
หลายคนอาจยังลังเลถ้าพูดถึงการเที่ยวแถบตะวันออกกลาง แต่รู้ไหมว่าจอร์แดนเป็นหนึ่งในประเทศที่เปิดรับนักท่องเที่ยวมากที่สุดในภูมิภาคนี้ ทั้งปลอดภัย เดินทางสะดวกและสำหรับคนไทยยังสามารถขอ Visa on Arrival ได้ที่สนามบินเลยโดยไม่ต้องยื่นล่วงหน้า ดินแดนแห่งนี้ถึงแม้จะไม่ใหญ่มากแต่บีบอัดความอลังการเอาไว้แบบเน้น ๆ ตั้งแต่เมืองหินโบราณอายุพันปี ทะเลทรายสีแดง ไปจนถึงทะเลที่ลอยตัวได้โดยไม่ต้องพยายาม
ที่เที่ยวจอร์แดนมีความหลากหลายมากซึ่งเราจะไม่คิดว่าจะจากประเทศแค่ประเทศเดียว ไม่ว่าจะชอบประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ หรือแค่อยากได้รูปสวยๆ ไปลงโซเชียล ที่นี่มีให้ครบ บทความนี้รวบรวม 14 สถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนที่ไม่ควรพลาด พร้อมข้อมูลที่ใช้งานได้จริงสำหรับการวางแผนเที่ยวจอร์แดน อ่านจบแล้วจองตั๋วไปจอร์แดนและจองที่พักในจอร์แดนกับ Traveloka เลย!
Sat, 27 Jun 2026

Royal Jordanian
กรุงเทพ (BKK) ไป อัมมาน (AMM)
เริ่มจาก THB 54,028.66
Thu, 25 Jun 2026

Royal Jordanian
กรุงเทพ (BKK) ไป อัมมาน (AMM)
เริ่มจาก THB 56,135.41
Thu, 25 Jun 2026

Air Arabia
กรุงเทพ (BKK) ไป อัมมาน (AMM)
เริ่มจาก THB 12,811.28
เพตราคือที่เที่ยวจอร์แดนที่ใคร ๆ ก็รู้จัก และเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้หลายคนตัดสินใจมาเที่ยวที่นี่ เมืองหินโบราณแห่งนี้สร้างโดยชาวนาบาเทียนเมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน โดยแกะสลักในหน้าผาหินทรายสีชมพูอมแดง จนได้รับฉายาว่า "Rose City" และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO รวมถึงติดอันดับ 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่
จุดไฮไลต์ที่ทุกคนต้องไปให้ถึงคือ อัล-คาซเนห์ (Al-Khazneh) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "The Treasury" วิหารหน้าผาขนาดยักษ์ที่จะปรากฏให้เห็นตอนสุดทางของช่องแคบหินที่เรียกว่า Siq ระยะทางเดินจากทางเข้าจนถึง Treasury ประมาณ 1.2 กิโลเมตรและถ้าจะเที่ยวให้ครบทั้งเมืองต้องเผื่อเวลาอย่างน้อย 1 วันเต็ม ๆ เพราะสถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนแห่งนี้ใหญ่กว่าที่คิด มีทั้งโรงละครโรมัน วิหารและเส้นทางเดินป่าที่ทอดยาวไปทั่วทั้งเมือง
ทะเลเดดซีอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุดบนพื้นโลก! อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 430 เมตร และเป็นทะเลที่มีความเค็มสูงกว่าน้ำทะเลทั่วไปถึง 10 เท่า ทำให้ร่างกายลอยตัวได้เองโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องออกแรงว่ายสักนิด แค่นอนหงายลงไปก็ลอยได้เลย สถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนแห่งนี้อยู่ห่างจากกรุงอัมมานประมาณ 55 กิโลเมตร เดินทางได้ง่ายภายในวันเดียว
นอกจากนี้เดดซียังขึ้นชื่อเรื่องโคลนดำที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุกว่า 20 ชนิด นักท่องเที่ยวนิยมตักโคลนขึ้นมาพอกทั่วร่างกายทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออก เชื่อกันว่าช่วยบำรุงผิวและลดการอักเสบได้ดี ข้อควรระวังสำคัญคืออย่าให้น้ำเข้าตาเด็ดขาด เพราะความเค็มระดับนี้แสบมากจนทนไม่ได้เลยหล่ะและควรจำกัดเวลาแช่น้ำไม่เกิน 20 นาทีต่อครั้ง
ถ้าอยากเที่ยวจอร์แดนแบบที่รู้สึกว่าไม่ได้เหมือนอยู่บนพื้นโลก วาดิรัมคือคำตอบ ทะเลทรายแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศ มีพื้นที่กว้างกว่า 720 ตารางกิโลเมตร ลักษณะเด่นคือพื้นทรายสีแดงอมส้มสลับกับโขดหินขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลทราย บรรยากาศแปลกตาจนถูกใช้เป็นฉากถ่ายทำหนังหลายเรื่อง รวมถึง The Martian และ Star Wars
กิจกรรมยอดนิยมในที่เที่ยวจอร์แดนแห่งนี้คือนั่งรถจี๊ปทัวร์ชมวิวไปตามเส้นทางต่างๆ ในทะเลทราย ปีนโขดหินและชมพระอาทิตย์ตกที่สีท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีแดงส้มสะท้อนกับพื้นทรายจนสวยเกินคำบรรยาย ไฮไลต์ที่ไม่ควรพลาดคือการค้างคืนในเต็นท์กลางทะเลทราย ที่พักหลายแห่งออกแบบเป็น Bubble Tent ให้นอนมองดาวได้ตลอดคืน ท้องฟ้าของวาดิรัมในคืนที่ไม่มีเมฆถือว่าสวยที่สุดในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนทั้งหมด
สถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนแห่งนี้อาจไม่ดังเท่าเพตราหรือเดดซี แต่สำหรับคนที่ชอบประวัติศาสตร์แล้ว เจราชคือสิ่งที่จะทำให้คุณประทับใจที่สุดในทริปได้เลย เมืองเจราชเป็นซากเมืองโรมันโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ครอบคลุมพื้นที่กว่า 800 เอเคอร์ และยังคงมีโครงสร้างหลักครบถ้วนตั้งแต่ถนนเสาหิน วิหาร โรงละครกลางแจ้ง ไปจนถึงประตูชัยของฮาเดรียน ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อต้อนรับจักรพรรดิโรมันในปี ค.ศ. 129
เมืองเจราชตั้งอยู่ห่างจากกรุงอัมมานไปทางเหนือเพียง 48 กิโลเมตร เดินทางได้สะดวกภายในครึ่งวัน จุดที่น่าประทับใจมากเป็นพิเศษคือ Oval Plaza ลานกลางเมืองรูปวงรีที่ล้อมรอบด้วยเสาหินคอรินเธียนกว่า 160 ต้น ยังคงตั้งตระหง่านอยู่ครบเกือบทุกต้น ถ้าเที่ยวจอร์แดนแล้วอยากได้ฟีลย้อนยุคไปยุคจักรวรรดิโรมันแบบเต็มๆ
หลายคนที่เที่ยวจอร์แดนมักมองอัมมานเป็นแค่จุดแวะพักก่อนไปที่อื่น แต่จริงๆ แล้วเมืองหลวงแห่งนี้มีดีพอที่จะใช้เวลาอยู่อย่างน้อย 1-2 วันได้สบายๆ อัมมานเป็นเมืองที่สร้างอยู่บนเนินเขาหลายลูก บ้านเรือนส่วนใหญ่ก่อด้วยหินปูนสีขาวครีมทำให้วิวเมืองมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
จุดที่ไม่ควรพลาดในกรุงอัมมานคือ ป้อมอัมมาน (Amman Citadel) ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงสุดของเมือง ภายในมีซากวิหารเฮอร์คิวลีสอายุกว่า 2,000 ปี และพิพิธภัณฑ์โบราณคดีจอร์แดนที่เก็บรักษาสิ่งประดิษฐ์สำคัญหลายชิ้น ไม่ไกลกันคือโรงละครโรมันกลางเมืองที่จุผู้ชมได้ถึง 6,000 คน และยังใช้งานได้อยู่จนถึงปัจจุบัน หลังจากเดินชมประวัติศาสตร์แล้วแนะนำให้แวะย่าน Rainbow Street และ Jabal Amman ซึ่งเป็นย่านร้านอาหาร คาเฟ่ และตลาดท้องถิ่นที่คึกคักที่สุดของเมือง สถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนในตัวเมืองอัมมานเดินถึงกันได้ง่ายและไม่ต้องใช้เวลามาก
ถ้าเที่ยวจอร์แดนแล้วสนใจประวัติศาสตร์ยุคสงครามครูเสด ปราสาทเครัคคือที่ที่ต้องแวะ ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นโดยพวกครูเสดในปี ค.ศ. 1142 บนยอดเขาสูงในเมืองเครัค ทางตอนใต้ของจอร์แดน ห่างจากกรุงอัมมานประมาณ 140 กิโลเมตร ถือเป็นหนึ่งในปราสาทยุคครูเสดที่ใหญ่ที่สุดและสมบูรณ์ที่สุดในตะวันออกกลาง
ตัวปราสาทแบ่งออกเป็น 7 ชั้น ทั้งห้องใต้ดิน อุโมงค์มืด ห้องขัง หอคอยและพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กที่จัดแสดงอาวุธและข้าวของจากยุคนั้น การเดินสำรวจอุโมงค์ใต้ดินที่มืดและเงียบให้ฟีลแบบที่หาไม่ได้จากที่เที่ยวจอร์แดนแห่งอื่น นอกจากตัวปราสาทแล้ว บริเวณด้านบนยังมองเห็นวิวเมืองเครัคและหุบเขาโดยรอบได้กว้างไกล และในวันที่อากาศดีสามารถมองเห็นทะเลเดดซีได้จากที่นี่เลย
ภูเขาเนโบอาจไม่ใช่ที่เที่ยวจอร์แดนที่อลังการที่สุด แต่เป็นจุดที่มีความหมายลึกซึ้งที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ ตามความเชื่อในคัมภีร์ไบเบิลและศาสนาอิสลาม ภูเขาแห่งนี้คือจุดสุดท้ายที่โมเสสยืนมองดินแดนคานาอันหรือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก่อนสิ้นชีพและเชื่อกันว่าโมเสสถูกฝังอยู่ที่นี่ด้วย ทำให้ภูเขาเนโบกลายเป็นสถานที่แสวงบุญสำคัญของชาวคริสต์และมุสลิมทั่วโลก
ภูเขาเนโบตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 817 เมตร ในวันที่อากาศแจ่มใสสามารถมองเห็นแม่น้ำจอร์แดน ทะเลเดดซี และในบางครั้งมองเห็นไปไกลถึงกรุงเยรูซาเล็มได้เลย บนยอดเขามีโบสถ์โมเสสที่สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 4 ภายในมีโมเสกพื้นโบราณที่ยังคงสภาพสมบูรณ์น่าทึ่ง และด้านนอกมีประติมากรรมงูโลหะที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงูทองสัมฤทธิ์ในคัมภีร์ไบเบิล ระยะทางจากกรุงอัมมานแค่ 70 กิโลเมตร สายประวัติศาสตร์ไม่ควรพลาดที่นี่เด็ดขาด
มาดาบาเป็นที่เที่ยวจอร์แดนที่หลายคนแวะระหว่างทางไปภูเขาเนโบ แต่จริงๆ มาดาบาได้รับฉายาว่า "เมืองแห่งโมเสก" เพราะเต็มไปด้วยงานโมเสกโบราณที่ฝังอยู่ในโบสถ์ บ้านเรือน และพิพิธภัณฑ์ทั่วทั้งเมือง สิ่งที่โด่งดังที่สุดคือแผนที่โมเสกในโบสถ์เซนต์จอร์จ สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 6 แสดงแผนที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในตะวันออกกลางที่ละเอียดและสมบูรณ์อย่างน่าตะลึง ถือเป็นแผนที่โมเสกโบราณที่เก่าแก่และสมบูรณ์ที่สุดในโลกที่ยังหลงเหลืออยู่
นอกจากโบสถ์เซนต์จอร์จแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนในเมืองมาดาบายังมีพิพิธภัณฑ์โบราณคดีที่รวบรวมงานโมเสกชิ้นสำคัญจากหลายยุคสมัย และยังมีร้านช่างฝีมือท้องถิ่นที่ทำงานโมเสกแบบดั้งเดิมให้ดูแบบใกล้ชิด ถ้าอยากได้ของฝากที่มีความหมายจากการเที่ยวจอร์แดน งานโมเสกจากมาดาบาเป็นตัวเลือกที่ดีมาก เมืองนี้อยู่ห่างจากกรุงอัมมานแค่ 30 กิโลเมตร เดินทางสะดวกและใช้เวลาไม่นาน
อควาบาเป็นที่เที่ยวจอร์แดนที่ต่างออกไปจากที่เที่ยวอื่น ๆ เพราะที่นี่คือเมืองชายทะเลเดียวของจอร์แดน ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศริมอ่าวอควาบาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลแดง น้ำทะเลใสและอุ่น ปะการังอยู่ใกล้ฝั่งมากจนแค่ดำน้ำตื้นก็เห็นได้ชัดเจน ถือเป็นจุดดำน้ำที่ดีที่สุดในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนทั้งหมด
จุดดำน้ำยอดนิยมในอควาบาคือ Japanese Garden และ Cedar Pride ซึ่งเป็นซากเรือจมที่กลายเป็นแนวปะการังเทียมให้ปลาและสัตว์ทะเลมาอาศัยอยู่เต็มไปหมด นอกจากดำน้ำแล้วอควาบายังมีบรรยากาศเมืองท่าที่ผ่อนคลาย ร้านอาหารซีฟู้ดริมทะเลและตลาดท้องถิ่นที่คึกคัก เมืองนี้ยังเป็นเมืองปลอดภาษีทำให้สินค้าหลายอย่างราคาถูกกว่าที่อื่นในจอร์แดน อควาบาอยู่ห่างจากวาดิรัมประมาณ 60 กิโลเมตร คนที่เที่ยวจอร์แดนสายใต้ควรจัดให้สองที่นี้อยู่ในแผนเดียวกันจะได้ไม่เสียเที่ยว
อุมม์ กายส์เป็นที่เที่ยวจอร์แดนที่นักท่องเที่ยวทั่วไปมักมองข้าม แต่คนที่มาแล้วมักบอกว่านี่คือจุดที่ประทับใจที่สุดในทริป เมืองโบราณแห่งนี้คืออดีตเมืองกาดาร่า หนึ่งในสิบเมืองสำคัญของอาณาจักรโรมันในภูมิภาคนี้ที่เรียกรวมกันว่า Decapolis ซากที่หลงเหลืออยู่ประกอบด้วยโรงละครกลางแจ้งสีหินบะซอลต์ดำ ถนนเสาหิน วิหาร และประตูเมืองที่ยังคงโครงสร้างชัดเจน
สิ่งที่ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนแห่งนี้พิเศษกว่าซากเมืองโรมันอื่นๆ คือวิวจากยอดเขาที่มองเห็นสามประเทศได้พร้อมกัน ได้แก่ จอร์แดน อิสราเอล และซีเรีย รวมถึงทะเลกาลิลีที่พระเยซูเคยทรงปาฏิหาริย์เดินบนน้ำตามความเชื่อในคัมภีร์ไบเบิล วิวในยามเย็นที่แสงทองสาดลงมาบนผืนน้ำและซากหินโบราณสวยมาก อุมม์ กายส์อยู่ทางตอนเหนือของจอร์แดนห่างจากกรุงอัมมานประมาณ 110 กิโลเมตร เที่ยวจอร์แดนสายเหนือควรจัดคู่กับเจราชในวันเดียวกันได้เลย
วาดิ มูจิบคือที่เที่ยวจอร์แดนสำหรับคนที่อยากได้ประสบการณ์แบบแอดเวนเจอร์จริงๆ หุบเขาแห่งนี้ได้รับฉายาว่า "แกรนด์แคนยอนแห่งจอร์แดน" เพราะมีหน้าผาหินสูงชันสองข้างทางที่ลึกลงไปถึงระดับต่ำกว่าน้ำทะเล 410 เมตร มีแม่น้ำมูจิบไหลผ่านตลอดทั้งปี ทำให้กิจกรรมหลักที่นี่คือการเดินป่าลุยน้ำหรือที่เรียกว่า Canyoning ลัดเลาะไปตามร่องหุบเขาที่น้ำไหลผ่าน
เส้นทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวคือ Siq Trail ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตรที่เดินลุยน้ำตลอดเส้นทาง บางช่วงน้ำลึกถึงเอว บางช่วงต้องปีนหินข้ามน้ำตก สนุกและท้าทายพอดีสำหรับคนที่ไม่ได้เป็นนักปีนเขาระดับโปร สถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนแห่งนี้เปิดให้เข้าได้เฉพาะช่วงเดือนเมษายนถึงตุลาคมเท่านั้น เพราะช่วงหน้าฝนน้ำในหุบเขาจะเพิ่มสูงจนเป็นอันตราย ควรจองทัวร์ล่วงหน้าและเตรียมรองเท้าที่กันน้ำได้ดีไปด้วย วาดิ มูจิบอยู่ริมทะเลเดดซีฝั่งจอร์แดน เที่ยวจอร์แดนสายนี้จัดคู่กับเดดซีได้ในวันเดียวกัน
ปราสาทอัจลุนเป็นที่เที่ยวจอร์แดนที่โดดเด่นในแบบที่ต่างจากปราสาทเครัค ถ้าเครัคคือปราสาทครูเสด อัจลุนคือปราสาทที่สร้างขึ้นเพื่อต่อต้านพวกครูเสดโดยตรง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1184 โดยนายพลของซาลาดิน สุลต่านผู้ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์อัยยูบิด เพื่อใช้เป็นฐานป้องกันการรุกรานและควบคุมเส้นทางการค้าสำคัญในภูมิภาค ตัวปราสาทก่อสร้างด้วยหินบะซอลต์สีเข้มทรงแปดเหลี่ยม มีหอคอยสี่มุมและคูน้ำล้อมรอบ
สิ่งที่ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนแห่งนี้น่าสนใจเป็นพิเศษคือทำเลที่ตั้ง ปราสาทอัจลุนอยู่บนยอดเขาสูง 1,250 เมตรในเขตป่าสนและต้นโอ๊กทางตอนเหนือของจอร์แดน บรรยากาศโดยรอบเขียวชะอุ่มต่างจากภาพจำของจอร์แดนที่คนส่วนใหญ่นึกถึงแต่ทะเลทราย วิวจากยอดปราสาทมองเห็นหุบเขาจอร์แดนและในวันอากาศดีมองเห็นไปไกลถึงปาเลสไตน์ได้เลย ปราสาทอัจลุนอยู่ห่างจากเจราชแค่ 20 กิโลเมตร เรียกได้ว่าเที่ยวจอร์แดนสายเหนือทั้งสองที่ในวันเดียวได้สบายๆ
อัซรัคคือโอเอซิสธรรมชาติขนาดใหญ่กลางทะเลทรายทางตะวันออกของจอร์แดน มีพื้นที่ชุ่มน้ำที่หายากมากในภูมิภาคนี้ ทำให้อัซรัคกลายเป็นจุดแวะพักสำคัญของนกอพยพหลายร้อยสายพันธุ์ที่บินผ่านระหว่างแอฟริกาและยุโรปในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง นักดูนกจากทั่วโลกนิยมมาที่นี่เพื่อบันทึกภาพนกหายากที่หาดูได้ยากในที่อื่น
นอกจากเขตอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำอัซรัคแล้ว บริเวณใกล้เคียงยังมีปราสาทอัซรัคที่สร้างจากหินบะซอลต์สีดำทั้งหลัง มีประวัติน่าสนใจเพราะลอว์เรนซ์แห่งอาระเบียเคยใช้ปราสาทแห่งนี้เป็นสำนักงานใหญ่ช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง สถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนแห่งนี้อยู่ห่างจากกรุงอัมมานประมาณ 100 กิโลเมตร และมักถูกจัดรวมกับการเที่ยวชม Desert Castles หรือปราสาทกลางทะเลทรายอื่นๆ ในเส้นทางเดียวกัน เหมาะสำหรับคนที่เที่ยวจอร์แดนแบบขับรถเองและอยากออกนอกเส้นทางท่องเที่ยวหลักบ้าง
Dana Biosphere Reserve คือที่เที่ยวจอร์แดนสำหรับคนที่อยากสัมผัสธรรมชาติที่บริสุทธิ์ที่สุด เขตสงวนแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่กว่า 320 ตารางกิโลเมตร ทอดตัวจากยอดเขาสูงทางตะวันตกลงไปจนถึงทะเลทรายวาดิรัมทางตะวันออก ทำให้ภายในเขตสงวนเดียวกันมีระบบนิเวศที่หลากหลายอย่างน่าทึ่ง ตั้งแต่ป่าสนบนที่สูง หุบเขาหิน ไปจนถึงพื้นที่ทะเลทรายแห้งแล้ง
Dana เป็นบ้านของสัตว์ป่าหายากหลายชนิดที่ใกล้สูญพันธุ์ เช่น แพะนูเบียน นกอินทรีโบเนลลี และแมวทะเลทราย มีเส้นทางเดินป่าหลายระดับความยากตั้งแต่เส้นทางสั้นสำหรับผู้เริ่มต้นไปจนถึงเส้นทางข้ามคืนหลายวันที่พาลงไปถึงเมืองหินโบราณเพตราได้เลย สถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนแห่งนี้บริหารจัดการโดย Royal Society for the Conservation of Nature หรือ RSCN ซึ่งดูแลทั้งการอนุรักษ์และการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน รายได้จากนักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งกลับไปสู่ชุมชนท้องถิ่นในหมู่บ้านดานาที่อยู่ใจกลางเขตสงวน เที่ยวจอร์แดนแบบนี้ได้ทั้งประสบการณ์และได้ทำดีไปพร้อมกัน
เหมาะกับ: คนอยากพักใกล้เพตรา / สายธรรมชาติ / สายลุย
Petra EcoStay เป็นที่พักสไตล์อีโคลอดจ์ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านอุมม์ ซัยฮูน ห่างจากทางเข้าเมืองเพตราเพียงไม่กี่นาที ที่พักแห่งนี้ออกแบบให้กลมกลืนกับภูมิทัศน์หินทรายโดยรอบ มีวิวมองเห็นหุบเขาและหน้าผาหินสีชมพูได้จากระเบียงห้องพัก บรรยากาศเงียบสงบเหมาะกับคนที่อยากพักผ่อนจริงๆ หลังเดินเที่ยวเพตรามาทั้งวัน ที่พักบริหารโดยชาวท้องถิ่นและให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน รายได้ส่วนหนึ่งกลับสู่ชุมชน อาหารเช้าเป็นเมนูท้องถิ่นแบบโฮมเมดที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นก่อนออกเดินทาง

Jordan

Petra EcoStay



Wadi Musa
ดูราคา
เหมาะกับ: คนที่อยากพักริมเดดซี / ครอบครัว / คู่รัก
Dead Sea Marriott Resort & Spa คือหนึ่งในที่พักริมทะเลเดดซีที่ได้รับความนิยมสูงสุดในบรรดาสถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนฝั่งนี้ โรงแรมมีชายหาดส่วนตัวริมเดดซีให้นักท่องเที่ยวลงแช่น้ำและพอกโคลนได้ตลอดวัน มีสปาครบวงจรที่ใช้ผลิตภัณฑ์จากแร่ธาตุเดดซีโดยเฉพาะ รวมถึงสระว่ายน้ำหลายระดับที่มองเห็นวิวทะเลเดดซีได้แบบพาโนรามา ห้องพักกว้างขวางและตกแต่งครบครัน

Hashemite-kingdom-of-jordan

Dead Sea Marriott Resort & Spa

8.8/10
•





Liwa' ash Shunah al Janubiyah
THB 5,044.32
เหมาะกับ: สายหรู / คนที่อยากพักในตัวเมือง / สายคอนเทนต์
W Amman คือโรงแรมระดับลักชัวรีที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงอัมมาน การออกแบบภายในผสมผสานความร่วมสมัยเข้ากับกลิ่นอายวัฒนธรรมจอร์แดนได้อย่างลงตัว มีบาร์รูฟท็อปที่วิวเมืองอัมมานสวยที่สุดในย่านนี้ ร้านอาหารในโรงแรมเสิร์ฟทั้งอาหารท้องถิ่นและอินเตอร์เนชั่นแนลในระดับที่ไม่ทำให้ผิดหวัง ทำเลดีมากสำหรับคนที่อยากเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวจอร์แดนจุดต่างๆ รอบกรุงอัมมานอย่างภูเขาเนโบ มาดาบา และเจราช เที่ยวจอร์แดนแบบสบายและมีสไตล์ W Amman ตอบโจทย์ได้ครบ

Hashemite-kingdom-of-jordan

W Amman

9.2/10
•





Liwa' Wadi as Sir
ดูราคา
ที่เที่ยวใกล้เคียง




















