14 ที่เที่ยวจอร์แดน ดินแดนมหัศจรรย์แห่งตะวันออกกลาง

ส่อง 14 ที่เที่ยวจอร์แดน ดินแดนมหัศจรรย์แห่งตะวันออกกลาง ตั้งแต่เมืองหินโบราณเพตรา ทะเลเดดซี ทะเลทรายวาดิรัม ไปจนถึงเขตสงวนธรรมชาติ Dana พร้อมช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเดินทางและที่พักแนะนำครบในบทความเดียว
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
ที่เที่ยวจอร์แดน

หลายคนอาจยังลังเลถ้าพูดถึงการเที่ยวแถบตะวันออกกลาง แต่รู้ไหมว่าจอร์แดนเป็นหนึ่งในประเทศที่เปิดรับนักท่องเที่ยวมากที่สุดในภูมิภาคนี้ ทั้งปลอดภัย เดินทางสะดวกและสำหรับคนไทยยังสามารถขอ Visa on Arrival ได้ที่สนามบินเลยโดยไม่ต้องยื่นล่วงหน้า ดินแดนแห่งนี้ถึงแม้จะไม่ใหญ่มากแต่บีบอัดความอลังการเอาไว้แบบเน้น ๆ ตั้งแต่เมืองหินโบราณอายุพันปี ทะเลทรายสีแดง ไปจนถึงทะเลที่ลอยตัวได้โดยไม่ต้องพยายาม

ที่เที่ยวจอร์แดนมีความหลากหลายมากซึ่งเราจะไม่คิดว่าจะจากประเทศแค่ประเทศเดียว ไม่ว่าจะชอบประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ หรือแค่อยากได้รูปสวยๆ ไปลงโซเชียล ที่นี่มีให้ครบ บทความนี้รวบรวม 14 สถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนที่ไม่ควรพลาด พร้อมข้อมูลที่ใช้งานได้จริงสำหรับการวางแผนเที่ยวจอร์แดน อ่านจบแล้วจองตั๋วไปจอร์แดนและจองที่พักในจอร์แดนกับ Traveloka เลย!

14 ที่เที่ยวจอร์แดน

1. เมืองเพตรา (Petra) เมืองหินโบราณมรดกโลก UNESCO

เพตราคือที่เที่ยวจอร์แดนที่ใคร ๆ ก็รู้จัก และเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้หลายคนตัดสินใจมาเที่ยวที่นี่ เมืองหินโบราณแห่งนี้สร้างโดยชาวนาบาเทียนเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน โดยแกะสลักในหน้าผาหินทรายสีชมพูอมแดง จนได้รับฉายาว่า "Rose City" และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO รวมถึงติดอันดับ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่

จุดไฮไลต์ที่ทุกคนต้องไปให้ถึงคือ อัล-คาซเนห์ (Al-Khazneh) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "The Treasury" วิหารหน้าผาขนาดยักษ์ที่จะปรากฏให้เห็นตอนสุดทางของช่องแคบหินที่เรียกว่า Siq ระยะทางเดินจากทางเข้าจนถึง Treasury ประมาณ 1.2 กิโลเมตรและถ้าจะเที่ยวให้ครบทั้งเมืองต้องเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 วันเต็ม ๆ เพราะสถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนแห่งนี้ใหญ่กว่าที่คิด มีทั้งโรงละครโรมัน วิหารและเส้นทางเดินป่าที่ทอดยาวไปทั่วทั้งเมือง

2. ทะเลเดดซี (Dead Sea) ลอยน้ำได้โดยไม่ต้องพยายาม

ทะเลเดดซีอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุดบนพื้นโลก! อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 430 เมตร และเป็นทะเลที่มีความเค็มสูงกว่าน้ำทะเลทั่วไปถึง 10 เท่า ทำให้ร่างกายลอยตัวได้เองโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องออกแรงว่ายสักนิด แค่นอนหงายลงไปก็ลอยได้เลย สถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนแห่งนี้อยู่ห่างจากกรุงอัมมานประมาณ 55 กิโลเมตร เดินทางได้ง่ายภายในวันเดียว

นอกจากนี้เดดซียังขึ้นชื่อเรื่องโคลนดำที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุกว่า 20 ชนิด นักท่องเที่ยวนิยมตักโคลนขึ้นมาพอกทั่วร่างกายทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออก เชื่อกันว่าช่วยบำรุงผิวและลดการอักเสบได้ดี ข้อควรระวังสำคัญคืออย่าให้น้ำเข้าตาเด็ดขาด เพราะความเค็มระดับนี้แสบมากจนทนไม่ได้เลยหล่ะและควรจำกัดเวลาแช่น้ำไม่เกิน 20 นาทีต่อครั้ง

3. วาดิรัม (Wadi Rum) ทะเลทรายสีแดง

ถ้าอยากเที่ยวจอร์แดนแบบที่รู้สึกว่าไม่ได้เหมือนอยู่บนพื้นโลก วาดิรัมคือคำตอบ ทะเลทรายแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ มีพื้นที่กว้างกว่า 720 ตารางกิโลเมตร ลักษณะเด่นคือพื้นทรายสีแดงอมส้มสลับกับโขดหินขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลทราย บรรยากาศแปลกตาจนถูกใช้เป็นฉากถ่ายทำหนังหลายเรื่อง รวมถึง The Martian และ Star Wars

กิจกรรมยอดนิยมในที่เที่ยวจอร์แดนแห่งนี้คือนั่งรถจี๊ปทัวร์ชมวิวไปตามเส้นทางต่างๆ ในทะเลทราย ปีนโขดหินและชมพระอาทิตย์ตกที่สีท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงส้มสะท้อนกับพื้นทรายจนสวยเกินคำบรรยาย ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือการค้างคืนในเต็นท์กลางทะเลทราย ที่พักหลายแห่งออกแบบเป็น Bubble Tent ให้นอนมองดาวได้ตลอดคืน ท้องฟ้าของวาดิรัมในคืนที่ไม่มีเมฆถือว่าสวยที่สุดในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนทั้งหมด

4. เมืองเจราช (Jerash) โรมันโบราณที่สมบูรณ์ที่สุดนอกอิตาลี

สถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนแห่งนี้อาจไม่ดังเท่าเพตราหรือเดดซี แต่สำหรับคนที่ชอบประวัติศาสตร์แล้ว เจราชคือสิ่งที่จะทำให้คุณประทับใจที่สุดในทริปได้เลย เมืองเจราชเป็นซากเมืองโรมันโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 800 เอเคอร์ และยังคงมีโครงสร้างหลักครบถ้วนตั้งแต่ถนนเสาหิน วิหาร โรงละครกลางแจ้ง ไปจนถึงประตูชัยของฮาเดรียน ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อต้อนรับจักรพรรดิโรมันในปี ค.ศ. 129

เมืองเจราชตั้งอยู่ห่างจากกรุงอัมมานไปทางเหนือเพียง 48 กิโลเมตร เดินทางได้สะดวกภายในครึ่งวัน จุดที่น่าประทับใจมากเป็นพิเศษคือ Oval Plaza ลานกลางเมืองรูปวงรีที่ล้อมรอบด้วยเสาหินคอรินเธียนกว่า 160 ต้น ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ครบเกือบทุกต้น ถ้าเที่ยวจอร์แดนแล้วอยากได้ฟีลย้อนยุคไปยุคจักรวรรดิโรมันแบบเต็มๆ

5. กรุงอัมมาน (Amman) เมืองหลวงที่มีดีมากกว่าทางผ่าน

หลายคนที่เที่ยวจอร์แดนมักมองอัมมานเป็นแค่จุดแวะพักก่อนไปที่อื่น แต่จริงๆ แล้วเมืองหลวงแห่งนี้มีดีพอที่จะใช้เวลาอยู่อย่างน้อย 1-2 วันได้สบายๆ อัมมานเป็นเมืองที่สร้างอยู่บนเนินเขาหลายลูก บ้านเรือนส่วนใหญ่ก่อด้วยหินปูนสีขาวครีมทำให้วิวเมืองมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร

จุดที่ไม่ควรพลาดในกรุงอัมมานคือ ป้อมอัมมาน (Amman Citadel) ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงสุดของเมือง ภายในมีซากวิหารเฮอร์คิวลีสอายุกว่า 2,000 ปี และพิพิธภัณฑ์โบราณคดีจอร์แดนที่เก็บรักษาสิ่งประดิษฐ์สำคัญหลายชิ้น ไม่ไกลกันคือโรงละครโรมันกลางเมืองที่จุผู้ชมได้ถึง 6,000 คน และยังใช้งานได้อยู่จนถึงปัจจุบัน หลังจากเดินชมประวัติศาสตร์แล้วแนะนำให้แวะย่าน Rainbow Street และ Jabal Amman ซึ่งเป็นย่านร้านอาหาร คาเฟ่ และตลาดท้องถิ่นที่คึกคักที่สุดของเมือง สถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนในตัวเมืองอัมมานเดินถึงกันได้ง่ายและไม่ต้องใช้เวลามาก

6. ปราสาทเครัค (Karak Castle) ป้อมปราการครูเสดที่สมบูรณ์

ถ้าเที่ยวจอร์แดนแล้วสนใจประวัติศาสตร์ยุคสงครามครูเสด ปราสาทเครัคคือที่ที่ต้องแวะ ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นโดยพวกครูเสดในปี ค.ศ. 1142 บนยอดเขาสูงในเมืองเครัค ทางตอนใต้ของจอร์แดน ห่างจากกรุงอัมมานประมาณ 140 กิโลเมตร ถือเป็นหนึ่งในปราสาทยุคครูเสดที่ใหญ่ที่สุดและสมบูรณ์ที่สุดในตะวันออกกลาง

ตัวปราสาทแบ่งออกเป็น 7 ชั้น ทั้งห้องใต้ดิน อุโมงค์มืด ห้องขัง หอคอยและพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กที่จัดแสดงอาวุธและข้าวของจากยุคนั้น การเดินสำรวจอุโมงค์ใต้ดินที่มืดและเงียบให้ฟีลแบบที่หาไม่ได้จากที่เที่ยวจอร์แดนแห่งอื่น นอกจากตัวปราสาทแล้ว บริเวณด้านบนยังมองเห็นวิวเมืองเครัคและหุบเขาโดยรอบได้กว้างไกล และในวันที่อากาศดีสามารถมองเห็นทะเลเดดซีได้จากที่นี่เลย

7. ภูเขาเนโบ (Mount Nebo) จุดที่โมเสสมองเห็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์

ภูเขาเนโบอาจไม่ใช่ที่เที่ยวจอร์แดนที่อลังการที่สุด แต่เป็นจุดที่มีความหมายลึกซึ้งที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ ตามความเชื่อในคัมภีร์ไบเบิลและศาสนาอิสลาม ภูเขาแห่งนี้คือจุดสุดท้ายที่โมเสสยืนมองดินแดนคานาอันหรือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก่อนสิ้นชีพและเชื่อกันว่าโมเสสถูกฝังอยู่ที่นี่ด้วย ทำให้ภูเขาเนโบกลายเป็นสถานที่แสวงบุญสำคัญของชาวคริสต์และมุสลิมทั่วโลก

ภูเขาเนโบตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 817 เมตร ในวันที่อากาศแจ่มใสสามารถมองเห็นแม่น้ำจอร์แดน ทะเลเดดซี และในบางครั้งมองเห็นไปไกลถึงกรุงเยรูซาเล็มได้เลย บนยอดเขามีโบสถ์โมเสสที่สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 4 ภายในมีโมเสกพื้นโบราณที่ยังคงสภาพสมบูรณ์น่าทึ่ง และด้านนอกมีประติมากรรมงูโลหะที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงูทองสัมฤทธิ์ในคัมภีร์ไบเบิล ระยะทางจากกรุงอัมมานแค่ 70 กิโลเมตร สายประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาดที่นี่เด็ดขาด

8. เมืองมาดาบา (Madaba) เมืองแห่งโมเสกที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

มาดาบาเป็นที่เที่ยวจอร์แดนที่หลายคนแวะระหว่างทางไปภูเขาเนโบ แต่จริงๆ มาดาบาได้รับฉายาว่า "เมืองแห่งโมเสก" เพราะเต็มไปด้วยงานโมเสกโบราณที่ฝังอยู่ในโบสถ์ บ้านเรือน และพิพิธภัณฑ์ทั่วทั้งเมือง สิ่งที่โด่งดังที่สุดคือแผนที่โมเสกในโบสถ์เซนต์จอร์จ สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 6 แสดงแผนที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในตะวันออกกลางที่ละเอียดและสมบูรณ์อย่างน่าตะลึง ถือเป็นแผนที่โมเสกโบราณที่เก่าแก่และสมบูรณ์ที่สุดในโลกที่ยังหลงเหลืออยู่

นอกจากโบสถ์เซนต์จอร์จแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนในเมืองมาดาบายังมีพิพิธภัณฑ์โบราณคดีที่รวบรวมงานโมเสกชิ้นสำคัญจากหลายยุคสมัย และยังมีร้านช่างฝีมือท้องถิ่นที่ทำงานโมเสกแบบดั้งเดิมให้ดูแบบใกล้ชิด ถ้าอยากได้ของฝากที่มีความหมายจากการเที่ยวจอร์แดน งานโมเสกจากมาดาบาเป็นตัวเลือกที่ดีมาก เมืองนี้อยู่ห่างจากกรุงอัมมานแค่ 30 กิโลเมตร เดินทางสะดวกและใช้เวลาไม่นาน

9. อควาบา (Aqaba) เมืองท่าริมทะเลแดง

อควาบาเป็นที่เที่ยวจอร์แดนที่ต่างออกไปจากที่เที่ยวอื่น ๆ เพราะที่นี่คือเมืองชายทะเลเดียวของจอร์แดน ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศริมอ่าวอควาบาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลแดง น้ำทะเลใสและอุ่น ปะการังอยู่ใกล้ฝั่งมากจนแค่ดำน้ำตื้นก็เห็นได้ชัดเจน ถือเป็นจุดดำน้ำที่ดีที่สุดในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนทั้งหมด

จุดดำน้ำยอดนิยมในอควาบาคือ Japanese Garden และ Cedar Pride ซึ่งเป็นซากเรือจมที่กลายเป็นแนวปะการังเทียมให้ปลาและสัตว์ทะเลมาอาศัยอยู่เต็มไปหมด นอกจากดำน้ำแล้วอควาบายังมีบรรยากาศเมืองท่าที่ผ่อนคลาย ร้านอาหารซีฟู้ดริมทะเลและตลาดท้องถิ่นที่คึกคัก เมืองนี้ยังเป็นเมืองปลอดภาษีทำให้สินค้าหลายอย่างราคาถูกกว่าที่อื่นในจอร์แดน อควาบาอยู่ห่างจากวาดิรัมประมาณ 60 กิโลเมตร คนที่เที่ยวจอร์แดนสายใต้ควรจัดให้สองที่นี้อยู่ในแผนเดียวกันจะได้ไม่เสียเที่ยว

10. อุมม์ กายส์ (Umm Qais) ซากเมืองโรมันกาดาร่าพร้อมวิวสามประเทศ

อุมม์ กายส์เป็นที่เที่ยวจอร์แดนที่นักท่องเที่ยวทั่วไปมักมองข้าม แต่คนที่มาแล้วมักบอกว่านี่คือจุดที่ประทับใจที่สุดในทริป เมืองโบราณแห่งนี้คืออดีตเมืองกาดาร่า หนึ่งในสิบเมืองสำคัญของอาณาจักรโรมันในภูมิภาคนี้ที่เรียกรวมกันว่า Decapolis ซากที่หลงเหลืออยู่ประกอบด้วยโรงละครกลางแจ้งสีหินบะซอลต์ดำ ถนนเสาหิน วิหาร และประตูเมืองที่ยังคงโครงสร้างชัดเจน

สิ่งที่ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนแห่งนี้พิเศษกว่าซากเมืองโรมันอื่นๆ คือวิวจากยอดเขาที่มองเห็นสามประเทศได้พร้อมกัน ได้แก่ จอร์แดน อิสราเอล และซีเรีย รวมถึงทะเลกาลิลีที่พระเยซูเคยทรงปาฏิหาริย์เดินบนน้ำตามความเชื่อในคัมภีร์ไบเบิล วิวในยามเย็นที่แสงทองสาดลงมาบนผืนน้ำและซากหินโบราณสวยมาก อุมม์ กายส์อยู่ทางตอนเหนือของจอร์แดนห่างจากกรุงอัมมานประมาณ 110 กิโลเมตร เที่ยวจอร์แดนสายเหนือควรจัดคู่กับเจราชในวันเดียวกันได้เลย

11. วาดิ มูจิบ (Wadi Mujib) แกรนด์แคนยอนแห่งจอร์แดน

วาดิ มูจิบคือที่เที่ยวจอร์แดนสำหรับคนที่อยากได้ประสบการณ์แบบแอดเวนเจอร์จริงๆ หุบเขาแห่งนี้ได้รับฉายาว่า "แกรนด์แคนยอนแห่งจอร์แดน" เพราะมีหน้าผาหินสูงชันสองข้างทางที่ลึกลงไปถึงระดับต่ำกว่าน้ำทะเล 410 เมตร มีแม่น้ำมูจิบไหลผ่านตลอดทั้งปี ทำให้กิจกรรมหลักที่นี่คือการเดินป่าลุยน้ำหรือที่เรียกว่า Canyoning ลัดเลาะไปตามร่องหุบเขาที่น้ำไหลผ่าน

เส้นทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวคือ Siq Trail ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตรที่เดินลุยน้ำตลอดเส้นทาง บางช่วงน้ำลึกถึงเอว บางช่วงต้องปีนหินข้ามน้ำตก สนุกและท้าทายพอดีสำหรับคนที่ไม่ได้เป็นนักปีนเขาระดับโปร สถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนแห่งนี้เปิดให้เข้าได้เฉพาะช่วงเดือนเมษายนถึงตุลาคมเท่านั้น เพราะช่วงหน้าฝนน้ำในหุบเขาจะเพิ่มสูงจนเป็นอันตราย ควรจองทัวร์ล่วงหน้าและเตรียมรองเท้าที่กันน้ำได้ดีไปด้วย วาดิ มูจิบอยู่ริมทะเลเดดซีฝั่งจอร์แดน เที่ยวจอร์แดนสายนี้จัดคู่กับเดดซีได้ในวันเดียวกัน

12. ปราสาทอัจลุน (Ajloun Castle) ป้อมปราการอาหรับกลางป่าสน

ปราสาทอัจลุนเป็นที่เที่ยวจอร์แดนที่โดดเด่นในแบบที่ต่างจากปราสาทเครัค ถ้าเครัคคือปราสาทครูเสด อัจลุนคือปราสาทที่สร้างขึ้นเพื่อต่อต้านพวกครูเสดโดยตรง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1184 โดยนายพลของซาลาดิน สุลต่านผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์อัยยูบิด เพื่อใช้เป็นฐานป้องกันการรุกรานและควบคุมเส้นทางการค้าสำคัญในภูมิภาค ตัวปราสาทก่อสร้างด้วยหินบะซอลต์สีเข้มทรงแปดเหลี่ยม มีหอคอยสี่มุมและคูน้ำล้อมรอบ

สิ่งที่ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนแห่งนี้น่าสนใจเป็นพิเศษคือทำเลที่ตั้ง ปราสาทอัจลุนอยู่บนยอดเขาสูง 1,250 เมตรในเขตป่าสนและต้นโอ๊กทางตอนเหนือของจอร์แดน บรรยากาศโดยรอบเขียวชะอุ่มต่างจากภาพจำของจอร์แดนที่คนส่วนใหญ่นึกถึงแต่ทะเลทราย วิวจากยอดปราสาทมองเห็นหุบเขาจอร์แดนและในวันอากาศดีมองเห็นไปไกลถึงปาเลสไตน์ได้เลย ปราสาทอัจลุนอยู่ห่างจากเจราชแค่ 20 กิโลเมตร เรียกได้ว่าเที่ยวจอร์แดนสายเหนือทั้งสองที่ในวันเดียวได้สบายๆ

13. อัซรัค (Azraq) โอเอซิสกลางทะเลทรายและเขตอนุรักษ์นกอพยพ

อัซรัคคือโอเอซิสธรรมชาติขนาดใหญ่กลางทะเลทรายทางตะวันออกของจอร์แดน มีพื้นที่ชุ่มน้ำที่หายากมากในภูมิภาคนี้ ทำให้อัซรัคกลายเป็นจุดแวะพักสำคัญของนกอพยพหลายร้อยสายพันธุ์ที่บินผ่านระหว่างแอฟริกาและยุโรปในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง นักดูนกจากทั่วโลกนิยมมาที่นี่เพื่อบันทึกภาพนกหายากที่หาดูได้ยากในที่อื่น

นอกจากเขตอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำอัซรัคแล้ว บริเวณใกล้เคียงยังมีปราสาทอัซรัคที่สร้างจากหินบะซอลต์สีดำทั้งหลัง มีประวัติน่าสนใจเพราะลอว์เรนซ์แห่งอาระเบียเคยใช้ปราสาทแห่งนี้เป็นสำนักงานใหญ่ช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง สถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนแห่งนี้อยู่ห่างจากกรุงอัมมานประมาณ 100 กิโลเมตร และมักถูกจัดรวมกับการเที่ยวชม Desert Castles หรือปราสาทกลางทะเลทรายอื่นๆ ในเส้นทางเดียวกัน เหมาะสำหรับคนที่เที่ยวจอร์แดนแบบขับรถเองและอยากออกนอกเส้นทางท่องเที่ยวหลักบ้าง

14. Dana Biosphere Reserve เขตสงวนชีวมณฑลที่ใหญ่ที่สุดของจอร์แดน

Dana Biosphere Reserve คือที่เที่ยวจอร์แดนสำหรับคนที่อยากสัมผัสธรรมชาติที่บริสุทธิ์ที่สุด เขตสงวนแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 320 ตารางกิโลเมตร ทอดตัวจากยอดเขาสูงทางตะวันตกลงไปจนถึงทะเลทรายวาดิรัมทางตะวันออก ทำให้ภายในเขตสงวนเดียวกันมีระบบนิเวศที่หลากหลายอย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่ป่าสนบนที่สูง หุบเขาหิน ไปจนถึงพื้นที่ทะเลทรายแห้งแล้ง

Dana เป็นบ้านของสัตว์ป่าหายากหลายชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ เช่น แพะนูเบียน นกอินทรีโบเนลลี และแมวทะเลทราย มีเส้นทางเดินป่าหลายระดับความยากตั้งแต่เส้นทางสั้นสำหรับผู้เริ่มต้นไปจนถึงเส้นทางข้ามคืนหลายวันที่พาลงไปถึงเมืองหินโบราณเพตราได้เลย สถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนแห่งนี้บริหารจัดการโดย Royal Society for the Conservation of Nature หรือ RSCN ซึ่งดูแลทั้งการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน รายได้จากนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งกลับไปสู่ชุมชนท้องถิ่นในหมู่บ้านดานาที่อยู่ใจกลางเขตสงวน เที่ยวจอร์แดนแบบนี้ได้ทั้งประสบการณ์และได้ทำดีไปพร้อมกัน

ไปเที่ยวจอร์แดนเดือนไหนดี

มีนาคม - พฤษภาคม ช่วงที่ดีที่สุดสำหรับการเที่ยวจอร์แดน อากาศอบอุ่นสบาย ดอกไม้ป่าบานทั่วภูเขาทางเหนือ เหมาะกับการเดินป่าและเที่ยวโบราณสถานกลางแจ้ง อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 15-25 องศาเซลเซียส
กันยายน - พฤศจิกายน อีกหนึ่งช่วงที่แนะนำสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดน อากาศเย็นลงหลังหน้าร้อน ท้องฟ้าใส วิวสวย และนักท่องเที่ยวเบาบางกว่าช่วงฤดูใบไม้ผลิ เหมาะกับวาดิรัมและเพตราเป็นพิเศษ
มิถุนายน - สิงหาคม หน้าร้อนจัด อุณหภูมิกลางวันในทะเลทรายอาจสูงถึง 40 องศาเซลเซียส ถ้ามาช่วงนี้ควรเริ่มเที่ยวแต่เช้าและหลีกเลี่ยงกลางแจ้งช่วงบ่าย เหมาะกับอควาบาและเดดซีมากกว่าการเดินป่า
ธันวาคม - กุมภาพันธ์ อากาศหนาวและอาจมีฝนในบางพื้นที่ โดยเฉพาะทางเหนือ วาดิ มูจิบปิดให้บริการช่วงนี้ แต่เพตราและอัมมานยังเที่ยวได้และนักท่องเที่ยวน้อยมาก ราคาที่พักถูกลงอย่างเห็นได้ชัด
ช่วงรอมฎอน ควรศึกษาปฏิทินล่วงหน้า เพราะร้านอาหารและบริการบางส่วนอาจปิดในช่วงกลางวัน แต่บรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองจะคึกคักและมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ

แนะนำที่พักใกล้แหล่งท่องเที่ยวจอร์แดน

Petra EcoStay

เหมาะกับ: คนอยากพักใกล้เพตรา / สายธรรมชาติ / สายลุย

Petra EcoStay เป็นที่พักสไตล์อีโคลอดจ์ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านอุมม์ ซัยฮูน ห่างจากทางเข้าเมืองเพตราเพียงไม่กี่นาที ที่พักแห่งนี้ออกแบบให้กลมกลืนกับภูมิทัศน์หินทรายโดยรอบ มีวิวมองเห็นหุบเขาและหน้าผาหินสีชมพูได้จากระเบียงห้องพัก บรรยากาศเงียบสงบเหมาะกับคนที่อยากพักผ่อนจริงๆ หลังเดินเที่ยวเพตรามาทั้งวัน ที่พักบริหารโดยชาวท้องถิ่นและให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน รายได้ส่วนหนึ่งกลับสู่ชุมชน อาหารเช้าเป็นเมนูท้องถิ่นแบบโฮมเมดที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นก่อนออกเดินทาง

Dead Sea Marriott Resort & Spa

เหมาะกับ: คนที่อยากพักริมเดดซี / ครอบครัว / คู่รัก

Dead Sea Marriott Resort & Spa คือหนึ่งในที่พักริมทะเลเดดซีที่ได้รับความนิยมสูงสุดในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนฝั่งนี้ โรงแรมมีชายหาดส่วนตัวริมเดดซีให้นักท่องเที่ยวลงแช่น้ำและพอกโคลนได้ตลอดวัน มีสปาครบวงจรที่ใช้ผลิตภัณฑ์จากแร่ธาตุเดดซีโดยเฉพาะ รวมถึงสระว่ายน้ำหลายระดับที่มองเห็นวิวทะเลเดดซีได้แบบพาโนรามา ห้องพักกว้างขวางและตกแต่งครบครัน

W Amman

เหมาะกับ: สายหรู / คนที่อยากพักในตัวเมือง / สายคอนเทนต์

W Amman คือโรงแรมระดับลักชัวรีที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงอัมมาน การออกแบบภายในผสมผสานความร่วมสมัยเข้ากับกลิ่นอายวัฒนธรรมจอร์แดนได้อย่างลงตัว มีบาร์รูฟท็อปที่วิวเมืองอัมมานสวยที่สุดในย่านนี้ ร้านอาหารในโรงแรมเสิร์ฟทั้งอาหารท้องถิ่นและอินเตอร์เนชั่นแนลในระดับที่ไม่ทำให้ผิดหวัง ทำเลดีมากสำหรับคนที่อยากเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนจุดต่างๆ รอบกรุงอัมมานอย่างภูเขาเนโบ มาดาบา และเจราช เที่ยวจอร์แดนแบบสบายและมีสไตล์ W Amman ตอบโจทย์ได้ครบ

ที่เที่ยวใกล้เคียง

ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองตั๋วไปจอร์แดนและจองที่พักในจอร์แดนกับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบินและที่พักด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!

ในบทความนี้

• 14 ที่เที่ยวจอร์แดน
• 1. เมืองเพตรา (Petra) เมืองหินโบราณมรดกโลก UNESCO
• 2. ทะเลเดดซี (Dead Sea) ลอยน้ำได้โดยไม่ต้องพยายาม
• 3. วาดิรัม (Wadi Rum) ทะเลทรายสีแดง
• 4. เมืองเจราช (Jerash) โรมันโบราณที่สมบูรณ์ที่สุดนอกอิตาลี
• 5. กรุงอัมมาน (Amman) เมืองหลวงที่มีดีมากกว่าทางผ่าน
• 6. ปราสาทเครัค (Karak Castle) ป้อมปราการครูเสดที่สมบูรณ์
• 7. ภูเขาเนโบ (Mount Nebo) จุดที่โมเสสมองเห็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์
• 8. เมืองมาดาบา (Madaba) เมืองแห่งโมเสกที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
• 9. อควาบา (Aqaba) เมืองท่าริมทะเลแดง
• 10. อุมม์ กายส์ (Umm Qais) ซากเมืองโรมันกาดาร่าพร้อมวิวสามประเทศ
• 11. วาดิ มูจิบ (Wadi Mujib) แกรนด์แคนยอนแห่งจอร์แดน
• 12. ปราสาทอัจลุน (Ajloun Castle) ป้อมปราการอาหรับกลางป่าสน
• 13. อัซรัค (Azraq) โอเอซิสกลางทะเลทรายและเขตอนุรักษ์นกอพยพ
• 14. Dana Biosphere Reserve เขตสงวนชีวมณฑลที่ใหญ่ที่สุดของจอร์แดน
• ไปเที่ยวจอร์แดนเดือนไหนดี
• แนะนำที่พักใกล้แหล่งท่องเที่ยวจอร์แดน
• Petra EcoStay
• Dead Sea Marriott Resort & Spa
• W Amman

กิจกรรมที่กล่าวถึงในบทความนี้

Guimaras Land - Private Day Tour

Jordan
THB 8.37
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
Things to Do
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร