
มาเที่ยวนิวยอร์กทั้งที หนึ่งในแลนด์มาร์กที่ควรหาเวลาแวะให้ได้ก็คือ Central Park สวนสีเขียวขนาดใหญ่ใจกลาง Manhattan ที่หลายคนน่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีจากหนังและซีรีส์ฮอลลีวูด พอได้มาเดินจริง ๆ จะรู้เลยว่าที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ความเขียว แต่ยังเป็นเหมือนมุมพักใจท่ามกลางตึกสูงและความวุ่นวายของ New York City อีกด้วย
ที่สำคัญ เซ็นทรัลพาร์ก นิวยอร์ก มีอะไรให้เที่ยวเยอะกว่าที่คิดมาก ทั้งสะพานสุดโรแมนติกอย่าง Bow Bridge ลานน้ำพุชื่อดัง Bethesda Terrace และ Bethesda Fountain ทางเดินต้นไม้สุดคลาสสิก The Mall ไปจนถึง Strawberry Fields และ Belvedere Castle แถมแต่ละฤดูก็ให้บรรยากาศไม่เหมือนกันเลย จะมาปิกนิกในหน้าร้อน ชมใบไม้เปลี่ยนสี ที่ Central Park ช่วงปลายปี หรือมาเจอวิวหิมะใน Central Park หน้าหนาว ก็สวยไปคนละแบบ
ใครกำลังวางแผน เที่ยว Central Park ด้วยตัวเอง บทความนี้รวมทุกอย่างที่ควรรู้ไว้ให้แล้ว ตั้งแต่จุดไฮไลท์ วิธีเดินทาง เวลาเปิด–ปิด ค่าเข้า กิจกรรมน่าลอง ไปจนถึงที่พักใกล้สวน อ่านจบแล้วเอาไปจัดแพลนเที่ยวนิวยอร์กต่อได้เลย ส่วนตั๋วเครื่องบินและที่พักก็สามารถเช็กและจองผ่าน Traveloka ไว้ล่วงหน้าได้เลย จะได้เหลือเวลาไปสนุกกับทริปแบบเต็มที่
Thu, 24 Sep 2026

American Airlines
กรุงเทพ (BKK) ไป นิวยอร์ก (JFK)
เริ่มจาก THB 15,975.15
Tue, 22 Sep 2026

Gulf Air
กรุงเทพ (BKK) ไป นิวยอร์ก (JFK)
เริ่มจาก THB 16,338.17
Sat, 12 Sep 2026

Gulf Air
กรุงเทพ (BKK) ไป นิวยอร์ก (JFK)
เริ่มจาก THB 16,682.13
สวนสาธารณะ Central Park ถูกสร้างขึ้นในปีคริสต์ศักราชที่ 1853 โดยมีสถาปนิกออกแบบและปรับภูมิทัศน์ที่มีชื่อว่า Frederick Law Olmsted ซึ่งในปัจจุบันนี้ยังมีการพัฒนาสวนสาธารณะ Central Park แห่งเมือง New York ให้ทันสมัยและน่าเดินอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้เพิ่ม การสร้างน้ำพุ หรือการสร้างสะพานเชื่อมสระน้ำ ขอบอกเลยว่าใครที่ยังไม่เคยสัมผัสกับสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่สวยงามสุดอลังการ คุณพลาดแล้ว!
มาเที่ยว Central Park ครั้งแรก จุดที่ไม่อยากให้เดินผ่านเลยคือ Bethesda Terrace เพราะนี่แทบจะเป็นหัวใจของสวนเลยก็ว่าได้ ตัวลานมีทั้งบันได ซุ้มโค้ง และทางเดินที่ออกแบบมาอย่างสวย โดยเฉพาะ Bethesda Terrace Arcade ด้านล่างที่มีเพดานกระเบื้องลวดลายละเอียดมาก เดินลงมาปุ๊บก็จะเจอกับ Bethesda Fountain น้ำพุขนาดใหญ่ที่มีรูปปั้น Angel of the Waters ตั้งเด่นอยู่ตรงกลาง
ความสนุกของบริเวณนี้คือไม่ต้องรีบทำอะไรเลย แค่หาที่นั่ง ดูคนเดินผ่าน ฟังนักดนตรีเปิดหมวก แล้วชมวิว The Lake อยู่ด้านหลังก็เพลินแล้ว บรรยากาศมีความเป็น New York แบบที่เราเห็นในหนังมาก ๆ แถมจากตรงนี้ยังเดินต่อไป The Mall, Bow Bridge และ The Lake ได้ง่าย ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากสำหรับเดินเที่ยวโซนกลางสวน
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/BJtYoSd7QcYX6pjk8
เวลาเปิด: 06:00–01:00 น.
ค่าเข้าชม: ฟรี
ถ้ากำลังหาจุดถ่ายรูป Central Park ที่ทั้งสวยและโรแมนติก Bow Bridge คือหนึ่งในตัวท็อปเลย ตัวสะพานทอดโค้งข้าม The Lake มีต้นไม้ล้อมรอบ และยังมองเห็นตึกของ Manhattan โผล่ขึ้นมาเป็นฉากหลังแบบพอดี ๆ ถ่ายจากฝั่งไหนก็ได้ฟีลนิวยอร์กสุด ๆ
มุมนี้ยิ่งสวยเวลาเปลี่ยนฤดู ช่วงหน้าร้อนจะเขียวสดไปทั้งบริเวณ ส่วนช่วงใบไม้เปลี่ยนสี รอบทะเลสาบจะเต็มไปด้วยสีเหลือง ส้ม และแดง บรรยากาศโรแมนติกขึ้นไปอีกขั้น ส่วนใครมา Central Park หน้าหนาว แล้วโชคดีเจอหิมะ ก็จะได้ภาพ Bow Bridge สีขาว ๆ เหมือนหลุดออกมาจากหนังคริสต์มาสเลย
Bow Bridge อยู่ไม่ไกลจาก Bethesda Terrace เพราะฉะนั้นสองจุดนี้จัดไว้ในเส้นทางเดียวกันได้เลย เดินไม่ยาก แถมระหว่างทางยังมีมุมริม The Lake ให้หยุดถ่ายรูปอีกเพียบ
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/NUSagLuXke9YcsGy8
เวลาเปิด: 06:00–01:00 น.
ค่าเข้าชม: ฟรี
อีกหนึ่งจุดเช็กอิน Central Park ที่เดินแล้วได้ฟีลเหมือนเป็นตัวละครในหนังนิวยอร์กก็คือ The Mall and Literary Walk ทางเดินยาวที่มีต้น American Elm เรียงตัวอยู่สองฝั่งจนเหมือนเป็นอุโมงค์ต้นไม้ธรรมชาติ วันไหนแดดดี แสงจะลอดผ่านใบไม้ลงมาบนทางเดิน ถ่ายรูปสวยแบบแทบไม่ต้องหามุมเลย
ระหว่างทางยังมีรูปปั้นบุคคลสำคัญด้านวรรณกรรมและวัฒนธรรมให้แวะชม และมักจะเจอนักดนตรี ศิลปิน หรือคนท้องถิ่นออกมาเดินเล่นอยู่เรื่อย ๆ ทำให้บรรยากาศมีชีวิตชีวามาก ไม่ได้รู้สึกเหมือนเดินชมสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเดียว
ถ้าเข้ามาจากฝั่งใต้ของ Central Park สามารถเดินผ่าน The Mall แล้วต่อไป Bethesda Terrace ได้เลย เป็นเส้นทางที่เหมาะมากสำหรับคนมาเที่ยวครั้งแรก เพราะเดินง่ายและเก็บแลนด์มาร์กดังได้หลายจุดในรอบเดียว
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/RXEAjYxP2aP3LmQv5
เวลาเปิด: 06:00–01:00 น.
ค่าเข้าชม: ฟรี
แฟน The Beatles น่าจะอยากปักหมุดที่นี่ไว้ตั้งแต่ก่อนมา เพราะ Strawberry Fields เป็นพื้นที่ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง John Lennon ซึ่งเคยอาศัยอยู่ที่อาคาร The Dakota ฝั่งตรงข้าม Central Park ไฮไลต์ที่ทุกคนต้องแวะคือ Imagine Mosaic โมเสกวงกลมบนพื้นที่มีคำว่า “Imagine” อยู่ตรงกลาง
บรรยากาศบริเวณนี้ค่อนข้างสงบกว่าส่วนอื่นของสวน เพราะถูกกำหนดให้เป็น Quiet Zone เหมาะกับการเดินเล่นช้า ๆ หรือนั่งพักใต้ต้นไม้ บางวันก็จะเจอแฟนเพลงนำดอกไม้มาวาง หรือมีนักดนตรีเล่นเพลงของ The Beatles อยู่ใกล้ ๆ ยิ่งทำให้ที่นี่มีเสน่ห์และมีเรื่องราวมากกว่าแค่จุดถ่ายรูป
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/zTEDJ1PVEhpxn9pk9
เวลาเปิด: 06:00–01:00 น.
ค่าเข้าชม: ฟรี
เดินอยู่กลางสวนเซ็นทรัลพาร์ก แล้วจู่ ๆ มาเจอปราสาท บอกเลยว่าเซอร์ไพรส์อยู่เหมือนกัน! Belvedere Castle เป็นปราสาทขนาดกะทัดรัดที่ตั้งอยู่บน Vista Rock หนึ่งในจุดธรรมชาติที่สูงที่สุดของ Central Park และเปิดให้ชมมาตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 19
ความน่าแวะของที่นี่อยู่ที่วิว เพราะจากบริเวณปราสาทสามารถมองออกไปเห็น Turtle Pond, Great Lawn, The Ramble และพื้นที่สีเขียวรอบ ๆ ได้แบบกว้าง ๆ เป็นอีกมุมของ Central Park ที่ต่างจากการเดินอยู่ด้านล่างพอสมควร
ใครมีเวลาครึ่งวันและอยากเดินเที่ยวลึกเข้ามาอีกหน่อย แนะนำเพิ่ม Belvedere Castle เข้าไปในแพลนเลย ได้ทั้งมุมถ่ายรูปสวย ๆ และวิว Central Park จากมุมสูงในที่เดียว
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/osTkfJ68JX1oCFUS9
เวลาเปิดตัวอาคาร: 10:00–17:00 น.
ค่าเข้าชม: ฟรี
Central Park New York ตั้งอยู่ใจกลาง Manhattan ใน New York City ตัวสวนทอดยาวตั้งแต่ 59th Street ทางใต้ไปจนถึง 110th Street ทางเหนือ โดยมี Fifth Avenue อยู่ทางฝั่งตะวันออก และ Central Park West อยู่ทางฝั่งตะวันตก
ด้วยความที่สวนใหญ่มาก หลายอาจสงสัยว่า Central Park ไปยังไง ซึ่งวิธีไปนั้นก็ไม่ได้มีแค่คำตอบเดียว เพราะต้องดูก่อนว่าเราอยากเริ่มเที่ยวตรงไหน ถ้าเป็นครั้งแรกและตั้งใจเก็บแลนด์มาร์กดังอย่าง The Mall, Bethesda Terrace และ Bow Bridge แนะนำเริ่มจากฝั่งใต้ของสวน จะจัดเส้นทางง่ายที่สุด
สำหรับคนที่เริ่มทริปจากไทย ปัจจุบันยังไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไป New York City ดังนั้นส่วนใหญ่จะต้องต่อเครื่องอย่างน้อย 1 ครั้ง โดยปลายทางยอดนิยมคือสนามบิน John F. Kennedy International Airport (JFK) ซึ่งเป็นหนึ่งในสนามบินหลักของนิวยอร์ก เส้นทางจากกรุงเทพฯ มีตัวเลือกต่อเครื่องได้หลายเมือง เช่น ไทเป โตเกียว โซล ฮ่องกง ดูไบ หรืออิสตันบูล ขึ้นอยู่กับสายการบินและตารางบินในช่วงที่เดินทาง
เมื่อเดินทางถึงสนามบิน JFK แล้ว สามารถเข้า Manhattan ได้หลายวิธี ทั้ง AirTrain ต่อรถไฟใต้ดินหรือรถไฟ LIRR รวมถึงแท็กซี่และบริการรถรับส่ง จากนั้นค่อยเดินทางต่อไปยัง Central Park ตามจุดที่ต้องการเริ่มเที่ยวอีกที
ใครกำลังวางแผนทริปสามารถเช็กเที่ยวบินและเปรียบเทียบตั๋วเครื่องบินไปนิวยอร์กผ่าน Traveloka ไว้ล่วงหน้าได้ เพราะราคาตั๋วและเวลาเดินทางจะแตกต่างกันตามสายการบิน จุดต่อเครื่อง และช่วงวันที่เดินทาง
1. รถไฟใต้ดิน (NYC Subway) เป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด การเลือกสถานีขึ้นอยู่กับว่าต้องการเริ่มเที่ยวจากจุดไหน
ฝั่งใต้ (จุดเริ่มต้นยอดนิยม):
ฝั่งตะวันตก (Central Park West - เน้นจุดไฮไลท์สำคัญ):
ฝั่งตะวันออก (Upper East Side - Fifth Avenue):
2. เดินจาก Midtown Manhattan หากพักแถว Times Square, Rockefeller Center หรือ Fifth Avenue สามารถเดินขึ้นเหนือมุ่งหน้าถนน Central Park South (59th Street) ได้เลย ระยะทางจาก Times Square ใช้เวลาเดินเพียง 10–15 นาที แถมได้เพลินไปกับร้านค้า คาเฟ่ และสถาปัตยกรรมตลอดสองข้างทางเลย
3. รถบัสประจำทาง (MTA Bus) เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่อยากเดินขึ้น-ลงบันไดสถานีใต้ดิน หรือต้องการนั่งชมวิว:
สายวิ่งแนวยาว (North-South):
สายวิ่งตัดข้ามสวน (Cross-town):
ถ้าถามว่า Central Park เที่ยวช่วงไหนดี แบบเดินสบายและวิวสวย แนะนำ เมษายน–พฤษภาคม และกันยายน–พฤศจิกายน โดยเฉพาะช่วงเดือนตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายนที่สวนจะเริ่มเต็มไปด้วยสีของใบไม้เปลี่ยนสี สวยมากเป็นพิเศษ
ใครอยากได้โลเคชันที่เรียกว่าออกจากโรงแรมแล้วแทบเจอ Central Park เลย แนะนำ Park Lane New York เลย โรงแรมตั้งอยู่บน Central Park South ทำเลดีมากสำหรับคนที่เน้นเที่ยวใจกลาง Manhattan จะเดินเข้าสวน ไป Fifth Avenue หรือเที่ยวต่อ Midtown ก็สะดวก ห้องพักบางประเภทมองเห็นวิวสวนและตึกของนิวยอร์กแบบเต็ม ๆ ยิ่งตอนเช้าหรือช่วงพระอาทิตย์ตกวิวสวยมาก เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งทำเลและบรรยากาศ New York แบบจัดเต็ม

United-states

พาร์คเลน นิวยอร์ก

8.4/10
•





มิดทาวน์ แมนฮัตตัน
THB 20,970.03
THB 19,630.09
ถ้าอยากให้ทริปนิวยอร์กครั้งนี้พิเศษขึ้นอีกหน่อย The Ritz-Carlton New York, Central Park เป็นตัวเลือกสายลักชัวรีที่น่าสนใจมาก โรงแรมอยู่บน Central Park South เช่นกัน เดินออกมาก็เข้าสวนได้ง่าย ห้องพักมีบรรยากาศหรูหราหมาเห่าสมใจแน่นอน และบางห้องยังได้วิว Central Park แบบสวยเต็มตา เหมาะกับคู่รัก ทริปฉลองโอกาสพิเศษ หรือใครที่อยากกลับมาพักสบาย ๆ หลังเดินเที่ยว Manhattan มาทั้งวัน

United-states

The Ritz-Carlton New York, Central Park

9.1/10
มิดทาวน์ แมนฮัตตัน
THB 50,979.97
สายประหยัดที่อยากได้ทำเลใกล้สวน ลองดู West Side YMCA บริเวณ Upper West Side ที่อยู่ใกล้ Columbus Circle และฝั่งตะวันตกของ Central Park จุดเด่นคือโลเคชันสะดวกมาก เดินเข้าสวนได้ง่ายและมีรถไฟใต้ดินนิวยอร์กอยู่ไม่ไกล ห้องพักเน้นเรียบง่าย ไม่ได้หรูหรา แต่ตอบโจทย์คนที่ออกไปเที่ยวทั้งวันและอยากเก็บงบไว้กิน ช้อป และเที่ยวมากกว่า

United-states

เวสต์ ไซด์ YMCA

7.8/10
•


แมนฮันตัน
THB 4,755.29
THB 4,451.43
สุดท้ายแล้ว การมา Central Park New York ไม่จำเป็นต้องรีบเดินเก็บทุกแลนด์มาร์กให้ครบในวันเดียว เพราะเสน่ห์จริง ๆ ของที่นี่คือการได้พักจากความวุ่นวายของ Manhattan สักพัก จะเดินเล่นใต้ต้นไม้ นั่งดูวิวที่ Bethesda Terrace ถ่ายรูปบน Bow Bridge หรือซื้อกาแฟมานั่งริม The Lake ก็เพลินได้แล้ว
ใครมีแพลนเที่ยว New York City ลองเผื่อเวลาให้เซ็นทรัลพาร์กอย่างน้อยสักครึ่งวัน แล้วค่อย ๆ เดินเที่ยวแบบไม่ต้องรีบ รับรองว่าจะได้เห็นอีกมุมของนิวยอร์กที่ต่างจากตึกสูง ป้ายไฟ และถนนคึกคักอย่างที่เราคุ้นเคย และอาจกลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ชอบที่สุดของทริปก็ได้
Q: ไปเที่ยว Central Park ต้องแต่งตัวยังไง?
A: เน้นชุดที่สบายและเคลื่อนไหวสะดวกตามสภาพอากาศ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ รองเท้าผ้าใบที่ใส่สบาย เพราะต้องเดินเยอะมาก หากมาช่วงหน้าหนาวควรจัดเต็มทั้งเสื้อโค้ท ลอนลอง และรองเท้าที่พื้นเกาะได้ดีเพื่อกันลื่นหิมะ
Q: เดินทางไปนิวยอร์กและ Central Park ต้องทำวีซ่าไหม?
A: ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยจำเป็นต้องขอ วีซ่าท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา (B1/B2) ล่วงหน้าก่อนเดินทาง โดยต้องทำการนัดหมายและสัมภาษณ์ที่สถานทูตหรือกงสุลใหญ่อเมริกาให้เรียบร้อย
Q: ค่าใช้จ่ายในการเข้าเที่ยว Central Park ประมาณเท่าไหร่?
A: การเข้าชมสวนฟรี 100% สำหรับพื้นที่สาธารณะและจุดไฮไลต์ส่วนใหญ่ แต่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเฉพาะกิจกรรมเสริม เช่น ค่าเช่าเรือพาย/จักรยาน (ประมาณ $20-$30/ชม.) หรือค่าซื้ออาหารและเครื่องดื่มมาปิกนิกเท่านั้น
Q: จากสนามบิน JFK เดินทางไป Central Park ยังไง?
A: วิธีที่สะดวกและประหยัดคือการนั่งรถไฟ AirTrain จากสนามบิน JFK ไปลงสถานี Jamaica Station แล้วต่อรถไฟใต้ดิน Subway (สาย E) หรือรถไฟ LIRR เข้าสู่ใจกลาง Manhattan แล้วจึงเปลี่ยนสายรถใต้ดินไปยังสถานีรอบ Central Park ใช้เวลารวมประมาณ 50–70 นาที
Q: เที่ยว Central Park ช่วงไหนสวยที่สุด?
A: ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี (ปลายเดือนตุลาคม – ต้นพฤศจิกายน) ถือเป็นช่วงที่สวยและป๊อปปูลาร์ที่สุด สวนจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้มแดงโรแมนติกมาก รองลงมาคือช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน–พฤษภาคม) ที่อากาศกำลังเย็นสบายและมีดอกไม้บาน
Q: ขับรถไป Central Park มีที่จอดรถไหม?
A: ไม่อนุญาตให้ใช้นำรถยนต์ส่วนตัวขับเข้ามาวิ่งภายใน Central Park และไม่มีลานจอดรถของสวนโดยเฉพาะ หากขับรถมาจะต้องนำไปฝากจอดที่อาคารจอดรถเอกชน (Parking Garage) บริเวณรอบๆ สวน ซึ่งมีค่าบริการค่อนข้างสูง แนะนำให้ใช้วิธีเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินหรือแท็กซี่จะสะดวกกว่ามาก






















