[รีวิว] Fort Canning Park สิงคโปร์ พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

รีวิว Fort Canning Park สวนสวยใจกลางสิงคโปร์ รวมจุดถ่ายรูป พิกัดไฮไลท์ วิธีเดินทาง เวลาเปิด ค่าเข้า กิจกรรม และที่พักใกล้สวน
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 7 นาที

ใครมีแพลนเที่ยวสิงคโปร์ แล้วอยากพักจากตึกสูง ห้าง และความคึกคักของเมืองสักครึ่งวัน ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเดินเล่นรับความเขียวชอุ่มที่ Fort Canning Park กันดู ที่นี่เป็นสวนสาธารณะใจกลางเมืองที่เดินทางง่าย แต่บรรยากาศกลับร่มรื่นและชิลกว่าที่คิด แถมไม่ได้มีดีแค่ต้นไม้เยอะ ๆ เพราะภายในยังซ่อนทั้งสวนสวย มุมถ่ายรูปสุดฮิต แกลเลอรี และสถานที่ทางประวัติศาสตร์ให้ค่อย ๆ เดินสำรวจไปพร้อมกัน

หลายคนน่าจะคุ้นหน้าคุ้นตา สวน Fort Canning จากอุโมงค์ต้นไม้ หรือ Tree Tunnel มุมถ่ายรูปวงกลมที่มองขึ้นไปเห็นต้นไม้สีเขียวด้านบน ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปสิงคโปร์ยอดฮิตไปแล้ว แต่จริง ๆ ด้านในยังมีอะไรให้เที่ยวอีกเพียบ ทั้ง Sang Nila Utama Garden, Fort Canning Heritage Gallery และ Battlebox เรียกว่ามาสวนเดียวได้ทั้งเดินเล่น ถ่ายรูปสวย ๆ และทำความรู้จักประวัติศาสตร์สิงคโปร์ในอีกมุมแบบไม่น่าเบื่อเลย

ใครกำลังวางแผนเที่ยว Fort Canning Park ด้วยตัวเอง บทความนี้ Traveloka จะพาไปเก็บครบทั้งจุดไฮไลท์ วิธีเดินทาง กิจกรรมน่าลอง ไปจนถึงที่พักใกล้สวน จะจัดเป็นทริปครึ่งวัน หรือเที่ยวเสร็จแล้วไปต่อ Clarke Quay, Dhoby Ghaut และ Orchard Road ก็สะดวกสุด ๆ ส่วนใครพร้อมจัดทริปแล้วก็สามารถจองตั๋วเครื่องบินไปสิงคโปร์และที่พักผ่าน Traveloka ได้ครบในที่เดียว ช่วยให้เตรียมทริปง่ายขึ้น แล้วเหลือเวลาไปโฟกัสกับแพลนเที่ยวสนุก ๆ ได้เต็มที่เลย!

จองตั๋วเครื่องบินไปสิงคโปร์

Wed, 28 Oct 2026

Scoot

กรุงเทพ (BKK) ไป สิงคโปร์ (SIN)

เริ่มจาก THB 2,184.32

Thu, 29 Oct 2026

ไทย ไลอ้อน แอร์

กรุงเทพ (DMK) ไป สิงคโปร์ (SIN)

เริ่มจาก THB 2,654.90

Thu, 22 Oct 2026

Scoot

กัวลาลัมเปอร์ (KUL) ไป สิงคโปร์ (SIN)

เริ่มจาก THB 759.55

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยว Fort Canning Parkใน 1 นาที

เสน่ห์สวนสาธารณะใจกลางเมือง: พื้นที่สีเขียวร่มรื่นทางประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์ โดดเด่นด้วยการผสมผสานธรรมชาติต้นไม้ใหญ่ สวนสวยหลากหลายสไตล์ และร่องรอยประวัติศาสตร์นับร้อยปีเอาไว้ได้อย่างลงตัว
จุดท่องเที่ยวห้ามพลาด: ถ่ายรูปมุมบันไดวนยอดฮิต Fort Canning Tree Tunnel, เดินชมประตูสไตล์ชวา Sang Nila Utama Garden, พักตากแอร์เรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่ Fort Canning Heritage Gallery, สำรวจบังเกอร์ใต้ดินจริงจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ Battlebox และพักผ่อนหย่อนใจที่ Raffles Garden
กิจกรรมยอดฮิต: เดินเก็บมุมถ่ายรูปสุดไวรัล, เดินเที่ยวตามเส้นทางประวัติศาสตร์ Ancient History Trail, ชมนิทรรศการโบราณวัตถุ, เดินชมต้นไม้ใหญ่รอบสวน และนั่งปิกนิกพักผ่อนชิล ๆ บนสนามหญ้า
การเดินทางสะดวก: ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดินทางด้วย MRT ได้หลายสถานีรอบสวน (แนะนำ Dhoby Ghaut Exit B สำหรับคนจะไป Tree Tunnel) และยังสามารถเดินเชื่อมต่อไปเที่ยวย่าน Clarke Quay, Dhoby Ghaut หรือ Orchard Road ต่อได้ทันที
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: เที่ยวได้ตลอดปี แนะนำช่วง ก.พ.–มี.ค. และ มิ.ย.–ก.ย. เพราะฝนน้อย เดินสบาย และควรมาช่วงเช้าตรู่เพื่อหลีกเลี่ยงแดดร้อนและคนรอต่อคิวถ่ายรูป
ระยะเวลาที่แนะนำ: ใช้เวลาประมาณ 1.5–2 ชั่วโมงสำหรับเก็บไฮไลท์ถ่ายรูป หรือจัดเป็นทริปครึ่งวันหากต้องการเข้าชมพิพิธภัณฑ์และบังเกอร์ใต้ดินแบบเจาะลึก

ประวัติ Fort Canning Park

สวนฟอร์ตแคนนิง หรือ Fort Canning Park มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ช่วงสิงคโปร์เริ่มก่อตั้ง โดยในอดีตเป็นที่ตั้งของวังในยุคกษัตริย์มาเลย์ จากนั้นเมื่ออังกฤษเข้ามาในดินแดนนี้ Fort Canning Park ก็กลายเป็นศูนย์บริหารการปกครองภายใต้การนำของเซอร์สแตมฟอร์ด รัฟเฟิลส์ (Stamford Raffles) หลังจากนั้นเมื่อสิงคโปร์เป็นเอกราช แยกจากอังกฤษ ที่นี่จึงกลายมาเป็นสวนสาธารณะจนถึงปัจจุบัน

จุดไฮไลท์ต่างๆ ของ Fort Canning Park

1. Fort Canning Tree Tunnel อุโมงค์ต้นไม้ มุมถ่ายรูปที่ใครมาก็ต้องแวะ

Fort Canning Tree Tunnel

มา Fort Canning Park แล้วไม่ถ่ายรูปตรงนี้เหมือนยังมาไม่ถึง! Fort Canning Tree Tunnel คือมุมยอดฮิตที่หลายคนน่าจะเคยเห็นผ่าน Instagram หรือ TikTok จุดเด่นคือบันไดวนที่โอบรอบช่องเปิดทรงกลม พอมองจากด้านล่างขึ้นไปจะเห็นต้นไม้ใหญ่สีเขียวตัดกับท้องฟ้าพอดี กลายเป็นเฟรมธรรมชาติที่ถ่ายยังไงก็สวย ถ้าอยากได้รูปแบบไม่ต้องรอคิวนาน แนะนำให้มาเช้าหน่อย เพราะช่วงสายเป็นต้นไปคนจะเริ่มเยอะแล้ว 

เวลาเปิด: 24 ชั่วโมง

ค่าเข้า: ฟรี

2. Sang Nila Utama Garden สวนสวยที่ให้ฟีลเหมือนหลุดไปอีกยุค

ถ่าย Tree Tunnel เสร็จแล้ว อย่าเพิ่งรีบกลับ เพราะด้านบนยังมี Sang Nila Utama Garden อีกหนึ่งมุมที่ถ่ายรูปสวยไม่แพ้กัน สวนแห่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากสวนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยุคศตวรรษที่ 14 เลยให้บรรยากาศแตกต่างจากภาพสิงคโปร์สมัยใหม่ที่เราคุ้นเคยแบบชัดเจน

ไฮไลท์ที่สายถ่ายรูปน่าจะชอบคือประตูสไตล์ชวาที่เรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ยืนตรงกลางแล้วถ่ายออกมาสวยมากกก นอกจากนี้ยังมีสระน้ำ ต้นไม้ และทางเดินเล็ก ๆ ให้เดินเล่นแบบเพลิน ๆ ใครกำลังตามหาจุดถ่ายรูป สวย ๆ ใน Fort Canning Park นอกจาก Tree Tunnel แนะนำให้เก็บมุมนี้เพิ่มเข้าไปในลิสต์เลย!

เวลาเปิด: 24 ชั่วโมง

ค่าเข้า: ฟรี

3. Fort Canning Heritage Gallery รู้จัก Fort Canning ให้มากกว่าแค่สวนสวย

Fort Canning Heritage Gallery

Credit: nparks.gov.sg

ถ้าเดินจนเริ่มร้อน ลองแวะเข้า Fort Canning Heritage Gallery ที่อยู่บริเวณ Fort Canning Centre กันได้เลย นอกจากจะได้พักในห้องแอร์แล้ว ยังได้รู้จักเรื่องราวของพื้นที่แห่งนี้มากขึ้นด้วย เพราะ Fort Canning Hill มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของสิงคโปร์มายาวนานกว่า 700 ปี

ด้านในมีทั้งโบราณวัตถุที่ขุดพบในพื้นที่ สื่อ Interactuve และนิทรรศการที่เล่าเรื่องตั้งแต่สิงคโปร์ในอดีตมาจนถึงยุคปัจจุบัน ใครอยากรู้จักประวัติ Fort Canning Park แต่ไม่อยากอ่านข้อมูลยาว ๆ ก่อนมาเที่ยว ที่นี่ช่วยเล่าเรื่องให้เข้าใจง่ายขึ้นเยอะ แถมเข้าฟรีอีกต่างหาก

เวลาเปิด: 10:00–18:00 น. (รอบเข้าชมสุดท้ายคือ 17:30 น.) / วันและเวลาเปิด-ปิดอาจปรับเปลี่ยนตามวันหยุดนักขัตฤกษ์ แนะนำเช้กข้อมูลล่วงหน้าก่อนเดินทาง

ค่าเข้า: ฟรี

4. Battlebox ลงไปสำรวจบังเกอร์ใต้ดินจากสงครามโลกครั้งที่ 2

Battlebox

Credit: battlebox.sg

จากสวนเขียว ๆ บนดิน ลองเปลี่ยนอารมณ์ลงไปสำรวจโลกใต้ดินกันบ้างที่ Battlebox อดีตศูนย์บัญชาการทางทหารของอังกฤษในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเป็นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์สำคัญก่อนการยอมจำนนต่อกองทัพญี่ปุ่นในปี 1942

เสน่ห์ของที่นี่คือเราได้เดินเข้าไปในบังเกอร์จริง ๆ ทั้งทางเดิน ห้องต่าง ๆ และพื้นที่บัญชาการ ทำให้เรื่องราวประวัติศาสตร์ที่เคยอ่านในหนังสือดูจับต้องได้ขึ้นมา ใครเป็นสายประวัติศาสตร์หรืออยากเพิ่มกิจกรรมที่แตกต่างจากการถ่ายรูปและเดินสวน แนะนำให้เผื่อเวลาให้ Battlebox ประมาณ 1 ชั่วโมงเลยจ้า 

เวลาเปิด:  10:00–18:00 น. พุธ–วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์และอังคาร) / รอบสุดท้าย 17:00 น.

ค่าเข้า: มีทั้ง Basic Experience ที่เข้าฟรี (จำกัดจำนวนต่อรอบ) และ Enhanced Experience พร้อมทัวร์และสื่อต่าง ๆ ราคาประมาณ $15-$20

5. Raffles Garden มุมสีเขียวสำหรับเดินเล่นและพักขา

Raffles Garden

หลังเดินเที่ยวมาหลายจุด ลองปิดท้ายแบบชิล ๆ ที่ Raffles Garden สวนบริเวณใกล้ Raffles House ที่เชื่อมโยงกับเรื่องราวของ Sir Stamford Raffles ในอดีต บรรยากาศแถวนี้ค่อนข้างสงบ มีทั้งสนามหญ้า ต้นไม้ใหญ่ และพื้นที่ให้หยุดพักระหว่างเดินเที่ยว

จุดนี้อาจไม่ได้มีมุมไวรัลเหมือน Tree Tunnel แต่กลับเป็นอีกโซนที่ทำให้รู้สึกถึงเสน่ห์ของสวนสาธารณะสิงคโปร์ได้ดีมาก โดยเฉพาะช่วงเย็นที่แดดเริ่มอ่อนลง จะมาเดินเล่น นั่งพัก หรือถ่ายรูปบรรยากาศเขียว ๆ ก็เพลินไปหมด 

เวลาเปิด: 24 ชั่วโมง

ค่าเข้า: ฟรี

ที่ตั้งและการเดินทางไป Fort Canning Park

ข้อดีมาก ๆ ของ Fort Canning Singapore คือทำเลที่อยู่ใจกลางเมือง ใกล้ทั้ง Dhoby Ghaut, Clarke Quay, Orchard Road และย่าน Civic District เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะพักอยู่โซนไหนของตัวเมืองก็เดินทางมาไม่ยาก แถมเที่ยวสวนเสร็จแล้วยังต่อแพลนไปกิน ช้อป หรือเที่ยวที่อื่นได้ทันที

สำหรับใครกำลังหาว่า Fort Canning Park ไปยังไง วิธีเดินทางไปแบบง่ายที่สุด แนะนำ MRT เพราะมีหลายสถานีอยู่รอบสวนเลย 

Dhoby Ghaut MRT (Exit B): ตัวเลือกที่แนะนำที่สุดถ้าตั้งใจมา Tree Tunnel เพราะเดินจากทางออกนี้เข้าอุโมงค์ต้นไม้ได้ใกล้และสะดวกที่สุด ไม่ต้องเดินขึ้นเนินสูง
Fort Canning MRT (Exit B): เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเริ่มเที่ยวจาก Jubilee Park, สไลเดอร์เด็ก, Battlebox หรือขึ้นไปยัง Fort Canning Centre
Clarke Quay MRT (Exit E): เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวสวนฝั่งทิศใต้ แล้วลงไปหาอะไรกินหรือเดินเล่นริมแม่น้ำต่อช่วงเย็น
Bras Basah MRT (Exit D/E): อีกทางเลือกที่สะดวกถ้ามาจากโซนพิพิธภัณฑ์และย่านศิลปะ (เช่น National Museum of Singapore)
City Hall MRT (Exit B): เดินไกลขึ้นเล็กน้อย แต่เหมาะมากถ้าจัด Fort Canning รวมกับ Civic District ในวันเดียวกัน

ถ้าจุดหมายหลักคือ อุโมงค์ต้นไม้ Fort Canning Park แนะนำเริ่มจาก Dhoby Ghaut MRT (Exit B) แล้วเก็บ Tree Tunnel เป็นจุดแรก จากนั้นค่อยเดินขึ้นไปด้านบนเพื่อเที่ยว Sang Nila Utama Garden, Fort Canning Centre และจุดอื่น ๆ ต่อ เส้นทางจะไหลกว่าและไม่ต้องเดินย้อนกลับไปมาเยอะ

จุดเด่นของ Fort Canning Park 

Fort Canning Park
สวนเดียวเที่ยวได้หลายฟีล: ตอนแรกอาจตั้งใจมาแค่ถ่าย Tree Tunnel แต่เดินไปเรื่อย ๆ จะเจอทั้งสวนสวยหลากสไตล์ จุดประวัติศาสตร์ แกลเลอรี และบังเกอร์ใต้ดิน ทำให้เที่ยวได้สนุกกว่าสวนทั่วไปเยอะ
มีเรื่องราวซ่อนอยู่แทบทุกมุม: Fort Canning Park มีประวัติย้อนกลับไปหลายร้อยปี ตั้งแต่ยุคอาณาจักรมลายูจนถึงยุคอาณานิคมและสงครามโลก ทำให้แต่ละจุดไม่ได้มีแค่ความสวย แต่ยังมีเรื่องราวให้ตามต่อด้วย
มุมถ่ายรูปเยอะมาก: นอกจาก Tree Tunnel ยังมี Sang Nila Utama Garden รวมถึงสวนและอาคารเก่าอีกหลายมุม ใครเป็นสายคอนเทนต์น่าจะใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้นานแบบไม่รู้ตัว
เที่ยวฟรีได้แบบคุ้ม ๆ: ตัวสวนและจุดสำคัญหลายแห่งเข้าฟรี เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเพิ่มที่เที่ยวสิงคโปร์แบบไม่ต้องเพิ่มงบเยอะ
โลเคชันดี เที่ยวต่อสะดวก: เดินออกจากสวนแล้วไป Clarke Quay, Dhoby Ghaut หรือ Orchard Road ต่อได้ง่าย จัดแพลนเที่ยวครึ่งวันก็ไม่รู้สึกว่าเสียเวลาเดินทาง

เที่ยว Fort Canning Park เดือนไหนดี?

ถ้าอยากเดินเที่ยว Fort Canning Park แบบสบาย ๆ ช่วงกุมภาพันธ์–มีนาคม และมิถุนายน–กันยายนถือว่าน่าเที่ยวที่สุด เพราะโดยทั่วไปมีฝนน้อยกว่าช่วงปลายปี เหมาะกับการเดินสวนและถ่ายรูปกลางแจ้ง แต่ด้วยความที่สิงคโปร์เป็นเมืองเขตร้อน อากาศจะค่อนข้างร้อนชื้นตลอดปี และฝนสามารถตกได้ทุกเมื่อ เพราะฉะนั้นร่มพับยังเป็นไอเทมที่ควรมีติดกระเป๋าไว้เสมอ

กุมภาพันธ์–มีนาคม: เป็นช่วงที่เหมาะกับการเดินสวนมาก อากาศโดยทั่วไปอยู่ราว 25–32°C และฝนน้อยกว่าหลายช่วงของปี ถ้าอยากเดินถ่ายรูปยาว ๆ แบบไม่ต้องคอยหลบฝนบ่อย ช่วงนี้ค่อนข้างลงตัว
เมษายน–พฤษภาคม: อากาศจะร้อนและชื้นขึ้น ถ้ามาช่วงนี้แนะนำเที่ยวตั้งแต่เช้า อย่ารอจนเที่ยง เพราะเดินขึ้นเนินกลางแดดแล้วมีเหนื่อยแน่นอน
มิถุนายน–กันยายน: ยังเป็นช่วงที่เที่ยวกลางแจ้งได้ดี แต่แดดค่อนข้างแรงเหมือนเดิม มาเช้าหรือหลังบ่ายแก่ ๆ จะเดินสบายกว่า และแสงถ่ายรูปก็นุ่มกว่าช่วงกลางวัน
ตุลาคม–มกราคม: เที่ยวได้เหมือนกัน แต่มีโอกาสเจอฝนมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงปลายปี ถ้ามาช่วงนี้แนะนำเช็กพยากรณ์อากาศก่อนออกจากโรงแรม และเตรียมแผนเที่ยวในร่มสำรองไว้ด้วย

กิจกรรมแนะนำใน Fort Canning Park 

ถ่ายรูปที่ Fort Canning Tree Tunnel: มาถึงแล้วต้องมีรูปกลับไปสักรูป โดยเฉพาะช่วงเช้าที่แสงสวยและคนยังไม่แน่นมาก
เดินตามเส้นทางประวัติศาสตร์: ถ้าอยากเที่ยว Fort Canning Park ด้วยตัวเอง แบบได้รู้เรื่องราวของสถานที่ไปด้วย ลองเดินตาม Ancient History Trail ซึ่งจะพาผ่านจุดสำคัญต่าง ๆ ภายในสวน
เดินเล่นตามสวนประวัติศาสตร์: นอกจาก Sang Nila Utama Garden ยังมี Spice Garden, Raffles Garden และสวนอื่น ๆ ให้ค่อย ๆ เดินเก็บไปเรื่อย ๆ แต่ละโซนให้บรรยากาศต่างกันอีกด้วย
แวะ Fort Canning Heritage Gallery: เหมาะมากช่วงกลางวันที่อากาศเริ่มร้อน เข้าไปพักในห้องแอร์พร้อมเรียนรู้ประวัติศาสตร์สิงคโปร์ไปในตัว แถมไม่เสียค่าเข้า
สำรวจ Battlebox: ใครชอบประวัติศาสตร์สงครามควรลองสักครั้ง เพราะได้เดินอยู่ภายในบังเกอร์จริง ๆ ให้ความรู้สึกต่างจากการดูนิทรรศการในพิพิธภัณฑ์ทั่วไป
เดินดูต้นไม้ใหญ่รอบสวน: ที่นี่มีเส้นทาง Trees of the Fort Trail สำหรับคนที่อยากเดินช้า ๆ ดูต้นไม้และธรรมชาติแบบจริงจังขึ้นอีกนิด
ปิกนิกหรือนั่งพักบนสนามหญ้า: ไม่จำเป็นต้องเดินเก็บทุกจุดก็ได้ ซื้อเครื่องดื่มหรือของกินง่าย ๆ มานั่งพักใต้ต้นไม้ก็เป็นอีกวิธีเที่ยว Fort Canning ที่ชิลมาก

แนะนำที่พักใกล้ Fort Canning Park

ถ้าอยากเที่ยว Fort Canning Park แล้วต่อแลนด์มาร์กใจกลางสิงคโปร์ได้ง่าย แนะนำเลือกพักแถว City Hall, Bencoolen หรือ Fort Canning เพราะเดินทางต่อทั้ง Clarke Quay, Orchard Road และ Marina Bay ได้สะดวกมาก

lyf Funan Singapore

lyf Funan Singapore
lyf Funan Singapore
lyf Funan Singapore
lyf Funan Singapore

+2

lyf Funan Singapore

ถ้าชอบโรงแรมสไตล์ทันสมัย บรรยากาศสนุก ๆ และเน้นโลเคชันเดินทางง่าย lyf Funan Singapore เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ตัวที่พักอยู่ภายใน Funan บน Hill Street เรียกว่าลงมาด้านล่างก็มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และแหล่งช้อปปิ้งพร้อม ไม่ต้องออกไปไหนไกลก็หาของกินง่าย บรรยากาศของที่นี่จะออกแนว Social Living มีพื้นที่ส่วนกลางให้ใช้งาน เหมาะกับทั้งคู่รัก กลุ่มเพื่อน และสายเที่ยวที่ชอบโรงแรมดีไซน์ไม่เป็นทางการจนเกินไป ที่สำคัญยังอยู่ใกล้ทั้ง Fort Canning, City Hall และ Civic District เที่ยวสวนเสร็จแล้วจะไป National Gallery หรือ Clarke Quay ต่อก็สะดวก

Singapore

lyf Funan Singapore

8.9/10

•

มารินาเบย์

THB 4,878.43

The Capitol Kempinski Hotel Singapore

The Capitol Kempinski Hotel Singapore
The Capitol Kempinski Hotel Singapore
The Capitol Kempinski Hotel Singapore
The Capitol Kempinski Hotel Singapore

+2

The Capitol Kempinski Hotel Singapore

ถ้าอยากพักผ่อนแบบพรีเมียมในทริปนี้ The Capitol Kempinski Hotel Singapore คือโรงแรมสายลักซ์ชูที่ทำเลดีมาก ตัวโรงแรมอยู่ในย่าน Civic District และโดดเด่นตั้งแต่ตัวอาคาร Heritage ที่นำมาปรับให้เข้ากับความหรูแบบร่วมสมัย บรรยากาศเลยมีความคลาสสิก แต่ไม่ได้ดูเก่าหรือทางการจนเกินไป หลังจากเดินสวนฟอร์ตแคนนิงมาทั้งวัน กลับมาพักที่นี่ก็มีทั้งสปา สระน้ำ และห้องพักบรรยากาศสบาย ๆ ให้พักเต็มที่ อีกข้อดีคือเดินทางไป City Hall MRT ได้สะดวก เหมาะกับคนที่อยากได้โรงแรมดี ๆ แต่ยังเน้นออกเที่ยวเมืองเป็นหลัก

Singapore

The Capitol Kempinski Singapore

9.1/10

•

มารินาเบย์

THB 11,312.60

Hotel Mi Bencoolen

Hotel Mi Bencoolen
Hotel Mi Bencoolen
Hotel Mi Bencoolen
Hotel Mi Bencoolen

+2

Hotel Mi Bencoolen

ส่วนใครเน้นเที่ยวหนักและอยากคุมงบ Hotel Mi Bencoolen เป็นตัวเลือกที่ค่อนข้างตอบโจทย์ เพราะอยู่ใกล้ Bencoolen MRT เดินทางไปทั้ง Fort Canning, Dhoby Ghaut, Bugis และ City Hall ได้ง่าย ไม่ต้องเสียเวลาต่อรถหลายรอบ ห้องพักจะเน้นความเรียบง่าย เหมาะกับคนที่เช้าออกไปเที่ยว เย็นค่อยกลับมานอน มากกว่าการใช้เวลาชิลอยู่โรงแรมทั้งวัน รอบ ๆ ยังมีร้านอาหารและคาเฟ่ให้เลือกเยอะ ถือเป็นที่พักสิงคโปร์ที่บาลานซ์ทั้งเรื่องทำเลและงบได้ดีเลย

Singapore

Hotel Mi Bencoolen

8.5/10

•

เบนคูเลนสตรีต

THB 4,004.68

เคล็ดลับการเที่ยว Fort Canning Park

มา Tree Tunnel เช้า ๆ ดีที่สุด: ทั้งอากาศสบาย แสงสวย และคนยังไม่เยอะมาก ถ้าอยากถ่ายรูปแบบไม่ต้องรอคิวนานยิ่งควรมาเช้า
ใส่รองเท้าที่เดินสบาย: ชื่อว่าสวนก็จริง แต่ที่นี่อยู่บนเนิน มีทั้งบันไดและทางลาด เดินจริงเยอะกว่าที่คิด รองเท้าดี ๆ ช่วยชีวิตได้มาก
อย่าอัดโปรแกรมแน่นเกินไป: ถ้าอยากเก็บแค่ไฮไลท์ 1.5–2 ชั่วโมงก็พอ แต่ถ้าชอบประวัติศาสตร์และจะเข้า Battlebox ด้วย เผื่อครึ่งวันไปเลยเที่ยวสบายกว่า
พกร่ม น้ำ และครีมกันแดด: อากาศสิงคโปร์เปลี่ยนไวมาก เดี๋ยวแดด เดี๋ยวฝน เตรียมสามอย่างนี้ไว้แล้วเดินเที่ยวได้สบายใจกว่า
เช็กเวลาเปิดสถานที่ด้านในก่อนมา: แม้สวนเปิด 24 ชั่วโมง แต่ Heritage Gallery และ Battlebox มีเวลาเปิด-ปิดแยกกัน ถ้าวางแผนจะเข้าควรเช็กให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง
Battlebox ควรจองล่วงหน้า: โดยเฉพาะ Basic Experience ที่เข้าฟรีแต่รับจำนวนจำกัด จองไว้ก่อนจะได้ไม่ต้องมาลุ้นหน้างาน
เที่ยวต่อ Clarke Quay ได้พอดี: สูตรที่จัดง่ายมากคือมา Fort Canning ช่วงบ่าย แล้วค่อยเดินลงไป Clarke Quay ช่วงเย็น หาอะไรกิน เดินเล่นริมแม่น้ำ แล้วรอดูบรรยากาศเมืองตอนกลางคืนต่อได้เลย

โดยรวมแล้ว Fort Canning Park เป็นพิกัดที่เหมาะมากสำหรับวันที่อยากเที่ยวสิงคโปร์แบบไม่ต้องรีบ เพราะในสวนเดียวมีครบทั้งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และมุมถ่ายรูป ตั้งแต่ Fort Canning Tree Tunnel ที่ฮิตสุด ๆ ไปจนถึงสวนเงียบ ๆ และ Battlebox ที่พาเราไปรู้จักอีกด้านของสิงคโปร์ ที่สำคัญเดินทางง่ายและตัวสวนเข้าฟรีอีกด้วย ใครกำลังจัดลิสต์ที่เที่ยวสิงคโปร์อยู่ ลองเผื่อเวลาให้ที่นี่สักครึ่งวัน รับรองว่าได้ทั้งรูปสวยและบรรยากาศคนละฟีลกับย่านเมืองใหญ่แน่นอน

อ่านต่อบทความเที่ยวสิงคโปร์อื่น ๆ:

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยว Fort Canning Park

Q: ไปเที่ยว Fort Canning Park ต้องแต่งตัวยังไง?

A: แนะนำให้แต่งชุดระบายอากาศได้ดี เหมาะกับอากาศร้อนชื้น และควรสวมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่เดินสบาย เพราะภายในสวนมีทั้งทางลาด ชานบันได และต้องเดินขึ้นเนินหลายจุด

Q: เดินทางจากสนามบินชางงี (Changi Airport) ไปยังไง?

A: สามารถนั่งรถไฟฟ้า MRT จากสนามบิน โดยนั่งสายสีเขียว (East West Line) มาเปลี่ยนขบวน แล้วลงที่สถานี Dhoby Ghaut (Exit B) ซึ่งเป็นทางออกที่ใกล้จุดถ่ายรูป Tree Tunnel มากที่สุด

Q: มีค่าเข้าชมไหม และค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไหร่?

A: ตัวสวนสาธารณะ, Tree Tunnel, สวนต่างๆ และ Heritage Gallery เข้าชมฟรีทั้งหมด มีเพียงโซนบังเกอร์ใต้ดิน Battlebox เท่านั้นที่มีค่าเข้าชมเพิ่มเติม (ประมาณ $15–$20 สำหรับทัวร์แบบ Enhanced)

Q: เที่ยว Fort Canning Park ช่วงไหนของปีและช่วงเวลาไหนของวันดีที่สุด?

A: ช่วงเดือนกุมภาพันธ์–มีนาคม และมิถุนายน–กันยายน ฝนจะน้อยที่สุด ส่วนช่วงเวลาที่แนะนำคือช่วงเช้าตรู่ (ก่อน 09:00 น.) เพื่อหลบแดดและไม่ต้องต่อคิวยาวถ่ายรูป Tree Tunnel

Q: มีที่จอดรถสำหรับนักท่องเที่ยวไหม?

A: บริเวณรอบๆ Fort Canning Park มีจุดจอดรถยนต์บริการหลายแห่ง (เช่น บริเวณใกล้ Fort Canning Centre, Cox Terrace และ Canning Rise) แต่มีค่าบริการ แนะนำให้เดินทางด้วย MRT จะสะดวกที่สุด

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ สิงคโปร์

สิงคโปร์

Singapore

ชางงี

Singapore

บูกิส

Singapore

ออร์ชาร์ด

Singapore
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร