ถ้ามีที่เที่ยวสักแห่งที่ “แปลกที่สุดในโลก” และให้ประสบการณ์ไม่เหมือนทะเลทั่วไปเลยแม้แต่นิดเดียว ชื่อของ ทะเลเดดซี (Dead Sea) ต้องติดลิสต์แน่นอน เพราะที่นี่คือทะเลที่เราสามารถลอยตัวได้แบบไม่ต้องว่ายน้ำ แถมยังเต็มไปด้วยแร่ธาตุธรรมชาติที่กลายเป็นสปาชั้นดีจากธรรมชาติ
บทความนี้จะพาสายเที่ยวทุกคนไปรีวิวแบบครบๆ ตั้งแต่จุดไฮไลท์ของทะเลเดดซี วิธีการเดินทาง ฤดูกาลน่าเที่ยว กิจกรรมที่ห้ามพลาด ไปจนถึงที่พักแนะนำและเคล็ดลับการเตรียมตัวก่อนเดินทาง อ่านจบคือสามารถวางแผนเที่ยวทะเลเดดซีได้ทันที แถมยังสามารถจองตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่าน Traveloka ได้ง่ายๆ ครบจบในที่เดียว เที่ยวสะดวก วางแผนสบาย แล้วไปสัมผัสประสบการณ์ลอยตัวในทะเลเดดซีกันแบบฟินๆ ได้เลย!
จุดไฮไลท์ต่างๆ ของทะเลเดดซี (Dead Sea)
1. Ein Bokek Beach – Israel
ถ้าใครอยากมาเที่ยวทะเลเดดซีแบบครบเครื่องหรืออยากได้ฟีลพักผ่อนจริงๆ แนะนำให้มาที่หาดนี้เลย เพราะเป็นโซนที่ครบที่สุดของฝั่ง Israel ทั้งรีสอร์ตสวยๆ ร้านอาหาร คาเฟ่ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ คือมีทุกอย่างพร้อม ทำให้การมาเที่ยว Dead Sea ง่ายและสะดวกมาก
ไฮไลท์ของหาด Ein Bokek คือเราสามารถเดินจากที่พักลงทะเลได้เลย แล้วไปลองลอยตัวในทะเลเดดซีแบบชิลๆ ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องเบียดคนเยอะมากเหมือนบางจุด แถมวิวรอบๆ ยังเป็นภูเขาทะเลทรายที่ให้ฟีลแตกต่างจากทะเลทั่วไปแบบลิบลับ เป็นการผสมผสานระหว่างทะเล ทะเลทราย และการพักผ่อนในรีสอร์ต ที่หาไม่ได้จากที่ไหนแน่นอน
2. Masada National Park – Israel
อุทยาน Masada National Park คือแลนด์มาร์กใกล้ทะเลเดดซี ที่บอกเลยว่าควรค่าแก่การแวะมากๆ เพราะไม่ได้มีแค่วิวสวย แต่ยังมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้ทริปดูมีมิติขึ้นทันที ตัวอุทยานตั้งอยู่บนยอดเขาสูงกลางทะเลทราย การขึ้นไปต้องนั่งกระเช้าหรือเดินเท้า ยิ่งเพิ่มความรู้สึกพิเศษตั้งแต่เริ่มต้นการเดินทาง
พอขึ้นไปถึงด้านบน จะได้เห็นวิว Dead Sea แบบกว้างสุดสายตา ตัดกับภูเขาหินและผืนทะเลทรายโล่งๆ ให้ฟีลทั้งยิ่งใหญ่และสงบในเวลาเดียวกัน เป็นภาพที่มองแล้วรู้สึกว้าวแบบไม่ต้องพยายาม
นอกจากวิวแล้ว ที่นี่ยังเป็นโบราณสถานและป้อมปราการอายุกว่า 2,000 ปี และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของ UNESCO สร้างขึ้นในสมัยกษัตริย์เฮโรดมหาราชในช่วงศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล ก่อนจะกลายเป็นฐานหลบภัยของชาวยิวในช่วงสงครามกับโรมัน เรื่องราวการปิดล้อมและการต่อสู้ที่เกิดขึ้น ทำให้ อุทยาน Masada ไม่ใช่แค่สถานที่สวยๆ แต่ยังเต็มไปด้วยความหมาย
ใครที่ชอบเที่ยวแบบได้ทั้งวิวและเรื่องราวไปพร้อมกัน บอกเลยว่าจะยิ่งอินกับที่นี่ และทำให้การมาเที่ยวทะเลเดดซีไม่ได้มีแค่การลอยตัวในน้ำเท่านั้น แต่ยังได้สัมผัสประวัติศาสตร์ระดับโลกอีกด้วย
3. Amman Beach – Jordan
ถ้าฝั่งจอร์แดนต้องเลือกแค่ที่เดียวสำหรับมือใหม่ที่ลองท่องเที่ยวตะวันออกกลาง ที่นี่คือคำตอบแบบไม่ต้องคิดเยอะเลย เพราะเป็นจุดที่เข้าถึงง่ายที่สุดของทะเลเดดซี จอร์แดน มีครบทั้งห้องอาบน้ำ ล็อกเกอร์ ร้านอาหาร ไปจนถึงโซนลงเล่นน้ำที่จัดไว้อย่างเป็นระเบียบ
บรรยากาศที่นี่จะคึกคักกว่าจุดอื่นนิดหน่อย แต่ก็มีเสน่ห์ในตัวเองสุดๆ เพราะเราจะได้เห็นภาพคนจากทั่วโลกมาลองลอยตัวกลางทะเลกันแบบสนุกๆ บางคนนอนอ่านหนังสือ บางคนถ่ายรูปทำคอนเทนต์ บางคนโพสท่าฮาๆ เป็นบรรยากาศที่ดูผ่อนคลายและมีชีวิตชีวามาก
ที่สำคัญคือที่นี่เหมาะกับคนที่ยังไม่เคยลอง เพราะมีเจ้าหน้าที่ดูแล และมีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับลงน้ำ ทำให้สามารถโฟกัสกับการสนุกกับประสบการณ์ลอยตัวในทะเลเดดซีได้แบบเต็มที่ ไม่ต้องกังวลอะไรมาก
4. Salt Beach – Jordan
ถ้าอยากเห็นมุมที่แตกต่างของทะเลเดดซีแบบชัดๆ ต้องลองมาที่ Salt Beach เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องก้อนเกลือสีขาวที่เกาะตัวตามชายฝั่งเป็นรูปทรงธรรมชาติ บางมุมดูเหมือนหิมะ บางมุมคล้ายคริสตัล สร้างภาพที่แปลกตาแบบไม่เหมือนทะเลที่ไหน
พอรวมกับน้ำสีฟ้าเข้มของทะเลเดดซี และฉากหลังเป็นภูเขาทะเลทรายโล่งๆ ยิ่งทำให้บรรยากาศดูเหมือนอยู่คนละโลก เป็นโลเคชันที่สายถ่ายรูปต้องหลงรัก เพราะไม่ว่าจะยืนมุมไหนก็ได้ภาพที่ดูโดดเด่นและไม่ซ้ำใคร
นอกจากเรื่องความสวยแล้ว ที่นี่ยังเงียบและสงบกว่าหาดหลัก เหมาะกับคนที่อยากใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติแบบช้าๆ จะเดินเล่น นั่งมองวิว หรือแค่ปล่อยตัวให้ซึมซับความเป็นธรรมชาติแปลกตาของทะเลเดดซีแบบเต็มๆ ก็ฟินได้แบบไม่ต้องรีบเลย
ที่ตั้งและการเดินทางไปทะเลเดดซี (Dead Sea)
ทะเลเดดซี (Dead Sea) คือทะเลสาบน้ำเค็มขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ระหว่าง Jordan ทางฝั่งตะวันออก และ Israel ทางฝั่งตะวันตก ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ ความพิเศษของที่นี่คือไม่ได้เป็นแค่ทะเลธรรมดา แต่เป็นหนึ่งในแหล่งน้ำที่เค็มที่สุดในโลก ระดับความเค็มสูงมากจนแทบไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ จึงเป็นที่มาของชื่อ “Dead Sea” หรือทะเลที่ไม่มีชีวิตนั่นเอง
อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ทำให้หลายคนอยากมาเห็นกับตา คือที่นี่เป็นจุดที่ต่ำที่สุดบนพื้นผิวโลก ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 400 เมตร เลยทำให้ทะเลเดดซีกลายเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่นักเดินทางจากทั่วโลกอยากมาสัมผัสสักครั้ง
แม้ฟังดูเหมือนจะโหดๆ แต่จริงๆ แล้วอีกมุมหนึ่งของที่นี่กลับขึ้นชื่อเรื่องการบำบัดและความงามมากๆ เพราะทั้งโคลนและเกลือที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุธรรมชาติถูกนำมาใช้ทำสปาและดูแลผิวกันทั่วโลก เลยไม่แปลกที่หลายคนจะมองว่า การมาเที่ยวทะเลเดดซี ไม่ได้มีดีแค่ความแปลก แต่ยังเป็นทริปที่ได้ทั้งประสบการณ์ใหม่ๆ และการพักผ่อนไปพร้อมกันด้วย
วิธีการเดินทางไปเที่ยวทะเลเดดซี (Dead Sea)
บินจากไทยไปจอร์แดน หรือ อิสราเอล (เลือกได้ตามสะดวก) การเที่ยวทะเลเดดซี สามารถบินไปลงได้ทั้งฝั่ง Jordan และ Israel โดยหลักๆ จะลงที่เมือง Amman (จอร์แดน) หรือ Tel Aviv / Jerusalem (อิสราเอล) แล้วค่อยเดินทางต่อไปยังทะเลเดดซี ซึ่งใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง
แต่โดยทั่วไป นักท่องเที่ยวนิยมเลือกฝั่งจอร์แดนมากกว่า เพราะเดินทางง่ายกว่า และมีรีสอร์ตกับจุดลงเล่นน้ำที่รองรับนักท่องเที่ยวได้สะดวก เหมาะกับทั้งมือใหม่และคนที่อยากเที่ยวแบบสบายๆ วิธีการเดินในเมืองปลายทาง
เช่ารถขับเอง – สายเที่ยวชิลต้องเลิฟ ถ้าอยากได้ความอิสระแบบเต็มที่ การเช่ารถขับเองจากเมืองหลักลงไปทะเลเดดซีถือเป็นตัวเลือกที่ดีมาก เส้นทางค่อนข้างตรง ขับไม่ยาก และวิวระหว่างทางก็สวยเพลิน โดยเฉพาะฝั่งจอร์แดนที่เป็นภูเขาและทะเลทรายโล่งๆ เหมาะกับสาย Road Trip มาก
เหมารถ / Taxi – สะดวก ไม่ต้องกังวลเรื่องทาง อีกตัวเลือกที่ได้รับความนิยมคือการเหมารถหรือเรียก Taxi เหมาะกับคนที่ไม่อยากขับเอง หรือมาเป็นกลุ่ม เพราะสามารถหารค่าใช้จ่ายกันได้ และนั่งสบายๆ ไม่ต้องโฟกัสเส้นทาง
ซื้อ Day Tour – เที่ยวครบในวันเดียว สำหรับคนที่มีเวลาจำกัด การซื้อทัวร์แบบ One Day Trip ก็สะดวกมาก เพราะมักจะรวมทั้งการไปแช่น้ำเดดซี จุดชมวิว และแลนด์มาร์กใกล้ๆ ไว้ในโปรแกรมเดียว เที่ยวได้ครบแบบไม่ต้องวางแผนเอง
จุดเด่นของทะเลเดดซี (Dead Sea)
ทะเลที่ลอยตัวได้ หนึ่งในเสน่ห์ของทะเลเดดซี คือการที่สามารถนอนลอยบนผิวน้ำได้แบบสบายๆ โดยไม่ต้องว่ายน้ำเลย เพราะระดับความเค็มที่สูงมากทำให้ร่างกายลอยขึ้นโดยอัตโนมัติ เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่ลองครั้งเดียวก็จำไม่ลืม
น้ำเค็มเข้มข้นระดับโลก ความเค็มของที่นี่ไม่ได้แค่ “เค็ม” แต่เรียกได้ว่าเข้มข้นสุดๆ จนแตกต่างจากทะเลทั่วไปอย่างชัดเจน จนทำให้เกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติหลายอย่างที่หาที่อื่นไม่ได้
โคลนและเกลือแร่จากธรรมชาติที่ขึ้นชื่อเรื่องบำรุงผิว โคลนสีเข้มของที่นี่เต็มไปด้วยแร่ธาตุที่ถูกนำไปใช้ในวงการสปาและความงามทั่วโลก การได้ลองพอกโคลนจากแหล่งต้นกำเนิดจริงๆ ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ทั้งสนุกและได้ฟีลดูแลตัวเองไปพร้อมกัน
วิวทะเล + ทะเลทราย ที่ไม่เหมือนที่ไหน ภาพของผืนน้ำสีฟ้าตัดกับภูเขาหินและทะเลทรายโล่งๆ ทำให้บรรยากาศของ Dead Sea ดูแปลกตาและมีเอกลักษณ์ เป็นอีกหนึ่งโลเคชันที่สายถ่ายรูปต้องชอบ
จุดต่ำที่สุดบนพื้นโลก ด้วยระดับความสูงที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลมากกว่า 400 เมตร ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กระดับโลกที่มีความพิเศษทั้งในแง่ภูมิศาสตร์และการท่องเที่ยว
ธรรมชาติที่ทั้งแปลกและน่าค้นหา การที่แทบไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ในน้ำ ทำให้ทะเลเดดซีมีความลึกลับและแตกต่างจากทะเลทั่วไป เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่คนรักธรรมชาติอยากมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง
เที่ยวทะเลเดดซี (Dead Sea) เดือนไหนดี?
ใครกำลังวางแผนว่าเที่ยวทะเลเดดซี เดือนไหนดี บอกเลยว่าที่นี่เที่ยวได้เกือบทั้งปี แต่ละช่วงจะให้อารมณ์ต่างกันชัด ขึ้นอยู่กับว่าอยากได้ฟีลแบบไหน ลองเลือกตามสไตล์ที่ใช่ได้เลย
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม – พฤษภาคม) – อากาศดี เที่ยวสบายที่สุด ถือเป็นช่วงที่ลงตัวมากสำหรับการมาเที่ยวทะเลเดดซี อากาศไม่ร้อนเกินไป ฟ้าเปิด แดดกำลังดี เหมาะกับการลงไปลองลอยตัวในทะเลเดดซีหรือพอกโคลนแบบชิลๆ เดินเล่น ถ่ายรูปก็สบาย ไม่เหนื่อยง่าย ใครอยากได้ทริปแบบบาลานซ์ ทั้งเที่ยวและพักผ่อน ช่วงนี้ตอบโจทย์สุด
ฤดูร้อน (มิถุนายน – สิงหาคม) – แดดแรง เหมาะกับสายลุย ช่วงนี้อากาศจะร้อนจัดมาก อุณหภูมิอาจขึ้นไปถึง 40°C+ ได้เลย ใครไม่ชินอากาศร้อนอาจรู้สึกเหนื่อยง่ายหรือเป็นลมได้ อาจต้องเตรียมตัวและคอยระวังกันสักหน่อย แต่ข้อดีคือท้องฟ้าสวย น้ำทะเลสีเข้มชัด เหมาะกับสายถ่ายรูป ใครที่อยากมาเล่นน้ำ แนะนำให้ลงน้ำช่วงเช้าหรือเย็น จะสบายกว่ามาก
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน – พฤศจิกายน) – อากาศดี คนไม่เยอะ อีกหนึ่งช่วงที่น่าเที่ยวไม่แพ้ฤดูใบไม้ผลิ อากาศเริ่มเย็นลง เที่ยวได้สบาย ไม่ร้อนจัด และนักท่องเที่ยวน้อยลง บรรยากาศจะเงียบขึ้น เหมาะกับคนที่อยากมาแช่น้ำเดดซีแบบชิลๆ หรือพักผ่อนในรีสอร์ตแบบไม่วุ่นวาย
ฤดูหนาว (ธันวาคม – กุมภาพันธ์) – อากาศเย็น เที่ยวสบายแบบชิลๆ อากาศจะเย็นลง แต่ไม่หนาวจัดเท่าประเทศอื่นในโซนเดียวกัน ยังสามารถลงน้ำได้ในบางวัน เหมาะกับคนที่ไม่ชอบอากาศร้อน และอยากมาเก็บบรรยากาศเงียบๆ ของ Dead Sea แบบสโลว์ไลฟ์
กิจกรรมแนะนำในทะเลเดดซี (Dead Sea)
ลอยตัวในทะเลเดดซี – ประสบการณ์ที่ต้องลองสักครั้งในชีวิต มาเที่ยวทะเลเดดซีทั้งที สิ่งที่พลาดไม่ได้เลยคือการลอยตัวในทะเลเดดซีแบบไม่ต้องว่ายน้ำ แค่เอนตัวลงไป ร่างกายก็ลอยขึ้นเอง เป็นฟีลแปลกใหม่ที่ทั้งสนุกและผ่อนคลาย ยิ่งลองนอนอ่านหนังสือกลางน้ำแบบที่หลายคนฮิตกัน บอกเลยว่าได้รูปเก๋ๆ กลับไปแน่นอน
พอกโคลนเดดซี – สปาธรรมชาติแบบต้นตำรับ อีกหนึ่งกิจกรรมซิกเนเจอร์คือการพอกโคลนเดดซี ซึ่งอุดมไปด้วยแร่ธาตุธรรมชาติ ช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม หลายคนตั้งใจมาลองเพื่อสปาธรรมชาติแบบง่ายๆ ทาโคลนให้ทั่วตัว ทิ้งไว้สักพัก แล้วล้างออกในทะเล เป็นกิจกรรมที่ทั้งสนุกและได้ผิวดีไปพร้อมกัน
ถ่ายรูปสุดครีเอทีฟ – โลเคชันที่ไม่เหมือนทะเลที่ไหน ด้วยความที่ Dead Sea มีทั้งผืนน้ำสีฟ้าเข้ม ก้อนเกลือสีขาว และฉากหลังเป็นทะเลทราย ทำให้ที่นี่กลายเป็นสวรรค์ของสายถ่ายรูป ไม่ว่าจะเป็นภาพลอยตัว อ่านหนังสือ หรือโพสท่ากับเกลือ ก็ได้ฟีลแปลกตาและโดดเด่นแบบไม่ซ้ำใคร
พักผ่อนในรีสอร์ตริมทะเล – เติมเต็มวันชิลๆ โซนทะเลเดดซี จอร์แดนมีรีสอร์ตดีๆ อยู่เยอะมาก หลายแห่งมีชายหาดส่วนตัว สปา สระว่ายน้ำและห้องล้างตัวให้บริการ ใครอยากใช้เวลาพักผ่อนจริงๆ แนะนำให้เลือกพักติดทะเล แล้วใช้เวลาทั้งวันอยู่ในรีสอร์ต รับรองว่าฟินแบบไม่ต้องออกไปไหน
เดินเล่นริมชายฝั่ง – ซึมซับธรรมชาติแปลกของโลก แค่ได้เดินเล่นริมชายฝั่ง ดูก้อนเกลือที่เกาะตัวเป็นลวดลายธรรมชาติ และมองวิวทะเลเงียบๆ ก็เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์ที่ดีมาก เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสธรรมชาติแปลกตาของทะเลเดดซีแบบไม่ต้องทำอะไรเยอะ
แนะนำที่พักใกล้ทะเลเดดซี (Dead Sea)
Marriott Dead Sea Resort & Spa
Marriott Dead Sea Resort & Spa ที่พักยอดฮิตที่หลายคนเลือก เพราะบาลานซ์ได้ดีทั้งความสบายและบรรยากาศ ตัวรีสอร์ตตั้งอยู่ติดทะเล มีพื้นที่กว้างมาก เดินเล่นได้แบบไม่อึดอัด ไฮไลท์คือสระว่ายน้ำหลายโซนที่ออกแบบไล่ระดับลงไปหาทะเล มองวิวแล้วเพลินสุดๆ ห้องพักตกแต่งโทนอบอุ่น นอนสบาย เหมาะกับการพักผ่อนจริงๆ ตอนเช้าตื่นมาเดินลงหาด ไปลองแช่น้ำเดดซีหรือพอกโคลนแบบชิลๆ ได้เลย ส่วนช่วงเย็นแนะนำให้นั่งดูพระอาทิตย์ตกริมทะเล บรรยากาศโรแมนติกมาก เหมาะทั้งสายชิล คู่รัก หรือครอบครัวที่อยากพักแบบครบๆ
Kempinski Hotel Ishtar Dead Sea
ถ้าพูดถึงความอลังการของที่พักโซนนี้ ต้องยกให้ที่นี่เลย Kempinski Hotel Ishtar Dead Sea ดีไซน์ได้แรงบันดาลใจจาก “สวนลอยบาบิโลน” ทำให้ทั้งรีสอร์ตดูเหมือนเมืองโบราณผสมความหรูแบบลงตัว จุดเด่นคือสระว่ายน้ำหลายชั้นที่เรียงลดหลั่นลงไปจนถึงทะเล มองจากมุมสูงคือสวยมากทุกมุม และยังมีชายหาดส่วนตัวที่เงียบสงบ สามารถลงไปลอยตัวในทะเลเดดซีได้แบบไพรเวตสุดๆ ภายในห้องพักก็จัดเต็ม ทั้งวิวทะเล ระเบียงกว้าง และดีเทลที่ดูพรีเมียม เหมาะกับคนที่อยากให้ทริปนี้พิเศษขึ้นอีกระดับ ไม่ว่าจะมาเป็นคู่หรือมาฮันนีมูน บอกเลยว่าได้ฟีล “พักผ่อนจริงจัง” แบบลืมโลกไปเลย
Dead Sea Spa Hotel
Dead Sea Spa Hotel ใครอยากได้ที่พักติดทะเลในงบที่สบายกระเป๋า ที่นี่ถือว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มมาก เพราะได้โลเคชันดีไม่แพ้ที่อื่น มีชายหาดส่วนตัวให้ลงน้ำได้ และมีโซนสระว่ายน้ำกับสปาให้ใช้งานครบ บรรยากาศโดยรวมจะเรียบง่ายกว่าโรงแรมหรู แต่ยังให้ฟีลพักผ่อนแบบชิลๆ ห้องพักสะอาด นอนสบาย เหมาะกับสายเที่ยวที่อยากเอางบไปใช้กับกิจกรรมมากกว่า แต่ยังอยากได้ประสบการณ์เที่ยวทะเลเดดซีแบบครบๆ
เคล็ดลับการเที่ยวทะเลเดดซี (Dead Sea)
ระวังอย่าให้น้ำเข้าตาหรือปาก เพราะน้ำเค็มเดดซีนั้นมีความเข้มข้นมาก ถ้าเข้าตาจะรู้สึกแสบทันทีแบบไม่ทันตั้งตัว แนะนำให้เล่นน้ำแบบชิลๆ และหลีกเลี่ยงการเอามือที่เปื้อนน้ำไปจับหน้า
มีแผลหรือเพิ่งโกนขนมา ควรเลี่ยงก่อน ความเค็มระดับนี้บอกเลยว่าแสบจริง! ถ้ามีแผลเล็กๆ หรือเพิ่งโกนหนวด โกนขนมา อาจรู้สึกระคายเคืองได้ง่าย แนะนำให้รอให้ผิวปกติดีก่อนแล้วค่อยลงน้ำจะดีกว่า
แช่น้ำพอประมาณ ไม่ต้องนานก็ฟินได้ ถึงจะสนุกกับการลอยตัวในทะเลเดดซีแค่ไหน ก็ไม่ควรแช่น้ำนานเกินไป แนะนำประมาณ 10–20 นาทีต่อครั้ง ก็เพียงพอแล้ว ทั้งปลอดภัยและสบายผิวมากกว่า
แดดแรงกว่าที่คิด อย่าลืมกันแดด โซนนี้แดดค่อนข้างแรง โดยเฉพาะช่วงกลางวัน แนะนำให้พกแว่นกันแดด ทาครีมกันแดด และดื่มน้ำให้เพียงพอ จะช่วยให้เที่ยวได้สบายขึ้นเยอะ
ใส่รองเท้าแตะ เดินสบายกว่า บางจุดของชายฝั่งมีเกลือจับตัวเป็นก้อน อาจแข็งหรือแหลมเล็กน้อย การใส่รองเท้าแตะหรือรองเท้าลุยน้ำจะช่วยให้เดินได้สะดวกและปลอดภัยขึ้น
เลือกช่วงเช้าหรือเย็น อากาศกำลังดี ถ้าอยากเล่นน้ำแบบไม่ร้อนเกินไป แนะนำให้ลงช่วงเช้าหรือเย็น แสงจะสวยด้วย เหมาะทั้งกับการพักผ่อนและถ่ายรูปไปพร้อมกัน
ขึ้นจากน้ำแล้วอย่าลืมล้างตัวทันที หลังจากแช่น้ำเดดซีควรอาบน้ำจืดทันที เพื่อล้างเกลือออกจากผิว จะช่วยลดความแห้งและทำให้รู้สึกสบายตัวมากขึ้น
เลือกพักติดทะเล จะฟินกว่าเยอะ ถ้าอยากได้ประสบการณ์เต็มๆ แนะนำเลือกที่พักติดทะเลเดดซีไปเลย จะได้ลงเล่นน้ำ พอกโคลน หรือกลับมาพักได้ตลอดแบบไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง
สรุปง่ายๆ แค่เตรียมตัวดีนิดเดียว ทริปเที่ยวทะเลเดดซี ก็จะทั้งสนุกและสบายขึ้นอีกเยอะ ใครยังไม่เคย บอกเลยว่าควรลองไปสักครั้ง เพราะที่นี่ให้ฟีลพักผ่อนแบบแปลกใหม่ ไม่เหมือนทะเลที่ไหนจริงๆ