12 ที่เที่ยว Rio de Janeiro ธรรมชาติสุดอลัง ทั้งชายหาดและภูเขา อัปเดต [2026]

รวม 12 ที่เที่ยว Rio de Janeiro (รีโอเดจาเนโร) ตั้งแต่รูปปั้นพระเยซูคริสต์ ภูเขาชูการ์โลฟ ถึงหาดโคปาคาบานา พร้อมวิธีเดินทาง เดือนน่าเที่ยว และที่พักปัง ๆ สำหรับทริปเที่ยวบราซิล
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
ที่เที่ยวรีโอเดจาเนโร

Rio de Janeiro หรือรีโอเดจาเนโร เมืองริมอ่าวกวานาบาราทางตะวันออกเฉียงใต้ของที่เที่ยวบราซิล เป็นเมืองที่มีแลนด์สเคปสุดจึ้ง มีทั้งภูเขาสูงชันกับชายหาดยาวเหยียด พิกัดเที่ยวดัง ๆ ก็มีรูปปั้นพระเยซูคริสต์ยืนกางแขนอยู่บนยอดเขา หาดโคปาคาบานาและอิปาเนมาที่คึกคักตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ไปจนถึงย่านเก่าที่เต็มไปด้วยงานศิลปะข้างถนน จนยูเนสโกยกภูมิทัศน์ระหว่างภูเขากับทะเลของเมืองนี้ให้เป็นมรดกโลกเมื่อปี 2012

ข่าวดีสำหรับคนไทยคือพาสปอร์ตไทยเข้าบราซิลได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า ส่วนที่ต้องวางแผนจริงจังคือการเดินทางไกลกับการเลือกช่วงเวลาให้เหมาะ บทความนี้รวบรวม 12 ที่เที่ยวรีโอเดจาเนโรที่ไปครั้งแรกแล้วไม่ควรพลาด ทั้งจุดชมวิว ชายหาด ป่ากลางเมือง และย่านศิลปะ พร้อมวิธีเดินทาง ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ เดือนที่น่าไป และที่พักปัง ๆ ใน Rio de Janeiro ใครกำลังวางแผนเที่ยวริโอมาเซฟไว้ด่วนจ้า!

Quick Summary

12 ที่เที่ยว Rio de Janeiro: ไฮไลต์คือรูปปั้นพระเยซูคริสต์บนเขากอร์โกวาดู ภูเขาชูการ์โลฟ หาดโคปาคาบานาและอิปาเนมา ต่อด้วยบันไดเซลารอน พิพิธภัณฑ์แห่งอนาคต สวนพฤกษศาสตร์ ป่าติจูกา ย่านซานตาเตเรซา สนามมาราคานา และทะเลสาบลากัว
ที่ตั้งและการเดินทาง: จากกรุงเทพฯ ไม่มีเที่ยวบินตรง ต้องต่อเครื่องผ่านตะวันออกกลางหรือยุโรป ใช้เวลารวมประมาณ 26–32 ชั่วโมง ในเมืองใช้รถไฟใต้ดิน รถบัส และ Uber ได้สะดวก
จุดเด่นของ Rio de Janeiro: เมืองมรดกโลกที่ภูเขา ป่า และทะเลอยู่ติดกัน มีสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ เทศกาลคาร์นิวัลริโอ และวัฒนธรรมดนตรีแซมบ้ากับบอสซาโนวา
ไปเที่ยว Rio de Janeiro เดือนไหนดี: เมษายน–มิถุนายน และกันยายน–พฤศจิกายน อากาศกำลังดี คนไม่แน่น ส่วนธันวาคม–มีนาคมคึกคักที่สุดแต่ร้อนและราคาสูง
แนะนำที่พักใกล้เคียง: เลือกได้ทั้งโรงแรมริมหาด โรงแรมบัตเจตใกล้รถไฟใต้ดิน และโรงแรมขนาดกะทัดรัดใกล้ Arpoador กับอิปาเนมา Hilton Rio de Janeiro Copacabana , Premier Copacabana Hotel , Rio Design Copacabana Hotel
FAQ: รวมคำถามเรื่องวีซ่า จำนวนวันที่ควรเที่ยว ความปลอดภัย งบประมาณ ย่านที่พัก และเวลาที่ต่างจากไทย

12 ที่เที่ยว Rio de Janeiro

1. รูปปั้นพระเยซูคริสต์ (Cristo Redentor)

มาถึงริโอแล้วไม่ขึ้นไปเช็กอินกับพระคริสต์บนยอดเขากอร์โกวาดู ก็เหมือนมาไม่ถึง! รูปปั้นพระเยซูคริสต์ ริโอ สูง 30 เมตร ไม่รวมฐานอีก 8 เมตร ตั้งอยู่บนความสูงประมาณ 710 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และได้รับเลือกเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ จากลานด้านบนมองเห็นทั้งอ่าวกวานาบารา ภูเขาชูการ์โลฟ และหาดโคปาคาบานาในมุมเดียว วิธีขึ้นที่คลาสสิกที่สุดคือนั่งรถไฟ Trem do Corcovado ไต่ผ่านป่าแอตแลนติกประมาณ 20 นาที ตั๋วรวมค่าเข้าประมาณ 134 เรอัล (ประมาณ 800 บาท) จากที่ไปมา แนะนำให้จองรอบเช้าสุด เพราะเมฆยังไม่ลงมาบังและคนยังไม่แน่นลาน

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน 08:00–19:00 น.

2. ภูเขาชูการ์โลฟ (Pão de Açúcar)

ภูเขาชูการ์โลฟคือหินแกรนิตรูปทรงก้อนน้ำตาลสูง 396 เมตร ตั้งเด่นอยู่ริมอ่าวกวานาบารา ขึ้นด้วยกระเช้าลอยฟ้า Bondinho สองช่วง ช่วงแรกจากย่านอูร์กาไปยอดเขาอูร์กา แล้วต่อขึ้นยอดชูการ์โลฟ กระเช้าเส้นนี้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1912 ด้านบนเห็นหาดโคปาคาบานา สนามบินซานโตสดูมองต์ และพระคริสต์บนเขาฝั่งตรงข้าม ช่วงที่คุ้มที่สุดคือขึ้นก่อนพระอาทิตย์ตกประมาณหนึ่งชั่วโมง จะได้วิวทั้งตอนกลางวัน ตอนฟ้าเปลี่ยนสี และตอนไฟเมืองเริ่มสว่าง ตั๋วสำหรับชาวต่างชาติประมาณ 205 เรอัล ใครชอบเดินป่าเดินเท้าขึ้นเขาอูร์กาแล้วค่อยต่อกระเช้าก็ได้

เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน 08:30–20:00 น. (ขึ้นกระเช้ารอบสุดท้ายประมาณ 19:30 น.)

3. หาดโคปาคาบานา (Praia de Copacabana)

หาดโคปาคาบานาคือหาดรูปพระจันทร์เสี้ยวยาวประมาณ 4 กิโลเมตร ที่เป็นภาพจำของริโอมาหลายสิบปี ทางเดินริมหาดเค้าทำอย่างดีและมีดีไซน์ปูกระเบื้องลายคลื่นขาวดำทอดยาวตลอดแนว ตั้งแต่เช้าจะมีคนวิ่ง ปั่นจักรยาน เล่นวอลเลย์บอลชายหาดและฟุตวอลเลย์ ตกเย็นซุ้มริมหาดเริ่มเปิดขายน้ำมะพร้าวกับไกปิรินญา ส่วนคืนส่งท้ายปีเก่าที่นี่จัดงานพลุ Réveillon ซึ่งมีคนมาร่วมนับล้าน ส่วนตัวชอบช่วงเช้าก่อน 9 โมงมากที่สุด แดดยังไม่แรง ถ่ายรูปแนวหาดกับภูเขาด้านหลังได้สวย ข้อควรระวังคือไม่ควรวางโทรศัพท์หรือกระเป๋าทิ้งไว้บนชายหาดตอนลงเล่นน้ำ

เวลาเปิด-ปิด : เปิด 24 ชั่วโมง

4. หาดอิปาเนมาและโขดหิน Arpoador (Praia de Ipanema)

ถ้าโคปาคาบานาคือหาดของนักท่องเที่ยว หาดอิปาเนมาคือหาดของคนท้องถิ่นที่บรรยากาศดูชิคกว่า หาดนี้โด่งดังไปทั่วโลกจากเพลงบอสซาโนวา Garota de Ipanema ชายหาดแบ่งเป็นช่วงตามเสาไลฟ์การ์ดที่เรียกว่า Posto แต่ละช่วงมีกลุ่มคนประจำต่างกันไป ฉากหลังคือเขาแฝด Dois Irmãos ที่ทำให้วิวหาดนี้ไม่ซ้ำกับที่ไหน ท้ายหาดฝั่งตะวันออกมีโขดหิน Arpoador ซึ่งคนนิยมปีนขึ้นไปนั่งรอพระอาทิตย์ตกลงทะเล พอดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าคนทั้งโขดหินจะปรบมือพร้อมกัน เป็นโมเมนต์เล็ก ๆ ที่น่าประทับใจ ควรไปถึงก่อนตะวันตกสัก 40 นาทีเพื่อจองที่นั่ง

เวลาเปิด-ปิด : เปิด 24 ชั่วโมง

5. บันไดเซลารอน (Escadaria Selarón)

บันได 215 ขั้นที่เชื่อมย่านลาปากับซานตาเตเรซาแห่งนี้ เป็นผลงานของ Jorge Selarón ศิลปินชาวชิลีที่ลงมือปูกระเบื้องหลากสีตั้งแต่ปี 1990 และทำต่อเนื่องจนวาระสุดท้ายของชีวิต กระเบื้องจำนวนมากมาจากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ซึ่งส่วนหนึ่งนักท่องเที่ยวส่งมาให้เอง เดินไล่ดูทีละขั้นจะเจอลายธงชาติ ชื่อเมือง และภาพวาดที่ไม่ซ้ำกัน สีเหลือง เขียว น้ำเงินที่ใช้ก็คือสีธงชาติบราซิลนั่นเอง เทคนิคประหยัดเวลาคือไปก่อน 9 โมงเช้า จะได้คอนเทนต์เริ่ด ๆ โดยไม่มีคนเดินผ่านเฟรม และควรเที่ยวช่วงกลางวันเป็นหลัก

เวลาเปิด-ปิด : เปิด 24 ชั่วโมง

6. พิพิธภัณฑ์แห่งอนาคต (Museu do Amanhã)

Credit: Museu do Amanhã

อาคารสีขาวรูปทรงคล้ายโครงกระดูกปลายื่นออกไปเหนืออ่าวนี้ ออกแบบโดยสถาปนิก Santiago Calatrava และเปิดเมื่อปี 2015 ในโครงการฟื้นฟูย่านท่าเรือเก่า นิทรรศการด้านในชวนตั้งคำถามว่าโลกจะเป็นอย่างไรในอีก 50 ปี ผ่านเรื่องวิทยาศาสตร์ สิ่งแวดล้อม และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เล่าด้วยจอและสื่ออินเทอร์แอกทีฟ ตัวอาคารเองก็ใช้พลังงานแสงอาทิตย์และหมุนเวียนน้ำจากอ่าวมาใช้ เดินออกมาด้านข้างจะเจอ Boulevard Olímpico ที่มีภาพกราฟฟิตี้ขนาดยักษ์ Etnias ของ Eduardo Kobra ใช้เวลาเที่ยวรวมกันครึ่งวันกำลังดี

เวลาเปิด-ปิด : 10:00–17:00 น. (ปิดทุกวันพุธ)

7. ปาร์กลาเช (Parque Lage)

ปาร์กลาเชคือคฤหาสน์เก่าสไตล์อิตาลีที่ตั้งอยู่ในสวนร่มรื่นบริเวณเชิงเขากอร์โกวาดู ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโรงเรียนศิลปะ Escola de Artes Visuais ไฮไลต์อยู่ที่ลานกลางอาคารซึ่งมีสระน้ำล้อมด้วยเสาโค้ง และถ้าเงยหน้าขึ้นไปจะเห็นรูปปั้นพระคริสต์อยู่บนยอดเขาพอดี มุมนี้คนนิยมมาถ่ายรูปสุด ๆ ด้านหลังสวนยังเป็นจุดเริ่มเส้นทางเดินป่าขึ้นไปถึงพระคริสต์ ใช้เวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมง ทางชันและมีช่วงปีนโซ่ ถ้าอยากลองแนะนำให้ไปกับไกด์ท้องถิ่น ส่วนคนที่อยากเที่ยวเบา ๆ แค่เดินเล่นในสวนแล้วนั่งชิลที่ลานกลางก็เพลินแล้ว

เวลาเปิด-ปิด : 08:00–17:00 น.

8. สวนพฤกษศาสตร์รีโอเดจาเนโร (Jardim Botânico)

Credit: Riotour.rio

สวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ก่อตั้งเมื่อปี 1808 โดยพระเจ้าโจเอาที่ 6 แห่งโปรตุเกส ช่วงที่ราชสำนักย้ายมาอยู่บราซิล ไฮไลต์ที่ทุกคนต้องไปยืนถ่ายรูปคือถนนต้นปาล์มจักรพรรดิ (Imperial Palm) ที่เรียงสูงเป็นแนวยาว นอกจากนั้นยังมีเรือนกล้วยไม้ เรือนพืชกินแมลง บ่อบัววิกตอเรียใบยักษ์ และสวนญี่ปุ่น ระหว่างเดินมีโอกาสเจอลิงมาร์โมเซตตัวเล็กกับนกทูแคนบนต้นไม้ด้วย จากที่ไปมา แนะนำให้ซื้อตั๋วออนไลน์ล่วงหน้า และเผื่อเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพราะสวนแอบกว้างกว่าที่เห็นจากทางเข้าเยอะเลย

เวลาเปิด-ปิด : 08:00–17:00 น.

9. อุทยานแห่งชาติติจูกา (Floresta da Tijuca)

ป่าติจูกาเป็นหนึ่งในป่าในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นตัวอย่างการฟื้นป่าที่น่าสนใจ เพราะในศตวรรษที่ 19 พื้นที่นี้เคยถูกถางทำไร่กาแฟจนเกิดปัญหาน้ำ ก่อนจะปลูกป่ากลับคืนจนกลายเป็นป่าทึบอย่างทุกวันนี้ ภายในอุทยานมีน้ำตก Cascatinha Taunay จุดชมวิว Vista Chinesa ที่เห็นทะเลสาบลากัวกับหาดอิปาเนมา และเส้นทางเดินขึ้นยอด Pico da Tijuca สำหรับคนชอบเดินป่า จุดท่องเที่ยวกระจายตัวอยู่ไกลกัน วิธีที่สะดวกที่สุดคือเช่ารถพร้อมคนขับหรือจอยทัวร์ครึ่งวัน และควรพกยากันยุงกับน้ำดื่มไปด้วยจ้า

เวลาเปิด-ปิด : 08:00–17:00 น.

10. ย่านซานตาเตเรซาและรถรางโบนจี (Santa Teresa)

ซานตาเตเรซาคือย่านบนเนินเขาที่เต็มไปด้วยบ้านเก่าสไตล์โคโลเนียล แกลเลอรี และสตูดิโอศิลปิน วิธีขึ้นไปที่สนุกที่สุดคือนั่งรถรางสีเหลือง Bonde de Santa Teresa ซึ่งวิ่งข้ามซุ้มโค้งสีขาว Arcos da Lapa ท่อส่งน้ำโบราณจากศตวรรษที่ 18 ก่อนไต่ขึ้นเนินผ่านถนนแคบ ๆ ระหว่างทางลงไปเดินที่ Parque das Ruínas ซากคฤหาสน์เก่าที่กลายเป็นจุดชมวิวฟรี มองเห็นทั้งย่าน Centro และอ่าวกวานาบารา ย่านนี้เหมาะกับการเดินเล่นช้า ๆ ช่วงบ่าย แต่ไม่แนะนำให้เดินตามซอยเปลี่ยวตอนมืด ๆ นะ

เวลาเปิด-ปิด : ย่านเที่ยวได้ทั้งวัน / รถรางให้บริการช่วงกลางวัน ประมาณ 08:00–18:00 น.

11. สนามกีฬามาราคานา (Estádio do Maracanã)

แฟนบอลต้องแวะมาราคานา สนามในตำนานที่สร้างขึ้นเพื่อฟุตบอลโลกปี 1950 เคยใช้จัดนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกทั้งปี 1950 และ 2014 รวมถึงพิธีเปิดโอลิมปิก 2016 ปัจจุบันเป็นสนามเหย้าของ Flamengo และ Fluminense สองทีมดังของเมือง ทัวร์สนามจะพาเข้าห้องแต่งตัวนักเตะ เดินผ่านอุโมงค์ออกไปข้างสนาม และดูโถงเกียรติยศ ถ้าจังหวะดีมีแมตช์ช่วงที่ไป แนะนำให้หาตั๋วมาดูของจริงสักนัด เสียงเชียร์ทั้งสนามเป็นประสบการณ์ที่ดูผ่านจอไม่ได้ เลือกโซนที่นั่งกลาง ๆ จะสบายกว่าโซนกองเชียร์หลัก

เวลาเปิด-ปิด : ทัวร์สนามทุกวัน ประมาณ 09:00–17:00 น. (งดหรือลดเวลาในวันที่มีการแข่งขัน)

12. ทะเลสาบโรดรีโกเดเฟรย์ตัส (Lagoa Rodrigo de Freitas)

ทะเลสาบน้ำกร่อยกลางเมืองที่อยู่ด้านหลังหาดอิปาเนมาและเลอบลง ล้อมรอบด้วยภูเขาและย่านที่พักอาศัย มีทางเดินและทางจักรยานรอบทะเลสาบยาวประมาณ 7.5 กิโลเมตร คนท้องถิ่นมาวิ่ง ปั่นจักรยาน และพายเรือกันตั้งแต่เช้า ช่วงเย็นแสงจะตกกระทบผิวน้ำ มองขึ้นไปเห็นรูปปั้นพระคริสต์บนเขากอร์โกวาดูอยู่ไกล ๆ เป็นมุมพักผ่อนที่นักท่องเที่ยวหลายคนมองข้าม จากที่ไปมา แนะนำให้เช่าจักรยานปั่นรอบทะเลสาบช่วงบ่ายแก่ ๆ แล้วหาที่นั่งชิลที่ซุ้มริมน้ำ เหมาะกับวันที่อยากเที่ยวแบบชิล ๆ ไม่อะไรมาก

เวลาเปิด-ปิด : เปิด 24 ชั่วโมง

ที่ตั้งและการเดินทาง

รีโอเดจาเนโรเป็นเมืองหลวงของรัฐรีโอเดจาเนโร ตั้งอยู่บนชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกทางตะวันออกเฉียงใต้ของบราซิล ห่างจากเซาเปาโลประมาณ 430 กิโลเมตร และเคยเป็นเมืองหลวงของประเทศจนถึงปี 1960 ก่อนย้ายไปบราซิเลีย ตัวเมืองแบ่งคร่าว ๆ เป็นโซนใต้ (Zona Sul) ที่มีหาดโคปาคาบานา อิปาเนมา และเลอบลง ซึ่งเป็นย่านที่นักท่องเที่ยวนิยมพัก ย่าน Centro และลาปาที่เป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์ และโซนเหนือที่มีสนามมาราคานา สนามบินนานาชาติหลักคือ Galeão (GIG) อยู่ห่างจากโคปาคาบานาประมาณ 20 กิโลเมตร สำหรับคนไทยที่จะเดินทางไปบราซิล ควรเผื่อเวลาเดินทางอย่างน้อยฝั่งละ 1 วันเต็ม และวางแผนพักฟื้นจากอาการเจ็ตแล็กในวันแรกนิดนึง

วิธีการเดินทางจากกรุงเทพฯ

เครื่องบินผ่านดูไบ: ยังไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ เส้นทางที่สะดวกที่สุดคือบินกับ Emirates ต่อเครื่องที่ดูไบแล้วบินตรงเข้าสนามบิน Galeão ใช้เวลารวมประมาณ 26–30 ชั่วโมง
เครื่องบินผ่านโดฮาหรืออิสตันบูล: บินไปลงเซาเปาโล (GRU) แล้วต่อเที่ยวบินในประเทศเข้ารีโออีกประมาณ 1 ชั่วโมง ใช้เวลารวมประมาณ 28–32 ชั่วโมง
ค่าตั๋วเครื่องบิน: ไป-กลับชั้นประหยัดประมาณ 45,000–80,000 บาท ขึ้นกับฤดูกาลและสายการบิน ช่วงปีใหม่และคาร์นิวัลราคาขยับขึ้นชัดเจน
จากสนามบินเข้าเมือง: เรียก Uber หรือ 99 ไปย่านโคปาคาบานาใช้เวลา 40–60 นาที ค่าโดยสารประมาณ 60–100 เรอัล (ประมาณ 360–600 บาท)
เอกสารที่ต้องเตรียม: พาสปอร์ตไทยอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน เข้าบราซิลได้ไม่ต้องขอวีซ่า พำนักได้สูงสุด 90 วัน และควรฉีดวัคซีนไข้เหลืองก่อนเดินทางอย่างน้อย 10 วัน เพราะต้องแสดงใบรับรองตอนกลับเข้าไทย

วิธีเดินทางในตัวเมือง

รถไฟใต้ดิน (MetrôRio): สาย 1 และสาย 4 เชื่อม Centro โคปาคาบานา อิปาเนมา และบาร์รา ค่าโดยสาร 7.90 เรอัลต่อเที่ยว (ประมาณ 47 บาท) แตะบัตรเครดิต (Contactless) ได้เลย นั่งระหว่างย่านใช้เวลา 5–20 นาที
รถบัสและรถราง VLT: ค่าโดยสาร 5 เรอัล (ประมาณ 30 บาท) VLT สะดวกมากสำหรับย่าน Centro เพราะวิ่งผ่านพิพิธภัณฑ์แห่งอนาคตและท่าเรือ ส่วนรถบัสครอบคลุมทุกย่านแต่เส้นทางซับซ้อนสำหรับมือใหม่
Uber และ 99: สะดวกและปลอดภัยที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะตอนกลางคืน ระยะสั้นในโซนใต้ประมาณ 15–30 เรอัล ใช้เวลา 10–20 นาที
รถไฟหรือรถตู้ขึ้นพระคริสต์: รถไฟ Trem do Corcovado ประมาณ 20 นาที ส่วนรถตู้ทางการจากจุดต่าง ๆ ในเมืองราคาประมาณ 87–132 เรอัลรวมค่าเข้า
เดินและจักรยาน: ช่วงโคปาคาบานาถึงอิปาเนมาเดินเลียบหาดได้ประมาณ 30–40 นาที หรือเช่าจักรยานสาธารณะปั่นตามทางริมหาดและรอบทะเลสาบลากัว

จุดเด่นของ Rio de Janeiro

สิ่งที่ทำให้ริโอต่างจากเมืองใหญ่ทั่วไปคือธรรมชาติกับเมืองอยู่ติดกันจริง ๆ ภายในวันเดียวสามารถเดินป่าในอุทยาน ขึ้นยอดเขาดูวิว แล้วลงมานอนเล่นบนหาดตอนบ่ายได้ ภูมิทัศน์นี้เองที่ทำให้ยูเนสโกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในฐานะภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเมืองระหว่างภูเขากับทะเล และยังมีรูปปั้นพระเยซูคริสต์ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ เป็นเหตุผลที่ทำให้ริโออยู่ท็อปลิสต์ที่เที่ยวบราซิลเสมอ

อีกเสน่ห์คือวัฒนธรรมที่สัมผัสได้ทั่วเมือง ตั้งแต่ดนตรีแซมบ้าในย่านลาปา บอสซาโนวาที่เกิดจากย่านอิปาเนมา ฟุตบอลที่เป็นเหมือนจิตใจของคนท้องถิ่น ไปจนถึงคาร์นิวัลริโอ เทศกาลที่มีขบวนพาเหรดของโรงเรียนแซมบ้าใน Sambódromo และงานปาร์ตี้ตามถนนที่เรียกว่า Bloco ทั่วเมือง ส่วนตัวมองว่าแม้ไม่ได้ไปตรงช่วงเทศกาล บรรยากาศสบาย ๆ ของคนริโอที่ชอบใช้ชีวิตนอกบ้านก็ทำให้ทริปมีสีสันอยู่แล้ว

ไปเที่ยว Rio de Janeiro เดือนไหนดี

บราซิลอยู่ซีกโลกใต้ ฤดูกาลจึงสลับกับฝั่งเอเชีย ใครกำลังคิดว่าไปริโอเดือนไหนดี ดูภาพรวมแต่ละช่วงได้ตามนี้เลยจ้า

ธันวาคม–มีนาคม (ฤดูร้อน): อากาศร้อนประมาณ 28–35 องศาเซลเซียส มีฝนตกช่วงบ่ายบ่อย เป็นช่วงไฮซีซันที่มีงานปีใหม่ริมหาดโคปาคาบานาและคาร์นิวัลริโอ (ปี 2027 ตรงกับวันที่ 6–9 กุมภาพันธ์) ที่พักแพงและต้องจองล่วงหน้าหลายเดือน
เมษายน–มิถุนายน (ฤดูใบไม้ร่วง): อากาศเริ่มเย็นสบาย ฝนน้อยลง นักท่องเที่ยวบางตา ราคาที่พักลดลง เป็นช่วงที่แนะนำสำหรับการเที่ยวครั้งแรก
กรกฎาคม–สิงหาคม (ฤดูหนาว): อุณหภูมิประมาณ 18–26 องศาเซลเซียส ฟ้าใสเหมาะกับการขึ้นจุดชมวิว แต่น้ำทะเลค่อนข้างเย็นสำหรับการลงเล่น และเดือนกรกฎาคมตรงกับปิดเทอมของคนท้องถิ่น
กันยายน–พฤศจิกายน (ฤดูใบไม้ผลิ): อากาศอุ่นขึ้น เริ่มลงหาดได้แบบสบาย ๆ ราคายังไม่ขึ้นเท่าไฮซีซัน แต่ช่วงปลายพฤศจิกายนฝนเริ่มมา

แนะนำที่พัก Rio de Janeiro

Hilton Rio de Janeiro Copacabana

เหมาะกับ : คู่รัก / ครอบครัว / คนที่อยากได้วิวทะเลจากห้องพัก

Hilton Rio de Janeiro Copacabana ตั้งอยู่บนถนน Avenida Atlântica ฝั่งย่านเลมี ซึ่งเป็นหัวหาดโคปาคาบานาที่บรรยากาศสงบกว่าช่วงกลางหาด อาคารสูง 39 ชั้น มีห้องพัก 545 ห้อง ห้องฝั่งทะเลเปิดม่านมาเจอแนวหาดยาวสุดสายตา ภายในมีสระว่ายน้ำกลางแจ้งและฟิตเนส ออกจากโรงแรมก็เจอทางเดินริมหาดทันที นั่งรถไปภูเขาชูการ์โลฟใช้เวลาไม่ถึง 15 นาที เหมาะกับทริปที่อยากได้ความสะดวกครบในที่เดียว ใครจองห้องวิวทะเล แนะนำให้ขอชั้นสูง เพราะเห็นทั้งหาดและภูเขาด้านหลังได้ชัดกว่า

Premier Copacabana Hotel

เหมาะกับ : สายประหยัด / กลุ่มเพื่อน / คนที่เดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน

Premier Copacabana Hotel อยู่บนถนน Rua Tonelero ถนนสายในของย่านโคปาคาบานา ห่างจากสถานีรถไฟใต้ดิน Cardeal Arcoverde ประมาณ 750 เมตร ทำให้นั่งรถไฟไปย่าน Centro ลาปา หรือสนามมาราคานาได้ง่าย และเดินไปหาดได้ในไม่กี่นาที อาคาร 15 ชั้น มีห้องพัก 110 ห้อง พร้อมสระว่ายน้ำ บาร์ และคาเฟ่ ราคาจับต้องได้กว่าโรงแรมที่อยู่ติดหาดโดยตรง ถือว่าคุ้มสำหรับคนที่ใช้ห้องเป็นที่นอนแล้วออกไปเที่ยวทั้งวัน ย่านรอบโรงแรมมีร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตเยอะ ซื้อน้ำดื่มกับของกินเล่นตุนไว้ได้สะดวก

Rio Design Copacabana Hotel

เหมาะกับ : สายเที่ยวหาด / คนชอบเดินเล่น / คนที่อยากพักใกล้ทั้งโคปาคาบานาและอิปาเนมา

Rio Design Copacabana Hotel อยู่บนถนน Rua Francisco Sá ช่วง Posto 6 ปลายหาดโคปาคาบานาฝั่งที่ติดกับ Arpoador ทำเลนี้เดินไปนั่งดูพระอาทิตย์ตกที่โขดหิน Arpoador แล้วต่อไปหาดอิปาเนมาได้ในระยะเดินเท้า และสถานีรถไฟใต้ดิน General Osório ก็อยู่ไม่ไกล โรงแรมมีห้องพัก 66 ห้อง มีร้านอาหาร อาหารเช้า แผนกต้อนรับ 24 ชั่วโมง และบริการจัดทัวร์ ช่วยให้จองทริปขึ้นพระคริสต์หรือทัวร์ป่าติจูกาได้ง่ายขึ้น ขนาดไม่ใหญ่ บรรยากาศเป็นกันเอง เหมาะกับคนที่อยากได้ทำเลดีโดยไม่ต้องจ่ายราคาโรงแรมหรูริมหาด

FAQ

ไปบราซิลต้องใช้วีซ่าไหม?

คนไทยที่ถือพาสปอร์ตธรรมดาเข้าบราซิลเพื่อท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า พำนักได้สูงสุด 90 วัน พาสปอร์ตควรมีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน และควรมีใบรับรองวัคซีนไข้เหลืองไว้ใช้ตอนกลับเข้าไทย

เที่ยว Rio de Janeiro ควรใช้เวลากี่วัน?

ครั้งแรกแนะนำ 4–5 วัน จะได้เที่ยวไฮไลต์อย่างพระคริสต์ ชูการ์โลฟ ชายหาด และย่าน Centro ได้ไม่เร่ง ถ้าอยากไปป่าติจูกาหรือเกาะใกล้เคียงอย่าง Ilha Grande ให้เผื่อเพิ่มอีก 2–3 วัน

รีโอเดจาเนโรอันตรายไหม?

ต้องระวังการฉกโทรศัพท์และกระเป๋า โดยเฉพาะบนหาดและในที่คนพลุกพล่าน ไม่ควรเดินซอยเปลี่ยวตอนกลางคืน ใช้ Uber แทนการเดินไกล ๆ และไม่ควรเข้าชุมชนฟาเวลาโดยไม่มีไกด์ท้องถิ่น

ขึ้นรูปปั้นพระเยซูคริสต์ ริโอ ด้วยรถไฟหรือรถตู้ดีกว่ากัน?

รถไฟ Trem do Corcovado ได้วิวป่าระหว่างทางและเป็นประสบการณ์คลาสสิก แต่ตั๋วหมดเร็วต้องจองล่วงหน้า ส่วนรถตู้ทางการมีหลายจุดขึ้นรถในเมืองและยืดหยุ่นกว่า เหมาะกับคนที่จองรถไฟไม่ทัน

เที่ยวริโอใช้งบประมาณต่อวันเท่าไหร่?

ไม่รวมตั๋วเครื่องบิน ควรเตรียมประมาณ 3,000–6,000 บาทต่อคนต่อวัน ครอบคลุมที่พักระดับกลาง ๆ อาหาร ค่าเดินทาง และค่าเข้าชม ช่วงปีใหม่และคาร์นิวัลค่าที่พักจะสูงขึ้นอีกเยอะ

พักย่านไหนในรีโอเดจาเนโรดีที่สุด?

ถ้าเที่ยวครั้งแรกขอแนะนำโคปาคาบานาเพราะมีที่พักหลายระดับราคาและมีรถไฟใต้ดินผ่าน ส่วนอิปาเนมาและเลอบลงบรรยากาศดีกว่าแต่ราคาสูงกว่าหน่อย

ใช้สกุลเงินอะไร ใช้บัตรเครดิตได้ไหม?

บราซิลใช้เงินเรอัล (BRL) บัตรเครดิตและการแตะจ่ายใช้ได้แทบทุกที่รวมถึงรถไฟใต้ดิน แต่ควรพกเงินสดเล็กน้อยไว้ซื้อของตามซุ้มริมหาด

เวลาที่ริโอต่างจากไทยกี่ชั่วโมง?

เวลาที่รีโอเดจาเนโรช้ากว่าไทย 10 ชั่วโมง และบราซิลยกเลิกการปรับเวลาออมแสงไปแล้ว เลยต่างกันเท่าเดิมตลอดปีจ้า

ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองไฟล์ทไป Rio de Janeiro และที่พักใกล้ Rio de Janeiro กับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!

ในบทความนี้

• Quick Summary
• 12 ที่เที่ยว Rio de Janeiro
• 1. รูปปั้นพระเยซูคริสต์ (Cristo Redentor)
• 2. ภูเขาชูการ์โลฟ (Pão de Açúcar)
• 3. หาดโคปาคาบานา (Praia de Copacabana)
• 4. หาดอิปาเนมาและโขดหิน Arpoador (Praia de Ipanema)
• 5. บันไดเซลารอน (Escadaria Selarón)
• 6. พิพิธภัณฑ์แห่งอนาคต (Museu do Amanhã)
• 7. ปาร์กลาเช (Parque Lage)
• 8. สวนพฤกษศาสตร์รีโอเดจาเนโร (Jardim Botânico)
• 9. อุทยานแห่งชาติติจูกา (Floresta da Tijuca)
• 10. ย่านซานตาเตเรซาและรถรางโบนจี (Santa Teresa)
• 11. สนามกีฬามาราคานา (Estádio do Maracanã)
• 12. ทะเลสาบโรดรีโกเดเฟรย์ตัส (Lagoa Rodrigo de Freitas)
• ที่ตั้งและการเดินทาง
• วิธีการเดินทางจากกรุงเทพฯ
• วิธีเดินทางในตัวเมือง
• จุดเด่นของ Rio de Janeiro
• ไปเที่ยว Rio de Janeiro เดือนไหนดี
• แนะนำที่พัก Rio de Janeiro
• Hilton Rio de Janeiro Copacabana
• Premier Copacabana Hotel
• Rio Design Copacabana Hotel
• FAQ

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ รีโอเดจาเนโร

รีโอเดจาเนโร

Brazil
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร