
ถ้าใครฝันอยากเห็นแสงเหนือท่ามกลางหมู่ดาวและกลางท้องฟ้ายามค่ำคืน หรืออยากรู้ว่าดวงอาทิตย์เที่ยงคืน (Midnight Sun) หน้าตาเป็นยังไง เราขอแนะนำว่าต้องมาเที่ยว “ทรอมโซ่” เมืองเล็ก ๆ กลางอาร์กติกเซอร์เคิลแห่งนี้มีทั้งภูเขา ทะเล ฟยอร์ด และวัฒนธรรมซามิดั้งเดิมผสมผสานกันอย่างลงตัว จนได้ชื่อว่าเป็น "ประตูสู่อาร์กติก" ของที่เที่ยวนอร์เวย์
ทรอมโซ่ไม่ใช่แค่หนึ่งในเมืองสแกนดิเนเวียทางผ่านสำหรับคนที่อยากล่าแสงเหนืออย่างเดียว แต่ตัวเมืองเองก็มีเสน่ห์พอให้เดินเล่นได้ทั้งวัน ตั้งแต่บ้านไม้สีพาสเทลอายุร้อยปี ไปจนถึงร้านกาแฟริมท่าเรือที่มองเห็นภูเขาหิมะเป็นฉากหลังสุดอลัง บทความนี้รวบรวม 12 ที่เที่ยวและกิจกรรม วิธีเดินทาง ที่พัก และเคล็ดลับที่ควรรู้ก่อนไปเที่ยวทรอมโซ่ไว้ให้ครบ อ่านจบแล้วจองไฟล์ทไปทรอมโซ่และจองที่พักในทรอมโซ่กับ Traveloka เลย!
Sat, 31 Oct 2026

Norse Atlantic Airways
กรุงเทพ (BKK) ไป ออสโล (OSL)
เริ่มจาก THB 7,160.14
Tue, 13 Oct 2026

การบินไทย
กรุงเทพ (BKK) ไป ออสโล (OSL)
เริ่มจาก THB 15,215.95
Wed, 21 Oct 2026

การบินไทย
กรุงเทพ (BKK) ไป ออสโล (OSL)
เริ่มจาก THB 15,329.97
Credit: Fjellheisen
นั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นสู่ยอดเขา Storsteinen ที่ความสูง 420 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เพื่อชมวิวเมือง ทะเล และฟยอร์ดแบบพาโนรามา 360 องศา ในช่วงฤดูหนาวที่นี่เป็นจุดชมแสงเหนือ (Northern Lights) ที่ปังไม่ไหว ส่วนฤดูร้อนก็เป็นจุดชมพระอาทิตย์เที่ยงคืน (Midnight Sun) เทคนิคประหยัดเวลาคือขึ้นไปช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก จะได้เห็นทั้งวิวกลางวันและแสงเหนือในทริปเดียว ด้านบนมีร้านกาแฟเล็ก ๆ ให้นั่งอุ่นตัวระหว่างรอฟ้ามืดด้วยนะ แนะนำให้ซื้อตั๋วล่วงหน้ากับเว็บไซต์ของเค้าเลยจ้า
มหาวิหารอาร์กติกคือโบสถ์ดีไซน์ล้ำยุคที่สร้างจำลองรูปทรงของภูเขาน้ำแข็ง (Icebergs) และกระท่อมชาวบ้าน ไฮไลท์คือกระจกสีบานใหญ่ด้านหน้าที่สะท้อนแสงแดดได้อย่างงดงาม ตัวอาคารตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามใจกลางเมือง มองเห็นได้ชัดจากริมน้ำ ช่วงค่ำบางวันจะมีคอนเสิร์ตออร์แกนเล็ก ๆ จัดขึ้นภายในโบสถ์ด้วยนะ
หนึ่งในโบสถ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนอร์เวย์! ถ้าเทียบกับเมืองอื่น ๆ ในยุโรปก็คงไม่อลังเท่า แต่ที่นี่ก็เป็นโบสถ์ที่สวยแบบคลาสสิก ไม่เอะอะ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง รายล้อมด้วยสถาปัตยกรรมไม้เก่าแก่ เดินจากท่าเรือมาไม่กี่นาทีก็ถึงแล้ว เหมาะเก็บภาพระหว่างเดินเล่นย่านช้อปปิ้ง Storgata เพราะอยู่ในเส้นทางเดียวกันพอดี
Credit: Fjellheisen
ยอดเขาเดียวกับที่กระเช้า Fjellheisen พาขึ้นไป แต่สำหรับคนที่อยากได้ความท้าทายเพิ่ม สามารถเดินเทรลขึ้นเขาเองได้ ใช้เวลาประมาณ 1-1.5 ชั่วโมงจากจุดเริ่มต้นใกล้สถานีกระเช้า เส้นทางค่อนข้างชันแต่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์พิเศษอะไร บีกินเนอร์ก็เดินได้ ด้านบนเป็นจุดชมวิวพาโนรามา ชมได้หมดไม่ว่าจะเป็นวิวตัวเมือง แสงเหนือ หรือพระอาทิตย์เที่ยงคืน ใครอยากประหยัดค่ากระเช้าหรืออยากออกกำลังกาย ควรใส่รองเท้าเดินป่าและเช็กสภาพอากาศก่อนออกเดินเสมอ
ทะเลสาบเล็ก ๆ บนจุดสูงสุดของเกาะ Tromsøya มีเส้นทางเดินรอบทะเลสาบระยะทางประมาณ 1.7 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินเบา ๆ ราว 30-45 นาที เป็นจุดชมแสงเหนือยอดนิยมของคนในพื้นที่เพราะอยู่ใกล้เมืองแต่แสงไฟรบกวนน้อยกว่าจุดอื่น เดินจากใจกลางเมืองขึ้นเนินมาประมาณ 30 นาที หรือนั่งรถบัสสาย 28 หรือ 40 ก็ถึง ช่วงฤดูหนาวทะเลสาบจะกลายเป็นลานสเก็ตน้ำแข็งธรรมชาติ เหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศเงียบสงบห่างจากแสงไฟในเมือง
ร้านแมคโดนัลด์ที่อยู่เหนือสุดในโลก! เปิดตัวในปี 2024 ตั้งอยู่ใจกลางเมืองบนถนน Storgata กลายเป็นจุดถ่ายรูปแปลกใหม่ที่นักท่องเที่ยวแวะเช็กอินกันเป็นประจำ เมนูหลักไม่ต่างจากแมคโดนัลด์ทั่วไปมากนัก แต่บรรยากาศร้านกว้างขวางกว่าปกติ รองรับได้ถึง 140 ที่นั่ง เหมาะกับคนที่อยากลองกินอาหารฟาสต์ฟู้ดในบรรยากาศเหนือสุดของโลก หรือแค่อยากถ่ายรูปคู่ป้ายเก็บไว้เป็นที่ระลึก
ร้านฮอทดอกเล็ก ๆ กลางเมืองอายุกว่า 100 ปี ได้ชื่อว่าเป็นบาร์ที่เล็กที่สุดในนอร์เวย์ เดิมเป็นแผงขายหนังสือพิมพ์รูปทรงจรวดที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1911 ก่อนเปลี่ยนมาขายฮอทดอกและกลายเป็นร้านในตำนานที่นักท่องเที่ยวต้องมาต่อคิวชิม เมนูเด่นคือฮอทดอกไส้กวางเรนเดียร์ ราดหัวบีทรูทและหอมเจียว ตั้งอยู่บนถนน Storgata ใจกลางเมือง เดินถึงได้จากแทบทุกจุดสำคัญ เหมาะเป็นจุดแวะพักกินของว่างอุ่น ๆ ระหว่างเดินเที่ยวเมือง แต่ราคาก็แอบแรงเอาเรื่อง!
Credit : visittromso
แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์การดักสัตว์และการสำรวจขั้วโลกเหนือของนักเดินทางชื่อดังในอดีต ตั้งอยู่ในอาคารไม้เก่าริมท่าเรือ ภายในจัดแสดงเรื่องราวของนักสำรวจอย่าง Roald Amundsen ไปจนถึงชีวิตของนักล่าสัตว์ในยุคขั้วโลก เหมาะกับคนชอบประวัติศาสตร์และอยากเข้าใจว่าทำไมทรอมโซ่ถึงเป็นเมืองต้นทางของการสำรวจอาร์กติก
Credit : billett.polaria.no
อาคารรูปทรงบล็อกน้ำแข็งล้มคว่ำที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ภายในมีโรงภาพยนตร์พาโนรามาฉายความมหัศจรรย์ของหมู่เกาะสฟาลบาร์ และจุดไฮไลท์คือการชมอุโมงค์แมวน้ำเครา (Bearded Seals) ที่ว่ายวนไปมาให้ดูใกล้ ๆ หรือถ้าใครมีบัตเจตหน่อย เค้ามีกิจกรรม Ice to meet you กระทบไหล่น้องแมวน้ำเซเลบใกล้ ๆ แบบในรูปด้วยนะ! เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็กและพาน้อง ๆ มาฟินกับสัตว์น่ารัก ๆ
สะพานเหล็กโค้งความยาวกว่า 1 กิโลเมตรที่เชื่อมเกาะ Tromsøya ใจกลางเมืองเข้ากับแผ่นดินใหญ่ฝั่งที่ตั้งของมหาวิหารอาร์กติก ถือเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางวิศวกรรมของเมืองและเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม เพราะมองเห็นทั้งตัวเมือง ท่าเรือ และมหาวิหารอาร์กติกอยู่ในเฟรมเดียวกัน เดินข้ามสะพานจากใจกลางเมืองไปมหาวิหารใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที เหมาะเป็นเส้นทางเดินเล่นยามเย็นสำหรับคนที่อยากได้ภาพมุมกว้างของทรอมโซ่
พิพิธภัณฑ์ศิลปะประจำภูมิภาคทางเหนือของนอร์เวย์ ตั้งอยู่ในอาคารเก่าที่เคยเป็นที่ทำการไปรษณีย์และสถานีตำรวจ ภายในเก็บสะสมผลงานศิลปะกว่า 2,000 ชิ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 จนถึงปัจจุบัน รวมถึงงานศิลปะของชาวซามิพื้นเมือง เหมาะกับคนที่อยากเห็นมุมมองศิลปะและวัฒนธรรมของภูมิภาคอาร์กติกผ่านสายตาศิลปิน ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินถึงได้จากท่าเรือและย่านช้อปปิ้งไม่กี่นาที
Credit : visittromso
พิพิธภัณฑ์โทรลล์แห่งแรกและแห่งเดียวในนอร์เวย์ นำเสนอตำนานพื้นบ้านสแกนดิเนเวียผ่านเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) แบ่งเป็นสองโซนหลักคือ "เส้นทางโทรลล์" และ "บ้านโทรลล์ทะเล" ภายในมีทั้งงานฝีมือทำมือและโมเดลดิจิทัลให้เดินชม พร้อมมุมห้องสมุดและห้องเล่นสำหรับเด็ก เหมาะกับครอบครัวและคนที่อยากรู้จักวัฒนธรรมพื้นบ้านนอร์เวย์แบบสนุกสนาน ใช้เวลาเที่ยวประมาณ 1 ชั่วโมง ตั้งอยู่ใกล้ท่าเรือ เดินถึงง่าย
กิจกรรมหลักในช่วงเดือนกันยายนถึงมีนาคม มีทั้งทัวร์นั่งรถมินิบัสออกนอกเมืองเพื่อหาจุดที่ท้องฟ้าเปิด หรือจะเลือกล่องเรือคาตามารันชมแสงเหนือจากกลางทะเลก็โรแมนติกไม่แพ้กัน ควรเผื่อเที่ยวหลายคืนเพราะแสงเหนือขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ไม่มีการันตี 100% รู้ว่าเสี่ยงแต่คงต้องขอลอง
สนุกสนานกับการนั่งเลื่อนหิมะที่ลากโดยฝูงสุนัขฮัสกี้อารมณ์ดีผ่านป่าสนและทุ่งหิมะรอบเมือง กิจกรรมนี้มีให้เลือกทั้งแบบนั่งชมวิวเฉย ๆ ให้ไกด์ขับ หรือแบบลงมือขับเลื่อนเอง (Mush Your Own Dog Sled) สำหรับคนที่อยากสัมผัสประสบการณ์แบบเต็มตัว ก่อนออกเดินทางจะได้เรียนรู้วิธีดูแลและทำความรู้จักกับสุนัขที่ฟาร์มก่อน เหมาะกับทุกวัยแต่ควรใส่เสื้อผ้ากันหนาวหลายชั้น เพราะกิจกรรมจัดในพื้นที่เปิดโล่งกลางป่านานหลายชั่วโมง
กิจกรรมเฉพาะในช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน-มกราคม) โดยนั่งเรือไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมออกไปชมวาฬขนาดยักษ์กลางฟยอร์ดอาร์กติก เหมาะกับคนที่ทนหนาวได้นานเพราะทริปมักใช้เวลา 3-5 ชั่วโมงกลางทะเล เหนื่อยแต่คุ่มค่าที่จะลองนะ
กิจกรรมที่มักจัดควบคู่กับการไปเที่ยวแคมป์ชาวซามิ (Sami Camp) เปิดโอกาสให้สัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของชนพื้นเมืองอาร์กติก พร้อมเปิดประสบการณ์ให้อาหารกวางเรนเดียร์อย่างใกล้ชิดในบรรยากาศกระท่อมกลางป่าหิมะ บางแคมป์ยังมีการเล่าเรื่องราววัฒนธรรมซามิ ดนตรีพื้นเมือง (Joik) และเครื่องดื่มอุ่น ๆ ให้ลองชิมระหว่างทริปด้วย เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กเล็กและคนที่อยากเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นแบบใกล้ชิด
ทริปขับสโนว์โมบิลฝ่าหิมะเข้าไปในป่าอาร์กติกที่ยังไม่มีถนนตัดผ่าน ส่วนใหญ่จัดที่ Camp Tamok ห่างจากตัวเมืองประมาณ 1 ชั่วโมง มีให้เลือกทั้งรอบกลางวันและรอบเย็นที่มักตามด้วยการล่าแสงเหนือในตัว ก่อนออกเดินทางไกด์จะสอนขับและติดวิทยุสื่อสารให้ทุกคัน เหมาะกับคนที่ชอบกิจกรรมลุย ๆ และอยากเห็นวิวหิมะในมุมที่ทัวร์รถบัสทั่วไปเข้าไม่ถึง เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ท้าทายและได้อะดรีนาลีนมากที่สุดของทริปทรอมโซ่
ทรอมโซ่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ อยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลขึ้นไป ในเขต Troms และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาร์กติกของนอร์เวย์ ตัวเมืองตั้งอยู่บนเกาะ Tromsøya เชื่อมกับแผ่นดินใหญ่ด้วยสะพาน Tromsø Bridge รายล้อมด้วยภูเขาและฟยอร์ด ทำให้วิวรอบเมืองสวยงามตลอดทั้งปี สนามบิน Tromsø Airport (Langnes) อยู่ห่างจากใจกลางเมืองเพียงประมาณ 4-5 กิโลเมตร ทำให้เดินทางเข้าเมืองสะดวกไม่ว่าจะนั่งแท็กซี่ รถบัส Airport Express หรือแม้แต่เดินเท้าจากบางโรงแรมที่อยู่ใกล้สนามบิน ส่วนใหญ่คนมักจะเที่ยวออสโลก่อนแล้วค่อยบินมาเที่ยวทรอมโซ่ ด้วยทำเลที่อยู่เหนือสุดของยุโรป ทรอมโซ่จึงเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับคนที่อยากล่าแสงเหนือแบบเข้าถึงง่ายกว่าการไปสฟาลบาร์หรือกรีนแลนด์
จุดเด่นที่ทำให้ทรอมโซ่แตกต่างจากเมืองอื่นในยุโรปเหนือคือการเป็นเมืองที่เข้าถึงอาร์กติกได้ง่ายที่สุดแห่งหนึ่ง มีสนามบินนานาชาติในตัว ไม่ต้องต่อรถหรือเรือไกลเหมือนจุดหมายอาร์กติกอื่น ๆ ตัวเมืองยังผสมผสานความทันสมัยกับวัฒนธรรมพื้นเมืองซามิได้อย่างลงตัว เดินไม่กี่นาทีก็เจอทั้งร้านกาแฟชิค ๆ สไตล์สแกนดิเนเวียนและแคมป์ชนเผ่าดั้งเดิม
นอกจากนี้ ทรอมโซ่ยังมีข้อได้เปรียบเรื่องสภาพอากาศที่ไม่หนาวจัดเท่าที่คิด เพราะได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีม ทำให้อุณหภูมิในฤดูหนาวไม่ได้ต่ำสุดขั้วเหมือนเมืองอาร์กติกอื่นที่ละติจูดใกล้เคียงกัน จุดเด่นอีกอย่างคือช่วงกลางคืนฤดูหนาวที่ยาวนาน ทำให้โอกาสเห็นแสงเหนือสูงกว่าหลายเมืองในยุโรป และในฤดูร้อนก็กลับกันคือมีพระอาทิตย์เที่ยงคืนให้เที่ยวได้ยาวทั้งวันทั้งคืน
เหมาะกับ: สายประหยัด / สายเที่ยวคนเดียว / คนที่เน้นทำเลใจกลางเมือง
Comfort Hotel Xpress Tromso เป็นโรงแรมสไตล์ประหยัดใจกลางเมือง ตั้งอยู่ติดกับมหาวิหารทรอมโซและย่านช้อปปิ้ง Storgata เดินไม่กี่นาทีก็ถึงท่าเรือและร้านอาหารหลายแห่ง ห้องพักออกแบบเรียบง่ายทันสมัย มีบริการเช็กอินด่วนแบบเซลฟ์เซอร์วิส จุดเด่นคือล็อบบี้ที่เปิดให้แขกนั่งพักผ่อนได้ตลอดวัน พร้อมมุมขายอาหารเช้าและของว่างแบบหยิบไปกินเองสะดวก ไม่มีอาหารเช้ารวมในราคาห้องแต่ซื้อเพิ่มได้จากล็อบบี้ชอป ทำเลตรงนี้เดินไปสถานีรถบัสสนามบินก็ใกล้ เหมาะกับคนที่อยากประหยัดค่าที่พักแต่ยังได้ทำเลกลางเมืองแบบเดินถึงทุกที่

Norway

Comfort Hotel Xpress Tromso

8.3/10
•



ทรอมเซอ
THB 3,496.03
เหมาะกับ: คู่รัก / คนที่อยากได้วิวสวย / ครอบครัวที่ต้องการห้องกว้าง
Radisson Blu Hotel, Tromso เป็นโรงแรมระดับพรีเมียมริมท่าเรือใจกลางเมือง มองเห็นวิวอ่าวทรอมโซและภูเขาโดยรอบจากหลายห้อง จุดเด่นที่คนพูดถึงบ่อยคือซาวน่าและฟิตเนสชั้น 10 ที่มองเห็นวิวเมืองและฟยอร์ดแบบพาโนรามา ห้องพักตกแต่งโทนอบอุ่นสไตล์สแกนดิเนเวียน มีร้านอาหารและบาร์ในตัวหลายจุด อาหารเช้าบุฟเฟต์ได้รับคำชมว่าครบครันและรสชาติดี ทำเลอยู่ตรงข้ามจุดขึ้นรถบัสสนามบินพอดี เดินไปมหาวิหารอาร์กติกฝั่งตรงข้ามแม่น้ำหรือย่านช้อปปิ้งก็ใกล้ เหมาะกับทริปที่อยากได้ทั้งความสะดวกและวิวสวยในที่เดียว

Norway

ราดิสัน บลู โรงแรม, โทรมโซ, เอ เวอริไฟด์ เน็ต ซีโร่ โรงแรม

8.7/10
•




ทรอมเซอ
THB 4,544.98
เหมาะกับ: คนที่มีไฟลต์เช้าหรือดึก / กลุ่มเพื่อน / คนที่อยากได้จุดชมวิวในตัว
Moxy Tromso เป็นโรงแรมสไตล์โมเดิร์นใกล้สนามบิน เดินจากอาคารผู้โดยสารเพียงประมาณ 15-20 นาที เหมาะกับคนที่มีเที่ยวบินเช้าหรือดึกเป็นพิเศษ จุดเด่นที่แขกพูดถึงมากที่สุดคือชั้น 11 ซึ่งเป็นทั้งจุดเช็กอิน บาร์ และระเบียงชมวิว มองเห็นเครื่องบินขึ้นลง ภูเขาหิมะ และฟยอร์ดในมุมกว้าง เหมาะเป็นจุดถ่ายภาพแสงเหนือของคนที่ไม่อยากออกไปไกลตัวเมือง ห้องพักขนาดกะทัดรัดแต่ออกแบบสไตล์ Marriott Bonvoy ทันสมัย มีบริการรถรับส่งเชื่อมกับ Airport Express ทำเลค่อนข้างห่างจากท่าเรือและใจกลางเมือง เหมาะกับคนที่มีรถเช่าหรือไม่ติดใจการเดินทางเข้าเมืองแยกต่างหาก

Norway

Moxy Tromso

8.6/10
ทรอมเซอ
THB 4,505.90
อาจจะยัง! ไม่ใช่ว่าจะได้เห็นแสงเหนือที่ทรอมโซ่ได้ทุกคืนนะ เพราะปรากฏการณ์แสงเหนือขึ้นอยู่กับกิจกรรมของดวงอาทิตย์และสภาพอากาศ ควรเผื่อวันเที่ยวอย่างน้อย 3-4 คืนเพื่อเพิ่มโอกาสในการเห็นแสงเหนือ และเช็คโอกาสเจอแสงเหนือบนเว็บแบบเรียลไทม์
คนไทยต้องขอวีซ่าเชงเก้นก่อนเดินทาง เพราะนอร์เวย์อยู่ในกลุ่มเชงเก้น ควรเตรียมเอกสารให้พร้อมตามลิสต์และยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน
อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ -5 ถึง -10 องศาเซลเซียส ไม่ได้หนาวสุดขั้วเมื่อเทียบกับเมืองอาร์กติกอื่นที่ละติจูดใกล้เคียง เพราะได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำอุ่น
แนะนำอย่างน้อย 4-5 วัน เพื่อให้มีเวลาเผื่อสภาพอากาศสำหรับล่าแสงเหนือ และยังมีเวลาเที่ยวในเมืองกับทำกิจกรรมอื่น ๆ ด้วย
ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองไฟล์ทไปทรอมโซ่และจองที่พักในทรอมโซ่กับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!



















