
ถ้าพูดถึงทริปที่คนไทยยังไปกันน้อย แต่ใครได้ไปแล้วต้องอยากไปอีกแถมมีคอนเทนต์กลับมาเป็นร้อย ต้องมี กรีนแลนด์ (Greenland) ต้องอยู่ในลิสต์แน่นอน เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 80% เป็นแผ่นน้ำแข็ง มีคนอาศัยอยู่ประมาณ 56,000 คน กระจายกันตามเมืองเล็ก ๆ ริมชายฝั่ง มีบ้านไม้สีสดตั้งเรียงอยู่บนโขดหิน ด้านหน้าคือทะเลที่มีภูเขาน้ำแข็ง กรีนแลนด์ลอยผ่านไปช้า ๆ ทั้งวัน ฤดูร้อนพระอาทิตย์ไม่ตก ส่วนฤดูหนาวท้องฟ้ามีแสงเหนือให้ดูแทบทุกคืนที่ฟ้าเปิด
จริง ๆ การเที่ยวกรีนแลนด์ไม่ได้ยากอย่างที่หลายคนคิด แต่ต้องวางแผนดี ๆ เพราะเมืองแต่ละเมืองไม่มีถนนเชื่อมถึงกัน ต้องเดินทางด้วยเครื่องบินหรือเรือเท่านั้น บทความนี้รวบรวม 12 ที่เที่ยว กรีนแลนด์ ที่คนนิยมไปมากที่สุด ทั้งฟยอร์ดน้ำแข็งมรดกโลก ธารน้ำแข็งขนาดยักษ์ บ่อน้ำพุร้อนกลางทะเล ไปจนถึงเมืองหลวงนุก (Nuuk) พร้อมวิธีไปกรีนแลนด์จากกรุงเทพฯ เรื่องวีซ่า ค่าใช้จ่าย และที่พักกรีนแลนด์ที่คัดมาแล้ว
ถ้ามีเวลาเที่ยวกรีนแลนด์แค่ที่เดียว ให้มาที่นี่ ฟยอร์ดน้ำแข็งอิลูลิสสัตหรือ Kangia ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ตั้งแต่ปี 2004 ต้นทางคือธารน้ำแข็ง Sermeq Kujalleq ที่ไหลลงมาจากแผ่นน้ำแข็งกลางเกาะ และปล่อยภูเขาน้ำแข็งออกมาประมาณ 10% ของทั้งกรีนแลนด์ ก้อนน้ำแข็งบางก้อนสูงเท่าตึกหลายสิบชั้น อัดแน่นอยู่ในปากฟยอร์ดก่อนลอยออกสู่อ่าวดิสโก ดูได้ทั้งจากเส้นทางเดินป่าบนเนิน หรือนั่งเรือออกไปใกล้ ๆ ได้เลย จากที่ไปมา แนะนำให้นั่งเรือรอบดึกช่วงฤดูร้อน จะเห็นวิวแสงพระอาทิตย์เที่ยงคืนตกกระทบน้ำแข็ง บวกท้องฟ้าเป็นสีส้ม สวยกว่ารอบกลางวันเยอะเลย
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
Credit : isfjordscentret.gl
อาคารรูปทรงโค้งคล้ายบูมเมอร์แรงค์ที่ตั้งอยู่ตรงขอบเขตมรดกโลก ออกแบบโดยสถาปนิกชาวเดนมาร์ก Dorte Mandrup เปิดเมื่อปี 2021 ข้างในมีนิทรรศการเรื่องราวของน้ำแข็ง วัฒนธรรมของคนในพื้นที่ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ชอบที่สุดคือหลังคาที่เดินขึ้นไปชมวิวฟยอร์ดได้ ช่วงฤดูร้อนเปิดให้ขึ้นตลอดทั้งวันทั้งคืน ตัวศูนย์อยู่ตรงจุดเริ่มของเส้นทางเดินไม้ไปหุบเขา Sermermiut เลยเที่ยวต่อกันได้ในรอบเดียว เทคนิคประหยัดเวลาคือซื้อบัตรออนไลน์ล่วงหน้า เพราะรับคนได้ครั้งละประมาณ 150 คน และช่วงไฮซีซันบัตรนิทรรศการใช้ได้รอบละ 1 ชั่วโมงครึ่งเท่านั้นจ้า
เวลาเปิด-ปิด : 10:00-17:00 น.
ธารน้ำแข็งที่เห็นร่องรอยการถล่มของน้ำแข็งได้ชัดที่สุดแห่งหนึ่งในกรีนแลนด์ อยู่ห่างจากอิลูลิสสัตขึ้นไปทางเหนือประมาณ 80 กิโลเมตร หน้าผาน้ำแข็งกว้างหลายกิโลเมตรและสูงหลายสิบเมตร เรือทัวร์จะไปจอดลอยลำห่างจากหน้าผาพอประมาณ แล้วรอให้น้ำแข็งแตกตัวลงทะเล เสียงตอนน้ำแข็งถล่มดังเหมือนฟ้าผ่า ตามด้วยคลื่นที่ซัดมาถึงเรือ ทริปส่วนใหญ่เป็นแบบเต็มวันประมาณ 10-12 ชั่วโมง มีอาหารกลางวันบนเรือ ใครอยากอยู่นานขึ้นมีที่พักแบบลอดจ์ติดธารน้ำแข็งให้ค้างคืนได้ ส่วนตัวมองว่าคุ้มกับเวลาทั้งวัน เพราะระหว่างทางยังได้ล่องผ่านภูเขาน้ำแข็งและได้ชมหมู่บ้านชาวประมงด้วย
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (เข้าถึงได้ด้วยทัวร์เรือ ช่วงประมาณมิถุนายน-กันยายน)
Credit: diskoadventures.gl
เกาะขนาดใหญ่กลางอ่าวดิสโกที่หน้าตาต่างจากส่วนอื่นของกรีนแลนด์ เพราะเกิดจากหินบะซอลต์ภูเขาไฟ ภูเขาเลยเป็นชั้นสีเข้มตัดกับน้ำแข็งสีขาว เมืองหลักบนเกาะชื่อ Qeqertarsuaq มีชายหาดหินสีดำ ประภาคารเล็ก ๆ และทุ่งดอกไม้ป่าช่วงฤดูร้อน ไฮไลต์ที่หลายคนมาหาคือธารน้ำแข็ง Lyngmarksbræen ที่นั่งสุนัขลากเลื่อนได้แม้ในฤดูร้อน จากที่ไปมา แนะนำให้ค้างอย่างน้อย 1 คืน เพราะเรือโดยสารใช้เวลาหลายชั่วโมงและไม่ได้วิ่งทุกวัน ถ้าไปแบบเช้าไปเย็นกลับจะได้เดินเที่ยวแค่ในเมือง ไม่ทันขึ้นไปถึงธารน้ำแข็ง
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (เรือโดยสารจากอิลูลิสสัตวิ่งช่วงฤดูร้อน)
ย่านเก่าที่สุดของนุก กรีนแลนด์ เมืองหลวงที่มีประชากรประมาณ 20,000 คน บรรยากาศต่างจากตัวเมืองใหม่ที่เต็มไปด้วยอาคารสูง ๆ แบบโมเดิร์น ตรงนี้ยังมีบ้านไม้ทรงดั้มเดิมสีแดง เหลือง เขียวสมัยอาณานิคมเดนมาร์กตั้งเรียงริมน้ำ มีโบสถ์ Nuuk Cathedral สีแดงหลังคาสูง และรูปปั้น Hans Egede มิชชันนารีผู้ก่อตั้งเมืองตั้งอยู่บนเนินเขา เดินเที่ยวรอบย่านใช้เวลาไม่เกินชั่วโมงครึ่ง จุดถ่ายรูปที่ชอบคือบนเนินรูปปั้นตอนเย็น ได้ทั้งวิวโบสถ์ บ้านไม้สีสด และฟยอร์ดเป็นฉากหลังในเฟรมเดียว ช่วงหน้าหนาวถ้าโชคดีจะเห็นแสงเหนือเหนือหลังคาบ้านได้ตรงนี้เลย
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
อยากเข้าใจกรีนแลนด์ให้ลึกขึ้นก็ต้องแวะที่นี่ พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในอาคารสมัยอาณานิคมริมท่าเรือเก่า เล่าประวัติศาสตร์ของเกาะย้อนหลังไปประมาณ 4,500 ปี ตั้งแต่วัฒนธรรมยุคหินในอาร์กติก ชาวไวกิ้งนอร์ส จนถึงบรรพบุรุษของชาวอินูอิตในปัจจุบัน ไฮไลต์คือมัมมี่จาก Qilakitsoq ที่ยังเห็นเสื้อผ้าขนสัตว์ชัดเจน กับเรือหนังสัตว์ Pearyland Umiaq ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกซึ่งยังเกือบสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีเรือคายัก เลื่อนสุนัขลาก และชุดพื้นเมืองให้ดูอีกเยอะ เผื่อเวลาไว้ประมาณ 2 ชั่วโมงจะดูได้ไม่รีบจ้า
เวลาเปิด-ปิด : 12:00-16:00 น.
Credit : Visit Nuuk
ฟยอร์ดขนาดใหญ่ที่ทอดยาวจากหน้าเมืองนุกลึกเข้าไปในแผ่นดินหลายสิบกิโลเมตร สองฝั่งเป็นภูเขาหินสูงชัน มีหมู่บ้านเล็ก ๆ ซากโบราณสถานของชาวนอร์ส และปลายฟยอร์ดที่มีธารน้ำแข็งไหลลงทะเล ช่วงฤดูร้อนเป็นจุดดูวาฬหลังค่อมที่ขึ้นชื่อของกรีนแลนด์ ทัวร์มีให้เลือกตั้งแต่ล่องเรือดูวาฬไม่กี่ชั่วโมง ไปจนถึงทริปทั้งวันเข้าไปถึงปลายฟยอร์ด เทคนิคประหยัดเวลาคือถ้ามีเวลาในนุกแค่ 1-2 วัน ให้เลือกทัวร์ที่รวมดูวาฬกับแวะหมู่บ้านไว้ในรอบเดียว เพราะเรือออกจากท่าใกล้ตัวเมือง ไม่ต้องเดินทางไกล
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
หนึ่งในไม่กี่ธารน้ำแข็งในกรีนแลนด์ที่ไปถึงได้ด้วยรถยนต์ อยู่ห่างจากคังเกอร์ลุสซัวก์ประมาณ 25 กิโลเมตร ทัวร์จะพานั่งรถผ่านทุ่งทุนดราไปจนถึงหน้าผาน้ำแข็งสูงหลายสิบเมตรที่ทอดยาวสุดสายตา ยืนดูได้ใกล้มาก ช่วงฤดูร้อนบางวันจะเห็นน้ำแข็งก้อนใหญ่แตกตัวลงมาในแม่น้ำด้านล่าง ระหว่างทางมีโอกาสเจอวัวมัสก์ กวางเรนเดียร์ และสุนัขจิ้งจอกอาร์กติก จากที่ไปมา แนะนำให้พกยากันยุงหรือหมวกและคลุมหน้าไปด้วยถ้าไปช่วงมิถุนายน-กรกฎาคม เพราะแมลงในทุ่งทุนดราเยอะจริง
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
Credit : guidetogreenland
ที่นี่คือจุดที่ได้เหยียบแผ่นน้ำแข็งกรีนแลนด์จริง ๆ แผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลกรองจากแอนตาร์กติกา ชื่อ Point 660 มาจากความสูงประมาณ 660 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีถนนดินจากคังเกอร์ลุสซัวก์ไปถึงขอบแผ่นน้ำแข็งประมาณ 37 กิโลเมตร พอถึงแล้วไกด์จะพาสวมตะปูกันลื่นแล้วเดินขึ้นไปบนน้ำแข็ง มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีขาวสุดขอบฟ้า บางช่วงมีแอ่งน้ำแข็งละลายสีฟ้าใสให้ดู ส่วนตัวมองว่านี่คือประสบการณ์ที่ต้องทำสักครั้งในชีวิต แต่ห้ามเดินออกนอกเส้นทางเองเด็ดขาด เพราะมีรอยแยกน้ำแข็งที่มองไม่เห็น
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติกลางเกาะเล็ก ๆ ทางใต้ของกรีนแลนด์ อุณหภูมิน้ำประมาณ 34-38 องศาเซลเซียส บ่อถูกล้อมด้วยหินและหญ้า มองออกไปเห็นภูเขาและก้อนน้ำแข็งลอยอยู่ในทะเล การได้แช่น้ำอุ่นกลางอากาศเย็นแบบนี้เป็นภาพที่หาจากที่อื่นได้ยาก บนเกาะไม่มีคนอาศัย มีแค่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเล็ก ๆ ต้องนั่งเรือจากเมือง Qaqortoq หรือ Nanortalik มาประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง ตั้งแต่มีสนามบินใหม่ที่ Qaqortoq เปิดเมื่อเมษายน 2026 การมาเที่ยวฝั่งใต้ก็สะดวกขึ้นมาก แนะนำให้ใส่ชุดว่ายน้ำไว้ข้างในตั้งแต่ออกจากที่พัก จะได้ลงแช่ได้ทันที
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
Credit: Greenland Travel
Qaqortoq เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดทางใต้ของกรีนแลนด์ และเป็นหนึ่งในเมืองที่หน้าตาน่ารักที่สุด บ้านสีสดเกาะอยู่บนเนินรอบอ่าว จุดเด่นคือโปรเจกต์ศิลปะ Stone & Man ที่ศิลปินชาวกรีนแลนด์ Aka Høegh ริเริ่มไว้ช่วงต้นยุค 1990 ศิลปินจากหลายประเทศมาแกะสลักงานลงบนหินและผนังผาทั่วเมือง ทั้งใบหน้าคน สัตว์ และสัญลักษณ์จากตำนานอินูอิต เดินตามหาไปรอบเมืองได้เหมือนเล่นเกมล่าสมบัติ อีกหนึ่งพิกัดที่ควรแวะคือน้ำพุ Mindebrønden กลางจัตุรัส ซึ่งเป็นน้ำพุแห่งเดียวในกรีนแลนด์ ใช้เวลาเดินเที่ยวทั้งเมืองประมาณครึ่งวันกำลังดี
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
Credit : eastgreenland
ถ้าอยากเห็นกรีนแลนด์อีกมุมที่ยังดิบอยู่มาก ให้ไปฝั่งตะวันออก Tasiilaq เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของฝั่งนี้ ล้อมด้วยภูเขายอดแหลมและทะเลที่มีน้ำแข็งลอยเกือบทั้งปี หุบเขาดอกไม้อยู่ท้ายเมือง เดินจากตัวเมืองได้ ช่วงฤดูร้อนพื้นหุบเขาเต็มไปด้วยดอกไม้อาร์กติกสีชมพู ขาว และม่วง มีลำธารใสไหลผ่านตรงกลาง เส้นทางเดินไม่ชันมาก เหมาะกับคนที่ไม่ใช่สายเดินป่าจริงจัง ส่วนฤดูหนาวที่นี่กลายเป็นจุดนั่งสุนัขลากเลื่อนและดูแสงเหนือ ส่วนตัวชอบที่ฝั่งตะวันออกยังรักษาวิถีล่าสัตว์แบบดั้งเดิมไว้ได้ชัด บรรยากาศเลยต่างจากฝั่งตะวันตกพอสมควร
เวลาเปิด-ปิด : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
หลายคนสงสัยว่ากรีนแลนด์อยู่ที่ไหนกันแน่?! ถ้าเอาตามภูมิศาสตร์ กรีนแลนด์อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ คั่นระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือกับมหาสมุทรอาร์กติก อยู่ใกล้แคนาดามากกว่ายุโรป แต่ในทางการเมืองเป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์ก เกาะนี้มีพื้นที่ประมาณ 2.16 ล้านตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าประเทศไทยราว 4 เท่า แต่เกือบทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยแผ่นน้ำแข็ง เมืองทุกเมืองจึงตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่ง โดยเฉพาะฝั่งตะวันตกที่มีเมืองหลวงนุก อิลูลิสสัต และคังเกอร์ลุสซัวก์ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของนักท่องเที่ยว
จุดเด่นแรกที่ทำให้คนยอมจ่ายค่าเที่ยวกรีนแลนด์แพง ๆ คือภูเขาน้ำแข็ง กรีนแลนด์ที่ดูได้ใกล้แบบไม่ต้องเดินทางไกลจากตัวเมือง ที่อิลูลิสสัตแค่เดินออกจากโรงแรมไม่กี่นาทีก็เห็นก้อนน้ำแข็งขนาดตึกลอยอยู่ในอ่าว อีกเรื่องคือแสงฟ้าที่เปลี่ยนไปตามฤดู ฤดูร้อนมีพระอาทิตย์เที่ยงคืนที่ส่องสว่างเกือบ 24 ชั่วโมง ส่วนฤดูหนาวเป็นช่วงดูแสงเหนือ กรีนแลนด์ ที่ฟ้ามืดสนิทและมลภาวะทางแสงน้อยมาก
อีกด้านที่หลายคนไม่ได้คาดไว้คือวัฒนธรรม ชาวกรีนแลนด์ส่วนใหญ่มีเชื้อสายอินูอิต ภาษา อาหาร งานแกะสลักกระดูก และการใช้สุนัขลากเลื่อนยังเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ไม่ได้จัดขึ้นมาเพื่อนักท่องเที่ยว ส่วนตัวมองว่านี่คือเสน่ห์ที่แท้จริงของที่นี่ บวกกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังน้อยเมื่อเทียบกับไอซ์แลนด์หรือนอร์เวย์ ทำให้ได้ธรรมชาติแบบเงียบ ๆ ไม่ต้องแย่งมุมถ่ายรูปกับใคร ข้อเสียมีอย่างเดียวคือค่าใช้จ่ายสูงและตารางเดินทางขึ้นกับสภาพอากาศ ควรเผื่อวันไว้อย่างน้อย 1-2 วันเสมอ
เหมาะกับ : ครอบครัว / คู่รัก / คนที่มาเที่ยวฟยอร์ดน้ำแข็งเป็นหลัก
สำหรับคนที่วางแผนใช้เวลาส่วนใหญ่ในอิลูลิสสัต Best Western Plus Hotel Ilulissat เป็นโรงแรมที่ใหม่ที่สุดในเมือง สร้างเสร็จเมื่อปี 2021 มีห้องพัก 78 ห้อง ตกแต่งสไตล์สแกนดิเนเวียนเรียบ ๆ อุ่นสบาย ห้อง Family รองรับผู้ใหญ่ 2 คนกับเด็ก 2 คนได้ในห้องเดียว และหันหน้าไปทางฟยอร์ดน้ำแข็งกับอ่าวดิสโก ส่วนห้อง Suite บนชั้น 5 มีห้องนั่งเล่นแยกพร้อมครัวเล็ก ๆ วิวสวยที่สุดในโรงแรม ในโรงแรมมีร้านอาหาร บาร์ ลิฟต์ และแผนกต้อนรับ 24 ชั่วโมง มีอาหารเช้าบริการ ทำเลอยู่ในตัวเมือง เดินไปท่าเรือและร้านค้าได้สะดวก
เหมาะกับ : สายล่องเรือ / สายเที่ยวคนเดียว / คนที่อยากได้ทำเลใกล้ท่าเรือ
ใครที่จองทัวร์เรือในฟยอร์ดนุกไว้หลายรอบ HOTEL SØMA Nuuk คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด เพราะตั้งอยู่บนถนน Marinevej ติดกับท่าเรือ เดินไปขึ้นเรือได้ภายในไม่กี่นาที รีวิวจากแขกที่เคยพักบอกตรงกันว่าห้องกว้าง สะอาด และเดินไปจุดอื่นในเมืองได้แทบทั้งหมด แม้ทางขึ้นไปตัวเมืองจะเป็นเนินอยู่บ้าง โรงแรมมีห้องพัก 44 ห้อง มีร้านอาหาร บริการอาหารเช้า ฝากกระเป๋า ซักรีด และแผนกต้อนรับ 24 ชั่วโมงที่ช่วยจัดทัวร์ให้ได้ เหมาะกับคนที่อยากได้ที่พักเรียบง่ายในราคาที่ไม่แรงเกินไปสำหรับนุก
เหมาะกับ : คนที่มาเที่ยวครั้งแรก / สายเดินเที่ยวในเมือง / คนที่ต่อเครื่องผ่านนุก
ถ้าอยากพักใจกลางเมืองนุก HHE Express Hotel อยู่บนถนน Aqqusinersuaq ซึ่งเป็นถนนสายหลักของเมือง ใกล้ร้านค้า ร้านกาแฟ และป้ายรถเมล์ เดินลงไปย่านท่าเรือเก่ากับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติได้สบาย โรงแรมมีห้องพัก 108 ห้อง ถือว่าใหญ่สำหรับกรีนแลนด์ ห้องตกแต่งทันสมัย มีลิฟต์ Wi-Fi ฟรี ร้านอาหาร คอฟฟี่ช็อป ที่จอดรถ และอาหารเช้า เหมาะกับคนที่ใช้นุกเป็นฐานก่อนบินต่อไปอิลูลิสสัตหรือคังเกอร์ลุสซัวก์ เพราะเดินทางไปสนามบินได้ง่าย
กรีนแลนด์อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาเหนือ ระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือกับมหาสมุทรอาร์กติก เป็นดินแดนปกครองตนเองภายใต้ราชอาณาจักรเดนมาร์ก มีเมืองหลวงคือนุก
ต้องใช้ และเชงเก้นวีซ่าทั่วไปใช้เข้ากรีนแลนด์ไม่ได้ ต้องขอวีซ่าที่ระบุว่า Valid for Greenland ผ่านสถานทูตเดนมาร์ก ซึ่งยื่นพร้อมวีซ่าเชงเก้นได้ในใบสมัครเดียว
ไม่มีเที่ยวบินตรงจากไทย ต้องบินไปโคเปนเฮเกนหรือเรคยาวิกก่อน แล้วต่อ Air Greenland หรือ Icelandair เข้านุก อิลูลิสสัต หรือคังเกอร์ลุสซัวก์
ทริป 7-10 วันควรเตรียมงบประมาณ 150,000-250,000 บาทต่อคน รวมตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ทัวร์ และอาหาร ค่าครองชีพในกรีนแลนด์สูงกว่ายุโรปเหนือหลายประเทศ เพราะสินค้าเกือบทั้งหมดต้องนำเข้า
ถ้าเที่ยวนุกกับอิลูลิสสัตควรมีอย่างน้อย 7 วัน ไม่รวมวันเดินทางจากไทย และควรเผื่อวันสำรอง 1-2 วันเผื่อเที่ยวบินภายในประเทศล่าช้าจากสภาพอากาศ
ช่วงประมาณปลายสิงหาคมถึงต้นเมษายน ที่ท้องฟ้ามืดพอ จุดที่นิยมคือคังเกอร์ลุสซัวก์ เพราะอากาศแห้งและฟ้าเปิดบ่อยกว่าเมืองชายฝั่ง
ใช้เงินโครนเดนมาร์ก (DKK) บัตรเครดิตใช้ได้ในโรงแรม ร้านค้า และร้านอาหารส่วนใหญ่ในเมืองหลัก แต่ควรพกเงินสดติดไว้บ้างเผื่อไปหมู่บ้านเล็ก
ปลอดภัยมาก! อัตราอาชญากรรมต่อนักท่องเที่ยวต่ำ ความเสี่ยงหลักมาจากสภาพอากาศและธรรมชาติ จึงควรเดินป่าตามเส้นทางที่กำหนดหรือไปกับไกด์ และห้ามเดินบนน้ำแข็งเองโดยไม่มีผู้นำทาง
ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองไฟล์ทไปกรีนแลนด์และที่พักกรีนแลนด์กับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!






