[รีวิว] โคลอสเซียม (Colosseum) พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

รีวิวโคลอสเซียม (Colosseum) กรุงโรม รวมไฮไลท์ลานประลอง อุโมงค์ใต้ดิน และชั้นบนสุด พร้อมวิธีเลือกตั๋วโคลอสเซียม การเดินทางจากกรุงเทพฯ เดือนที่ควรไป และที่พักใกล้โคลอสเซียม ครบจบในบทความเดียวสำหรับคนวางแผนเที่ยวโรม
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

โคลอสเซียม (Colosseum) แลนด์มาร์กสุดยิ่งใหญ่ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้จักและอยากมาเช็กอินสักครั้งเมื่อมาเที่ยวโรม ที่นี่เป็นอัฒจันทร์รูปวงรีอายุเกือบ 2,000 ปีที่ยังตั้งอยู่กลางเมือง สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดิเวสปาเซียนและแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 80 ยุคจักรพรรดิไททัส จุคนดูได้ประมาณ 50,000 คน ใช้เป็นเวทีการต่อสู้ของกลาดิเอเตอร์ การล่าสัตว์ป่า และการแสดงเพื่อความบันเทิงของชาวโรมัน ปัจจุบันโคลอสเซียม โรม เป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกโดย UNESCO และติดหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่

ส่วนตัวคิดว่าโคลอสเซียมในรูปกับของจริงตรงหน้ามันต่างกันมาก เป็นที่เที่ยวยุโรปมีความอลังและความขลังในตัวแบบบอกไม่ถูก กำแพงหินที่สูงเกือบ 50 เมตร ร่องรอยความเสียหายจากแผ่นดินไหวและการรื้อหินไปใช้ในยุคหลัง ทำให้รู้สึกถึงประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาอย่างยาวนานได้ชัดเจน บทความนี้รวบรวมทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนไป ตั้งแต่จุดไฮไลท์ด้านใน วิธีเลือกตั๋วโคลอสเซียม การเดินทาง ช่วงเดือนน่าเที่ยว ไปจนถึงที่พักใกล้โคลอสเซียมที่เดินถึงได้ เพื่อให้ทริปเที่ยวอิตาลีครั้งนี้ใช้เวลาได้คุ้มที่สุด!

Quick Summary

ไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ: โคลอสเซียมมี 3 โซนเด่น คือ Arena Floor ที่ได้ยืนระดับเดียวกับกลาดิเอเตอร์ Hypogeum อุโมงค์ใต้ดินที่เคยเก็บสัตว์และฉาก และ The Attic ชั้นบนสุดที่เห็นวิวทั้งสนาม
กิจกรรมและเส้นทางแนะนำ: เข้าอุโมงค์ใต้ดินกับทัวร์มีไกด์ เดินชม Arch of Constantine ด้านนอกได้ฟรี และจองตั๋วไปโรมันฟอรัมกับ Palatine Hill ต่อ
ที่ตั้งและการเดินทาง: อยู่ที่ Piazza del Colosseo ใจกลางกรุงโรม บินตรงจากกรุงเทพฯ ประมาณ 12 ชั่วโมง ในเมืองนั่งรถไฟใต้ดินสาย B ลงสถานี Colosseo ได้เลย
จุดเด่น: งานวิศวกรรมโรมันโบราณแต่ล้ำโคตรที่ระบายคนได้หลายหมื่นในเวลาไม่นาน และเป็นต้นแบบของสนามกีฬาและสเตเดี้ยมในยุคปัจจุบัน
ช่วงเวลาที่เหมาะ: เมษายน-มิถุนายน และกันยายน-ตุลาคม อากาศดีและคนน้อยกว่าช่วงหน้าร้อน
ที่พักใกล้เคียง: H10 Palazzo Galla สำหรับสายหรูที่อยากได้รูฟท็อป Hotel Verona สำหรับครอบครัว และ Hotel Sonya สำหรับคนคุมงบใกล้สถานี Termini
เคล็ดลับการเที่ยว: จองตั๋วจากเว็บไซต์ทางการล่วงหน้า พกพาสปอร์ตตัวจริง ไปรอบเช้าหรือบ่ายแก่ และระวังคนแต่งชุดกลาดิเอเตอร์ที่เรียกเก็บเงินค่าถ่ายรูป
FAQ: รวมคำถามเรื่องเวลาเปิด ราคาตั๋ว วีซ่า และเวลาที่ควรใช้ในการเที่ยว

ไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำของ โคลอสเซียม

1.Arena Floor (ลานประลอง)

ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของโคลอสเซียม

ลานประลองคือหัวใจของโคลอสเซียม ปัจจุบันมีการสร้างพื้นไม้ขึ้นใหม่ทับบางส่วนของพื้นที่เดิม ทำให้ขึ้นไปยืนในระดับเดียวกับที่กลาดิเอเตอร์เคยต่อสู้ได้จริง พอยืนตรงกลางแล้วมองขึ้นไปจะเห็นอัฒจันทร์โค้งล้อมรอบหลายชั้น ความรู้สึกต่างจากการมองลงมาจากชั้นคนดูคนละเรื่อง จากที่ไปมา แนะนำให้เดินไปยืนช่วงขอบพื้นไม้ฝั่งที่มองเห็นโครงสร้างใต้ดินด้านล่าง จะได้ภาพที่มีทั้งอัฒจันทร์และอุโมงค์ในเฟรมเดียว โซนนี้ต้องใช้ตั๋ว Full Experience เท่านั้น ส่วนตั๋วมาตรฐานจะได้ชมเฉพาะชั้น 1 และ 2

2.Hypogeum (อุโมงค์ใต้ดิน)

Hypogeum คือเครือข่ายอุโมงค์และห้องใต้ลานประลอง ทำหน้าที่เป็นหลังเวทีสำหรับเก็บสัตว์ป่า อุปกรณ์ฉาก และให้นักสู้รอขึ้นแสดง จุดที่น่าสนใจที่สุดคือร่องรอยของระบบลิฟต์และรอกที่ใช้ยกสัตว์หรือฉากขึ้นไปโผล่กลางลานประลองแบบที่คนดูไม่ทันตั้งตัว การลงอุโมงค์ใต้ดินโคลอสเซียมต้องใช้ตั๋ว Full Experience Underground and Arena ราคาประมาณ 24 ยูโร เข้าเป็นกลุ่มพร้อมเจ้าหน้าที่และจำกัดจำนวนคน ส่วนตัวมองว่าเป็นโซนที่คุ้มที่สุด เพราะทำให้เข้าใจว่าการแสดงยุคโรมันถูกวางระบบไว้ซับซ้อนแค่ไหน แต่ตั๋วหมดเร็วมาก ต้องจองทันทีที่เปิดขาย

3.The Attic (ชั้นบนสุด)

The Attic คือชั้นบนสุดของโคลอสเซียม ในอดีตเป็นที่นั่งของคนชั้นล่างในสังคมโรมัน แต่วันนี้กลับกลายเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดของสนาม จากตรงนี้จะเห็นรูปวงรีของลานประลองครบทั้งวง และมองออกไปด้านนอกเห็นโรมันฟอรัม Arch of Constantine และถนน Via dei Fori Imperiali ได้ชัด การขึ้นชั้นนี้ใช้ตั๋ว Full Experience Attic ซึ่งจำกัดคนต่อรอบ บรรยากาศจึงไม่วุ่นวายเท่าชั้นล่าง จากที่ไปมา แนะนำให้เลือกรอบบ่ายแก่ แสงที่ส่องเอียงลงมาทำให้เห็นมิติของซุ้มโค้งชัดขึ้น ทั้งนี้บางช่วงโซนนี้ปิดปรับปรุง ควรเช็กสถานะบนเว็บไซต์ทางการก่อนจอง

กิจกรรมและเส้นทางแนะนำ

เดินชมอุโมงค์ใต้ดินและลานประลองด้วยทัวร์แบบมีไกด์: ถ้าจองตั๋วทางการไม่ทัน ทัวร์มีไกด์คือทางออกที่ได้ผลที่สุด เพราะบริษัททัวร์หลายแห่งมีโควตาเข้าอุโมงค์ใต้ดินไว้ล่วงหน้า ราคาเริ่มประมาณ 70-80 ยูโรขึ้นไป แพงกว่าตั๋วทางการหลายเท่า แต่ได้ไกด์เล่าเรื่องประกอบ ซึ่งช่วยให้เห็นภาพมากกว่าการเดินดูซากหินเอง ทางอุทยานโบราณคดีโคลอสเซียมเองก็มีตั๋วพร้อมทัวร์ให้ความรู้ราคาราว 32 ยูโร ใครอยากได้บรรยากาศอีกแบบ ลองดูรอบ A Night at the Colosseum ราคาประมาณ 50 ยูโร ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง ตอนกลางคืนคนน้อยและไฟส่องโครงสร้างสวยมาก ข้อเสียคือมีไม่กี่รอบและเปิดขายล่วงหน้าเพียง 7 วัน
ดื่มด่ำบรรยากาศรอบนอกที่ Arch of Constantine: ประตูชัยคอนสแตนตินตั้งอยู่ติดกับโคลอสเซียม สร้างในปี ค.ศ. 315 เพื่อฉลองชัยชนะของจักรพรรดิคอนสแตนตินในศึกสะพานมิลเวียน และเป็นประตูชัยโรมันที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ยังเหลืออยู่ ภาพสลักนูนต่ำหลายชิ้นถูกนำมาจากอนุสรณ์สถานยุคก่อนหน้า ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าสไตล์งานแกะสลักแต่ละช่วงไม่เหมือนกัน จุดนี้ไม่ต้องใช้ตั๋วและเดินชมได้ฟรี มุมถ่ายรูปที่ชอบที่สุดคือถอยออกไปทางถนน Via di San Gregorio แล้วถ่ายให้ประตูชัยกับโคลอสเซียมอยู่ในเฟรมเดียวกัน ช่วงพลบค่ำที่ไฟเริ่มเปิด บรรยากาศจะเงียบลงและเหมาะกับการนั่งพักหลังเดินมาทั้งวัน
ใช้สิทธิ์ตั๋วรวมไปเยือน Roman Forum และ Palatine Hill: ตั๋วโคลอสเซียมรวมสิทธิ์เข้าโรมันฟอรัมและ Palatine Hill ไว้แล้ว ตั๋วมาตรฐานใช้ได้ภายใน 24 ชั่วโมง ส่วนตั๋ว Full Experience ใช้ได้ 2 วัน โรมันฟอรัมเคยเป็นศูนย์กลางการเมือง ศาสนา และการค้าของกรุงโรมโบราณ ส่วน Palatine Hill คือเนินที่ตั้งพระราชวังของจักรพรรดิ และมองลงไปเห็น Circus Maximus ได้ เทคนิคประหยัดเวลาและแรงคือเข้าทาง Palatine Hill ก่อนแล้วค่อยเดินลงไปโรมันฟอรัม เพราะเป็นทางลงเนินตลอด สองจุดนี้ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง พื้นที่ส่วนใหญ่ไม่มีร่มเงา ควรพกน้ำ หมวก และใส่รองเท้าที่เดินบนพื้นหินได้สบาย

ที่ตั้งและการเดินทาง

โคลอสเซียมตั้งอยู่ที่ Piazza del Colosseo ใจกลางกรุงโรม ประเทศอิตาลี ในเขตประวัติศาสตร์ทางทิศตะวันออกของโรมันฟอรัม ห่างจากสถานีรถไฟ Roma Termini ประมาณ 2 กิโลเมตร และอยู่ปลายถนน Via dei Fori Imperiali ที่ทอดยาวไปถึง Piazza Venezia ตัวอาคารมีขนาดยาวประมาณ 189 เมตร กว้างประมาณ 156 เมตร รอบๆ รายล้อมด้วยโบราณสถานสำคัญ ทั้ง Arch of Constantine, Palatine Hill และ Domus Aurea ทำให้การเดินทางไปโคลอสเซียมกลายเป็นการเที่ยวโรมยุคโบราณได้ครบในพื้นที่เดียว สถานีรถไฟใต้ดิน Colosseo อยู่ตรงข้ามพอดี เดินออกจากสถานีก็เห็นตัวอาคารทันที ซึ่งเป็นจุดที่หลายคนหยุดถ่ายรูปแรกของทริป ถ้าพักอยู่ย่าน Monti หรือแถว Termini ก็เดินมาได้สบายภายใน 15-25 นาที

วิธีการเดินทางจากกรุงเทพฯ

เครื่องบินแบบบินตรง: ITA Airways มีเที่ยวบินตรงกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) - โรม (Fiumicino) ใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง ราคาตั๋วไป-กลับประมาณ 25,000-45,000 บาท ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา
เครื่องบินแบบต่อเครื่อง: สายการบินอย่าง Qatar Airways, Emirates, Etihad หรือ Turkish Airlines ต่อเครื่องที่ตะวันออกกลางหรืออิสตันบูล ใช้เวลารวมประมาณ 15-18 ชั่วโมง ราคาไป-กลับเริ่มต้นประมาณ 22,000 บาท
จากสนามบิน Fiumicino เข้าเมือง: รถไฟ Leonardo Express ไปสถานี Roma Termini ใช้เวลาประมาณ 32 นาที ราคาประมาณ 14 ยูโร หรือแท็กซี่ราคาเหมาเข้าเขตเมืองเก่าประมาณ 55-60 ยูโร ใช้เวลาประมาณ 40-50 นาที

วิธีเดินทางในตัวเมือง

รถไฟใต้ดิน: นั่ง Metro สาย B ลงสถานี Colosseo จากสถานี Termini ใช้เวลาประมาณ 5 นาที (2 สถานี) ตั๋ว BIT ราคาประมาณ 1.50 ยูโร ใช้ได้ 100 นาที
รถบัสและรถราง: รถบัสสาย 75, 85 และ 87 หรือรถรางสาย 3 จอดใกล้โคลอสเซียม ใช้เวลาประมาณ 10-25 นาทีจากย่านใจกลางเมือง ใช้ตั๋ว BIT ใบเดียวกัน
เดินเท้า: จาก Piazza Venezia เดินตาม Via dei Fori Imperiali ประมาณ 15 นาที จากสถานี Termini ประมาณ 20-25 นาที ไม่มีค่าใช้จ่ายและได้ชมซากเมืองโบราณระหว่างทาง
แท็กซี่: ภายในเขตเมืองเก่าใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที ค่าโดยสารประมาณ 10-15 ยูโร แต่ช่วงชั่วโมงเร่งด่วนรถติดหนักมากจ้า

จุดเด่นของโคลอสเซียม

สิ่งที่ทำให้โคลอสเซียมยังน่าทึ่งแม้ผ่านมาเกือบ 2,000 ปี คือการออกแบบที่ล้ำหน้ามากในยุคนั้น ตัวอาคารมีทางเข้าออกโดยรอบหลายสิบช่องที่เรียกว่า vomitoria ช่วยระบายคนดูหลายหมื่นคนออกจากสนามได้ในเวลาไม่นาน ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับสนามกีฬาสมัยใหม่ ด้านบนเคยมีผ้าใบขนาดใหญ่ที่เรียกว่า velarium กางบังแดดให้คนดู ผนังด้านนอกแต่ละชั้นใช้เสาต่างแบบกัน ทั้งแบบทัสคัน ไอโอนิก และคอรินเธียน ไล่ขึ้นไปตามลำดับ ส่วนสภาพที่พังไปบางส่วนในวันนี้มาจากแผ่นดินไหวในยุคกลาง และการรื้อหินไปใช้สร้างอาคารอื่นในโรม ซึ่งกลับกลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้เห็นโครงสร้างภายในได้ชัด ส่วนตัวชอบที่ทุกมุมของโคลอสเซียมมีเรื่องเล่า ทั้งด้านความยิ่งใหญ่และด้านที่โหดร้ายของความบันเทิงยุคโรมัน การมาที่นี่จึงได้มากกว่ารูปถ่ายสวยๆ แต่ได้เข้าใจวิธีคิดของคนโรมันในยุคนั้นไปด้วย

เที่ยวโคลอสเซียมเดือนไหนดี?

เมษายน-มิถุนายน (ฤดูใบไม้ผลิถึงต้นหน้าร้อน): อากาศประมาณ 15-28 องศาเซลเซียส เดินกลางแจ้งได้สบาย แต่ช่วงอีสเตอร์คนจะแน่นเป็นพิเศษ ควรจองตั๋วโคลอสเซียมให้เร็ว
กรกฎาคม-สิงหาคม (หน้าร้อน): อุณหภูมิขึ้นไปถึง 30-35 องศาเซลเซียส คนเยอะที่สุดของปี ถ้ามาช่วงนี้แนะนำรอบแรกตอนเช้าหรือรอบบ่ายแก่ ๆ เท่านั้น เพราะร้อนมาก แถมคนแย่งกันเที่ยวเว่อร์ อย่าลืมเอาพัดลมพกพา ยาดม กับน้ำเปล่ามาด้วยนะ
กันยายน-ตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง): ช่วงที่ชอบที่สุด อากาศเย็นลง แสงสวย คนเริ่มบางลง เหมาะกับการเดินเที่ยวโรมันฟอรัมและ Palatine Hill ต่อในวันเดียว
พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ (ฤดูหนาว): อากาศประมาณ 3-15 องศาเซลเซียส คนน้อยและหาตั๋วง่ายกว่า แต่โคลอสเซียมปิดเร็วตั้งแต่ช่วง 16.30 น. และบางวันอาจจะมีฝนตกบ้าง

แนะนำที่พักใกล้เคียง

H10 Palazzo Galla

เหมาะกับ : คู่รัก / สายหรู / คนที่อยากได้รูฟท็อปวิวเมือง

H10 Palazzo Galla เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาวในอาคารยุคปลายศตวรรษที่ 19 บนถนน Via IV Novembre ห่างจากโคลอสเซียมไม่ถึง 1 กิโลเมตร เดินไปตาม Via dei Fori Imperiali ได้ในเวลาไม่นาน การตกแต่งผสมความคลาสสิกแบบโรมันเข้ากับความทันสมัย มีห้องพัก 82 ห้อง ฟิตเนส บาร์ และห้องอาหาร จุดที่ทำให้ที่นี่โดดเด่นคือรูฟท็อปบาร์ที่มองเห็นหลังคาเมืองเก่าและย่าน Piazza Venezia ได้แบบพาโนรามา ทำเลยังใกล้ Trajan's Column และเดินไปน้ำพุเทรวีได้ภายในไม่กี่นาที ส่วนตัวคิดว่าเหมาะกับคนที่อยากให้ทริปเที่ยวโรมมีช่วงพักผ่อนดีๆ หลังเดินโบราณสถานมาทั้งวัน

Hotel Verona

เหมาะกับ : ครอบครัว / กลุ่มเพื่อน / สายรักความสะดวกสบาย

Hotel Verona เป็นโรงแรม 3 ดาวที่ครอบครัวเดียวกันดูแลมาตั้งแต่ปี 1921 อยู่บนถนน Via di Santa Maria Maggiore ใกล้มหาวิหารซานตามาเรียมัจจอเร เดินไปโคลอสเซียมประมาณ 15 นาที และเดินไปสถานี Termini ไม่ถึง 10 นาที มีห้องพัก 37 ห้อง ทั้งห้องเตียงคู่ ห้องสำหรับ 3 คน และ 4 คน จึงตอบโจทย์คนมาเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน จุดที่ชอบคือสวนด้านในที่ช่วงหน้าร้อนใช้เสิร์ฟอาหารเช้า ให้ความรู้สึกสงบต่างจากถนนด้านนอก และอยู่ใกล้ย่าน Monti ที่มีร้านอาหารให้เลือกเยอะ ข้อควรรู้คือโรงแรมไม่มีที่จอดรถ

Hotel Sonya

เหมาะกับ : สายประหยัด / คนอยากพักใกล้สถานี / คนที่ต่อรถไฟไปเมืองอื่น

Hotel Sonya เป็นโรงแรม 3 ดาวขนาดเล็ก 15 ห้อง ตั้งอยู่ที่ Via del Viminale ตรงข้ามโรงอุปรากรแห่งกรุงโรม (Teatro dell'Opera) เดินไปสถานี Termini ได้ภายในไม่กี่นาที จากที่นี่ไปโคลอสเซียมระยะทางประมาณ 1.6 กิโลเมตร เดินราว 20 นาที หรือนั่งรถไฟใต้ดินสาย B ต่อเดียวก็ถึง ห้องพักมีมินิบาร์ ตู้เซฟ ฝักบัวแบบเรนชาวเวอร์ และ Wi-Fi ฟรี ส่วนอาหารเช้าเสิร์ฟที่บิสโทรติดกับโรงแรม เหมาะกับคนที่ต้องการที่พักสะอาด ราคาคุ้ม และอยากได้ทำเลที่ขึ้นรถไฟไปฟลอเรนซ์หรือเนเปิลส์ต่อได้สะดวก

เคล็ดลับการเที่ยวโคลอสเซียม

จองตั๋วโคลอสเซียมผ่านเว็บไซต์ทางการของ Parco archeologico del Colosseo ตั๋ว Full Experience Underground จะเปิดขายล่วงหน้า 30 วันและหมดเร็วมาก ส่วนตั๋วที่ขายตามหน้างานมักเป็นตัวแทนที่บวกราคาเพิ่ม
ตั๋วเป็นแบบระบุชื่อ ต้องพกพาสปอร์ตตัวจริงไปแสดงตอนเข้า และควรไปถึงก่อนรอบประมาณ 15-30 นาที เพราะต้องผ่านจุดตรวจความปลอดภัย (ต่อคิวพักนึงเลยล่ะ) กระเป๋าใบใหญ่นำเข้าไม่ได้
จากที่ไปมา แนะนำให้เลือกรอบแรกตอนเช้าหรือรอบบ่ายแก่ ๆ คนน้อยกว่าช่วงสายและแดดไม่แรงเท่า ถ้าอยากได้รูปข้างนอกที่ไม่มีคน ควรไปถึงก่อนเปิดประมาณครึ่งชั่วโมง
ระวังคนแต่งชุดกลาดิเอเตอร์ที่ชวนถ่ายรูปแล้วเรียกเก็บเงินทีหลัง รวมถึงคนที่เข้ามาเสนอขายตั๋วลัดคิวบริเวณรอบ ๆ ที่เที่ยว
พกขวดน้ำเปล่าไปเติมที่ก๊อกน้ำดื่มสาธารณะ (nasoni) ที่มีอยู่ทั่วโรม รวมถึงบริเวณรอบโคลอสเซียม ช่วยประหยัดเงินได้มากในวันที่ต้องเดินทั้งวัน

FAQ

โคลอสเซียมเปิดกี่โมง?

โคลอสเซียมเปิดตั้งแต่ 8.30 น. ทุกวัน ส่วนเวลาปิดเปลี่ยนตามฤดูกาล ช่วงหน้าหนาวปิดราว 16.30 น. และหน้าร้อนปิดประมาณ 19.15 น. รอบเข้าชมสุดท้ายคือ 1 ชั่วโมงก่อนปิด

ตั๋วโคลอสเซียมราคาเท่าไหร่?

ตั๋วมาตรฐานราคาประมาณ 18 ยูโร บวกค่าจองประมาณ 2 ยูโร ส่วนตั๋ว Full Experience ที่รวมลานประลอง อุโมงค์ใต้ดิน หรือชั้นบนสุด ราคาประมาณ 24 ยูโร เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าฟรีแต่ยังต้องจองตั๋วและจ่ายค่าจอง

ควรใช้เวลาเที่ยวโคลอสเซียมกี่ชั่วโมง?

เฉพาะตัวโคลอสเซียมใช้เวลาประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง ถ้ารวมโรมันฟอรัมและ Palatine Hill ด้วย ควรเผื่อเวลาไว้ครึ่งวันถึงทั้งวัน

ต้องจองตั๋วโคลอสเซียมล่วงหน้าไหม?

ควรจองล่วงหน้า เพราะรอบเข้าชมมีจำนวนจำกัดและมักเต็มในช่วงไฮซีซัน โดยเฉพาะตั๋วที่รวมอุโมงค์ใต้ดินซึ่งหมดภายในเวลาไม่นานหลังเปิดขาย

มีวันที่เข้าโคลอสเซียมฟรีไหม?

อาทิตย์แรกของทุกเดือนเข้าชมได้ฟรี แต่ไม่รับจองล่วงหน้าและต้องต่อคิวหน้างาน คนจะเยอะมาก ถ้าเวลาในโรมมีจำกัด จ่ายค่าตั๋วตามปกติจะคุ้มกว่า

คนไทยไปเที่ยวอิตาลีต้องใช้วีซ่าไหม?

ต้องใช้วีซ่าเชงเก้น ยื่นผ่านศูนย์รับคำร้องขอวีซ่าอิตาลีในกรุงเทพฯ ควรยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือนก่อนเดินทาง

เข้าชมโคลอสเซียมตอนกลางคืนได้ไหม?

ได้ ผ่านรอบทัวร์ A Night at the Colosseum ราคาประมาณ 50 ยูโร ใช้เวลา 1 ชั่วโมง รอบมีจำกัดและเปิดขายล่วงหน้า 7 วัน

ทำไมโคลอสเซียมถึงพังไปบางส่วน?

ความเสียหายหลักมาจากแผ่นดินไหวในยุคกลาง และการรื้อหินจากตัวอาคารไปใช้ก่อสร้างอาคารอื่นในกรุงโรม ปัจจุบันมีการบูรณะต่อเนื่องเพื่อรักษาโครงสร้างที่เหลืออยู่

ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองไฟล์ทไปโรมและที่พักใกล้โคลอสเซียมกับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ โรม

โรม

Italy

บทความแนะนำ

กิจกรรมแอดเวนเจอร์ในสิงคโปร์: คู่มือสุดยอดความสนุกกลางแจ้งและเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

23 Sep 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

เที่ยวสิงคโปร์ เดือนไหนดี? - ที่เที่ยวกิจกรรมแนะนำในแต่ละฤดูกาล

19 Sep 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

จุดเช็กอิน "ต๋าข่า" สุดไวรัลในจีนประจำปี 2026: ถนนอู่คัง, กำแพงแดงหอกลอง และแคนตันทาวเวอร์

18 Sep 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 2 นาที

รวม 15 เมืองน่าเที่ยวในประเทศจีน อัปเดตเมืองสวย จุดเช็กอิน ที่เที่ยวจีน 2026 ห้ามพลาด!

04 Aug 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 6 นาที

ปักหมุด 30 ที่เที่ยวอุดรธานี ลิสต์เดียวเที่ยวได้ทั้งทริป อัปเดตใหม่ 2026

26 Jul 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 12 นาที

สิงหาคม เที่ยวไหนดี? 20 พิกัดเที่ยวไทย-เที่ยวต่างประเทศ พาแม่เที่ยวฟินๆ [อัปเดต 2026]

25 Jul 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 7 นาที
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร