12 พิพิธภัณฑ์ในอังกฤษ รวมมิวเซียมดังระดับโลกที่ต้องไป [2026]

รวม 12 พิพิธภัณฑ์ในอังกฤษน่าไป ทั้งมิวเซียมดังใน London, Oxford และ Cambridge พร้อมเวลาเปิด-ปิด ค่าเข้าชม ที่พักแนะนำ และเคล็ดลับเที่ยวด้วยตัวเอง
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 12 นาที
พิพิธภัณฑ์ในอังกฤษ

ถ้ากำลังวางแผนเที่ยวอังกฤษ แล้วอยากหาที่เที่ยวที่ได้ทั้งความสนุกและเรื่องราวใหม่ ๆ กลับไปด้วย การตระเวนเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในอังกฤษ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ไม่ควรพลาดเลย! เพราะที่นี่มีพิพิธภัณฑ์ให้เลือกเยอะมาก ตั้งแต่พิพิธภัณฑ์ระดับโลกใจกลางลอนดอน ไปจนถึงมิวเซียมน่าสนใจตามเมืองต่าง ๆ แถมหลายแห่งยังเปิดให้เข้าชมฟรีอีกด้วย

เสน่ห์ของการเที่ยวพิพิธภัณฑ์อังกฤษ คือไม่จำเป็นต้องเป็นสายประวัติศาสตร์หรือคนที่อินกับงานศิลปะเป็นพิเศษก็เที่ยวสนุกได้ แต่ละแห่งมีบรรยากาศและเรื่องราวเป็นของตัวเอง จะเที่ยวแบบจริงจัง ใช้เวลาครึ่งวัน หรือแค่แวะเข้าไปเดินเล่นสัก 1–2 ชั่วโมง ก็จัดเข้ากับแพลนเที่ยวได้ง่าย ยิ่งถ้าเจอวันที่อากาศอังกฤษไม่เป็นใจ การมีมิวเซียมดี ๆ อยู่ในลิสต์ก็ช่วยให้เที่ยวต่อได้แบบไม่เสียแพลน

บทความนี้ Traveloka เลยคัดมาให้แล้วกับ 12 พิพิธภัณฑ์ในอังกฤษที่น่าไป พร้อมข้อมูลพิกัด เวลาเปิด-ปิด ค่าเข้าชม การเดินทาง ที่พัก และช่วงเวลาน่าเที่ยว ใครกำลังจัดทริปก็สามารถจองตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่าน Traveloka เตรียมทุกอย่างให้พร้อม แล้วออกไปเปิดประสบการณ์เที่ยวอังกฤษกันได้เลย!

ทริปในฝัน! เช็กไฟลท์ไปลอนดอน

Mon, 2 Nov 2026

การบินไทย

กรุงเทพ (BKK) ไป ลอนดอน (LHR)

เริ่มจาก THB 14,972.33

Fri, 13 Nov 2026

การบินไทย

กรุงเทพ (BKK) ไป ลอนดอน (LHR)

เริ่มจาก THB 14,972.33

Fri, 13 Nov 2026

EVA Air

กรุงเทพ (BKK) ไป ลอนดอน (LHR)

เริ่มจาก THB 17,933.37

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในอังกฤษใน 1 นาที

12 พิพิธภัณฑ์ห้ามพลาด: รวมพิพิธภัณฑ์ในอังกฤษหลายสไตล์ ตั้งแต่โบราณคดีและประวัติศาสตร์ระดับโลกที่ British Museum, งานศิลปะที่ National Gallery และ Tate Modern, ไดโนเสาร์และธรรมชาติที่ Natural History Museum ไปจนถึงวิทยาศาสตร์และอวกาศที่ Science Museum พร้อมออกไปเปิดโลกมิวเซียมนอกลอนดอนที่ Oxford, Cambridge และ West Midlands
พิพิธภัณฑ์ดังหลายแห่งเข้าฟรี: จุดเด่นของการเที่ยวพิพิธภัณฑ์อังกฤษ คือมิวเซียมระดับโลกหลายแห่งเปิดคอลเลกชันหลักให้เข้าชมฟรี ทั้ง British Museum, National Gallery, Natural History Museum, Science Museum, V&A และ Tate Modern แต่อาจต้องซื้อตั๋วเพิ่มสำหรับนิทรรศการหรือกิจกรรมพิเศษ
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: เดือนเมษายน–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคมเหมาะที่สุด เพราะอากาศค่อนข้างสบาย เดินเที่ยวในเมืองได้เพลิน และสลับมิวเซียมกับแลนด์มาร์กกลางแจ้งได้ง่าย ส่วนหน้าหนาวก็เหมาะกับสาย Museum Hopping เพราะใช้เวลาเที่ยวในอาคารได้เต็มที่ เพียงเช็กวันหยุดช่วงคริสต์มาสล่วงหน้า
การเดินทางไปอังกฤษ: จากไทยสามารถบินไป London โดยมี Heathrow Airport (LHR) เป็นหนึ่งในสนามบินหลัก จากสนามบินเข้าเมืองได้ทั้ง Heathrow Express, Elizabeth line และ London Underground สาย Piccadilly ก่อนต่อระบบขนส่งสาธารณะไปยังพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ
การเดินทางเที่ยวพิพิธภัณฑ์: ใน London ใช้ Underground และรถบัสได้สะดวก โดยเฉพาะย่าน South Kensington ที่สามารถเก็บ Natural History Museum, Science Museum และ V&A ได้ในโซนเดียว ส่วน Oxford และ Cambridge เหมาะกับการนั่งรถไฟระหว่างเมืองไปเที่ยวแบบ One Day Trip จาก London
เคล็ดลับการเที่ยว: แม้พิพิธภัณฑ์ในอังกฤษหลายแห่งจะไม่เสียค่าเข้า แต่สถานที่ยอดนิยมควรจอง Free Entry ล่วงหน้า เช็กเวลาเปิด-ปิดก่อนเดินทาง และเลือกเฉพาะ 3–5 ไฮไลต์ที่อยากดูในพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ จะช่วยให้เที่ยวได้สนุกและไม่หมดแรงตั้งแต่ครึ่งวันแรก

12 พิพิธภัณฑ์น่าเที่ยวในอังกฤษ

1. British Museum

British Museum

ถ้าเป็นทริปอังกฤษครั้งแรกและอยากเลือกพิพิธภัณฑ์อังกฤษ สักแห่งไว้ในแพลน เริ่มที่ British Museum ได้เลย เพราะที่นี่ถือเป็นมิวเซียมระดับโลกที่ต่อให้ไม่ได้เป็นสายประวัติศาสตร์จ๋า ๆ ก็ยังเดินสนุก ยิ่งตัวพิพิธภัณฑ์ใหญ่มาก มีห้องให้เดินสำรวจเยอะจนเผลอแป๊บเดียวอาจหมดไปครึ่งวัน

หนึ่งในไฮไลต์ที่คนส่วนใหญ่ตั้งใจมาตามหาคือ Rosetta Stone ศิลาจารึกชื่อดังที่มีส่วนสำคัญในการไขความหมายของอักษรอียิปต์โบราณ จากนั้นค่อยเดินต่อไปดูมัมมี่ โบราณวัตถุจากอียิปต์ ประติมากรรมจากกรีกและโรมัน รวมถึงของสะสมจากอารยธรรมต่าง ๆ ทั่วโลก เรียกว่าเดินไม่กี่ห้องก็เหมือนได้ข้ามยุคข้ามทวีปไปเรื่อย ๆ

ก่อนกลับอย่าลืมแวะ Great Court โถงกลางขนาดใหญ่ใต้หลังคากระจกทรงเรขาคณิตที่เป็นอีกหนึ่งภาพจำของที่นี่ แสงธรรมชาติที่ส่องเข้ามาทำให้พื้นที่ดูโปร่งและสวยมาก จะพักขา ถ่ายรูป หรือแค่ยืนมองสถาปัตยกรรมรอบ ๆ ก็เพลินแล้ว

ใครมีเวลาจำกัดก็ไม่ต้องพยายามเดินให้ครบทุกห้อง แนะนำเลือกไฮไลต์ที่อยากดูสัก 3–4 โซนแล้วค่อยเดินตามนั้น จะสนุกกว่าและไม่หมดแรงกลางทาง

เวลาเปิด-ปิด: 

ทุกวัน 10.00–17.00 น. / วันศุกร์เปิดถึง 20.30 น.
ปิดทำการประจำปีเฉพาะวันที่ 24–26 ธันวาคม และวันขึ้นปีใหม่ (1 มกราคม)

ค่าเข้าชม: ฟรี สำหรับคอลเลกชันหลัก ส่วนนิทรรศการพิเศษบางรายการมีค่าใช้จ่าย

ข้อแนะนำ: แม้จะเป็นพิพิธภัณฑ์ในลอนดอน เข้าฟรี แต่ช่วงยอดนิยมคนค่อนข้างเยอะ จอง Free Entry ล่วงหน้าจะช่วยให้วางแผนเที่ยวได้ง่ายขึ้น

2. The National Gallery

ถ้าเดินเที่ยวแถว Trafalgar Square อยู่แล้ว ลองเผื่อเวลาแวะเข้า The National Gallery ด้วย เพราะนอกจากจะเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะในอังกฤษที่ดังที่สุดแล้ว ที่นี่ยังเข้าชมคอลเลกชันหลักได้ฟรี จะเดินดูสั้น ๆ สักชั่วโมงหรืออยู่ยาวทั้งบ่ายก็ได้ตามอารมณ์

ความสนุกคือเราได้เห็นผลงานของศิลปินที่เคยได้ยินชื่อกันมาตลอดแบบใกล้ ๆ ทั้ง Leonardo da Vinci, Rembrandt, Monet, Michelangelo ไปจนถึง Vincent van Gogh โดยหนึ่งในผลงานที่หลายคนตั้งใจมาดูคือ Sunflowers ของ Van Gogh ภาพดอกทานตะวันที่เรียกได้ว่าเห็นผ่านหนังสือและหน้าจอกันมานับครั้งไม่ถ้วน แต่พอได้มายืนดูของจริงก็ให้ความรู้สึกอีกแบบเลย

และไม่ต้องกังวลถ้าไม่ได้มีความรู้เรื่องศิลปะมาก่อน เพราะไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกภาพถึงจะเที่ยวสนุก ลองเลือกศิลปินหรือห้องที่ตัวเองสนใจ แล้วค่อย ๆ เดินดูไปเรื่อย ๆ ก็พอ บางทีอาจได้เจอภาพที่ไม่เคยรู้จักแต่กลับชอบที่สุดในทริปก็ได้

อีกข้อดีคือโลเคชันดีมาก พอเดิน National Gallery เสร็จก็ออกมาเที่ยว Trafalgar Square ต่อ หรือเดินไป Covent Garden, Leicester Square และย่าน West End ได้ง่ายมาก

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 10.00–18.00 น. / วันศุกร์เปิดถึง 21.00 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี สำหรับคอลเลกชันหลัก นิทรรศการพิเศษบางรายการมีค่าใช้จ่าย

3. Wallace Collection

Credit: wallacecollection.org

ถ้าพิพิธภัณฑ์ใหญ่ ๆ ดูจริงจังเกินไป ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาที่ Wallace Collection กันบ้าง ที่นี่ซ่อนตัวอยู่ใน Hertford House คฤหาสน์เก่าแก่ย่าน Marylebone และมีเสน่ห์ต่างจากมิวเซียมขนาดใหญ่ตรงที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินชมบ้านของนักสะสมศิลปะมากกว่า

ห้องต่าง ๆ ยังคงบรรยากาศหรูหราแบบยุโรป ทั้งผนังสีสด โคมไฟ เฟอร์นิเจอร์ และงานศิลปะที่จัดวางเข้าด้วยกัน ภายในมีทั้งภาพวาด ประติมากรรม เครื่องเรือน เครื่องลายคราม ไปจนถึงชุดเกราะและอาวุธโบราณ ทำให้เดินแต่ละห้องแล้วได้อารมณ์ต่างกันไป

ผลงานที่เป็นดาวเด่นของที่นี่คือ The Swing ของ Jean-Honoré Fragonard หนึ่งในภาพวาดสไตล์ Rococo ที่มีชื่อเสียงที่สุด นอกจากนี้ Wallace Collection ยังขึ้นชื่อเรื่องคอลเลกชันศิลปะฝรั่งเศสในศตวรรษที่ 18 อีกด้วย ใครกำลังหาพิพิธภัณฑ์น่าเที่ยวในลอนดอนที่บรรยากาศสงบ เดินเพลิน และถ่ายรูปสวย ที่นี่เป็นอีกแห่งที่อยากให้ลองแวะเลย 

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 10.00–17.00 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี สำหรับคอลเลกชันถาวร นิทรรศการพิเศษบางรายการอาจมีค่าใช้จ่าย

4. Natural History Museum

Credit: nhm.ac.uk

มาถึงหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ดังในอังกฤษที่แค่เห็นตัวอาคารของ Natural History Museum ก็มีสิทธิ์หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปก่อนเดินเข้าแล้ว เพราะสถาปัตยกรรมด้านนอกอลังการมากจนดูคล้ายปราสาทยุโรป และพอเข้าไปด้านในก็ยังมีอะไรให้ร้องว้าวต่ออีกเรื่อย ๆ

เริ่มตั้งแต่ Hintze Hall โถงกลางขนาดใหญ่ที่มี Hope โครงกระดูกวาฬสีน้ำเงินแขวนลอยอยู่เหนือหัว เป็นภาพแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงเมื่อพูดถึงพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จากตรงนี้จะเลือกเดินไปทางไหนก็ได้ตามความสนใจ เพราะด้านในมีตั้งแต่ไดโนเสาร์ ฟอสซิล สัตว์นานาชนิด วิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต ไปจนถึงภูเขาไฟ แผ่นดินไหว และเรื่องราวของโลกที่เราอาศัยอยู่

ส่วนใครมากับเด็ก ๆ บอกเลยว่ามีโอกาสใช้เวลาอยู่ที่นี่นานกว่าที่คิด โดยเฉพาะโซนไดโนเสาร์ที่เป็นขวัญใจของครอบครัว จึงไม่น่าแปลกที่ Natural History Museum จะเป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ในอังกฤษ สำหรับครอบครัวที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

เรื่องโลเคชันก็วางแพลนง่าย เพราะอยู่ใน South Kensington ใกล้ทั้ง Science Museum และ Victoria and Albert Museum มาก ๆ ถ้าเป็นสายมิวเซียมสามารถจัดสามแห่งนี้ไว้วันเดียวกันได้เลย แต่แนะนำเลือกไฮไลต์ของแต่ละแห่งไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นมีสิทธิ์เดินเพลินจนเก็บไม่ครบแน่นอน

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 10.00–17.50 น. / เข้ารอบสุดท้ายประมาณ 17.30 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี สำหรับคอลเลกชันหลัก นิทรรศการและกิจกรรมพิเศษบางรายการมีค่าใช้จ่าย

แนะนำ: เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ฟรีในอังกฤษ ที่ได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะวันหยุดและช่วงปิดเทอม แนะนำจอง Free Entry ล่วงหน้าและเผื่อเวลาต่อคิวตรวจสัมภาระไว้ด้วย

5. Science Museum

Credit: sciencemuseum.org.uk

ถ้าเที่ยว Natural History Museum เสร็จแล้วยังมีเวลาและแรงเดินต่อ แนะนำขยับมาอีกนิด เพราะจะได้เจอกับ Science Museum เพราะสองแห่งนี้อยู่ใกล้กันมาก เรียกว่าจัดไว้ในแพลนวันเดียวกันได้สบาย และถ้าใครคิดว่าพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ ต้องเต็มไปด้วยข้อมูลยาก ๆ หรืออ่านแล้วชวนง่วง ที่นี่อาจทำให้เปลี่ยนความคิดได้เลย!

ด้านในเล่าเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผ่านของจัดแสดงจริงและกิจกรรมที่ชวนให้เราได้มีส่วนร่วม มีตั้งแต่การบิน อวกาศ การแพทย์ วิศวกรรม ไปจนถึงสิ่งประดิษฐ์ที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตของผู้คน ไฮไลต์ที่สายอวกาศน่าจะตื่นเต้นเป็นพิเศษคือยานบังคับการ Apollo 10 ที่เคยเดินทางไปโคจรรอบดวงจันทร์ในปี ค.ศ. 1969 ก่อนภารกิจ Apollo 11 จะพามนุษย์ลงจอดบนดวงจันทร์สำเร็จ

ส่วนใครอินกับประวัติศาสตร์เทคโนโลยี อย่าพลาดโซนที่จัดแสดง เครื่องจักรไอน้ำจากยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ซึ่งช่วยให้เห็นภาพว่าพลังงานไอน้ำเข้ามาเปลี่ยนทั้งการผลิต การเดินทาง และสังคมอังกฤษอย่างไร เรียกว่าเดินที่เดียวได้ตั้งแต่ยุคเครื่องจักรไอน้ำไปจนถึงยุคสำรวจอวกาศเลย

ถ้ามากับเด็ก ๆ ยังมี Wonderlab พื้นที่ Interactive ที่ได้ทั้งเล่นและทดลองหลักการทางวิทยาศาสตร์ด้วยตัวเอง เพียงแต่โซนนี้ต้องซื้อตั๋วเพิ่ม ใครกำลังหาพิพิธภัณฑ์ในอังกฤษ สำหรับครอบครัว ที่เที่ยวแล้วเด็กไม่เบื่อ Science Museum ถือว่าตอบโจทย์มาก

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 10.00–18.00 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี สำหรับคอลเลกชันหลัก ส่วน Wonderlab, IMAX และนิทรรศการพิเศษบางรายการมีค่าใช้จ่าย

6. Victoria & Albert Museum (V&A)

ยังอยู่กันที่ย่าน South Kensington กับ Victoria and Albert Museum หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า V&A ใครชอบแฟชั่น ดีไซน์ เครื่องประดับ หรือของสวย ๆ ที่มีเรื่องราวซ่อนอยู่ น่าจะเดินที่นี่ได้แบบเพลินจนลืมดูเวลากันได้เลย

V&A ต่างจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะทั่วไปตรงที่ไม่ได้มีแค่ภาพวาดแขวนบนผนัง แต่มีของให้ดูหลากหลายมาก ตั้งแต่เสื้อผ้าและแฟชั่น เครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ เซรามิก ประติมากรรม ภาพถ่าย ไปจนถึงงานออกแบบจากหลายวัฒนธรรมทั่วโลก บางห้องอลังการจนแค่เดินดูการตกแต่งพื้นที่ก็คุ้มแล้ว

อีกมุมที่น่าแวะคือ Cast Courts ห้องโถงขนาดใหญ่ที่รวบรวมแบบจำลองงานศิลปะและสถาปัตยกรรมชื่อดังเอาไว้ รวมถึงแบบจำลองเสา Trajan’s Column ขนาดมหึมาที่เห็นแล้วต้องแหงนหน้ามองกันเลยทีเดียว ส่วนสายแฟชั่นก็ควรเช็กนิทรรศการช่วงที่ไป เพราะ V&A ขึ้นชื่อเรื่องการจัด Exhibition ด้านแฟชั่นและดีไซน์ที่น่าสนใจอยู่เรื่อย ๆ

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 10.00–17.45 น. / วันศุกร์เปิดถึง 22.00 น. 

ค่าเข้าชม: ฟรี สำหรับคอลเลกชันหลัก นิทรรศการพิเศษบางรายการมีค่าใช้จ่าย

7. Tate Modern 

Credit: tate.org.uk

ถ้าดูงานคลาสสิกกันมาเยอะแล้ว ลองเปลี่ยนอารมณ์มาหาอะไรโมเดิร์นขึ้นที่ Tate Modern กันบ้าง เพราะที่นี่คือหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ศิลปะในอังกฤษที่ทั้งเท่ เดินสนุก และมีคาแรกเตอร์ชัดมากตั้งแต่ยังไม่ก้าวเข้าไปด้านใน

ความน่าสนใจเริ่มจากตัวอาคารที่เดิมเคยเป็นโรงไฟฟ้า Bankside Power Station ก่อนถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่ศิลปะร่วมสมัยขนาดใหญ่ จึงยังมีกลิ่นอาย Industrial หลงเหลืออยู่ โดยเฉพาะ Turbine Hall โถงสูงขนาดมหึมาที่มักใช้จัด Installation และผลงานศิลปะขนาดใหญ่ เรียกว่าแค่พื้นที่ก็กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ไปแล้ว

ส่วนคอลเลกชันด้านในเน้น Modern และ Contemporary Art มีผลงานของศิลปินชื่อดังอย่าง Pablo Picasso, Salvador Dalí และ Andy Warhol ให้ตามหา ถึงไม่ใช่สายอาร์ตก็เดินได้สนุก เพราะงานหลายชิ้นชวนให้หยุดดูแล้วคิดว่า “นี่เขากำลังจะสื่ออะไรนะ?” ซึ่งก็เป็นเสน่ห์ของการมา Tate Modern เหมือนกัน

ทำเลก็ถือว่าดีมาก เพราะตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Thames ฝั่ง South Bank เดินออกมาก็เห็น St Paul’s Cathedral อยู่อีกฝั่งของแม่น้ำ สามารถเดินข้าม Millennium Bridge ไปเที่ยวต่อได้เลย เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์น่าเที่ยวในลอนดอนที่จับคู่กับการเดินเล่นชมเมืองได้ลงตัวมาก

เวลาเปิด-ปิด: 

ทุกวัน 10.00–18.00 น.
ในช่วงวันศุกร์และวันเสาร์ บางช่วงเวลานิทรรศการพิเศษหรือพื้นที่บางส่วนอาจเปิดให้บริการถึงช่วงค่ำ (22:00 น.) ตามฤดูกาลและกิจกรรม

ค่าเข้าชม: ฟรี สำหรับคอลเลกชันหลัก นิทรรศการพิเศษบางรายการมีค่าใช้จ่าย

8. Ashmolean Museum

Credit: ashmolean.org

เที่ยวพิพิธภัณฑ์ในลอนดอนกันมาหลายแห่งแล้ว คราวนี้นั่งรถไฟออกไป Oxford กันบ้าง เพราะเมืองมหาวิทยาลัยแห่งนี้ไม่ได้มีแค่ตึกสวย ๆ และบรรยากาศแบบ Harry Potter เท่านั้น แต่ยังเป็นที่ตั้งของ Ashmolean Museum พิพิธภัณฑ์ศิลปะและโบราณคดีของ University of Oxford ที่เปิดให้สาธารณชนเข้าชมมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1683

ด้านในมีของให้ดูหลากหลายแบบชนิดที่เลือกไม่ถูกว่าจะเริ่มตรงไหนก่อน ตั้งแต่โบราณวัตถุจากอียิปต์ กรีก และโรมัน ไปจนถึงงานศิลปะจากยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชีย จึงเหมือนรวมทั้งพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ และพิพิธภัณฑ์ศิลปะเอาไว้ในที่เดียว

หนึ่งในชิ้นที่มีชื่อเสียงของที่นี่คือ Alfred Jewel วัตถุชิ้นเล็กจากยุค Anglo-Saxon ที่มีอายุมากกว่าพันปี รวมถึงคอลเลกชันอียิปต์โบราณและภาพวาดจากศิลปินยุโรปอีกเพียบ ใครชอบเดินดูของเก่าแบบค่อย ๆ อ่านเรื่องราวไปด้วย มีสิทธิ์ติดอยู่ที่นี่หลายชั่วโมงเลย

โลเคชันของ Ashmolean ก็สะดวกมาก เพราะอยู่ใจกลาง Oxford เดินต่อไปชมมหาวิทยาลัย ร้านหนังสือ คาเฟ่ และแลนด์มาร์กต่าง ๆ ได้ง่าย ถ้าวางแผนเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในอังกฤษด้วยตัวเอง สามารถนั่งรถไฟจาก London มาเที่ยว Oxford แบบ One Day Trip แล้วจัด Ashmolean เป็นหนึ่งในจุดหลักของวันได้เลย

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 10.00–17.00 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี สำหรับคอลเลกชันหลัก นิทรรศการพิเศษบางรายการมีค่าใช้จ่าย

9. Oxford University Museum of Natural History

ยังอยู่กันที่ Oxford กับอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่น่าแวะมาก ๆ โดยเฉพาะสายธรรมชาติ ไดโนเสาร์ และฟอสซิลอย่าง Oxford University Museum of Natural History พิพิธภัณฑ์ของ University of Oxford ที่แค่ตัวอาคารก็น่าเดินเข้าไปดูแล้ว

ด้านในเป็นโถงขนาดใหญ่ที่มีหลังคากระจกและโครงเหล็กสุดคลาสสิก แสงธรรมชาติส่องเข้ามาจนบรรยากาศดูโปร่ง เดินเพลินแถมถ่ายรูปสวยอีกต่างหาก ส่วนคอลเลกชันก็มีตั้งแต่โครงกระดูกไดโนเสาร์ ฟอสซิล สัตว์ แร่ธาตุ ไปจนถึงเรื่องราวเกี่ยวกับวิวัฒนาการและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต

หนึ่งในไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือ Oxford Dodo ซากของนกโดโดที่มีความสำคัญมากต่อการศึกษาสัตว์ชนิดนี้ และเป็นหนึ่งในตัวอย่างเนื้อเยื่ออ่อนของนกโดโดที่ยังหลงเหลืออยู่ไม่กี่ชิ้นบนโลก นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีความสำคัญในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ เพราะเคยเป็นสถานที่จัดการโต้วาทีเรื่องทฤษฎีวิวัฒนาการของ Charles Darwin ที่มีชื่อเสียงในปี ค.ศ. 1860 ด้วย

ใครกำลังมองหาพิพิธภัณฑ์ในอังกฤษ สำหรับครอบครัว ที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่เดินสนุก ที่นี่ตอบโจทย์มาก แถมอยู่ไม่ไกลจาก Ashmolean Museum สามารถจับคู่เที่ยวสองแห่งในวันเดียว แล้วค่อยเดินเล่นชมบรรยากาศเมือง Oxford ต่อได้เลย

เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 10.00–17.00 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี

10. The Story Museum

Credit: storymuseum.org.uk

ถ้าพาเด็ก ๆ มา Oxford หรือเป็นผู้ใหญ่ที่ยังมีมุมรักนิทานและหนังสือ ลองเปลี่ยนบรรยากาศจากพิพิธภัณฑ์แบบคลาสสิกมาเที่ยว The Story Museum กันบ้าง เพราะที่นี่ไม่ได้เน้นของโบราณหรือภาพวาด แต่หยิบ “เรื่องเล่า” มาสร้างเป็นพื้นที่ให้เราเดินเข้าไปสัมผัสจริง ๆ

ด้านในแบ่งออกเป็นหลายโซนที่มีคาแรกเตอร์ต่างกัน อย่าง Whispering Wood ที่ชวนเดินเข้าไปสำรวจเรื่องเล่าท่ามกลางบรรยากาศป่า หรือ Enchanted Library ที่พาเราเข้าไปเจอกับโลกจากหนังสือและตัวละครในวรรณกรรมเด็กชื่อดัง เรียกว่าไม่ได้มีแค่ยืนอ่านป้าย แต่มีทั้งฉาก เสียง และกิจกรรม Interactive ให้เล่นไปพร้อมกับเรื่องราว

อีกโซนที่น่าสนใจคือ Story Arcade ซึ่งพาไปสำรวจโลกของการเล่าเรื่องผ่านเกม ทำให้เห็นว่า Storytelling ไม่ได้อยู่แค่ในหนังสือ แต่สามารถซ่อนอยู่ในสื่อรอบตัวเราได้เหมือนกัน

ด้วยความที่บรรยากาศสนุกและมีอะไรให้ได้ลองเล่น ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ในอังกฤษ สำหรับครอบครัวที่น่าใส่ไว้ในแพลนเที่ยว Oxford สุด ๆ โดยเฉพาะใครที่อยากสลับจากการเดินชมมหาวิทยาลัยและอาคารเก่า ๆ มาหากิจกรรมที่เบาสบายขึ้นหน่อย

เวลาเปิด-ปิด: 

โดยทั่วไปวันอังคาร–อาทิตย์ 10.00–16.30 น. / ปิดวันจันทร์ 
ในช่วงวันหยุดปิดภาคเรียน (School Holidays) พิพิธภัณฑ์จะเปิดวันจันทร์ด้วย และรอบเข้ารอบสุดท้ายคือ 15:30 น.

ค่าเข้าชม: Galleries ผู้ใหญ่และเด็กอายุ 5 ปีขึ้นไปประมาณ £14.50 

11. The Fitzwilliam Museum

Credit: FB The Fitzwilliam Museum, Cambridge

จาก Oxford ขยับมา Cambridge กันบ้างกับ The Fitzwilliam Museum พิพิธภัณฑ์ของ University of Cambridge ที่เรียกได้ว่าสวยตั้งแต่หน้าประตู ตัวอาคารสไตล์ Neoclassical มีเสาขนาดใหญ่เรียงอยู่ด้านหน้า ดูสง่างามสมกับบรรยากาศเมืองมหาวิทยาลัยสุด ๆ

พอเดินเข้ามาด้านในก็มีอะไรให้ดูหลากหลายไม่แพ้กัน ทั้งโบราณวัตถุจากอียิปต์ กรีก และโรมัน เครื่องปั้นดินเผา เหรียญ ต้นฉบับโบราณ ไปจนถึงภาพวาดและงานศิลปะจากยุโรปหลายยุค ใครเลือกไม่ถูกระหว่างพิพิธภัณฑ์ศิลปะกับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ ที่นี่เหมือนได้เที่ยวสองแบบพร้อมกันไปเลย

สายอาร์ตก็มีผลงานของศิลปินดังให้ตามหา ไม่ว่าจะเป็น Monet, Renoir, Rembrandt หรือ Picasso แต่ถ้าไม่ได้ตั้งใจมาดูงานชิ้นไหนเป็นพิเศษ ก็เดินชมไปเรื่อย ๆ ได้เพลินเหมือนกัน เพราะทั้งตัวอาคาร ห้องจัดแสดง และคอลเลกชันด้านในมีรายละเอียดให้หยุดดูอยู่ตลอด

ที่สำคัญคือเข้าชมคอลเลกชันหลักได้ฟรี และอยู่ไม่ไกลจากใจกลาง Cambridge ถ้ามาเที่ยวแบบ One Day Trip สามารถแวะพิพิธภัณฑ์สัก 1–2 ชั่วโมง แล้วค่อยออกไปเดินชม University of Cambridge และบรรยากาศริมแม่น้ำ Cam ต่อได้แบบกำลังดีเลย

เวลาเปิด-ปิด: 

วันอังคาร–เสาร์ 10.00–17.00 น. (ปิดวันจันทร์)
วันอาทิตย์และ Bank Holiday 12.00–17.00 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี ทั้งนี้แนะนำให้ จอง Free Timed Ticket ล่วงหน้า ทางออนไลน์ก่อนเข้าชม โดยเฉพาะช่วงวันเสาร์-อาทิตย์

12. Black Country Living Museum

ปิดท้ายลิสต์พิพิธภัณฑ์ในอังกฤษแบบเปลี่ยนบรรยากาศกันสุด ๆ กับ Black Country Living Museum ในเมือง Dudley แถบ West Midlands เพราะที่นี่ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์ที่เราเดินจากตู้จัดแสดงหนึ่งไปอีกตู้ แต่เป็น Open-Air Museum ขนาดใหญ่ที่จำลองบรรยากาศชุมชนและชีวิตของผู้คนใน Black Country ย้อนกลับไปในอดีต

ภายในพื้นที่กว่า 29 เอเคอร์มีทั้งบ้าน ร้านค้า โรงงาน เวิร์กช็อป โรงภาพยนตร์ ผับ และอาคารประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ให้เดินเข้าไปสำรวจ หลายหลังเป็นอาคารจริงที่ถูกรื้อและนำมาสร้างขึ้นใหม่ภายในพิพิธภัณฑ์ ยิ่งมีเจ้าหน้าที่แต่งชุดย้อนยุคมาคอยเล่าเรื่องและสาธิตวิถีชีวิตในแต่ละช่วงเวลา ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในเมืองอังกฤษสมัยก่อนจริง ๆ

ที่นี่เหมาะมากกับคนที่อยากเข้าใจยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมของอังกฤษแบบเห็นภาพ เพราะ Black Country เคยเป็นหนึ่งในพื้นที่อุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ และพิพิธภัณฑ์ก็ถ่ายทอดตั้งแต่ชีวิตของคนทำงาน การค้า การเดินทาง ไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงของชุมชนในแต่ละยุค

ส่วนแฟนซีรีส์ Peaky Blinders น่าจะยิ่งคุ้นตากับบรรยากาศ เพราะ Black Country Living Museum เคยถูกใช้เป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำซีรีส์ด้วย จะเดินดูประวัติศาสตร์ ถ่ายรูปกับถนนย้อนยุค หรือลองแวะร้านอาหารและร้านค้าแบบสมัยก่อนก็มีอะไรให้ทำเยอะ จึงควรเผื่อเวลาไว้อย่างน้อยครึ่งวัน ไม่ต้องรีบเดิน

เวลาเปิด-ปิด: เวลาเปิดแตกต่างกันตามวันและฤดูกาล โดยทั่วไปช่วงเปิดเต็มวันประมาณ 10.00–17.00 น. แนะนำเช็กปฏิทินของพิพิธภัณฑ์ก่อนเดินทาง

ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่เริ่มประมาณ £27.95 เมื่อจองล่วงหน้า ราคาหน้างานอาจสูงกว่า และมีราคาสำหรับเด็ก/ครอบครัวแตกต่างกัน

อ่านต่อบทความท่องเที่ยวอังกฤษอื่น ๆ: 

ที่พักยอดนิยมในอังกฤษ

Strand Palace

Strand Palace
Strand Palace
Strand Palace
Strand Palace

+2

Strand Palace

ถ้าโจทย์คือ “อยากพักกลางเมืองแล้วเดินเที่ยวได้ง่าย” Strand Palace ถือว่าน่าสนใจมาก โรงแรมตั้งอยู่บนถนน Strand ใกล้ Covent Garden แค่ประมาณ 3 นาที และยังเดินไป Trafalgar Square, National Gallery รวมถึงริมแม่น้ำ Thames ได้สะดวก รอบ ๆ ก็เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และโรงละคร West End เรียกว่ากลับจากเดินมิวเซียมแล้วก็ยังมีอะไรให้ทำต่ออีกเยอะ

ตัวโรงแรมเปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1909 แต่ด้านในได้รับการปรับให้ดูร่วมสมัยขึ้น ห้องพักมีหลายขนาดให้เลือก พร้อมร้านอาหาร บาร์ และฟิตเนส ใครมาเที่ยวลอนดอนครั้งแรกแล้วอยากได้ที่พักที่บาลานซ์ทั้งโลเคชัน ความสะดวก และบรรยากาศ ที่นี่ตอบโจทย์เลย

United-kingdom

สตรานด์ พาเลซ โรงแรม

8.9/10

•

ซิตีออฟเวสต์มินสเตอร์

THB 14,438.34

The Savoy

The Savoy
The Savoy
The Savoy
The Savoy

+2

The Savoy

ถ้าอยากเพิ่มความพรีเมียมให้ทริปเที่ยวอังกฤษสักคืนหรือสองคืน ลองขยับมาที่ The Savoy โรงแรมระดับไอคอนของลอนดอนที่เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1889 และยังคงเสน่ห์แบบ Classic London เอาไว้แบบเต็ม ๆ ทั้งห้องพัก การบริการ และบรรยากาศภายในโรงแรม

เรื่องโลเคชันก็เด่นไม่แพ้ความหรู เพราะโรงแรมอยู่บนถนน Strand ริมแม่น้ำ Thames เช่นเดียวกัน ดังนั้นถ้าวางแผนไป National Gallery ก็เดินไปได้ไม่ยาก หรือจะใช้เป็นจุดเริ่มต้นเที่ยวแลนด์มาร์กใจกลางเมืองก็สะดวกมาก บางห้องยังมองเห็นวิวแม่น้ำและเส้นขอบฟ้าของลอนดอนได้ด้วย เหมาะกับทริปคู่รักหรือใครที่อยากให้การเที่ยวอังกฤษรอบนี้พิเศษขึ้นอีกระดับ

United-kingdom

เดอะ สุโขทัย

9.8/10

•

ซิตีออฟเวสต์มินสเตอร์

THB 50,576.01

Point A Hotel London Kings Cross – St Pancras

Point A Hotel London Kings Cross – St Pancras
Point A Hotel London Kings Cross – St Pancras
Point A Hotel London Kings Cross – St Pancras
Point A Hotel London Kings Cross – St Pancras

+2

Point A Hotel London Kings Cross – St Pancras

สำหรับสายเที่ยวที่คิดว่า ที่พักเอาไว้นอน ส่วนเวลาและงบขอเอาไปเที่ยวให้เต็มที่ Point A Hotel London Kings Cross – St Pancras เป็นตัวเลือกคุมงบที่โลเคชันดีงามมาก ห้องพักมาในสไตล์กะทัดรัด โมเดิร์น และเน้นสิ่งจำเป็นสำหรับการพักผ่อน เหมาะกับคนที่ออกเที่ยวตั้งแต่เช้าแล้วกลับมานอนตอนค่ำ

จุดที่น่าสนใจที่สุดคือโรงแรมอยู่ห่างจาก King's Cross และ St Pancras International เพียงประมาณ 5 นาที สามารถต่อรถไฟใต้ดินหลายสายไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในลอนดอนได้สะดวก และถ้าจะออกไปเที่ยวเมืองอื่นก็ง่ายเหมือนกัน เพราะบริเวณนี้เป็นหนึ่งในฮับรถไฟสำคัญของลอนดอน ใครเน้นเดินทางคล่อง ไม่ต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกหรูหรามาก ที่นี่ถือว่าลงตัว

United-kingdom

พอยต์ เอ ลอนดอน คิงส์ ครอส - เซนต์ แพนคราส

8.4/10

•

คิงส์ครอส

THB 7,396.76

วิธีการเดินทางไปอังกฤษ

สำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย วิธีที่สะดวกที่สุดคือเดินทางด้วยเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ไปยัง London โดยสนามบินหลักที่ควรรู้จักคือ Heathrow Airport (LHR) ซึ่งมีระบบขนส่งเข้าเมืองให้เลือกหลายแบบ

เดินทางด้วยเครื่องบิน: มีทั้งเที่ยวบินตรงและเที่ยวบินต่อเครื่องจากกรุงเทพฯ ไป London ระยะเวลาเที่ยวบินตรงอยู่ที่ประมาณ 13–14 ชั่วโมงโดยประมาณ เมื่อถึง Heathrow สามารถเข้าใจกลางเมืองด้วย Heathrow Express ไป Paddington, Elizabeth line หรือ London Underground สาย Piccadilly ได้ตามทำเลที่พัก
เอกสารเดินทาง: ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยควรตรวจสอบข้อกำหนดวีซ่าอังกฤษก่อนเดินทาง โดยสหราชอาณาจักรใช้ระบบ Standard Visitor สำหรับการเดินทางเพื่อท่องเที่ยว 

ทริปในฝัน! เช็กไฟลท์ไปลอนดอน

Mon, 2 Nov 2026

การบินไทย

กรุงเทพ (BKK) ไป ลอนดอน (LHR)

เริ่มจาก THB 14,972.33

Fri, 13 Nov 2026

การบินไทย

กรุงเทพ (BKK) ไป ลอนดอน (LHR)

เริ่มจาก THB 14,972.33

Fri, 13 Nov 2026

EVA Air

กรุงเทพ (BKK) ไป ลอนดอน (LHR)

เริ่มจาก THB 17,933.37

วิธีการเดินทางในอังกฤษ

ระบบขนส่งสาธารณะของอังกฤษค่อนข้างครอบคลุม โดยเฉพาะ London และเมืองท่องเที่ยวใหญ่ ๆ ทำให้การเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในอังกฤษด้วยตัวเองไม่ยากอย่างที่คิด

London Underground: วิธีหลักสำหรับเก็บพิพิธภัณฑ์ใน London โดย South Kensington Station เหมาะกับ Natural History Museum, Science Museum และ V&A ส่วน Tottenham Court Road Station หรือ Holborn Station ใช้เดินทางไป British Museum ได้สะดวก
รถบัส: เหมาะกับระยะทางไม่ไกลและคนที่อยากชมวิวเมืองระหว่างทาง สามารถใช้บัตร Contactless หรือระบบชำระเงินที่รองรับเข้า-ออกระบบขนส่งได้ ทำให้ไม่จำเป็นต้องซื้อตั๋วใหม่ทุกเที่ยว
รถไฟระหว่างเมือง: ถ้าออกจาก London ไป Oxford หรือ Cambridge รถไฟคือทางเลือกที่สะดวกที่สุด โดยนั่งไป Oxford สามารถขึ้นที่สถานี Paddington หรือ Marylebone ส่วน Cambridge ขึ้นที่สถานี King's Cross หรือ Liverpool Street สำหรับการไป Black Country Living Museum ในย่าน West Midlands ต้องนั่งรถไฟไปลงที่ Birmingham หรือ Wolverhampton แล้วต่อรถบัส/รถราง (Midland Metro) ไปยัง Dudley เพิ่มเติม
เดิน: อย่ามองข้ามวิธีนี้ เพราะพิพิธภัณฑ์หลายแห่งอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม เช่น South Kensington หรือบริเวณใจกลาง London การเดินบางครั้งเร็วกว่าการลงไปต่อ Underground เสียอีก

เที่ยวอังกฤษ เดือนไหนดี?

เที่ยวอังกฤษ เดือนไหนดี? ถ้าเน้นเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ช่วงที่น่าเที่ยวอังกฤษที่สุดคือประมาณเดือนเมษายน–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคม เพราะอากาศค่อนข้างสบาย เหมาะกับการเดินเที่ยวในเมือง และสามารถสลับกิจกรรม Outdoor กับการเข้าพิพิธภัณฑ์ได้ง่าย 

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม): อุณหภูมิโดยทั่วไปเริ่มอุ่นขึ้นประมาณ 8–15°C ช่วงปลายฤดูเหมาะมากกับการเดินเล่นใน London, Oxford และ Cambridge เพราะกลางวันยาวขึ้นและสวนต่าง ๆ เริ่มมีสีสัน
ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม): อุณหภูมิโดยทั่วไปประมาณ 15–25°C และมีช่วงกลางวันที่ยาวมาก จึงเหมาะกับการจัดแพลนพิพิธภัณฑ์ช่วงกลางวันแล้วต่อแลนด์มาร์กกลางแจ้งช่วงเย็น แต่เป็น High Season นักท่องเที่ยวค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะ London และเมืองมหาวิทยาลัย
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน): อุณหภูมิค่อย ๆ ลดลงมาอยู่ราว 10–18°C บรรยากาศเมืองเริ่มสงบลงหลังหน้าร้อน เหมาะกับการเดินพิพิธภัณฑ์ คาเฟ่ และชมเมืองแบบไม่เร่งรีบ ช่วงกันยายนถึงตุลาคมถือเป็นอีกช่วงที่บาลานซ์ทั้งอากาศและจำนวนคนได้ดี
ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์): อุณหภูมิโดยทั่วไปประมาณ 1–8°C และช่วงกลางวันสั้นกว่าเดิม แต่กลับเหมาะกับสายมิวเซียมสุด ๆ เพราะสามารถใช้เวลาอยู่ในอาคารได้ยาว ๆ ช่วงธันวาคมยังได้บรรยากาศคริสมาสต์ ส่วนหลังปีใหม่จำนวนนักท่องเที่ยวบางช่วงจะลดลง แต่ควรเช็กวันหยุดของพิพิธภัณฑ์ให้ดี โดยหลายแห่งปิดช่วง 24–26 ธันวาคม

ตารางสรุป เที่ยวอังกฤษโตแต่ละฤดู

ฤดูกาลช่วงเดือนอุณหภูมิโดยประมาณเหมาะกับอะไร
ใบไม้ผลิมี.ค.–พ.ค.8–15°Cเดินชมเมืองและพิพิธภัณฑ์ อากาศกำลังดี
ฤดูร้อนมิ.ย.–ส.ค.15–25°Cกลางวันยาว เที่ยวได้หลายแห่ง คนค่อนข้างเยอะ
ใบไม้ร่วงก.ย.–พ.ย.10–18°Cอากาศเย็น เดินสบาย บรรยากาศดี
ฤดูหนาวธ.ค.–ก.พ.1–8°Cเหมาะกับ Museum Hopping และเที่ยวบรรยากาศคริสมาสต์

เคล็ดลับการเที่ยวพิพิธภัณฑ์อังกฤษ

เช็กก่อนว่าเข้าฟรีหรือเสียเงิน: จุดเด่นของการเที่ยวพิพิธภัณฑ์อังกฤษ คือพิพิธภัณฑ์ระดับประเทศหลายแห่งเปิดคอลเลกชันหลักให้เข้าฟรี แต่กิจกรรมพิเศษอาจต้องซื้อบัตรแยก
แม้จะเข้าฟรี แต่แนะนำจองล่วงหน้า: โดยเฉพาะ British Museum และ Natural History Museum ที่คนเยอะ การจอง Free Entry ล่วงหน้าช่วยให้วางแผนเวลาได้ง่ายขึ้น
อย่าพยายามเก็บทุกห้อง: พิพิธภัณฑ์ใหญ่อย่าง British Museum, V&A หรือ Natural History Museum มีคอลเลกชันมหาศาล เลือก 3–5 ไฮไลท์ที่อยากเห็นจริง ๆ จะเที่ยวสนุกกว่าเดินจนหมดแรง
จัดพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ใกล้กันไว้วันเดียว: เช่นตามเก็บ Natural History Museum + Science Museum + V&A ที่อยู่โซน South Kensington หรือ National Gallery + Trafalgar Square + Covent Garden ก็จัดรวมกันได้ ช่วยประหยัดเวลาเดินทางได้เยอะเลย
เช็กวันและเวลาเปิด-ปิดก่อนออกจากโรงแรม: บางแห่งมี Late Opening เฉพาะวัน เช่น British Museum และ National Gallery ในวันศุกร์ ขณะที่บางแห่งอย่าง Fitzwilliam Museum ปิดวันจันทร์
เผื่อเวลาตรวจกระเป๋า: พิพิธภัณฑ์ยอดนิยมหลายแห่งมี Security Check ก่อนเข้า ช่วงวันหยุดหรือฤดูท่องเที่ยวอาจต้องต่อคิวพอสมควร
เลือกเมืองให้เข้ากับความสนใจ: ถ้าอยากเก็บพิพิธภัณฑ์ดังในอังกฤษให้เยอะที่สุดในเวลาจำกัด ใช้ London เป็นฐานดีที่สุด แต่ถ้ามีเวลาเพิ่ม Oxford และ Cambridge เหมาะกับ Day Trip มาก ส่วน Black Country Living Museum ควรแยกเป็นทริป West Midlands เพื่อจะเที่ยวได้เต็มที่

อังกฤษจึงไม่ได้มีดีแค่แลนด์มาร์กชื่อดัง เพราะโลกของพิพิธภัณฑ์ที่นี่อลังและยิ่งใหญ่มาก ตั้งแต่งานศิลปะระดับโลก วิทยาศาสตร์ ไดโนเสาร์ วรรณกรรม ไปจนถึงประวัติศาสตร์อุตสาหกรรม และที่น่าสนใจคือ พิพิธภัณฑ์อังกฤษหลายแห่งเข้าฟรี ทำให้สามารถจัด Museum Hopping ได้แบบไม่ต้องใช้งบเยอะ ใครกำลังวางแผนเที่ยวอังกฤษรอบหน้า ลองเลือกพิพิธภัณฑ์จากลิสต์นี้ใส่ลงในแพลน แล้วจองตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่าน Traveloka ให้พร้อม รับรองว่าทริปอังกฤษรอบนี้จะมีอะไรให้ค้นพบมากกว่าเดิมแน่นอน!

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวพิพิธภัณฑ์ในอังกฤษ

Q: เที่ยวพิพิธภัณฑ์ในลอนดอนควรเผื่อเวลากี่วัน?

A: ถ้าอยากเก็บพิพิธภัณฑ์หลักแบบไม่รีบจนเกินไป แนะนำประมาณ 2–3 วัน โดยจัดสถานที่ใกล้กันไว้วันเดียว เช่น Natural History Museum, Science Museum และ V&A ในย่าน South Kensington ส่วน British Museum และ National Gallery สามารถแยกไปเที่ยวพร้อมแลนด์มาร์กใกล้เคียงได้

Q: ไปพิพิธภัณฑ์ในอังกฤษต้องจองตั๋วล่วงหน้าไหม?

A: พิพิธภัณฑ์ฟรีบางแห่งสามารถ Walk-in ได้ แต่สถานที่ยอดนิยมอย่าง British Museum และ Natural History Museum ควร จอง Free Entry ล่วงหน้า โดยเฉพาะวันหยุดและช่วง High Season ส่วนนิทรรศการพิเศษที่มีรอบเวลาแนะนำให้จองก่อนเดินทางเช่นกัน

Q: เที่ยวพิพิธภัณฑ์อังกฤษเดือนไหนดีที่สุด?

A: ช่วงเดือนเมษายน–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคมเหมาะกับการเที่ยวมากที่สุด เพราะอากาศค่อนข้างสบาย สามารถเดินชมเมืองและเข้าพิพิธภัณฑ์สลับกันได้ แต่ถ้ามาช่วงฤดูหนาว พิพิธภัณฑ์ก็เป็นกิจกรรม Indoor ที่เหมาะมาก เพียงเช็กวันหยุดช่วงคริสต์มาสก่อนเดินทาง

Q: เที่ยวอังกฤษจากไทยต้องขอวีซ่าไหม?

A: ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยควรตรวจสอบและดำเนินการเรื่อง Standard Visitor visa ตามข้อกำหนดของสหราชอาณาจักรก่อนเดินทาง รวมถึงเช็กเงื่อนไขและเอกสารล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการ เพราะข้อกำหนดอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

Q: จาก Heathrow Airport เข้า London ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์อย่างไร?

A: จาก Heathrow Airport สามารถเข้าใจกลาง London ได้หลายวิธี ทั้ง Elizabeth line, London Underground สาย Piccadilly และ Heathrow Express เลือกได้ตามทำเลที่พักและงบประมาณ หากพักใจกลางเมืองก็สามารถต่อ Underground หรือรถบัสไปยังพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ ได้สะดวก

Q: พิพิธภัณฑ์ในอังกฤษมีที่จอดรถไหม?

A: พิพิธภัณฑ์ใจกลาง London หลายแห่งมีที่จอดรถจำกัดหรือไม่มีที่จอดสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป จึงสะดวกกว่าหากใช้ Underground รถบัส หรือเดิน ส่วนพิพิธภัณฑ์นอก London ควรตรวจสอบข้อมูลที่จอดรถของแต่ละแห่งก่อนออกเดินทาง เพราะเงื่อนไขแตกต่างกันไป

บทความแนะนำ

จุดเช็กอินยอดฮิต 25 ที่เที่ยวลอนดอนห้ามพลาด ถ่ายรูปไปอวดเพื่อน ๆ ได้ก่อนใคร

25 Sep 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 11 นาที

[รีวิว] ที่เที่ยวสโตนเฮนจ์ พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

19 Sep 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 6 นาที

[รีวิว] หมู่บ้านไบบิวรี (Bibury) พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

19 Sep 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 6 นาที

10 ที่เที่ยวตามรอย แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่แฟนๆ ตัวจริงห้ามพลาด!

28 May 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 7 นาที

[รีวิว] ที่เที่ยวหอนาฬิกาบิ๊กเบน พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

01 May 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 6 นาที

[รีวิว] ที่เที่ยวน้ำตกตาดโตน พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

20 May 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 5 นาที
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร