[รีวิว] หุบเขาโมนูเมนต์ (Monument Valley) พร้อมจุดไฮไลท์แนะนำ

เที่ยวหุบเขาโมนูเมนต์ (Monument Valley) แลนด์มาร์กอเมริกาสุดไอคอนิก รวมจุดไฮไลท์ กิจกรรม วิธีเดินทาง ช่วงน่าเที่ยว และที่พักแนะนำ
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 8 นาที

ถ้าเคยดูหนังอเมริกันแล้วเจอฉากถนนเส้นยาวพาดผ่านทะเลทราย โดยมีภูเขาหินสีแดงขนาดมหึมาตั้งเด่นอยู่ไกล ๆ บอกเลยว่าวิวแบบนั้นมีอยู่จริงที่ หุบเขาโมนูเมนต์ (Monument Valley) หนึ่งในแลนด์มาร์กสุดไอคอนิกของฝั่งตะวันตกอเมริกา ที่แค่เห็นภาพก็ชวนให้นึกถึงบรรยากาศหนังคาวบอยและการออก Road Trip ขึ้นมาทันที

และถ้าได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง บอกเลยว่ายิ่งอลังการกว่าที่เห็นในรูป ทั้งความกว้างของทะเลทราย ภูเขาหินสีแดง และท้องฟ้าที่เปิดกว้างแบบสุดสายตา ใครชอบเที่ยวธรรมชาติ ถ่ายรูป หรือฝันอยากลองขับรถ Road Trip อเมริกา สักครั้ง ที่นี่เป็นอีกพิกัดที่น่าเก็บไว้ในลิสต์มาก ๆ

ที่สำคัญ การมาเที่ยว Monument Valley ไม่ได้มีแค่แวะถ่ายรูปแล้วกลับ เพราะยังสามารถใช้เวลาค่อย ๆ ชมวิว ขับรถเที่ยวท่ามกลางทะเลทราย ออกไปสัมผัสธรรมชาติ หรือรอชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่ให้บรรยากาศสวยไปคนละแบบ จะใส่ไว้เป็นหนึ่งในจุดแวะของทริปเที่ยวอเมริกาหลายเมือง หรือพักสักคืนแล้วค่อย ๆ เที่ยวแบบไม่รีบก็สนุกได้ตามสไตล์ตัวเอง

บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จัก Monument Valley แบบครบ ๆ ตั้งแต่จุดไฮไลท์ วิธีเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว กิจกรรมแนะนำ ไปจนถึงที่พักและเคล็ดลับที่ควรรู้ก่อนออกเดินทาง ใครเริ่มอยากเก็บกระเป๋าแล้วก็สามารถค้นหาและจองตั๋วเครื่องบินพร้อมที่พักผ่าน Traveloka ได้ในที่เดียว เตรียมแพลนให้พร้อม แล้วออกไปสนุกกับ Road Trip กลางทะเลทรายของ Monument Valley อเมริกา กัน!

เช็กตั๋วบินไปสหรัฐอเมริกา ราคาดีที่สุดที่ Traveloka

Mon, 2 Nov 2026

Air Canada

กรุงเทพ (BKK) ไป ลาสเวกัส (LAS)

เริ่มจาก THB 17,661.77

Fri, 23 Oct 2026

Air Canada

กรุงเทพ (BKK) ไป ลาสเวกัส (LAS)

เริ่มจาก THB 17,826.70

Mon, 2 Nov 2026

Philippine Airlines

กรุงเทพ (BKK) ไป ลาสเวกัส (LAS)

เริ่มจาก THB 20,852.92

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยวหุบเขาโมนูเมนต์ (Monument Valley) ใน 1 นาที

สัมผัสความยิ่งใหญ่แห่งอเมริกันตะวันตก: ดินแดนภูเขาหินทรายสีแดงยอดราบและแท่งหินทรงแปลกตาใจกลางเขตสงวน Navajo Nation บริเวณชายแดนรัฐ Arizona และ Utah แลนด์มาร์กธรรมชาติระดับตำนานที่เป็นฉากหลังของหนังฮอลลีวูดหลายเรื่อง
จุดท่องเที่ยวห้ามพลาด: ตะลึงกับวิวแท่งหินสุดไอคอนิก The Mittens & Merrick Butte จาก Visitor Center, สัมผัสฟีลคาวบอยบนหน้าผาสูงที่ John Ford's Point, ถ่ายรูปถนนสายตรงยาวสุดสายตาที่ Forrest Gump Point บนถนน US-163 และแวะเช็กอินหินรูปหมวกกันที่ Mexican Hat
กิจกรรมยอดฮิต: ขับรถลุยเส้นทางดินลูกรัง Monument Valley Scenic Drive (Valley Drive) ระยะทาง 17 ไมล์ชมหินทรายอย่างใกล้ชิด, นั่งรถจิ๊บเปิดหมวกเข้าพื้นที่ลึกกับไกด์ท้องถิ่นชาว Navajo, เดินป่าสัมผัสธรรมชาติบนเส้นทาง Wildcat Trail และนอนชมดาวเต็มท้องฟ้ากลางทะเลทรายยามค่ำคืน
การเดินทางสะดวก: บินลงสนามบินเมืองใหญ่ฝั่งตะวันตก เช่น Las Vegas (LAS), Phoenix (PHX) หรือ Salt Lake City (SLC) แล้วเช่ารถขับทำทริป Road Trip อเมริกา เชื่อมต่อไปยัง Grand Canyon หรือ Antelope Canyon ได้อย่างลงตัว
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: เที่ยวได้ตลอดปี ช่วงที่ดีที่สุดคือ ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน–พฤษภาคม) และ ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–ตุลาคม) เพราะอากาศกำลังสบาย อุณหภูมิอบอุ่น ไม่ร้อนจัดหรือหนาวจนเกินไป เหมาะกับการทำกิจกรรมกลางแจ้ง
ระยะเวลาที่แนะนำ: ใช้เวลาอย่างน้อย 3–5 ชั่วโมง (ครึ่งวัน) สำหรับการขับ Scenic Drive และชมวิวตามจุดต่างๆ หรือแนะนำพักค้างคืนใกล้หุบเขา 1 คืน เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้น แสงเย็น และดูดาวได้อย่างเต็มอิ่ม

จุดไฮไลท์ต่างๆ ของหุบเขาโมนูเมนต์ (Monument Valley)

1. The Mittens และ Merrick Butte

Monument Valley

ถ้าเห็นภูเขาหินสามลูกนี้อยู่ตรงหน้า ก็พูดได้เต็มปากเลยว่ามาถึง Monument Valley แล้ว! The Mittens ประกอบด้วย East Mitten Butte และ West Mitten Butte ซึ่งมีส่วนยอดยื่นออกมาจนดูคล้ายถุงมือขนาดยักษ์ ตั้งคู่กับ Merrick Butte ที่อยู่ไม่ไกลกัน กลายเป็นหนึ่งในวิวที่เป็นภาพจำของที่นี่มากที่สุด

ความดีงามคือไม่ต้องลุยเข้าไปกลางทะเลทรายก็เห็นวิวสวย ๆ ได้ เพราะบริเวณ Monument Valley Visitor Center มีจุดชมวิวที่มองออกไปเห็นทั้งสามแท่งแบบเต็มตา ยิ่งช่วงพระอาทิตย์ขึ้น แสงแรกจะค่อย ๆ ส่องลงบนหน้าผาสีแดง ส่วนช่วงเย็นสีก็จะเข้มขึ้นเรื่อย ๆ จนได้บรรยากาศแบบ American West เต็ม ๆ ถ้ามาถึงช่วงแสงสวยพอดี ระวังจะยืนถ่ายรูปตรงนี้นานกว่าที่แพลนไว้!

2. Monument Valley Scenic Drive

Experience the breathtaking rock formations and dirt road of Monument Valley on a clear day.

มาถึงแล้วถ้าอยากเห็นหุบเขาโมนูเมนต์แบบเต็มอิ่ม แนะนำให้เผื่อเวลาสำหรับ Monument Valley Scenic Drive หรือ Valley Drive เอาไว้เลย เพราะนี่คือเส้นทางขับรถวนระยะประมาณ 17 ไมล์ที่พาเราลงไปอยู่ท่ามกลางภูเขาหินและทะเลทรายจริง ๆ จากที่ตอนแรกเห็นแท่งหินอยู่ไกล ๆ พอขับเข้าไปด้านในจะเริ่มรู้สึกได้เลยว่าสเกลของสถานที่นี้ใหญ่แค่ไหน

ความสนุกคือระหว่างทางมีจุดชมวิว ให้แวะหลายแห่ง แต่ละมุมเห็นภูเขาหินในองศาไม่เหมือนกัน บางช่วงถนนทอดยาวตรงเข้าไปหาหน้าผาแบบสวยมากจนอยากจอดทุกห้านาที แนะนำเผื่อเวลาประมาณ 2–4 ชั่วโมง จะได้ค่อย ๆ ขับ ค่อย ๆ แวะ และไม่ต้องรีบทำเวลา

แต่ขอเตือนไว้เลยว่า อย่าเพิ่งนึกว่าจะเป็น Scenic Drive ถนนเรียบ ๆ กันนะ เพราะ Valley Drive ส่วนใหญ่เป็นถนนดินและลูกรัง บางช่วงมีหลุม ทราย และทางค่อนข้างขรุขระ สภาพเส้นทางก็เปลี่ยนได้ตามอากาศ ใครวางแผนขับรถเที่ยว Monument Valley ควรเช็กสภาพถนนและข้อจำกัดของรถก่อนลงไปทุกครั้งกันด้วยน้า

3. John Ford's Point

A cowboy rides a horse on a cliff in Monument Valley, highlighting the iconic rock formations.

ถ้า The Mittens คือวิวโปสการ์ด John Ford's Point ก็คือมุมที่ทำให้รู้สึกเหมือนเดินเข้าไปอยู่ในหนัง Western ของจริง จุดชมวิวแห่งนี้ตั้งอยู่บน Valley Drive และมองออกไปเห็นทะเลทรายกว้างสุดสายตา โดยมีหน้าผาและแท่งหินสีแดงตั้งกระจายอยู่ด้านหลัง บรรยากาศทั้งโล่ง ทั้งเงียบ และอลังการแบบที่รูปถ่ายเก็บความรู้สึกได้ไม่หมดจริง ๆ

ชื่อ John Ford's Point มาจากผู้กำกับภาพยนตร์ John Ford ซึ่งเลือก Monument Valley อเมริกาเป็นฉากในหนัง Western หลายเรื่อง จนภูมิประเทศของที่นี่กลายเป็นภาพจำของดินแดนตะวันตกอเมริกาไปเลย เพราะฉะนั้นถ้ามายืนตรงนี้แล้วรู้สึกคุ้น ๆ เหมือนเคยเห็นวิวนี้จากหนังมาก่อน ก็ไม่แปลกเลย

อีกอย่างที่น่าแวะคือบริเวณนี้มักมีงานหัตถกรรมและเครื่องประดับของชาว Navajo ให้เลือกชมด้วย จะพักจากการขับรถ เดินดูวิว แล้วเลือกของที่ระลึกกลับบ้านสักชิ้นก็เพลินกำลังดีเลย 

4. Forrest Gump Point

Picturesque view of the road leading through Monument Valley's red rock formations.

ใครเป็นสาย Road Trip อเมริกา น่าจะถูกใจจุดนี้เป็นพิเศษ เพราะ Forrest Gump Point คือมุมถนน US Route 163 ที่ทอดยาวตรงไปหา Monument Valley แบบพอดิบพอดี เป็นวิวที่โด่งดังจากภาพยนตร์ Forrest Gump และกลายมาเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปยอดฮิตของเส้นทางนี้

จุดนี้ไม่ได้อยู่ด้านใน Monument Valley Navajo Tribal Park แต่ต้องขับขึ้นไปทางฝั่ง Utah อีกเล็กน้อย ซึ่งบอกเลยว่าคุ้มกับการออกนอกเส้นทาง เพราะพอมองจากเนินถนนลงไปจะเห็น Highway ยาวเป็นเส้นตรง ก่อนจะมีภูเขาหินสีแดงตั้งเรียงอยู่ตรงปลายสายตา ได้ฟีลขับรถเที่ยวอเมริกาแบบที่หลายคนจินตนาการไว้เป๊ะ ๆ

ถ้าอยากได้รูปสวย ๆ แนะนำแวะช่วงเช้าหรือช่วงเย็นที่แสงกำลังพอดี ไม่จ้าจนแสบตา แต่ต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยก่อนรูปเสมอ เพราะ US-163 เป็น Highway ที่มีรถวิ่งจริง ควรจอดรถในบริเวณที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงการเดินหรือยืนกลางช่องจราจรกันน้า 

5. Mexican Hat

Mexican Hat

ขับต่อจาก Monument Valley ขึ้นมาทาง Utah อีกหน่อย จะเจอกับ Mexican Hat อีกหนึ่งแลนด์มาร์กธรรมชาติหน้าตาแปลกที่เห็นแล้วอดสงสัยไม่ได้ว่า หินก้อนบนไม่หล่นลงมาได้ยังไง!? เพราะด้านบนของแท่งหินมีแผ่นหินขนาดใหญ่ตั้งเอียงอยู่ ดูคล้ายหมวก Sombrero แบบเม็กซิกัน จึงกลายมาเป็นที่มาของชื่อ Mexican Hat และชื่อชุมชนเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้กันด้วย

ถึงจะไม่ได้อยู่ภายใน Monument Valley Navajo Tribal Park โดยตรง แต่ Mexican Hat อยู่บนเส้นทาง US-163 จึงจับคู่เที่ยวกันได้ง่ายมาก โดยเฉพาะคนที่ขับต่อจาก Forrest Gump Point ขึ้นมาทางเหนือ ระหว่างทางวิวก็ยังคงเป็นทะเลทราย หน้าผา และถนนโล่ง ๆ ให้ฟีล Road Trip กลางทะเลยทรายต่อเนื่องแบบไม่สะดุด

ข้อดีคือไม่ต้องใช้เวลาเที่ยวเยอะ จะจอดแวะชมวิว ถ่ายรูป แล้วเดินทางต่อก็ได้ จึงเหมาะกับการใส่ไว้เป็นจุดปิดท้ายของทริปเที่ยว Monument Valley ก่อนเดินทางต่อไปยังพิกัดอื่นใน Utah ยิ่งถ้ามีเวลาเหลือ เส้นทางรอบ ๆ Mexican Hat ยังมีวิวแม่น้ำ San Juan และภูมิประเทศทะเลทรายสวย ๆ ให้ตามเที่ยวต่ออีกหลายจุด

ที่ตั้งและการเดินทางไปหุบเขาโมนูเมนต์ (Monument Valley)

หุบเขาโมนูเมนต์ (Monument Valley) ตั้งอยู่บริเวณชายแดนระหว่างรัฐ Arizona และ Utah ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา พื้นที่ท่องเที่ยวหลักมีชื่อว่า Monument Valley Navajo Tribal Park ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขต Navajo Nation และดูแลโดยชาว Navajo โดยตรง 

เสน่ห์อย่างหนึ่งของการเดินทางมาที่นี่คือโลเคชันค่อนข้างห่างจากเมืองใหญ่ เพราะฉะนั้นยิ่งขับรถเข้าใกล้ Monument Valley วิวรอบตัวก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นทะเลทราย ถนนโล่ง และภูเขาหินสีแดงที่เริ่มโผล่ขึ้นตรงเส้นขอบฟ้า โดยถนนสายหลักที่ใช้เดินทางเข้าพื้นที่คือ US Route 163 (US-163) ซึ่งเชื่อมฝั่ง Arizona กับ Utah และเป็นหนึ่งในเส้นทาง Road Trip ที่วิวสวยมากของภูมิภาคนี้

ค่าเข้าชม (Admission Fees)

ค่าเข้าชม: $8 USD ต่อคน (เด็กอายุต่ำกว่า 9–12 ปี เข้าฟรี)
หมายเหตุ: เนื่องจากเป็นพื้นที่ของชนเผ่า Navajo Nation จึงไม่สามารถใช้บัตรอุทยานแห่งชาติสหรัฐฯ (America the Beautiful Pass) ได้

เวลาเปิด-ปิด (Hours of Operation)

1. ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (Visitor Center)

ฤดูร้อน (1 พฤษภาคม – 30 กันยายน): 06:00 น. – 20:00 น. (เปิดทุกวัน)
ฤดูหนาว/นอกฤดูกาล (1 ตุลาคม – 30 เมษายน): 08:00 น. – 17:00 น. (เปิดทุกวัน)

2. เส้นทางขับรถชมวิว (Scenic Drive / Valley Drive)

ฤดูร้อน (1 พฤษภาคม – 30 กันยายน): 07:00 น. – 19:00 น. (อนุญาตให้รถเข้าคันสุดท้ายได้ไม่เกิน 16:30 น.)
ฤดูหนาว (1 ตุลาคม – 30 เมษายน): 08:00 น. – 17:00 น. (อนุญาตให้รถเข้าคันสุดท้ายได้ไม่เกิน 14:30 น.)

ข้อควรทราบเพิ่มเติม:

วันหยุดปิดทำการ: ปิดให้บริการในวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving Day), วันคริสต์มาส (Christmas Day) และวันปีใหม่ (New Year's Day)
สภาพอากาศ: ในช่วงเดือนกรกฎาคม – กันยายน อาจมีพายุฝนฤดูร้อน ซึ่งอาจทำให้ถนนดิน Scenic Drive ปิดชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย

วิธีการเดินทางจากไทย

จากประเทศไทยยังไม่มีเที่ยวบินที่บินตรงถึง Monument Valley และบริเวณใกล้เคียงก็ไม่มีสนามบินนานาชาติขนาดใหญ่ ดังนั้นวิธีที่สะดวกที่สุดคือ บินจากกรุงเทพฯ ไปลงเมืองใหญ่ทางฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ แล้วเช่ารถขับต่อ ซึ่งเหมาะกับโลเคชันของที่นี่มาก เพราะสามารถจัดเป็นทริป Road Trip เที่ยว Arizona–Utah ต่อเนื่องได้เลย

เช็กตั๋วบินไปสหรัฐอเมริกา ราคาดีที่สุดที่ Traveloka

Mon, 2 Nov 2026

Air Canada

กรุงเทพ (BKK) ไป ลาสเวกัส (LAS)

เริ่มจาก THB 17,661.77

Fri, 23 Oct 2026

Air Canada

กรุงเทพ (BKK) ไป ลาสเวกัส (LAS)

เริ่มจาก THB 17,826.70

Mon, 2 Nov 2026

Philippine Airlines

กรุงเทพ (BKK) ไป ลาสเวกัส (LAS)

เริ่มจาก THB 20,852.92

บินลง Las Vegas (LAS): สนามบิน Harry Reid International Airport เป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่อยากจัดทริป Monument Valley จาก Las Vegas เพราะมีรถเช่าให้เลือกเยอะ จาก Las Vegas ขับไป Monument Valley ประมาณ 6–7 ชั่วโมง เส้นทางสามารถใช้ I-15 North ขึ้นไปทาง Utah ก่อนเชื่อมต่อถนนสายต่าง ๆ ไปยัง US-89 และ US-163 เหมาะกับการแบ่งทริปแวะเที่ยว Zion National Park หรือ Page ระหว่างทาง
บินลง Phoenix (PHX): Phoenix Sky Harbor International Airport เป็นอีกตัวเลือกที่สะดวกสำหรับคนที่อยากเที่ยวฝั่ง Arizona เป็นหลัก จาก Phoenix ขับขึ้นเหนือผ่าน I-17 ไปทาง Flagstaff ก่อนต่อ US-89 และเส้นทางเข้าสู่ US-163 ใช้เวลาประมาณ 5–6 ชั่วโมง หากมีเวลา สามารถวาง Grand Canyon หรือ Page ไว้ใน Road Trip เดียวกันได้ง่าย ๆ เลย 
บินลง Salt Lake City (SLC): เหมาะกับคนที่ตั้งใจเที่ยว Utah หลายแห่งแล้วค่อยลงมาจบที่ Monument Valley จาก Salt Lake City ขับรถลงใต้ประมาณ 6–7 ชั่วโมง โดยสามารถใช้เส้นทาง I-15 ก่อนเชื่อมต่อเส้นทางลงมายังพื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้ของ Utah แล้วเข้าสู่ US-163 ทริปนี้เหมาะกับคนที่มีเวลาหลายวันและอยากเที่ยวธรรมชาติของ Utah ไปเรื่อย ๆ ระหว่างทาง

ถ้าเป็นทริปแรกและมี Grand Canyon, Antelope Canyon และ Monument Valley อยู่ในลิสต์ การบินเข้า Las Vegas หรือ Phoenix แล้วเช่ารถเที่ยวต่อค่อนข้างจัดเส้นทางง่ายกว่า ส่วนตั๋วเครื่องบินจากไทยสามารถเลือกเที่ยวบินที่ต่อเครื่องตามเมืองหลักของสายการบิน เพราะปัจจุบันไม่มีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ ไป Las Vegas, Phoenix หรือ Salt Lake City

การเดินทางภายใน Monument Valley

เมื่อมาถึงแล้ว การเที่ยว Monument Valley ด้วยตัวเอง ยังเน้นใช้รถเป็นหลัก เพราะจุดต่าง ๆ กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ บริเวณ Visitor Center มีลานจอดรถ สามารถจอดแล้วเดินออกไปชมวิวได้สบาย แต่ถ้าอยากลงไปเที่ยวด้านในหุบเขา จะมีสองวิธีหลัก ๆ

ขับรถเที่ยวเอง: สามารถลงไปตาม Monument Valley Scenic Drive หรือ Valley Drive เส้นทางวนประมาณ 17 ไมล์ที่เชื่อมจุดชมวิวสำคัญหลายแห่ง แต่ถนนด้านในส่วนใหญ่เป็นทางดินและลูกรัง มีทั้งหลุม ทราย และช่วงขรุขระ จึงควรขับช้า ๆ และเช็กสภาพถนนในวันเดินทาง โดยเฉพาะหลังฝนตก
เที่ยวกับ Navajo Guide: ถ้าไม่อยากลุ้นกับถนนลูกรัง หรืออยากเข้าไปชมพื้นที่ด้านในบางส่วนที่รถนักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าไม่ได้ การเลือก Guided Tour กับ Navajo Guide จะสะดวกกว่า แถมยังได้ฟังเรื่องราวของภูมิประเทศ วัฒนธรรม และความสำคัญของ Monument Valley จากคนในพื้นที่โดยตรงด้วย

ถ้าถามว่า Monument Valley ใช้เวลาเที่ยวกี่ชั่วโมง หากแค่แวะ Visitor Center ชมวิวและถ่ายรูป เผื่อประมาณ 2–3 ชั่วโมงก็พอ แต่ถ้าตั้งใจขับ Scenic Drive แวะหลายจุด หรือเข้าร่วม Guided Tour แนะนำให้มีเวลาอย่างน้อยครึ่งวัน ส่วนใครอยากเก็บทั้งแสงเย็น ดูดาว และพระอาทิตย์ขึ้นแบบไม่ต้องรีบ การนอนใกล้หุบเขาโมนูเมนต์ สัก 1 คืนกำลังลงตัวเลย

จุดเด่นของหุบเขาโมนูเมนต์ (Monument Valley)

ภูมิประเทศแปลกตาและมีเอกลักษณ์: จุดเด่นของหุบเขาโมนูเมนต์ คือภูเขาหินทรายสีแดงที่ผ่านการกัดเซาะจากธรรมชาติมาอย่างยาวนาน จนเกิดเป็นหน้าผา ยอดหิน และแท่งหินรูปทรงต่าง ๆ ยิ่งมองคู่กับพื้นที่ทะเลทรายกว้าง ๆ ยิ่งให้บรรยากาศที่หาได้ยากจากที่อื่น
วิวสวยเปลี่ยนไปตามแสงตลอดวัน: Monument Valley เป็นสถานที่ที่แสงมีผลกับวิวมาก ช่วงเช้าจะได้โทนสีอ่อนและบรรยากาศสงบ พอช่วงเย็นหินจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีส้มแดงเข้มขึ้น ส่วนหลังพระอาทิตย์ตก ท้องฟ้าก็เปิดกว้างจนเหมาะกับการดูดาว ใครชอบถ่ายรูปอยู่ที่นี่ได้ตั้งแต่เช้าจนค่ำแบบไม่เบื่อ
มีเรื่องราวของชาว Navajo อยู่เบื้องหลัง: ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่ธรรมชาติ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของ Navajo Nation จึงมีทั้งเรื่องราว วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของชาว Navajo เชื่อมโยงอยู่กับพื้นที่ด้วย ยิ่งถ้ามาเที่ยวพร้อมไกด์ท้องถิ่นก็ยิ่งทำให้รู้จัก Monument Valley ได้ลึกกว่าการมาชมวิวเพียงอย่างเดียว
บรรยากาศเงียบสงบและเปิดโล่งสุดสายตา: ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่และอยู่ห่างจากเมืองใหญ่ รอบตัวจึงเต็มไปด้วยทะเลทราย ท้องฟ้า และธรรมชาติ เหมาะกับคนที่อยากพักจากบรรยากาศเมือง แล้วใช้เวลาอยู่กับวิวแบบช้า ๆ สักวัน
ต่อยอดเป็นทริป Road Trip ได้ง่าย: ทำเลของ Monument Valley อยู่ท่ามกลางเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติของ Arizona และ Utah จึงสามารถนำไปต่อกับ Grand Canyon, Page หรือแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ในภูมิภาคได้ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากจัด Road Trip อเมริกา แบบเที่ยวหลายพิกัดในทริปเดียว

เที่ยว หุบเขาโมนูเมนต์ (Monument Valley) เดือนไหนดี?

นั่งรถชมธรรมชาติที่หุบเขาโมนูเมนต์

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเที่ยว Monument Valley คือช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม และกันยายน–ตุลาคม เพราะอากาศไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป เหมาะกับการขับรถเที่ยว เดินชมธรรมชาติ และอยู่กลางแจ้งนาน ๆ โดยช่วงกลางวันมักอยู่ประมาณ 18–28°C ทั้งนี้อุณหภูมิในพื้นที่ทะเลทรายเปลี่ยนแปลงได้ค่อนข้างมากระหว่างกลางวันกับกลางคืน จึงควรเตรียมเสื้อผ้าไว้หลายเลเยอร์

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม): เป็นหนึ่งในช่วงที่น่าเที่ยวที่สุด อากาศกำลังสบาย กลางวันประมาณ 15–27°C ส่วนช่วงเช้าและค่ำจะเย็นกว่าพอสมควร ท้องฟ้ามักสดใสและแดดยังไม่หนักเท่าฤดูร้อน เหมาะกับการขับ Road Trip แวะจุดชมวิว และทำกิจกรรมกลางแจ้งแบบไม่เหนื่อยเกินไป
ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม): ช่วงนี้ได้บรรยากาศทะเลทรายแบบเต็ม ๆ ทั้งท้องฟ้าเปิด แสงแรง และภูเขาหินสีแดงที่ตัดกับท้องฟ้าชัดมาก กลางวันอุณหภูมิประมาณ 29–35°C หรือบางวันอาจสูงกว่านั้น จึงควรเน้นเที่ยวช่วงเช้าและเย็น อีกเรื่องที่ควรรู้คือช่วงปลายฤดูร้อนอาจมีพายุฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ ควรเช็กสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน): อีกหนึ่งช่วงแนะนำสำหรับคนที่ถามว่า เที่ยว Monument Valley ช่วงไหนดี เพราะหลังผ่านหน้าร้อนไปแล้ว อุณหภูมิจะค่อย ๆ ลดลง กลางวันประมาณ 12–29°C ขึ้นอยู่กับเดือน ช่วงกันยายน–ตุลาคมอากาศกำลังดี แสงช่วงเย็นสวย และเหมาะกับการใช้เวลานอกอาคาร แต่พอเข้าเดือนพฤศจิกายนอากาศช่วงเช้าและกลางคืนจะเริ่มหนาวชัดเจนขึ้น
ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์): ใครชอบบรรยากาศเงียบ ๆ และไม่ติดว่าต้องเจออากาศหนาว ฤดูนี้ก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบ กลางวันอยู่ประมาณ 5–12°C ขณะที่กลางคืนอาจลดลงต่ำกว่า 0°C และบางช่วงมีโอกาสเจอหิมะ ถ้าโชคดีได้เห็นยอดหินสีแดงแต้มด้วยหิมะสีขาว จะเป็นวิว Monument Valley ที่แตกต่างจากภาพทะเลทรายที่คุ้นตาอย่างมาก

กิจกรรมแนะนำในหุบเขาโมนูเมนต์ (Monument Valley)

พระอาทิตย์ขึ้นที่หุบเขาโมนูเมนต์
ตื่นมาดูพระอาทิตย์ขึ้นกลางทะเลทราย: ใครพักใกล้ Monument Valley แนะนำให้ยอมตื่นเช้าสักวัน เพราะช่วงที่แสงแรกค่อย ๆ ส่องลงบนภูเขาหิน บรรยากาศจะเงียบและสวยไปอีกแบบ แถมยังเป็นช่วงที่อากาศไม่ร้อนมาก เหมาะกับการเริ่มเที่ยวตั้งแต่เช้า
ออกทัวร์กับ Navajo Guide: ลองเปลี่ยนจากการเที่ยวด้วยตัวเองมาเข้าร่วมทัวร์กับไกด์ชาว Navajo ซึ่งจะพาไปสัมผัสพื้นที่ในมุมที่ต่างออกไป บางโปรแกรมยังเข้าถึงบริเวณที่รถทั่วไปไม่สามารถเข้าได้ พร้อมฟังเรื่องราวเกี่ยวกับธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมท้องถิ่นไปตลอดทาง
เดินป่าบน Wildcat Trail: ถ้าอยากลงจากรถมายืดเส้นยืดสาย ลองไปเดิน Wildcat Trail เส้นทางเดินธรรมชาติที่พาเข้าไปสัมผัสบรรยากาศทะเลทรายแบบใกล้ ๆ เหมาะมากกับสาย Outdoor แต่ควรเตรียมน้ำ หมวก และรองเท้าที่เดินสบายให้พร้อมกันด้วยนะ โดยเฉพาะวันที่แดดแรง
ถ่ายภาพช่วง Golden Hour: สำหรับสายถ่ายรูป ช่วงก่อนพระอาทิตย์ตกถือเป็นเวลาที่ไม่ควรพลาด เพราะแสงอุ่น ๆ จะช่วยขับสีของภูเขาหินให้ดูโดดเด่นขึ้น แนะนำหามุมที่ชอบไว้ล่วงหน้า แล้วเผื่อเวลานั่งรอแสงสวยแบบไม่ต้องรีบ
ดูดาวหลังฟ้ามืด: พอหมดแสงแล้วอย่าเพิ่งรีบกลับ เพราะพื้นที่รอบหุบเขาโมนูเมนต์อยู่ห่างจากเมืองใหญ่ จึงมีโอกาสเห็นท้องฟ้ายามค่ำคืนได้ชัดในวันที่อากาศเป็นใจ ใครพักค้างคืนลองออกมานั่งดูดาวเงียบ ๆ ก็เป็นอีกโมเมนต์ที่เติมเต็มทริปนี้ได้ดีเหมือนกัน 
เลือกซื้อของทำมือจากชาว Navajo: ระหว่างเที่ยวสามารถแวะชมงานหัตถกรรม เครื่องประดับ และของที่ระลึกจากศิลปินท้องถิ่น นอกจากได้ของกลับบ้านที่มีเอกลักษณ์แล้ว ยังเป็นอีกทางในการทำความรู้จักศิลปะและวัฒนธรรม Navajo มากขึ้นด้วย

แนะนำที่พักใกล้หุบเขาโมนูเมนต์ (Monument Valley) 

Goulding's Lodge

Goulding's Lodge
Goulding's Lodge
Goulding's Lodge
Goulding's Lodge

+2

Goulding's Lodge

ถ้าอยากได้ที่พักที่ทั้งทำเลดีและมีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบ Goulding's Lodge เป็นตัวเลือกที่น่าปักหมุดมาก ตัวที่พักอยู่ท่ามกลางภูมิประเทศสีแดงของ Monument Valley หลายห้องมีระเบียงหรือพื้นที่นั่งชมวิว ให้ฟีลเหมือนมาพักกลางดินแดนตะวันตกอเมริกาจริง ๆ หลังเที่ยวมาทั้งวันก็กลับมากินข้าวที่ร้านอาหารในรีสอร์ตได้เลย แถมยังมีร้านขายของชำ ปั๊มน้ำมัน พิพิธภัณฑ์ และทัวร์พร้อมไกด์ Navajo ให้บริการในพื้นที่เดียวกัน เหมาะกับคนที่อยากพักใกล้ Monument Valley แบบสะดวก ไม่ต้องขับรถออกไปหาอะไรไกล ๆ

United-states

กูลดิงส์ ลอดจ์

9.0/10

•

ซานฮวน

THB 6,508.29

The View Hotel

The View Hotel
The View Hotel
The View Hotel
The View Hotel

+2

The View Hotel

ถ้าทริปนี้อยากให้เรื่องวิวมาเป็นอันดับหนึ่ง The View Hotel คือที่พักที่ชื่อก็บอกคอนเซปต์ชัดมาก เพราะตั้งอยู่ด้านใน Monument Valley Navajo Tribal Park เลย จุดเด่นคือห้องพักมีวิวหุบเขาและระเบียงส่วนตัว ทำให้เช้าวันไหนไม่อยากรีบออกจากห้อง ก็ยังนั่งจิบกาแฟพร้อมมองวิวทะเลทรายได้แบบเต็มตา ยิ่งช่วงพระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตก บรรยากาศยิ่งพิเศษขึ้นไปอีก นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารและอยู่ใกล้จุดเริ่มต้นของเส้นทางเที่ยวต่าง ๆ เหมาะกับคนที่อยากพักสบาย ๆ และใช้เวลากับวิวของ หุบเขาโมนูเมนต์ ให้เต็มที่ที่สุด

Kayenta Monument Valley Inn

Kayenta Monument Valley Inn
Kayenta Monument Valley Inn
Kayenta Monument Valley Inn
Kayenta Monument Valley Inn

+2

Kayenta Monument Valley Inn

สำหรับสาย Road Trip ที่อยากได้ห้องพักสบาย ๆ ในราคาที่มักเข้าถึงง่ายกว่าการนอนติดหุบเขา ลองขยับมาพักที่ Kayenta Monument Valley Inn ในเมือง Kayenta ซึ่งอยู่ห่างจาก Monument Valley ประมาณ 37 กิโลเมตร เหมาะกับการพักเอาแรงแล้วขับเข้าไปเที่ยวในเช้าวันถัดไป ตัวโรงแรมให้บรรยากาศเรียบง่าย มีห้องพักพร้อม Wi-Fi ร้านอาหาร ฟิตเนส และสระว่ายน้ำกลางแจ้งตามฤดูกาล ทำให้หลังขับรถมาทั้งวันยังมีพื้นที่ให้พักผ่อนแบบสบาย ๆ เป็นตัวเลือกที่ลงตัวสำหรับคนที่เน้นความสะดวกและอยากคุมงบของทริปไปพร้อมกัน

United-states

คาเยนตา โมนูเมนต์แวลลีย์อินน์

7.4/10

•

นาวาโฮ

THB 4,304.49

เคล็ดลับการเที่ยวหุบเขาโมนูเมนต์ (Monument Valley) 

เช็กเวลาเปิด-ปิดก่อนออกเดินทาง: เวลาให้บริการของ Monument Valley Navajo Tribal Park และเวลาเข้า Valley Drive อาจเปลี่ยนตามฤดูกาล แนะนำเช็กข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง จะได้ไม่ขับมาถึงแล้วมีเวลาเที่ยวไม่พอ
เติมน้ำมันให้พร้อมตั้งแต่ก่อนเข้าพื้นที่: Monument Valley อยู่ค่อนข้างไกลจากเมืองใหญ่ ปั๊มน้ำมันและร้านค้าระหว่างทางไม่ได้มีถี่เหมือนในเมือง ทางที่ดีเติมน้ำมันให้เต็ม เตรียมน้ำดื่มและของกินติดรถไว้ จะได้เที่ยวต่อแบบไม่ต้องกังวล
ดาวน์โหลดแผนที่ Offline เอาไว้: สัญญาณโทรศัพท์บางช่วงอาจไม่เสถียร โดยเฉพาะระหว่างขับรถผ่านพื้นที่ห่างไกล การเซฟแผนที่และเส้นทางไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้เที่ยว Monument Valley ด้วยตัวเองได้อุ่นใจกว่า
เตรียมเสื้อผ้าให้รับมืออากาศที่เปลี่ยนเร็ว: พื้นที่ทะเลทรายมีอุณหภูมิระหว่างกลางวันกับกลางคืนต่างกันพอสมควร แนะนำแต่งตัวเป็นเลเยอร์ สวมถอดสะดวก พร้อมพกหมวก แว่นกันแดด และครีมกันแดดไว้ โดยเฉพาะคนที่เที่ยวตั้งแต่เช้าจนถึงช่วงค่ำ
อย่าอัดโปรแกรมแน่นเกินไป: ระยะทางระหว่างสถานที่ท่องเที่ยวใน Arizona และ Utah ไกลกว่าที่คิด แถมระหว่างทางยังมีวิวชวนให้จอดแวะเรื่อย ๆ ควรเผื่อเวลาขับรถ พัก และแวะถ่ายรูปเพิ่มจากแผนไว้เล็กน้อย จะได้ไม่ต้องเร่งตลอดทริป
เคารพกฎและพื้นที่ของ Navajo Nation: บางบริเวณเป็นพื้นที่ส่วนบุคคลหรือมีความสำคัญทางวัฒนธรรม จึงไม่ควรเดินออกนอกเส้นทางหรือเข้าไปในพื้นที่ที่ไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยว หากมีป้ายหรือคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ก็ควรปฏิบัติตาม เพื่อให้เที่ยวได้อย่างเหมาะสมและเคารพชุมชนท้องถิ่น
เตรียมเงินและวิธีชำระเงินไว้มากกว่าหนึ่งแบบ: ร้านค้า จุดบริการ หรือผู้ให้บริการท้องถิ่นบางแห่งอาจมีรูปแบบการรับชำระแตกต่างกัน พกเงินสดจำนวนเล็กน้อยควบคู่กับบัตรไว้ จะช่วยให้คล่องตัวกว่าเวลาแวะซื้อของหรือใช้บริการระหว่างทาง

อ่านต่อบทความท่องที่ยวอื่น ๆ:

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยวหุบเขาโมนูเมนต์ (Monument Valley) 

Q: ต้องทำวีซ่าไหมก่อนเดินทาง?

A: ผู้ถือพาสปอร์ตไทยจำเป็นต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวอเมริกา (US B1/B2 Visa) ให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง แนะนำให้เตรียมเอกสารและยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าอย่างน้อย 3–6 เดือน เนื่องจากคิววันนัดสัมภาษณ์อาจเต็มล่วงหน้าหลายเดือน

Q: ไปเที่ยว Monument Valley ต้องแต่งตัวยังไง?

A: ควรสวมเสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี เน้นแต่งกายแบบสวมทับหลายชั้น เพราะอุณหภูมิในทะเลทรายต่างกันมากระหว่างวัน จะได้ สวมหรือถอดตามอากาศได้สะดวก ที่สำคัญควรเตรียมหมวก แว่นกันแดด ครีมกันแดด และเลือกรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าที่ใส่สบายพร้อมลุยฝุ่นดินแดง

Q: ค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับค่าเข้าและทริปอยู่ที่เท่าไหร่?

A: ค่าเข้าอุทยานอยู่ที่ $8 USD ต่อคน ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ขึ้นอยู่กับค่าเช่ารถ ค่าน้ำมัน และที่พัก (ราคาประมาณ $100 – $300+ ต่อคืน ขึ้นอยู่กับว่าพักในอุทยานหรือเมืองรอบนอก) 

Q: เดินทางจากสนามบินมา Monument Valley ยังไง?

A: วิธีที่สะดวกที่สุดคือการเช่ารถขับจากสนามบินเมืองใหญ่ใกล้เคียง เช่น Las Vegas (LAS), Phoenix (PHX) หรือ Salt Lake City (SLC) โดยใช้เวลาขับรถประมาณ 5–7 ชั่วโมง

Q: เที่ยวช่วงไหนดีที่สุด?

A: ช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม และกันยายน–ตุลาคม ดีที่สุด เพราะอากาศอบอุ่นกำลังสบาย ไม่ร้อนจัดเหมือนฤดูร้อน และไม่หนาวจัดจนมีหิมะตกเหมือนช่วงฤดูหนาว

Q: มีที่จอดรถไหม และขับรถ Sedan ลงไปได้หรือเปล่า?

A: บริเวณ Visitor Center และโรงแรมมีลานจอดรถกว้างขวาง ส่วนเส้นทาง Scenic Drive ด้านในเป็นถนนดินลูกรังขรุขระ รถธรรมดาหรือ รถ Sedan ขับลงไปได้แต่ต้องระวังหลุมทราย หากใช้รถ SUV หรือรถที่มีท้องสูงจะขับง่ายและปลอดภัยกว่า

สำรวจสิ่งที่ดีที่สุดของ นาวาโฮ

นาวาโฮ

United States
จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร