
ถ้าพูดถึงประเทศในยุโรปที่มีทั้งเมืองสวย ๆ ธรรมชาติสุดอลังการ และบรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปในเทพนิยาย สวีเดน (Sweden) ต้องติดอยู่ในลิสต์แน่นอน! เพราะที่นี่มีครบทั้งเมืองเก่าสีสันสดใส ปราสาทสุดคลาสสิก หมู่บ้านริมทะเลน่ารัก ๆ ไปจนถึงดินแดนหิมะทางตอนเหนือที่มีโอกาสได้เห็นแสงเหนือด้วยตาตัวเอง ใครกำลังวางแผนเที่ยวสวีเดนกันอยู่ ต้องรีบตามไปอ่านแล้ว เพราะวันนี้เรารวม 20 ที่เที่ยวสวีเดน น่าเช็กอินมาให้จุก ๆ พร้อมแนะนำที่พัก วิธีเดินทาง และทริคเที่ยวสนุก ๆ อ่านจบแล้วก็เตรียมแพ็กกระเป๋า จองตั๋วเครื่องบินและที่พักกับ Traveloka แล้วออกไปเที่ยวกันได้เลย!
Wed, 18 Nov 2026

China Eastern Airlines
กรุงเทพ (BKK) ไป สตอกโฮล์ม (ARN)
เริ่มจาก THB 11,408.02
Wed, 18 Nov 2026

Norse Atlantic Airways
กรุงเทพ (BKK) ไป สตอกโฮล์ม (ARN)
เริ่มจาก THB 9,578.85
Mon, 16 Nov 2026

การบินไทย
กรุงเทพ (BKK) ไป สตอกโฮล์ม (ARN)
เริ่มจาก THB 13,816.10
มาเริ่มกันด้วยที่เที่ยวสวีเดนแห่งแรกกับ พระราชวังหลวง KUNGLIGA SLOTTET ณ กรุงสต็อกโฮล์ม ที่โดดเด่นในเรื่องของการออกแบบสถาปัตยกรรมสไตล์บาโรคอันงดงาม โดยใช้เป็นที่ประทับของราชวงศ์สวีเดน ทำให้ภายในมีที่รองรับสำหรับแขกเนื่องในโอกาสสำคัญต่าง ๆ ซึ่งในปัจจุบันพระราชวังได้เปิดให้บริการประชาชน และกลุ่มนักท่องเที่ยวได้เข้าชมความสวยงาม และความเก่าแก่ที่มีมาอย่างยาวนาน
โดยภายในแบ่งเป็น 4 ส่วนหลัก ๆ ด้วยกัน ได้แก่ REPRESENTATIONSVÅNINGARNA ตำหนัก 7 ชั้น ที่ประกอบไปด้วยห้องต่าง ๆ มากถึง 600 ห้อง, ห้องพระคลัง ที่ใช้จัดแสดงมงกุฎและเครื่องประดับขององค์กษัตริย์, พิพิธภัณฑ์ของเก่า ที่เก็บรวบรวมของกษัตริย์ และพิพิธภัณฑ์ทรี โครนนูร ที่สร้างขึ้นเพื่อทดแทนพระราชวังเก่าที่ถูกไฟไหม้ไป
เดินทางไปเช็กอินกันต่อที่สะพาน ORESUND Bridge หนึ่งในสะพานที่ขึ้นชื่อว่ามีความยาวมากถึง 12 กม. โดยสะพานแห่งนี้เชื่อมต่อระหว่างประเทศเดนมาร์กกับประเทศสวีเดน ใช้เป็นเส้นทางสัญจรไปมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 โดยเป็นเส้นทางที่ใช้สำหรับรถยนต์และรถไฟ จึงทำให้ที่เที่ยวสวีเดนแห่งนี้กลายเป็นหนึ่งสะพานที่มีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตของประชาชนเป็นอย่างมาก ซึ่งตัวสะพานมีการออกแบบก่อสร้างอย่างงดงามและโดดเด่น เหมาะอย่างยิ่งแก่การเดินทางไปชมความสวยงามและแวะถ่ายรูปเก็บบรรยากาศเป็นที่ระลึกกัน
สำหรับใครที่เป็นนักท่องเที่ยวสายผจญภัยและชอบความท้าทาย ก็ต้องไม่พลาดกับการเดินทางไปเช็กอินที่สวนสนุกลิสแบร์ ที่ตั้งอยู่ในเมืองโกเธนเบิร์ก สวนสนุกที่ขึ้นชื่อว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในแถบสแกนดิเนเวีย โดยนักท่องเที่ยวสามารถสนุกสนานไปกับการเล่นเครื่องเล่นต่าง ๆ ที่มีให้เลือกมากกว่า 40 ชนิด อีกทั้งภายในสวนสนุกยังมีเวทีคอนเสิร์ตที่โชว์วงดนตรีในสวีเดน และนักร้องชื่อดังจากทั่วโลก เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่คุณสามารถสนุกสนานได้อย่างเมามัน และเพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรีได้ในเวลาพร้อม ๆ กัน แต่ใครจะไปก็ดูช่วงเวลาให้ดี เพราะที่เที่ยวสวีเดนแห่งนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนตุลาคมเท่านั้น
ปราสาทโดรทนิงโฮล์ม Drottningholm Palace ตั้งอยู่ในเมือง Ekero ทางตะวันตกของกรุงสต็อกโฮล์ม ซึ่งนับเป็นที่เที่ยวสวีเดนที่ควรค่าแก่การไปสัมผัสด้วยตนเองสักครั้ง เนื่องจากความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่ผ่านการออกแบบได้อย่างโดดเด่นหรูหราอลังการ จนทำให้ได้รับการยกย่องจากองค์กร UNESCO ให้เป็นมรดกโลก และเป็นปราสาทที่สวยที่สุดของสวีเดน บอกได้เลยว่าใครที่เดินทางไปสวีเดนก็ไม่ควรพลาดในการเดินทางไปเช็กอินที่แห่งนี้เลยทีเดียว
ที่เที่ยวสวีเดนอย่าง หมู่บ้าน Smogen เป็นหมู่บ้านชาวประมงที่มีความสวยงามของสีสันอันสดใสตั้งเรียงรายสลับสีแดง, เหลือง, ฟ้า, เขียว และส้มไปมาราวกับบ้านตุ๊กตา ซึ่งสีสันเหล่านี้ช่วยเติมเต็มความมีชีวิตชีวาให้แก่ผู้มาเยือนได้อย่างเต็มเปี่ยม นอกจากนี้จุดเด่นที่ดึงดูดความสนใจนักท่องเที่ยวของหมู่บ้านแห่งนี้คือ บ้านทุกหลังจะมีเรือลำเล็กจอดไว้หน้าบ้าน รวมถึงมีท่าเรือประมง ท่าเรือยอร์ช และรีสอร์ตที่เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่มากมาย บอกเลยว่าใครที่อยากไปพักผ่อนสูดอากาศบริสุทธิ์ ก็สามารถเดินทางไปนอนพักชมวิวทะเล พร้อมฟังเสียงคลื่นที่นี่ได้อย่างอิ่มเอมใจ
ปราสาทคาลมาร์ Kalmar Castle เป็นปราสาทที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานและนับเป็นที่เที่ยวสวีเดนอันดับต้น ๆ ที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างมาก โดยปราสาทแห่งนี้เคยเป็นป้อมปราการที่ใช้สำหรับป้องกันข้าศึก และโจรสลัดไม่ให้เข้ามาตีเมืองทางด้านทะเลบอลติก ซึ่งภายนอกมีการออกแบบอย่างวิจิตรงดงามในสไตล์เรเนซองส์ ทำให้มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและสะดุดตาผู้มาเยือนได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ที่นี่ยังมีเมนูอาหารสไตล์ศตวรรษที่ 16 ไว้คอยต้อนรับนักท่องเที่ยวได้มาลิ้มลองรสชาติกันอีกด้วย
หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวสวีเดนก็คงมองข้ามโรงแรมน้ำแข็ง ICEHOTEL ไม่ได้เลย เพราะโรงแรมแห่งนี้สร้างด้วยหิมะและน้ำแข็งจาก Torne River โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ -5 องศา ซึ่งจุดเด่นและไฮไลต์สำคัญของที่นี่คือ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ภายในห้องพัก ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ, ตู้, เตียง, ของใช้ส่วนตัว, ชาม, แก้ว ล้วนทำมาจากน้ำแข็งทั้งสิ้น อีกทั้งยังมีในส่วนของโรงหนัง, ไนต์คลับ, บาร์น้ำแข็ง และห้องแสดงนิทรรศการ ตลอดไปจนถึงสถานที่จัดสำหรับงานแต่งที่มีไว้รองรับความต้องการของผู้คนไว้อีกเช่นกัน เรียกได้ว่าที่เที่ยวสวีเดนแห่งนี้เป็นการสัมผัสประสบการณ์การนอนแบบใหม่ที่หาไม่ได้จากที่ไหนเลย
เดินทางไปท่องเที่ยวกันต่อในจุดเช็กอินเมืองในสวีเดนที่ถัดมาอย่าง พิพิธภัณฑ์วาซา (Vasa Museum) หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก เพราะด้วยความสวยงาม และความอลังการของผลงานการแสดงเรือรบโบราณวาซา ที่นับได้ว่าเป็นสมบัติอันล้ำค่าของชาติสวีเดนเป็นอย่างมาก เนื่องจากเรือรบลำนี้ได้ถูกสร้างมาจากไม้โอ๊กทั้งลำ และตกแต่งด้วยลวดลายการแกะสลักอย่างประณีต จึงทำให้ได้ออกมาเป็นเรือรบที่มีความงดงามตระการตาเป็นอย่างมากนั่นเอง
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ (Swedish Museum of Nation) กรุงสต็อกโฮล์ม หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่จะทำให้เหล่านักเดินทางทั้งหลายได้เรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมสวีเดนโบราณ และศิลปะอันสวยงามอันเก่าแก่ ที่ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รวบรวมผลงาน และข้าวของเครื่องใช้ต่างในยุคโบราณตั้งแต่สมัยยุคหินจนถึงยุคไวกิ้ง ให้คุณได้มาเดินเที่ยวชมกันได้อย่างเต็มที่ โดยไฮไลต์เด็ดของที่เที่ยวสวีเดนแห่งนี้จะอยู่ที่บริเวณ ห้องสีทอง หรือที่เรียกกันว่า Guldrummet ซึ่งเป็นห้องรวบรวมเครื่องเรือนโบราณต่าง ๆ ที่ทำจากทองและเงินไว้ให้ห้องเดียว เรียกได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว
เดินทางไปเช็กอินที่เที่ยวสวีเดนกันต่อที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินกรุงสต็อกโฮล์ม สถานที่ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่มีความยาวมากที่สุดในโลกมากถึง 110 กิโลเมตร และติดอันดับ 1 ใน 7 สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่สวยที่สุด ซึ่งในปัจจุบันสถานีรถไฟเปิดให้บริการจำนวนทั้งหมด 100 สถานี แต่ละสถานีถูกตกแต่งด้วยสีสันที่สดใส ออกแบบด้วยการใช้ลวดลาย รูปภาพ รูปปั้น และภาพวาดตามฝาผนังอย่างวิจิตรบรรจง โดยการใช้ศิลปะสมัยใหม่ผสมผสานเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นความสวยงามที่สะดุดตาใครหลายคน
วิหาร Lund เป็นที่เที่ยวสวีเดนที่ควรค่าแก่การเดินทางไปสัมผัสด้วยตาของคุณเองสักครั้ง เนื่องจากความสง่างามของโครงสร้างวิหาร ที่ผ่านการออกแบบและแกะสลักโดยช่างชาวเยอรมัน ทำให้ภายนอกของวิหารมีความโดดเด่น และเป็นที่น่าสะดุดตาของนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดยห้องที่เก่าแก่ที่สุดของวิหารแห่งนี้ คือ ห้องใต้ดิน ภายในเป็นหลังคาไม้ประดับด้วยเสาหินแกะสลัก ซึ่งถือเป็นห้องที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างมาก บอกได้เลยว่าถ้าคุณเป็นสายเที่ยวที่ชื่นชอบชมความงามของสถาปัตยกรรม และชื่นชอบการถ่ายภาพ ก็ต้องเดินทางไปเช็กอินที่แห่งนี้เลย
เดินทางไปเช็กอินที่เที่ยวสวีเดนอันดับถัดมากันต่อที่ Shanken พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งแห่งแรกของโลกที่ตั้งอยู่บนเกาะ Djurgarden ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1891 โดยสถานที่แห่งนี้ได้รวบรวมบ้านเก่าแก่ของสวีเดนไว้มากมาย ทำให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความสวยงามภายในและชมวัฒนธรรมทางสิ่งก่อสร้างของชาวสวีเดน รวมถึงวิถีชีวิตที่แตกต่างจากเราอย่างสิ้นเชิงได้อย่างเต็มเปี่ยม นอกจากนี้บริเวณโดยรอบพิพิธภัณฑ์ยังมีสวนสัตว์ที่รวบรวมพันธุ์สัตว์หายากในแถบสแกนดิเนเวียมากกว่า 300 สายพันธุ์ ให้เราได้เยี่ยมชมกันอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นสถานที่แห่งประวัติศาสตร์ที่น่าค้นหาไม่น้อยเลยทีเดียว
หากคุณอยากสัมผัสธรรมชาติที่แวดล้อมไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของต้นไม้อันเขียวขจี ทะเลสาบ และเนินเขาที่เรียงรายสลับซับซ้อนกันไปมาก็ต้องไม่พลาดในการเดินทางไปเช็กอินกันที่ สมอลันด์ ที่ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของสวีเดน เพราะนอกจากที่เที่ยวสวีเดนแห่งนี้จะเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าค้นหาของทัศนียภาพโดยรอบแล้ว ที่นี่ยังมีชื่อเสียงด้านงานฝีมือโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เครื่องแก้วที่โด่งดังไปทั่วโลก จนได้รับฉายาว่าเป็นอาณาจักรแห่งแก้ว นอกจากนี้เมืองอัมฮุล์ทในเมืองสมอลันด์ยังเป็นจุดกำเนิดของอิเกีย แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ชื่อดังระดับโลกอีกด้วย
อุปซอลา นับเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสี่ของสวีเดน โดยนักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถไปจากกรุงสต็อกโฮล์มเพียงใช้เวลาประมาณ 40 นาที ซึ่งจุดเช็กอินที่ไม่ควรพลาดในการไปเยือนเลยก็คือ โบสถ์อุปซอลา (The Metropolitan Cathedral Church of Uppsala) โบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย และมีความงดงามทางสถาปัตยกรรมเป็นอย่างมาก
ที่สำคัญที่แห่งนี้ยังเป็นศูนย์กลางทางคริสต์ศาสนาของประเทศสวีเดนที่ผู้คนต่างเลื่อมใสกัน และนอกจากการเดินทางมาชมความสง่างามของสถาปัตยกรรมภายในที่เที่ยวสวีเดนแห่งนี้แล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศภายนอกที่รายล้อมไปด้วยทัศนียภาพของธรรมชาติได้อย่างไกลสุดลูกหูลูกตา
เดินทางไปกันต่อที่เมืองคิรูนา เมืองที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศสวีเดน เหมาะอย่างยิ่งแก่การเดินทางไปในช่วงฤดูหนาว เพราะคุณจะได้สัมผัสความหนาวเย็นได้อย่างสะใจ โดยหนึ่งในพิกัดที่คุณไม่ควรพลาดแก่การไปเช็กอินเลยก็คือ โบสถ์ คิรูนา ที่เป็นหนึ่งในมรดกทางวัฒนธรรมสวีเดนออกแบบมาในสไตล์กอทิกสมัยใหม่ โดยการใช้วัสดุจากไม้เป็นหลัก โดยโบสถ์แห่งนี้ผ่านการออกแบบโดย Gustaf Wickman ชื่อดัง แต่ภายหลังได้มีการบูรณะและปรับเปลี่ยนศิลปะด้านนอกออกมาในสไตล์อาร์ตนูโว จนเกิดเป็นความโดดเด่นที่สะดุดตานักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก
Gamla Stan ในภาษาสวีเดนแปลว่า เมืองเก่า โดยที่เที่ยวสวีเดนแห่งนี้มีความเก่าแก่และล้ำค่าทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของพระราชวังหลวงมาก่อน ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกลิ่นอายย้อนยุค ที่ผสมผสานกับความทันสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว อีกทั้งบริเวณโดยรอบยังรายล้อมไปด้วยตรอกซอกซอยต่าง ๆ เรียงรายไปด้วยร้านค้า ร้านกาแฟ ตลอดไปจนถึงร้านหนังสือมากมาย ทำให้คุณสามารถเลือกชมสินค้า พร้อมทั้งซึมซับไปกับบรรยากาศเมืองเก่า และอาคารบ้านเรือนสีสันต่าง ๆ ที่สะท้อนถึงวิถีการใช้ชีวิตของชาวเมืองได้อย่างใกล้ชิด
ศาลาว่าการเมืองสต็อกโฮล์ม Stockholm City Hall ถือเป็นหนึ่งในที่เที่ยวสวีเดนที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวไม่แพ้ไปกับพิกัดอื่น ๆ โดยสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ทำงานของนักการเมือง และข้าราชการจำนวนหนึ่ง รวมถึงเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงศิลปะและวัตถุโบราณต่าง ๆ ไว้มากมาย
โดยนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปเยี่ยมชมทั้งศิลปะ และการออกแบบภายในที่ใช้อิฐสีแดงเป็นโครงสร้างหลัก ซึ่งใช้เวลาสร้างทั้งหมดยาวนานถึง 12 ปี จนทำให้ใครหลายคนสะดุดตาไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว นอกจากนี้คุณยังสามารถชมวิวทิวทัศน์และรับลมเย็น ๆ จากบริเวณใกล้เคียงได้อีกเช่นกัน
สำหรับใครที่ชื่นชอบความแปลกตาและสถาปัตยกรรม ก็ต้องไม่พลาดในการเดินทางไปปักหมุดที่ ตึก Turning Torso ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตึกที่สูงที่สุดในแถบสแกนดิเนเวีย โดยมีความสูงอยู่ที่ 190 เมตร ภายนอกตึกมีรูปร่างลักษณะที่แปลกตา รูปทรงบิดเกลียว ซึ่งผ่านการออกแบบโดยสถาปนิกชาวสวีเดนที่ชื่อว่า Santiago Calatrava ผู้ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการเลียนแบบลักษณะของการบิดตัวของมนุษย์ อย่างไรก็ตามที่เที่ยวสวีเดนแห่งนี้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเป็นหลัก หากใครมีโอกาสได้มาถึงเมืองมัลเลอ ก็สามารถมาชมความงดงามของตึก และเที่ยวชมแลนมาร์กอื่น ๆ บริเวณโดยรอบได้
เอาใจสายช้อปด้วยการเดินทางไปต่อที่ศูนย์การค้าเอ็มโพเรีย แหล่งช้อปปิ้งที่ตั้งอยู่ในเมืองมัลเมอที่เปรียบเสมือนศูนย์กลางธุรกิจ รวบรวมร้านค้ามากกว่า 200 ร้าน และสินค้าต่าง ๆ ไว้มากมาย ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาช้อปปิ้งเลือกชมสินค้าที่ต้องการได้ตามใจ
โดยจุดเด่นของที่เที่ยวสวีเดนแห่งนี้อยู่ที่ความแปลกตาของรูปร่างตึก ที่มีลักษณะเด่นเฉพาะไม่เหมือนใคร ผ่านการออกแบบที่สวยงาม ภายนอกประดับประดาไปด้วยกระจกใสตกแต่งเต็มไปทั่วบริเวณ จึงทำให้เป็นอีกจุดที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเดินเที่ยวเล่นชิล ๆ พร้อมทั้งถ่ายรูปกลับไปเป็นที่ระลึกอย่างไม่ขาดสาย
อีกหนึ่งที่เที่ยวสวีเดนอย่าง ห้องสมุดประชาชนสต็อกโฮล์ม ถือเป็นจุกเช็กอินที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างมากสำหรับนักเที่ยวสายอ่านที่ชื่นชอบการศึกษาและเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ผ่านตัวหนังสือ โดยห้องสมุดแห่งนี้มีความโดดเด่นด้วยการออกแบบดีไซน์โครงสร้างอาคารให้มีทรงกลม ทำให้ไม่ว่ายืนอยู่มุมไหนก็สามารถมองเห็นกองหนังสือจำนวนมหาศาลรายล้อมตัวอยู่มากมาย
ซึ่งห้องสมุดแห่งนี้ถูกออกแบบโดย Gunnar Asplund สถาปนิกชาวสวีเดนที่มีชื่อเสียง บอกเลยว่าใครที่อยากลองหาความรู้ต่าง ๆ หรืออยากได้รูปชิค ๆ ก็สามารถเดินทางไปที่แห่งนี้ได้
อ่านต่อบทความเที่ยวอื่น ๆ
เที่ยวสวีเดนทั้งที นอกจากจะลิสต์ที่เที่ยวสวย ๆ ไว้แล้ว เรื่องที่พักก็สำคัญไม่แพ้กัน! โดยเฉพาะใครที่มาเที่ยวครั้งแรก แนะนำให้เลือกพักในกรุงสต็อกโฮล์ม (Stockholm) เพราะเดินทางสะดวก มีทั้งรถไฟ ร้านอาหาร คาเฟ่ และจุดเช็กอินดัง ๆ อยู่ไม่ไกลกัน แถมยังมี ที่พักสวีเดน ให้เลือกหลายสไตล์ จะเน้นทำเลดี พักหรูชมวิว หรือประหยัดงบไว้เที่ยวต่อก็มีครบ ลองมาดู 3 ที่พักน่าสนใจที่เราคัดมาให้กัน
ใครอยากได้โรงแรมทำเลดี เดินทางไปไหนก็ง่าย ต้องลองดู Radisson Blu Waterfront Hotel, Stockholm เลย ที่นี่เป็นโรงแรมสไตล์โมเดิร์นที่ตั้งอยู่ใกล้ Stockholm Central Station มาก ๆ จะนั่งรถไฟไปสนามบินหรือออกไปเที่ยวเมืองอื่นก็สะดวก ห้องพักตกแต่งเรียบหรู ดูโปร่งสบาย แถมบางห้องยังมองเห็นวิวแม่น้ำและอาคารสวย ๆ ของเมืองได้ด้วย ส่วนใครอยากออกไปเดินเล่นย่าน Gamla Stan หรือช้อปปิ้งใจกลางเมืองก็เดินทางได้ง่าย เรียกว่าเป็นที่พักที่ตอบโจทย์คนอยากเที่ยวแบบสบาย ๆ ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเยอะ
ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศมาพักหรูสักคืน Grand Hôtel Stockholm เป็นอีกแห่งที่น่าลองมาก! โรงแรมระดับ 5 ดาวแห่งนี้ตั้งอยู่ริมอ่าวในย่าน Blasieholmen พร้อมวิวสวย ๆ ของพระราชวังหลวงและย่านเมืองเก่าฝั่งตรงข้าม ตัวโรงแรมมาในสไตล์คลาสสิกที่ดูหรูหราแต่ยังให้ความรู้สึกอบอุ่น ห้องพักตกแต่งอย่างประณีต มีทั้งร้านอาหารและสปาให้ใช้เวลาพักผ่อนกันแบบเต็มที่ ที่สำคัญยังอยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวใจกลางเมือง เหมาะกับคนที่อยากตื่นมาชมวิวสวย ๆ แล้วค่อยออกไปเดินเล่นรับบรรยากาศสต็อกโฮล์มแบบไม่ต้องรีบร้อน
สายประหยัดที่อยากเก็บงบไว้เที่ยวต่อ แนะนำ City Backpackers Hostel เลย! ที่พักแห่งนี้อยู่ในย่าน Norrmalm ไม่ไกลจากสถานีรถไฟกลางและแหล่งช้อปปิ้ง บรรยากาศภายในดูอบอุ่น เป็นกันเอง มีทั้งห้องพักรวมและห้องส่วนตัวให้เลือกตามสไตล์การเที่ยว พร้อมพื้นที่ส่วนกลางให้นั่งเล่น ทำอาหาร หรือทำความรู้จักเพื่อน ๆ นักเดินทางจากหลายประเทศ ใครชอบเที่ยวด้วยตัวเองหรือเดินทางแบบแบ็กแพ็กน่าจะถูกใจ เพราะนอกจากราคาจะเข้าถึงง่ายกว่าโรงแรมใหญ่ ๆ แล้ว ยังได้สัมผัสบรรยากาศสนุก ๆ ของการเดินทางอีกด้วย
ใครกำลังสงสัยว่า สวีเดน ไปยังไง บอกเลยว่าเดินทางจากไทยได้สะดวกกว่าที่คิด! โดยจุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่คือกรุงสต็อกโฮล์ม (Stockholm) ซึ่งมีสนามบิน Stockholm Arlanda Airport (ARN) เป็นสนามบินนานาชาติหลัก อยู่ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร และมีทั้งรถไฟกับรถบัสให้เลือกเดินทางเข้าเมืองได้ง่าย ๆ
Wed, 18 Nov 2026

China Eastern Airlines
กรุงเทพ (BKK) ไป สตอกโฮล์ม (ARN)
เริ่มจาก THB 11,408.02
Wed, 18 Nov 2026

Norse Atlantic Airways
กรุงเทพ (BKK) ไป สตอกโฮล์ม (ARN)
เริ่มจาก THB 9,578.85
Mon, 16 Nov 2026

การบินไทย
กรุงเทพ (BKK) ไป สตอกโฮล์ม (ARN)
เริ่มจาก THB 13,816.10
พอเครื่องลงที่ Stockholm Arlanda Airport แล้ว ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเข้าเมืองเลย เพราะมีหลายวิธีให้เลือกตามความสะดวกและงบประมาณ
เรื่องเดินทางในสวีเดนถือว่าสบายหายห่วง เพราะระบบขนส่งสาธารณะค่อนข้างครอบคลุม ทั้งรถไฟ รถบัส รถราง และรถไฟใต้ดิน โดยเฉพาะเมืองใหญ่อย่าง Stockholm, Gothenburg และ Malmö ที่สามารถเที่ยวได้โดยไม่จำเป็นต้องเช่ารถเลย ส่วนใครอยากออกไปชมธรรมชาติหรือแวะหมู่บ้านเล็ก ๆ นอกเมือง ก็มีตัวเลือกให้เดินทางได้ตามสไตล์ที่ชอบ
เที่ยวสวีเดน เดือนไหนดี? ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวสวีเดนคือเดือนมิถุนายน–สิงหาคม เพราะเป็นฤดูร้อนที่อากาศเย็นสบาย มีแสงแดดยาวนาน เหมาะกับการเดินเที่ยวเมือง ชมธรรมชาติ และทำกิจกรรมกลางแจ้ง แต่ถ้าใครอยากสัมผัสหิมะหรือล่าแสงเหนือ แนะนำ เดือนธันวาคม–มีนาคม โดยเฉพาะเมืองทางตอนเหนืออย่าง Kiruna และ Abisko ที่มีโอกาสได้เห็นแสงเหนือในคืนที่ท้องฟ้าเปิด
แต่จริง ๆ แล้ว สวีเดนเที่ยวได้สนุกทุกฤดูเลย เพราะแต่ละช่วงมีบรรยากาศสวยไปคนละแบบ ลองมาดูกันว่าฤดูไหนเหมาะกับสไตล์การเที่ยวของเรามากที่สุด
| ฤดูกาล | เดือน | อุณหภูมิโดยประมาณ | ไฮไลต์ |
| ใบไม้ผลิ | มี.ค.–พ.ค. | 0–15°C | ดอกไม้บาน เดินเที่ยวเมือง |
| ฤดูร้อน | มิ.ย.–ส.ค. | 15–25°C | อากาศดี กลางวันยาว เที่ยวทะเล |
| ใบไม้ร่วง | ก.ย.–พ.ย. | 0–15°C | ใบไม้เปลี่ยนสี ถ่ายรูปสวย |
| ฤดูหนาว | ธ.ค.–ก.พ. | -15 ถึง 3°C | หิมะ แสงเหนือ กิจกรรมฤดูหนาว |
หมายเหตุ: อุณหภูมิเป็นค่าโดยประมาณและแตกต่างกันตามพื้นที่ โดยเฉพาะทางตอนเหนือของสวีเดนที่มักหนาวกว่าเมืองทางตอนใต้มาก
ก่อนออกไปเก็บ ที่เที่ยวสวีเดน ให้ครบตามลิสต์ เรามีทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อยากฝากไว้ โดยเฉพาะใครที่กำลังวางแผนเที่ยวสวีเดนครั้งแรก เพราะเตรียมตัวดีตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง ก็ช่วยให้เที่ยวได้สนุกขึ้นเยอะ แถมยังประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายได้ด้วย
Q: คนไทยไปเที่ยวสวีเดนต้องทำวีซ่าไหม?
A: ต้องทำ ผู้ถือหนังสือเดินทางประเทศไทยจะต้องยื่นขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ก่อนเดินทาง โดยแนะนำให้เตรียมเอกสารและยื่นขอล่วงหน้าผ่านศูนย์ยื่นวีซ่า VFS Global
Q: ไปเที่ยวสวีเดนช่วงไหนดีที่สุด?
A: หากอยากสัมผัสอากาศอบอุ่น เดินเที่ยวชิล ๆ กลางวันยาวนาน แนะนำช่วง ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม) แต่หากตั้งใจไปเล่นสกี สัมผัสหิมะ หรือล่าแสงเหนือ แนะนำให้ไปช่วง ฤดูหนาว (ธันวาคม–มีนาคม)
Q: เที่ยวสวีเดนใช้งบประมาณเท่าไหร่?
A: สำหรับทริปสวีเดนประมาณ 7–10 วัน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเริ่มต้นอยู่ที่ราวๆ 60,000 – 90,000+ บาทต่อคน (รวมค่าตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ค่าวีซ่า และค่าเดินทาง) ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาเดินทาง สไตล์การเลือกที่พัก และการจองตั๋ว/กิจกรรมต่าง ๆ
Q: ไปสวีเดนแต่งตัวยังไงดี?
A: ช่วงฤดูร้อนอุณหภูมิประมาณ 15–25°C แต่งตัวตามสบายแต่ควรพกเสื้อคลุมกันลมติดไว้ ส่วนช่วงฤดูหนาวอากาศอาจติดลบถึง -20°C ต้องเตรียมชุดลองจอน, เสื้อโค้ตกันหนาวหนาพิเศษ, หมวกไหมพรม, ถุงมือ และรองเท้าที่กันลื่นบนหิมะให้พร้อม
Q: เดินทางจากสนามบิน Stockholm Arlanda เข้าตัวเมืองยังไง?
A: สามารถนั่งรถไฟด่วน Arlanda Express ซึ่งไวที่สุดใช้เวลาเพียง 18 นาทีถึงสถานี Central หรือเลือกนั่งรถบัส Flygbussarna (ใช้เวลา 40–50 นาที) และรถไฟชานเมือง Commuter Train (สาย 40) ตามความสะดวกและงบประมาณ
Q: ไปเที่ยวสวีเดนต้องแลกเงินสดไปเยอะไหม?
A: ไม่จำเป็นต้องแลกเงินสดไปเยอะ เพราะสวีเดนเป็นสังคมไร้เงินสด ร้านค้า ร้านอาหาร ขนส่งสาธารณะเกือบทั้งหมดรับการชำระผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือ Travel Card ได้อย่างสะดวกสบาย






