[รีวิว] Central Park พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

รีวิว Central Park New York รวมจุดไฮไลท์ วิธีเดินทาง กิจกรรม ช่วงเวลาน่าเที่ยว ที่พักใกล้สวน และเคล็ดลับเที่ยวเซ็นทรัลพาร์กด้วยตัวเองแบบครบ ๆ
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 9 นาที

มาเที่ยวนิวยอร์กทั้งที หนึ่งในแลนด์มาร์กที่ควรหาเวลาแวะให้ได้ก็คือ Central Park สวนสีเขียวขนาดใหญ่ใจกลาง Manhattan ที่หลายคนน่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีจากหนังและซีรีส์ฮอลลีวูด พอได้มาเดินจริง ๆ จะรู้เลยว่าที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ความเขียว แต่ยังเป็นเหมือนมุมพักใจท่ามกลางตึกสูงและความวุ่นวายของ New York City อีกด้วย

ที่สำคัญ เซ็นทรัลพาร์ก นิวยอร์ก มีอะไรให้เที่ยวเยอะกว่าที่คิดมาก ทั้งสะพานสุดโรแมนติกอย่าง Bow Bridge ลานน้ำพุชื่อดัง Bethesda Terrace และ Bethesda Fountain ทางเดินต้นไม้สุดคลาสสิก The Mall ไปจนถึง Strawberry Fields และ Belvedere Castle แถมแต่ละฤดูก็ให้บรรยากาศไม่เหมือนกันเลย จะมาปิกนิกในหน้าร้อน ชมใบไม้เปลี่ยนสี ที่ Central Park ช่วงปลายปี หรือมาเจอวิวหิมะใน Central Park หน้าหนาว ก็สวยไปคนละแบบ

ใครกำลังวางแผน เที่ยว Central Park ด้วยตัวเอง บทความนี้รวมทุกอย่างที่ควรรู้ไว้ให้แล้ว ตั้งแต่จุดไฮไลท์ วิธีเดินทาง เวลาเปิด–ปิด ค่าเข้า กิจกรรมน่าลอง ไปจนถึงที่พักใกล้สวน อ่านจบแล้วเอาไปจัดแพลนเที่ยวนิวยอร์กต่อได้เลย ส่วนตั๋วเครื่องบินและที่พักก็สามารถเช็กและจองผ่าน Traveloka ไว้ล่วงหน้าได้เลย จะได้เหลือเวลาไปสนุกกับทริปแบบเต็มที่

จองตั๋วเครื่องบินไปนิวยอร์ก

Thu, 24 Sep 2026

American Airlines

กรุงเทพ (BKK) ไป นิวยอร์ก (JFK)

เริ่มจาก THB 15,975.15

Tue, 22 Sep 2026

Gulf Air

กรุงเทพ (BKK) ไป นิวยอร์ก (JFK)

เริ่มจาก THB 16,338.17

Sat, 12 Sep 2026

Gulf Air

กรุงเทพ (BKK) ไป นิวยอร์ก (JFK)

เริ่มจาก THB 16,682.13

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยว Central Park ใน 1 นาที

โอเอซิสสีเขียวใจกลาง Manhattan: สวนสาธารณะขนาดใหญ่ระดับสากลที่เป็นเหมือนมุมพักใจท่ามกลางป่าตึกสูงของ New York City โดดเด่นด้วยทัศนียภาพที่ตัดกันอย่างลงตัวระหว่างธรรมชาติต้นไม้ ทะเลสาบ และวิวตึก Skyline รอบเมือง
จุดท่องเที่ยวห้ามพลาด: เดินชมอุโมงค์ต้นไม้ The Mall, ลานสถาปัตยกรรมสุดอลังการ Bethesda Terrace & Fountain, สะพานสุดโรแมนติกข้ามทะเลสาบ Bow Bridge, อนุสรณ์รำลึก John Lennon ที่ Strawberry Fields และขึ้นไปชมวิวสวนมุมสูงที่ Belvedere Castle
กิจกรรมยอดฮิต: พายเรือชิล ๆ ในทะเลสาบ The Lake, ซื้อแซนด์วิชและกาแฟมานั่งปิกนิกบนสนามหญ้าแบบ New Yorker, เช่าจักรยานปั่นชมสวน, วิ่งออกกำลังกายรอบ Jacqueline Kennedy Onassis Reservoir และเดินตามรอยโลเคชันหนังดัง
การเดินทางสะดวก: ตั้งอยู่ใจกลางเมือง นั่งรถไฟใต้ดิน (NYC Subway) มาลงสถานีรอบสวนได้ง่าย เช่น 59 St – Columbus Circle (ฝั่งใต้), 72 St หรือ 81 St (ฝั่งตะวันตกใกล้ Strawberry Fields และ Belvedere Castle) และสายรถบัส M1–M4 หรือ M10 วิ่งผ่านรอบสวน
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: สวยน่าเที่ยวตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่ดีที่สุดคือ ฤดูใบไม้ผลิ (เม.ย.–พ.ค.) อากาศเย็นสบาย ดอกไม้เริ่มบาน และ ฤดูใบไม้ร่วง (ต.ค.–พ.ย.) ไฮไลต์ใบไม้เปลี่ยนสีเป็นโทนเหลือง ส้ม แดง ทั่วทั้งสวน
ระยะเวลาที่แนะนำ: เผื่อเวลาอย่างน้อย ครึ่งวัน (3–4 ชั่วโมง) กำลังดีสำหรับการเดินเก็บจุดไฮไลต์หลักโซนกลาง-ใต้ของสวนได้ครบแบบไม่ต้องรีบร้อน

ประวัติ Central Park

Central Park New York

สวนสาธารณะ Central Park ถูกสร้างขึ้นในปีคริสต์ศักราชที่ 1853 โดยมีสถาปนิกออกแบบและปรับภูมิทัศน์ที่มีชื่อว่า Frederick Law Olmsted ซึ่งในปัจจุบันนี้ยังมีการพัฒนาสวนสาธารณะ Central Park แห่งเมือง New York ให้ทันสมัยและน่าเดินอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการปลูกต้นไม้เพิ่ม การสร้างน้ำพุ หรือการสร้างสะพานเชื่อมสระน้ำ ขอบอกเลยว่าใครที่ยังไม่เคยสัมผัสกับสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่สวยงามสุดอลังการ คุณพลาดแล้ว!

จุดไฮไลท์ต่าง ๆ ของ Central Park New York

1. Bethesda Terrace และ Bethesda Fountain

Bethesda TerraceBethesda Fountain

มาเที่ยว Central Park ครั้งแรก จุดที่ไม่อยากให้เดินผ่านเลยคือ Bethesda Terrace เพราะนี่แทบจะเป็นหัวใจของสวนเลยก็ว่าได้ ตัวลานมีทั้งบันได ซุ้มโค้ง และทางเดินที่ออกแบบมาอย่างสวย โดยเฉพาะ Bethesda Terrace Arcade ด้านล่างที่มีเพดานกระเบื้องลวดลายละเอียดมาก เดินลงมาปุ๊บก็จะเจอกับ Bethesda Fountain น้ำพุขนาดใหญ่ที่มีรูปปั้น Angel of the Waters ตั้งเด่นอยู่ตรงกลาง

ความสนุกของบริเวณนี้คือไม่ต้องรีบทำอะไรเลย แค่หาที่นั่ง ดูคนเดินผ่าน ฟังนักดนตรีเปิดหมวก แล้วชมวิว The Lake อยู่ด้านหลังก็เพลินแล้ว บรรยากาศมีความเป็น New York แบบที่เราเห็นในหนังมาก ๆ แถมจากตรงนี้ยังเดินต่อไป The Mall, Bow Bridge และ The Lake ได้ง่าย ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากสำหรับเดินเที่ยวโซนกลางสวน

เวลาเปิด: 06:00–01:00 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี

2. Bow Bridge

Bow BridgeBow Bridge

ถ้ากำลังหาจุดถ่ายรูป Central Park ที่ทั้งสวยและโรแมนติก Bow Bridge คือหนึ่งในตัวท็อปเลย ตัวสะพานทอดโค้งข้าม The Lake มีต้นไม้ล้อมรอบ และยังมองเห็นตึกของ Manhattan โผล่ขึ้นมาเป็นฉากหลังแบบพอดี ๆ ถ่ายจากฝั่งไหนก็ได้ฟีลนิวยอร์กสุด ๆ

มุมนี้ยิ่งสวยเวลาเปลี่ยนฤดู ช่วงหน้าร้อนจะเขียวสดไปทั้งบริเวณ ส่วนช่วงใบไม้เปลี่ยนสี รอบทะเลสาบจะเต็มไปด้วยสีเหลือง ส้ม และแดง บรรยากาศโรแมนติกขึ้นไปอีกขั้น ส่วนใครมา Central Park หน้าหนาว แล้วโชคดีเจอหิมะ ก็จะได้ภาพ Bow Bridge สีขาว ๆ เหมือนหลุดออกมาจากหนังคริสต์มาสเลย

Bow Bridge อยู่ไม่ไกลจาก Bethesda Terrace เพราะฉะนั้นสองจุดนี้จัดไว้ในเส้นทางเดียวกันได้เลย เดินไม่ยาก แถมระหว่างทางยังมีมุมริม The Lake ให้หยุดถ่ายรูปอีกเพียบ

เวลาเปิด: 06:00–01:00 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี

3. The Mall and Literary Walk

อีกหนึ่งจุดเช็กอิน Central Park ที่เดินแล้วได้ฟีลเหมือนเป็นตัวละครในหนังนิวยอร์กก็คือ The Mall and Literary Walk ทางเดินยาวที่มีต้น American Elm เรียงตัวอยู่สองฝั่งจนเหมือนเป็นอุโมงค์ต้นไม้ธรรมชาติ วันไหนแดดดี แสงจะลอดผ่านใบไม้ลงมาบนทางเดิน ถ่ายรูปสวยแบบแทบไม่ต้องหามุมเลย

ระหว่างทางยังมีรูปปั้นบุคคลสำคัญด้านวรรณกรรมและวัฒนธรรมให้แวะชม และมักจะเจอนักดนตรี ศิลปิน หรือคนท้องถิ่นออกมาเดินเล่นอยู่เรื่อย ๆ ทำให้บรรยากาศมีชีวิตชีวามาก ไม่ได้รู้สึกเหมือนเดินชมสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเดียว

ถ้าเข้ามาจากฝั่งใต้ของ Central Park สามารถเดินผ่าน The Mall แล้วต่อไป Bethesda Terrace ได้เลย เป็นเส้นทางที่เหมาะมากสำหรับคนมาเที่ยวครั้งแรก เพราะเดินง่ายและเก็บแลนด์มาร์กดังได้หลายจุดในรอบเดียว

เวลาเปิด: 06:00–01:00 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี

4. Strawberry Fields

Strawberry Fields

แฟน The Beatles น่าจะอยากปักหมุดที่นี่ไว้ตั้งแต่ก่อนมา เพราะ Strawberry Fields เป็นพื้นที่ที่สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง John Lennon ซึ่งเคยอาศัยอยู่ที่อาคาร The Dakota ฝั่งตรงข้าม Central Park ไฮไลต์ที่ทุกคนต้องแวะคือ Imagine Mosaic โมเสกวงกลมบนพื้นที่มีคำว่า “Imagine” อยู่ตรงกลาง

บรรยากาศบริเวณนี้ค่อนข้างสงบกว่าส่วนอื่นของสวน เพราะถูกกำหนดให้เป็น Quiet Zone เหมาะกับการเดินเล่นช้า ๆ หรือนั่งพักใต้ต้นไม้ บางวันก็จะเจอแฟนเพลงนำดอกไม้มาวาง หรือมีนักดนตรีเล่นเพลงของ The Beatles อยู่ใกล้ ๆ ยิ่งทำให้ที่นี่มีเสน่ห์และมีเรื่องราวมากกว่าแค่จุดถ่ายรูป

เวลาเปิด: 06:00–01:00 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี

5. Belvedere Castle

Belvedere Castle

เดินอยู่กลางสวนเซ็นทรัลพาร์ก แล้วจู่ ๆ มาเจอปราสาท บอกเลยว่าเซอร์ไพรส์อยู่เหมือนกัน! Belvedere Castle เป็นปราสาทขนาดกะทัดรัดที่ตั้งอยู่บน Vista Rock หนึ่งในจุดธรรมชาติที่สูงที่สุดของ Central Park และเปิดให้ชมมาตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 19

ความน่าแวะของที่นี่อยู่ที่วิว เพราะจากบริเวณปราสาทสามารถมองออกไปเห็น Turtle Pond, Great Lawn, The Ramble และพื้นที่สีเขียวรอบ ๆ ได้แบบกว้าง ๆ เป็นอีกมุมของ Central Park ที่ต่างจากการเดินอยู่ด้านล่างพอสมควร

ใครมีเวลาครึ่งวันและอยากเดินเที่ยวลึกเข้ามาอีกหน่อย แนะนำเพิ่ม Belvedere Castle เข้าไปในแพลนเลย ได้ทั้งมุมถ่ายรูปสวย ๆ และวิว Central Park จากมุมสูงในที่เดียว

เวลาเปิดตัวอาคาร: 10:00–17:00 น.

ค่าเข้าชม: ฟรี

ที่ตั้งและการเดินทางไป Central Park

Central Park New York ตั้งอยู่ใจกลาง Manhattan ใน New York City ตัวสวนทอดยาวตั้งแต่ 59th Street ทางใต้ไปจนถึง 110th Street ทางเหนือ โดยมี Fifth Avenue อยู่ทางฝั่งตะวันออก และ Central Park West อยู่ทางฝั่งตะวันตก

ด้วยความที่สวนใหญ่มาก หลายอาจสงสัยว่า Central Park ไปยังไง ซึ่งวิธีไปนั้นก็ไม่ได้มีแค่คำตอบเดียว เพราะต้องดูก่อนว่าเราอยากเริ่มเที่ยวตรงไหน ถ้าเป็นครั้งแรกและตั้งใจเก็บแลนด์มาร์กดังอย่าง The Mall, Bethesda Terrace และ Bow Bridge แนะนำเริ่มจากฝั่งใต้ของสวน จะจัดเส้นทางง่ายที่สุด

วิธีการเดินทางจากไทยไป New York 

สำหรับคนที่เริ่มทริปจากไทย ปัจจุบันยังไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไป New York City ดังนั้นส่วนใหญ่จะต้องต่อเครื่องอย่างน้อย 1 ครั้ง โดยปลายทางยอดนิยมคือสนามบิน John F. Kennedy International Airport (JFK) ซึ่งเป็นหนึ่งในสนามบินหลักของนิวยอร์ก เส้นทางจากกรุงเทพฯ มีตัวเลือกต่อเครื่องได้หลายเมือง เช่น ไทเป โตเกียว โซล ฮ่องกง ดูไบ หรืออิสตันบูล ขึ้นอยู่กับสายการบินและตารางบินในช่วงที่เดินทาง

บินจากกรุงเทพฯ ไป New York แบบต่อเครื่อง: เป็นตัวเลือกที่สะดวกที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวจากไทย โดยสามารถออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) แล้วต่อเครื่องตามเมืองใหญ่ เช่น Taipei, Tokyo, Seoul หรือ Dubai ก่อนบินต่อไปยังสนามบิน JFK ระยะเวลาเดินทางรวมโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 18–22 ชั่วโมงขึ้นไป ขึ้นอยู่กับเส้นทางและเวลารอต่อเครื่อง
เลือกสายการบินและจุดต่อเครื่องให้เหมาะกับทริป: ถ้าอยากลดความเหนื่อย แนะนำเลือกเที่ยวบินที่ต่อเครื่องเพียงครั้งเดียวและมีเวลารอต่อเครื่องไม่ยาวเกินไป เพราะเส้นทางจากไทยไปนิวยอร์กค่อนข้างไกลอยู่แล้ว จะช่วยให้ถึงปลายทางได้สบายขึ้น

เมื่อเดินทางถึงสนามบิน JFK แล้ว สามารถเข้า Manhattan ได้หลายวิธี ทั้ง AirTrain ต่อรถไฟใต้ดินหรือรถไฟ LIRR รวมถึงแท็กซี่และบริการรถรับส่ง จากนั้นค่อยเดินทางต่อไปยัง Central Park ตามจุดที่ต้องการเริ่มเที่ยวอีกที

ใครกำลังวางแผนทริปสามารถเช็กเที่ยวบินและเปรียบเทียบตั๋วเครื่องบินไปนิวยอร์กผ่าน Traveloka ไว้ล่วงหน้าได้ เพราะราคาตั๋วและเวลาเดินทางจะแตกต่างกันตามสายการบิน จุดต่อเครื่อง และช่วงวันที่เดินทาง

วิธีเดินทางไป Central Park

1. รถไฟใต้ดิน (NYC Subway) เป็นวิธีที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด การเลือกสถานีขึ้นอยู่กับว่าต้องการเริ่มเที่ยวจากจุดไหน

ฝั่งใต้ (จุดเริ่มต้นยอดนิยม):

สถานี 59 St – Columbus Circle (สาย A, B, C, D, 1) – เข้าสวนฝั่ง South-West ใกล้ Merchant’s Gate และลานสเก็ต Wollman Rink
สถานี 5th Ave / 59 St (สาย N, R, W) – เข้าสวนฝั่ง South-East ใกล้ Grand Army Plaza, Central Park Zoo และโรงแรม The Plaza

ฝั่งตะวันตก (Central Park West - เน้นจุดไฮไลท์สำคัญ):

สถานี 72 St (สาย B, C) – ออกประตูฝั่ง Central Park West เดินเข้า Strawberry Fields และอาคาร The Dakota ได้ทันที
สถานี 81 St – Museum of Natural History (สาย B, C) – เหมาะสำหรับตัดเข้ากลางสวนเพื่อไป Belvedere Castle หรือ Shakespeare Garden
สถานี 86 St (สาย B, C) – เหมาะสำหรับไป Great Lawn หรือ Reservoir

ฝั่งตะวันออก (Upper East Side - Fifth Avenue):

สถานี 68 St – Hunter College หรือ 77 St (สาย 6) – เดินมุ่งหน้าทิศตะวันตก 2 บล็อก เข้าสู่ Fifth Avenue เพื่อเข้าสวนฝั่งตะวันออก (ใกล้พิพิธภัณฑ์ Met)

2. เดินจาก Midtown Manhattan หากพักแถว Times Square, Rockefeller Center หรือ Fifth Avenue สามารถเดินขึ้นเหนือมุ่งหน้าถนน Central Park South (59th Street) ได้เลย ระยะทางจาก Times Square ใช้เวลาเดินเพียง 10–15 นาที แถมได้เพลินไปกับร้านค้า คาเฟ่ และสถาปัตยกรรมตลอดสองข้างทางเลย 

3. รถบัสประจำทาง (MTA Bus) เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่อยากเดินขึ้น-ลงบันไดสถานีใต้ดิน หรือต้องการนั่งชมวิว:

สายวิ่งแนวยาว (North-South):

สาย M1, M2, M3, M4 วิ่งบนถนน Fifth Avenue (ฝั่งตะวันออกของสวน)
สาย M10 วิ่งบนถนน Central Park West (ฝั่งตะวันตกของสวน)

สายวิ่งตัดข้ามสวน (Cross-town):

สาย M66, M72, M79-SBS, M86-SBS, M96 วิ่งตัดผ่านใต้ดินหรือเส้นทางข้ามสวนจากฝั่ง East ไป West ได้อย่างสะดวก

จุดเด่นของ Central Park

Central Park
สวนสีเขียวกลางป่าตึกของ Manhattan: จุดที่ทำให้เซ็นทรัลพาร์ก มีเสน่ห์มากคือความแตกต่างระหว่างธรรมชาติกับเมืองใหญ่ ได้เดินอยู่ท่ามกลางต้นไม้และทะเลสาบ แต่พอมองไกล ๆ ก็เห็นตึกสูงของ New York City โผล่ขึ้นมา เป็นวิวที่ดูยังไงก็รู้ว่านี่คือนิวยอร์ก
ไม่ได้มีแค่ต้นไม้ แต่มีอะไรให้เที่ยวเยอะมาก: ใครสงสัยว่า Central Park มีอะไรบ้าง บอกเลยว่าเดินได้เป็นชั่วโมง ๆ ตั้งแต่สะพาน ทะเลสาบ ปราสาท สนามหญ้า สวนดอกไม้ ไปจนถึงอนุสรณ์และงานศิลปะ มาเที่ยวครั้งเดียวอาจเก็บไม่ครบด้วยซ้ำ
สายถ่ายรูปน่าจะเดินเพลินเป็นพิเศษ: ทั้ง Bow Bridge, Bethesda Terrace, The Mall และ The Lake ล้วนเป็นจุดถ่ายรูป Central Park ที่สวยต่างกันไปคนละแบบ แถมวิวเปลี่ยนไปตามฤดูอีกต่างหาก
มีกิจกรรมให้ทำทั้งปี: กิจกรรมใน Central Park มีตั้งแต่ปิกนิก วิ่ง ปั่นจักรยาน พายเรือ ไปจนถึงดูนก หรือถ้าวันไหนไม่อยากทำอะไร แค่ซื้อกาแฟมานั่งใต้ต้นไม้ก็ได้ฟีลดี ๆ แล้ว 
มาแต่ละฤดูก็เหมือนได้เที่ยวคนละสวน: หน้าร้อนจะได้ไวบ์แบบเขียวสด ฤดูใบไม้ผลิก็มีดอกไม้ให้ชม ช่วงใบไม้ร่วงก็จะเต็มไปด้วยสีเหลือง ส้ม แดง ส่วนหน้าหนาวก็มีโอกาสเจอวิวหิมะขาว ๆ ทำให้กลับมาเที่ยวซ้ำได้แบบไม่รู้สึกจำเจ

เที่ยว Central Park เดือนไหนดี?

ถ้าถามว่า Central Park เที่ยวช่วงไหนดี แบบเดินสบายและวิวสวย แนะนำ เมษายน–พฤษภาคม และกันยายน–พฤศจิกายน โดยเฉพาะช่วงเดือนตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายนที่สวนจะเริ่มเต็มไปด้วยสีของใบไม้เปลี่ยนสี สวยมากเป็นพิเศษ

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม): หลังผ่านหน้าหนาว Central Park จะค่อย ๆ กลับมาสดใสอีกครั้ง ต้นไม้เริ่มแตกใบ ดอกไม้ทยอยบาน อากาศกำลังเย็นสบาย เหมาะกับการเดินเล่น ถ่ายรูป และปิกนิก โดยเฉพาะช่วงเมษายน–พฤษภาคมที่บรรยากาศกำลังดี
ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม): ช่วงนี้สวนเขียวสุด ๆ และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา คนท้องถิ่นออกมาปิกนิก วิ่ง ปั่นจักรยาน และทำกิจกรรมกลางแจ้งกันเต็มสวน กลางวันยาว เที่ยวได้เต็มที่ แต่ช่วงเที่ยงอาจร้อนพอสมควร ถ้ามาเช้าหรือเย็นจะสบายกว่า
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน): ถ้าเป็นสายถ่ายรูป นี่คือช่วงที่น่าเล็งที่สุด เพราะ Central Park ช่วงนี้จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นโทนเหลือง ส้ม แดง โดยเฉพาะบริเวณ The Mall, The Lake, Bow Bridge และ The Ramble ยิ่งช่วงอากาศเย็น ๆ เดินเล่นคือเพลินมาก
ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์): Central Park หน้าหนาวจะได้อีกฟีลหนึ่งเลย ต้นไม้ผลัดใบจนมองเห็น Skyline รอบสวนชัดขึ้น และถ้าโชคดีมาเจอวันที่หิมะตก บรรยากาศจะสวยเหมือนฉากหนัง เพียงแต่อากาศค่อนข้างหนาว ต้องเตรียมเสื้อผ้าและรองเท้าให้พร้อมหน่อย

กิจกรรมแนะนำใน Central Park

Central Park
เดินเก็บแลนด์มาร์กดัง: ใครมาเที่ยว Central Park ครั้งแรก ลองจัดเส้นทาง The Mall → Bethesda Terrace → The Lake → Bow Bridge → Strawberry Fields จะได้เก็บจุดดังหลายแห่งในรอบเดียว ถ้ายังมีแรงค่อยเดินต่อขึ้นไป Belvedere Castle
ซื้อของมาปิกนิก: วันที่อากาศดี ๆ ลองซื้อแซนด์วิช กาแฟ หรือของกินง่าย ๆ มานั่งบนสนามหญ้า เป็นกิจกรรมธรรมดาที่ได้ฟีล New Yorker มาก จะนั่งดูคน เดินเล่น หรืออ่านหนังสือไปเรื่อย ๆ ก็ชิลสุด ๆ
พายเรือใน The Lake: อีกหนึ่งกิจกรรม ที่ฮิตมากคือการพายเรือใน The Lake Central Park เพราะได้ชมวิวสวนและ Bow Bridge จากกลางน้ำ เปลี่ยนมุมจากการเดินเที่ยวธรรมดาไปเลย
เช่าจักรยานปั่นชมสวน: ถ้าเห็นขนาดสวนแล้วรู้สึกว่าเดินทั้งหมดไม่ไหว จักรยานช่วยได้เยอะ สามารถปั่นตามเส้นทางที่กำหนดรอบสวน ชมวิวไปเรื่อย ๆ ได้ แต่ควรเช็กเส้นทางให้ดี เพราะบางบริเวณเป็นทางสำหรับคนเดินและไม่อนุญาตให้ปั่นจักรยาน
ลองวิ่งแบบชาว New Yorker: ใครเป็นสายออกกำลังกาย ลองตื่นเช้าแล้วออกมาวิ่งใน Central Park ดูสักครั้ง โดยเฉพาะเส้นทางรอบ Jacqueline Kennedy Onassis Reservoir ที่ทั้งวิวดีและได้บรรยากาศแบบคนท้องถิ่นสุด ๆ
ตามรอยหนังและซีรีส์: Central Park เป็นหนึ่งในโลเคชันที่โผล่ในหนังและซีรีส์เยอะมาก ทั้ง Bethesda Terrace, Bow Bridge และ The Mall การเดินตามหามุมคุ้น ๆ ที่เคยเห็นบนจอก็เป็นอีกกิจกรรมที่สนุกดีเหมือนกัน
นั่งเล่นริม The Lake: ถ้าเดินจนเริ่มเมื่อย ไม่ต้องรีบไปไหน ลองหาม้านั่งริมทะเลสาบแล้วนั่งพักสักหน่อย วิวต้นไม้ น้ำ และตึก Manhattan ที่อยู่ด้านหลังคือสวยแบบไม่ต้องมีกิจกรรมอะไรเพิ่มเลย

แนะนำที่พักใกล้ Central Park

Park Lane New York

Park Lane New York
Park Lane New York
Park Lane New York
Park Lane New York

+2

Park Lane New York

ใครอยากได้โลเคชันที่เรียกว่าออกจากโรงแรมแล้วแทบเจอ Central Park เลย แนะนำ Park Lane New York เลย โรงแรมตั้งอยู่บน Central Park South ทำเลดีมากสำหรับคนที่เน้นเที่ยวใจกลาง Manhattan จะเดินเข้าสวน ไป Fifth Avenue หรือเที่ยวต่อ Midtown ก็สะดวก ห้องพักบางประเภทมองเห็นวิวสวนและตึกของนิวยอร์กแบบเต็ม ๆ ยิ่งตอนเช้าหรือช่วงพระอาทิตย์ตกวิวสวยมาก เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งทำเลและบรรยากาศ New York แบบจัดเต็ม

United-states

พาร์คเลน นิวยอร์ก

8.4/10

มิดทาวน์ แมนฮัตตัน

THB 20,970.03

THB 19,630.09

The Ritz-Carlton New York, Central Park

The Ritz-Carlton New York, Central Park
The Ritz-Carlton New York, Central Park
The Ritz-Carlton New York, Central Park
The Ritz-Carlton New York, Central Park

+2

The Ritz-Carlton New York, Central Park

ถ้าอยากให้ทริปนิวยอร์กครั้งนี้พิเศษขึ้นอีกหน่อย The Ritz-Carlton New York, Central Park เป็นตัวเลือกสายลักชัวรีที่น่าสนใจมาก โรงแรมอยู่บน Central Park South เช่นกัน เดินออกมาก็เข้าสวนได้ง่าย ห้องพักมีบรรยากาศหรูหราหมาเห่าสมใจแน่นอน และบางห้องยังได้วิว Central Park แบบสวยเต็มตา เหมาะกับคู่รัก ทริปฉลองโอกาสพิเศษ หรือใครที่อยากกลับมาพักสบาย ๆ หลังเดินเที่ยว Manhattan มาทั้งวัน

United-states

The Ritz-Carlton New York, Central Park

9.1/10

มิดทาวน์ แมนฮัตตัน

THB 50,979.97

West Side YMCA

West Side YMCA
West Side YMCA
West Side YMCA
West Side YMCA

+2

West Side YMCA

สายประหยัดที่อยากได้ทำเลใกล้สวน ลองดู West Side YMCA บริเวณ Upper West Side ที่อยู่ใกล้ Columbus Circle และฝั่งตะวันตกของ Central Park จุดเด่นคือโลเคชันสะดวกมาก เดินเข้าสวนได้ง่ายและมีรถไฟใต้ดินนิวยอร์กอยู่ไม่ไกล ห้องพักเน้นเรียบง่าย ไม่ได้หรูหรา แต่ตอบโจทย์คนที่ออกไปเที่ยวทั้งวันและอยากเก็บงบไว้กิน ช้อป และเที่ยวมากกว่า

United-states

เวสต์ ไซด์ YMCA

7.8/10

แมนฮันตัน

THB 4,755.29

THB 4,451.43

เคล็ดลับการเที่ยว Central Park

อย่าตั้งเป้าว่าต้องเดินให้ครบทั้งสวน: บอกเลยว่าที่นี่เดินจริงคือใช้พลังงานพอสมควร ถ้ามาครั้งแรกเลือกโซนที่อยากเที่ยวก่อนดีกว่า เช่น The Mall, Bethesda Terrace, Bow Bridge และ Strawberry Fields แล้วถ้ายังมีแรงค่อยเพิ่มจุดอื่น
เซฟแผนที่หรือปักหมุดไว้ก่อน: ทางเดินใน Central Park แตกออกเป็นหลายเส้น บางช่วงเดินเพลิน ๆ แล้วหลุดไปอีกฝั่งได้เหมือนกัน ก่อนเริ่มเดินลองปักหมุดจุดหลักไว้ จะช่วยจัดเส้นทางและไม่ต้องเดินย้อนกลับบ่อย
เลือกทางเข้าให้ตรงกับจุดที่อยากไป: อย่างที่บอกกันไปว่า พื้นที่ของ Central Park นั้นใหญ่มาก ถ้าจะไป Strawberry Fields ก็ควรเข้าฝั่งตะวันตกใกล้ ๆ ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากด้านใต้ทุกครั้ง เช็กจุดหมายก่อนขึ้น จะช่วยประหยัดแรงไปได้เยอะ
อยากถ่ายรูปสวยให้มาเช้า: Bow Bridge, Bethesda Terrace และ The Mall ช่วงสายถึงบ่ายคนค่อนข้างเยอะ ถ้าอยากได้รูปโล่ง ๆ แนะนำมาเช้า นอกจากคนไม่แน่นแล้ว แสงยังสวยและอากาศเดินสบายกว่าอีกด้วย
ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีอย่ารีบ: มีโอกาสมาเจอ Central Park ใบไม้เปลี่ยนสี ทั้งที เผื่อเวลาไว้เยอะหน่อย เพราะมีโอกาสสูงมากที่จะหยุดถ่ายรูปแทบทุกนาที โดยเฉพาะที่ The Mall, Bow Bridge และรอบ The Lake
หน้าหนาวต้องเลือกรองเท้าดี ๆ: ถ้ามา Central Park หน้าหนาว แล้วเจอหิมะ ทางเดินบางส่วนอาจเปียกหรือลื่น รองเท้าที่พื้นเกาะดีจะช่วยให้เดินสบายและปลอดภัยกว่า
พกน้ำและใส่รองเท้าที่เดินไหวจริง: เที่ยวเซ็นทรัลพาร์กเดินเยอะกว่าที่คิดมาก รองเท้าสวยแต่กัดเท้าอาจทำให้หมดสนุกตั้งแต่ยังเดินไม่ถึง Bow Bridge เพราะฉะนั้นเอาคู่ที่ใส่สบายที่สุดมาดีกว่า
เช็กข้อมูลก่อนเดินทางอีกครั้ง: จุดต่าง ๆ ในสวนอาจมีการบูรณะหรือปรับเวลาเปิดตามฤดูกาล โดยเฉพาะกิจกรรมอย่างพายเรือหรืออาคารบางแห่ง ก่อนเดินทางจริงควรเช็กประกาศล่าสุดไว้ จะได้ไม่เดินไปถึงแล้วเจอปิด

สุดท้ายแล้ว การมา Central Park New York ไม่จำเป็นต้องรีบเดินเก็บทุกแลนด์มาร์กให้ครบในวันเดียว เพราะเสน่ห์จริง ๆ ของที่นี่คือการได้พักจากความวุ่นวายของ Manhattan สักพัก จะเดินเล่นใต้ต้นไม้ นั่งดูวิวที่ Bethesda Terrace ถ่ายรูปบน Bow Bridge หรือซื้อกาแฟมานั่งริม The Lake ก็เพลินได้แล้ว

ใครมีแพลนเที่ยว New York City ลองเผื่อเวลาให้เซ็นทรัลพาร์กอย่างน้อยสักครึ่งวัน แล้วค่อย ๆ เดินเที่ยวแบบไม่ต้องรีบ รับรองว่าจะได้เห็นอีกมุมของนิวยอร์กที่ต่างจากตึกสูง ป้ายไฟ และถนนคึกคักอย่างที่เราคุ้นเคย และอาจกลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ชอบที่สุดของทริปก็ได้

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยว Central Park

Q: ไปเที่ยว Central Park ต้องแต่งตัวยังไง? 

A: เน้นชุดที่สบายและเคลื่อนไหวสะดวกตามสภาพอากาศ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ รองเท้าผ้าใบที่ใส่สบาย เพราะต้องเดินเยอะมาก หากมาช่วงหน้าหนาวควรจัดเต็มทั้งเสื้อโค้ท ลอนลอง และรองเท้าที่พื้นเกาะได้ดีเพื่อกันลื่นหิมะ

Q: เดินทางไปนิวยอร์กและ Central Park ต้องทำวีซ่าไหม? 

A: ผู้ถือหนังสือเดินทางไทยจำเป็นต้องขอ วีซ่าท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา (B1/B2) ล่วงหน้าก่อนเดินทาง โดยต้องทำการนัดหมายและสัมภาษณ์ที่สถานทูตหรือกงสุลใหญ่อเมริกาให้เรียบร้อย

Q: ค่าใช้จ่ายในการเข้าเที่ยว Central Park ประมาณเท่าไหร่? 

A: การเข้าชมสวนฟรี 100% สำหรับพื้นที่สาธารณะและจุดไฮไลต์ส่วนใหญ่ แต่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเฉพาะกิจกรรมเสริม เช่น ค่าเช่าเรือพาย/จักรยาน (ประมาณ $20-$30/ชม.) หรือค่าซื้ออาหารและเครื่องดื่มมาปิกนิกเท่านั้น

Q: จากสนามบิน JFK เดินทางไป Central Park ยังไง? 

A: วิธีที่สะดวกและประหยัดคือการนั่งรถไฟ AirTrain จากสนามบิน JFK ไปลงสถานี Jamaica Station แล้วต่อรถไฟใต้ดิน Subway (สาย E) หรือรถไฟ LIRR เข้าสู่ใจกลาง Manhattan แล้วจึงเปลี่ยนสายรถใต้ดินไปยังสถานีรอบ Central Park ใช้เวลารวมประมาณ 50–70 นาที

Q: เที่ยว Central Park ช่วงไหนสวยที่สุด? 

A: ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี (ปลายเดือนตุลาคม – ต้นพฤศจิกายน) ถือเป็นช่วงที่สวยและป๊อปปูลาร์ที่สุด สวนจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้มแดงโรแมนติกมาก รองลงมาคือช่วงฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน–พฤษภาคม) ที่อากาศกำลังเย็นสบายและมีดอกไม้บาน

Q: ขับรถไป Central Park มีที่จอดรถไหม? 

A: ไม่อนุญาตให้ใช้นำรถยนต์ส่วนตัวขับเข้ามาวิ่งภายใน Central Park และไม่มีลานจอดรถของสวนโดยเฉพาะ หากขับรถมาจะต้องนำไปฝากจอดที่อาคารจอดรถเอกชน (Parking Garage) บริเวณรอบๆ สวน ซึ่งมีค่าบริการค่อนข้างสูง แนะนำให้ใช้วิธีเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินหรือแท็กซี่จะสะดวกกว่ามาก

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ $geoName

Florida

United States

California

United States

Texas

United States

Hawaii

United States
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร