เที่ยวสุดฟินกับ 20 เมืองในยุโรปที่ต้องไปซักครั้งในชีวิต

รวม 20 เมืองในยุโรปที่ต้องไปสักครั้งในชีวิต พร้อมข้อมูลการเดินทาง ฤดูกาลที่เหมาะกับการเที่ยว และที่พักแนะนำ วางแผนทริปยุโรปครั้งแรกให้ง่ายขึ้น
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 12 นาที
ที่เที่ยวยุโรป มีที่ไหนบ้าง

เราจึงได้รวบรวม 20 เมืองในยุโรปที่น่าไปเที่ยวให้ได้สักครั้งในชีวิต ครอบคลุมทั้งเมืองหลวงสุดคลาสสิกอย่างปารีสและลอนดอน ไปจนถึงเมืองรองที่สวยไม่แพ้กันอย่างซาลซ์บูร์กและอินเทอร์ลาเคน พร้อมข้อมูลการเดินทางจากกรุงเทพฯ ช่วงเวลาที่เหมาะกับการไปเที่ยวแต่ละประเทศ และที่พักแนะนำ เพื่อให้แพลนทริปยุโรปครั้งแรก หรือครั้งต่อ ๆ ไปของคุณง่ายขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบ

Discover Flights With Traveloka

Wed, 4 Nov 2026

Etihad

กรุงเทพ (BKK) ไป ซูริค (ZRH)

เริ่มจาก THB 9,759.91

Mon, 2 Nov 2026

Air India

กรุงเทพ (BKK) ไป ซูริค (ZRH)

เริ่มจาก THB 9,913.76

Sun, 1 Nov 2026

Air India

ภูเก็ต (HKT) ไป ซูริค (ZRH)

เริ่มจาก THB 9,949.87

Quick Summary

20 เมืองในยุโรป: รวมเมืองเด่นจาก 11 ประเทศ ตั้งแต่ปารีส โรม เวนิส ไปจนถึงเมืองรองอย่างซาลซ์บูร์กและอินเทอร์ลาเคน ครบทุกสไตล์ทั้งเมืองประวัติศาสตร์ เมืองศิลปะ และเมืองธรรมชาติ
การเดินทางจากกรุงเทพฯ: สรุปสายการบิน ช่วงราคาตั๋วเฉลี่ย เวลาบิน และสนามบินหลักของแต่ละประเทศ เพื่อวางแผนงบและเวลาให้เหมาะกับทริป
ฤดูกาลที่เหมาะกับการเที่ยว: แนะนำช่วงเวลาที่ดีที่สุดของแต่ละประเทศ พร้อมเหตุผลว่าทำไมควรไปช่วงนั้น เพื่อเจอสภาพอากาศและบรรยากาศที่คุ้มค่าที่สุด
ที่พักแนะนำ: คัดที่พัก 5 แห่งปัง ๆ ที่จองผ่าน Traveloka ได้ เหมาะกับทริปยุโรปหลายเมือง เช่น Novotel Paris Centre Tour Eiffel , The Z Hotel Trafalgar , ibis Milano Centro , Mercure Amsterdam City Hotel , ibis Lisboa Centro Liberdade
FAQ: ตอบคำถามที่คนมักสงสัยก่อนเที่ยวยุโรป เช่น ควรไปกี่วัน ขอวีซ่ายังไง เที่ยวยุโรปครั้งแรกควรเริ่มจากประเทศไหน

20 เมืองน่าเที่ยวในยุโรป

1. ปารีส (ฝรั่งเศส)

เที่ยวยุโรปทั้งทีคงหนีไม่พ้นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นและศิลปะอย่างปารีส ที่มีหอไอเฟลเป็นแลนด์มาร์กที่ไม่มีใครไม่รู้จัก พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ก็เป็นอีกจุดที่ควรค่าแก่การมาเที่ยวเพราะของสะสมเก่าแก่เยอะมาก ๆ จนดูวันเดียวไม่หมด นอกจากนี้ยังมีมหาวิหารน็อทร์-ดาม ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de Triomphe) และถนนช็องเซลีเซ่ (Avenue des Champs-Élysées) ที่เดินช้อปปิ้งได้เพลินๆ เทคนิคประหยัดเวลาคือซื้อ Paris Museum Pass ล่วงหน้า จะได้ไม่ต้องต่อคิวหน้าแต่ละสถานที่ ที่เที่ยวปารีสเหมาะกับคนที่ชอบเดินเที่ยวแบบชิล ๆ นั่งจิบกาแฟร้านริมถนน แล้วปล่อยให้บรรยากาศเมืองปล่อยใจไป ใครที่ชอบงานศิลปะและสถาปัตยกรรมคลาสสิกห้ามพลาดเด็ดขาด

2. นีซ (ฝรั่งเศส)

ถ้าเบื่อความวุ่นวายของปารีสแล้วอยากได้บรรยากาศทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นีซคือคำตอบ เมืองริมชายฝั่งเฟรนช์ริเวียร่านี้มีจุดเด่นคือ Promenade des Anglais ถนนเลียบชายหาดที่เดินหรือปั่นจักรยานชมวิวทะเลได้ทั้งวัน ตัวเมืองเก่า (Vieux Nice) ก็น่าเดินสำรวจ ตรอกซอกซอยแคบๆ เต็มไปด้วยร้านอาหารและตลาดสดที่ขายของท้องถิ่น มุมที่คนไม่ค่อยพูดถึงคือ Castle Hill จุดชมวิวเมืองและทะเลที่สวยตอนพระอาทิตย์ตก การเที่ยวนีซยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับต่อรถไฟไปโมนาโกหรือเมืองอื่นๆ ในริเวียร่าได้สะดวก อากาศที่นี่อบอุ่นเกือบทั้งปี เหมาะกับคนที่อยากพักผ่อนแบบชิล ๆ ไม่รีบเร่ง ผสมกับการเดินเที่ยวเมืองเก่าและนั่งเล่นชายหาดสลับกันไป

3. โรม (อิตาลี)

เมืองหลวงของอิตาลีที่รวมประวัติศาสตร์นับพันปีไว้ในที่เดียว ถ้ามาเที่ยวโรมแล้วต้องบอกว่าโคลอสเซียมคือสิ่งที่ห้ามพลาด เพราะขนาดจริงยิ่งใหญ่กว่าที่เห็นในรูปมาก ๆ ! แนะนำจองตั๋วล่วงหน้า ใกล้กัน ๆ มีฟอรัมโรมันและเขาพาลาทิโนที่เดินต่อกันได้ในทริปเดียว ส่วนนครวาติกันซึ่งอยู่ในตัวเมืองโรมก็ไม่ควรพลาด ทั้งมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์และพิพิธภัณฑ์วาติกันที่มีเพดานโบสถ์ซิสทีนอันโด่งดัง ตอนเย็นแนะนำให้เดินไปที่น้ำพุเทรวี โยนเหรียญตามความเชื่อแล้วเดินต่อไปยังบันไดสเปน บรรยากาศคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวทั่วโลก อาหารอิตาเลียนแท้ ๆ ในโรมก็ถือเป็นไฮไลต์ที่ไม่ควรมองข้าม โรมเหมาะกับคนที่สนใจประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมโบราณ ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 3 วันเต็มเพื่อเที่ยวได้ครบ

4. เวนิส (อิตาลี)

เมืองที่ไม่เหมือนใครในโลก เพราะมีคลองน้ำตัดผ่านทั่วเมือง จัตุรัสซานมาร์โกคือใจกลางเมืองที่มีทั้งมหาวิหารซานมาร์โกและพระราชวังดอจ (Doge's Palace)ให้ชม และถึงแม้ค่าล่องเรือกอนโดล่าจะราคาโหด แต่หลายคนก็บอกว่าคุ้มค่าประสบการณ์และคอนเทนต์ที่ได้มาก ๆ ถ้าอยากประหยัดกว่านั้นเลือกนั่งเรือ vaporetto (เรือโดยสารสาธารณะ) แทนได้ ล่องผ่านแกรนด์คาแนลก็สวยไม่แพ้กัน เกาะบูราโนที่อยู่ใกล้ๆ ก็ควรแวะไปเดินเล่น เพราะบ้านเรือนทาสีสันสดใสสวยสุด ๆ เวนิสเป็นเมืองที่เดินหลงทางได้ง่ายแต่ก็สนุกไปอีกแบบ เพราะตรอกเล็ก ๆ แต่ละซอยมักซ่อนร้านกาแฟหรือร้านขายหน้ากากเวนิสแบบดั้งเดิมไว้ด้วย เหมาะกับคนที่อยากได้ทริปแปลกตาไม่เหมือนเมืองไหนในยุโรป

5. ฟลอเรนซ์ (อิตาลี)

เมืองต้นกำเนิดยุคเรอเนสซองส์ที่ศิลปินระดับโลกอย่างมีเกลันเจโลและดาวินชีเคยสร้างผลงานไว้ที่นี่ จุดที่พลาดไม่ได้เลยคือมหาวิหารฟลอเรนซ์ (Florence Cathedral) โดมสีแดงที่มองเห็นได้จากทุกมุมเมือง ใครมีแรงเดินขึ้นบันไดกว่า 400 ขั้นไปจุดชมวิวบนโดมจะเห็นวิวเมืองฟลอเรนซ์ทั้งเมือง หอศิลป์อุฟฟิซิเป็นอีกที่ที่รวมงานศิลปะยุคเรอเนสซองส์ไว้มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แนะนำให้เดินข้ามสะพาน Ponte Vecchio ตอนเช้าตรู่ เพราะคนยังไม่พลุกพล่าน ถ่ายรูปได้สวยกว่าช่วงกลางวันอีกนะ ฟลอเรนซ์ยังเป็นเมืองที่ปังที่สุดสำหรับทริปชมไร่องุ่นในแคว้นทัสคานีด้วย เหมาะกับคนที่หลงใหลงานศิลปะ สถาปัตยกรรม และอยากสัมผัสบรรยากาศอิตาลีแบบดั้งเดิม

6. มิลาน (อิตาลี)

เมืองแฟชั่นระดับโลกที่ผสมผสานความคลาสสิกกับความแกลมได้ลงตัว มหาวิหารมิลาน (Duomo di Milano) คือแลนด์มาร์กหลักที่มีสถาปัตยกรรมกอทิกสวยงามละเอียดทุกซอกมุม ใกล้ ๆ กันมี Galleria Vittorio Emanuele II ห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ที่ตกแต่งด้วยกระจกโดมจึ้ง ๆ เหมาะกับการเดินช้อปปิ้งแบรนด์หรูหรือแค่เดินชมสถาปัตยกรรมก็ฟินแล้ว ดาดฟ้าของมหาวิหารมิลานเปิดให้ขึ้นชมได้ด้วย วิวเมืองสวยมากโดยเฉพาะช่วงเย็น มิลานยังเหมาะเป็นจุดพักก่อนต่อรถไฟไปเมืองอื่นในอิตาลีตอนเหนือ เพราะระบบขนส่งสะดวก เหมาะกับคนที่สนใจแฟชั่น ดีไซน์ และอยากได้ทริปที่ผสมทั้งวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์เมืองหลวงเข้าด้วยกัน

7. บาร์เซโลนา (สเปน)

เมืองที่งานสถาปัตยกรรมของอันโตนี เกาดี (Antoni Gaudí) เปลี่ยนหน้าตาเมืองทั้งเมืองให้กลายเป็นงานศิลปะ มหาวิหารซากราดา ฟามิเลีย คือสิ่งก่อสร้างที่ยังสร้างไม่เสร็จมานานกว่าร้อยปีแต่สวยจนต้องจองตั๋วล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ สวนกูเอล (Park Güell) ก็เป็นอีกผลงานของเกาดีที่ควรไปเดินเล่น ถ้ามองเมืองจากมุมสูง คุณจะได้เห็นโมเสกสีสันสดใส สวยจนต้องอัปไอจีรัวๆ ถนน La Rambla ใจกลางเมืองคึกคักตลอดวันด้วยร้านค้าและนักแสดงข้างถนน ส่วนย่าน Gothic Quarter เดินเข้าไปแล้วเหมือนย้อนเวลากลับไปยุคกลาง สุดท้ายนี้ เราแนะนำให้ไปชายหาด Barceloneta ตอนเย็นสักวัน นั่งกินอาหารทะเลริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแบบชิล ๆ บาร์เซโลนาเหมาะกับคนที่ชอบทั้งศิลปะ ประวัติศาสตร์ และบรรยากาศทะเลในทริปเดียว

8. มาดริด (สเปน)

เมืองหลวงของสเปนที่เต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์ระดับโลก โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์ปราโดที่เก็บงานศิลปะยุโรปคลาสสิกไว้มากมาย พระราชวังหลวงมาดริดก็สวยงามอลังการ เปิดให้เข้าชมภายในได้บางส่วน จัตุรัส Plaza Mayor ใจกลางเมืองเป็นจุดนัดพบยอดนิยมที่ล้อมรอบด้วยร้านอาหารและคาเฟ่ ตอนเย็นแนะนำให้ไปเดินสวน Retiro Park สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่คนท้องถิ่นมาปิกนิกและพายเรือกัน นอกจากนั้น ที่เที่ยวมาดริดยังมีวัฒนธรรมทาปาสที่ควรลองสักครั้ง เดินชิมของว่างเล็กๆ ตามบาร์ต่าง ๆ ไปเรื่อย ๆ ถือเป็นวิธีเที่ยวแบบคนท้องถิ่นจริง ๆ

9. ลิสบอน (โปรตุเกส)

เมืองหลวงริมทะเลที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ทำให้แทบทุกมุมมีจุดชมวิวสวย ๆ ให้แวะถ่ายรูป ย่าน Alfama เป็นย่านเก่าแก่ที่สุดของเมือง เดินขึ้นลงตรอกแคบๆ ฟังเสียงเพลง Fado จากร้านอาหารท้องถิ่นไปด้วยเป็นประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหน รถราง Tram 28 สายคลาสสิกก็เป็นวิธีเที่ยวชมเมืองที่สนุกและราคาไม่แพง หอคอยเบเลงและอนุสาวรีย์ดิสคัฟเวอรีส์ริมแม่น้ำเตโจก็เป็นจุดที่ควรแวะ พร้อมลองทานทาร์ตไข่ต้นตำรับที่ร้าน Pastéis de Belém ใกล้ ๆ กัน ที่เที่ยวลิสบอนยังเป็นเมืองที่ค่าครองชีพถูกกว่าเมืองหลวงยุโรปอื่น ๆ อีกด้วยเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวยุโรปแบบคุ้มค่า ได้ทั้งวัฒนธรรม วิว และอาหารอร่อยในงบที่จับต้องได้

10. อัมสเตอร์ดัม (เนเธอร์แลนด์)

เมืองแห่งคลองที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามแบบยุโรปเหนือ การนั่งเรือล่องคลองชมบ้านเรือนริมน้ำเป็นกิจกรรมที่แทบทุกคนที่มาต้องทำ พิพิธภัณฑ์ Van Gogh และ Rijksmuseum เป็นสองที่ที่คนรักศิลปะไม่ควรพลาด! ย่าน Jordaan เดินเล่นสบาย ๆ เต็มไปด้วยร้านกาแฟและร้านขายของวินเทจน่ารัก ๆ ถ้ามีเวลาแนะนำให้ปั่นจักรยานเที่ยวเมือง เพราะเลนจักรยานที่นี่สะดวกและปลอดภัยมาก เป็นวิธีเที่ยวแบบคนท้องถิ่นจริง ๆ อัมสเตอร์ดัมยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับทริปเดย์ทริปไปหมู่บ้านกังหันลม Zaanse Schans หรือทุ่งดอกทิวลิปในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เหมาะกับคนที่ชอบเมืองเก๋ ๆ มีเสน่ห์แบบยุโรปเหนือ และชอบกิจกรรมกลางแจ้ง

11. เบอร์ลิน (เยอรมนี)

เมืองหลวงเยอรมนีที่เต็มไปด้วยร่องรอยประวัติศาสตร์สงครามเย็น กำแพงเบอร์ลินที่เหลืออยู่ (East Side Gallery) กลายเป็นแกลเลอรีกลางแจ้งที่มีงานกราฟฟิตีจากศิลปินทั่วโลก ประตูบรันเดนบวร์กก็เป็นแลนด์มาร์กที่ต้องแวะถ่ายรูป พิพิธภัณฑ์เกาะ (Museum Island) รวมพิพิธภัณฑ์ระดับโลกไว้ในที่เดียว เหมาะกับคนที่ชอบเดินดูของสะสมทั้งวัน ที่เที่ยวเบอร์ลินยังมีวัฒนธรรมสตรีทฟู้ดและตลาดนัดที่คึกคักทุกสุดสัปดาห์ แนะนำให้ลองเดินย่าน Kreuzberg ตอนกลางคืน เพราะเป็นย่านที่มีชีวิตชีวาด้วยบาร์และร้านอาหารหลากสัญชาติ เบอร์ลินเหมาะกับคนที่สนใจประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ศิลปะร่วมสมัย และบรรยากาศที่เที่ยวเยอรมนีที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนเมืองหลวงยุโรปอื่น

12. มิวนิก (เยอรมนี)

เมืองหลวงแคว้นบาวาเรียที่ผสมความคลาสสิกแบบเยอรมันกับไลฟ์สไตล์สบาย ๆ จัตุรัส Marienplatz ใจกลางเมืองมีศาลาว่าการเมืองสไตล์กอทิกที่มีนาฬิกาไขลานให้ชมโชว์ตามเวลา สวน English Garden เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่คนท้องถิ่นมานั่งเล่น ปิกนิก หรือแม้แต่เล่นโต้คลื่นแม่น้ำกัน ที่เที่ยวมิวนิกยังเป็นเมืองต้นตำรับเบียร์เยอรมัน ร้าน Hofbräuhaus เบียร์ฮอลล์เก่าแก่เป็นที่ที่ควรลองบรรยากาศสักครั้ง ถ้ามาช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นตุลาคมจะได้เจอเทศกาล Oktoberfest ที่คึกคักที่สุดของเมือง มิวนิกยังเป็นเมืองที่ดีสำหรับทริป 1 วันไปปราสาท Neuschwanstein เหมาะกับคนที่ชอบผสมวัฒนธรรม ธรรมชาติ และบรรยากาศสบาย ๆ 

13. ปราก (สาธารณรัฐเช็ก)

ที่เที่ยวปรากเป็นเมืองที่ได้ฉายาว่า “เมืองแห่งปราสาทร้อยยอด” เพราะสถาปัตยกรรมโบราณที่แทบไม่ถูกทำลายจากสงครามโลก ปราสาทปรากบนเนินเขาคือจุดชมวิวเมืองที่สวยที่สุดจุดหนึ่งของยุโรป สะพานชาร์ลส์ที่ข้ามแม่น้ำวัลตาวาก็เต็มไปด้วยรูปปั้นและศิลปินข้างถนนให้เดินชมยามเช้าตรู่ก่อนคนเยอะ จัตุรัสเมืองเก่า (Old Town Square) มีนาฬิกาดาราศาสตร์เก่าแก่ที่มีโชว์ทุกชั่วโมง แนะนำให้เดินขึ้นไปยังย่าน Lesser Town ตอนเย็น เพราะบรรยากาศเงียบสงบกว่าฝั่งเมืองเก่าแต่วิวสวยไม่แพ้กัน ปรากยังเป็นเมืองที่ค่าครองชีพถูกกว่ายุโรปตะวันตกมาก เหมาะกับคนที่อยากได้ทริปยุโรปสไตล์เทพนิยายในงบประหยัด

14. เวียนนา (ออสเตรีย)

เมืองหลวงแห่งดนตรีคลาสสิกที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านของโมสาร์ทและเบโธเฟน พระราชวังเชินบรุนน์ (Schönbrunn Palace) คือแลนด์มาร์กหลักที่มีทั้งพระราชวังและสวนขนาดใหญ่ให้เดินเล่นทั้งวัน มหาวิหารเซนต์สตีเฟนใจกลางเมืองก็สวยงามทั้งภายในและภายนอก ตอนเย็นแนะนำให้ไปฟังคอนเสิร์ตดนตรีคลาสสิกสักรอบ เพราะเป็นประสบการณ์ที่เข้ากับบรรยากาศเมืองมาก ๆ ที่เที่ยวเวียนนายังมีวัฒนธรรมคาเฟ่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกด้วยนะ การนั่งจิบกาแฟพร้อมเค้ก Sachertorte ต้นตำรับถือเป็นกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด สวนสนุก Prater ก็เป็นอีกจุดที่มีชิงช้าสวรรค์เก่าแก่ให้ขึ้นชมวิวเมือง

15. ซาลซ์บูร์ก (ออสเตรีย)

เมืองเล็กๆ ที่เป็นบ้านเกิดของโมสาร์ท และเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ The Sound of Music ตัวเมืองเก่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกเดินได้ทั่วถึงภายในไม่กี่ชั่วโมง ป้อมปราการ Hohensalzburg บนเนินเขาเป็นจุดชมวิวเมืองที่สวยที่สุดสามารถขึ้นได้ทั้งเดินและนั่งกระเช้า มุมที่คนไม่ค่อยพูดถึงคือการเดินข้ามแม่น้ำ Salzach ตอนพลบค่ำ เพราะแสงไฟสะท้อนน้ำสวยปังมาก ซาลซ์บูร์กยังเป็นจุดแวะที่ดีระหว่างเดินทางจากมิวนิกไปเวียนนา เหมาะกับคนที่ชอบเมืองเล็ก ๆ บรรยากาศดี ไม่วุ่นวาย และอยากสัมผัสเสน่ห์ออสเตรียแบบดั้งเดิม

16. ซูริก (สวิตเซอร์แลนด์)

เมืองที่ใหญ่ที่สุดของที่เที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ริมทะเลสาบซูริกที่น้ำใสจนมองเห็นพื้นทะเลสาบ ย่านเมืองเก่า Altstadt เดินเล่นสบายๆ เต็มไปด้วยร้านค้าและโบสถ์เก่าแก่ โบสถ์ Grossmünster ที่มีหอคอยคู่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองก็ควรแวะขึ้นไปชมวิว แนะนำให้เดินเล่นริมทะเลสาบตอนเย็น เพราะคนท้องถิ่นมักมานั่งพักผ่อนหรือว่ายน้ำในทะเลสาบกัน ซูริกอาจไม่ได้มีแลนด์มาร์กเยอะเท่าเมืองอื่น แต่บรรยากาศเมืองที่สะอาด เป็นระเบียบ และวิวภูเขาแอลป์ไกล ๆ ก็ทำให้หลายคนหลงรัก ซูริกยังเป็นจุดศูนย์กลางการเดินทางที่ดีสำหรับต่อรถไฟไปเที่ยวเมืองอื่นในสวิตเซอร์แลนด์ เหมาะกับคนที่ชอบธรรมชาติ ความสงบ และอยากพักผ่อนแบบชิล ๆ

17. อินเทอร์ลาเคน (สวิตเซอร์แลนด์)

เมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบสองแห่ง ล้อมรอบด้วยเทือกเขาแอลป์ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จุดหมายหลักของคนมาที่นี่คือการขึ้นรถไฟไปยอดเขา Jungfraujoch ที่ได้ฉายาว่าหลังคายุโรป เพราะเป็นสถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป มองเห็นธารน้ำแข็งและวิวหิมะตลอดปี ใครที่ชอบกิจกรรมผจญภัยก็มีทั้งพาราไกลดิ้ง เดินป่า และปั่นจักรยานเสือภูเขาให้เลือกเยอะ อินเทอร์ลาเคนเหมาะกับคนที่รักธรรมชาติ ภูเขา และอยากได้ทริปที่หลุดจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ไปเต็ม ๆ

18. ลอนดอน (สหราชอาณาจักร)

เมืองหลวงของอังกฤษที่ผสมความคลาสสิกกับความทันสมัยได้ลงตัว บิ๊กเบนและ london eye เป็นภาพจำแรกที่นึกถึง พิพิธภัณฑ์ระดับโลกอย่าง British Museum และ National Gallery ก็เข้าชมฟรีทั้งคู่ พระราชวังบักกิงแฮมก็ควรแวะไปดูพิธีเปลี่ยนเวรทหารรักษาการณ์ตอนสาย ย่าน Camden Town และ Notting Hill เดินเล่นสนุกด้วยตลาดนัดและบ้านสีสันสดใส แนะนำให้ซื้อบัตร Oyster Card ตั้งแต่วันแรก เพราะรถไฟใต้ดินที่นี่ครอบคลุมทุกจุดและประหยัดกว่าซื้อตั๋วเที่ยวเดียว โดยรวมแล้วลอนดอนเหมาะกับคนที่ชอบเมืองใหญ่ครบเครื่อง ทั้งประวัติศาสตร์ ศิลปะ และไลฟ์สไตล์เมืองหลวงชิค ๆ 

19. เอดินบะระ (สหราชอาณาจักร)

เมืองหลวงของสกอตแลนด์ที่มีปราสาทเอดินบะระตั้งอยู่บนหน้าผาหินใจกลางเมือง มองเห็นได้จากแทบทุกมุม ถนน Royal Mile เชื่อมระหว่างปราสาทกับพระราชวัง Holyroodhouse เต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึกและผับเก่าแก่ เมืองเก่า (Old Town) มีตรอกซอกซอยลึกลับที่เรียกว่า Close ให้เดินสำรวจ บางเส้นทางว่ากันว่าเป็นแรงบันดาลใจให้กับนิยายแฮร์รี่ พอตเตอร์ด้วยนะ! จากที่ไปมา แนะนำให้เดินขึ้นเขา Arthur's Seat ตอนเช้า เพราะวิวเมืองทั้งเมืองจากด้านบนสวยมากและไม่ต้องเสียค่าเข้า เอดินบะระยังมีเทศกาล Fringe Festival ช่วงเดือนสิงหาคมที่คึกคักที่สุดในรอบปี เหมาะกับคนที่ชอบประวัติศาสตร์ เรื่องลี้ลับ และบรรยากาศเมืองเก่าแบบยุโรปเหนือ

20. โคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก)

เมืองหลวงเดนมาร์กที่ขึ้นชื่อเรื่องดีไซน์และความสุขของคนในเมือง ท่าเรือ Nyhavn ที่มีบ้านเรือนสีสันสดใสเรียงรายริมคลองคือจุดถ่ายรูปที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมือง รูปปั้นเงือกน้อยริมทะเลก็เป็นแลนด์มาร์กที่ต้องแวะแม้จะเดินไกลสักหน่อย โคเปนเฮเกนเป็นเมืองที่เหมาะกับการปั่นจักรยานที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพราะเลนจักรยานครอบคลุมทั่วเมืองและคนท้องถิ่นใช้จริงในชีวิตประจำวัน สวนสนุก Tivoli Gardens ใจกลางเมืองก็เป็นสวนสนุกเก่าแก่ที่สวยทั้งกลางวันและกลางคืน โคเปนเฮเกนเหมาะกับคนที่ชอบดีไซน์ ความมินิมอล และบรรยากาศเมืองที่ชิล ๆ เงียบสงบแบบสแกนดิเนเวีย

การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปเที่ยวยุโรป 11 ประเทศ

ประเทศ

สายการบิน

ช่วงราคาเฉลี่ย (THB)

เวลาเดินทาง

สนามบินหลัก

ฝรั่งเศสThai Airways, Air France28,000-45,000~11-12 ชม. (บินตรง)ปารีส ชาร์ล เดอ โกล (CDG)
อิตาลีEmirates, Qatar Airways, Turkish Airlines30,000-50,000~14-17 ชม. (ต่อเครื่อง)โรม ฟิอูมิชิโน (FCO), มิลาน มัลเปนซา (MXP)
สเปนQatar Airways, Turkish Airlines32,000-50,000~15-18 ชม. (ต่อเครื่อง)มาดริด บาราคัส (MAD)
โปรตุเกสTurkish Airlines, Qatar Airways35,000-55,000~17-20 ชม. (ต่อเครื่อง)ลิสบอน (LIS)
เนเธอร์แลนด์KLM30,000-48,000~11-12 ชม. (บินตรง)อัมสเตอร์ดัม สคิปโฮล (AMS)
เยอรมนีThai Airways, Lufthansa28,000-45,000~10-11 ชม. (บินตรง)มิวนิก (MUC), แฟรงก์เฟิร์ต (FRA)
สาธารณรัฐเช็กQatar Airways, Emirates30,000-48,000~14-16 ชม. (ต่อเครื่อง)ปราก (PRG)
ออสเตรียEVA Air, Emirates30,000-48,000~12-15 ชม. (ต่อเครื่อง)เวียนนา (VIE)
สวิตเซอร์แลนด์Swiss International, Thai Airways32,000-50,000~11-12 ชม. (บินตรง)ซูริก (ZRH)
สหราชอาณาจักรThai Airways, EVA Air28,000-48,000~11-12 ชม. (บินตรง)ลอนดอน ฮีทโธรว์ (LHR)
เดนมาร์กTurkish Airlines, SAS32,000-50,000~14-17 ชม. (ต่อเครื่อง)โคเปนเฮเกน (CPH)

*ราคาและเวลาเดินทางเป็นช่วงโดยประมาณ ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาจองและโปรโมชั่น ควรเช็กราคาจริงก่อนวางแผนทริป

ฤดูกาลที่เหมาะกับการเที่ยวยุโรป 11 ประเทศ

ประเทศ

ฤดูแนะนำ

ช่วงเวลา

เหตุผลที่ควรไป

ฝรั่งเศสใบไม้ผลิ-ต้นฤดูร้อนเม.ย.-มิ.ย.อากาศอบอุ่นสบาย สวนดอกไม้บาน คนไม่แน่นเท่าหน้าร้อน
อิตาลีใบไม้ผลิ, ต้นฤดูใบไม้ร่วงเม.ย.-มิ.ย., ก.ย.-ต.ค.อากาศไม่ร้อนจัด นักท่องเที่ยวน้อยกว่าหน้าร้อน
สเปนใบไม้ผลิ, ใบไม้ร่วงมี.ค.-พ.ค., ก.ย.-พ.ย.หลีกเลี่ยงความร้อนจัดของหน้าร้อน อากาศเดินเที่ยวสบาย
โปรตุเกสใบไม้ผลิ, ต้นฤดูใบไม้ร่วงมี.ค.-มิ.ย., ก.ย.-ต.ค.แดดดีแต่ไม่ร้อนเกิน เหมาะเดินเมืองและเที่ยวชายฝั่ง
เนเธอร์แลนด์ใบไม้ผลิเม.ย.-พ.ค.ทุ่งดอกทิวลิปบานเต็มที่ อากาศเริ่มอุ่นขึ้น
เยอรมนีฤดูร้อนพ.ค.-ก.ย.อากาศอบอุ่น เหมาะเดินเที่ยวกลางแจ้ง ปลาย ก.ย. มีเทศกาล Oktoberfest
สาธารณรัฐเช็กใบไม้ผลิ, ต้นฤดูใบไม้ร่วงเม.ย.-มิ.ย., ก.ย.-ต.ค.อากาศเย็นสบาย เมืองเก่าดูสวยในแสงนุ่มๆ
ออสเตรียฤดูร้อนพ.ค.-ก.ย.เหมาะเดินชมเมืองและสวน ถ้าชอบหิมะให้ไปช่วง ธ.ค.-ก.พ. แทน
สวิตเซอร์แลนด์ฤดูร้อนมิ.ย.-ก.ย.เหมาะเดินเขาและชมวิวเทือกเขาแอลป์แบบไม่มีหิมะปิดทาง
สหราชอาณาจักรฤดูร้อนพ.ค.-ก.ย.ฝนน้อยกว่าช่วงอื่น อากาศอุ่นและวันยาวขึ้น
เดนมาร์กฤดูร้อนพ.ค.-ส.ค.วันยาว อากาศอบอุ่น เหมาะปั่นจักรยานและเดินเที่ยวกลางแจ้ง

ที่พักแนะนำ

1. Novotel Paris Centre Tour Eiffel (ปารีส)

Novotel Paris Centre Tour Eiffel (ปารีส)
Novotel Paris Centre Tour Eiffel (ปารีส)
Novotel Paris Centre Tour Eiffel (ปารีส)
Novotel Paris Centre Tour Eiffel (ปารีส)

+2

Novotel Paris Centre Tour Eiffel (ปารีส)

เหมาะกับ: ครอบครัว / สายพักในเมือง / คนที่อยากพักใกล้หอไอเฟล

Novotel Paris Centre Tour Eiffel ตั้งอยู่ในย่าน 15 เขตของปารีส เดินไปหอไอเฟลได้ในระยะไม่ไกลและอยู่ใกล้สถานีรถไฟใต้ดินสาย Métro ทำให้ต่อรถไปแลนด์มาร์กอื่นอย่างลูฟร์หรือช็องเซลีเซ่ได้สะดวก จุดเด่นคือห้องพักมีขนาดกว้างกว่ามาตรฐานโรงแรมปารีสทั่วไป เหมาะกับครอบครัวหรือคนที่เดินทางพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ มีห้องอาหารและบาร์ในตัวโรงแรม ไม่ต้องเดินออกไปหาที่กินไกลตอนดึก

France

โรงแรมโนโวเทล ปารีส เซ็นเตอร์ ทัวร์ไอเฟล

8.2/10

•

โวจีราร์

THB 25,659.03

2. Ibis Milano Centro (มิลาน)

Ibis Milano Centro (มิลาน)
Ibis Milano Centro (มิลาน)
Ibis Milano Centro (มิลาน)
Ibis Milano Centro (มิลาน)

+2

Ibis Milano Centro (มิลาน)

เหมาะกับ: สายประหยัด / กลุ่มเพื่อน / สายเดินเที่ยว

ibis Milano Centro ตั้งอยู่ใกล้สถานี Milano Centrale และสถานีรถไฟใต้ดิน Piazza della Repubblica ห่างจากมหาวิหารมิลานประมาณ 2 กิโลเมตร นั่งรถไฟใต้ดินหรือเดินได้ไม่นาน จุดเด่นคือทำเลที่เดินทางสะดวกทั้งจากสนามบินและไปต่อรถไฟยังเมืองอื่นในอิตาลี เพราะอยู่ใกล้สถานีรถไฟหลักของเมือง ห้องพักดีไซน์เรียบง่ายทันสมัยตามมาตรฐานเชน ibis มีที่จอดรถ ห้องประชุม บาร์ และร้านอาหารในตัวโรงแรม ราคาต่อคืนอยู่ในระดับที่จับต้องได้เมื่อเทียบกับโรงแรมใจกลางเมืองที่อยู่ติดมหาวิหารโดยตรง 

Italy

ไอบิส มิลาโนเช็นโตร

8.1/10

•

เมืองมิลาน

THB 4,503.38

3. The Z Hotel Trafalgar (ลอนดอน)

The Z Hotel Trafalgar (ลอนดอน)
The Z Hotel Trafalgar (ลอนดอน)
The Z Hotel Trafalgar (ลอนดอน)
The Z Hotel Trafalgar (ลอนดอน)

+2

The Z Hotel Trafalgar (ลอนดอน)

เหมาะกับ: คนที่อยากพักใจกลางลอนดอน / สายเที่ยวคนเดียว / สายลุย

The Z Hotel Trafalgar ตั้งอยู่ใกล้จัตุรัส Trafalgar Square ในย่าน Covent Garden เดินไปบิ๊กเบน National Gallery และย่านโรงละคร West End ได้ในไม่กี่นาที จุดเด่นคือคะแนนรีวิวสูงในกลุ่มโรงแรมราคากลางของลอนดอน ห้องพักแม้จะมีขนาดกะทัดรัดตามสไตล์โรงแรมใจกลางลอนดอน แต่ออกแบบให้ใช้พื้นที่คุ้มค่าและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ

United-kingdom

โรงแรม เดอะ แซด ทราฟัลการ์

8.8/10

•

ซิตีออฟเวสต์มินสเตอร์

THB 4,310.07

4. Mercure Amsterdam Centre Canal District (อัมสเตอร์ดัม)

Mercure Amsterdam Centre Canal District (อัมสเตอร์ดัม)
Mercure Amsterdam Centre Canal District (อัมสเตอร์ดัม)
Mercure Amsterdam Centre Canal District (อัมสเตอร์ดัม)
Mercure Amsterdam Centre Canal District (อัมสเตอร์ดัม)

+2

Mercure Amsterdam Centre Canal District (อัมสเตอร์ดัม)

เหมาะกับ: คนที่อยากพักใกล้คลอง / คู่รัก / สายชิล

Mercure Amsterdam City Hotel ตั้งอยู่ในย่าน Nine Streets ริมคลองด้านนอกของ Canal Ring แม้เป็นเชนโรงแรมแต่ปรับปรุงจากอาคารเก่าแก่หลายหลังต่อกัน ทำให้มีกลิ่นอายบูทีกมากกว่าโรงแรมเชนทั่วไป เดินเที่ยวย่านร้านค้าและร้านกาแฟใน Nine Streets ได้ทันที และเดินต่อไปย่าน Jordaan หรือ Anne Frank House ได้ในระยะไม่ไกล ห้องพักตกแต่งหลายโทนสี มีทีวีจอแบนและมินิบาร์ บรรยากาศเงียบสงบกว่าโรงแรมที่อยู่ใจกลางย่านท่องเที่ยวหลัก เหมาะกับคนที่อยากพักผ่อนแบบไม่พลุกพล่านแต่ยังเดินเข้าเมืองได้สะดวก 

Netherlands

โรงแรมเมอร์เคียว อัมสเตอร์ดัม ซิตี้

8.6/10

•

โอสท์

THB 4,342.10

5. ibis Lisboa Centro Liberdade (ลิสบอน)

ibis Lisboa Centro Liberdade (ลิสบอน)
ibis Lisboa Centro Liberdade (ลิสบอน)
ibis Lisboa Centro Liberdade (ลิสบอน)
ibis Lisboa Centro Liberdade (ลิสบอน)
ibis Lisboa Centro Liberdade (ลิสบอน)

เหมาะกับ: สายประหยัด / คนที่อยากพักย่านเมือง / สายช้อป

ibis Lisboa Centro Liberdade ตั้งอยู่ใกล้ย่าน Avenida da Liberdade และสถานีรถไฟใต้ดิน Rato เดินทางเข้าย่านเมืองเก่า Baixa และ Rossio ได้ไม่ไกล จุดเด่นคือทำเลที่อยู่กึ่งกลางระหว่างย่านช้อปปิ้งสมัยใหม่บนถนน Avenida da Liberdade กับย่านเมืองเก่าที่เป็นจุดท่องเที่ยวหลัก ห้องพักขนาดกะทัดรัด ตกแต่งเรียบง่ายทันสมัย มีระบบกันเสียงดีตามมาตรฐานเชน ibis มีบริการอาหารเช้าบุฟเฟต์และบาร์ในตัวโรงแรม ราคาต่อคืนอยู่ในระดับย่อมเยาซึ่งเป็นจุดเด่นของลิสบอนอยู่แล้วเมื่อเทียบกับเมืองหลวงยุโรปตะวันตกอื่น 

Portugal

ibis Lisboa Centro Liberdade

8.8/10

•

เซามาเมเด

THB 3,664.30

FAQ

เที่ยวยุโรป 20 เมืองนี้ต้องใช้เวลากี่วัน?

ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวไทยมักเลือกโฟกัส 2-3 ประเทศต่อทริป ใช้เวลาประมาณ 10-14 วันต่อครั้งจะสมดุลระหว่างเวลาและงบประมาณมากกว่า

คนไทยเที่ยวยุโรปต้องขอวีซ่าไหม?

ประเทศในกลุ่มเชงเก้น (ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี เช็ก ออสเตรีย สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก) ต้องขอวีซ่าเชงเก้นก่อนเดินทาง ส่วนสหราชอาณาจักรมีระบบวีซ่าแยกต่างหาก ต้องเช็กเงื่อนไขล่าสุดก่อนวางแผนเสมอ

เที่ยวยุโรปครั้งแรกควรเริ่มจากประเทศไหน?

ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปนเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับมือใหม่ เพราะมีแลนด์มาร์กที่คุ้นตา ระบบขนส่งสาธารณะสะดวก และมีคนไทยไปเที่ยวเยอะจนหาข้อมูลได้ง่าย

เดือนไหนตั๋วเครื่องบินไปยุโรปถูกที่สุด?

ช่วงมกราคม-กุมภาพันธ์ และพฤศจิกายน (นอกฤดูท่องเที่ยว) มักมีราคาตั๋วถูกกว่าช่วงหน้าร้อนหรือเทศกาลคริสต์มาสอย่างเห็นได้ชัด แนะนำจองล่วงหน้า 3-6 เดือนเพื่อราคาที่ดีที่สุด

เที่ยวยุโรปหลายประเทศในทริปเดียวเดินทางยังไงให้คุ้ม?

รถไฟความเร็วสูงและสายการบินต้นทุนต่ำในยุโรปเชื่อมต่อเมืองใหญ่ได้สะดวกและราคาย่อมเยา บัตร Eurail Pass ก็เป็นตัวเลือกที่คุ้มถ้าวางแผนเดินทางข้ามประเทศบ่อย

ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมแพลนเที่ยวกับ Traveloka! ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ อิตาลี

กรุงโรม

Italy

เมืองมิลาน

Italy

ซิซิลี

Italy

ทัสกานี

Italy
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร