กซ์ เอมมานูเอล (Max Emanuel) ในช่วงที่เจ้าชายแม็กซ์ เอมมานูเอล ขึ้นครองราชย์ ทรงขยายพระราชวังแห่งนี้ออกไป และมีการตกแต่งในรูปแบบของสถาปัตยกรรมฝรั่งเศส และมีการปรับปรุงเพิ่มเติมเรื่อยมาของกษัตริย์ในยุคต่างๆ แต่เดิมส่วนภายนอกของพระราชวังได้รับการออกแบบในสไตล์บารอก โดดเด่นด้วยสวน Grand Parterre อันหรูหรา มีหงส์ที่ลอยตัวอยู่ใกล้กับน้ำพุและคลองที่อยู่ตรงกลาง ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ได้มีการปรับเปลี่ยนให้เป็นสวนแบบคลาสสิก นับเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่จองตั๋วเครื่องบินไปมิวนิก ไฮไลท์สำคัญของพระราชวังแห่งนี้อยู่ที่ บริเวณเกรทฮอลล์ (Great Hall) ที่ได้รับการตกแต่งอย่างหรูหราและงดงามด้วยภาพวาดประดับเพดาน อีกจุดสำคัญ คือ แกลเลอรี่แห่งหญิงงาม ของกษัตริย์ลุดวิกที่ 1 (King Ludwig I) ซึ่งเป็นคอลเลกชันภาพวาดหญิงงาม 36 คน ซึ่งมีภูมิหลังแตกต่างกันไป พระราชแห่งนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์รถม้า (Carriage Museum) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวกับรถม้าแห่งเดียวของประเทศเยอรมัน ที่มีความวิจิตรดังรถม้าในเทพนิยาย นอกจากนี้มีห้องบรรทมของพระราชินีแคโรไลน์ (Queen Caroline) ที่มีการตกแต่งแบบดั้งเดิม และจัดแสดงของใช้ส่วนพระองค์เมื่อครั้งที่กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 (King Ludwig II) ประสูติ ห้องโถงหิน (Stone Hall) ห้องโถงใหญ่สามชั้นที่ใช้สำหรับต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ที่โดดเด่นด้วยจิตรกรรมฝาผนัง รูปภาพบนเพดาน  
  2.  2. ปราสาทนอยชวานชไตน์ (Neuschwanstein Castle) ปราสาทที่โด่งดังที่สุดในเยอรมนี และงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เป็นต้นแบบของปราสาทเทพนิยาย เจ้าหญิงนิทราที่สวนสนุกดิสนีย์แลนด์ ตัวปราสาทตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์ สร้างขึ้นในช่วงปี 1845–1886 โดยพระบัญชาของกษัตริย์ลุดวิกที่ 2  (King Ludwig II) ผู้โปรดปรานการชมอุปรากรและบทละคร  เพื่อเป็นที่ประทับอย่างสันโดษห่างจากผู้คน และให้ตรงกับบทประพันธ์โอเปราของนักประพันธ์เพลงชาวเยอรมันที่พระองค์หลงใหล และใฝ่ฝันที่จะเชิญมาอยู่ด้วยกันนามว่า  ริชาร์ท วากเนอร์ (Richard Wagner) เรื่องอัศวินหงส์  (Swan Knight Lohengrin)  ปราสาทนอยชวานชไตน์ตั้งอยู่บนหินผาขนาดใหญ่ เหนือแม่น้ำพอลลัท (Pollat) โอบล้อมด้วยธรรมชาติและทิวทัศน์ของป่าเขาลำเนาไพรที่สวยงาม ปราสาทแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมแบบฟื้นฟูกอธิคผสมยุคกลาง ภายในได้รับการตกแต่งตามเรื่องราวในบทประพันธ์ พระองค์ถูกต่อต้านอย่างหนักจากเหล่าขุนนาง กระทั่งถูกปลดออกจากบัลลังก์ ปราสาทหลังนี้ได้รับขนานนามว่า “นอยชวานสไตน์” หลังจากที่กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ได้เสด็จสวรรคตแล้วในปี 1886 และเปิดให้เข้าชมทั้งหมด 14 ห้อง ที่ประดับประดาด้วยภาพวาดเกี่ยวกับตำนานและนิทานพื้นบ้าน  ห้องที่โดดเด่นที่สุด คือห้องราชบังลังก์ (Throne Hall) ห้องสีทองเหลืองอร่ามในศิลปะแบบไบแซนไทน์ ที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เพราะขาดสิ่งสำคัญที่สุดของห้อง คือบัลลังก์นั่นเอง ห้องบรรทมของพระเจ้าลุดวิก สร้างขึ้นในศิลปะแบบกอธิก มีงานแกะสลักไม้อย่างวิจิตรบรรจง ภาพวาดในห้องนี้มาจากอุปรากรเรื่อง สงครามรักสองแผ่นดิน (Tristan and Isolde) ของวากเนอร์  ด้วยพระราชประวัติและรสนิยมบางเรื่อง รวมถึงชะตาชีวิตของกษัตริย์ลุควิคที่ 2 ทำให้ ปีเตอร์ อิลยิช ไชคอฟสกี (Pyotr Ilyich Tchaikovsky) ยอดนักประพันธ์เพลงชาวรัสเซียที่เป็นชายรักชาย นำไปดัดแปลงเป็นบทประพันธ์โอเปราที่แสนสะเทือนใจเรื่อง สวอนเลก (Swan Lake) ที่โด่งดังมาจนถึงทุกวันนี้
  3.  3. จตุรัสมาเรียนพลัทซ์ (Marienplatz) จัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดใจกลางเมืองมิวนิก เดิมมีชื่อว่า ชรันเน่น (Schrannen) ซึ่งเป็นชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อระลึกถึงอิสรภาพจากการรุกรานของสวีเดน ในอดีตพื้นที่นี้เคยเป็นตลาดซึ่งมีชื่อเรียกว่า ตลาดสี่เหลี่ยม จุดเด่นของจัตุรัสนี้คือเสาพระแม่มารีสีทอง (Marien's Column) สร้างขึ้นในปี 1632 สมัยพระเจ้าอีเล็กเตอร์มักซิมิเลียนที่ 1 เพื่อแสดงความขอบคุณต่อพระแม่มารีที่เมืองรอดพ้นจากการถูกโจมตี ตัวเสาทำด้วยหินอ่อนสีแดง ยอดเป็นที่ประทับของพระแม่มารีสีทองอันสง่างาม ซึ่งยืนอยู่บนจันทร์เสี้ยวและอุ้มพระบุตรในอ้อมแขน แต่ละด้านของฐานอนุสาวรีย์มีรูปปั้นเด็กผู้ชายยืนถือโล่และดาบตั้งท่าต่อสู้กับสัตว์ร้ายได้แก่ สิงห์ มังกร และงู อันเป็นสัญญาลักษณ์ของการสิ้นสุดสงคราม โรคระบาด ความอดอยาก และพวกนอกรีตนั่นเอง ซึ่งนอกจากเสาพระนางมารีจะเป็นเสาที่แสดงถึงอิสรภาพแล้วยัง   ถือเป็นเสาหลักเริ่มนับระยะทางจากตัวเมืองมิวนิก จัตุรัสแห่งนี้ยังเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น ตลาดนัด งานดนตรี หรือจุดชุมนุมเฉลิมฉลอง บริเวณรายรอบจัตุรัสยังมีอาคารที่น่าสนใจ เช่น ศาลาว่าการเมืองหลังใหม่ (Neues Rathaus) ที่ตกแต่งอย่างงดงามตามสไตล์โกธิค จุดเด่นคือ หอระฆัง Glockenspiel ที่มีตุ๊กตาออกมาเต้นระบำ เวลา 11 โมงเช้า ในฤดูหนาว และ 5 โมงเย็น ในฤดูร้อน ส่วนศาลากลางหลังเก่าจะมีพิพิธภัณฑ์ของเล่น (Spielzeug Museum) อยู่บนหอคอย ใกล้ๆ กันคือโบสถ์แห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ (Heiliggeistkirche) หรือชื่อในภาษาอังกฤษว่า Church of the Holy Ghost เป็นโบสถ์แนวกอธิกใหญ่โต หลังคาปูด้วยโมเสคสวยงาม ใช้เป็นที่พักอาศัยแก่พระธุดงค์ผู้นับถือพระวิญญาณบริสุทธิ์ สามารถจองตั๋วเครื่องบินไปมิวนิกเพื่อเยี่ยมชมได้ตลอดปี
  4. 4. โรงเบียร์ฮอฟบรอยเฮาส์ (Hofbrauhaus) โรงเบียร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในมิวนิก และเป็นหนึ่งในโรงเบียร์ที่เก่าแก่ที่สุดในเยอรมนี โรงเบียร์อายุกว่า 400 ปี แห่งนี้ ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่จัตุรัสพลาตเซิล (Platzl) ใจกลางเมืองมิวนิก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1589 เพื่อตอบสนองความเบื่อหน่ายของชนชั้นสูงในรสชาติของเบียร์แบบเดิมๆ  ดยุควิลเฮล์มที่ 5 (Wilhelm V) แห่งบาวาเรียน จึงตกลงใจสร้างโรงหมักเบียร์สำหรับผลิตเบียร์ให้กับชนชั้นสูงโดยเฉพาะ และได้เปิดบริการแก่ประชาชนทั่วไปในปี 1828 โรงเบียร์แห่งนี้ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์สำคัญของเยอรมนีอีกด้วย  เคยเป็นที่ประชุมประจำของพรรคนาซี และเคยต้อนรับบุคคลในตำนาน เช่น โวล์ฟกัง อมาดิอุส โมสาร์ท (Wolfgang Amadeus Mozart) หลุยส์ อาร์มสตรอง (Louis Armstrong) วลาดิเมียร์ เลนิน (Vladimir Lenin) ในช่วงที่เขามาอภิปรายให้กับสมาชิกพรรค Bavarian Communist ซึ่งมี อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ (Adolf Hitler) รวมอยู่ด้วย และที่นี่ยังให้การต้อนรับประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาจอห์น เอฟ เคนนาดี้ (John F. Kennedy) และ จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช (George H.W. Bush) อีกด้วย ภายในโรงเบียร์แบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 ส่วน โดยส่วนที่มีชื่อเสียงที่สุด คือโรงเบียร์ (Schwemme) ปัจจุบันไม่ได้ใช้เป็นพื้นที่ผลิตเบียร์แล้ว แต่จัดเป็นโรงแสดงเบียร์แทน เป็นห้องโถงใหญ่ที่จุดคนได้มากกว่า 1,300 คน และมีการแสดงดนตรีสดสไตล์บาวาเรียนทุกวัน ส่วนบริเวณที่นั่งดื่ม (Braustuberl) จะให้บรรยากาศที่ไม่อีกทึกจนเกินไป และหันหน้าออกไปทางจัตุรัสเฟสติวัลฮอล (Festival Hall) โรงจัดเลี้ยงขนาดใหญ่สำหรับจัดการแสดงการเต้นรำพื้นบ้านทุกๆ เย็น    รวมไปถึงลานเบียร์ (Beer Garden) ลานเบียร์ที่เต็มไปด้วยต้นเกาลัดอันร่มรื่น  ไฮไลท์ของฮอฟบรอยเฮาส์ คือ ล็อคเกอร์เก็บแก้วเบียร์ ซึ่งมีจำกัดแค่ประมาณ 400 ที่เท่านั้น ซึ่งจะได้สิทธิ์ในการเก็บแก้วมาจากรุ่นสู่รุ่น แถมยังต้องจ่ายเก็บรักษาเป็นรายปีอีกด้วย 
  5. 5. ทะเลสาบคีมเซ (Lake Chiemsee) เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในบาวาเรีย ห่างจากตัวเมืองมิวนิกเพียง 1ชั่วโมง โดยมี“หมู่บ้านปรีน”เป็นหมู่บ้านชาวประมงขนาดใหญ่ที่อยู่คู่ทะเลสาบ และมีท่าเรือที่จะล่องเรือชมทะเลสาบ รวมถึงไปยังเกาะกลางทะเลสาบ 2 เกาะ เพื่อชมพระราชวังโบราณอันสวยงาม เกาะแรกคือ เกาะแฮร์เรนอินเซล (Herreninsel) ที่แปลว่า“เกาะผู้ชาย” เป็นที่ตั้งของปราสาทแฮร์เรนคีมเซ (Royal Castle of Herrenchiemsee) ปราสาทหลังที่ 3 ของกษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ผู้มีความนิยมชมชอบในตัวพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศสมาก จึงสร้างพระราชวังนี้ให้สวยงามประหนึ่งพระราชวังแวร์ซายส์ (Palace of Versailles) แต่หรูหราวิจิตรกว่าและทันสมัยกว่า เช่น มีระบบน้ำประปา น้ำพุ ห้องน้ำ และระบบทำน้ำร้อนในอ่างอาบน้ำด้วย ภายในพระราชวังจะได้เห็นความอลังการของห้องบรรทม ห้องทรงงาน ห้องเสวยที่มีโคมระย้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก และที่โดดเด่นที่สุดคือ ห้องกระจก (The Hall of Mirrors) ที่งามสะดุดตาด้วยศิลปะรอกโคโค ที่แสนวิจิตรด้วยทองและผ้าแพรหลากสีสัน ภายนอกปราสาทมีสนามหญ้าสวนดอกไม้สวยหลากพันธุ์ และเชื่อมด้วยคลองขนาดใหญ่ ขนาบข้างด้วยสนามหญ้าและน้ำพุแบบฝรั่งเศส แต่น่าเสียดายที่ห้อง 50 – 70 ห้องในพระราชวังแห่งนี้สร้างและตกแต่งไม่เสร็จสมบูรณ์ในยุคของพระองค์ เนื่องจากกษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ได้สวรรคตไปก่อน บนเกาะแห่งนี้ยังป็นที่ตั้งของ พระราชวังเก่า (Old palace) หรือ Augustinian Monastery Herrenchiemsee ซึ่งเป็นทั้งอารามเก่าและพระราชวัง ที่ประทับของกษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ขณะก่อสร้างปราสาทแฮร์เรนคีมเซ จากนั้นล่องเรือไปยังเกาะเฟราเวนอินเซล (Fraueninsel) หรือเกาะผู้หญิง เพราะเป็นที่ตั้งของสำนักชีนิกายเบเนดิกทีน Frauenchiemsee Monastery  และมีหมู่บ้านชาวประมงอยู่ด้วย ซึ่งที่นี่จะมีอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยวที่จองตั๋วเครื่องบินไปมิวนิกด้วย

 

เทศกาลสำคัญมิวนิก

  1. 1. เทศกาลเบียร์เยอรมัน (Oktoberfest) เทศกาลเบียร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก มีประวัติยาวนานกว่า 200 ปี โดยจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อ 12 ตุลาคม ค.ศ. 1810 ในพิธีอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าชายลุดวิกที่ 1 (King Ludwig I) และเจ้าหญิงเทเรซา (Princess Theresa) มีชาวเมืองมิวนิกมาร่วมเฉลิมฉลองต่อเนื่อง ปิดท้ายด้วยการจัดการแข่งม้าในวันที่ 17 ตุลาคม เพื่ออวยพรให้คู่บ่าวสาว ต่อมาการจัดเทศกาลนี้กลายเป็นงานประจำปีที่มีงานแสดงต่างๆ มาเพิ่มสีสันให้กับงาน โดยจัดขึ้นเป็นเวลา 16 วัน บริเวณเทเรเซียนวีเซอร์ (Theresienwiese) ลานกว้างกลางเมืองติดกับสถานีรถไฟใต้ดิน บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยเครื่องเล่น และเต็นท์ร้านค้าต่างๆ ซึ่งมีทั้งเต็นท์เบียร์ ร้านจำหน่ายอาหาร และของที่ระลึก โดยมีเต็นท์เบียร์ขนาดใหญ่กว่า 14 เต็นท์ โดยมีเบียร์ให้เลือกทั้งหมด 6 ชนิดได้แก่ Spaten, Hofbrau, Paulaner, Hacker-Pschorr, Augustiner  และ Lowenbrau พร้อมด้วยอาหารเยอรมันขึ้นชื่อ เช่น ไก่ย่างเนย (Wiesn-Hendl) ไส้กรอกเยอรมัน (Bratwurst) และขาหมูเยอรมัน (Knuckles of pork) และขนมปังขิง (Gingerbeard) นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมบันเทิงอีกมากมาย เช่น ขบวนพาเหรด การเต้นรำและการแสดงดนตรีสด จองตั๋วเครื่องบินไปมิวนิกเพื่อร่วมเทศกาลได้ในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคมของทุกปี
  2.  2. เทศกาลฤดูใบไม้ผลิ (Spring Festival) เทศกาลต้อนรับฤดูใบไม้ผลิที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น ลิตเติ้ลอ็อกโทเบอร์เฟสต์ (Little Oktoberfest) หรือ Kleine Wiesn ในภาษาเยอรมัน แถมยังจัดงาน ณ บริเวณเทเรเซียนวีเซอร์ (Theresienwiese) สถานที่เดียวกับเทศกาล Oktoberfest อันแสนคึกคัก เพียงแต่เทศกาลต้อนรับฤดูใบไม้ผลินี้จะให้บรรยากาศสบายๆ กว่า ผู้คนไม่พลุกพล่านเท่า เปิดโอกาสให้ได้ทำความรู้จักดนตรีพื้นเมือง อาหารเครื่องดื่ม และวัฒนธรรมเยอรมันดั้งเดิม วันเปิดเทศกาลเต็มไปด้วยความสนุกสนานของขบวนพาเหรด และการยิงปืนใหญ่ (Boellerschuetzen) นอกจากเต็นท์เบียร์ที่มีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ เช่น Augustiner, Paulaner, Weissbier, Pils และ Fruhlingswiesnbier เบียร์สูตรขึ้นชื่อที่หมักบ่มพิเศษเฉพาะเทศกาลนี้เท่านั้น ยังมีกิจกรรมสนุกๆ ให้ร่วมมากมาย ไม่ว่าจะเป็นขบวนพาเหรด ตลาดนัด เกมและดนตรี การจุดพลุและดอกไม้ไฟ หรือแม้แต่เต็นท์เบียร์ฟรีในวันแรกของเทศกาล  ดึงดูดผู้คนมากมายให้มาเยี่ยมเยียน และเหมาะสำหรับคนรักการดื่มเบียร์เป็นที่สุด จองตั๋เครื่องบินไปมิวนิกเพื่อร่วมงานได้ในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคมของทุกปี
  3. 3. เทศกาลคาร์นิวัล (Karneval) ชาวเยอรมันส่วนใหญ่นิยมเรียกชื่อเทศกาลนี้ว่า ฟาซชิง (Fasching) จัดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม - เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นประเพณีสำคัญของชาวคริสต์ สำหรับระยะเวลาของการจัดงานในช่วง 40 วัน นั้นแตกต่างกันไปตามความเชื่อและประเพณีของแต่ละท้องถิ่นทั่วประเทศ สัญลักษณ์ของงานที่เห็นได้ชัดเจนเหมือนๆ กัน คือ การแต่งกายแฟนซีสีสันฉูดฉาด ออกมาร่วมขบวนแห่ เดินร้องรำทำเพลงไปตามท้องถนน เคล้าคลอด้วยเสียงดนตรีสนุกๆ เป็นงานที่มีบรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนาน และยังมีการแจกขนมผู้ที่มารอชมด้วย ช่วงเวลาที่สนุกสนานที่สุดของงานคืองานปาร์ตี้ นับเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลกให้จองตั๋วเครื่องบินไปมิวนิก  

 

เคล็ดลับการเดินทางไปมิวนิก 

  • - เวลาของมิวนิกช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม ส่วนในช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนเมษายนถึงตุลาคม เวลาจะช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง
  • - ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการจองตั๋วเครื่องบินไปมิวนิก คือ เดือนพฤษภาคมถึงกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศกำลังสบาย ไม่หนาวไม่ร้อนเกินไปสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย
  • - ราคาที่พักในช่วงเทศกาลเบียร์อ็อกโทเบอร์เฟสต์ (Oktoberfest) จะสูงกว่าปกติ 2 – 3 เท่า และต้องจองล่วงหน้าเพื่อรับประกันความผิดหวัง
  • - ตั๋ว Group Day Ticket เหมาะสำหรับผู้ที่เดินทางเป็นกลุ่ม มีให้เลือกซื้อทั้งแบบ 1 วันราคาเริ่มต้น 11.70 ยูโร และ 3 วัน ราคาเริ่มต้น 27.10 ยูโร สามารถใช้ได้สูงสุดผู้ใหญ่ จำนวน 5 คน  
  • - City Tour Card เป็นตั๋วที่สามารถเดินทางภายในเมืองมิวนิกได้ไม่จำกัด และใช้เป็นส่วนลดค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ได้ถึง 70 แห่ง มีทั้งแบบคนเดียวและเป็นกลุ่ม และมีให้เลือกจำนวนวันท่องเที่ยวสูงสุดถึง 4 วัน ราคาเริ่มต้น 10.90 ยูโร
  • - ไส้กรอกเยอรมันอันโด่งดัง มีให้เลือกหลากหลายชนิด และมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น ไส้กรอกขาว (Weisswurst) ไส้กรอกหมู (Bockwurst) ไส้กรอกหมูทอด (Bratwurat) ไส้กรอกตับ (Leberwurst) ไส้กรอกย่างผงกะหรี่ (Currywurst) และไส้กรอกเลือด (Blutwurat)
  • - การเข้าชมภายในปราสาทแฮร์เรนคีมเซ ต้องซื้อทัวร์เพื่อเข้าชมเท่านั้น โดยมีไกด์พาเดินชมเป็นเวลาประมาณ 35 นาที และเปิดให้เข้าชมทั้งหมด 14 ห้อง  
  • - มิวนิกของสวรรค์ของนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรม เฉพาะใจกลางเมืองก็มีพิพิธภัณฑ์ถึง 16 แห่ง และสถานที่จัดแสดงงานศิลปะถึง 40 แห่งด้วยกัน ค่าเข้าชมในวันอาทิตย์จะถูกกว่าวันธรรมดามาก

สายการบินพันธมิตร

สายการบินพันธมิตรทั้งในและระหว่างประเทศ

เราร่วมมือกับสายการบินต่างๆ ทั่วโลก เพื่อรองรับทุกจดหมายปลายทางที่คุณต้องการ

พันธมิตรผู้ให้บริการชำระเงิน

เราร่วมมือกับผู้ให้บริการชำระเงินที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้คุณมั่นใจว่าการชำระเงินของคุณสะดวกและปลอดภัย
Getting To and From the Airport
Finding a ride to or from the airport in Munich can be a challenge. Luckily, now you can book your airport transport in advance with the Traveloka app. Partnering only with trusted transportation providers, we ensure your airport trip to be worry-free. Take a look at our various transport options and find one that best suits your needs.

เส้นทางยอดนิยม

ต้องการความช่วยเหลือ?