[รีวิว] The Oculus New York พร้อมจุดไฮไลท์และกิจกรรมแนะนำ

เที่ยว The Oculus New York แลนด์มาร์กสุดล้ำใจกลาง World Trade Center พร้อมจุดถ่ายรูป กิจกรรม วิธีเดินทาง ช่วงน่าเที่ยว และที่พักใกล้เคียงแนะนำ
Traveloka TH
ใช้เวลาอ่านประมาณ 8 นาที

ถ้ามาเที่ยวนิวยอร์ก แล้วอยากได้พิกัดที่ทั้งถ่ายรูปสวย เดินช้อปเพลิน แถมยังมีสถาปัตยกรรมสุดอลังการให้เดินชมแบบเพลิน ๆ ต้องลองแวะ The Oculus แลนด์มาร์กสีขาวสุดล้ำใจกลางย่าน World Trade Center ที่แค่เห็นจากไกล ๆ ก็สะดุดตา ด้วยรูปทรงอาคารคล้ายปีกนกขนาดใหญ่ที่กางออกท่ามกลางตึกสูงของ Manhattan จนกลายเป็นอีกหนึ่งภาพจำของย่านนี้ไปแล้ว

แต่เสน่ห์ของ The Oculus New York ไม่ได้มีแค่ดีไซน์เท่ ๆ เท่านั้น เพราะด้านในยังเป็นทั้งจุดเชื่อมต่อการเดินทาง มีพื้นที่ให้เดินช้อป หาอะไรกิน หรือแวะพักขาระหว่างเที่ยว เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ทั้งเช็กอิน ถ่ายรูป ช้อปปิ้ง และเดินทางต่อไปเที่ยวรอบเมืองได้แบบสะดวกสุด ๆ

บทความนี้จะพาไปเที่ยว The Oculus กันแบบครบ ๆ ตั้งแต่จุดน่าสนใจ วิธีเดินทาง ช่วงเวลาน่าเที่ยว กิจกรรมที่ควรลอง ไปจนถึงที่พักและเคล็ดลับเล็ก ๆ ที่ช่วยให้เที่ยวสนุกขึ้น ส่วนใครกำลังเตรียมทริปนิวยอร์ก ก็สามารถค้นหาและจองตั๋วเครื่องบินและที่พักผ่าน Traveloka ได้ในที่เดียว ช่วยให้วางแผนทริปง่ายขึ้น แล้วพร้อมออกไปสนุกกับนิวยอร์กได้แบบเต็มที่!

เช็กราคาตั๋วเครื่องบินไปนิวยอร์ก ทริปในฝันที่ห้ามพลาด

Mon, 9 Nov 2026

Etihad

กรุงเทพ (BKK) ไป นิวยอร์ก (JFK)

เริ่มจาก THB 13,206.30

Sun, 8 Nov 2026

Etihad

กรุงเทพ (BKK) ไป นิวยอร์ก (JFK)

เริ่มจาก THB 13,402.91

Tue, 3 Nov 2026

Philippine Airlines

กรุงเทพ (BKK) ไป นิวยอร์ก (JFK)

เริ่มจาก THB 15,574.38

Quick Summary: สรุปไฮไลท์การเที่ยว The Oculus ใน 1 นาที

สัมผัสความยิ่งใหญ่อลังการของสถาปัตยกรรมระดับโลก: อาคารสีขาวทรงปีกนกสุดล้ำ ผลงานออกแบบของ Santiago Calatrava สถาปนิกชาวสเปน สื่อถึงความหวังและการฟื้นฟูหลังเหตุการณ์ 9/11 โดดเด่นด้วยซี่โครงเหล็กสีขาวแผ่ออกสองด้านท่ามกลางตึกสูงของ Lower Manhattan
จุดท่องเที่ยวและมุมถ่ายรูปห้ามพลาด: โถง Main Floor สีขาวสุดโปร่งปูด้วยหินอ่อน Lasa จากอิตาลี รับแสงธรรมชาติผ่านช่อง Skylight บนหลังคา, จุดเช็กอินยอดฮิตคือการถ่ายรูปย้อนลงมาจากชั้นบนเพื่อเก็บเส้นสายสมมาตร และการใช้เลนส์มุมกว้างเสยขึ้นเพดานจากกลางโถง
กิจกรรมยอดฮิต: เดินช้อปปิ้งและหาของกินใน Westfield World Trade Center, แวะพักผ่อนหลบแอร์เย็นๆ หรือหลบฝน/ความหนาว, ชมกิจกรรมและนิทรรศการศิลปะหมุนเวียนบริเวณโถงกลาง และจัด Day Trip เดินเที่ยวต่อยัง 9/11 Memorial, One World Observatory, Brookfield Place รวมถึง Wall Street
การเดินทางสะดวก: บินลงสนามบิน JFK หรือ EWR แล้วนั่งรถไฟใต้ดิน (NYC Subway) สาย 1, E, R/W หรือสายอื่นๆ มาลงสถานี World Trade Center / Fulton Street ได้ง่ายๆ รวมถึงมี PATH Train วิ่งตรงข้ามมาจากฝั่ง New Jersey เข้าสู่ตัวอาคารโดยตรง
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: เที่ยวได้ตลอดปีเพราะเป็นอาคารในร่ม ช่วงยอดนิยมคือฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน–พฤษภาคม) และฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–ตุลาคม) ที่อากาศสบาย เหมาะกับการเดินเที่ยวรอบย่าน ส่วนหน้าหนาวก็เหมาะแก่การเข้ามาเดินเล่นพักกายจากความเย็นด้านนอก
ระยะเวลาที่แนะนำ: ใช้เวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมงสำหรับเดินชม ถ่ายรูป และช้อปปิ้งเล็กน้อย หรือเผื่อไว้ครึ่งวันถึงหนึ่งวันหากต้องการจัดเส้นทางเดินเที่ยวแลนด์มาร์กสำคัญรอบๆ ย่าน World Trade Center ให้ครบ

จุดไฮไลท์ต่างๆ ของ The Oculus

1. สถาปัตยกรรมรูปปีกนก ผลงานของ Santiago Calatrava

Explore the architectural marvels of One World Trade Center and The Oculus in New York City.

Explore the architectural marvels of One World Trade Center and The Oculus in New York City.

ความเป็นมาของ The Oculus

ความว้าวของ The Oculus จริง ๆ เริ่มตั้งแต่ยังไม่เดินเข้าอาคารเลย เพราะนี่คือผลงานของ Santiago Calatrava สถาปนิกชาวสเปนที่ขึ้นชื่อเรื่องงานออกแบบที่เล่นกับโครงสร้างและรูปทรงได้โดดเด่นมาก ตัว Oculus ใช้ซี่โครงเหล็กสีขาวที่แผ่ออกไปทั้งสองด้าน โดยแนวคิดของอาคารเปรียบเหมือนมือของเด็กที่กำลังปล่อยนกออกสู่ท้องฟ้า สื่อถึงการฟื้นฟู ความหวัง และสันติภาพ จึงไม่น่าแปลกใจที่หลายคนมองแล้วนึกถึงนกสีขาวตัวใหญ่กำลังกางปีกอยู่กลางเมือง

ความน่าสนใจอีกอย่างคืออาคารนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางตึกสูงทรงเหลี่ยมของ World Trade Center พอดี พอเอาความโค้งและเส้นสายสีขาวของ Oculus มาวางอยู่ตรงกลาง ภาพเลยยิ่งดูเด่นแบบแทบไม่ต้องพยายาม ถ้าอยากเห็นทรงอาคารชัด ๆ แนะนำเดินถอยออกมาหามุมกว้างด้านนอก แล้วค่อยเดินเข้าไปดูรายละเอียดใกล้ ๆ จะได้เห็นว่าอาคารเดียวกันให้ความรู้สึกต่างกันมากเมื่อมองจากแต่ละมุม

2. โถง Main Floor สีขาวสุดอลังการ

Low angle view of the modern architectural design inside the Oculus in NYC, featuring a glazed skylight.

แค่เดินเข้ามาใน The Oculus ก็มีโอกาสเผลอหยุดมองรอบ ๆ อยู่พักใหญ่แล้ว เพราะโถง Main Floor ด้านในทั้งกว้าง โปร่ง และแทบทุกอย่างในนี้เป็นสีขาว ตั้งแต่พื้นไปจนถึงโครงสร้างที่ไล่ขึ้นสู่เพดานสูง ตรงกลางหลังคายังมีช่องสกายไลต์ยาวที่ช่วยดึงแสงธรรมชาติเข้ามา ทำให้บรรยากาศเปลี่ยนไปตามแสงในแต่ละช่วงของวัน ยิ่งวันไหนแดดดี ด้านในจะดูสว่างและมีมิติขึ้นมาก

ถ้าอยากได้รูปสวย ๆ อย่าเพิ่งรีบลงไปตรงกลางโถง ลองเดินขึ้นไปบริเวณชั้นบนแล้วถ่ายย้อนลงมาก่อน จะเห็นเส้นสายของอาคารเรียงตัวเข้าหากันอย่างสมมาตร เป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูป The Oculus New York ที่เห็นบ่อยมากในโซเชียล ส่วนใครมีเลนส์ Wide หรือใช้โหมดมุมกว้างของมือถือ ลองถ่ายจากกลางโถงเสยขึ้นไปด้านบน ก็จะได้อีกมุมที่ดูอลังการไปคนละแบบเลย

3. Westfield World Trade Center ช้อป กิน และพักขาได้ในที่เดียว

Bustling interior view of The Oculus in New York City with people shopping and socializing.

มาถึง The Oculus New York แล้วไม่จำเป็นต้องถ่ายรูปเสร็จแล้วรีบไปต่อ เพราะด้านในและพื้นที่ที่เชื่อมถึงกันเป็นที่ตั้งของ Westfield World Trade Center แหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ที่มีทั้งร้านแฟชั่น บิวตี้ ไลฟ์สไตล์ ร้านอาหาร คาเฟ่ และบริการต่าง ๆ ให้แวะกันได้ระหว่างเที่ยว

เสน่ห์ของการได้ช้อปปิ้งที่นี่คือบรรยากาศไม่เหมือนเดินห้างทั่วไป เพราะระหว่างเดินเลือกของก็ยังเห็นสถาปัตยกรรมสีขาวของ Oculus อยู่รอบตัว แถม Main Floor ยังถูกใช้เป็นพื้นที่จัดกิจกรรมอยู่เรื่อย ๆ ทั้งงานศิลปะ การแสดง ตลาด และอีเวนต์ตามเทศกาล เพราะฉะนั้นถ้ามาวันที่มีกิจกรรมพอดี อาจได้อะไรสนุก ๆ เพิ่มจากแพลนเดิมแบบไม่ทันตั้งตัว

อีกอย่างที่หลายคนชอบคือ ที่นี่เหมาะกับการใช้เป็นจุดพักกลางวันมาก เช่นเดินเล่นแถว Lower Manhattan จนเริ่มเมื่อยหรือเจอวันที่อากาศร้อน หนาว หรือฝนตก ก็เข้ามาหาอะไรกิน เดินช้อป และพักขาก่อนออกไปลุยต่อได้สบาย

4. World Trade Center Transportation Hub สถานีรถไฟที่สวยจนกลายเป็นที่เที่ยว

หน้าตาเหมือนพิพิธภัณฑ์หรือแกลเลอรีขนาดนี้ แต่จริง ๆ แล้วหัวใจหลักของ Oculus คือการเป็น World Trade Center Transportation Hub ศูนย์กลางการเดินทางที่มีผู้คนใช้งานจริงในทุก ๆ วัน ภายในมีสถานี PATH Train สำหรับเดินทางข้ามแม่น้ำ Hudson ระหว่าง Manhattan กับ New Jersey และยังเชื่อมต่อกับระบบรถไฟใต้ดินของนิวยอร์กในบริเวณใกล้เคียงด้วย

จุดนี้ทำให้ Oculus มีเสน่ห์ไปอีกแบบ เพราะไม่ได้เป็นแลนด์มาร์กที่สร้างไว้ให้เดินชมอย่างเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเมืองจริง ๆ ช่วงเช้าและเย็นจะเห็นชาวนิวยอร์กเดินผ่านกันอย่างเร่งรีบ ขณะที่อีกมุมก็มีนักท่องเที่ยวยืนเงยหน้าถ่ายรูปกันเต็มไปหมด ได้ความเป็นนิวยอร์กทั้งสองแบบมาเจอกันในอาคารเดียวเลย

ที่น่าสนใจคือด้านในยังมีทางเดินเชื่อมไปยังอาคารและพื้นที่ต่าง ๆ ของ World Trade Center ทำให้วันไหนอากาศไม่ค่อยเป็นใจ เราก็สามารถเดินในอาคารได้ ไม่ต้องขึ้นมาบนถนนทุกครั้ง

5. ทำเลดีมาก เที่ยวต่อรอบ World Trade Center ได้อีกหลายพิกัด

อีกหนึ่งข้อดีของการมาเที่ยว The Oculus คือโลเคชั่นที่ดีมาก เพราะแค่ก้าวออกจากอาคารก็สามารถเดินต่อไปยังแลนด์มาร์กดังของ Lower Manhattan ได้อีกหลายแห่ง ถ้ามีเวลาครึ่งวันหรือหนึ่งวัน แนะนำให้จัดทั้งหมดไว้ในเส้นเดียวกันไปเลย จะเที่ยวได้คุ้มและไม่ต้องเสียเวลานั่งรถข้ามเมืองไปมา

ใกล้ที่สุดคือ 9/11 Memorial & Museum ซึ่งอยู่ในพื้นที่ World Trade Center เช่นเดียวกัน ด้านนอกมี Memorial Pools ขนาดใหญ่สองแห่ง บรรยากาศค่อนข้างสงบและแตกต่างจากความคึกคักของเมืองรอบ ๆ ส่วนใครอยากเข้าใจเรื่องราวของเหตุการณ์ 11 กันยายนมากขึ้น สามารถเข้าไปชมนิทรรศการภายในพิพิธภัณฑ์ต่อได้ แนะนำเผื่อเวลาไว้พอสมควร เพราะด้านในมีรายละเอียดให้ชมเยอะมาก

ถัดมาไม่ไกลคือ One World Trade Center ตึกที่สูงที่สุดในสหรัฐฯ และเป็นอีกหนึ่งภาพจำของ Downtown Manhattan ส่วนสายชมวิวต้องขึ้นไปที่ One World Observatory บนชั้น 100–102 เพราะด้านบนสามารถมองเห็นวิว New York City ได้แบบกว้างมาก ทั้ง Manhattan, Brooklyn, New Jersey และ New York Harbor วันไหนฟ้าเปิดวิวคือสวยสุด ๆ โดยเฉพาะช่วงใกล้พระอาทิตย์ตกที่ได้เห็นเมืองเปลี่ยนจากกลางวันไปเป็นแสงไฟยามค่ำในรอบเดียว

ถ้ายังมีแรงเดินต่อ ลองไปทางฝั่งแม่น้ำ Hudson จะเจอ Brookfield Place พื้นที่ริมน้ำที่บรรยากาศชิลขึ้นมาหน่อย แถวนี้มีทั้งร้านอาหาร ร้านค้า และพื้นที่ให้นั่งพักชมวิวแม่น้ำ เหมาะกับการแวะพักหลังเดินเที่ยวมาหลายชั่วโมง หรือจะเดินต่อไปทาง Financial District ก็ได้ เพราะมีทั้ง Wall Street, New York Stock Exchange และ Charging Bull อยู่ในละแวกเดียวกัน

เพราะฉะนั้นถ้าถามว่า The Oculus ใกล้ที่เที่ยวอะไรบ้าง บอกเลยว่าเยอะจนจัดเป็นทริปหนึ่งวันได้สบาย ๆ จะเริ่มจากถ่ายรูปสถาปัตยกรรมที่ Oculus ต่อด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ขึ้นไปชมวิว Manhattan จากมุมสูง แล้วปิดท้ายด้วยการเดินเล่นริมแม่น้ำหรือ Financial District ก็ได้หลายบรรยากาศของนิวยอร์กครบในวันเดียวเลย

ที่ตั้งและการเดินทางไป The Oculus 

The Oculus ตั้งอยู่ใจกลางย่าน World Trade Center ใน Lower Manhattan ทางตอนใต้ของเกาะ Manhattan ถือเป็นโลเคชั่นที่เที่ยวสะดวกมาก เพราะนอกจากจะอยู่ใกล้แลนด์มาร์กดังหลายแห่งแล้ว ตัวอาคารยังเป็นส่วนหนึ่งของ World Trade Center Transportation Hub ที่เชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะหลายสาย ใครมา เที่ยว The Oculus ด้วยตัวเอง จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางมากนัก

ค่าเข้าชม: สามารถเข้าชมพื้นที่สาธารณะของ The Oculus ได้ฟรี ส่วนร้านค้าและสถานที่ท่องเที่ยวรอบ ๆ จะมีเวลาเปิด-ปิดและค่าเข้าชมแตกต่างกันไป

การเดินทางจากไทยไปนิวยอร์ก

สำหรับนักท่องเที่ยวจากไทย การเดินทางไปนิวยอร์ก สะดวกที่สุดคือ การบินไปยังสนามบินหลักของนิวยอร์กอย่าง John F. Kennedy International Airport (JFK) หรือ Newark Liberty International Airport (EWR) ได้ ซึ่งเที่ยวบินจากไทยส่วนใหญ่จะมีการต่อเครื่องอย่างน้อยหนึ่งครั้ง ขึ้นอยู่กับสายการบินและเส้นทางที่เลือก

ถ้าจุดหมายหลักอยู่ใน Manhattan การลงที่ JFK ถือว่าสะดวกมาก เพราะสามารถต่อ AirTrain และระบบขนส่งสาธารณะเข้าเมืองได้ ส่วน EWR อยู่ฝั่ง New Jersey แต่ก็เดินทางเข้าสู่ Manhattan ได้สะดวกเช่นกัน และยิ่งถ้าจะมาโซน World Trade Center ก็มีตัวเลือกการเดินทางเชื่อมต่อจากฝั่ง New Jersey เข้ามาได้หลายแบบเลย

เช็กราคาตั๋วเครื่องบินไปนิวยอร์ก ทริปในฝันที่ห้ามพลาด

Mon, 9 Nov 2026

Etihad

กรุงเทพ (BKK) ไป นิวยอร์ก (JFK)

เริ่มจาก THB 13,206.30

Sun, 8 Nov 2026

Etihad

กรุงเทพ (BKK) ไป นิวยอร์ก (JFK)

เริ่มจาก THB 13,402.91

Tue, 3 Nov 2026

Philippine Airlines

กรุงเทพ (BKK) ไป นิวยอร์ก (JFK)

เริ่มจาก THB 15,574.38

วิธีเดินทางไป The Oculus

รถไฟใต้ดิน (NYC Subway): ถ้าพักอยู่ใน Manhattan วิธีนี้ทั้งง่ายและคล่องตัวที่สุด เพราะบริเวณ World Trade Center มีรถไฟใต้ดินหลายสายให้เลือก โดยสามารถใช้สาย 1 มาลง WTC Cortlandt, สาย E มาลง World Trade Center หรือสาย R/W มาลง Cortlandt Street แล้วเดินเข้าสู่ Oculus ได้ ส่วนสาย 2, 3, 4, 5, A, C, J และ Z สามารถลงบริเวณ Fulton Street แล้วเดินเชื่อมต่อมายัง World Trade Center ได้เช่นกัน
PATH Train: ใครเดินทางมาจากฝั่ง New Jersey เช่น Jersey City วิธีนี้สะดวกมาก เพราะ PATH Train วิ่งเข้าสู่ World Trade Center Station โดยตรง พอขึ้นจากชานชาลาก็เข้าสู่พื้นที่ Oculus World Trade Center ได้เลย ไม่ต้องต่อรถหลายรอบ เหมาะทั้งกับคนที่พักฝั่ง New Jersey และคนที่วางแผนเที่ยวสองฝั่งในทริปเดียว 
เดินจากย่านใกล้เคียง: ถ้าวันนั้นมีแพลนเที่ยว Lower Manhattan อยู่แล้ว การเดินมาที่ The Oculus New York สนุกกว่าที่คิด เพราะย่านนี้มีอะไรให้แวะดูตลอดทาง ไม่ว่าจะมาจาก Wall Street, Financial District หรือฝั่งแม่น้ำ Hudson ระยะทางของหลายจุดอยู่ในระดับที่เดินต่อกันได้สบาย แถมยังได้เก็บบรรยากาศ Downtown New York ไปด้วย
แท็กซี่หรือ Ride-hailing: เหมาะกับวันที่มีกระเป๋าเยอะ มากันหลายคน หรืออยากเดินทางแบบไม่ต้องเปลี่ยนรถ สามารถปักหมุด The Oculus หรือ World Trade Center ได้เลย แต่ต้องเผื่อเวลาไว้สักหน่อย โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็นที่การจราจรใน Manhattan ค่อนข้างหนาแน่น ถ้าเป็นช่วง Rush Hour รถไฟใต้ดินอาจช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่า

จุดเด่นของ The Oculus

Crowds at the Oculus building in NYC, a striking architectural landmark near One World Trade Center.
แวะง่าย แต่เที่ยวได้หลายสไตล์: เสน่ห์ของ The Oculus คือไม่จำเป็นต้องเป็นสายสถาปัตยกรรมก็มาเที่ยวสนุกได้ จะตั้งใจมาถ่ายรูป เดินเล่น ช้อปปิ้ง หาอะไรกิน หรือใช้เป็นจุดพักระหว่างเที่ยว Lower Manhattan ก็ได้หมด จึงเป็นพิกัดที่ใส่ลงในแพลนเที่ยวนิวยอร์กได้ง่ายมาก
บรรยากาศเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาของวัน: ด้วยพื้นที่ด้านในที่เปิดรับแสงธรรมชาติ ทำให้ Oculus ให้ฟีลไม่เหมือนกันตลอดวัน ช่วงกลางวันจะดูสว่าง โปร่ง และเห็นรายละเอียดของอาคารชัด ส่วนช่วงเย็นบรรยากาศจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปพร้อมแสงด้านนอก ใครชอบถ่ายภาพสามารถลองมาในเวลาต่างกันเพื่อเก็บคนละอารมณ์ได้
ได้สัมผัสความเป็นนิวยอร์กในชีวิตประจำวัน: ที่นี่ไม่ได้มีแต่นักท่องเที่ยว เพราะยังเป็นพื้นที่ที่ชาวเมืองใช้เดินทางกันจริง ๆ ระหว่างเดินเล่นจึงได้เห็นทั้งคนรีบไปทำงาน นักท่องเที่ยวถือกล้อง และผู้คนแวะกินข้าวหรือช้อปปิ้ง เป็นความคึกคักที่ทำให้ Oculus NYC มีชีวิตชีวามากกว่าแลนด์มาร์กสำหรับเช็กอินอย่างเดียว
เที่ยวได้สบายแม้อากาศข้างนอกไม่เป็นใจ: วันไหนนิวยอร์กฝนตก อากาศร้อนจัด หรือเจอลมหนาวจนไม่อยากเดินกลางแจ้งนาน ๆ ก็สามารถเข้ามาใช้เวลาใน The Oculus ได้แบบไม่เสียแพลน เหมาะมากสำหรับใส่ไว้เป็นพิกัดสำรองในวันที่อากาศเดาใจยาก
เหมาะกับการแวะทั้งทริปสั้นและทริปยาว: ถ้ามีเวลาไม่มาก สามารถแวะชมอาคารและเก็บจุดถ่ายรูป เด่น ๆ แล้วไปต่อได้ แต่ถ้ามีเวลา ก็เดินเล่น ช้อป หาอะไรกิน และค่อยเที่ยวต่อรอบย่านได้ จึงปรับเวลาให้เข้ากับแพลนแต่ละคนได้ง่าย
ให้บรรยากาศอีกด้านของนิวยอร์ก: ถ้าภาพจำของนิวยอร์กคือถนนแน่น ๆ ป้ายไฟ และตึกระฟ้า ที่นี่จะได้เจออีกมุมที่ดูสะอาดตา โมเดิร์น และเน้นงานดีไซน์มากขึ้น เป็นความแตกต่างที่ช่วยให้ทริป เที่ยวนิวยอร์กมีอะไรหลากหลายกว่าเดิม

เที่ยว The Oculus เดือนไหนดี?

ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับกับการเที่ยว The Oculus คือเดือนเมษายน–พฤษภาคม และกันยายน–ตุลาคม เพราะอากาศในนิวยอร์กกำลังสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป เหมาะกับการเดินเที่ยวโซน Lower Manhattan และแวะเที่ยวรอบ World Trade Center ต่อได้แบบเพลิน ๆ แต่ถ้าเน้นเที่ยวด้านใน The Oculus เป็นหลัก จริง ๆ แล้วมาได้ตลอดทั้งปี เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในอาคาร

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม–พฤษภาคม): เป็นช่วงที่นิวยอร์กค่อย ๆ กลับมาสดใสหลังผ่านหน้าหนาว อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 5–22°C ช่วงมีนาคมยังเย็นอยู่พอสมควร แต่พอเข้าเมษายน–พฤษภาคมอากาศจะสบายขึ้น เดินเที่ยวเมืองสนุกมาก แสงช่วงกลางวันก็ดี เหมาะกับการถ่ายรูป The Oculus แล้วเดินเล่นต่อรอบ ๆ แบบไม่ต้องรีบ
ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม): ช่วงนี้เมืองคึกคักสุด ๆ กลางวันยาว เที่ยวได้ตั้งแต่เช้าจนเย็น โดยอุณหภูมิส่วนใหญ่อยู่ประมาณ 20–30°C และบางวันอาจร้อนกว่านี้พร้อมความชื้นที่ค่อนข้างสูง ข้อดีคือถ้าเดินข้างนอกจนเริ่มร้อน ก็แวะเข้ามาพักแอร์ เดินช้อป หรือหาอะไรกินใน Oculus 
ฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน–พฤศจิกายน): อีกช่วงที่น่าเที่ยวมาก โดยเฉพาะกันยายน–ตุลาคมที่อากาศเย็นกำลังดี อุณหภูมิประมาณ 7–26°C ตลอดฤดู ยิ่งเข้าช่วงปลายตุลาคม–พฤศจิกายนจะเริ่มได้ฟีลนิวยอร์กหน้าหนาวมากขึ้น เหมาะกับคนที่อยากเดินเที่ยว Downtown แบบยาว ๆ โดยไม่ต้องเจออากาศร้อนจัดเหมือนช่วงซัมเมอร์
ฤดูหนาว (ธันวาคม–กุมภาพันธ์): ใครอยากสัมผัสนิวยอร์กในบรรยากาศหน้าหนาว ช่วงนี้ได้ฟีลสุด ๆ อุณหภูมิโดยทั่วไปประมาณ -3–8°C และมีโอกาสเจอหิมะ โดยเฉพาะเดือนมกราคม–กุมภาพันธ์ ถึงข้างนอกจะหนาว แต่ Oculus กลับเหมาะกับช่วงนี้มาก เพราะสามารถเข้ามาเดินเล่น ถ่ายรูป ช้อปปิ้ง และพักจากอากาศเย็นก่อนออกไปเที่ยวจุดอื่นต่อได้

กิจกรรมแนะนำใน The Oculus

โถง The Oculus
ตามหามุมถ่ายรูปในสไตล์ของตัวเอง: มา The Oculus ทั้งทีต้องมีรูปกลับไปสักเซ็ต ลองเล่นกับเส้นสาย เงา และความสมมาตรของอาคาร หรือถ่ายย้อนขึ้นไปหาเพดานก็ได้ภาพเท่ ๆ แบบไม่ซ้ำกัน ยิ่งวันไหนแสงสวย แทบไม่ต้องแต่งรูปเยอะเลย
เดินช้อปแบบชิล ๆ: ถ้ามีเวลาเหลือ ลองเดินดูร้านต่าง ๆ ภายใน Westfield World Trade Center มีทั้งร้านแฟชั่น บิวตี้ ไลฟ์สไตล์ และของกิน เหมาะกับการเดินเรื่อย ๆ แบบไม่ต้องรีบ หรือจะแวะซื้อของระหว่างรอไปพิกัดถัดไปก็สะดวก
หาอะไรอร่อย ๆ เติมพลังก่อนเที่ยวต่อ: เดินนิวยอร์กทั้งวันใช้พลังไม่ใช่น้อย ภายในและรอบ ๆ Oculus มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านของกินให้เลือกหลายแบบ จะนั่งพักจริงจังหรือซื้อกาแฟติดมือแล้วออกไปเดินเมืองต่อก็ได้
เช็กอีเวนต์ที่จัดใน Oculus: บริเวณพื้นที่ส่วนกลางมีการจัดกิจกรรมหมุนเวียนตลอดปี ตั้งแต่งานศิลปะ ตลาดป๊อปอัป การแสดง ไปจนถึงกิจกรรมตามเทศกาล ถ้าโชคดีมาเจอช่วงมีงานพอดี ก็ได้อะไรดูเพิ่มแบบไม่ต้องวางแผนมาก่อน
ลองนั่ง PATH Train ข้ามไปฝั่ง New Jersey: ถ้ามีเวลาเหลือและอยากเปลี่ยนบรรยากาศ สามารถขึ้น PATH Train จาก World Trade Center ข้ามแม่น้ำ Hudson ไปฝั่ง New Jersey ได้ โดยเฉพาะ Jersey City ที่มีทางเดินริมน้ำและมุมมอง Skyline ของ Manhattan ให้แวะชมสวยจากอีกด้าน
เดินเล่นรอบ Lower Manhattan แบบไม่ต้องรีบ: หลังออกจาก The Oculus ลองเผื่อเวลาไว้สำหรับเดินสำรวจย่านรอบ ๆ สักหน่อย เพราะโซนนี้มีทั้งตึกเก่า ถนนเล็ก ๆ และบรรยากาศของ Downtown New York ให้เจอระหว่างทาง บางทีความสนุกของการเที่ยวอาจอยู่ที่มุมเมืองที่ไม่ได้ตั้งใจแวะตั้งแต่แรกก็ได้

แนะนำที่พักใกล้ The Oculus

M Social Hotel New York Downtown

M Social Hotel New York Downtown
M Social Hotel New York Downtown
M Social Hotel New York Downtown
M Social Hotel New York Downtown

+2

M Social Hotel New York Downtown

M Social Hotel New York Downtown ถ้าเน้นคำว่า “ทำเลดี” ที่นี่น่าสนใจมาก เพราะตั้งอยู่บน Church Street ตรงข้าม The Oculus และ One World Trade Center แบบใกล้สุด ๆ เหมาะกับคนที่อยากตื่นมาแล้วเริ่มเที่ยว Downtown Manhattan ได้ทันที ตัวโรงแรมเพิ่งผ่านการรีโนเวตครั้งใหญ่ บรรยากาศด้านในจึงดูโมเดิร์นและมีความเป็นนิวยอร์กอยู่เต็ม ๆ ห้องพักหลายห้องยังมองเห็นวิว Oculus, One World Trade Center, Hudson River หรือ Brooklyn Bridge ได้ด้วย กลับจากเดินเที่ยวทั้งวันแล้วได้นั่งพักมองวิวเมืองจากห้องก็ได้ฟีลดีไปอีกแบบ แถมชั้นล่างยังมีร้านอาหารและบาร์ให้แวะกินมื้อเย็นต่อได้โดยไม่ต้องออกไปไหนไกลเลย

United-states

เอ็ม โซเชียล โรงแรม นิวยอร์ก ดาวน์ทาวน์

8.7/10

•

ดาวน์ทาวน์ แมนฮันตัน

THB 11,716.47

Four Seasons Hotel New York Downtown

Four Seasons Hotel New York Downtown
Four Seasons Hotel New York Downtown
Four Seasons Hotel New York Downtown
Four Seasons Hotel New York Downtown

+2

Four Seasons Hotel New York Downtown

ถ้าอยากเพิ่มความพิเศษให้ทริปนิวยอร์กอีกหน่อย Four Seasons Hotel New York Downtown คือที่พักสายลักชัวรีที่น่านอนมาก โรงแรมตั้งอยู่บน Barclay Street ใกล้ World Trade Center และอยู่ตรงรอยต่อระหว่าง Tribeca กับ Financial District ทำให้ได้ทั้งความสะดวกและบรรยากาศเมืองที่มีชีวิตชีวา พอกลับเข้ามาในโรงแรมฟีลจะเปลี่ยนเป็นความเรียบหรูและผ่อนคลาย ห้องพักตกแต่งสไตล์ร่วมสมัยแบบ residential ให้ความรู้สึกเหมือนมีพื้นที่ส่วนตัวกลาง Manhattan แถมยังมีสปา สระว่ายน้ำในร่ม และห้องอาหาร CUT by Wolfgang Puck ให้พักผ่อนกันแบบเต็มที่ เหมาะกับคู่รักหรือคนที่อยากให้วันเที่ยวเหนื่อย ๆ จบลงด้วยการกลับมาพักแบบสบายสุด ๆ

Hotel Mulberry

Hotel Mulberry
Hotel Mulberry
Hotel Mulberry
Hotel Mulberry

+2

Hotel Mulberry

สำหรับคนที่อยากประหยัดค่าที่พักลงมาอีกหน่อย Hotel Mulberry เป็นอีกตัวเลือกที่น่าจะถูกใจกัน เพราะตั้งอยู่ย่าน Chinatown ทำให้บรรยากาศรอบ ๆ คึกคัก มีร้านอาหารเอเชีย คาเฟ่ และร้านเล็ก ๆ ให้เดินสำรวจเพียบ ตัวโรงแรมไม่ได้เน้นความหรูหรา แต่ห้องพักดูเรียบง่าย เป็นสัดส่วน และมีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานสำหรับพักหลังเที่ยวมาทั้งวัน เหมาะกับสายเที่ยวที่เน้นออกไปใช้เวลาข้างนอกมากกว่าอยู่โรงแรม เรื่องโลเคชั่นก็ยังไป The Oculus ได้ไม่ยาก โดยสามารถนั่งรถไฟใต้ดินหรือเดินเที่ยวผ่านย่าน Downtown ต่อมาได้ ใกล้ ๆ ยังมี Little Italy, SoHo และ Brooklyn Bridge ให้จัดเส้นทางเที่ยวต่อกันได้ด้วย ถือเป็นตัวเลือกที่ช่วยคุมงบค่าห้องได้มากขึ้น โดยไม่ต้องขยับออกไปพักไกลจาก Manhattan มากเกินไป

เคล็ดลับการเที่ยว The Oculus

อยากถ่ายรูปสวย แนะนำเลี่ยงช่วง Rush Hour: ช่วงเช้าและหลังเลิกงานจะมีคนเดินทางผ่านค่อนข้างเยอะ ถ้าอยากเดินหามุมหรือถ่ายภาพแบบไม่ต้องคอยหลบคน ลองมาช่วงสาย ๆ หรือบ่ายจะเที่ยวสบายกว่า
เผื่อเวลาประมาณ 1–2 ชั่วโมงกำลังดี: ถ้าเน้นเดินชม ถ่ายรูป และแวะช้อปเล็กน้อย เวลาประมาณนี้ถือว่ากำลังพอดี แต่ถ้ามีแพลนเที่ยวจุดอื่นในย่าน World Trade Center ต่อ แนะนำเผื่อไว้ครึ่งวัน จะได้ไม่ต้องเดินแบบรีบ ๆ
ลองถ่ายรูปทั้งแนวตั้งและมุมกว้าง: รูปทรงของ The Oculus มีเส้นสายเยอะมาก ถ่ายแนวตั้งจะช่วยเก็บความสูงของอาคาร ส่วนโหมด Ultra Wide เหมาะกับการเก็บภาพโถงและโครงสร้างให้ดูอลังการขึ้น ใครชอบถ่ายรูปมีมุมให้ลองเล่นสนุกแน่นอน
เช็กอีเวนต์ก่อนเดินทางสักนิด: พื้นที่ภายในมักมีกิจกรรมพิเศษและอีเวนต์ตามช่วงเวลา ถ้าเช็กตารางไว้ก่อน อาจได้เจอนิทรรศการ ตลาด หรือกิจกรรมสนุก ๆ เพิ่มเข้ามาในทริปแบบพอดี
จำชื่อสถานีและทางออกไว้ จะช่วยไม่ให้หลง: ด้วยความที่ Oculus World Trade Center เชื่อมกับทั้งสถานีรถไฟ ทางเดิน และอาคารหลายส่วน คนมาครั้งแรกอาจมีงงทิศกันได้บ้าง ก่อนออกเดินทางลองปักหมุดจุดที่จะไปต่อไว้ จะช่วยประหยัดเวลาได้เยอะ
พกรองเท้าที่เดินสบายไว้ก่อนดีที่สุด: ถึงจะตั้งใจมาเที่ยว The Oculus แค่แป๊บเดียว แต่ย่าน Lower Manhattan เป็นโซนที่เดินต่อได้เพลินมาก มีโอกาสสูงที่จาก “แวะนิดเดียว” จะกลายเป็นเดินกันหลายกิโลแบบไม่รู้ตัว รองเท้าดี ๆ จึงช่วยชีวิตได้เยอะ!
อย่าอัดแพลนแน่นเกินไป: เสน่ห์ของการเที่ยวโซนนี้คือระหว่างทางมีอะไรให้แวะดูอยู่เรื่อย ๆ ลองเหลือช่องว่างในตารางไว้บ้าง จะได้มีเวลาเดินเล่น หยุดถ่ายรูป หรือเจอพิกัดน่าสนใจแบบไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งบางทีกลายเป็นโมเมนต์ที่จำที่สุดของทริปก็ได้

อ่านต่อ:

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเที่ยว The Oculus

Q: ไปเที่ยว The Oculus ต้องทำวีซ่าไหม?

A: ต้องทำ โดยนักท่องเที่ยวไทยจำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวสหรัฐฯ ประเภท B1/B2 ก่อนเดินทาง แนะนำให้เตรียมเอกสารและยื่นขอวีซ่าล่วงหน้าอย่างน้อย 2–3 เดือน เนื่องจากขั้นตอนการนัดหมายสัมภาษณ์อาจใช้เวลาพอสมควร

Q: ไปเที่ยว The Oculus ต้องแต่งตัวยังไง?

A: แต่งตัวได้ตามสบายตามสภาพอากาศของนิวยอร์กในฤดูนั้นๆ แต่เนื่องจากเป็นย่าน Lower Manhattan ที่ต้องเดินเที่ยวเยอะ แนะนำให้สวมชุดที่คล่องตัวและพกรองเท้าที่เดินสบายมาเป็นหลัก

Q: ค่าใช้จ่ายโดยประมาณสำหรับการมาเที่ยวที่นี่อยู่ที่เท่าไหร่?

A: การเดินชมอาคารฟรีทั้งหมด มีเพียงค่าเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน (ประมาณ $2.90 ต่อเที่ยว) ส่วนงบอาหาร ช้อปปิ้ง หรือตั๋วเข้าสถานที่ท่องเที่ยวรอบๆ (เช่น 9/11 Museum หรือ One World Observatory) ขึ้นอยู่กับแผนของแต่ละคน

Q: เดินทางจากสนามบิน JFK มายัง The Oculus ได้อย่างไร?

A: นั่ง AirTrain จากสนามบิน JFK มาลงที่สถานี Jamaica Station แล้วต่อรถไฟใต้ดิน NYC Subway สาย E วิ่งยาวมาลงสุดสายที่สถานี World Trade Center ซึ่งมีทางเดินเชื่อมเข้าสู่ตัวอาคาร Oculus ได้ทันที

Q: ควรไปเที่ยวช่วงไหนของวันดีที่สุด?

A: แนะนำให้มาช่วงสายถึงบ่าย (ประมาณ 10:00–15:00 น.) ของวันธรรมดา เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเวลาเร่งด่วน (Rush Hour) ของคนทำงาน ทำให้เดินถ่ายรูปได้สบาย เที่ยวสนุก

จองโรงแรม
จองตั๋วเครื่องบิน
สิ่งที่ต้องทำ
รับทราบข้อมูลใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สมัครรับจดหมายข่าวของเรา เพื่อคำแนะนำการท่องเที่ยวและรูปแบบการใช้ชีวิตที่มากขึ้น พร้อมด้วยข้อเสนอที่น่าตื่นเต้น
สมัคร