
โคลอสเซียม (Colosseum) แลนด์มาร์กสุดยิ่งใหญ่ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้จักและอยากมาเช็กอินสักครั้งเมื่อมาเที่ยวโรม ที่นี่เป็นอัฒจันทร์รูปวงรีอายุเกือบ 2,000 ปีที่ยังตั้งอยู่กลางเมือง สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสปาเซียนและแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 80 ยุคจักรพรรดิไททัส จุคนดูได้ประมาณ 50,000 คน ใช้เป็นเวทีการต่อสู้ของกลาดิเอเตอร์ การล่าสัตว์ป่า และการแสดงเพื่อความบันเทิงของชาวโรมัน ปัจจุบันโคลอสเซียม โรม เป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกโดย UNESCO และติดหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่
ส่วนตัวคิดว่าโคลอสเซียมในรูปกับของจริงตรงหน้ามันต่างกันมาก เป็นที่เที่ยวยุโรปมีความอลังและความขลังในตัวแบบบอกไม่ถูก กำแพงหินที่สูงเกือบ 50 เมตร ร่องรอยความเสียหายจากแผ่นดินไหวและการรื้อหินไปใช้ในยุคหลัง ทำให้รู้สึกถึงประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาอย่างยาวนานได้ชัดเจน บทความนี้รวบรวมทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนไป ตั้งแต่จุดไฮไลท์ด้านใน วิธีเลือกตั๋วโคลอสเซียม การเดินทาง ช่วงเดือนน่าเที่ยว ไปจนถึงที่พักใกล้โคลอสเซียมที่เดินถึงได้ เพื่อให้ทริปเที่ยวอิตาลีครั้งนี้ใช้เวลาได้คุ้มที่สุด!
ลานประลองคือหัวใจของโคลอสเซียม ปัจจุบันมีการสร้างพื้นไม้ขึ้นใหม่ทับบางส่วนของพื้นที่เดิม ทำให้ขึ้นไปยืนในระดับเดียวกับที่กลาดิเอเตอร์เคยต่อสู้ได้จริง พอยืนตรงกลางแล้วมองขึ้นไปจะเห็นอัฒจันทร์โค้งล้อมรอบหลายชั้น ความรู้สึกต่างจากการมองลงมาจากชั้นคนดูคนละเรื่อง จากที่ไปมา แนะนำให้เดินไปยืนช่วงขอบพื้นไม้ฝั่งที่มองเห็นโครงสร้างใต้ดินด้านล่าง จะได้ภาพที่มีทั้งอัฒจันทร์และอุโมงค์ในเฟรมเดียว โซนนี้ต้องใช้ตั๋ว Full Experience เท่านั้น ส่วนตั๋วมาตรฐานจะได้ชมเฉพาะชั้น 1 และ 2
Hypogeum คือเครือข่ายอุโมงค์และห้องใต้ลานประลอง ทำหน้าที่เป็นหลังเวทีสำหรับเก็บสัตว์ป่า อุปกรณ์ฉาก และให้นักสู้รอขึ้นแสดง จุดที่น่าสนใจที่สุดคือร่องรอยของระบบลิฟต์และรอกที่ใช้ยกสัตว์หรือฉากขึ้นไปโผล่กลางลานประลองแบบที่คนดูไม่ทันตั้งตัว การลงอุโมงค์ใต้ดินโคลอสเซียมต้องใช้ตั๋ว Full Experience Underground and Arena ราคาประมาณ 24 ยูโร เข้าเป็นกลุ่มพร้อมเจ้าหน้าที่และจำกัดจำนวนคน ส่วนตัวมองว่าเป็นโซนที่คุ้มที่สุด เพราะทำให้เข้าใจว่าการแสดงยุคโรมันถูกวางระบบไว้ซับซ้อนแค่ไหน แต่ตั๋วหมดเร็วมาก ต้องจองทันทีที่เปิดขาย
The Attic คือชั้นบนสุดของโคลอสเซียม ในอดีตเป็นที่นั่งของคนชั้นล่างในสังคมโรมัน แต่วันนี้กลับกลายเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดของสนาม จากตรงนี้จะเห็นรูปวงรีของลานประลองครบทั้งวง และมองออกไปด้านนอกเห็นโรมันฟอรัม Arch of Constantine และถนน Via dei Fori Imperiali ได้ชัด การขึ้นชั้นนี้ใช้ตั๋ว Full Experience Attic ซึ่งจำกัดคนต่อรอบ บรรยากาศจึงไม่วุ่นวายเท่าชั้นล่าง จากที่ไปมา แนะนำให้เลือกรอบบ่ายแก่ แสงที่ส่องเอียงลงมาทำให้เห็นมิติของซุ้มโค้งชัดขึ้น ทั้งนี้บางช่วงโซนนี้ปิดปรับปรุง ควรเช็กสถานะบนเว็บไซต์ทางการก่อนจอง
โคลอสเซียมตั้งอยู่ที่ Piazza del Colosseo ใจกลางกรุงโรม ประเทศอิตาลี ในเขตประวัติศาสตร์ทางทิศตะวันออกของโรมันฟอรัม ห่างจากสถานีรถไฟ Roma Termini ประมาณ 2 กิโลเมตร และอยู่ปลายถนน Via dei Fori Imperiali ที่ทอดยาวไปถึง Piazza Venezia ตัวอาคารมีขนาดยาวประมาณ 189 เมตร กว้างประมาณ 156 เมตร รอบๆ รายล้อมด้วยโบราณสถานสำคัญ ทั้ง Arch of Constantine, Palatine Hill และ Domus Aurea ทำให้การเดินทางไปโคลอสเซียมกลายเป็นการเที่ยวโรมยุคโบราณได้ครบในพื้นที่เดียว สถานีรถไฟใต้ดิน Colosseo อยู่ตรงข้ามพอดี เดินออกจากสถานีก็เห็นตัวอาคารทันที ซึ่งเป็นจุดที่หลายคนหยุดถ่ายรูปแรกของทริป ถ้าพักอยู่ย่าน Monti หรือแถว Termini ก็เดินมาได้สบายภายใน 15-25 นาที
สิ่งที่ทำให้โคลอสเซียมยังน่าทึ่งแม้ผ่านมาเกือบ 2,000 ปี คือการออกแบบที่ล้ำหน้ามากในยุคนั้น ตัวอาคารมีทางเข้าออกโดยรอบหลายสิบช่องที่เรียกว่า vomitoria ช่วยระบายคนดูหลายหมื่นคนออกจากสนามได้ในเวลาไม่นาน ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับสนามกีฬาสมัยใหม่ ด้านบนเคยมีผ้าใบขนาดใหญ่ที่เรียกว่า velarium กางบังแดดให้คนดู ผนังด้านนอกแต่ละชั้นใช้เสาต่างแบบกัน ทั้งแบบทัสคัน ไอโอนิก และคอรินเธียน ไล่ขึ้นไปตามลำดับ ส่วนสภาพที่พังไปบางส่วนในวันนี้มาจากแผ่นดินไหวในยุคกลาง และการรื้อหินไปใช้สร้างอาคารอื่นในโรม ซึ่งกลับกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เห็นโครงสร้างภายในได้ชัด ส่วนตัวชอบที่ทุกมุมของโคลอสเซียมมีเรื่องเล่า ทั้งด้านความยิ่งใหญ่และด้านที่โหดร้ายของความบันเทิงยุคโรมัน การมาที่นี่จึงได้มากกว่ารูปถ่ายสวยๆ แต่ได้เข้าใจวิธีคิดของคนโรมันในยุคนั้นไปด้วย
เหมาะกับ : คู่รัก / สายหรู / คนที่อยากได้รูฟท็อปวิวเมือง
H10 Palazzo Galla เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาวในอาคารยุคปลายศตวรรษที่ 19 บนถนน Via IV Novembre ห่างจากโคลอสเซียมไม่ถึง 1 กิโลเมตร เดินไปตาม Via dei Fori Imperiali ได้ในเวลาไม่นาน การตกแต่งผสมความคลาสสิกแบบโรมันเข้ากับความทันสมัย มีห้องพัก 82 ห้อง ฟิตเนส บาร์ และห้องอาหาร จุดที่ทำให้ที่นี่โดดเด่นคือรูฟท็อปบาร์ที่มองเห็นหลังคาเมืองเก่าและย่าน Piazza Venezia ได้แบบพาโนรามา ทำเลยังใกล้ Trajan's Column และเดินไปน้ำพุเทรวีได้ภายในไม่กี่นาที ส่วนตัวคิดว่าเหมาะกับคนที่อยากให้ทริปเที่ยวโรมมีช่วงพักผ่อนดีๆ หลังเดินโบราณสถานมาทั้งวัน
เหมาะกับ : ครอบครัว / กลุ่มเพื่อน / สายรักความสะดวกสบาย
Hotel Verona เป็นโรงแรม 3 ดาวที่ครอบครัวเดียวกันดูแลมาตั้งแต่ปี 1921 อยู่บนถนน Via di Santa Maria Maggiore ใกล้มหาวิหารซานตามาเรียมัจจอเร เดินไปโคลอสเซียมประมาณ 15 นาที และเดินไปสถานี Termini ไม่ถึง 10 นาที มีห้องพัก 37 ห้อง ทั้งห้องเตียงคู่ ห้องสำหรับ 3 คน และ 4 คน จึงตอบโจทย์คนมาเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน จุดที่ชอบคือสวนด้านในที่ช่วงหน้าร้อนใช้เสิร์ฟอาหารเช้า ให้ความรู้สึกสงบต่างจากถนนด้านนอก และอยู่ใกล้ย่าน Monti ที่มีร้านอาหารให้เลือกเยอะ ข้อควรรู้คือโรงแรมไม่มีที่จอดรถ
เหมาะกับ : สายประหยัด / คนอยากพักใกล้สถานี / คนที่ต่อรถไฟไปเมืองอื่น
Hotel Sonya เป็นโรงแรม 3 ดาวขนาดเล็ก 15 ห้อง ตั้งอยู่ที่ Via del Viminale ตรงข้ามโรงอุปรากรแห่งกรุงโรม (Teatro dell'Opera) เดินไปสถานี Termini ได้ภายในไม่กี่นาที จากที่นี่ไปโคลอสเซียมระยะทางประมาณ 1.6 กิโลเมตร เดินราว 20 นาที หรือนั่งรถไฟใต้ดินสาย B ต่อเดียวก็ถึง ห้องพักมีมินิบาร์ ตู้เซฟ ฝักบัวแบบเรนชาวเวอร์ และ Wi-Fi ฟรี ส่วนอาหารเช้าเสิร์ฟที่บิสโทรติดกับโรงแรม เหมาะกับคนที่ต้องการที่พักสะอาด ราคาคุ้ม และอยากได้ทำเลที่ขึ้นรถไฟไปฟลอเรนซ์หรือเนเปิลส์ต่อได้สะดวก
โคลอสเซียมเปิดตั้งแต่ 8.30 น. ทุกวัน ส่วนเวลาปิดเปลี่ยนตามฤดูกาล ช่วงหน้าหนาวปิดราว 16.30 น. และหน้าร้อนปิดประมาณ 19.15 น. รอบเข้าชมสุดท้ายคือ 1 ชั่วโมงก่อนปิด
ตั๋วมาตรฐานราคาประมาณ 18 ยูโร บวกค่าจองประมาณ 2 ยูโร ส่วนตั๋ว Full Experience ที่รวมลานประลอง อุโมงค์ใต้ดิน หรือชั้นบนสุด ราคาประมาณ 24 ยูโร เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าฟรีแต่ยังต้องจองตั๋วและจ่ายค่าจอง
เฉพาะตัวโคลอสเซียมใช้เวลาประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง ถ้ารวมโรมันฟอรัมและ Palatine Hill ด้วย ควรเผื่อเวลาไว้ครึ่งวันถึงทั้งวัน
ควรจองล่วงหน้า เพราะรอบเข้าชมมีจำนวนจำกัดและมักเต็มในช่วงไฮซีซัน โดยเฉพาะตั๋วที่รวมอุโมงค์ใต้ดินซึ่งหมดภายในเวลาไม่นานหลังเปิดขาย
อาทิตย์แรกของทุกเดือนเข้าชมได้ฟรี แต่ไม่รับจองล่วงหน้าและต้องต่อคิวหน้างาน คนจะเยอะมาก ถ้าเวลาในโรมมีจำกัด จ่ายค่าตั๋วตามปกติจะคุ้มกว่า
ต้องใช้วีซ่าเชงเก้น ยื่นผ่านศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าอิตาลีในกรุงเทพฯ ควรยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือนก่อนเดินทาง
ได้ ผ่านรอบทัวร์ A Night at the Colosseum ราคาประมาณ 50 ยูโร ใช้เวลา 1 ชั่วโมง รอบมีจำกัดและเปิดขายล่วงหน้า 7 วัน
ความเสียหายหลักมาจากแผ่นดินไหวในยุคกลาง และการรื้อหินจากตัวอาคารไปใช้ก่อสร้างอาคารอื่นในกรุงโรม ปัจจุบันมีการบูรณะต่อเนื่องเพื่อรักษาโครงสร้างที่เหลืออยู่
ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองไฟล์ทไปโรมและที่พักใกล้โคลอสเซียมกับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!







