
ถ้ามีโอกาสไปเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ แล้วอยากแวะชมปราสาทสวย ๆ สักแห่ง ขอแนะนำให้ปักหมุด ปราสาทชิลยอง (Chillon Castle) ไว้ในลิสต์เลย! เพราะที่นี่เป็นปราสาทยุคกลางที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva) ใกล้เมืองมงเทรอซ์ (Montreux) แค่ภาพของปราสาทหินเก่าแก่ที่มีผืนน้ำสีฟ้าและเทือกเขาแอลป์เป็นฉากหลังก็สวยเหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยายแล้ว แต่ความน่าสนใจของที่นี่ยังมีมากกว่าวิวสวย ๆ เพราะด้านในเต็มไปด้วยห้องโถงโบราณ หอคอย และคุกใต้ดินที่ซ่อนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เอาไว้หลายร้อยปี
วันนี้เราเลยจะพาไปเพื่อน ๆ ไปเที่ยวปราสาทชิลยองกันแบบครบ ๆ ตั้งแต่จุดไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด วิธีเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว กิจกรรมสนุก ๆ ไปจนถึงที่พักใกล้ปราสาท ใครกำลังวางแผนเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ หรืออยากหาที่เที่ยวสวย ๆ ใกล้ Montreux บอกเลยว่าที่นี่น่าแวะมาก แถมยังสามารถจองตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่าน Traveloka ได้ง่าย ๆ ในแอปเดียวด้วย!
แค่เดินมาถึงก็เข้าใจเลยว่าทำไม Chillon Castle ถึงเป็นหนึ่งในปราสาทที่มีชื่อเสียงที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ เพราะตัวปราสาทตั้งอยู่บนโขดหินริมทะเลสาบเจนีวา โดยมีเทือกเขาแอลป์ทอดยาวอยู่ด้านหลัง มองจากระยะไกลแล้วเหมือนปราสาทกำลังลอยอยู่เหนือผืนน้ำเลย ยิ่งได้เห็นกำแพงหินเก่าแก่ หอคอย และหลังคาทรงแหลมที่เรียงตัวกันอย่างสวยงาม ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังมองฉากในหนังย้อนยุคอยู่จริง ๆ
ใครชอบถ่ายรูป แนะนำให้เดินเลียบทะเลสาบออกมาสักหน่อย จะได้เห็นตัวปราสาทแบบเต็ม ๆ โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่แสงแดดส่องกระทบกำแพงหินและผิวน้ำ บรรยากาศจะดูอบอุ่นและโรแมนติกเป็นพิเศษ เรียกว่าเป็นมุมถ่ายรูปที่ควรเก็บให้ได้ก่อนเข้าไปสำรวจด้านในเลย
จากวิวสวย ๆ ด้านนอก ลองเปลี่ยนบรรยากาศลงมาสำรวจคุกใต้ดินปราสาทชิลยองกันบ้าง เพราะนี่คือหนึ่งในจุดที่มีเรื่องราวน่าสนใจที่สุดของปราสาทเลยก็ว่าได้ ภายในเป็นโถงหินขนาดใหญ่ที่มีเสาเรียงรายและเพดานโค้งแบบโกธิก แสงสลัว ๆ กับบรรยากาศเงียบสงบทำให้รู้สึกถึงความเก่าแก่ของสถานที่ได้ทันที ยิ่งรู้ว่าพื้นที่แห่งนี้เคยใช้คุมขังนักโทษจริง ๆ ก็ยิ่งชวนให้นึกภาพตามถึงเหตุการณ์ในอดีต
หนึ่งในเรื่องราวที่โด่งดังที่สุดคือการคุมขัง François Bonivard นักโทษการเมืองในศตวรรษที่ 16 ซึ่งต่อมากลายเป็นแรงบันดาลใจให้ Lord Byron กวีชื่อดังชาวอังกฤษเขียนบทกวี The Prisoner of Chillon ในปี ค.ศ. 1816 ใครชอบประวัติศาสตร์หรือเรื่องเล่าที่มีทั้งความลึกลับและดราม่า บอกเลยว่าโซนนี้น่าจะเป็นหนึ่งในมุมโปรดของทริปแน่นอน
ถัดจากคุกใต้ดิน ลองเดินขึ้นมาชมห้องโถงและห้องรับรองของปราสาทกันต่อ บริเวณนี้จะให้บรรยากาศต่างออกไป เพราะครั้งหนึ่งเคยเป็นพื้นที่สำหรับจัดงานเลี้ยง ต้อนรับแขก และใช้ชีวิตของเหล่าขุนนาง โดยเฉพาะในยุคที่ปราสาทอยู่ภายใต้การปกครองของราชวงศ์ซาวอย (House of Savoy)
สิ่งที่น่าสนใจคือรายละเอียดภายในห้องที่ยังคงกลิ่นอายยุโรปยุคกลางเอาไว้ได้อย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเพดานไม้ขนาดใหญ่ เตาผิงโบราณ ผนังหิน หรือหน้าต่างที่มองออกไปเห็นทะเลสาบเจนีวา บางห้องยังจัดแสดงเฟอร์นิเจอร์และข้าวของเครื่องใช้ในอดีตด้วย เดินดูไปเรื่อย ๆ ก็อดคิดไม่ได้ว่าคนที่เคยอาศัยอยู่ในปราสาทแห่งนี้จะมีชีวิตประจำวันกันอย่างไร เป็นอีกโซนที่เดินเพลินกว่าที่คิดเลย
ใครชอบชมวิวจากมุมสูง อย่าเพิ่งรีบออกจากปราสาท เพราะยังมีหอคอยให้ขึ้นไปสำรวจกันต่อ โดยเฉพาะหอคอยหลักหรือ The Keep ที่เคยเป็นส่วนสำคัญของระบบป้องกันปราสาทในอดีต ระหว่างทางจะได้เดินผ่านบันไดหินและทางเดินแคบ ๆ ซึ่งยังคงบรรยากาศแบบปราสาทยุคกลางเอาไว้ครบ ใครชอบสถานที่เก่าแก่ที่มีรายละเอียดให้สำรวจน่าจะสนุกกับโซนนี้ไม่น้อย
พอขึ้นไปถึงบริเวณจุดชมวิวที่เปิดให้เข้าชม ก็จะได้เห็นทะเลสาบเจนีวาและเทือกเขาแอลป์จากอีกมุมหนึ่ง ยิ่งวันที่ท้องฟ้าเปิด วิวภูเขาที่ทอดยาวอยู่เหนือผืนน้ำสีฟ้าคือสวยมาก แนะนำให้หยุดชมวิวสักพักก่อนลงมา เพราะเป็นอีกมุมที่ทำให้เห็นว่าทำเลของปราสาทแห่งนี้พิเศษขนาดไหน
อีกมุมที่อยากให้เผื่อเวลาเดินเล่นกันสักหน่อยคือลานปราสาท เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่อาคารหินหลังใหญ่เพียงหลังเดียว แต่ประกอบด้วยลานหลายแห่งที่เชื่อมต่อกันผ่านทางเดิน บันได และซุ้มประตูโบราณ แต่ละมุมมีรายละเอียดแตกต่างกันไป ทั้งระเบียงไม้ กำแพงหิน และหน้าต่างเล็ก ๆ ที่ทำให้บรรยากาศดูคลาสสิกมาก
เสน่ห์ของโซนนี้คือการได้เดินสำรวจแบบไม่ต้องรีบร้อน บางมุมเป็นลานกว้างที่มองเห็นอาคารรอบด้าน ขณะที่บางจุดเป็นทางเดินแคบ ๆ ที่ชวนให้อยากรู้ว่าปลายทางจะพาไปเจออะไร ใครเป็นสายถ่ายรูปแนวสถาปัตยกรรมยุโรป รับรองว่ามีมุมให้หยุดกดชัตเตอร์กันเพลินเลย
ปราสาทชิลยอง สวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ในเขต Veytaux ใกล้เมืองมงเทรอซ์ (Montreux) ทางฝั่งตะวันออกของทะเลสาบเจนีวา (Lake Geneva) ในภูมิภาค Swiss Riviera ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องเมืองริมทะเลสาบสุดโรแมนติกและวิวเทือกเขาแอลป์ที่สวยแทบทุกมุม
ข้อดีคือปราสาทอยู่ห่างจากใจกลางเมือง Montreux เพียงประมาณ 4 กิโลเมตรเท่านั้น จะจัดเป็นทริปครึ่งวันหรือแวะเที่ยวระหว่างเดินทางไป Lausanne และ Geneva ก็สะดวก แถมยังมีทั้งรถไฟ รถบัส และเรือให้เลือกเดินทางตามสไตล์ที่ชอบด้วย
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/jbjsrKrkeXTGUcbJ7
เวลาเปิด–ปิด: เมษายน – ตุลาคม 09.00 – 19.00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 18.00 น.) / พฤศจิกายน – มีนาคม 10.00 – 17.00 น. (เข้าชมรอบสุดท้าย 16.00 น.)
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ประมาณ 15 CHF และเด็กประมาณ 7 CHF
หมายเหตุ: เวลาเปิด–ปิดและค่าเข้าชมอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง
สำหรับใครที่อยากเดินทางจากไทยไปเที่ยวปราสาทชิลยอง แนะนำให้บินไปลงสนามบิน Geneva Airport (GVA) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพราะอยู่ใกล้เมืองมงเทรอซ์ (Montreux) มากที่สุดในบรรดาสนามบินนานาชาติหลัก จากนั้นสามารถต่อรถไฟไปยัง Montreux และนั่งรถบัสไปถึงตัวปราสาทได้เลย โดยมีเส้นทางให้เลือกดังนี้
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยวปราสาทชิลยองคือเดือนเมษายน–มิถุนายน และกันยายน–ตุลาคม เพราะอากาศค่อนข้างเย็นสบาย เหมาะกับการเดินชมปราสาทและเที่ยวรอบทะเลสาบเจนีวา โดยเฉพาะฤดูใบไม้ผลิที่ธรรมชาติเริ่มสดใส และฤดูใบไม้ร่วงที่ต้นไม้รอบทะเลสาบค่อย ๆ เปลี่ยนสี ช่วยเพิ่มบรรยากาศโรแมนติกให้ปราสาทเก่าแก่แห่งนี้ไปอีกขั้น
แต่ถ้าเดินทางมาช่วงอื่นก็ไม่ต้องกังวล เพราะ Chillon Castle เปิดให้เที่ยวเกือบตลอดทั้งปี และแต่ละฤดูก็มีเสน่ห์ต่างกันไป
ถ้าอยากตื่นมาเจอวิวทะเลสาบเจนีวาแบบเต็มตา Mona Montreux เป็นอีกตัวเลือกที่น่าพักมาก เพราะโรงแรมตั้งอยู่ใจกลางเมือง Montreux ใกล้ทั้งสถานีรถไฟและทางเดินริมทะเลสาบ ทำให้จะออกไปเที่ยวปราสาทชิลยองหรือเดินเล่นในเมืองก็สะดวกไปหมด ตัวห้องพักตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น ดูโปร่งสบาย และมีห้องที่สามารถมองเห็นวิวทะเลสาบกับภูเขาได้จากหน้าต่างหรือระเบียงด้วย แค่ได้ตื่นเช้ามาจิบกาแฟพร้อมมองวิวทะเลสาบตรงหน้า แค่นี้ก็เริ่มต้นวันเที่ยวได้ดีแล้ว เหมาะกับคนที่อยากพักสบาย ๆ ในโลเคชั่นที่เดินทางง่ายและได้บรรยากาศสวิตเซอร์แลนด์แบบเต็ม ๆ
ถ้าอยากให้ทริปนี้พิเศษขึ้นอีกหน่อย Fairmont Le Montreux Palace เป็นตัวเลือกที่น่าลองมาก เพราะแค่เห็นตัวอาคารก็สะดุดตาแล้ว ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ Belle Époque ที่ดูหรูหราแบบยุโรปคลาสสิก แถมยังตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวาอีกด้วย ภายในมีทั้งห้องพักตกแต่งอย่างสวยงาม ห้องอาหาร สปา และพื้นที่พักผ่อนที่มองเห็นวิวภูเขากับทะเลสาบ บรรยากาศเหมาะกับการมาพักผ่อนแบบไม่ต้องรีบ โดยเฉพาะคู่รักหรือคนที่อยากให้รางวัลตัวเองสักทริป หลังจากออกไปเที่ยวทั้งวันแล้วกลับมานั่งชมวิวริมทะเลสาบ บอกเลยว่าเป็นโมเมนต์ที่น่าประทับใจไม่น้อยเลย
สำหรับคนที่อยากเก็บงบไว้เที่ยวให้เต็มที่ Hotel Bon Port เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมือง Montreux ใกล้ทั้งทะเลสาบ ร้านอาหาร และ Montreux Casino ตัวโรงแรมเน้นความเรียบง่าย ห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานครบ เหมาะกับสายเที่ยวที่ออกไปตะลุยข้างนอกทั้งวันแล้วกลับมานอนพักสบาย ๆ อีกข้อดีคืออยู่ใกล้เส้นทางรถบัสสาย 201 ที่สามารถนั่งไปปราสาทชิลยองได้โดยตรง ใครอยากได้ที่พักโลเคชั่นดี เดินทางสะดวก และไม่ต้องจ่ายแพงเท่าโรงแรมหรูริมทะเลสาบ ลองเก็บที่นี่ไว้เป็นตัวเลือกได้เลย
อ่านต่อบทความท่องเที่ยวอื่นๆ :
Q: ไปสวิตเซอร์แลนด์ เที่ยวปราสาทชิลยอง ต้องทำวีซ่าไหม?
A: นักท่องเที่ยวไทยจำเป็นต้องขอวีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) ล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง
Q: ไปเที่ยวปราสาทชิลยอง ต้องแต่งตัวและเตรียมรองเท้าแบบไหน?
A: แนะนำให้สวมชุดที่คล่องตัวและเตรียมเสื้อคลุมติดตัวไว้ เพราะริมทะเลสาบมีลมพัดเย็น และคุกใต้ดินด้านในจะค่อนข้างเย็นกว่าภายนอก นอกจากนี้ควรใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่เดินสบาย เนื่องจากภายในปราสาทมีบันไดหิน ทางเดินแคบ และพื้นต่างระดับหลายจุด
Q: เดินทางจากสนามบินมาปราสาทชิลยองยังไง?
A: หากลงสนามบิน Geneva (GVA) ให้นั่งรถไฟ SBB ต่อมาลงสถานี Montreux (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที) แต่หากบินลงสนามบิน Zurich (ZRH) ให้นั่งรถไฟมาลง Montreux (ใช้เวลาประมาณ 2.5–3 ชั่วโมง) จากนั้นต่อรถบัสสาย 201 อีกเพียง 10–15 นาทีก็ถึงหน้าปราสาท
Q: ค่าใช้จ่ายในการเข้าชมปราสาทชิลยองประมาณเท่าไหร่?
A: ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่ประมาณ 15 CHF และเด็กประมาณ 7 CHF ทั้งนี้ ผู้ถือบัตร Swiss Travel Pass สามารถใช้สิทธิ์เข้าชมฟรีได้ตามเงื่อนไข
Q: เที่ยวปราสาทชิลยองช่วงไหนดีที่สุด?
A: ช่วงเดือนเมษายน–มิถุนายน (ฤดูใบไม้ผลิ) และ กันยายน–ตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง) เหมาะที่สุด เพราะอากาศเย็นสบาย เดินเที่ยวสนุก และบรรยากาศรอบทะเลสาบสวยน่าถ่ายรูป
Q: ถ้าขับรถไปเที่ยวปราสาทชิลยอง มีที่จอดรถไหม?
A: บริเวณด้านหน้าและใกล้เคียงปราสาทชิลยองมีลานจอดรถสำหรับนักท่องเที่ยวที่ขับรถมาเอง แต่มีจำนวนจำกัด หากมาช่วงไฮซีซั่นแนะนำให้เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถบัสสาย 201 หรือรถไฟ จะสะดวกที่สุด







