ถ้ามีทะเลสักแห่งที่สายธรรมชาติและสายดำน้ำทั่วโลกยกให้เป็น Must visit หรือพิกัดที่ต้องไป ชื่อของ ทะเลแดง (Red Sea) ต้องติดโผแน่นอน ด้วยความโดดเด่นของน้ำทะเลสีฟ้าสวย แนวปะการังระดับโลก และความอุดมสมบูรณ์ของโลกใต้น้ำที่แทบหาที่ไหนเทียบยาก ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายของคนที่อยากสัมผัสประสบการณ์ทางทะเลแบบพรีเมียมจริงๆ
บทความนี้จะพาทุกคนไปรีวิวการเที่ยวทะเลแดงแบบครบจบในที่เดียว ทั้งจุดไฮไลท์สำคัญ วิธีเดินทาง ฤดูกาลน่าเที่ยว กิจกรรมห้ามพลาด ไปจนถึงที่พักและเคล็ดลับการเตรียมตัว อ่านจบคือวางแผนทริปได้ทันที แถมยังสามารถจองตั๋วเครื่องบินและจองที่พักผ่าน Traveloka ได้ง่ายๆ ครบในที่เดียว เที่ยวสบาย วางแผนง่าย พร้อมออกไปเจอทะเลระดับโลกกันเลย!
จุดไฮไลท์ต่างๆ ของทะเลแดง (Red Sea)
1. แนวปะการังสุดอลังการ โลกใต้น้ำที่ต้องไปเห็นสักครั้ง
ถ้าถามว่าอะไรคือเสน่ห์หลักของทะเลแดง คำตอบแทบไม่ต้องคิดนานเลย ที่นี่คือหนึ่งในไม่กี่แห่งของโลกที่ยังคงความสมบูรณ์ของแนวปะการังไว้ได้ดีมาก ทำให้เวลาได้ดำน้ำลงไปจะรู้สึกเหมือนกำลังสำรวจอีกโลกหนึ่งที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ทั้งปะการังหลากรูปทรง ฝูงปลาหลากสี เต่าทะเล ไปจนถึงสัตว์ทะเลหายากบางชนิด ยิ่งใครเป็นสายดำน้ำจะยิ่งฟิน เพราะไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือสายโปร ก็สามารถสัมผัสความสวยของโลกใต้น้ำที่นี่ได้แบบเต็มอิ่มจริงๆ
2. น้ำทะเลสีฟ้าสวยที่ใครเห็นก็ต้องหลง
อีกหนึ่งความประทับใจแรกของคนที่มาเยือนที่นี่คือสีของน้ำทะเล ที่ใสและเป็นสีฟ้าแบบพอดีๆ ไม่เข้มเกินไป ไม่อ่อนเกินไป มองแล้วสบายตามาก บางจุดสามารถมองเห็นพื้นทรายด้านล่างได้เลย ยิ่งช่วงแดดดีๆ สีของน้ำจะยิ่งชัดและสวยเป็นพิเศษ เหมาะกับทั้งการลงเล่นน้ำ นั่งชิลริมทะเล หรือจะเก็บภาพสวยๆ ก็ได้ฟีลทะเลต่างประเทศแบบเต็มๆ
3. จุดดำน้ำระดับโลก สายดำน้ำห้ามพลาด
ทะเลแดง ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในจุดหมายของนักดำน้ำทั่วโลก เพราะที่นี่มีจุดดำน้ำให้เลือกหลากหลายมาก ทั้งแนวปะการังสวยๆ สำหรับสายชิล ไปจนถึงซากเรือจมที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและความท้าทายสำหรับสายลุย ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำตื้นหรือดำน้ำลึกก็ทำได้ครบในที่เดียว และแต่ละจุดก็มีเสน่ห์ต่างกันไป ทำให้การดำน้ำที่นี่ไม่น่าเบื่อเลยสักวัน
4. ทะเลในตะวันออกกลาง โลเคชันแปลกใหม่ที่ต้องลอง
อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้ทะเลแดงแตกต่างจากทะเลอื่นๆ คือโลเคชันที่ตั้งอยู่ระหว่างสองทวีปอย่างแอฟริกาและเอเชีย ทำให้บรรยากาศมีความยูนีคมาก ทั้งวิวทะเลสีฟ้าตัดกับภูมิประเทศแบบทะเลทราย หรือรีสอร์ทหรูที่เรียงรายริมชายฝั่งในโซนตะวันออกกลาง เป็นฟีลที่ไม่เหมือนทะเลเอเชียหรือยุโรป ใครที่อยากลองเที่ยวทะเลในมุมใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำใคร บอกเลยว่าทะเลแดงให้ประสบการณ์ที่ทั้งแปลกใหม่และน่าจดจำมาก
ที่ตั้งและการเดินทางไปทะเลแดง (Red Sea)
ก่อนจะวางแผนทริปเที่ยวทะเลแดง มาตอบคำถามที่หลายคนอาจสงสัยกันก่อนว่า ทะเลแดง อยู่ที่ไหน
ทะเลแห่งนี้ตั้งอยู่ในโซนตะวันออกกลาง คั่นระหว่าง 2 ทวีป คือแอฟริกาและเอเชีย โดยมีประเทศรอบๆ อย่าง อียิปต์ ซูดาน ซาอุดีอาระเบีย และจอร์แดน ซึ่งแต่ละประเทศก็มีจุดท่องเที่ยวริมทะเลแดงที่โดดเด่นต่างกันไป
แต่ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวจากไทย ส่วนใหญ่จะเลือกไปฝั่งอียิปต์ เพราะเดินทางง่าย มีเมืองท่องเที่ยวริมทะเลครบ ทั้งรีสอร์ทหรู จุดดำน้ำ และกิจกรรมต่างๆ เหมาะมากสำหรับทริปแรกของการเที่ยวทะเลแดง
วิธีการเดินทางไปทะเลแดง
บินจากไทยไปอียิปต์ (Hurghada / Sharm El Sheikh) วิธีที่สะดวกและนิยมที่สุดคือบินจากกรุงเทพฯ ไปอียิปต์ โดยอาจต้องต่อเครื่อง 1 ครั้ง (เช่น ดูไบ โดฮา หรืออิสตันบูล) ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 10–15 ชั่วโมง แล้วเลือกลงเมืองชายทะเลอย่าง Hurghada หรือ Sharm El Sheikh ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวหลักริมทะเลแดง เที่ยวฝั่งจอร์แดน (Aqaba) สำหรับใครที่อยากได้บรรยากาศเงียบ สงบ ไม่วุ่นวายมาก Aqaba เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ สามารถบินไปจอร์แดน (อาจต้องต่อเครื่อง 1–2 ครั้ง) แล้วลงที่ Aqaba ซึ่งเป็นเมืองติดทะเลแดงโดยตรง จุดเด่นคือคนไม่เยอะ วิวสวย และเหมาะกับการพักผ่อนแบบชิลๆ เที่ยวฝั่งซาอุดีอาระเบีย (โซน Red Sea Project) สายลักซ์ชูรีต้องเลิฟ เพราะฝั่งซาอุฯ กำลังพัฒนาโครงการรีสอร์ทหรูริมทะเลแดงแบบจัดเต็ม ทั้งดีไซน์ล้ำและความเป็นส่วนตัวสูงมาก แต่การเดินทางอาจต้องวางแผนเรื่องวีซ่าและเส้นทางให้ดี เหมาะกับคนที่อยากได้ประสบการณ์ใหม่แบบไม่ซ้ำใคร สามารถเช็กราคาและจองตั๋วเครื่องบินไปซาอุฯ ผ่านทาง Traveloka ได้เลย! จุดเด่นของทะเลแดง (Red Sea)
น้ำทะเลใสแบบเห็นโลกใต้น้ำตั้งแต่ผิวน้ำ ความใสของทะเลที่นี่ไม่ใช่แค่สวยในรูป แต่ใสจริงจนมองเห็นปะการังและฝูงปลาได้ตั้งแต่ยังไม่ลงไปลึก แค่ใส่หน้ากากแล้วลอยตัวก็เหมือนได้เปิดประสบการณ์โลกใต้น้ำแล้ว เหมาะมากกับคนที่อยากลองดำน้ำครั้งแรก
มีทั้งจุดดำน้ำง่ายๆ และจุดระดับโลกในที่เดียว ไม่ว่าจะอยากเริ่มจากดำน้ำตื้นใกล้ชายฝั่ง หรืออยากลองจุดดำน้ำลึกที่มีทั้งแนวปะการังและซากเรือจม ที่นี่มีให้เลือกครบ เหมาะทั้งมือใหม่ที่อยากลอง และสายจริงจังที่อยากเก็บประสบการณ์ระดับโลก
ธรรมชาติหลากหลาย ได้ฟีลทะเล + ทะเลทรายในทริปเดียว ความพิเศษของที่นี่คือวิวที่ไม่เหมือนใคร ทะเลสีฟ้าใสตัดกับภูมิประเทศแบบทะเลทรายหรือภูเขาหิน ให้ภาพที่ดูแปลกตา เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้หลายคนรู้สึกว่ามาที่นี่แล้วไม่เหมือนทะเลที่เคยไป
ที่พักติดทะเลวิวปัง เดินลงน้ำได้เลย ที่พักส่วนใหญ่จะอยู่ติดชายหาดแบบใกล้สุดๆ เปิดประตูออกไปไม่กี่ก้าวก็เจอทะเลแล้ว มีทั้งรีสอร์ทหรู วิลล่าส่วนตัว ไปจนถึงโรงแรมราคาดี ทำให้เลือกได้ตามงบและสไตล์การเที่ยว
ทริปกิจกรรมทางทะเลครบ จบในที่เดียว นอกจากดำน้ำ ยังมีกิจกรรมให้ทำอีกเยอะ ทั้งล่องเรือ พายคายัค เล่นน้ำ หรือออกทริปเกาะแบบวันเดียว ทำให้มาเที่ยวที่นี่ได้ทำกิจกรรมหลากหลายแบบไม่เบื่อ
เดินทางไม่ยากอย่างที่คิด ถึงจะดูไกล แต่การเดินทางถือว่าสะดวก มีไฟลต์ต่อเครื่องที่เชื่อมถึงเมืองชายทะเลโดยตรง และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และทัวร์ ทำให้เที่ยวได้สบายแม้จะเป็นครั้งแรก
เที่ยวทะเลแดง (Red Sea) เดือนไหนดี?
ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์) – อากาศเย็นสบาย เที่ยวชิล แต่ลงน้ำต้องเตรียมตัวนิดนึง
ช่วงนี้อากาศกำลังดี ไม่ร้อน อยู่ประมาณ 20–25°C เดินเล่นริมทะเลหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งได้สบายๆ แต่ถ้าลงดำน้ำลึกอาจรู้สึกเย็นกว่าช่วงอื่นเล็กน้อย โดยเฉพาะคนที่ตั้งใจจะลงหลายไดฟ์ในวันเดียว แนะนำเตรียมชุดดำน้ำแบบหนาหน่อย จะช่วยให้สนุกกับทริปได้เต็มที่มากขึ้น
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) – ช่วงพีค อากาศดี น้ำใส เหมาะกับทุกกิจกรรม
นี่คือช่วงที่หลายคนยกให้ดีที่สุดของการมาเที่ยวทะเลแดง อากาศอยู่ที่ประมาณ 25–35°C กำลังพอดี ไม่ร้อนเกินไป น้ำทะเลใสและนิ่ง แสงดี เหมาะกับทั้งดำน้ำ ถ่ายรูป และพักผ่อน ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือสายดำน้ำจริงจัง ช่วงนี้ตอบโจทย์หมด ครบทั้งความสวยและความสบาย เลยไม่แปลกที่นักท่องเที่ยวจะค่อนข้างเยอะ
ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) – ทะเลยังสวย แต่แดดแรงสุดๆ
ช่วงนี้อากาศจะร้อนจัด อุณหภูมิขึ้นไปถึง 35–40°C หรือมากกว่านั้นได้ แต่ข้อดีคืออุณหภูมิน้ำทะเลจะอุ่นมาก ลงเล่นน้ำหรือดำน้ำได้สบายสุดๆ เหมาะกับคนที่เน้นพักรีสอร์ท เล่นน้ำ ดำน้ำ และไม่ซีเรียสเรื่องอากาศร้อนจัดมากนัก ข้อดีอีกอย่างคือบางช่วงราคาที่พักจะดีขึ้น และนักท่องเที่ยวไม่แน่นเท่าช่วงพีค แค่ต้องเตรียมกันแดด หมวก และเสื้อผ้าระบายอากาศให้พร้อม เท่านี้ก็เที่ยวได้สบาย
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน) – อากาศดี คนไม่เยอะ เที่ยวกำลังลงตัว
เป็นอีกช่วงที่น่าไปมาก เพราะอากาศเริ่มเย็นลงจากหน้าร้อน อยู่ในช่วงประมาณ 25–35°C น้ำทะเลยังอุ่น ใส และเหมาะกับการดำน้ำ บรรยากาศโดยรวมจะคล้ายช่วงมีนาคม–พฤษภาคม แต่คนจะน้อยกว่า ทำให้เที่ยวได้ชิลกว่า ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องเบียด เหมาะกับคนที่อยากพักผ่อนแบบสบายๆ จริงๆ
กิจกรรมแนะนำในทะเลแดง (Red Sea)
มาเที่ยวทะเลแดงทั้งที บอกเลยว่าไม่ได้มีแค่นอนชิลริมทะเล แต่กิจกรรมแน่นมาก โดยเฉพาะสายธรรมชาติและสายดำน้ำ รับรองว่าแต่ละอย่างทำแล้ว “คุ้มกับการบินมาไกล” แน่นอน
ดำน้ำดูปะการัง (Snorkeling) มือใหม่ก็ฟินได้ ถ้ายังไม่เคยดำน้ำมาก่อน แนะนำเริ่มจากดำน้ำตื้นก่อนเลย แค่ใส่หน้ากากแล้วลอยตัว ก็สามารถเห็นแนวปะการังและฝูงปลาได้แบบใกล้มาก ความใสของน้ำทะเลช่วยให้มองเห็นชัดแบบไม่ต้องพยายาม เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสโลกใต้น้ำแบบง่ายๆ แต่ได้ความประทับใจเต็มๆ
ดำน้ำลึก (Scuba Diving) เปิดโลกใต้น้ำแบบจัดเต็ม สำหรับสายลุยหรือคนที่มีใบดำน้ำอยู่แล้ว บอกเลยว่าที่นี่คือหนึ่งในจุดหมายระดับโลก มีทั้งแนวปะการังสีสวย ซากเรือจม และสัตว์ทะเลหลากชนิดให้เจอในแต่ละไดฟ์ หลายจุดมีไกด์มืออาชีพดูแลอย่างดี มือใหม่ที่อยากลองก็สามารถเรียนคอร์สเบื้องต้นแล้วลงดำน้ำได้เช่นกัน เป็นประสบการณ์ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตควรลองจริงๆ
ล่องเรือทะเลแดง ชมวิว แวะดำน้ำหลายจุดในวันเดียว อีกหนึ่งกิจกรรมยอดฮิตคือการออกทริปเรือแบบวันเดียว จะมีทั้งแบบครึ่งวันและเต็มวัน พาไปแวะตามจุดดำน้ำหรือเกาะต่างๆ ระหว่างทางได้ชมวิวทะเลสีฟ้าใสแบบพาโนรามา บรรยากาศดีมาก บางทริปมีอาหารกลางวันและอุปกรณ์ให้ครบ เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวหลายจุดแบบไม่ต้องวางแผนเอง
พายคายัค Paddle Board ทำกิจกรรมชิลๆ ชมวิวสวยๆ ถ้าอยากเปลี่ยนฟีลจากดำน้ำ ลองพายคายัคหรือเล่น Paddle Board ดูบ้าง จะได้ฟีลสงบๆ ลอยอยู่บนทะเลใสๆ มองเห็นน้ำด้านล่าง เป็นอีกกิจกรรมที่เหมาะกับสายชิลหรือสายถ่ายรูปเลย
นอนชิลรีสอร์ทติดทะเล พักผ่อนแบบเต็มอิ่ม ความพิเศษของที่พักแถวนี้คือส่วนใหญ่ติดทะเลแบบเดินไม่กี่ก้าวก็ถึง บางที่มีหาดส่วนตัว สามารถลงเล่นน้ำหรือดำน้ำหน้าโรงแรมได้เลย ตื่นเช้ามาเจอวิวทะเลสีฟ้า นั่งจิบกาแฟริมชายหาด ตอนเย็นดูพระอาทิตย์ตก บอกเลยว่าเป็นโมเมนต์เรียบง่ายที่ดีมาก
ชมพระอาทิตย์ตกริมทะเล อีกหนึ่งช่วงเวลาที่อยากให้เผื่อเวลาไว้คือช่วงเย็น เพราะแสงพระอาทิตย์ตกที่ทะเลแดงสวยมาก สีของท้องฟ้าจะค่อยๆ ไล่เฉดตัดกับน้ำทะเล เป็นภาพที่ทั้งโรแมนติกและผ่อนคลาย เหมาะกับการปิดท้ายวันแบบชิลๆ
แนะนำที่พักใกล้ทะเลแดง (Red Sea)
1. Shebara Resort
ถ้าอยากได้ประสบการณ์พักผ่อนแบบ “ไม่เหมือนใคร” ที่นี่คือคำตอบเลย Shebara Resort เป็นรีสอร์ทสุดล้ำในฝั่งซาอุดีอาระเบีย ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์วิลล่าทรงโมเดิร์นคล้ายแคปซูลสีเงินวางเรียงอยู่กลางทะเล ให้ฟีลเหมือนหลุดไปอีกโลกตั้งแต่ก้าวแรกที่ไปถึง บรรยากาศโดยรวมเงียบ สงบ และเป็นส่วนตัวมาก เหมาะกับสายลักชูรี คู่รัก หรือคนที่อยากมาพักผ่อนแบบพรีเมียมจริงๆ ห้องพักกว้างขวาง มีพื้นที่ส่วนตัว และเปิดออกไปเจอวิวน้ำทะเลสีฟ้าใสแบบสุดสายตา ตอนเช้าตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้น ตอนเย็นนั่งมองแสงสะท้อนผิวน้ำ บอกเลยว่าเป็นโมเมนต์ที่เรียบง่ายแต่พิเศษมาก
2. Rixos Premium Seagate
Rixos Premium Seagate โรงแรมระดับลักชูรีใน Sharm El Sheikh ในอียิปต์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความ “ครบ” แบบไม่ต้องออกไปไหนก็สนุกได้ทั้งวัน เพราะเป็น All Inclusive Resort ที่มีทั้งหาดส่วนตัว สระว่ายน้ำหลายโซน สวนน้ำขนาดใหญ่ ร้านอาหารหลากหลาย และกิจกรรมให้เลือกเพียบ เหมาะกับทั้งครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือคู่รักที่อยากพักผ่อนแบบสบายๆ ไม่ต้องวางแผนเยอะ แค่เข้าพักก็มีทุกอย่างพร้อม จุดเด่นอีกอย่างคือโลเคชันที่ติดทะเล ทำให้สามารถลงเล่นน้ำหรือดำน้ำหน้าโรงแรมได้เลย ใครอยากได้ฟีลพักผ่อนแบบเต็มที่ บวกกับความสะดวกสบายระดับโรงแรมใหญ่ ที่นี่ตอบโจทย์มาก
3. Dreams Beach Sharm el Sheikh
ใครมองหาที่พักราคาน่ารักอียิปต์ แต่ยังได้วิวทะเลแบบจัดเต็ม Dreams Beach Sharm el Sheikh เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ามาก ตัวโรงแรมตั้งอยู่บนหน้าผาริมทะเล ทำให้มองเห็นวิวทะเลแดงแบบกว้างสุดสายตา จุดเด่นคือมีทางเดินลงทะเลและจุดดำน้ำหน้าโรงแรมเลย เหมาะกับคนที่อยากประหยัดงบที่พัก แล้วเอาไปลงกับกิจกรรมอย่างดำน้ำหรือทริปเรือแทน ห้องพักอาจไม่ได้หรูมาก แต่สะอาด ใช้งานได้ครบ และบรรยากาศโดยรวมถือว่าดีเกินราคาเลย
เคล็ดลับการเที่ยวทะเลแดง (Red Sea)
ก่อนแพลนเที่ยวทะเลแดง ให้ทริปนี้ทั้งสนุกและลื่นไหลมากขึ้น ลองเช็กทริคเล็กๆ เหล่านี้ไว้ก่อนไป จะช่วยให้เที่ยวได้สบายขึ้นเยอะ
เลือกเมืองให้ตรงสไตล์ทริปตั้งแต่แรก ทะเลแดงไม่ได้มีแค่ที่เดียว แต่กระจายอยู่หลายประเทศ ถ้าอยากเที่ยวสะดวก มีที่พักและกิจกรรมครบ แนะนำฝั่งอียิปต์ (เช่น Hurghada หรือ Sharm El Sheikh) แต่ถ้าอยากได้ฟีลใหม่ๆ หรือเน้นลักชูรี ฝั่งซาอุฯ ก็เริ่มมาแรงเหมือนกัน เลือกให้ตรงกับสิ่งที่อยากได้ จะช่วยให้ทริปลงตัวมากขึ้น
จองทริปดำน้ำล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงพีค กิจกรรมดำน้ำเป็นไฮไลท์ของที่นี่ และบางจุดฮิตจะเต็มเร็ว โดยเฉพาะช่วง มี.ค.–พ.ค. และ ก.ย.–พ.ย. แนะนำจองล่วงหน้าผ่านโรงแรมหรือทัวร์ที่เชื่อถือได้ จะได้ไม่พลาดจุดสวยๆ
เตรียมอุปกรณ์กันแดดให้พร้อม (สำคัญมาก!) แดดที่นี่แรงกว่าที่คิด โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน ครีมกันแดด SPF สูง หมวก แว่นกันแดด และเสื้อคลุมคือของจำเป็น ไม่อย่างนั้นผิวไหม้ได้ง่ายมาก
เลือกประเภทการดำน้ำให้เหมาะกับตัวเอง ถ้าไม่เคยดำน้ำมาก่อน เริ่มจากดำน้ำตื้นก่อนได้ สนุกไม่แพ้กัน แต่ถ้าอยากลองแบบจริงจัง สามารถเรียนคอร์สสั้นๆ แล้วลงดำน้ำลึกได้ มีไกด์ดูแลตลอด ปลอดภัยและได้ประสบการณ์ที่ต่างออกไป
พกอุปกรณ์กันน้ำติดตัวไว้ ไม่ว่าจะเป็นกล้องกันน้ำ หรือซองกันน้ำสำหรับมือถือ เพราะวิวใต้น้ำที่นี่สวยมาก และจะอยากเก็บภาพทุกโมเมนต์แน่นอน
เผื่อเวลาให้กิจกรรมทางทะเล ไม่ต้องรีบเกินไป เสน่ห์ของทะเลแดงคือความชิล ลองจัดตารางให้มีเวลาพักผ่อนบ้าง เช่น นั่งดูวิว ลอยตัวเล่นน้ำ หรือเดินเล่นริมทะเล จะทำให้ทริปนี้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
เช็กวีซ่าและเอกสารก่อนเดินทาง แต่ละประเทศรอบทะเลแดงมีเงื่อนไขต่างกัน เช่น ต้องขอวีซ่า (บางกรณีทำ Visa on Arrival ได้) แนะนำเช็กข้อมูลล่วงหน้าให้เรียบร้อย จะได้ไม่สะดุดกลางทริป
จองตั๋วเครื่องบินและที่พักล่วงหน้า ช่วยประหยัดงบได้เยอะ โดยเฉพาะช่วงพีค ถ้าจองล่วงหน้าจะได้ราคาดีกว่า และมีตัวเลือกเยอะกว่า สามารถเช็กโปรและจองผ่าน Traveloka ได้ง่ายๆ ครบทั้งตั๋วเครื่องบินและที่พักในที่เดียวสะดวกสุดๆ
แค่เตรียมตัวดี ทริปทะเลแดงก็จะกลายเป็นหนึ่งในทริปที่ประทับใจที่สุดได้ไม่ยาก ทั้งทะเลสีฟ้าใส โลกใต้น้ำสุดอลัง และบรรยากาศที่ไม่เหมือนที่ไหน เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกไปเก็บประสบการณ์ทะเลระดับโลกกันเลย