[รีวิว] อุทยานแห่งชาติแบมฟ์ (Banff National Park) พร้อมจุดไฮไลท์แนะนำ

เที่ยวอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ (Banff National Park) แคนาดา รวมจุดไฮไลท์ กิจกรรม วิธีเดินทาง ช่วงน่าเที่ยว ที่พัก และเคล็ดลับก่อนออกทริป
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 9 นาที

ใครกำลังแพลนเที่ยวแคนาดาแล้วอยากได้พิกัดที่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติเต็ม ๆ อุทยานแห่งชาติแบมฟ์ (Banff National Park) คือหนึ่งในจุดหมายที่ควรปักหมุดไว้เลย! ที่นี่โดดเด่นด้วยวิวธรรมชาติสุดอลังการของเทือกเขาร็อกกี้ มีทั้งภูเขาสูง ป่าสน ทะเลสาบสีสวย และบรรยากาศเงียบสงบที่ชวนให้พักจากความวุ่นวาย แล้วใช้เวลาอยู่กับวิวตรงหน้าแบบชิล  ๆ

แถมที่นี่ยังเหมาะกับสายเที่ยวแทบจะทุกสไตล์ จะเป็นสายถ่ายรูป สายกิจกรรม ชอบเดินชมธรรมชาติ หรืออยากขับรถเที่ยวก็จัดทริปได้สนุกไม่แพ้กัน และแต่ละฤดูก็ให้อารมณ์ต่างกันไปอีก ทำให้จะมาเที่ยวช่วงไหนก็มีอะไรให้รอชมอยู่เสมอ

บทความนี้ Traveloka จะพาทุกคนไปทำความรู้จัก อุทยานแห่งชาติแบมฟ์ ให้มากขึ้น ทั้งจุดไฮไลท์ วิธีเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว กิจกรรม ที่พัก และเคล็ดลับเล็ก ๆ ที่ควรรู้ก่อนออกเดินทาง ใครเริ่มอยากจัดทริปแล้ว ก็สามารถค้นหาและจองตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่าน Traveloka ได้ในที่เดียว ช่วยให้เตรียมทริปแคนาดาครั้งนี้ง่ายขึ้น แล้วพร้อมเมื่อไหร่ก็ค่อยออกไปสัมผัสวิวสวย ๆ ของ Banff กัน!

รวมโปรโมชัน Traveloka จองตั๋วเครื่องบินไปแคนาดา ราคาประหยัด

Tue, 27 Oct 2026

Air China

กรุงเทพ (BKK) ไป โทรอนโต (YYZ)

เริ่มจาก THB 15,532.46

Tue, 27 Oct 2026

Air China

กรุงเทพ (BKK) ไป โทรอนโต (YYZ)

เริ่มจาก THB 15,532.46

Thu, 1 Oct 2026

Philippine Airlines

กรุงเทพ (BKK) ไป โทรอนโต (YYZ)

เริ่มจาก THB 17,551.93

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ (Banff National Park) ใน 1 นาที

สัมผัสความยิ่งใหญ่แห่ง Canadian Rockies: อุทยานแห่งชาติระดับโลกในรัฐ Alberta ประเทศแคนาดา โดดเด่นด้วยทัศนียภาพของเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ป่าสนสมบูรณ์ ธารน้ำแข็งโบราณ และทะเลสาบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์สุดอลังการ
5 จุดท่องเที่ยวห้ามพลาด: เช็กอิน Lake Louise ทะเลสาบสีมรกตพร้อมฉากหลังธารน้ำแข็ง Victoria Glacier, ชมมุมมหาชนของ Moraine Lake คู่กับแนวเขา Valley of the Ten Peaks, เดินเลียบลำธารและหน้าผาหินที่ Johnston Canyon, นั่งกระเช้า Banff Gondola ขึ้นยอดเขา Sulphur Mountain ชมวิวแบบ 360 องศา และจัดโรดทริปบน Icefields Parkway ถนนสาย Scenic Route ติดอันดับโลก
กิจกรรมยอดฮิต: พายเรือแคนูหรือคายัคกลางทะเลสาบสีสดช่วงหน้าร้อน, เดิน Hiking ท้าทายธรรมชาติ, แช่น้ำพุร้อนคลายเหนื่อยที่ Banff Upper Hot Springs, ปั่นจักรยานชมวิว และเล่นสกี สโนว์บอร์ด หรือ Snowshoeing ลุยหิมะในฤดูหนาว
การเดินทางสะดวก: บินลง Calgary International Airport (YYC) แล้วเช่ารถขับต่อตาม Highway 1 หรือนั่ง Airport Shuttle เข้าสู่ Banff Town ได้ง่าย ๆ ในเวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: เที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยช่วงหน้าร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม) เหมาะกับสาย Hiking พายเรือ และขับรถเที่ยวเพราะน้ำในทะเลสาบละลายจนเห็นสีฟ้าสด ส่วนหน้าหนาว (พฤศจิกายน–มีนาคม) จะเปลี่ยนเป็นเมืองหิมะสีขาว เหมาะกับสายสกีและกิจกรรมบนลานน้ำแข็ง
ระยะเวลาที่แนะนำ: แนะนำเผื่อเวลาสัก 3–5 วันขึ้นไป หรือจัดรวมไว้ในทริป Road Trip แคนาดายาว ๆ จะได้เที่ยวเก็บไฮไลท์ธรรมชาติรอบอุทยานแบบเต็มอิ่ม ซึมซับบรรยากาศได้ครบโดยไม่ต้องรีบแข่งกับเวลา

จุดไฮไลท์ต่างๆ ของอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ (Banff National Park) 

1. Lake Louise

อุทยานแห่งชาติแบมฟ์

เริ่มกันที่ Lake Louise ทะเลสาบที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในภาพจำของอุทยานแห่งชาติแบมฟ์เลยก็ว่าได้ จุดเด่นคือน้ำสีฟ้าอมเขียวที่ทอดยาวอยู่กลางหุบเขา รอบ ๆ เป็นป่าสนและยอดเขาสูง โดยมี Victoria Glacier อยู่ด้านหลัง ยิ่งวันที่อากาศเปิดและลมนิ่ง ผิวน้ำจะสะท้อนวิวภูเขาออกมาสวยมากก แค่เดินเล่นอยู่ริมทะเลสาบก็เพลินจนเผลอใช้เวลาไปเป็นชั่วโมงได้ง่าย ๆ แล้ว 

ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศให้เต็มขึ้น ช่วงหน้าร้อนสามารถเช่าเรือแคนูพายออกไปกลางทะเลสาบ หรือ Hiking ต่อไปยังเส้นทางรอบ ๆ ได้ ส่วนหน้าหนาว Lake Louise จะเปลี่ยนจากทะเลสาบสีสดมาเป็นผืนน้ำแข็งที่มีภูเขาหิมะล้อมรอบ ได้ฟีลเหมือนอยู่คนละสถานที่เลย ใครตั้งใจมาช่วงฤดูร้อนควรวางแผนเรื่องการเดินทางไว้ล่วงหน้า เพราะเป็นหนึ่งในพิกัดยอดนิยมที่สุดของ Banff และที่จอดรถมีข้อจำกัด

2. Moraine Lake

Moraine Lake

ไปกันต่อกับอีกหนึ่งพิกัดที่วิวสวยไม่แพ้ Lake Louise อย่าง Moraine Lake ทะเลสาบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ที่เห็นครั้งแรกแล้วมีว้าวแน่นอน เพราะนอกจากสีของน้ำจะสดสะดุดตาแล้ว ด้านหลังยังมีแนวเขา Valley of the Ten Peaks เรียงตัวเป็นฉากอยู่พอดี ยิ่งวันไหนฟ้าเปิด แสงสวย ๆ กระทบผิวน้ำแล้วตัดกับป่าสนและภูเขารอบ ๆ บอกเลยว่าถ่ายรูปมุมไหนก็ขึ้นกล้องสุด ๆ

มาถึงแล้วอย่าเพิ่งถ่ายรูปแค่ริมทะเลสาบ แนะนำให้เดินขึ้น Rockpile Trail ไปยังจุดชมวิวด้านบนกันต่อ เส้นทางไม่ได้ยาวมาก แต่พอขึ้นไปแล้วจะได้เห็น Moraine Lake แบบมุมกว้าง ทั้งทะเลสาบ ป่าสน และแนวภูเขาอยู่ในเฟรมเดียวกัน เรียกว่าเป็นหนึ่งในมุมคลาสสิกของ Banff ที่สวยคุ้มกับการเดินขึ้นไปมาก ๆ ส่วนเรื่องการเดินทางต้องวางแผนกันนิดหนึ่ง เพราะรถยนต์ส่วนตัวไม่สามารถขับเข้า Moraine Lake Road ได้ ใครปักหมุดที่นี่ไว้ในลิสต์ แนะนำจอง Shuttle หรือรถรับส่งล่วงหน้า จะได้เที่ยวแบบไม่ต้องมาลุ้นหน้างาน

3. Johnston Canyon

Johnston Canyon

เที่ยวทะเลสาบกันมาสองที่แล้ว ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเดินเข้าหุบเขาที่ Johnston Canyon กันบ้าง ที่นี่เป็นหนึ่งในเส้นทางเดินยอดนิยมของ Banff เพราะเดินสนุก วิวเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ และไม่ต้องเป็นสาย Hiking จริงจังก็มาเที่ยวได้ เส้นทางจะพาเดินเลียบลำธาร ผ่านป่าสน หน้าผาหิน และทางเดินที่ยื่นออกไปตามผาหุบเขา มีเสียงน้ำไหลอยู่ข้าง ๆ ตลอดทาง บรรยากาศสดชื่นสุดใจ 

จุดแรกที่หลายคนเดินไปคือ Lower Falls ซึ่งอยู่ห่างจากจุดเริ่มต้นประมาณ 1.2 กิโลเมตร และถ้ายังมีแรงก็เดินต่อไป Upper Falls ได้ รวมระยะทางจากจุดเริ่มต้นประมาณ 2.5 กิโลเมตร ไฮไลท์สนุก ๆ ของ Lower Falls คือมีอุโมงค์หินสั้น ๆ ที่พาเข้าไปใกล้น้ำตกจนได้ยินเสียงน้ำแบบเต็ม ๆ ช่วงหน้าร้อนจะได้วิวป่าเขียวสด ส่วนหน้าหนาวน้ำตกบางส่วนจะแข็งตัว กลายเป็นกำแพงน้ำแข็งกลางหุบเขา สวยไปอีกอารมณ์เลย

4. Banff Gondola และ Sulphur Mountain

Banff Gondola Banff Gondola

ถ้าอยากเห็นว่าอุทยานแห่งชาติแบมฟ์กว้างและภูเขารอบ ๆ อลังการขนาดไหน ลองขึ้น Banff Gondola ไปบน Sulphur Mountain แล้วจะเห็นภาพชัดเลย กระเช้าจะค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นเหนือแนวป่า ระหว่างทางวิวของ Banff Town และ Bow Valley จะค่อย ๆ เปิดกว้างขึ้น จนพอถึงด้านบนจะเห็นแนวเทือกเขาร็อกกี้เรียงซ้อนกันอยู่รอบตัวแบบแทบ 360 องศาเลย 

ขึ้นไปแล้วไม่ได้มีแค่จุดชมวิวเท่านั้น เพราะยังสามารถเดินตาม Sulphur Mountain Boardwalk ไปยัง Sanson's Peak ได้ด้วย ทางเดินทำเป็นบอร์ดวอล์กไปตามแนวสันเขา เดินไม่ยากและมีวิวให้หยุดถ่ายรูปตลอดทาง ถ้าไม่อยาก Hiking หนัก ๆ แต่อยากได้วิวภูเขาแบบเต็มตา จุดนี้เหมาะมาก ยิ่งช่วงเย็นที่แสงเริ่มนุ่ม บรรยากาศบนยอดเขาจะยิ่งสวยจนอยากอยู่รอดูวิวต่ออีกนาน ๆ เลย 

5. Icefields Parkway

Icefields ParkwayIcefields Parkway

ปิดท้ายด้วยไฮไลท์ที่สายขับรถเที่ยวต้องชอบอย่าง Icefields Parkway หรือ Highway 93 North ถนนสาย Scenic Route ที่เชื่อม Lake Louise กับ เมือง Jasper ระยะทางประมาณ 230 กิโลเมตร แต่บอกเลยว่าเส้นนี้ไม่ใช่ถนนที่ควรรีบขับให้ถึงปลายทาง เพราะความสนุกจริง ๆ อยู่ที่วิวและจุดแวะระหว่างทางนี่แหละ

ตลอดเส้นจะได้ขับผ่านภูเขาสูง ธารน้ำแข็ง ป่าสน แม่น้ำ และทะเลสาบสีสวยแบบต่อเนื่อง มีจุดดังให้แวะหลายแห่ง เช่น Bow Lake, Peyto Lake, Columbia Icefield และ Saskatchewan River Crossing บางช่วงของถนนเปิดวิวออกกว้างจนเห็นแนวเทือกเขาอยู่ตรงหน้าแบบเต็ม ๆ เป็นเส้นทางที่แค่ขับรถก็รู้สึกเหมือนกำลังเที่ยวอยู่ตลอดเวลเลย

ถ้าจะจัด Road Trip บนเส้นนี้ แนะนำอย่าอัดเวลาแน่นเกินไป เพราะมีโอกาสแวะถ่ายรูปบ่อยกว่าที่คิด และควรเติมน้ำมัน เตรียมน้ำกับของกินให้พร้อมก่อนออกเดินทาง เพราะบริการระหว่างทางมีค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะถ้ามาช่วงนอกฤดูร้อนควรเช็กสภาพถนนและสภาพอากาศก่อนออกทุกครั้ง

ที่ตั้งและการเดินทางไปอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ (Banff National Park)

สำหรับใครที่สงสัยว่า Banff National Park อยู่ที่ไหน อุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่ในรัฐ Alberta ทางตะวันตกของประเทศแคนาดา อยู่ท่ามกลางแนว Canadian Rockies โดยมี Banff Town เป็นเมืองหลักที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้เป็นฐานเที่ยว ส่วนเมืองใหญ่ที่อยู่ใกล้และเดินทางสะดวกที่สุดคือ Calgary ซึ่งอยู่ห่างจาก Banff Town ประมาณ 130 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถราว 1.5 ชั่วโมง

วิธีการเดินทางจากไทยไปอุทยานแห่งชาติแบมฟ์

จากประเทศไทยยังไม่มีเที่ยวบินตรงเข้า Banff เพราะตัวอุทยานไม่มีสนามบิน วิธีง่ายที่สุดคือบินจากกรุงเทพฯ ไปลงสนามบินใหญ่ในแคนาดาก่อน แล้วเดินทางต่อมายังรัฐ Alberta โดยสนามบินที่ใช้วางแผนทริปได้มีดังนี้

บินไป Calgary International Airport (YYC): เป็นตัวเลือกที่สะดวกที่สุดสำหรับคนที่ตั้งใจมา เที่ยว Banff National Park โดยเฉพาะ เพราะสนามบินอยู่ห่าง Banff Town ประมาณ 130 กิโลเมตร จากกรุงเทพฯ ยังไม่มีเที่ยวบินตรง จึงต้องต่อเครื่องอย่างน้อย 1 ครั้งตามเส้นทางของแต่ละสายการบิน เมื่อถึง Calgary แล้วสามารถเช่ารถ ขึ้น Shuttle หรือรถบัสเข้า Banff ต่อได้เลย
บินไป Vancouver International Airport (YVR): เหมาะกับคนที่อยากเที่ยว Vancouver ก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อมายัง Banff โดยสามารถบินภายในประเทศจาก Vancouver ไป Calgary แล้วต่อรถเข้า Banff ได้ หรือถ้ามีเวลาหลายวันจะเช่ารถขับจาก Vancouver มา Banff ก็ได้เช่นกัน ระยะทางประมาณ 850 กิโลเมตร ใช้เวลาขับจริงราว 9–10 ชั่วโมงโดยไม่รวมเวลาแวะ เหมาะกับสาย Road Trip ที่อยากเที่ยวหลายเมืองระหว่างทางมากกว่าเดินทางตรงเข้า Banff
บินไป Edmonton International Airport (YEG): เป็นอีกสนามบินในรัฐ Alberta ที่ใช้เป็นจุดเริ่มต้นได้ แต่จะอยู่ไกล Banff กว่า Calgary พอสมควร หากขับรถลงมาจะใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงกว่า ๆ จึงเหมาะกับคนที่มีแพลนเที่ยว Edmonton หรือพื้นที่อื่นของ Alberta อยู่แล้วมากกว่า

รวมโปรโมชัน Traveloka จองตั๋วเครื่องบินไปแคนาดา ราคาประหยัด

Wed, 21 Oct 2026

Air Canada

กรุงเทพ (BKK) ไป คาลการี (YYC)

เริ่มจาก THB 16,655.40

Wed, 14 Oct 2026

Air Canada

กรุงเทพ (BKK) ไป คาลการี (YYC)

เริ่มจาก THB 17,213.10

Wed, 14 Oct 2026

Hong Kong Airlines

กรุงเทพ (BKK) ไป คาลการี (YYC)

เริ่มจาก THB 19,048.67

ถ้าเป้าหมายหลักของทริปคือ Banff โดยเฉพาะ Calgary International Airport (YYC) จะสะดวกที่สุด เพราะอยู่ใกล้อุทยานและมีตัวเลือกเดินทางต่อค่อนข้างเยอะ ส่วน Vancouver เหมาะกับทริปที่อยากเที่ยวฝั่งตะวันตกของแคนาดาควบคู่กันไป

วิธีเดินทางจาก Calgary ไป Banff National Park

จาก Calgary ไป Banff ถือว่าเดินทางไม่ยาก โดยเส้นทางหลักคือ Trans-Canada Highway (Highway 1) ขับออกจาก Calgary ไปทางตะวันตก ผ่านเมือง Canmore ก่อนเข้าสู่ Banff National Park ถนนส่วนใหญ่ขับตรงยาวและมีวิวภูเขาค่อย ๆ โผล่เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งช่วงเข้าเขต Canadian Rockies บอกเลยว่าวิวข้างทางเริ่มทำให้อยากหยิบกล้องขึ้นมาตั้งแต่ยังไม่ถึงที่เที่ยวเลย

เช่ารถขับ: จาก Calgary International Airport สามารถเช่ารถแล้วขับตาม Highway 1 เข้า Banff ได้เลย ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตร ใช้เวลาราว 1.5 ชั่วโมง ข้อดีคือมีรถใช้เที่ยวต่อในอุทยาน ขับต่อไป Lake Louise และ Icefields Parkway ได้สะดวก ๆ
นั่ง Airport Shuttle: มีบริการรถรับส่งจาก Calgary International Airport ไป Banff และ Lake Louise เหมาะกับคนที่ไม่อยากขับรถเอง พอถึง Banff Town แล้วสามารถต่อรถสาธารณะไปเที่ยวจุดต่าง ๆ ได้อีกที
นั่งรถบัส: มีรถโดยสารระหว่าง Calgary และ Banff ให้เลือกเช่นกัน เหมาะกับสายเที่ยวด้วยตัวเอง ที่อยากคุมงบและไม่มีแพลนเช่ารถ แนะนำเช็กรอบรถและจองล่วงหน้าในช่วง High Season

การเดินทางภายใน Banff National Park

ถ้าเช่ารถมา การเดินทางระหว่างจุดเที่ยวหลักค่อนข้างตรงไปตรงมา โดย Highway 1 (Trans-Canada Highway) เป็นเหมือนเส้นทางหลักของทริป เชื่อม Banff Town กับ Lake Louise และพื้นที่สำคัญต่าง ๆ ส่วนถนนที่ควรรู้จักเพิ่มเติมมีดังนี้

Bow Valley Parkway (Highway 1A): ถนน Scenic Route ที่วิ่งขนานกับ Highway 1 ระหว่าง Banff และ Lake Louise บางช่วง เหมาะกับคนที่อยากขับรถชิล ๆ ชมวิว และใช้เดินทางไป Johnston Canyon แต่ควรเช็กการปิดถนนตามฤดูกาลก่อนออกเดินทาง
Lake Louise Drive: ถนนที่แยกจาก Highway 1 ขึ้นไปยัง Lake Louise บริเวณนี้คนเยอะมากในช่วงหน้าร้อนและที่จอดรถมีจำกัด การใช้ Shuttle จึงสะดวกกว่าในหลายกรณี
Lake Minnewanka Scenic Drive: ถนนวงรอบใกล้ Banff Town ใช้เที่ยวโซน Lake Minnewanka และพิกัดธรรมชาติรอบ ๆ เหมาะกับวันที่ไม่อยากขับรถไกล
Icefields Parkway (Highway 93 North): หนึ่งในเส้นทาง Road Trip ที่ดังที่สุดของ Canadian Rockies เริ่มจากบริเวณ Lake Louise แล้ววิ่งขึ้นเหนือไปทาง Jasper ระยะทางประมาณ 230 กิโลเมตร ระหว่างทางผ่านทั้งภูเขา ทะเลสาบ ธารน้ำแข็ง และจุดชมวิวมากมาย ใครจะขับเส้นนี้ควรเติมน้ำมันและเตรียมอาหารไว้ก่อน เพราะจุดบริการระหว่างทางมีไม่เยอะ

ส่วนใครที่ไม่ได้เช่ารถก็ไม่ต้องกังวล เพราะใน Banff มี Roam Public Transit เชื่อม Banff Town กับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมหลายแห่ง รวมถึงมี Shuttle ให้บริการไปยังพิกัดต่าง ๆ เช่น Banff Gondola, Lake Minnewanka, Johnston Canyon และ Lake Louise ส่วน Moraine Lake ต้องวางแผนเรื่องการเดินทางกันเป็นพิเศษ เพราะไม่อนุญาตให้รถยนต์ส่วนตัวของนักท่องเที่ยวเข้า แนะนำให้จอง Shuttle หรือรถรับส่งที่ได้รับอนุญาตไว้ล่วงหน้า จะได้เดินทางสะดวก เที่ยวต่อได้แบบชิล ๆ และไม่ต้องเสียเวลาวนหาที่จอดรถด้วย

จุดเด่นของอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ (Banff National Park)

Banff National Park
วิว Canadian Rockies สวยแบบเต็มตา: ไม่ว่าจะขับรถ เดินเล่น หรือขึ้นไปชมวิวบนที่สูง ก็มีแนวภูเขาสลับซับซ้อนเป็นฉากอยู่รอบตัว ทำให้แค่การเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งก็เหมือนได้เที่ยวไปด้วยตลอดทาง
ธรรมชาติหลากหลาย เที่ยวได้หลายสไตล์: ภายในอุทยานมีทั้งภูเขา ป่าสน น้ำตก ลำธาร ธารน้ำแข็ง และทะเลสาบสีสวยหลายแห่ง วันหนึ่งอาจเดิน Hiking กลางป่า อีกวันเปลี่ยนไปพายเรือหรือชมวิวชิล ๆ ก็ได้ ทำให้จัดทริปหลายวันแล้วไม่ค่อยรู้สึกจำเจ
แต่ละฤดูให้อารมณ์ต่างกันชัดเจน: หน้าร้อนเหมาะกับการออกไปเดินป่าและทำกิจกรรมกลางแจ้ง ส่วนฤดูใบไม้ร่วงบรรยากาศจะเงียบลงและอากาศเย็นขึ้น ขณะที่หน้าหนาว จะเปลี่ยนภูเขาและป่าสนให้กลายเป็นโลกสีขาว พร้อมกิจกรรมหิมะและสกีให้ลองกันเต็มที่
มีโอกาสได้เจอสัตว์ป่าระหว่างทริป: Banff เป็นถิ่นอาศัยของสัตว์หลายชนิด เช่น กวางเอลก์ บิ๊กฮอร์นชีพ และสัตว์ป่าอื่น ๆ บางครั้งอาจได้เห็นระหว่างเดินทางด้วย แต่ควรชมจากระยะที่เหมาะสม ไม่เข้าใกล้หรือให้อาหาร เพื่อความปลอดภัยทั้งของเราและสัตว์
มี Banff Town ให้พักและเที่ยวต่อได้สบาย: แม้จะมาเที่ยวอุทยานแห่งชาติ แต่ก็ไม่ต้องลุยธรรมชาติตลอดทริป เพราะ Banff Town มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านค้า และที่พัก ให้เลือกหลายแบบ ช่วงเย็นหลังกลับจากเที่ยวจึงยังออกมาเดินเล่น หาอะไรกิน หรือพักชิล ๆ ท่ามกลางวิวภูเขาได้
เหมาะทั้งทริปสั้นและ Road Trip ยาว ๆ: จะมาเที่ยว Banff สัก 2–3 วัน หรือใช้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทาง Road Trip แคนาดา ก็จัดแพลนได้ง่าย โดยเฉพาะถ้าตั้งใจเที่ยวต่อในโซน Canadian Rockies ทำให้ Banff เป็นจุดหมายที่ต่อยอดทริปได้อีกหลายแบบ

เที่ยวอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ (Banff National Park) เดือนไหนดี?

ถ้าถามว่าเที่ยว Banff National Park เดือนไหนดี ขอตอบให้เลยว่าช่วงที่เหมาะที่สุดคือ เดือนมิถุนายน–กันยายน สำหรับคนที่อยากเห็นทะเลสาบสีฟ้า เดิน Hiking และขับ Road Trip ส่วนเดือนธันวาคม–มีนาคมเหมาะกับคนที่อยากสัมผัส Banff ในบรรยากาศหิมะและเล่นสกี แต่จริง ๆ แล้วแต่ละฤดูก็มีเสน่ห์ต่างกัน เลือกช่วงที่ตรงกับสไตล์เที่ยวของเราได้เลย

ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน–พฤษภาคม) | ประมาณ -5 ถึง 15°C: เป็นช่วงที่ Banff ค่อย ๆ เปลี่ยนจากฤดูหนาวเข้าสู่อากาศที่อุ่นขึ้น หิมะในพื้นที่ต่ำเริ่มละลาย แต่ตามยอดเขาและพื้นที่สูงยังเห็นสีขาวอยู่ บรรยากาศค่อนข้างสงบ นักท่องเที่ยวยังไม่แน่นเท่าหน้าร้อน เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบเรื่อย ๆ แต่เส้นทาง Hiking และทะเลสาบบางแห่งอาจยังมีหิมะหรือน้ำแข็งปกคลุมอยู่
ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม) | ประมาณ 5–25°C: ถือเป็นช่วงยอดนิยมสำหรับการเที่ยว Banff National Park เพราะอากาศกำลังสบาย กลางวันยาว และทะเลสาบส่วนใหญ่ละลายจนเห็นสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ชัดเจน เหมาะทั้งพายเรือ Hiking ปั่นจักรยาน และขับรถเที่ยว แต่เป็น High Season ของที่นี่เช่นกัน ที่พักและ Shuttle ยอดนิยมจึงควรจองล่วงหน้า
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–ตุลาคม) | ประมาณ -5 ถึง 15°C: ใครชอบอากาศเย็นและบรรยากาศที่เริ่มสงบลง ช่วงนี้น่าเที่ยวมาก โดยเฉพาะเดือนกันยายนที่ยังทำกิจกรรมกลางแจ้งได้หลายอย่าง พร้อมชมต้นไม้ในบางพื้นที่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองตัดกับภูเขา ช่วงปลายฤดูอุณหภูมิจะลดลงเร็วและอาจเริ่มเจอหิมะ จึงควรเตรียมเสื้อกันหนาวไว้ให้พร้อม
ฤดูหนาว (พฤศจิกายน–มีนาคม) | ประมาณ -15 ถึง 5°C: Banff National Park หน้าหนาว จะเปลี่ยนบรรยากาศไปแบบคนละฟีล ทั้งภูเขา ป่าสน และทะเลสาบถูกปกคลุมด้วยหิมะ เหมาะกับการเล่นสกี สโนว์บอร์ด เดิน Snowshoeing หรือแค่พักชมวิวเมืองกลางหุบเขาก็สวยแล้ว แต่บางวันอุณหภูมิอาจต่ำกว่าช่วงที่ระบุได้มาก ควรเตรียมเสื้อผ้าสำหรับอากาศหนาวจัดให้พร้อมและเช็กสภาพถนนก่อนออกเที่ยว

กิจกรรมแนะนำในอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ (Banff National Park)

Serene view of canoes on Lake Louise surrounded by snow-capped mountains in Banff National Park, Alberta.
พายเรือแคนูหรือคายัคกลางทะเลสาบ: เปลี่ยนจากการยืนชมวิวริมฝั่งมาออกไปสัมผัสบรรยากาศกลางน้ำกันบ้าง โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนที่อากาศเป็นใจสุด ๆ จะพายชิล ๆ ชมภูเขารอบตัวหรือหยุดถ่ายรูปกลางทะเลสาบก็ได้ฟีลทุกแบบเลย
ออกเดิน Hiking ท่ามกลาง Canadian Rockies: Banff มีเส้นทางเดินให้เลือกตั้งแต่ระดับเบา ๆ ไปจนถึงเส้นทางสำหรับสายจริงจัง เหมาะกับการใช้เวลาช้า ๆ อยู่กับธรรมชาติ ระหว่างทางอาจได้เจอทั้งลำธาร ทุ่งหญ้า จุดชมวิว และมุมสงบ ๆ ที่รถเข้าไม่ถึง
แช่น้ำพุร้อนคลายเหนื่อย: หลังเดินเที่ยวมาทั้งวัน ลองแวะแช่น้ำอุ่นที่ Banff Upper Hot Springs ให้ร่างกายได้พักสักหน่อย ไฮไลท์คือสามารถนั่งแช่น้ำพร้อมชมวิวภูเขารอบ ๆ ได้ เป็นกิจกรรมสบาย ๆ ที่เหมาะกับการปิดท้ายวันมาก
ปั่นจักรยานชมธรรมชาติ: ใครอยากเที่ยวแบบแอคทีฟขึ้นอีกนิด สามารถเช่าจักรยานปั่นรอบ Banff Town หรือเลือกเส้นทางธรรมชาติที่อนุญาตให้ปั่นได้ ได้ทั้งออกกำลังและชมวิวไปพร้อมกัน แถมยังแวะถ่ายรูปตามทางได้ตามใจด้วย
เล่นสกีและกิจกรรมหิมะในหน้าหนาว: Banff National Park หน้าหนาว เป็นเวลาของสายหิมะเต็มตัว สามารถไปเล่นสกีหรือสโนว์บอร์ดตามสกีรีสอร์ต รวมถึงลอง Snowshoeing หรือการเดินบนเส้นทางที่ปกคลุมด้วยหิมะ ได้เห็น Banff ในบรรยากาศอีกแบบที่ต่างจากหน้าร้อนแบบคนละเรื่องเลย 
ออกไปดูดาวกลางคืน: ถ้ามีคืนที่ท้องฟ้าเปิด ลองหาเวลาหยุดมองฟ้ากันสักหน่อย เพราะเมื่อออกห่างจากแสงในตัวเมือง จะเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืนชัดขึ้น ยิ่งมีภูเขาเป็นฉากอยู่รอบ ๆ ก็ยิ่งได้บรรยากาศสงบ ๆ เหมาะกับการจบวันแบบไม่ต้องรีบไปไหน

แนะนำที่พักใกล้อุทยานแห่งชาติแบมฟ์ (Banff National Park)

เที่ยวธรรมชาติกันเต็มวันแล้ว การได้กลับมาพักในที่พักบรรยากาศดี ๆ ท่ามกลางวิวภูเขาก็เป็นอีกส่วนที่ทำให้ทริป Banff ฟินขึ้นไปอีก โดยเฉพาะที่พักใน Banff Town ที่เดินทางไปเที่ยวต่อสะดวก แถมช่วงเย็นยังออกมาเดินเล่น หาอะไรกิน หรือแวะคาเฟ่ได้ง่าย ใครกำลังหาที่พักอยู่ ลองดูจาก 3 สไตล์นี้ได้เลย

Moose Hotel & Suites

Moose Hotel & Suites
Moose Hotel & Suites
Moose Hotel & Suites
Moose Hotel & Suites

+2

Moose Hotel & Suites

ถ้าอยากพักใจกลาง Banff Town แบบเดินเที่ยวสะดวก Moose Hotel & Suites เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ตัวโรงแรมมาในบรรยากาศอบอุ่นสไตล์ Mountain Lodge ใช้ไม้และโทนธรรมชาติเข้ากับวิวภูเขารอบเมืองได้ดี ทำเลอยู่บน Banff Avenue ใกล้ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้าต่าง ๆ ทำให้กลับจากเที่ยวแล้วไม่ต้องขับรถออกไปไหนไกล ไฮไลท์ที่ชวนให้อยากกลับโรงแรมเร็วหน่อยคือ Rooftop Hot Pools ที่สามารถลงไปแช่น้ำอุ่นพร้อมชมวิวภูเขา เป็นฟีลการพักผ่อนที่เข้ากับทริปสุด ๆ

Fairmont Banff Springs

Fairmont Banff Springs
Fairmont Banff Springs
Fairmont Banff Springs
Fairmont Banff Springs

+2

Fairmont Banff Springs

ใครอยากเพิ่มความพิเศษให้ทริปนี้หน่อย ลองปักหมุด Fairmont Banff Springs โรงแรมระดับลักชัวรีที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมคล้ายปราสาทขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าและภูเขาของ Banff National Park บรรยากาศจึงทั้งคลาสสิกและโรแมนติกในเวลาเดียวกัน ภายในมีห้องพักหลายสไตล์ ร้านอาหาร สปา และพื้นที่พักผ่อนค่อนข้างครบ เหมาะกับวันที่อยากพักช้า ๆ ใช้เวลาอยู่โรงแรมบ้าง ที่สำคัญยังอยู่ไม่ไกลจาก Banff Town จะเข้าเมืองหรือออกไปเที่ยวธรรมชาติต่อก็สะดวก เรียกว่าเป็นที่พักที่ตัวโรงแรมเองก็กลายเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของทริปได้เลย

Banff International Hostel

Banff International Hostel
Banff International Hostel
Banff International Hostel
Banff International Hostel

+2

Banff International Hostel

สำหรับสายเที่ยวที่อยากประหยัดงบไว้ทำกิจกรรมหรือกินของอร่อย Banff International Hostel เป็นอีกตัวเลือกที่พักใน Banff Town ที่น่าดูไว้เลย โลเคชั่นอยู่ไม่ไกลจาก Banff Avenue สามารถเดินไปหาร้านอาหาร ร้านค้า หรือเดินเล่นในตัวเมืองได้สะดวก ที่พักเน้นบรรยากาศเรียบง่าย เป็นกันเอง มีทั้งห้องพักและพื้นที่ส่วนกลางสำหรับนั่งพักหรือพูดคุยกับนักเดินทางคนอื่น ๆ เหมาะกับ Backpacker หรือคนที่ไม่ได้เน้นความหรูหรา แต่อยากได้ที่พักทำเลดีไว้กลับมานอนพักให้เต็มอิ่ม ก่อนตื่นเช้าออกไปเที่ยว Banff National Park กันต่อในวันรุ่งขึ้น

เคล็ดลับการเที่ยวอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ (Banff National Park) 

เริ่มเที่ยวเช้าหน่อย คุ้มกว่าเยอะ: จุดยอดนิยมของ Banff มักคึกคักขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงสาย การออกจากที่พักแต่เช้าจึงช่วยให้เที่ยวสบายขึ้น มีเวลาเดินเล่นและถ่ายรูปแบบไม่ต้องรีบ แถมยังเหลือเวลาแวะพิกัดอื่นต่อได้อีก
แต่งตัวแบบ Layer ไว้ก่อน: อากาศบนภูเขาเปลี่ยนได้ค่อนข้างไว ต่อให้มาเที่ยวหน้าร้อน ช่วงเช้า เย็น หรือบนพื้นที่สูงก็อาจเย็นกว่าที่คิด แนะนำพกเสื้อคลุมบาง ๆ และเสื้อกันฝนติดกระเป๋าไว้ จะได้พร้อมรับอากาศที่เปลี่ยนระหว่างวัน
รองเท้าดีมีชัยไปกว่าครึ่ง: หลายจุดต้องเดินมากกว่าที่เห็นในรูป โดยเฉพาะถ้าจะต่อ Hiking เลือกรองเท้าที่พื้นยึดเกาะดีและเดินนานแล้วสบายเท้า จะช่วยให้เที่ยวสนุกขึ้นแบบรู้สึกได้เลย
อย่าจัดตารางแน่นจนเกินไป: วิวระหว่างทางของ Banff มีโอกาสทำให้แผนเลทได้ง่ายมาก เพราะเดี๋ยวก็อยากแวะถ่ายรูป เดี๋ยวก็อยากอยู่ชมวิวต่ออีกหน่อย เผื่อเวลาในแต่ละวันไว้บ้าง จะได้เที่ยวแบบไม่ต้องคอยมองนาฬิกาตลอด
เช็กสภาพอากาศและเส้นทางทุกเช้า: ฝน หิมะ ไฟป่า หรือสภาพถนนอาจทำให้บางเส้นทางมีข้อจำกัดได้ โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนฤดู ก่อนออกจากที่พักจึงควรเช็กประกาศล่าสุดของ Parks Canada และมีแผนสำรองติดไว้สักหนึ่งพิกัด
เตรียมน้ำและของกินเล่นติดรถไว้: ถ้าออกไปเที่ยวเส้นทางธรรมชาติหรือขับรถไกลจาก Banff Town ร้านค้าอาจไม่ได้มีให้แวะตลอดทาง พกน้ำ ขนม หรืออาหารง่าย ๆ ไว้สักหน่อย จะได้ไม่ต้องรีบกลับเข้าเมืองเพราะหิวกลางทริป
เจอสัตว์ป่าให้ชมจากระยะห่าง: การเจอกวางหรือสัตว์ป่าระหว่างทางถือเป็นโมเมนต์พิเศษของทริป แต่ไม่ควรเข้าไปใกล้เพื่อถ่ายรูปหรือให้อาหาร และถ้าเจอสัตว์ขณะขับรถก็ควรจอดเฉพาะบริเวณที่ปลอดภัย เพื่อไม่ให้รบกวนสัตว์และการจราจรครับ

อ่านต่อบทความท่องเที่ยวแคนาดาอื่น ๆ:

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ (Banff National Park) 

Q: คนไทยไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติแบมฟ์ ต้องทำวีซ่าไหม?

A: ต้องใช้วีซ่าท่องเที่ยวแคนาดา (Visitor Visa) สำหรับพาสปอร์ตไทยทั่วไป เว้นแต่ผู้ที่มีสิทธิ์สมัคร eTA ตามเงื่อนไขของแคนาดา เช่น เคยถือวีซ่าแคนาดาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา หรือถือวีซ่าชั่วคราวของสหรัฐฯ ที่ยังไม่หมดอายุ

Q: เดินทางจากสนามบินไป Banff National Park ยังไงสะดวกที่สุด?

A: วิธีที่สะดวกที่สุดคือบินลงสนามบิน Calgary (YYC) แล้วเช่ารถขับตาม Highway 1 เข้า Banff Town ใช้เวลาประมาณ 1.5 ชั่วโมง หรือหากไม่อยากขับรถ ก็สามารถนั่ง Airport Shuttle Direct เข้าสู่ตัวอุทยานได้เลย

Q: เที่ยว Banff National Park ช่วงไหนดีที่สุด?

A: หากอยากเห็นทะเลสาบสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ พายเรือ และเดิน Hiking แนะนำช่วงฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม) แต่ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศหิมะ เล่นสกี และชมภูเขาขาวโพลด แนะนำช่วงฤดูหนาว (ธันวาคม–มีนาคม)

Q: ไปเที่ยว Banff ต้องแต่งตัวยังไง?

A: แนะนำแต่งตัวแบบสวมทับหลายชั้น (Layering) เพื่อให้ถอดหรือใส่เพิ่มได้ง่าย เพราะสภาพอากาศบนภูเขาเปลี่ยนแปลงไวตลอดวัน โดยควรพกเสื้อกันลม/กันฝนติดตัวไว้ ส่วนหน้าหนาวต้องเตรียมชุดกันหนาวจัด รองเท้ากันลื่น และอุปกรณ์กันหิมะให้พร้อม

Q: ขับรถเที่ยวเอง มีที่จอดรถสะดวกไหม?

A: มีลานจอดรถตามจุดท่องเที่ยวหลัก แต่ช่วง High Season ลานจอดบริเวณ Lake Louise มักจะเต็มเร็วมาก และไม่อนุญาตให้ขับรถส่วนตัวเข้า Moraine Lake จึงแนะนำให้ใช้บริการบัส Roam Transit หรือจอง Shuttle ล่วงหน้าจะสะดวกที่สุด

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ รัฐแอลเบอร์ตา

รัฐแอลเบอร์ตา

Canada

วูดบัฟฟาโล

Canada

บทความแนะนำ

กิจกรรมแอดเวนเจอร์ในสิงคโปร์: คู่มือสุดยอดความสนุกกลางแจ้งและเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

23 Sep 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

เที่ยวสิงคโปร์ เดือนไหนดี? - ที่เที่ยวกิจกรรมแนะนำในแต่ละฤดูกาล

19 Sep 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

จุดเช็กอิน "ต๋าข่า" สุดไวรัลในจีนประจำปี 2026: ถนนอู่คัง, กำแพงแดงหอกลอง และแคนตันทาวเวอร์

18 Sep 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 2 นาที

รวม 15 เมืองน่าเที่ยวในประเทศจีน อัปเดตเมืองสวย จุดเช็กอิน ที่เที่ยวจีน 2026 ห้ามพลาด!

04 Aug 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 6 นาที

ปักหมุด 30 ที่เที่ยวอุดรธานี ลิสต์เดียวเที่ยวได้ทั้งทริป อัปเดตใหม่ 2026

26 Jul 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 12 นาที

สิงหาคม เที่ยวไหนดี? 20 พิกัดเที่ยวไทย-เที่ยวต่างประเทศ พาแม่เที่ยวฟินๆ [อัปเดต 2026]

25 Jul 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 7 นาที
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร