
อียิปต์เป็นหนึ่งในประเทศที่หลายคนมีอยู่ใน bucket list เพราะแค่ได้ไปเห็นพีระมิดกีซาของจริง เดินเล่นในเมืองเก่าสุดคลาสสิกอย่างไคโร หรือได้นั่งเรือชมวิวริมแม่น้ำไนล์ ก็เหมือนได้ย้อนเวลาเข้าไปอยู่ท่ามกลางอารยธรรมโบราณที่เคยเห็นผ่านหนัง สารคดี หรือในหนังสือประวัติศาสตร์เลยจริง ๆ แถมแต่ละเมืองยังมีเสน่ห์เฉพาะตัวจนเป็นทริปที่ให้อารมณ์ไม่เหมือนที่เที่ยวไหนในโลก
แต่ก่อนจะได้ไปเปิดประสบการณ์ในดินแดนฟาโรห์ เชื่อเลยว่าหลายคนต้องสงสัยว่า คนไทยไปอียิปต์ต้องขอวีซ่าไหม? แล้วถ้าต้องขอ ต้องเริ่มยังไง ใช้เอกสารอะไรบ้าง รวมถึงหลายคนก็แอบกังวลว่าขอวีซ่าอียิปต์ยากไหม
บทความนี้เลยรวบทุกเรื่องเกี่ยวกับการขอวีซ่าอียิปต์มาไว้ให้แบบครบ ๆ ทั้งประเภทวีซ่า ขั้นตอนสมัคร เอกสารที่ต้องใช้ ค่าใช้จ่าย ระยะเวลาพิจารณา รวมถึงทริกเตรียมตัวสำหรับคนที่กำลังวางแผนเที่ยวอียิปต์ด้วยตัวเองครั้งแรก อ่านจบแล้วก็เตรียมแพ็กกระเป๋า แล้วไปจองตั๋วเครื่องบินและที่พัก เตรียมเที่ยวอียิปต์ผ่าน Traveloka กันได้เลย!
คำตอบคือ “ต้องขอ” สำหรับใครที่ถือพาสปอร์ตไทยและมีแพลนเดินทางไปเที่ยวอียิปต์ ไม่ว่าจะเป็นทริปเที่ยวเล่น พักผ่อน หรือเดินทางไปทำธุรกิจ ก็จำเป็นต้องมีวีซ่าอียิปต์สำหรับคนไทย ก่อนเดินทางเข้าประเทศ
โดยวีซ่าอียิปต์จะแบ่งออกตามวัตถุประสงค์การเดินทางหลัก ๆ ดังนี้
สำหรับสายเที่ยวทั่วไป จะต้องสมัครวีซ่าท่องเที่ยวอียิปต์ ซึ่งจะมีให้เลือกทั้งแบบ
อีกเรื่องที่หลายคนสงสัยคือสามารถทำ Visa on Arrival หรือขอวีซ่าหน้าสนามบินได้ไหม? คำตอบคือ ได้ในบางกรณี แต่จะมีเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น ต้องมีวีซ่าสหรัฐฯ อังกฤษ เชงเก้น หรือประเทศที่กำหนด และเคยใช้งานวีซ่านั้นมาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง
ดังนั้นสำหรับคนที่กำลังวางแผนเที่ยวอียิปต์ด้วยตัวเองหรือไปอียิปต์ครั้งแรก ส่วนใหญ่จึงนิยมยื่นล่วงหน้าผ่านสถานทูตมากกว่า เพราะสะดวก อุ่นใจกว่า และช่วยลดความเสี่ยงเรื่องเอกสารตอนผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองได้เยอะเลย
อีกเรื่องที่หลายคนอยากรู้ก่อนเริ่มสมัครก็คือ ขอวีซ่าอียิปต์ใช้เอกสารอะไรบ้าง เพราะหลายคนกลัวว่าเอกสารจะยุ่งยากหรือเตรียมยากเกินไป แต่จริง ๆ แล้วถ้าเตรียมให้ครบตั้งแต่แรก ขั้นตอนสมัครก็ถือว่าไม่ซับซ้อนมาก
เอกสารพื้นฐานสำหรับการสมัครวีซ่าท่องเที่ยวอียิปต์ ที่ใช้กันทั่วไป มีดังนี้
หลังเตรียมเอกสารครบแล้ว ขั้นต่อไปก็คือการสมัครขอวีซ่าอียิปต์ ซึ่งจริง ๆ แล้วขั้นตอนไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่หลายคนคิด สำหรับใครที่กำลังหาข้อมูลว่าขอวีซ่าอียิปต์ยังไงสามารถดูขั้นตอนเบื้องต้นได้ตามนี้เลย
ก่อนสมัครควรเช็กก่อนว่าจะเดินทางไปอียิปต์เพื่ออะไร เช่น ท่องเที่ยว ธุรกิจ หรือเยี่ยมญาติ เพราะแต่ละประเภทจะใช้เอกสารต่างกันเล็กน้อย โดยสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป จะต้องเลือกเป็นวีซ่าท่องเที่ยวอียิปต์
หลังจากเลือกประเภทวีซ่าแล้ว แนะนำให้รวบรวมเอกสารต่าง ๆ ให้พร้อมก่อนยื่น ไม่ว่าจะเป็นพาสปอร์ต รูปถ่าย แบบฟอร์มสมัคร หลักฐานการเงิน ตั๋วเครื่องบิน และใบจองที่พัก เพราะหากเอกสารไม่ครบ อาจทำให้การพิจารณาล่าช้าหรือถูกเรียกเอกสารเพิ่มได้
สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้จากเว็บไซต์ของสถานทูต หรือไปรับเอกสารด้วยตัวเองที่สถานทูตก็ได้เช่นกัน โดยควรกรอกข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษให้ครบถ้วน และตรวจสอบรายละเอียดให้ตรงกับข้อมูลในพาสปอร์ตทุกจุดก่อนเซ็นเอกสาร
เมื่อเตรียมเอกสารครบแล้ว ให้นำเอกสารทั้งหมดไปยื่นด้วยตัวเองที่สถานเอกอัครราชทูตอียิปต์ พร้อมชำระ ค่าธรรมเนียมตามประเภทวีซ่าที่สมัคร โดยบางช่วงอาจมีการเปิดให้จองคิวล่วงหน้า แนะนำให้เช็กข้อมูลล่าสุดจากเว็บไซต์สถานทูตก่อนเดินทางไปยื่น
ในบางกรณี ทางสถานทูตอาจขอสัมภาษณ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการเดินทาง หรือรายละเอียดของทริป ผู้สมัครจึงควรเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับแพลนเที่ยว โรงแรม หรือเอกสารต่าง ๆ ให้ตรงกับที่ยื่นไว้
หลังยื่นเอกสารเรียบร้อยแล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนพิจารณาวีซ่า ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 5–14 วันทำการ เมื่ออนุมัติแล้ว ก็สามารถไปรับพาสปอร์ตคืนตามวันที่สถานทูตกำหนดได้เลย
อีกเรื่องที่หลายคนอยากรู้ก่อนวางแพลนทริปก็คือ ค่าวีซ่าอียิปต์ ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับประเภทวีซ่าที่สมัคร โดยเรทราคาสำหรับวีซ่าท่องเที่ยวอียิปต์ที่ใช้กันทั่วไปจะอยู่ประมาณนี้
ทั้งนี้ ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของสถานทูตในแต่ละช่วงเวลา และโดยทั่วไปจะชำระค่าธรรมเนียมในวันที่ไปยื่นเอกสาร ดังนั้นก่อนสมัคร แนะนำให้เช็กข้อมูลล่าสุดจากสถานทูตอีกครั้งเพื่อความชัวร์
สำหรับคนที่สงสัยว่ายื่นวีซ่าอียิปต์ที่ไหน สามารถยื่นได้ที่ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ประจำประเทศไทย
โดยทั่วไประยะเวลาพิจารณาวีซ่าอียิปต์ จะอยู่ประมาณ 5–10 วันทำการ แต่ในบางช่วงอาจใช้เวลานานกว่านั้นได้ โดยเฉพาะกรณีที่มีผู้สมัครจำนวนมาก เอกสารไม่ครบ หรือมีการเรียกสัมภาษณ์เพิ่มเติม
ดังนั้นถ้ามีแพลนเดินทางชัดเจนแล้ว แนะนำให้ยื่นขอวีซ่าอียิปต์ ล่วงหน้าอย่างน้อยประมาณ 1 เดือน จะช่วยเผื่อเวลาแก้เอกสารหรือจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้สบายกว่า และลดความเสี่ยงเรื่องวีซ่าไม่ทันก่อนวันบินด้วย
เที่ยวอียิปต์เดือนไหนดี? อียิปต์สามารถเที่ยวได้เกือบทั้งปี แต่แต่ละช่วงอากาศจะค่อนข้างต่างกันพอสมควร โดยเฉพาะเรื่องอุณหภูมิ เพราะบางฤดูร้อนจัดมาก ใครกำลังวางแผนเที่ยวอียิปต์ด้วยตัวเอง ลองเลือกช่วงที่เหมาะกับสไตล์เที่ยวของตัวเองได้ตามนี้เลย
ถ้าเป็นทริปแรก แนะนำให้ไปช่วงปลายปีถึงต้นปี เพราะอากาศกำลังเที่ยวสบาย เดินเล่นกลางแจ้งได้ทั้งวัน และเหมาะกับการเก็บแลนด์มาร์กดังของอียิปต์แบบเต็มที่
Great Pyramid Inn ที่พักยอดฮิตของนักเดินทางที่ได้วิวพีระมิดแบบใกล้สุด ๆ จุดเด่นของที่นี่คือ rooftop ที่สามารถมองเห็นพีระมิดได้แบบเต็มวิว โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่เปิดไฟคือสวยมาก หลายคนชอบขึ้นไปนั่งกินอาหารเช้าหรือดูวิวพระอาทิตย์ตกบนดาดฟ้า บรรยากาศดีเกินราคา ห้องพักอาจไม่ได้หรูมาก แต่ถือว่าสะอาดและครบสำหรับการพักผ่อน เหมาะกับคนที่ไม่อยากจ่ายแรงเกินไปแต่ยังได้โลเคชันดีและวิวหลักล้านกลับไป
Marriott Mena House Cairo นี่คือหนึ่งในโรงแรมระดับตำนานของอียิปต์ที่หลายคนใฝ่ฝันว่าอยากมาพักสักครั้ง เพราะวิวพีระมิดจากโรงแรมอลังการมาก แบบนั่งกินข้าวหรือเดินเล่นในสวนก็ยังมองเห็นพีระมิดอยู่ตรงหน้าเลย ตัวโรงแรมมีความหรู คลาสสิก และให้บรรยากาศเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในยุคอียิปต์โบราณผสมความ luxury แบบโรงแรมระดับโลก ห้องพักกว้าง สิ่งอำนวยความสะดวกครบ และบรรยากาศโดยรวมเงียบสงบ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากให้ทริปอียิปต์ครั้งนี้พิเศษขึ้นอีกหน่อย โดยเฉพาะสายถ่ายรูปหรือสายฮันนีมูน บอกเลยว่ามุมถ่ายรูปเยอะมาก
Casa De Pyramids ใครอยากได้ฟีล “ตื่นมาแล้วเห็นพีระมิดเลย” แบบไม่ต้องจ่ายแรงมาก ที่นี่ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะตัวที่พักอยู่ไม่ไกลจากพีระมิดกีซา เดินทางสะดวก และบรรยากาศค่อนข้างอบอุ่น ให้ความรู้สึกเหมือนได้พักบ้านสไตล์ local ของอียิปต์มากกว่าโรงแรมใหญ่ ๆ จุดเด่นคือหลายมุมของที่พักสามารถมองเห็นวิวพีระมิดได้ โดยเฉพาะช่วงเช้าหรือก่อนพระอาทิตย์ตกคือบรรยากาศดีมาก เหมาะกับคนที่อยากพักใกล้แลนด์มาร์กหลักและอยากซึมซับฟีลอียิปต์แบบเต็ม ๆ
ถ้าพูดถึงที่เที่ยวอียิปต์ เชื่อว่าภาพแรกที่หลายคนนึกถึงก็คือ พีระมิด และแน่นอนว่าการได้มาเห็นพีระมิดกีซาของจริงสักครั้ง ถือเป็น bucket list ของนักเดินทางทั่วโลกเลยก็ว่าได้ เพราะของจริงอลังการกว่าที่เห็นในรูปหรือสารคดีเยอะมาก ยิ่งได้ยืนอยู่ตรงหน้าพีระมิดจะยิ่งรู้สึกถึงความมหัศจรรย์ของอารยธรรมอียิปต์โบราณแบบเต็ม ๆ
ที่นี่เป็นกลุ่มพีระมิดขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นมานานกว่าหลายพันปี และยังเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณที่ยังคงหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการถ่ายรูปมุมกว้างที่เห็นพีระมิดเรียงกันกลางทะเลทราย บอกเลยว่าเป็นภาพที่เห็นแล้วรู้ทันทีว่า นี่แหละอียิปต์!
อยู่ไม่ไกลจากพีระมิดกีซา ก็คือ “สฟิงซ์” รูปปั้นหินขนาดยักษ์ที่มีหัวเป็นมนุษย์และลำตัวเป็นสิงโต หนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของอียิปต์ที่หลายคนคุ้นตากันมาตั้งแต่เด็ก เสน่ห์ของที่นี่คือความลึกลับและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ยังมีการถกเถียงกันอยู่จนถึงปัจจุบันว่าแท้จริงแล้วถูกสร้างขึ้นเพื่ออะไร ยิ่งได้เห็นของจริงใกล้ ๆ จะยิ่งรู้สึกถึงความยิ่งใหญ่ของงานสถาปัตยกรรมในยุคโบราณแบบน่าทึ่งสุดๆ
อีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่สายประวัติศาสตร์ห้ามพลาดก็คือ Grand Egyptian Museum (GEM) พิพิธภัณฑ์โบราณคดีขนาดใหญ่แห่งใหม่ของอียิปต์ที่ตั้งอยู่ใกล้กับพีระมิดกีซา และยังถูกยกให้เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ด้านอารยธรรมอียิปต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย
ไฮไลต์สำคัญของที่นี่คือการจัดแสดงสมบัติของฟาโรห์ตุตันคามุนแบบครบชุดกว่า 5,000 ชิ้น รวมถึงหน้ากากทองคำอันโด่งดังที่หลายคนอยากเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง ซึ่งปัจจุบันถูกย้ายมาจัดแสดงที่นี่อย่างถาวรแล้ว ใครที่ตั้งใจมาดูคอลเลกชันของตุตันคามุนโดยเฉพาะ ต้องมาที่ GEM เท่านั้น
นอกจากโบราณวัตถุระดับตำนานแล้ว ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์เองก็อลังการมาก ทั้งโถงรูปปั้นขนาดยักษ์ มุมจัดแสดงสุดทันสมัย และวิวพีระมิดที่มองเห็นได้จากบางโซนของพิพิธภัณฑ์ บอกเลยว่าเดินได้ทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ และเป็นอีกจุดที่ช่วยให้การเที่ยวอียิปต์สนุกขึ้นมาก แม้สำหรับคนที่ไม่ใช่สายประวัติศาสตร์ก็ตาม
อีกกิจกรรมที่หลายคนยกให้เป็นไฮไลต์ของการมาอียิปต์ก็คือการล่องเรือชมวิวริมแม่น้ำไนล์ โดยเฉพาะเส้นทางระหว่างเมืองลักซอร์และอัสวาน ที่ระหว่างทางจะได้เห็นทั้งวิหารโบราณ วิถีชีวิตริมแม่น้ำ และวิวทะเลทรายสุดคลาสสิก บรรยากาศบนเรือค่อนข้างชิ] บางลำมีทั้งดินเนอร์ ชมพระอาทิตย์ตก และโชว์พื้นเมืองให้ดูด้วย เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวอียิปต์แบบสโลว์ไลฟ์และได้เห็นอีกมุมของประเทศนี้
หนึ่งในสถานที่ที่หลายคนบอกว่า “อลังการที่สุด” ในอียิปต์ เพราะแค่เห็นรูปปั้นขนาดมหึมาด้านหน้าวิหารก็แทบร้องว้าวแล้ว วิหารแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัยฟาโรห์รามเสสที่ 2 และยังถือเป็นผลงานสถาปัตยกรรมที่น่าทึ่งมากของโลกยุคโบราณ ไฮไลต์สำคัญคือวิหารทั้งหลังเคยถูกย้ายตำแหน่งเพื่อหนีน้ำจากการสร้างเขื่อนอัสวาน ถือเป็นหนึ่งในโปรเจกต์อนุรักษ์โบราณสถานที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ใครชอบประวัติศาสตร์หรืออยากเห็นความยิ่งใหญ่แบบเต็มตา บอกเลยว่าที่นี่คุ้มค่ากับการตื่นเช้าไปมาก!
หลังจัดการเรื่องขอวีซ่าอียิปต์เรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไปก็คือการวางแพลนเที่ยวให้พร้อม ซึ่งบอกเลยว่าอียิปต์เป็นอีกประเทศที่ต้องวางแผนพอสมควร ทั้งเรื่องไฟลต์ โรงแรม การเดินทางระหว่างเมือง รวมถึงการจัดตารางเที่ยวแต่ละวัน
ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวอียิปต์ด้วยตัวเอง สามารถจองตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่าน Traveloka ได้แบบครบจบในแอปเดียว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมในไคโร ที่พักวิวแม่น้ำไนล์ หรือที่พักใกล้พีระมิดกีซา ก็สามารถเลือกเปรียบเทียบราคา ดูรีวิว และจัดการแพลนเที่ยวได้ง่ายมากขึ้น
ใครที่อยากให้ทริปอียิปต์ครั้งแรกสะดวกขึ้น บอกเลยว่ามีแอปเดียวช่วยจัดการทั้งทริปได้สบายขึ้นเยอะ!






