[รีวิว] หอเอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

รีวิวหอเอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) แลนด์มาร์กของอิตาลีในเมืองปิซา แคว้นทัสคานี รวมไฮไลท์ กิจกรรมแนะนำ ราคาตั๋ว วิธีเดินทาง เดือนน่าเที่ยว และที่พักใกล้หอเอนปิซ่าครบในบทความเดียว
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 2 นาที

ที่เที่ยวอิตาลีในตำนานที่ใคร ๆ ก็ต้องรู้จัก หอเอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) หอระฆังหินอ่อนสีขาวที่ยืนเอียงอยู่กลางเมืองปิซา แคว้นทัสคานี มาเกือบ 850 ปี เดิมทีตั้งใจสร้างให้เป็นหอระฆังตั้งตรงคู่กับมหาวิหาร แต่สร้างไปได้แค่ 3 ชั้น พื้นดินด้านล่างก็เริ่มทรุด จนกลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่เอียงแล้วดังที่สุดในโลกไปซะงั้น

หอเอนปิซ่าตั้งอยู่ในจัตุรัสแห่งปาฏิหาริย์ (Piazza dei Miracoli) ที่เป็นมรดกโลกของ UNESCO อีกด้วย มีทั้งมหาวิหาร หอศีลจุ่ม และสุสานโบราณให้เดินดูได้ทั้งวัน บทความนี้รวมไฮไลท์ กิจกรรมแนะนำ วิธีเดินทางจากกรุงเทพฯ ช่วงเวลาที่เหมาะ และที่พักใกล้หอเอนปิซ่าไว้ให้ครบ ใครกำลังวางแผนเที่ยวปิซ่า อ่านจบแล้วจัดทริปต่อได้เลย!

Quick Summary

ไฮไลท์ของหอเอนปิซ่า: สถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ (Romanesque Art) สไตล์ปิซาที่หุ้มหินอ่อนทั้งหลัง เรื่องเล่าการทดลองของกาลิเลโอ และห้องระฆัง 7 ใบบนชั้นบนสุด
กิจกรรมแนะนำ: ขึ้นหอเอนปิซ่าผ่านบันไดวนไปชมวิวบนยอด ถ่ายรูปท่าเอามือดันหอ เดินชมอาคารอื่น ๆ ในจัตุรัสแห่งปาฏิหาริย์ และเดินเล่นบนกำแพงเมืองโบราณ
ที่ตั้งและการเดินทาง: อยู่ฝั่งเหนือของเมืองเก่าปิซา จากกรุงเทพฯ ต้องต่อเครื่อง ใช้เวลาประมาณ 16-20 ชั่วโมง จากสถานี Pisa Centrale นั่งรถบัส LAM Rossa ต่ออีกประมาณ 15 นาที
จุดเด่นของหอเอนปิซ่า: ใช้เวลาสร้าง 199 ปี เคยเอียงเกือบ 5.5 องศา ก่อนบูรณะจนเหลือประมาณ 4 องศาในปัจจุบัน
เดือนที่เหมาะกับการเที่ยว: เมษายน-พฤษภาคม และกันยายน-ตุลาคม อากาศสบาย ๆ และคนไม่แน่นเท่าหน้าร้อน
ที่พักใกล้หอเอนปิซ่า: Grand Hotel Duomo เดินถึงหอเอนในไม่กี่นาที Grand Hotel Bonanno เงียบและใกล้สถานี Pisa San Rossore ส่วน Blue Shades Aparthotel มีครัวและอยู่ใกล้สนามบิน
เคล็ดลับการเที่ยว: จองตั๋วหอเอนปิซ่ากับ Traveloka ล่วงหน้า มาก่อนเวลานิดนึงเพื่อฝากกระเป๋า และเลี่ยงช่วงบ่าย ๆ ที่ทัวร์จากฟลอเรนซ์มาถึง
FAQ: รวมคำถามยอดฮิต เช่น ราคาตั๋ว เหตุผลที่หอเอียง เด็กขึ้นได้ไหม และคนไทยต้องใช้วีซ่าหรือเปล่า

ไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำของหอเอนปิซ่า

1.สัมผัสสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์อิตาลี (Pisan Romanesque)

หอเอนปิซ่าเป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุดของสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์แบบปิซา (Pisan Romanesque) สไตล์ที่ผสมเสาและซุ้มโค้งแบบคลาสสิกเข้ากับลวดลายหินอ่อนสลับสีที่ได้อิทธิพลจากไบแซนไทน์และโลกอิสลาม ตัวหอเป็นทรงกระบอกสูงประมาณ 56 เมตร หุ้มหินอ่อนสีขาวแซมเทาทั้งหลัง ชั้นกลาง 6 ชั้นล้อมด้วยระเบียงซุ้มโค้งเรียงเสาเล็ก ๆ รอบตัว ส่วนชั้นล่างเป็นซุ้มโค้งแนบผนังที่ล้อไปกับลวดลายของมหาวิหารด้านข้าง จากที่ไปมา แนะนำให้เดินวนรอบหอสักรอบก่อนขึ้น จะเห็นชัดว่าด้านที่ต่ำกับด้านที่สูงต่างกันเกือบหนึ่งเมตร และจะเข้าใจว่าทำไมช่างยุคหลังเค้าถึงต้องสร้างชั้นบนให้เอียงสวนกลับมาเล็กน้อย เพราะเดี๋ยวมันจะไปกันใหญ่!

2.ตามรอยการทดลองของกาลิเลโอ

กาลิเลโอ กาลิเลอี (Galileo Galilei) เกิดที่ปิซาในปี 1564 และเคยสอนคณิตศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยปิซาด้วยนะ เรื่องเล่าที่ดังที่สุดคือเขาปล่อยลูกบอลสองลูกที่น้ำหนักต่างกันจากยอดหอเอนปิซ่า เพื่อพิสูจน์ว่าวัตถุตกถึงพื้นพร้อมกัน ซึ่งแย้งกับแนวคิดของอริสโตเติลที่เชื่อกันมาเกือบสองพันปี เรื่องนี้มาจากบันทึกของวินเชนโซ วิวิอานี ลูกศิษย์ของเขา และนักประวัติศาสตร์หลายคนยังไม่แน่ใจว่าเกิดขึ้นจริงหรือเป็นแค่การทดลองทางความคิด ส่วนตัวมองว่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะการได้ยืนบนยอดหอแล้วนึกภาพตามก็สนุกดี ใครอยากมาตามรอย ลองเข้าไปดูโคมไฟสัมฤทธิ์ด้วยนะ ในมหาวิหารที่มีเรื่องเล่าว่าเป็นแรงบันดาลใจให้เขาศึกษาการแกว่งของลูกตุ้มที่นี่ด้วยจ้า

3.ห้องระฆังชั้นบนสุด

ชั้นบนสุดของหอเอนปิซ่าคือห้องระฆัง (Bell Chamber) ที่สร้างเสร็จในปี 1372 ถือเป็นการปิดงานก่อสร้างที่ลากยาวมาเกือบ 200 ปี ภายในแขวนระฆังสัมฤทธิ์ 7 ใบ แต่ละใบตั้งเสียงตามโน้ตดนตรีคนละตัว ใบใหญ่ที่สุดชื่อ L'Assunta หล่อขึ้นในปี 1655 หนักประมาณ 3.5 ตัน ปัจจุบันระฆังไม่ได้แกว่งแบบสมัยก่อนแล้วเพื่อลดแรงสั่นสะเทือนต่อตัวหอ แต่ใช้ค้อนตีแทน บนนี้ลมแรงและวิวเปิดกว้างเว่อร์ ๆ มองเห็นวิวเมืองทั้งเมืองไปจนถึงเทือกเขา Monti Pisani ในวันฟ้าใส ถ้าขึ้นจังหวะเทพ ๆ หน่อย จะได้ฟังเสียงระฆังไปด้วยชมวิวไปด้วย  เป็นช่วงที่ประทับใจที่สุดของการขึ้นหอเอนปิซ่าเลย

กิจกรรมแนะนำ

Credit : opapisa.it

เดินขึ้นบันไดวน 273 ขั้นสู่จุดชมวิวบนยอดหอคอย: กิจกรรมหลักที่ไม่ควรพลาดคือต้องขึ้นหอเอนปิซ่าผ่านบันไดวนหินอ่อน (ตัวเลขที่อ้างอิงกันมีตั้งแต่ 251-294 ขั้น แล้วแต่ว่านับถึงชั้นไหน) ขั้นบันไดสึกเป็นแอ่งจากคนเดินมาหลายร้อยปี และเพราะตัวหอเอียง ระหว่างทางจะรู้สึกเหมือนถูกดึงไปด้านข้างเป็นช่วง ๆ ราคาตั๋วหอเอนปิซ่าอยู่ที่ 20 ยูโร รวมสิทธิ์เข้ามหาวิหาร เข้าเป็นรอบทุก 30 นาที และเด็กอายุต่ำกว่า 8 ปีขึ้นไม่ได้
สำรวจสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ในจัตุรัสแห่งปาฏิหาริย์ (Piazza dei Miracoli): นอกจากหอเอน ในจัตุรัสยังมีมหาวิหารปิซา (Duomo) ที่เริ่มสร้างตั้งแต่ปี 1063 หอศีลจุ่ม (Battistero) ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี  สุสานกัมโปซานโต (Camposanto) ที่มีจิตรกรรมฝาผนังเก่าแก่ และพิพิธภัณฑ์ Museo dell'Opera del Duomo ใครอยากดูทั้งหมดนี้ ให้ซื้อตั๋วรวมทุกอนุสรณ์สถานพร้อมหอเอนอยู่ที่ 27 ยูโร คุ้มกว่าซื้อแยกจ้า
เช็กอินกับหอเอนด้วยท่าสุดคลาสสิก: กิจกรรมฮา ๆ ของนักท่องเที่ยว ที่ต้องโพสต์ท่ายกมือขึ้นมาทำเป็นเหมือนกำลังดันหอเอนเอาไว้ไม่ให้ล้ม จุดที่คนยืนถ่ายกันเยอะคือแท่นหินเตี้ย ๆ ริมทางเดินด้านหน้าหอ เทคนิคถ่ายให้เนียนคือให้คนถ่ายย่อตัวต่ำ ถอยห่างจากแบบพอสมควร และเล็งให้มือแบบอยู่ระดับเดียวกับขอบหอเอน ถ้าอยากได้ภาพไม่มีคนเดินผ่าน มาก่อน 9 โมงเช้าดีที่สุด
เดินเล่นบนกำแพงเมืองโบราณ (Mura di Pisa): กำแพงเมืองปิซาเริ่มสร้างในศตวรรษที่ 12 และเปิดให้เดินบนแนวกำแพงได้ยาวประมาณ 3 กิโลเมตร ทางขึ้นหนึ่งอยู่ใกล้จัตุรัสแห่งปาฏิหาริย์ จากด้านบนจะเห็นหอเอน มหาวิหาร และหอศีลจุ่มเรียงกันในมุมสูงโดยไม่มีคนเบียด ช่วงที่ชอบที่สุดคือตอนเย็นที่แดดอ่อนลง ค่าเข้าประมาณ 3-5 ยูโรแล้วแต่ระยะที่เลือก และควรเช็กเวลาเปิดก่อนไปเพราะเปลี่ยนตามฤดูกาล

ที่ตั้งและการเดินทาง

หอเอนปิซ่าตั้งอยู่ในจัตุรัสแห่งปาฏิหาริย์ (Piazza dei Miracoli) หรือที่เรียกอีกชื่อว่า Piazza del Duomo ทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองเก่าปิซา แคว้นทัสคานี ภาคกลางของอิตาลี ตัวเมืองปิซาอยู่ห่างจากฟลอเรนซ์ไปทางตะวันตกประมาณ 80 กิโลเมตร และห่างจากชายฝั่งทะเลลิกูเรียนแค่ราว 10 กิโลเมตร จุดเด่นเรื่องทำเลคือทุกอย่างอยู่ใกล้กันมาก จากสนามบินปิซา (Pisa International Airport หรือ Galileo Galilei) ถึงสถานีรถไฟ Pisa Centrale ใช้เวลาแค่ 5 นาที และจากสถานีเดินต่อถึงหอได้ในประมาณ 20-25 นาที ผ่านถนนช้อปปิ้ง Corso Italia สะพาน Ponte di Mezzo ข้ามแม่น้ำอาร์โน และจัตุรัส Piazza dei Cavalieri หลายคนจึงเลือกเที่ยวปิซ่าแบบไปเช้าเย็นกลับจากฟลอเรนซ์ แต่ถ้ามีเวลา การค้างที่ปิซาสักคืนจะได้เห็นจัตุรัสตอนเช้าและตอนค่ำที่คนน้อยกว่ามาก!

วิธีการเดินทางจากกรุงเทพฯ

เครื่องบินต่อเครื่องไปสนามบินปิซา (PSA): ยังไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ต้องต่อเครื่อง 1 ครั้ง เช่น ที่อิสตันบูลหรือเมืองใหญ่ในยุโรป ใช้เวลารวมประมาณ 16-20 ชั่วโมง ราคาตั๋วไป-กลับชั้นประหยัดประมาณ 30,000-50,000 บาท ขึ้นอยู่กับสายการบินและช่วงเวลา
บินไปโรมหรือมิลาน แล้วต่อรถไฟ: เป็นทางเลือกที่มีเที่ยวบินให้เลือกมากกว่า จากโรมนั่งรถไฟไปปิซาใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง ส่วนจากมิลานประมาณ 3-3.5 ชั่วโมง ค่าตั๋วรถไฟประมาณ 20-60 ยูโร (ประมาณ 800-2,400 บาท) แล้วแต่ประเภทขบวนและจองล่วงหน้าแค่ไหน
เข้าทางฟลอเรนซ์: ถ้าบินลงฟลอเรนซ์หรือเที่ยวฟลอเรนซ์อยู่แล้ว นั่งรถไฟภูมิภาคจากสถานี Firenze Santa Maria Novella ไป Pisa Centrale ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ค่าตั๋วประมาณ 8.50-9.50 ยูโร (ประมาณ 350-400 บาท) ไม่ต้องจองล่วงหน้า

วิธีเดินทางในตัวเมือง

PisaMover: รถไฟอัตโนมัติจากสนามบินปิซาไปสถานี Pisa Centrale ใช้เวลาประมาณ 5 นาที ค่าโดยสารประมาณ 6.50 ยูโร (ประมาณ 260 บาท) ต่อเที่ยว
รถบัส LAM Rossa: วิ่งจากสนามบินผ่านสถานี Pisa Centrale ไปลงป้าย Torre ใกล้หอเอน ใช้เวลาจากสถานีประมาณ 10-15 นาที ค่าโดยสาร 1.70 ยูโร ถ้าซื้อล่วงหน้าผ่านแอป at bus หรือร้าน Tabacchi แต่ถ้าซื้อบนรถจะอยู่ที่ประมาณ 3 ยูโร
เดินเท้า: จากสถานี Pisa Centrale เดินถึงหอเอนปิซ่าประมาณ 20-25 นาที ได้แวะชมเมืองเก่าระหว่างทาง แถมประหยัดค่าเที่ยวด้วย เหมาะกับคนที่ไม่ได้ลากกระเป๋าใบใหญ่
แท็กซี่: จากสนามบินไปจัตุรัส Piazza del Duomo มีค่าโดยสารแบบกำหนดไว้ประมาณ 14 ยูโร (ประมาณ 560 บาท) ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที สะดวกสุดสำหรับคนมาเป็นกลุ่มหรือมีสัมภาระเยอะ ๆ

จุดเด่นของหอเอนปิซ่า

หอเอนปิซ่า อิตาลี

สิ่งที่ทำให้หอเอนปิซ่าน่าสนใจไม่ใช่แค่ความเอียง แต่คือเรื่องที่มันรอดมาได้ หอเริ่มสร้างในปี 1173 และใช้เวลาถึง 199 ปีกว่าจะเสร็จ เพราะงานต้องหยุดหลายครั้งจากสงครามระหว่างปิซากับเมืองข้างเคียง ซึ่งช่วงที่หยุดสร้างนี่เองทำให้ดินเหนียวผสมทรายด้านล่างมีเวลาอัดตัว ถ้าสร้างต่อเนื่องรวดเดียว หอนี้อาจล้มไปตั้งแต่ยุคกลางแล้ว แต่ถึงอย่างงั้นความเอียงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบ 5.5 องศาในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ทางการจึงปิดหอระหว่างปี 1990-2001 แล้วค่อย ๆ ขุดดินใต้ฐานฝั่งที่สูงออก จนความเอียงลดเหลือประมาณ 4 องศา วิศวกรประเมินว่าหอจะมั่นคงไปอีกอย่างน้อย 200 ปี บวกกับการที่จัตุรัสแห่งปาฏิหาริย์ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกตั้งแต่ปี 1987 ทำให้ที่นี่เป็นทั้งแลนด์มาร์กของการเที่ยวอิตาลีและเป็นกรณีศึกษาด้านวิศวกรรมในตำนานที่คนทั่วโลกยังพูดถึง

เที่ยวหอเอนปิซ่าเดือนไหนดี

เมษายน-พฤษภาคม (ฤดูใบไม้ผลิ): อากาศประมาณ 15-25 องศาเซลเซียส เดินเที่ยวสบาย แต่ช่วงอีสเตอร์และวันหยุดยาวของยุโรปคนจะแน่นกว่าปกติ ควรจองตั๋วล่วงหน้า
มิถุนายน-สิงหาคม (ฤดูร้อน): อุณหภูมิขึ้นไปถึง 30 องศาขึ้นไป นักท่องเที่ยวหนาแน่นที่สุดของปี ตั๋วขึ้นหอรอบดี ๆ หมดเร็ว ข้อดีคือหอเปิดถึงค่ำ ได้ขึ้นไปดูวิวตอนพระอาทิตย์ตก
กันยายน-ตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง): ช่วงที่แนะนำที่สุด อากาศเริ่มเย็น คนน้อยลงจากหน้าร้อน และแสงช่วงบ่ายแก่ ๆ ทำให้หินอ่อนของหอเป็นสีทองสวยมาก
พฤศจิกายน-มีนาคม (ฤดูหนาว): อากาศประมาณ 5-12 องศา ฝนตกบ่อยโดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายน เวลาเปิดสั้นลง แต่คนน้อยและหาตั๋วง่าย เหมาะกับคนที่ไม่ชอบความวุ่นวาย

แนะนำที่พักใกล้เคียง

Grand Hotel Duomo

เหมาะกับ : คนที่อยากพักใกล้หอเอน / คู่รัก / สายรักความสะดวกสบาย

Grand Hotel Duomo เป็นโรงแรม 4 ดาวบนถนน Via Santa Maria ที่เดินไปถึงจัตุรัสแห่งปาฏิหาริย์ได้ในไม่กี่นาที ไฮไลท์คือรูฟท็อปเทอร์เรซที่มองเห็นจัตุรัสและหอเอนจากมุมสูง นั่งจิบเครื่องดื่มตอนพระอาทิตย์ตกได้บรรยากาศมาก ห้องฝั่งด้านหน้าบางห้องมองเห็นหอจากหน้าต่างด้วย มีบาร์ ร้านอาหาร และบุฟเฟ่ต์อาหารเช้า ทำเลแบบนี้ทำให้ตื่นมาเดินไปถ่ายรูปตอนเช้าก่อนทัวร์มาได้สบาย ข้อที่ควรรู้คือห้องพักตกแต่งแบบคลาสสิก ไม่ได้ใหม่เอี่ยม ใครให้ความสำคัญกับทำเลมากกว่าดีไซน์ห้อง ที่นี่ตอบโจทย์ที่สุดในบรรดาที่พักใกล้หอเอนปิซ่า

Grand Hotel Bonanno

เหมาะกับ : คนขับรถเที่ยวทัสคานี / ครอบครัว / คนที่ชอบความเงียบ

Grand Hotel Bonanno เป็นโรงแรม 4 ดาวในย่านที่พักอาศัยที่เงียบกว่าใจกลางเมือง เดินไปหอเอนปิซ่าประมาณ 10-15 นาที และอยู่ใกล้สถานีรถไฟ Pisa San Rossore แค่ไม่กี่นาที สะดวกมากถ้าจะนั่งรถไฟต่อไปเที่ยวเมืองลุกกา (Lucca) ห้องพักค่อนข้างกว้าง มีที่จอดรถ สวน บาร์ และร้านอาหารอิตาเลียน Il Palmizio ในโรงแรม พร้อมบุฟเฟ่ต์อาหารเช้าที่รีวิวชมกันเยอะ เรื่องที่จอดรถถือเป็นจุดขายสำคัญ เพราะเมืองเก่าปิซามีเขตจำกัดการจราจร ใครเช่ารถขับเที่ยวทัสคานีจะหาที่จอดยากถ้าพักในตัวเมือง

Blue Shades Aparthotel

เหมาะกับ : ครอบครัว / กลุ่มเพื่อน / คนที่บินเข้าออกสนามบินปิซา

Blue Shades Aparthotel เป็นอพาร์ตโฮเทล 4 ดาวที่อยู่ห่างสนามบินปิซาประมาณ 2 กิโลเมตร ห้องพักทุกห้องมีครัวหรือมุมครัวเล็ก บางห้องเป็นอพาร์ตเมนต์ 2 ห้องนอนพร้อมห้องนั่งเล่น เหมาะกับครอบครัวที่อยากทำอาหารกินเองหรือพักหลายคืน มีที่จอดรถใต้ดิน คาเฟ่ ร้านขายยา และสนามเด็กเล่นอยู่ใกล้ ๆ ส่วนเรื่องที่ต้องคิดก่อนจองคือระยะทางไปหอเอนประมาณ 3 กิโลเมตร ต้องนั่งรถบัสหรือแท็กซี่ไป แต่ถ้ามีไฟลต์เช้าตรู่หรือมาถึงดึก การพักใกล้สนามบินแบบนี้ช่วยประหยัดเวลาได้มาก

เคล็ดลับการเที่ยว

จองตั๋วหอเอนปิซ่าล่วงหน้า โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนที่รอบดี ๆ จะหมดเร็วมาก และระวังเว็บไซต์ที่ขายแพงกว่าราคาจริง
มาถึงก่อนรอบของตัวเองอย่างน้อย 15-20 นาที เพราะต้องฝากกระเป๋าทุกใบ รวมถึงกระเป๋าใบเล็ก ที่จุดฝากของก่อนขึ้นหอเอน และถ้ามาสายจะไม่ได้เข้ารอบนั้นและไม่ได้เงินคืนด้วยจ้า
เทคนิคประหยัดเวลาคือไปช่วงเช้าก่อน 9 โมงหรือหลัง 5 โมงเย็น เพราะกรุ๊ปทัวร์จากฟลอเรนซ์มักมาถึงช่วงสายถึงบ่าย จัตุรัสจะคนแน่นที่สุดในช่วงนั้น
ระวังกระเป๋าและของมีค่าในจุดที่คนรุมถ่ายรูป และไม่ต้องสนใจพ่อค้าที่เดินมาตื๊อขายของหรือยัดของใส่มือ ไม่ต้องคุยด้วยและให้เดินหนีไปเลย
ถ้ามีเวลาเหลือครึ่งวัน นั่งรถไฟจากปิซาไปเมืองลุกกาใช้เวลาประมาณ 30 นาที เมืองเล็กที่มีกำแพงเมืองครบรอบและปั่นจักรยานเที่ยวได้ เข้ากับทริปเที่ยวปิซ่าแบบเก็บครบฟิน ๆ 

FAQ

หอเอนปิซ่าอยู่ประเทศอะไร?

Leaning Tower of Pisa หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่าหอเอนปิซ่า อยู่ที่ประเทศอิตาลี ในเมืองปิซา แคว้นทัสคานี ห่างจากฟลอเรนซ์ประมาณ 80 กิโลเมตร

ราคาตั๋วหอเอนปิซ่าเท่าไหร่?

ตั๋วขึ้นหอเอนราคา 20 ยูโรต่อคน รวมสิทธิ์เข้ามหาวิหาร ถ้าต้องการเข้าอนุสรณ์สถานทั้งหมดในจัตุรัสด้วยจะเป็นตั๋วรวมราคา 27 ยูโร

ทำไมหอเอนปิซ่าถึงเอียง?

เพราะหอสร้างบนดินเหนียวผสมทรายที่อ่อนตัว ฐานรากลึกเพียงประมาณ 3 เมตร พอสร้างถึงชั้นที่ 3 น้ำหนักของหอก็กดให้ดินฝั่งหนึ่งทรุดลงจนหอเริ่มเอียง

หอเอนปิซ่าจะล้มไหม?

จากการบูรณะช่วงปี 1990-2001 ความเอียงลดลงเหลือประมาณ 4 องศา และวิศวกรประเมินว่าหอจะมั่นคงไปอีกอย่างน้อย 200 ปี ปัจจุบันยังมีการตรวจวัดอย่างต่อเนื่อง

เด็กขึ้นหอเอนปิซ่าได้ไหม?

เด็กอายุต่ำกว่า 8 ปีไม่อนุญาตให้ขึ้นหอ ส่วนเด็กที่อายุมากกว่านั้นแต่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องมีผู้ใหญ่ขึ้นไปด้วย

เที่ยวหอเอนปิซ่าใช้เวลานานแค่ไหน?

ถ้าขึ้นหอและเดินดูมหาวิหาร ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง แต่ถ้าอยากเข้าอนุสรณ์สถานครบทุกแห่งในจัตุรัส ควรเผื่อไว้อย่างน้อยครึ่งวันถึง 1 วันเต็ม ๆ

คนไทยไปเที่ยวหอเอนปิซ่าต้องใช้วีซ่าไหม?

ต้องใช้ เพราะอิตาลีอยู่ในกลุ่มเชงเก้น คนไทยต้องขอเชงเก้นวีซ่าก่อนเดินทาง ควรยื่นล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือนในช่วงไฮซีซัน

วิธีเดินทางไปหอเอนปิซ่าจากฟลอเรนซ์ทำยังไง?

นั่งรถไฟภูมิภาคจากสถานี Firenze Santa Maria Novella ไป Pisa Centrale ประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นเดินต่อ 20-25 นาทีหรือนั่งรถบัส LAM Rossa ไปลงป้าย Torre

ถ้าพร้อมจะออกไปเที่ยวแล้ว อย่าลืมจองไฟล์ทไปปิซ่าและที่พักในปิซ่ากับ Traveloka ที่เดียวครบจบทั้งเที่ยวบิน ที่พัก และกิจกรรมสนุก ๆ ด้วยราคาน่ารักสบายกระเป๋า แถมมีโปรโมชั่นเด็ด ๆ มาแจกเป็นประจำ!

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ อิตาลี

กรุงโรม

Italy

เมืองมิลาน

Italy

ซิซิลี

Italy

ทัสกานี

Italy

บทความแนะนำ

กิจกรรมแอดเวนเจอร์ในสิงคโปร์: คู่มือสุดยอดความสนุกกลางแจ้งและเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

23 Sep 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 1 นาที

เที่ยวสิงคโปร์ เดือนไหนดี? - ที่เที่ยวกิจกรรมแนะนำในแต่ละฤดูกาล

19 Sep 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 3 นาที

จุดเช็กอิน "ต๋าข่า" สุดไวรัลในจีนประจำปี 2026: ถนนอู่คัง, กำแพงแดงหอกลอง และแคนตันทาวเวอร์

18 Sep 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 2 นาที

รวม 15 เมืองน่าเที่ยวในประเทศจีน อัปเดตเมืองสวย จุดเช็กอิน ที่เที่ยวจีน 2026 ห้ามพลาด!

04 Aug 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 6 นาที

ปักหมุด 30 ที่เที่ยวอุดรธานี ลิสต์เดียวเที่ยวได้ทั้งทริป อัปเดตใหม่ 2026

26 Jul 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 12 นาที

สิงหาคม เที่ยวไหนดี? 20 พิกัดเที่ยวไทย-เที่ยวต่างประเทศ พาแม่เที่ยวฟินๆ [อัปเดต 2026]

25 Jul 2026 - ใช้เวลาอ่านประมาณ 7 นาที
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร