
ถ้าเคยดูหนังอเมริกันแล้วเจอฉากถนนเส้นยาวพาดผ่านทะเลทราย โดยมีภูเขาหินสีแดงขนาดมหึมาตั้งเด่นอยู่ไกล ๆ บอกเลยว่าวิวแบบนั้นมีอยู่จริงที่ หุบเขาโมนูเมนต์ (Monument Valley) หนึ่งในแลนด์มาร์กสุดไอคอนิกของฝั่งตะวันตกอเมริกา ที่แค่เห็นภาพก็ชวนให้นึกถึงบรรยากาศหนังคาวบอยและการออก Road Trip ขึ้นมาทันที
และถ้าได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง บอกเลยว่ายิ่งอลังการกว่าที่เห็นในรูป ทั้งความกว้างของทะเลทราย ภูเขาหินสีแดง และท้องฟ้าที่เปิดกว้างแบบสุดสายตา ใครชอบเที่ยวธรรมชาติ ถ่ายรูป หรือฝันอยากลองขับรถ Road Trip อเมริกา สักครั้ง ที่นี่เป็นอีกพิกัดที่น่าเก็บไว้ในลิสต์มาก ๆ
ที่สำคัญ การมาเที่ยว Monument Valley ไม่ได้มีแค่แวะถ่ายรูปแล้วกลับ เพราะยังสามารถใช้เวลาค่อย ๆ ชมวิว ขับรถเที่ยวท่ามกลางทะเลทราย ออกไปสัมผัสธรรมชาติ หรือรอชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่ให้บรรยากาศสวยไปคนละแบบ จะใส่ไว้เป็นหนึ่งในจุดแวะของทริปเที่ยวอเมริกาหลายเมือง หรือพักสักคืนแล้วค่อย ๆ เที่ยวแบบไม่รีบก็สนุกได้ตามสไตล์ตัวเอง
บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จัก Monument Valley แบบครบ ๆ ตั้งแต่จุดไฮไลท์ วิธีเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว กิจกรรมแนะนำ ไปจนถึงที่พักและเคล็ดลับที่ควรรู้ก่อนออกเดินทาง ใครเริ่มอยากเก็บกระเป๋าแล้วก็สามารถค้นหาและจองตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักผ่าน Traveloka ได้ในที่เดียว เตรียมแพลนให้พร้อม แล้วออกไปสนุกกับ Road Trip กลางทะเลทรายของ Monument Valley อเมริกา กัน!
Mon, 2 Nov 2026

Air Canada
กรุงเทพ (BKK) ไป ลาสเวกัส (LAS)
เริ่มจาก THB 17,661.77
Fri, 23 Oct 2026

Air Canada
กรุงเทพ (BKK) ไป ลาสเวกัส (LAS)
เริ่มจาก THB 17,826.70
Mon, 2 Nov 2026

Philippine Airlines
กรุงเทพ (BKK) ไป ลาสเวกัส (LAS)
เริ่มจาก THB 20,852.92
ถ้าเห็นภูเขาหินสามลูกนี้อยู่ตรงหน้า ก็พูดได้เต็มปากเลยว่ามาถึง Monument Valley แล้ว! The Mittens ประกอบด้วย East Mitten Butte และ West Mitten Butte ซึ่งมีส่วนยอดยื่นออกมาจนดูคล้ายถุงมือขนาดยักษ์ ตั้งคู่กับ Merrick Butte ที่อยู่ไม่ไกลกัน กลายเป็นหนึ่งในวิวที่เป็นภาพจำของที่นี่มากที่สุด
ความดีงามคือไม่ต้องลุยเข้าไปกลางทะเลทรายก็เห็นวิวสวย ๆ ได้ เพราะบริเวณ Monument Valley Visitor Center มีจุดชมวิวที่มองออกไปเห็นทั้งสามแท่งแบบเต็มตา ยิ่งช่วงพระอาทิตย์ขึ้น แสงแรกจะค่อย ๆ ส่องลงบนหน้าผาสีแดง ส่วนช่วงเย็นสีก็จะเข้มขึ้นเรื่อย ๆ จนได้บรรยากาศแบบ American West เต็ม ๆ ถ้ามาถึงช่วงแสงสวยพอดี ระวังจะยืนถ่ายรูปตรงนี้นานกว่าที่แพลนไว้!
มาถึงแล้วถ้าอยากเห็นหุบเขาโมนูเมนต์แบบเต็มอิ่ม แนะนำให้เผื่อเวลาสำหรับ Monument Valley Scenic Drive หรือ Valley Drive เอาไว้เลย เพราะนี่คือเส้นทางขับรถวนระยะประมาณ 17 ไมล์ที่พาเราลงไปอยู่ท่ามกลางภูเขาหินและทะเลทรายจริง ๆ จากที่ตอนแรกเห็นแท่งหินอยู่ไกล ๆ พอขับเข้าไปด้านในจะเริ่มรู้สึกได้เลยว่าสเกลของสถานที่นี้ใหญ่แค่ไหน
ความสนุกคือระหว่างทางมีจุดชมวิว ให้แวะหลายแห่ง แต่ละมุมเห็นภูเขาหินในองศาไม่เหมือนกัน บางช่วงถนนทอดยาวตรงเข้าไปหาหน้าผาแบบสวยมากจนอยากจอดทุกห้านาที แนะนำเผื่อเวลาประมาณ 2–4 ชั่วโมง จะได้ค่อย ๆ ขับ ค่อย ๆ แวะ และไม่ต้องรีบทำเวลา
แต่ขอเตือนไว้เลยว่า อย่าเพิ่งนึกว่าจะเป็น Scenic Drive ถนนเรียบ ๆ กันนะ เพราะ Valley Drive ส่วนใหญ่เป็นถนนดินและลูกรัง บางช่วงมีหลุม ทราย และทางค่อนข้างขรุขระ สภาพเส้นทางก็เปลี่ยนได้ตามอากาศ ใครวางแผนขับรถเที่ยว Monument Valley ควรเช็กสภาพถนนและข้อจำกัดของรถก่อนลงไปทุกครั้งกันด้วยน้า
ถ้า The Mittens คือวิวโปสการ์ด John Ford's Point ก็คือมุมที่ทำให้รู้สึกเหมือนเดินเข้าไปอยู่ในหนัง Western ของจริง จุดชมวิวแห่งนี้ตั้งอยู่บน Valley Drive และมองออกไปเห็นทะเลทรายกว้างสุดสายตา โดยมีหน้าผาและแท่งหินสีแดงตั้งกระจายอยู่ด้านหลัง บรรยากาศทั้งโล่ง ทั้งเงียบ และอลังการแบบที่รูปถ่ายเก็บความรู้สึกได้ไม่หมดจริง ๆ
ชื่อ John Ford's Point มาจากผู้กำกับภาพยนตร์ John Ford ซึ่งเลือก Monument Valley อเมริกาเป็นฉากในหนัง Western หลายเรื่อง จนภูมิประเทศของที่นี่กลายเป็นภาพจำของดินแดนตะวันตกอเมริกาไปเลย เพราะฉะนั้นถ้ามายืนตรงนี้แล้วรู้สึกคุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นวิวนี้จากหนังมาก่อน ก็ไม่แปลกเลย
อีกอย่างที่น่าแวะคือบริเวณนี้มักมีงานหัตถกรรมและเครื่องประดับของชาว Navajo ให้เลือกชมด้วย จะพักจากการขับรถ เดินดูวิว แล้วเลือกของที่ระลึกกลับบ้านสักชิ้นก็เพลินกำลังดีเลย
ใครเป็นสาย Road Trip อเมริกา น่าจะถูกใจจุดนี้เป็นพิเศษ เพราะ Forrest Gump Point คือมุมถนน US Route 163 ที่ทอดยาวตรงไปหา Monument Valley แบบพอดิบพอดี เป็นวิวที่โด่งดังจากภาพยนตร์ Forrest Gump และกลายมาเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปยอดฮิตของเส้นทางนี้
จุดนี้ไม่ได้อยู่ด้านใน Monument Valley Navajo Tribal Park แต่ต้องขับขึ้นไปทางฝั่ง Utah อีกเล็กน้อย ซึ่งบอกเลยว่าคุ้มกับการออกนอกเส้นทาง เพราะพอมองจากเนินถนนลงไปจะเห็น Highway ยาวเป็นเส้นตรง ก่อนจะมีภูเขาหินสีแดงตั้งเรียงอยู่ตรงปลายสายตา ได้ฟีลขับรถเที่ยวอเมริกาแบบที่หลายคนจินตนาการไว้เป๊ะ ๆ
ถ้าอยากได้รูปสวย ๆ แนะนำแวะช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่แสงกำลังพอดี ไม่จ้าจนแสบตา แต่ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยก่อนรูปเสมอ เพราะ US-163 เป็น Highway ที่มีรถวิ่งจริง ควรจอดรถในบริเวณที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงการเดินหรือยืนกลางช่องจราจรกันน้า
ขับต่อจาก Monument Valley ขึ้นมาทาง Utah อีกหน่อย จะเจอกับ Mexican Hat อีกหนึ่งแลนด์มาร์กธรรมชาติหน้าตาแปลกที่เห็นแล้วอดสงสัยไม่ได้ว่า หินก้อนบนไม่หล่นลงมาได้ยังไง!? เพราะด้านบนของแท่งหินมีแผ่นหินขนาดใหญ่ตั้งเอียงอยู่ ดูคล้ายหมวก Sombrero แบบเม็กซิกัน จึงกลายมาเป็นที่มาของชื่อ Mexican Hat และชื่อชุมชนเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้กันด้วย
ถึงจะไม่ได้อยู่ภายใน Monument Valley Navajo Tribal Park โดยตรง แต่ Mexican Hat อยู่บนเส้นทาง US-163 จึงจับคู่เที่ยวกันได้ง่ายมาก โดยเฉพาะคนที่ขับต่อจาก Forrest Gump Point ขึ้นมาทางเหนือ ระหว่างทางวิวก็ยังคงเป็นทะเลทราย หน้าผา และถนนโล่ง ๆ ให้ฟีล Road Trip กลางทะเลยทรายต่อเนื่องแบบไม่สะดุด
ข้อดีคือไม่ต้องใช้เวลาเที่ยวเยอะ จะจอดแวะชมวิว ถ่ายรูป แล้วเดินทางต่อก็ได้ จึงเหมาะกับการใส่ไว้เป็นจุดปิดท้ายของทริปเที่ยว Monument Valley ก่อนเดินทางต่อไปยังพิกัดอื่นใน Utah ยิ่งถ้ามีเวลาเหลือ เส้นทางรอบ ๆ Mexican Hat ยังมีวิวแม่น้ำ San Juan และภูมิประเทศทะเลทรายสวย ๆ ให้ตามเที่ยวต่ออีกหลายจุด
หุบเขาโมนูเมนต์ (Monument Valley) ตั้งอยู่บริเวณชายแดนระหว่างรัฐ Arizona และ Utah ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา พื้นที่ท่องเที่ยวหลักมีชื่อว่า Monument Valley Navajo Tribal Park ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขต Navajo Nation และดูแลโดยชาว Navajo โดยตรง
เสน่ห์อย่างหนึ่งของการเดินทางมาที่นี่คือโลเคชันค่อนข้างห่างจากเมืองใหญ่ เพราะฉะนั้นยิ่งขับรถเข้าใกล้ Monument Valley วิวรอบตัวก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นทะเลทราย ถนนโล่ง และภูเขาหินสีแดงที่เริ่มโผล่ขึ้นตรงเส้นขอบฟ้า โดยถนนสายหลักที่ใช้เดินทางเข้าพื้นที่คือ US Route 163 (US-163) ซึ่งเชื่อมฝั่ง Arizona กับ Utah และเป็นหนึ่งในเส้นทาง Road Trip ที่วิวสวยมากของภูมิภาคนี้
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/CcRQ67sESpJkWVLb7
ค่าเข้าชม (Admission Fees)
เวลาเปิด-ปิด (Hours of Operation)
ข้อควรทราบเพิ่มเติม:
จากประเทศไทยยังไม่มีเที่ยวบินที่บินตรงถึง Monument Valley และบริเวณใกล้เคียงก็ไม่มีสนามบินนานาชาติขนาดใหญ่ ดังนั้นวิธีที่สะดวกที่สุดคือ บินจากกรุงเทพฯ ไปลงเมืองใหญ่ทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ แล้วเช่ารถขับต่อ ซึ่งเหมาะกับโลเคชันของที่นี่มาก เพราะสามารถจัดเป็นทริป Road Trip เที่ยว Arizona–Utah ต่อเนื่องได้เลย
Mon, 2 Nov 2026

Air Canada
กรุงเทพ (BKK) ไป ลาสเวกัส (LAS)
เริ่มจาก THB 17,661.77
Fri, 23 Oct 2026

Air Canada
กรุงเทพ (BKK) ไป ลาสเวกัส (LAS)
เริ่มจาก THB 17,826.70
Mon, 2 Nov 2026

Philippine Airlines
กรุงเทพ (BKK) ไป ลาสเวกัส (LAS)
เริ่มจาก THB 20,852.92
ถ้าเป็นทริปแรกและมี Grand Canyon, Antelope Canyon และ Monument Valley อยู่ในลิสต์ การบินเข้า Las Vegas หรือ Phoenix แล้วเช่ารถเที่ยวต่อค่อนข้างจัดเส้นทางง่ายกว่า ส่วนตั๋วเครื่องบินจากไทยสามารถเลือกเที่ยวบินที่ต่อเครื่องตามเมืองหลักของสายการบิน เพราะปัจจุบันไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไป Las Vegas, Phoenix หรือ Salt Lake City
เมื่อมาถึงแล้ว การเที่ยว Monument Valley ด้วยตัวเอง ยังเน้นใช้รถเป็นหลัก เพราะจุดต่าง ๆ กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ บริเวณ Visitor Center มีลานจอดรถ สามารถจอดแล้วเดินออกไปชมวิวได้สบาย แต่ถ้าอยากลงไปเที่ยวด้านในหุบเขา จะมีสองวิธีหลัก ๆ
ถ้าถามว่า Monument Valley ใช้เวลาเที่ยวกี่ชั่วโมง หากแค่แวะ Visitor Center ชมวิวและถ่ายรูป เผื่อประมาณ 2–3 ชั่วโมงก็พอ แต่ถ้าตั้งใจขับ Scenic Drive แวะหลายจุด หรือเข้าร่วม Guided Tour แนะนำให้มีเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน ส่วนใครอยากเก็บทั้งแสงเย็น ดูดาว และพระอาทิตย์ขึ้นแบบไม่ต้องรีบ การนอนใกล้หุบเขาโมนูเมนต์ สัก 1 คืนกำลังลงตัวเลย
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยว Monument Valley คือช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม และกันยายน–ตุลาคม เพราะอากาศไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป เหมาะกับการขับรถเที่ยว เดินชมธรรมชาติ และอยู่กลางแจ้งนาน ๆ โดยช่วงกลางวันมักอยู่ประมาณ 18–28°C ทั้งนี้อุณหภูมิในพื้นที่ทะเลทรายเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างมากระหว่างกลางวันกับกลางคืน จึงควรเตรียมเสื้อผ้าไว้หลายเลเยอร์
ถ้าอยากได้ที่พักที่ทั้งทำเลดีและมีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบ Goulding's Lodge เป็นตัวเลือกที่น่าปักหมุดมาก ตัวที่พักอยู่ท่ามกลางภูมิประเทศสีแดงของ Monument Valley หลายห้องมีระเบียงหรือพื้นที่นั่งชมวิว ให้ฟีลเหมือนมาพักกลางดินแดนตะวันตกอเมริกาจริง ๆ หลังเที่ยวมาทั้งวันก็กลับมากินข้าวที่ร้านอาหารในรีสอร์ตได้เลย แถมยังมีร้านขายของชำ ปั๊มน้ำมัน พิพิธภัณฑ์ และทัวร์พร้อมไกด์ Navajo ให้บริการในพื้นที่เดียวกัน เหมาะกับคนที่อยากพักใกล้ Monument Valley แบบสะดวก ไม่ต้องขับรถออกไปหาอะไรไกล ๆ

United-states

กูลดิงส์ ลอดจ์

9.0/10
•



ซานฮวน
THB 6,508.29
ถ้าทริปนี้อยากให้เรื่องวิวมาเป็นอันดับหนึ่ง The View Hotel คือที่พักที่ชื่อก็บอกคอนเซปต์ชัดมาก เพราะตั้งอยู่ด้านใน Monument Valley Navajo Tribal Park เลย จุดเด่นคือห้องพักมีวิวหุบเขาและระเบียงส่วนตัว ทำให้เช้าวันไหนไม่อยากรีบออกจากห้อง ก็ยังนั่งจิบกาแฟพร้อมมองวิวทะเลทรายได้แบบเต็มตา ยิ่งช่วงพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตก บรรยากาศยิ่งพิเศษขึ้นไปอีก นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและอยู่ใกล้จุดเริ่มต้นของเส้นทางเที่ยวต่าง ๆ เหมาะกับคนที่อยากพักสบาย ๆ และใช้เวลากับวิวของ หุบเขาโมนูเมนต์ ให้เต็มที่ที่สุด
สำหรับสาย Road Trip ที่อยากได้ห้องพักสบาย ๆ ในราคาที่มักเข้าถึงง่ายกว่าการนอนติดหุบเขา ลองขยับมาพักที่ Kayenta Monument Valley Inn ในเมือง Kayenta ซึ่งอยู่ห่างจาก Monument Valley ประมาณ 37 กิโลเมตร เหมาะกับการพักเอาแรงแล้วขับเข้าไปเที่ยวในเช้าวันถัดไป ตัวโรงแรมให้บรรยากาศเรียบง่าย มีห้องพักพร้อม Wi-Fi ร้านอาหาร ฟิตเนส และสระว่ายน้ำกลางแจ้งตามฤดูกาล ทำให้หลังขับรถมาทั้งวันยังมีพื้นที่ให้พักผ่อนแบบสบาย ๆ เป็นตัวเลือกที่ลงตัวสำหรับคนที่เน้นความสะดวกและอยากคุมงบของทริปไปพร้อมกัน

United-states

คาเยนตา โมนูเมนต์แวลลีย์อินน์

7.4/10
•



นาวาโฮ
THB 4,304.49
อ่านต่อบทความท่องที่ยวอื่น ๆ:
Q: ต้องทำวีซ่าไหมก่อนเดินทาง?
A: ผู้ถือพาสปอร์ตไทยจำเป็นต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา (US B1/B2 Visa) ให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง แนะนำให้เตรียมเอกสารและยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าอย่างน้อย 3–6 เดือน เนื่องจากคิววันนัดสัมภาษณ์อาจเต็มล่วงหน้าหลายเดือน
Q: ไปเที่ยว Monument Valley ต้องแต่งตัวยังไง?
A: ควรสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เน้นแต่งกายแบบสวมทับหลายชั้น เพราะอุณหภูมิในทะเลทรายต่างกันมากระหว่างวัน จะได้ สวมหรือถอดตามอากาศได้สะดวก ที่สำคัญควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด ครีมกันแดด และเลือกรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าที่ใส่สบายพร้อมลุยฝุ่นดินแดง
Q: ค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับค่าเข้าและทริปอยู่ที่เท่าไหร่?
A: ค่าเข้าอุทยานอยู่ที่ $8 USD ต่อคน ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ขึ้นอยู่กับค่าเช่ารถ ค่าน้ำมัน และที่พัก (ราคาประมาณ $100 – $300+ ต่อคืน ขึ้นอยู่กับว่าพักในอุทยานหรือเมืองรอบนอก)
Q: เดินทางจากสนามบินมา Monument Valley ยังไง?
A: วิธีที่สะดวกที่สุดคือการเช่ารถขับจากสนามบินเมืองใหญ่ใกล้เคียง เช่น Las Vegas (LAS), Phoenix (PHX) หรือ Salt Lake City (SLC) โดยใช้เวลาขับรถประมาณ 5–7 ชั่วโมง
Q: เที่ยวช่วงไหนดีที่สุด?
A: ช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม และกันยายน–ตุลาคม ดีที่สุด เพราะอากาศอบอุ่นกำลังสบาย ไม่ร้อนจัดเหมือนฤดูร้อน และไม่หนาวจัดจนมีหิมะตกเหมือนช่วงฤดูหนาว
Q: มีที่จอดรถไหม และขับรถ Sedan ลงไปได้หรือเปล่า?
A: บริเวณ Visitor Center และโรงแรมมีลานจอดรถกว้างขวาง ส่วนเส้นทาง Scenic Drive ด้านในเป็นถนนดินลูกรังขรุขระ รถธรรมดาหรือ รถ Sedan ขับลงไปได้แต่ต้องระวังหลุมทราย หากใช้รถ SUV หรือรถที่มีท้องสูงจะขับง่ายและปลอดภัยกว่า



















