หากจองห้องแบบซูพีเรียร์ ห้องจะอยู่ชั้นล่างสุดของตึกที่ติดริมบ่อน้ำ ณ วันที่เข้าพักในคืนแรก เราได้ห้องพักหมายเลข 41 สภาพห้องค่อนข้างเก่าและควรได้รับการซ่อมแซมอย่างรุนแรง ทั้งกระจกในห้องน้ำที่เก่า มีคราบสีดำๆเป็นจุดๆ ฝักบัวและแกนฝักบัวไม่สะอาด มีราขึ้นเป็นสีเขียวๆ มีคราบสกปรกในห้องน้ำ ข้างๆโถชักโครก อีกทั้งฝักบัวไม่สามารถล็อกให้สูงหรือกำหนดทิศทางได้ ไม่มีน้ำอุ่น ขณะเข้าพักพบแมลงสาบในห้องพัก 1 ตัวดิ้นอยู่ใกล้กับตู้เสื้อผ้า จิ้งจก 1 ตัว มีขี้แมลงสาบอยู่บนชั้นวางที่ติดกับแอร์ และมีแมลงเล่นไฟที่เข้ามาในห้องเมื่อเปิดไฟสีเหลืองหน้าตู้เสื้อผ้า ขอยืนยันว่าสิ่งที่ได้พบมาเป็นเรื่องจริง และอยากให้โรงแรมปรับปรุงเรื่องนี้โดยด่วนค่ะ สาเหตุหลักที่จิ้งจกกับแมลงเข้าห้องพักได้เนื่องจากห้องพักติดริมน้ำ และประตูกระจกที่กั้นระหว่างห้องกับที่นั่งพักด้านนอกเป็นประตูกระจกในห้องน้ำ ซึ่งมีขนาดไม่พอดีกับช่องประตู มีช่องว่างระหว่างประตูกับขอบประตู ทำให้สัตว์ลอดเข้ามาในห้องพักได้ ทางแก้ไขคือเราต้องนำผ้าเช็ดตัวผืนเล็กมาอุดรอยเหล่านั้นแทน จากประสบการณ์การพักกับห้องหมายเลข 41 ขอสรุป ณ ที่นี้ว่า แย่มาก และราคาไม่สมเหตุสมผลกับที่จ่ายค่าห้องไปในราคา 4,000 กว่าบาทต่อคืน ซึ่งหลังจากคืนแรกผ่านไป เรารับไม่ได้กับห้องพักนี้เพราะจองมา 2 คืน ในคืนที่ 2 จึงขออัปเกรดห้องเป็นห้องสวีตแทน ซึ่งต้องจ่ายสตางค์เพิ่ม ในคืนที่ 2 ได้พักห้องสวีตหมายเลข 12 ซึ่งประสบการณ์ต่างกันราวฟ้ากับดิน ห้อง 12 นี้จะอยู่ที่ตึกใหญ่ชั้น 2 ตึกที่กินอาหารเช้า มี วิวทะเลเกือบ 180 องศา ห้องแยกเป็น ห้องรับแขกกับห้องนอน ซึ่งวิวห้องสวยมากๆ สภาพห้องดีมากๆ อารมณ์เหมือนตกนรกและพามาขึ้นสวรรค์ พนักงานในแผนกอาหารเช้าน่ารักทุกคน อาหารอร่อยใช้ได้ค่ะ สรุป หากใครต้องการพักที่นี่ แนะนำว่าจองห้องสวีตหรือดีลักซ์ไปเลย หากคุณเป็นคนไม่ชอบนอนชั้นล่างหรือใต้ดินของตึก แนะนำว่าสวีตเลยค่ะ ทั้งนี้ ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ทราเวลโลก้า ใจเย็น ช่วยเจรจาและทำให้การพักผ่อนในครั้งนี้ไม่รู้สึกแย่หรือตราตรึงไปตลอดชีวิตค่ะ สรุป คือไม่ได้เกลียดโรงแรมนี้นะคะ หากมีโอกาสจะไปพักอีกค่ะ แต่จะไม่เอาห้องซูพีเรียร์แน่นอนค่ะ